<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
>
<channel>
	<title>ThaiPR.NET</title>
	<atom:link href="https://www.thaipr.net/tag/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a5/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thaipr.net/tag/โรงพยาบาลวชิรพยาบาล</link>
	<description>Press Release Distribution Center of Thailand</description>
	<lastBuildDate>Wed, 13 May 2026 17:26:02 +0700</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.1</generator>
	<item>
		<title><![CDATA[ประจำเดือนมาเจ็บหน้าอกทุกที สาเหตุโรคลมรั่วในเยื่อหุ้มปอด]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3588361</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 16 Apr 2025 12:01:14 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3588361</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อไม่นานมานี้ ผมได้เจอเคสผู้ป่วยหญิงอายุราว 40 ปี มารักษาด้วยอาการเจ็บแน่นหน้าอก เป็น ๆ หาย ๆ อยู่หลายครั้ง แต่ไม่รู้สึกเหนื่อย รู้สึกว่าเมื่อมีอาการเจ็บหน้าอกทุกครั้ง มักจะเป็นในช่วงขณะมีประจำเดือน จึงมีอยู่ช่วงหนึ่งมีอาการเจ็บหน้าอกมากจึงรีบมาพบแพทย์ที่โรงพยาบาล หลังจากการตรวจสอบเอกซเรย์ พบว่าเป็นโรคลมรั่วในเยื่อหุ้มปอด ซึ่งมีโอกาสเสียชีวิตสูงหากไม่ทำการรักษา จึงรีบรับการรักษาตัวเข้าโรงพยาบาล ซึ่งโดยปกติแล้วโรคลมรั่วในเยื่อหุ้มปอดจะมีจาก 3 สาเหตุ ได้แก่ 1) เกิดขึ้นได้เอง (Spontaneous Pneumothorax) มักเกิดในคนที่มีอายุน้อย ผอม สูง, 2) เกิดจากอาการมีโรคร่วม (Secondary Pneumothorax) พบในผู้ป่วยที่มีภาวะถุงลมโป่งพอง, 3) ลมรั่วขณะมีประจำเดือนที่เกิดจากช็อตโกตแลตซีสต์กระจายมา (Endometriosis Migration) โดยโรคลมรั่วขณะมีประจำเดือนนั้น โอกาสการเกิดโรคนี้ค่อนข้างยาก พบเจอไม่บ่อยมากนัก ผู้ป่วยเพศหญิงส่วนมากมักมาด้วยสาเหตุด้วยลมรั่วในปอดราว 20-30 % โดยภาวะลมในเยื่อหุ้มปอดชนิดนี้ เจอในเฉพาะเพศหญิงช่วงอายุ 32-37 ปีโดยอาจจะสัมพันธ์กับช็อตโกแลตซีสต์ในช่องท้อง หรือ มดลูกหรือ ไม่ก็ได้ โดยสาเหตุการเกิดของโรคนั้นยังไม่แน่ชัด ทั้งนี้อาการที่เกิดมักจะสัมพันธ์กับประจำเดือน ส่วนมากมักจะมีอาการเจ็บแน่นหน้าอกหรือหายใจไม่สุด ในบางครั้งอาจมีอาการเหนื่อย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3588361">ประจำเดือนมาเจ็บหน้าอกทุกที สาเหตุโรคลมรั่วในเยื่อหุ้มปอด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[4 วิธีรักษาหยุดน้ำท่วมปอดจากมะเร็ง]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3522358</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 16 Sep 2024 14:47:25 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3522358</guid>

					<description><![CDATA[<p>รู้หรือไม่ว่า น้ำในเยื่อหุ้มปอด หรือน้ำท่วมปอด (malignant pleural effusion) หรือว่า ภาวะน้ำท่วมปอด (Pulmonary edema) หรือภาวะปอดบวมน้ำ นั้นมักเกิดจากการมีของเหลวในถุงลมปอดมากผิดปกติ ทำให้การแลกเปลี่ยนก็าซลดลง ผู้ป่วยจึงเกิดอาการต่าง ๆ จากการมีระดับออกซิเจนในเลือดลดลงหากไม่รับการรักษาอย่างทันท่วงทีอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ จึงมักเจอบ่อยในกลุ่มคนไข้มะเร็ง ซึ่งจะเกิดจากตัวมะเร็งกระจายไปที่เยื่อหุ้มปอด แล้วผลิตน้ำออกมา ส่งผลทำให้มีอาการไอหรือเหนื่อย โดยสามารถเจอมากถึง 40% ในกลุ่มคนไข้มะเร็งในระยะ 4 (มะเร็งที่กระจายสู่อวัยวะอื่นๆ)  ซึ่งได้แก่ มะเร็งปอด มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้และมะเร็งอื่นๆ ซึ่งหลาย ๆ ครั้งผู้ป่วยมักจะมาเจอด้วยอาการนี้เป็นครั้งแรก (เจอก็ระยะ 4 เลย)เหตุผลว่า ทำไมผู้ป่วยถึงไม่แสดงอาการและมักเจอระยะที่ 4 เพราะว่าภายในปอดทั้ง 2 ข้างมีถุงลมหลายล้านเซลล์ที่คอยทำหน้าที่แลกเปลี่ยนออกซิเจน เมื่อมะเร็งเริ่มก่อตัวเป็นจุดเล็ก ๆ ในปอด จึงยังไม่แสดงอาการ เนื่องจากมีถุงลมจำนวนมากพอที่ทำหน้าที่แลกเปลี่ยนออกซิเจนแทน กว่าจะรู้ตัวว่าเป็นมะเร็งปอดก็เป็นตอนที่น้ำท่วมปอดหรือก้อนกระจายไปแล้ว อยู่ในระยะลุกลามที่เริ่มรุนแรงมากแล้ว ส่งผลให้อัตราการเสียชีวิตสูง 4 วิธีช่วยรักษาอาการน้ำท่วมปอดจากมะเร็งให้ดีขึ้น ได้แก่ สามารถเข้ามาศึกษาการรักษาแก้น้ำท่วมปอดจากมะเร็งและปรึกษาได้ที่เว็บไซต์ https://www.siradoctorlung.com หรือเพจเฟซบุ๊ก ผ่าตัดปอดโดยผศ.นพ.ศิระ เลาหทัย ได้ที่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3522358">4 วิธีรักษาหยุดน้ำท่วมปอดจากมะเร็ง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[มะเร็งปอดภัยอันตรายที่ไม่มีอาการ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3267559</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 16 Nov 2022 08:49:30 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3267559</guid>

					<description><![CDATA[<p>โดย ผศ.นพ.ศิระ เลาหทัย ศัลยแพทย์ทรวงอกเชี่ยวชาญด้านผ่าตัดส่องกล้องโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ปัจจุบันโรคมะเร็งปอดยังคงเป็นสาเหตุหลัก ของการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของผู้ป่วยโรคมะเร็งในประเทศไทย โดยสาเหตุที่เกิดนั้นมักมาจากเราพบตัวมะเร็งชนิดนี้ค่อนข้างช้าเกินไป ส่วนหนึ่งเพราะมะเร็งปอดเป็นโรคมะเร็งที่ไม่แสดงอาการ ซึ่งเมื่อตรวจพบเจอก็มักจะเป็นในระยะท้าย ๆ ของโรค ผศ.นพ.ศิระ เลาหทัย ศัลยแพทย์ทรวงอกเฉพาะทางด้านผ่าตัดส่องกล้อง คณะแพทยศาสตร์ วชิรพยาบาล กล่าวว่า อวัยวะปอดของคนเหล่านั้นประกอบด้วยถุงลมขนาดเล็ก (Alveoli) จำนวนมากมายที่ทำหน้าที่แลกเปลี่ยนออกซิเจน เมื่อใดก็ตามที่มีตัวมะเร็งก่อกำเนิดขึ้นเป็นจุดเล็ก ๆ ปอดของเราก็ยังคงสามารถทำงานได้ตามปกติโดยที่ยังไม่มีการแสดงอาการ อีกทั้งในคนปกติถึงแม้เราจะสูญเสียพื้นที่ปอดไป 50 เปอร์เซ็นต์ ร่างกายของเราก็ยังสามารถแลกเปลี่ยนออกซิเจนและใช้ชีวิตได้ตามปกติ ดังนั้นกว่าผู้ป่วยมะเร็งปอดจะมีอาการหรือรู้สึกตัว มักจะมาด้วยอาการน้ำท่วมปอดหรือมีก้อนกระจายไปในหลายตำแหน่ง จนทำให้มีอาการเกิดขึ้น โดยอาการของมะเร็งปอด อาจเกิดมีได้ตั้งแต่ไอ เจ็บหรือแน่นหน้าอก เหนื่อยหรือไอเป็นเลือดได้ จากข้อมูลมะเร็งปอดในปัจจุบันนั้น มีหลากหลายปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดมะเร็งปอด เช่น ได้มีการสูดดมควันพิษ PM 2.5 หรือสารเคมีหนัก แต่สาเหตุที่สำคัญยังคงเป็นการสูบบุหรี่ ไม่ว่าจะเป็นบุหรี่ธรรมดาหรือบุหรี่ไฟฟ้า แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผู้ที่ไม่สูบบุหรี่โดยเฉพาะชาวเอเชียนั้น ก็ยังคงมีภาวะเสี่ยง สามารถเป็นโรคมะเร็งปอดได้เนื่องจากการมีพันธุกรรมที่ทำให้เกิดมะเร็งปอด โดยเฉพาะบุคคลที่มีประวัติญาติสายตรงที่เป็นมะเร็งปอด ฉะนั้นคนไหนที่มีญาติที่มีประวัติโรคมะเร็งปอดหรือมีประวัติการสูบบุหรี่ แนะนำให้เข้าทำการตรวจคัดกรองความเสี่ยงโรคมะเร็งปอดที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน การรักษาโรคมะเร็งปอดในประเทศไทยในปัจจุบันได้มีการพัฒนาไปมาก โดยระยะเริ่มต้นเราสามารถรักษาด้วยการผ่าตัด ซึ่งเน้นด้วยการผ่าตัดส่องกล้อง ส่วนระยะที่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3267559">มะเร็งปอดภัยอันตรายที่ไม่มีอาการ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[10 อาการที่เจอได้บ่อยหลังผ่าตัดปอด]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3237543</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 12 Sep 2022 11:10:34 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3237543</guid>

					<description><![CDATA[<p>“มะเร็งปอด” ยังคงเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตเป็นอันดับ 2 ของคนไทย (ในผู้ชายรองจากมะเร็งตับและเป็นอันดับ 1 ในผู้หญิง) โดยในในปี 2565 มีผู้ป่วยจำนวนมากที่ตรวจพบว่าเป็นโรคมะเร็งปอดในประเทศไทย มากไปกว่านั้น การตรวจคัดกรองโรคมะเร็งปอดในระยะแรกยังทำได้ยาก จึงทำให้มีอัตราการเสียชีวิตสูง ซึ่งผู้ป่วยมากกว่าครึ่งที่ตรวจพบมักจะเจอในระยะลุกลาม เนื่องจากอาการของโรคมักไม่มีอาการส่งผลทำให้ผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยล่าช้า ผศ.นพ.ศิระ เลาหทัย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญศัลยศาสตร์ทรวงอกเฉพาะทางด้านผ่าตัดส่องกล้อง โรงพยาบาลวชิรพยาบาลกล่าวว่าในปัจจุบันการผ่าตัดปอดได้มีการพัฒนาโดยเฉพาะการผ่าตัดส่องกล้อง ส่งผลทำให้การผ่าตัดปอดนั้นเป็นการผ่าตัดที่ปลอดภัย โดยในผู้ที่ไม่มีโรคประจำตัวโอกาสที่จะมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงนั้นมีน้อยกว่า 1 เปอร์เซ็นต์ แต่ทั้งนี้การผ่าตัดปอด จะต้องพบกับความเสี่ยงกับ 10 อาการที่เจอได้บ่อยหลังผ่าตัดปอด ซึ่งผู้ป่วยควรทราบก่อนเข้ารับการผ่าตัด เจ็บบริเวณลำคอ โดยระหว่างผ่าตัดจะใส่ท่อช่วยหายใจขนาดใหญ่ อาจมีการระคายเคืองและท่อโดนหลอดลมได้ ไอหลังผ่าตัด เมื่อมีการใส่ท่อช่วยหายใจขนาดใหญ่ เพื่อทำการยุบปอด 1 ข้างระหว่างการผ่าตัด อาจเกิดการระคายเคืองที่ลำคอ หรืออาจเกิดจากการเลาะต่อมน้ำเหลืองซึ่งเกิดอาการบาดเจ็บต่อหลอดลมได้ ปวดบริเวณหลัง หลังการผ่าตัดจะมีการฉีดยาชาบริเวณหลัง เพื่อลดอาการเจ็บจากการผ่าตัด ทำให้มีอาการปวดได้หรืออาจเกิดจากสายระบายที่อยู่ในทรวงอกทำให้มีอาการปวดได้ เหนื่อยง่าย หายใจไม่สุด การผ่าตัดปอดส่งผลทำให้ปอดบางส่วนหายไป ผู้ป่วยจะไม่รู้สึกเหมือนเดิม แต่อาการจะค่อย ๆ ดีขึ้นตามลำดับ รู้สึกเหมือนถุงทรายบริเวณผิวหนังหรือผิวโป่งออกมา (subcutaneous emphysema) หลังจากการผ่าตัดใหม่ อาจจะมีลมที่เล็ดลอดไปทางผิวหนังได้ ซึ่งส่งผลให้เกิดความรู้สึกถุงทราย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3237543">10 อาการที่เจอได้บ่อยหลังผ่าตัดปอด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[การผ่าตัดส่องกล้องมะเร็งปอดสมัยใหม่]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3213523</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 18 Jul 2022 09:23:35 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3213523</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในปี 2565 มีผู้ป่วยเป็นจำนวนมากที่ตรวจพบว่าเป็นโรคมะเร็งปอดในประเทศไทย ซึ่งยังคงเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตเป็นอันดับ 2 ของคนไทย (ในผู้ชายรองจากมะเร็งตับและเป็นอันดับ 1 ในผู้หญิง) ซึ่งการตรวจคัดกรองให้พบโรคมะเร็งปอดในระยะแรกนั้นทำได้ยาก จึงทำให้มีอัตราการตายสูง โดยผู้ป่วยเหล่านี้มากกว่าครึ่งที่ตรวจพบ มักจะเจอในระยะลุกลามเนื่องจากอาการของโรคนี้มักไม่มีอาการส่งผลทำให้ผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยล่าช้า อย่างไรก็ตามก็ยังมีผู้ป่วยจำนวนมากที่สามารถรักษาแต่กลัวการผ่าตัด เนื่องจากในยุคเริ่มต้นของการผ่าตัดปอดนั้น ได้ริเริ่มทำโดยการเปิดช่องอก ซึ่งมีความจำเป็นในการที่ต้องตัดกล้ามเนื้อหลายมัดและถ่างขยายกระดูกซี่โครงในการเข้าไปทำการผ่าตัดจึงทำให้ผู้ป่วยค่อนข้างกังวลและเกิดอาการกลัวในการรักษาโรคมะเร็งปอด อย่างไรก็ตามในปัจจุบันการผ่าตัดปอดได้มีการพัฒนาโดยเฉพาะการผ่าตัดส่องกล้อง ส่งผลทำให้การผ่าตัดปอดนั้นเป็นการผ่าตัดที่ปลอดภัย โดยในผู้ที่ไม่มีโรคประจำตัวโอกาสที่จะมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงนั้นมีน้อยกว่า 1 เปอร์เซ็นต์ ผศ.นพ.ศิระ เลาหทัย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญศัลยศาสตร์ทรวงอกเฉพาะทางด้านผ่าตัดส่องกล้อง โรงพยาบาลวชิรพยาบาล กล่าวว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา การผ่าตัดส่องกล้องโรคมะเร็งปอดในประเทศไทยพัฒนาไปมาก โดยมีการใช้กล้องวิดิทัศน์เข้ามาช่วยในการผ่าตัด (Video assisted thoracosocpic surgery; VATS) แผลผ่าตัดขนาดเล็กยาวประมาณ 4-5 ซม.และมีรูเล็ก ๆ ขนาด 1 ซม. อีก 1-3 รู เพื่อใส่กล้องและอุปกรณ์ช่วยผ่าตัดเลือกใช้ในกรณีที่ก้อนเนื้องอกขนาดไม่ใหญ่มากและไม่กดเบียดอวัยวะข้างเคียง ช่วยให้ปวดแผลน้อยลง ผู้ป่วยจะสามารถฟื้นตัวเร็วขึ้นและหลีกเลี่ยงแผลผ่าตัดขนาดใหญ่ โดยพัฒนาการผ่าตัดส่องกล้องปอดนั้น ในปัจจุบันที่เราสามารถผ่าตัดโรคมะเร็งปอดผ่านการส่องกล้องแบบจุดเดียว คือขนาดแผลเล็กประมาณ 3.5 ซม. [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3213523">การผ่าตัดส่องกล้องมะเร็งปอดสมัยใหม่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เหงื่อออกมือไม่ใช่สัญญาณของโรคหัวใจ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3201598</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 14 Jun 2022 15:01:41 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3201598</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลาย ๆ คนอาจจะเข้าใจผิดคิดว่าอาการ “เหงื่อออกมือ” อาจเป็นสัญญาณของโรคหัวใจ ซึ่งเป็นอาการเริ่มต้นที่เกิดขึ้น นอกเหนือจากอาการของโรคหัวใจที่พบกันอยู่เป็นประจำ คือ เหนื่อยง่าย หายใจเข้าได้ลำบาก มีอาการหอบหรือเป็นลมหมดสติโดยไม่ทราบสาเหตุ ขาหรือเท้าบวมโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือปลายมือปลายเท้าและริมฝีปากมีลักษณะเขียวคล้ำ เหล่านี้เป็นอาการที่เกิดขึ้นและเสี่ยงที่จะเป็นโรคหัวใจ ผศ.นพ.ศิระ เลาหทัย ศัลยแพทย์ทรวงอกผู้เชี่ยวชาญด้านผ่าตัดส่องกล้องจากคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลวชิรพยาบาล ได้อธิบายถึงอาการของโรคหัวใจว่า ผู้ป่วยมักจะมีอาการเจ็บหรือแน่นหน้าอกและมีอาการปวดร้าวไปบริเวณคอหรือแขนซ้ายได้ ในบางรายอาจมีภาวะเหนื่อยง่าย ใจสั่น หรือ เหงื่อออกร่วมด้วยได้ โดยส่วนมากมักจะเกิดขึ้นขณะที่ผู้ป่วยกำลังทำงานหรือออกกำลังกาย แต่ในทางกลับกัน โรคเหงื่อออกที่มือนั้น ( hyperhidrosis ) ผู้ป่วยมักจะเป็นที่มือทั้ง 2 ข้าง และคนไทยจะป่วยเป็นโรคนี้โดยเฉลี่ย 3% ของประชากรของประเทศ คิดเป็นง่าย ๆ หากประเทศไทยมีประชากร 70 ล้านคน จะมีผู้ป่วยโรคนี้ ถึง 2.1 ล้านคน และสามารถพบได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิงเท่า ๆ กัน โดยลักษณะของโรคนี้มักไม่มีอาการดังกล่าวร่วมด้วย อีกทั้งมักจะเป็นที่มือทั้ง 2 ข้าง ในบางรายอาจมีอาการบริเวณเท้า หรือ บริเวณรักแร้ร่วมด้วยได้ ซึ่งอาการที่จะเกิดไม่สัมพันธ์ต่ออุณหภูมิ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3201598">เหงื่อออกมือไม่ใช่สัญญาณของโรคหัวใจ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[มะเร็งปอดกับการสูบบุหรี่และเทคโนโลยีการผ่าตัดปอด]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3187800</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 09 May 2022 15:21:49 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3187800</guid>

					<description><![CDATA[<p>อย่างที่เราทราบกันว่า ทุกวันที่ 31 พฤษภาคม ของทุกปีเป็นวันรณรงค์เพื่องดสูบบุหรี่ทั่วโลก เหตุผลที่เราควรหยุดสูบบุหรี่นั้น เนื่องจากบุหรี่นั้นมีสารเคมีมากกว่า 50 ชนิดที่เป็นสารก่อมะเร็ง ซี่งเป็นได้ตั้งแต่มะเร็งปอด มะเร็งกล่องเสียง มะเร็งช่องปาก มะเร็งหลอดอาหาร จนไปถึงมะเร็งคอหอย นอกจากนี้ยังส่งผลทำให้ผู้คนรอบข้างมีความเสี่ยงที่ทำให้เกิดมะเร็งร่วมด้วย อีกทั้งการสูบบุหรี่ยังก่อให้เกิดโรคปอดอุดตันเรื้อรัง (ถุงลมโป่งพอง) ปอดอักเสบ โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดในสมองตีบ และ อื่นๆ อีกมากมาย จากการรายงานการศึกษาของสมาคมโรคมะเร็งทั่วโลกในปีล่าสุด เราพบว่ามะเร็งปอดนั้นเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตมากที่สุดในกลุ่มโรคมะเร็ง ซึ่งสาเหตุสำคัญที่สุดที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งปอดนั้นคือการสูบบุหรี่ โดยการศึกษาพบว่า ผู้ที่สูบบุหรี่จะมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งปอดมากกว่าผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ถึง 20-30 เท่าและผู้ใกล้ชิดที่ได้รับควันบุหรี่ (Secondary smoker) ก็ยังมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งปอดมากกว่าถึง 1.5 เท่าเมื่อเปรียบเทียบกับคนทั่วไป ผศ.นพ.ศิระ เลาหทัย แพทย์เฉพาะทางศัลยกรรมทรวงอกด้านการผ่าตัดส่องกล้องปอดจากคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล กล่าวว่า ถึงแม้ว่าปัจจุบันวิทยาการแพทย์ของการรักษาโรคมะเร็งปอดมีจะมีความก้าวหน้ามากขึ้น อีกทั้งเทคโนโลยีการผ่าตัดปอดก็ยังพัฒนาไปมาก มีการทำเทคโนโลยีการผ่าตัดส่องกล้องเข้ามารักษาผู้ป่วยมะเร็งปอดมากขึ้น แต่ผลก็ยังไม่เป็นที่น่าพอใจนักเนื่องจากผู้ป่วยกว่าจะได้รับวินิจฉัยค่อนข้างช้า และมักมาตอนระยะท้าย ๆ แล้ว เนื่องจากกลุ่มผู้ป่วยส่วนมากไม่มีอาการเลย จึงไม่ตระหนักถึงการเข้ามาพบแพทย์ ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดในการรักษาโรคมะเร็งปอดนั้นคือ การป้องกันไม่ให้เกิดโรค ซึ่งโอกาสนี้แนะนำคนทั่วไปที่ยังสูบบุหรี่ให้เลิกบุหรี่ เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเป็นโรคมะเร็งปอด อีกทั้งยังควรหมั่นตรวจร่างกายเป็นประจำโดยเฉพาะผู้ที่มีความเสี่ยง เช่น คนที่สูบบุหรี่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3187800">มะเร็งปอดกับการสูบบุหรี่และเทคโนโลยีการผ่าตัดปอด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[“โรคอกบุ๋ม” ก็ผ่าตัดรักษาได้!!]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3167239</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 14 Mar 2022 09:24:09 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3167239</guid>

					<description><![CDATA[<p>โรคอกบุ๋ม หรือเรียกว่า Pectus Excavatum เป็นความผิดรูปของผนังทรวงอกที่พบบ่อยมากที่สุด ภาวะนี้มักเกิดจากการเจริญเติบโตที่ผิดปกติ ของกระดูกส่วนล่างมากไป ส่งผลให้กระดูกสันอกถูกกดยุบลงไป ส่งผลทำให้หน้าอกเกิดการยุบตัว ซึ่งมีผลทำให้บุคลิกภาพหรือความมั่นใจเสีย โดยความผิดปกตินี้อาจพบได้ตั้งแต่แรกเกิดจนกระทั่งเข้าสู่วัยรุ่น ในคนส่วนมากผู้ป่วยมักไม่มีอาการ แต่ในกรณีที่ภาวะนี้มีความผิดปกติอย่างรุนแรงอาจส่งผลทำให้มีอาการกดเบียดหัวใจและปอดได้ ทำให้มีอาการเหนื่อยง่าย ในบางรายอาจมีการกดเบียดลิ้นหัวใจทำให้ลิ้นหัวใจรั่วได้ ผศ.นพ.ศิระ เลาหทัย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญศัลยศาสตร์ทรวงอกเฉพาะทางด้านผ่าตัดส่องกล้อง โรงพยาบาลวชิรพยาบาล กล่าวว่า โรคนี้ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดที่ โดยมักเป็นเพศชายมากกว่าเพศหญิง 3-4 เท่า คนที่ประวัติครอบครัวอาจมีความเสี่ยงที่จะสืบทอดผ่านทางพันธุกรรมได้ วิธีการวินิจฉัยมักทำได้โดยการเอ็กซ์เรย์คอมพิวเตอร์ (CT Chest) เพื่อดูสัดส่วนความกว้างยาวของบริเวณทรวงอกหรือที่เรียกว่า Haller index ถ้ามีอัตราส่วนมากกว่า 2.5 ถือว่ามีความผิดปกติ ปัจจุบันวิธีการรักษาโรคนี้ ทำได้โดยการผ่าตัดวิธีเดียวเท่านั้น โดยจะมี 2 วิธีหลัก ๆ คือ วิธีการผ่าตัดแบบเปิด หรือ เรียกว่า Ravitch procedure หรืออีกวิธีที่เรียกว่า Sternal turnover โดยทั้งนี้การผ่าตัดแบบเปิดเป็นการผ่าตัดแบบดั้งเดิม โดยการตัดกระดูกบริเวณหน้าอกแล้วพลิกกลับหรือตัดบริเวณกระดูกอ่อนแล้วดันขึ้นมา ส่วนอีกวิธีคือการผ่าตัดส่องกล้องหรือที่เรียกว่า Nuss procedure เป็นการผ่าตัดส่องกล้องโดยใช้แท่งโลหะผ่านบริเวณใต้กระดูกหน้าอกแล้วดัดกระดูก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3167239">“โรคอกบุ๋ม” ก็ผ่าตัดรักษาได้!!</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[โรคหนองในเยื่อหุ้มปอด สามารถรักษาได้โดยการผ่าตัดส่องกล้อง]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3118839</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 08 Nov 2021 11:31:41 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3118839</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลาย ๆ ครั้ง ที่เรามักจะสงสัยว่าในโพรงเยื่อหุ้มปอดนั้นคืออะไร โดยโพรงเยื่อหุ้มปอดนั้นหมายถึง ช่องว่างระหว่างเยื่อ 2 ชั้นที่หุ้มอยู่รอบปอด ซึ่งมีน้ำหล่อลื่นอยู่เล็กน้อย ในบางคนที่มีความผิดปกติเกิดขึ้น เช่น หนองหรือเลือดอาจทำให้เกิดการระคายเคืองหรือการอักเสบของเยื่อหุ้มปอด ส่งทำให้มีอาการหอบเหนื่อยหรือมีคนไข้สูงได้ โดยสาเหตุของโรคหนองในช่องเยื่อหุ้มปอด มักเกิดขึ้นตามหลังจากการติดเชื้อปอดอักเสบแล้วโดยเกิดได้ตั้งแต่คนทั่วไปที่ไม่มีโรคประจำตัวและที่มีสุขภาพแข็งแรง จนไปถึงผู้ป่วยที่มีโรงประจำตัวอื่น ๆ เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูงหรือโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง เป็นต้น นพ.ศิระ เลาหทัย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ศัลยศาสตร์ทรวงอกเฉพาะทางด้านโรคปอด โรงพยาบาลวชิรพยาบาล กล่าวว่า อาการของโรคหนองในช่องเยื่อหุ้มปอด ที่สำคัญที่สุด คือมักจะเริ่มมีอาการไข้ขึ้นสูง และมีอาการเจ็บแน่นหน้าอก จนไปถึงอาการหอบเหนื่อย ในบางรายอาจมีอาการไอมากหรือไอออกมาเป็นหนองหรือมีเสมหะปนเลือดได้ โดยการวินิจฉัยโรคนี้ จะต้องทำการเจาะปอด (thoracentesis) เพื่อดูลักษณะของน้ำ โดยโรคนี้ที่เราจำต้องแยกให้ได้ คือโรคมะเร็งที่มีการลุมลามของน้ำในปอดและโรควัณโรค ซึ่ง 2 โรคนี้ สามารถตรวจโดยการส่งหาเชื้อวัณโรค(PCR for TB) และการตรวจหาเซลล์มะเร็ง(Cytology) สำหรับการรักษาโรคหนองในช่องเยื่อหุ้มปอด การรักษาจะขึ้นอยู่กับระยะของโรค หากเป็นระยะเริ่มแรกวิธีการรักษา คือ การใส่ท่อระบายหนองออก หากสามารถระบายหนองออกได้หมดและอาการผู้ป่วยดีขึ้น ก็ไม่จำเป็นต้องทำการผ่าตัดเพียง แต่ต้องให้ยาปฏิชีวนะนานอย่างน้อย 2-4 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3118839">โรคหนองในเยื่อหุ้มปอด สามารถรักษาได้โดยการผ่าตัดส่องกล้อง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
	</channel>
</rss>
