<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
>
<channel>
	<title>ThaiPR.NET</title>
	<atom:link href="https://www.thaipr.net/tag/%e0%b9%82%e0%b8%9f%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%b5%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b9%8c-96/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thaipr.net/tag/โฟร์พีแอดส์-96</link>
	<description>Press Release Distribution Center of Thailand</description>
	<lastBuildDate>Fri, 03 Apr 2026 17:33:14 +0700</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.1</generator>
	<item>
		<title><![CDATA[ศิลปากร แถลงข่าวโครงการวิจัย “จักรวาลแห่งนาค” เปิดมิติใหม่ของการบูรณาการข้ามศาสตร์สู่การสร้างองค์ความรู้และความเข้าใจทางวัฒนธรรมร่วมของภูมิภาคอุษาคเนย์]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/education/3666276</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 17 Nov 2025 21:23:06 +0700</pubDate>
				<category>education</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3666276</guid>

					<description><![CDATA[<p>มหาวิทยาลัยศิลปากร จัดงานแถลงข่าวโครงการวิจัยชุด “จักรวาลแห่งนาค : คติความเชื่อเรื่องนาคจากอินเดียสู่อุษาคเนย์ภาคพื้นทวีป” เมื่อวันศุกร์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 ณ อาคารรับรองเรือนกระจก ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ พระชนมพรรษา มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ภายใต้แผนงาน “การบูรณาการข้ามศาสตร์เพื่อขับเคลื่อนผลกระทบจากงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์” ของมหาวิทยาลัยศิลปากร โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรพร ภู่พงศ์พันธ์ คณะอักษรศาสตร์ เป็นหัวหน้าโครงการ พร้อมทีมคณาจารย์และนักวิจัยจากคณะอักษรศาสตร์ คณะโบราณคดี และคณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร โครงการวิจัยนี้ ได้รับทุนสนับสนุนจาก สำนักงานบริหารการวิจัย นวัตกรรมและการสร้างสรรค์ (สวนส.) มหาวิทยาลัยศิลปากร ประจำปีงบประมาณ 2569 เพื่อมุ่งสร้างองค์ความรู้ใหม่ด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ในระดับชาติและระดับภูมิภาค เพื่อนำไปสู่การต่อยอดเชิงสร้างสรรค์อย่างเป็นรูปธรรม การแถลงข่าวครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.ประสพชัย พสุนนท์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและวิชาการ มหาวิทยาลัยศิลปากร เป็นประธานเปิดงาน พร้อมกล่าวถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยในการสนับสนุนการวิจัยที่บูรณาการศาสตร์ต่าง ๆ เพื่อสร้างผลลัพธ์ทางสังคมและสื่อสร้างสรรค์ที่นำไปใช้ได้จริง และสามารถต่อยอดต่อไปสู่การเป็นปัจจัยส่งเสริมให้เกิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ หรือ “Creative economy” ในอนาคตได้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/education/3666276">ศิลปากร แถลงข่าวโครงการวิจัย “จักรวาลแห่งนาค” เปิดมิติใหม่ของการบูรณาการข้ามศาสตร์สู่การสร้างองค์ความรู้และความเข้าใจทางวัฒนธรรมร่วมของภูมิภาคอุษาคเนย์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง กรมควบคุมโรค เชิญชวน ผู้ขับขี่รถยนต์สาธารณะที่ได้รับใบอนุญาตแล้ว เข้ารับบริการตรวจสมรรถนะการขับขี่พร้อมทั้งตรวจคัดกรองสุขภาพ ฟรี]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3366082</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 04 Aug 2023 12:22:13 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3366082</guid>

					<description><![CDATA[<p>สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง กรมควบคุมโรค เชิญชวน ผู้ขับขี่รถยนต์สาธารณะที่ได้รับใบอนุญาตแล้ว เข้ารับบริการตรวจสมรรถนะการขับขี่พร้อมทั้งตรวจคัดกรองสุขภาพ ฟรี พร้อมรับค่าตอบแทนการเสียเวลาการตรวจดังนี้ *ตรวจการมองเห็น *ตรวจการได้ยิน *เอกซเรย์ปอด *ตรวจสมรรถภาพการทำงานของปอด *ตรวจสุขภาพจิต  กลุ่มเป้าหมาย/ผู้เข้ารับบริการ ต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตขับขี่รถยนต์สาธารณะ แล้ว เท่านั้น เข้ารับบริการได้ที่ สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง ห้องประชุมชั้น 3 อาคาร 3 บัดนี้ &#8211; 29 ก.ย. 2566 (เฉพาะวันอังคาร &#8211; วันศุกร์) หยุดวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 09.00 – 15.00 น. ฟรี ค่าบริการตรวจสุขภาพ พร้อมรับค่าตอบแทนการเสียเวลา รับจำนวนจำกัด โทรสอบถามและนัดหมายเพื่อเข้ารับบริการ ได้ที่ 02-5514349, 02-5211668 จองคิวเพื่อนัดหมายเข้ารับบริการได้ที่ http://ossiudc.ddc.moph.go.th/</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3366082">สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง กรมควบคุมโรค เชิญชวน ผู้ขับขี่รถยนต์สาธารณะที่ได้รับใบอนุญาตแล้ว เข้ารับบริการตรวจสมรรถนะการขับขี่พร้อมทั้งตรวจคัดกรองสุขภาพ ฟรี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรมควบคุมโรค และเครือข่าย จับมือตลาดยิ่งเจริญ พัฒนาศักยภาพอาสาสมัครสาธารณสุขต่างด้าว (อสต.) ด้านการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรค]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3365746</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 03 Aug 2023 15:42:08 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3365746</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมควบคุมโรค ร่วมกับเครือข่ายกรุงเทพมหานคร สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 9 และมูลนิธิศุภนิมิต แห่งประเทศไทย จับมือตลาดยิ่งเจริญ พัฒนาศักยภาพอาสาสมัครสาธารณสุขต่างด้าว (อสต.) ด้านการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรค เพื่อเพิ่มการเข้าถึงการดูแลสุขภาพในกลุ่มแรงงานต่างด้าว เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2566 ที่ผ่านมา นายแพทย์โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรมพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครสาธารณสุขต่างด้าว (อสต.) ด้านการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรค ณ  ตลาดยิ่งเจริญ เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร โดยมี ดร.ณฤมล ธรรมวัฒนะ ประธานกรรมบริหารตลาดยิ่งเจริญ กล่าวต้อนรับ   นายแพทย์โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ระลอก 2 ในประเทศไทยที่เกิดขึ้นในตลาดขนาดใหญ่ของภาคกลาง เริ่มจากจังหวัดสมุทรสาคร กระจายวงกว้างออกไปในหลายจังหวัดและพื้นที่กรุงเทพมหานคร ส่วนใหญ่พบในแรงงานต่างด้าว ด้วยขนาดปัญหาและความรุนแรงทำให้แรงงานต่างด้าวได้รับการดูแลสุขภาพที่ไม่ทั่วถึงและครอบคลุม กรมควบคุมโรคจึงจัดการเพื่อเพิ่มการเข้าถึงบริการสุขภาพของแรงงานต่างด้าว ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อระบบเฝ้าระวัง ป้องกันควบคุมโรคได้ โดยการสร้างการมีส่วนร่วมของภาคเอกชน กรุงเทพมหานคร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3365746">กรมควบคุมโรค และเครือข่าย จับมือตลาดยิ่งเจริญ พัฒนาศักยภาพอาสาสมัครสาธารณสุขต่างด้าว (อสต.) ด้านการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรค</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรมวิทย์ฯ จัดเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพร เพื่อตอบโจทย์การนำไปใช้ประโยชน์และความต้องการของประชาชน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3236433</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 08 Sep 2022 10:35:59 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3236433</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายแพทย์พิเชฐ บัญญัติ รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมด้วย เภสัชกรหญิงศิริวรรณ ชัยสมบูรณ์พันธ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยสมุนไพร ประชุมรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยมีผู้ประกอบการ หน่วยงานภาครัฐ เอกชน และประชาชนร่วมให้ข้อคิดเห็น เพื่อพัฒนาการวิจัยที่เป็นประโยชน์และตอบสนองความต้องการของประชาชนผู้บริโภคผลิตภัณฑ์สมุนไพร ณ ห้องประชุม 110 ชั้น 1 อาคาร 100 ปีการสาธารณสุขไทย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จังหวัดนนทบุรี นายแพทย์พิเชฐ กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดการประชุมว่า ภารกิจหลักของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ นอกจากงานตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการแล้ว ยังมีภารกิจที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัยและพัฒนา องค์ความรู้ นวัตกรรมทางด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ และผลงานจากวิจัยและพัฒนา นวัตกรรมและผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นหนึ่งในงานที่ได้การยอมรับในระดับสากล และเป็นนโยบายมุ่งเน้นของกระทรวงสาธารณสุขที่ต้องการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร ให้มีศักยภาพ โดยมุ่งเป้าให้เป็น ยา เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์อาหารหรือเสริมอาหาร เพื่อให้เกิดการแปรรูปสมุนไพรให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน และเกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจ ยกระดับให้ไทยเป็นประเทศชั้นนำด้านสินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูปมูลค่าสูง นายแพทย์พิเชฐ กล่าวต่ออีกว่า ปัจจัยนำเข้าที่สำคัญอย่างหนึ่งของการวิจัยและพัฒนา นวัตกรรมและผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร คือ การรับฟังและเรียนรู้ความต้องการของตลาด ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย หรือผู้นำเอาองค์ความรู้และนวัตกรรมสมุนไพรที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์คิดค้นไปต่อยอดและทำให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจในระดับอุตสาหกรรม หรือ Mass [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3236433">กรมวิทย์ฯ จัดเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพร เพื่อตอบโจทย์การนำไปใช้ประโยชน์และความต้องการของประชาชน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรมวิทย์ฯ มอบรางวัล “SMART LAB &#038; X-RAY AWARD” ประจำปี 2565]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3231042</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 26 Aug 2022 14:05:49 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3231042</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี เป็นประธานในพิธีและมอบรางวัล “SMART LAB &#38; X-RAY AWARD ห้องปฏิบัติการทางการแพทย์และห้องปฏิบัติการรังสีวินิจฉัย ระดับเขตสุขภาพที่ 1-12 ประจำปี 2565 และมอบเกียรติบัตร ผลงานวิจัยและนวัตกรรม เครือข่ายห้องปฏิบัติการโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช ประจำปี 2565” โดยมี ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นายแพทย์ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ คณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่จากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ โรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป โรงพยาบาลชุมชน สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขทั่วประเทศ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช โรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลชัยพัฒน์ และโรงพยาบาลเทพรัตนเวชชานุกูล เข้าร่วมงานทั้งสิ้น 300 คน ณ ห้องประชุมริชมอนด์ แกรนด์ บอลรูม ชั้น 6 โรงแรมแกรนด์ ริชมอนด์  จ.นนทบุรี เพื่อประกาศเกียรติคุณ ยกย่องเชิดชูเกียรติ เสริมสร้างขวัญกำลังใจผู้ปฏิบัติงานที่มีการพัฒนาระบบคุณภาพตามมาตรฐาน และมีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี นวัตกรรม ลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3231042">กรมวิทย์ฯ มอบรางวัล “SMART LAB &amp; X-RAY AWARD” ประจำปี 2565</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรมวิทย์ฯ สรุปผลและถอดบทเรียนโครงการพัฒนาเครือข่ายวิทยาศาสตร์การแพทย์ชุมชน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3228023</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 22 Aug 2022 13:22:04 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3228023</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายแพทย์พิเชฐ บัญญัติ รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้รับมอบหมายจาก นายแพทย์ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้เป็นประธานเปิด“การประชุมสรุปผลการดำเนินงานโครงการพัฒนาเครือข่ายวิทยาศาสตร์การแพทย์ชุมชน ประจำปีงบประมาณ 2565 รอบ 12 เดือน” โดยมีคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบโครงการทั้งจากส่วนกลางและศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์เข้าร่วมประชุมทั้งหมด 120 คน ณ โรงแรมคริสตัล อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อเป็นเวทีระดมความคิดและสรุปผลการดำเนินงานก่อให้เกิดความสำเร็จตามเป้าหมายของโครงการได้    อีกทั้งถอดบทเรียนผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมา แลกเปลี่ยนเรียนรู้และหาแนวทางปรับปรุงกระบวนการดำเนินงาน และพัฒนาต่อยอดงานในปี 2566 นายแพทย์พิเชฐ กล่าวว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้ดำเนินงานวิทยาศาสตร์การแพทย์ชุมชน เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2549 และดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แผนยุทธศาสตร์กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ระยะ 20 ปี ด้านการคุ้มครองผู้บริโภค สนับสนุนและเสริมสร้างการคุ้มครองผู้บริโภคให้มีความยั่งยืน การนำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ ไปสู่การสร้างสุขภาวะของชุมชน หรือ “Community Medical Sciences for health : Com Med Sci for health” ซึ่งมีกิจกรรมหลัก 2 ด้าน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3228023">กรมวิทย์ฯ สรุปผลและถอดบทเรียนโครงการพัฒนาเครือข่ายวิทยาศาสตร์การแพทย์ชุมชน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมมือการวิจัยวัคซีนโควิด เอชเอ็กซ์พี จีพีโอแวค (HXP-GPOVac) ขององค์การเภสัชกรรม ระยะที่ 2 ที่จังหวัดนครพนม]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3227695</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 19 Aug 2022 17:18:22 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3227695</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายแพทย์ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมด้วย นายชาธิป รุจนเสรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม นายแพทย์ปราโมทย์ เสถียรรัตน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 8 นายแพทย์ปรีดา วรหาร นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครพนม นายแพทย์ธนสิทธิ์ ไพรพงษ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครพนม ดร.นายแพทย์อาชวินทร์ โรจนวิวัฒน์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ นายแพทย์จักรรัฐ พิทยาวงศ์อานนท์ ผู้อำนวยการกองระบาดวิทยา กรมควลคุมโรค และนางบุญนิภา สงคราม รองผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 8 อุดรธานี เข้าร่วมประชุมและติดตามการดำเนินการโครงการวิจัย ระยะที่ 2 เพื่อประเมินความปลอดภัยและความสามารถในการกระตุ้นภูมิคุ้มกันของวัคซีนเอชเอ็กซ์พี จีพีโอแวค (HXP-GPOVac) ซึ่งผลิตโดยองค์การเภสัชกรรม ณ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครพนม และศาลาประชาคมยงใจยุทธ ศาลากลางจังหวัดนครพนม ซึ่งเป็นสถานที่ดำเนินการวิจัย นายแพทย์ศุภกิจ กล่าวว่า วัคซีนเอชเอ็กซ์พี จีพีโอแวค (HXP-GPOVac) เป็นวัคซีนป้องกันโรคโควิด 19  ผลิตโดยองค์การเภสัชกรรม และผ่านการวิจัยในระยะที่ 1 ที่แสดงว่ามีประสิทธิภาพ และความปลอดภัยในสัตว์ทดลอง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3227695">กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมมือการวิจัยวัคซีนโควิด เอชเอ็กซ์พี จีพีโอแวค (HXP-GPOVac) ขององค์การเภสัชกรรม ระยะที่ 2 ที่จังหวัดนครพนม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[มอบรางวัล “24 บุคคลทรงคุณค่ากรมวิทยาศาสตร์การแพทย์”]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3223371</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 10 Aug 2022 15:10:03 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3223371</guid>

					<description><![CDATA[<p>มูลนิธิกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมกับ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์&#160; จัดพิธีมอบรางวัลบุคคลทรงคุณค่ากรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ในโอกาสครบรอบ 80 ปี กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยมี นายแพทย์สถาพร วงษ์เจริญ ประธานกรรมการมูลนิธิกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ นายแพทย์ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และผู้บริหาร ข้าราชการ บุคลากรในสังกัดกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมงาน ณ ห้องประชุม 110 ชั้น 1 อาคาร 100 ปี การสาธารณสุขไทย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จ.นนทบุรี &#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160; นายแพทย์สถาพร กล่าวว่า มูลนิธิกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมกับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้จัดตั้งรางวัลบุคคลทรงคุณค่ากรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยเปิดโอกาสให้บุคลากรกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ร่วมกันสรรหาและคัดเลือกบุคคลทรงคุณค่ากรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ทั้งที่เกษียณอายุราชการแล้ว และที่ปฏิบัติราชการในปัจจุบัน ผู้มีคุณูปการต่อกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ด้านต่างๆ ที่สมควรได้รับการเชิดชู และประกาศเกียรติคุณเป็นบุคคลทรงคุณค่ากรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ในโอกาสครบรอบ 80 ปี กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ในวันที่ 10 มีนาคม 2565 เพื่อสร้างขวัญกำลังใจ และความภาคภูมิใจแก่ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกที่มีผลงานในการพัฒนากรมฯ ในด้านต่างๆ อีกทั้งเพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้บุคลากรกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ปฏิบัติราชการในปัจจุบัน ได้บันทึก จดจำ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3223371">มอบรางวัล “24 บุคคลทรงคุณค่ากรมวิทยาศาสตร์การแพทย์”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จับมือ กองทุนประกันวินาศภัย จัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ เชื่อมโยงข้อมูลผลตรวจ RT-PCR ผู้ติดเชื้อโควิด 19 เจอ จ่าย จบ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3219275</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 02 Aug 2022 16:31:27 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3219275</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จับมือ กองทุนประกันวินาศภัย จัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ เชื่อมโยงข้อมูลผลตรวจ RT-PCR ผู้ติดเชื้อโควิด 19 เจอ จ่าย จบ ย่นเวลาการตรวจสอบหลักฐาน หวังช่วยประชาชนได้รับเงินเยียวยาเร็วขึ้น นายชูฉัตร ประมูลผล รองเลขาธิการ ด้านกำกับ สำนักงานคณะกรรมการกำกับ และส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เป็นประธานและสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ว่าด้วยการเชื่อมโยงข้อมูลระบบอิเล็กทรอนิกส์และข้อมูลผลการตรวจ RT-PCR กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ระหว่าง กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข กับ กองทุนประกันวินาศภัย โดยมี นายแพทย์ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และ นายชนะพล มหาวงษ์ ผู้จัดการกองทุนประกันวินาศภัย เป็นผู้ลงนาม ณ ห้องประชุม 110 ชั้น 1 อาคาร 100 ปี การสาธารณสุขไทย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จ.นนทบุรี เพื่อลดระยะเวลาในการตรวจสอบเอกสาร ประชาชนได้รับเงินเยียวยารวดเร็วขึ้น นายแพทย์ศุภกิจ กล่าวว่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3219275">กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จับมือ กองทุนประกันวินาศภัย จัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ เชื่อมโยงข้อมูลผลตรวจ RT-PCR ผู้ติดเชื้อโควิด 19 เจอ จ่าย จบ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรมวิทย์ฯ จัดงานมหกรรม DMSc R2R Forum 2022 : R2R สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3215477</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 21 Jul 2022 13:10:49 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3215477</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายแพทย์ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดงานมหกรรม DMSc R2R Forum 2022 : R2R สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน (R2R to Sustainable Development) ว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นองค์กรหลักด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์และสาธารณสุขของประเทศ ซึ่งก่อตั้งขึ้นมา 80 ปีแล้ว มีองค์ความรู้ที่สำคัญสะสมมาอย่างต่อเนื่อง&#160; ในวันนี้ถือเป็นงานสำคัญที่จะได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในงานด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์และสาธารณสุข อาทิ &#160;งานด้านคุ้มครองผู้บริโภค ด้านชันสูตรโรค ด้านรังสีและเครื่องมือแพทย์ และมีสายงานสนับสนุน ประกอบด้วยระบบคุณภาพ การพัฒนาบุคลากร การพัฒนากลยุทธ์และงบประมาณ การคลังและพัสดุ รวมถึงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งองค์ประกอบดังกล่าวทั้งหมดล้วนเป็นปัจจัยในการขับเคลื่อนให้องค์กรสามารถบรรลุเป้าหมายตามที่กำหนด ตลอดระยะเวลากว่า 2 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยได้เผชิญต่อสถานการณ์ของการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) อย่างหนักหน่วง แต่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการจัดการพัฒนางานประจำสู่งานวิจัย Routine to Research หรือ R2R ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะนำองค์ความรู้ ที่สะสมไว้มาพัฒนาและสร้างนวัตกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยความรู้ที่เกิดจาก R2R เป็นความรู้ขององค์กร&#160; ที่ทุกคนอาจจะไม่รู้ทั่วถึงหรือสะสมจากการปฏิบัติงาน ซึ่งไม่มีตำราเล่มไหนสอน ดังนั้นการที่ได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ R2R [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3215477">กรมวิทย์ฯ จัดงานมหกรรม DMSc R2R Forum 2022 : R2R สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[23 ผลงานวิชาการที่ได้รับรางวัลในการประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์การแพทย์ ครั้งที่ 30]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/education/3206378</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 24 Jun 2022 17:31:04 +0700</pubDate>
				<category>education</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/education/3206378</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายแพทย์ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยภายหลังพิธีปิดการประชุมวิชากาวิทยาศาสตร์การแพทย์ ครั้งที่ 30 ประจำปีงบประมาณ 2565 “80 ปี : วิทยาศาสตร์การแพทย์และการสร้างเครือข่ายเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน  (80 Years: Medical Sciences and Networking for Sustainable Development)” โดยในปีนี้มีการนำเสนอผลงานวิชาการในรูปการบรรยาย จำนวน 54 เรื่อง  และโปสเตอร์ จำนวน 209 เรื่อง รวมทั้งสิ้น 263 เรื่อง แบ่งเป็น 5 สาขา ได้แก่ สาขาที่ 1 : Current Research and Innovation on Diseases สาขาที่ 2 : Current Research and Innovation on Consumer Protection [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/education/3206378">23 ผลงานวิชาการที่ได้รับรางวัลในการประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์การแพทย์ ครั้งที่ 30</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ห้องปฏิบัติการตรวจเครื่องสำอางที่มีส่วนประกอบของกัญชงและกัญชาของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้รับการรับรองมาตรฐานสากลแห่งแรกของประเทศไทย]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3182444</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 22 Apr 2022 14:04:12 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3182444</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายแพทย์ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยสำนักเครื่องสำอางและวัตถุอันตราย ในฐานะห้องปฏิบัติการอ้างอิงด้านเครื่องสำอางของประเทศ ได้ให้บริการและผ่านการประเมินความสามารถห้องปฏิบัติการจากสำนักมาตรฐานห้องปฏิบัติการ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และได้รับการรับรองตามมาตรฐานสากล ISO/IEC 17025 : 2017 เป็นแห่งแรกของประเทศไทย ในการตรวจคุณภาพและความปลอดภัยเครื่องสำอางที่มีส่วนประกอบของกัญชงและกัญชา ตรวจปริมาณสารสำคัญ THC (Tetrahydrocannabinol) และ CBD (Cannabidiol) รวมทั้งโลหะหนักและเชื้อจุลินทรีย์ปนเปื้อนในวัตถุดิบสารสกัดและเครื่องสำอางที่มีส่วนผสมกัญชงและกัญชา นายแพทย์ศุภกิจ กล่าวต่อว่า ห้องปฏิบัติการสามารถรองรับความต้องการตรวจวิเคราะห์เครื่องสำอางที่มีส่วนประกอบของกัญชงและกัญชาในกลุ่มเครื่องสำอาง 6 ประเภทผลิตภัณฑ์ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ครีม โลชั่น เซรั่ม แชมพู ครีมนวดผม และน้ำมัน ตามเกณฑ์คุณภาพมาตรฐานที่กำหนดในประกาศกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นอีกหนึ่งภารกิจของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ในการสนับสนุนนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข โดยการส่งเสริมและพัฒนามาตรฐานผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางกัญชงและกัญชาให้ผู้ประกอบการ สร้างนวัตกรรมผลิตภัณฑ์แปรรูปจากกัญชงและกัญชาทุกระดับ สร้างรายได้ให้กับเกษตรกร และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจของพืชสมุนไพรไทยอีกด้วย ทั้งนี้ผู้ประกอบการที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลการส่งตัวอย่างและอัตราค่าตรวจวิเคราะห์ ได้ที่ศูนย์รวมบริการ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี โทรศัพท์ 0 2951 0000 และ 0 2589 9850 ถึง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3182444">ห้องปฏิบัติการตรวจเครื่องสำอางที่มีส่วนประกอบของกัญชงและกัญชาของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้รับการรับรองมาตรฐานสากลแห่งแรกของประเทศไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สธ.เผยภูมิคุ้มกันจากวัคซีนจัดการ “โอมิครอน BA.2” ได้ดีกว่า BA.1 แนะต้องฉีดเข็มกระตุ้นจึงจะมีภูมิคุ้มกันเพียงพอ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3179493</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 11 Apr 2022 16:36:32 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3179493</guid>

					<description><![CDATA[<p>กระทรวงสาธารณสุข เผย ผลการศึกษาภูมิคุ้มกันจากวัคซีนโควิด 19 พบมีประสิทธิผลต่อเชื้อโอมิครอนสายพันธุ์ BA.2 ดีกว่า BA.1 แสดงถึง BA.2 ไม่ได้หลบภูมิคุ้มกันจากวัคซีนมากอย่างที่กังวล แต่การฉีด 2 เข็มระดับภูมิคุ้มกันยังไม่สูงเพียงพอ ต้องฉีดเข็มกระตุ้นเพิ่ม ซึ่งสอดคล้องกับผลการศึกษาทั่วโลก 11 เมษายน 2565 ที่ศูนย์แถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมด้วย นพ.บัลลังก์ อุปพงษ์ รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และดร.สุภาพร ภูมิอมร ผู้อำนวยการสถาบันชีววัตถุ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แถลงข่าวเรื่องภูมิคุ้มกันต่อไวรัสโควิด 19 สายพันธุ์ย่อย BA.2 โดยความร่วมมือกับคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล นพ.ศุภกิจกล่าวว่า ขณะนี้การระบาดของโรคโควิด 19 ในประเทศไทยเป็นสายพันธุ์โอมิครอน สายพันธุ์ย่อย BA.2 ถึง 95.9% คาดว่าอีก 1-2 สัปดาห์จะมาแทนที่การระบาดของสายพันธุ์ BA.1 เป็น 100% เนื่องจาก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3179493">สธ.เผยภูมิคุ้มกันจากวัคซีนจัดการ “โอมิครอน BA.2” ได้ดีกว่า BA.1 แนะต้องฉีดเข็มกระตุ้นจึงจะมีภูมิคุ้มกันเพียงพอ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรมวิทย์ จับมือ ม.เกษตรศาสตร์ ร่วมวิจัยสมุนไพรและพืชเสพติด เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3098715</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 15 Sep 2021 11:49:42 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3098715</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายแพทย์ศุภกิจ ศิริลักษณ์  อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และ ดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมลงนาม บันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการวิจัยพืชสมุนไพรและพืชเสพติด ระหว่าง กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์  และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยมี นายแพทย์พิเชฐ บัญญัติ รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ผศ.ดร.วัชรพงษ์ อินทรวงศ์ รองอธิการบดีวิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร ผศ.ดร.ศุภสิทธิ์ สิทธาพานิช คณบดี คณะทรัพยากรธรรมชาติและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และเภสัชกรหญิงศิริวรรณ ชัยสมบูรณ์พันธ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยสมุนไพร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมเป็นสักขีพยาน ผ่านระบบออนไลน์ นายแพทย์ศุภกิจ กล่าวว่า การลงนามบันทึกข้อตกลงครั้งนี้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้เล็งเห็นความสำคัญของพืชสมุนไพรและพืชเสพติดที่มีประโยชน์ทางการแพทย์ และสามารถนำไปพัฒนาเป็นพืชเศรษฐกิจของประเทศไทยในอนาคต เนื่องด้วยคุณประโยชน์ที่หลากหลาย ของพืชสมุนไพร ทำให้แนวโน้มความต้องการของตลาดโลกนั้นมีเพิ่มมากยิ่งขึ้น มีการศึกษาที่หลากหลายที่แสดงให้เห็นว่าสมุนไพรหรือผลิตภัณฑ์ที่ได้จากธรรมชาติมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริม ป้องกัน รักษา และฟื้นฟูสุขภาพของผู้บริโภค และผู้ป่วย โดยเฉพาะการรักษาโรคที่ติดเชื้อและไม่ติดเชื้อ เช่น โรคติดเชื้อไวรัสโควิด 19 ร่วมกับยาแผนปัจจุบัน เป็นต้น สำหรับประเทศไทยมีความหลากหลายทางชีวภาพ โดยเฉพาะพืชสมุนไพรทำให้นำไปสู่การศึกษาและพัฒนาพืชสมุนไพรให้ได้มาซึ่งสารสำคัญ เพื่อนำมาพัฒนาเป็นยาและการรักษาโรค ดังนั้นสมุนไพรจึงเป็นตัวเลือกหนึ่งในการนำมาใช้ เพื่อพัฒนาทางด้านการแพทย์และเศรษฐกิจของประเทศ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  จึงได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการวิจัยพืชสมุนไพรและพืชเสพติด เพื่อจะนำไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์และการรักษาผู้ป่วย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3098715">กรมวิทย์ จับมือ ม.เกษตรศาสตร์ ร่วมวิจัยสมุนไพรและพืชเสพติด เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรมวิทย์ฯ อบรมการใช้ชุดตรวจ ATK แบบตรวจด้วยตนเอง (Home Use) แก่เภสัชกรประจำร้านขายยาในเขตสุขภาพที่ 9]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3097264</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 10 Sep 2021 15:37:57 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3097264</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายแพทย์ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่าจากที่รัฐบาลมีแนวทางการแจกจ่ายชุดตรวจ Antigen Test Kit หรือ ATK ให้แก่ประชาชนกลุ่มเสี่ยง โดยให้มารับจากร้านยา แผนปัจจุบัน ประเภท 1 และคลินิกพยาบาล เพื่อใช้ตรวจหาเชื้อโควิด 19 ด้วยตนเอง ดังนั้นเพื่อเตรียมความพร้อมในการให้คำแนะนำปรึกษากับประชาชนที่จะมารับชุดตรวจ ATK ที่ร้านขายยา ซึ่งภาครัฐ จะสนับสนุนให้กลุ่มเสี่ยงในพื้นที่ต่างๆ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จึงได้ร่วมกับหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่จัดอบรมการใช้ชุดตรวจ ATK แบบตรวจด้วยตนเอง ( Home Use ) แก่เภสัชกรประจำร้านขายยา เพื่อสามารถให้ข้อมูลการใช้ชุดตรวจ ATK แก่ประชาชนได้อย่างถูกต้อง โดยมี ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 9 นครราชสีมา นำร่องจัดอบรมในเขตสุขภาพที่ 9 ได้แก่ นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ และสุรินทร์ ผ่านระบบออนไลน์ในเรื่องแนวทางและข้อควรระวังการใช้ชุดตรวจ ATK การอ่านและแปลผล แนวทางปฏิบัติตนหลังทราบผลตรวจ การสวมและถอดชุดป้องกันส่วนบุคคล และการกำจัดขยะติดเชื้อ รวมถึงแนวทางและข้อควรระวังในการใช้เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้วอย่างถูกต้อง นายแพทย์ศุภกิจ กล่าวเพิ่มเติมว่า การตรวจหาเชื้อด้วยชุดตรวจ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3097264">กรมวิทย์ฯ อบรมการใช้ชุดตรวจ ATK แบบตรวจด้วยตนเอง (Home Use) แก่เภสัชกรประจำร้านขายยาในเขตสุขภาพที่ 9</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เปิดการประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์การแพทย์ ครั้งที่ 29 ประจำปีงบประมาณ 2564]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3090315</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 25 Aug 2021 13:21:28 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3090315</guid>

					<description><![CDATA[<p>สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี  กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงเป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์การแพทย์ ครั้งที่ 29 ประจำปีงบประมาณ 2564 ในรูปแบบออนไลน์ ภายใต้หัวข้อ “วิทยาศาสตร์การแพทย์วิถีใหม่ เพื่อสุขภาพและเศรษฐกิจไทย  : New Normal Medical Sciences for Thai Health and Economics” โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดงานประชุม พร้อมด้วย นายแพทย์ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ นายแพทย์สถาพร วงษ์เจริญ ประธานกรรมการมูลนิธิกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ คณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เข้าร่วมในพิธี ซึ่งกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และมูลนิธิกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมกันจัดขึ้น เพื่อเป็นเวทีให้นักวิชาการด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์และสาธารณสุขได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ความรู้และประสบการณ์ ตลอดจนรับทราบความก้าวหน้าทางวิทยาการนวัตกรรมและเทคโนโลยี  ด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ เพื่อที่จะได้พัฒนาและร่วมกันสร้างสรรค์งานวิชาการด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ให้มีความก้าวหน้า  และเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน ในการนี้ ทรงพระราชทานอนุญาตให้ผู้ที่ได้รับรางวัลนักวิทยาศาสตร์การแพทย์เกียรติยศ นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ดีเด่น นักวิทยาศาสตร์การแพทย์รุ่นใหม่ DMSc Award และผู้มีอุปการคุณในการจัดการประชุม รวมจำนวน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3090315">กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เปิดการประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์การแพทย์ ครั้งที่ 29 ประจำปีงบประมาณ 2564</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรมวิทย์ฯ เตือนประชาชนห้ามนำชุดทดสอบแอนติบอดีมาตรวจหาเชื้อโควิด 19 ด้วยตนเอง]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3076464</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 16 Jul 2021 13:42:18 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3076464</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายแพทย์ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า จากกรณีที่กระทรวงสาธารณสุข ได้ประกาศให้ประชาชนสามารถใช้ชุดทดสอบแอนติเจน (Antigen Test Kit) เพื่อตรวจหาเชื้อโควิด 19 ได้ด้วยตนเองนั้น พบว่า มีประชาชนนำชุดทดสอบทดสอบแอนติบอดี (Antibody Test Kit) มาตรวจหาเชื้อ ซึ่งเป็นการใช้ที่ผิดประเภท ซึ่งชุดทดสอบแอนติบอดียังไม่มีการอนุญาตให้ประชาชนนำมาตรวจเอง ดังนั้นกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จึงขอให้ข้อมูล ดังนี้ ชุดทดสอบแอนติเจนใช้ตรวจหาโปรตีนของเชื้อไวรัสก่อโรคโควิด 19 เป็นชุดทดสอบที่อนุญาตให้ประชาชน ใช้เพื่อตรวจคัดกรองเบื้องต้น โดยเก็บตัวอย่างทางจมูกหรือปากหรือน้ำลาย ซึ่งแต่ละยี่ห้อจะกำหนดตัวอย่าง ที่ใช้ตรวจไม่เหมือนกัน ให้อ่านในเอกสารกำกับที่มาพร้อมกับชุดทดสอบ โดยตัวตลับทดสอบจะมีแถบทดสอบ (ตัว T) และแถบควบคุม (ตัว C) ในผู้มีความเสี่ยงสูง หากผลทดสอบเป็นลบ อาจอยู่ในระยะฟักตัว ให้กักตัวที่บ้านตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข และให้ตรวจซ้ำอีกครั้งประมาณ 3- 5 วัน หรือหากมีอาการให้ตรวจทันที กรณีที่พบผลบวกให้แจ้งหน่วยงานบริการใกล้บ้านที่ติดต่อได้และแยกกักตัวเอง เพื่อลดการแพร่เชื้อ สำหรับชุดทดสอบแอนติบอดี เป็นชุดทดสอบหาภูมิตอบสนองต่อไวรัส ซึ่งการตรวจและแปลผล ต้องทำโดยบุคลากรทางการแพทย์เท่านั้น โดยจะเก็บตัวอย่างเลือดจากปลายนิ้วมือหรือข้อพับ หากผลเป็นบวก แสดงว่าเคยติดเชื้อหรือได้รับวัคซีน อาจจะมีหรือไม่มีอาการป่วยก็ได้ ภูมิคุ้มกันไม่ได้บ่งบอกว่าสามารถป้องกันการติดเชื้อโควิด [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3076464">กรมวิทย์ฯ เตือนประชาชนห้ามนำชุดทดสอบแอนติบอดีมาตรวจหาเชื้อโควิด 19 ด้วยตนเอง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรมวิทย์ฯ แนะแนวทางปฏิบัติการใช้งานเครื่องเอกซเรย์เคลื่อนที่แบบพกพา เพื่อความปลอดภัยด้านรังสี ในสถานการณ์ระบาดของโรคโควิด 19]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3070243</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 29 Jun 2021 14:41:09 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3070243</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายแพทย์ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า จากสถานการณ์ระบาดของโรคโควิด 19  ในประเทศไทย กระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้จัดบริการรักษาพยาบาลนอกโรงพยาบาล เช่น  จัดตั้งโรงพยาบาลภาคสนาม ทำให้ความต้องการใช้เครื่องเอกซเรย์เคลื่อนที่แบบพกพาประกอบการดำเนินการเพิ่มมากขึ้น กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดย สำนักรังสีและเครื่องมือแพทย์ เป็นหน่วยงานที่กำกับดูแลมาตรฐานของเครื่องเอกซเรย์ เครื่องเอกซเรย์เคลื่อนที่แบบพกพาที่นำมาใช้วินิจฉัยผู้ป่วยนั้น ต้องคำนึงถึงลำรังสีและระยะโฟกัสถึงผิวผู้ป่วยจะมีผลกับคุณภาพของภาพถ่ายทางรังสี ซึ่งเครื่องเอกซเรย์เคลื่อนที่แบบพกพาอาจจะมีข้อจำกัดที่ไม่สามารถกำหนดขอบเขตอวัยวะที่ต้องการถ่ายภาพรังสีและขนาดลำรังสีได้ นอกจากนั้นการเคลื่อนไหวจากการถ่ายภาพของเจ้าหน้าที่ อาจส่งผลให้ภาพถ่ายทางรังสีไม่ชัดเจน เกิดการถ่ายภาพซ้ำ ทำให้ส่วนอื่นของร่างกายอาจได้รับรังสี หรือปริมาณรังสี ที่ผู้ป่วยได้รับเกินความจำเป็น รวมถึงผู้ปฏิบัติงานและบุคคลอื่นที่อยู่ในระยะใกล้ ขณะที่ทำการฉายรังสีให้กับผู้ป่วยก็มีความเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายได้เช่นกัน และไม่เป็นไปตามหลักการป้องการอันตรายจากรังสี (ALARA “As low as reasonably achievable”) ที่ว่าด้วยเรื่องการได้รับปริมาณรังสีน้อยที่สุดอย่างสมเหตุสมผล กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้จัดทำและเผยแพร่มาตรฐานคุณภาพเครื่องเอกซเรย์วินิจฉัยทางการแพทย์ ปี พ.ศ.2562 เพื่อใช้เป็นแนวทางกำกับดูแลมาตรฐานเครื่องเอกซเรย์ นายแพทย์ศุภกิจ กล่าวเพิ่มเติมว่า การใช้เครื่องเอกซเรย์เคลื่อนที่แบบพกพา ควรดำเนินการเฉพาะสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น ออกพื้นที่ภาคสนาม หรือในโรงพยาบาลสนามที่เครื่องเอกซเรย์ที่มีอยู่ในสถานพยาบาลไม่สามารถนำออกไปใช้ได้ และต้องมีมาตรการด้านความปลอดภัยอย่างรัดกุม พิจารณาอย่างรอบคอบในเรื่องระยะจากหลอดเอกซเรย์ถึงผิว  เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย รวมทั้งเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานและบุคคลอื่นที่อยู่โดยรอบ ในการปฏิบัติการต้องมีขาตั้งตัวเครื่อง สวิตซ์ควบคุมเครื่องเอกซเรย์ระยะไกล (remote control) มีอุปกรณ์ป้องกัน การสะท้อนของรังสี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3070243">กรมวิทย์ฯ แนะแนวทางปฏิบัติการใช้งานเครื่องเอกซเรย์เคลื่อนที่แบบพกพา เพื่อความปลอดภัยด้านรังสี ในสถานการณ์ระบาดของโรคโควิด 19</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรมวิทย์ฯ เผยประเทศไทยมีระบบติดตามกลุ่มผู้ได้รับวัคซีนโควิด 19 แนะประชาชนไม่ต้องตรวจหาภูมิคุ้มกันหลังได้รับวัคซีน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3069163</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 25 Jun 2021 13:40:38 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3069163</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายแพทย์ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า จากการระดมฉีดวัคซีน เพื่อป้องกันการระบาดของโรคโควิด 19 ทำให้ประชาชนหลายคนมีความสนใจตรวจภูมิคุ้มกันหลังได้รับวัคซีนนั้น กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ขอชี้แจงว่าในปัจจุบันการตรวจภูมิคุ้มกันที่มีให้บริการยังไม่สามารถบอกได้ว่า  ระดับของภูมิคุ้มกันแบบแอนติบอดีที่ตรวจพบสามารถป้องกันโรคโควิด 19 ได้ อีกทั้งประเทศไทยมีระบบการติดตามกลุ่มผู้ได้รับวัคซีนอยู่แล้ว จึงไม่มีความจำเป็นที่ประชาชนจะต้องตรวจหาระดับแอนติบอดี หลังได้รับวัคซีน ซึ่งสอดคล้องกับคำแนะนำจากองค์การอนามัยโลก และองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐฯ เช่นกัน นายแพทย์ศุภกิจ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของการศึกษาระดับภูมิคุ้มกันหลังได้รับวัคซีนยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษาวิจัย ทั้งการศึกษากลไกของระบบภูมิคุ้มกัน การตอบสนองทางภูมิคุ้มกันโดยการสร้างแอนติบอดี ระดับของแอนติบอดี ระยะเวลาในการสร้างแอนติบอดี และระยะเวลาการคงอยู่ของแอนติบอดีในร่างกาย  ทั้งนี้แอนติบอดีชนิดที่สามารถป้องกันการติดโรคโควิด 19 นั้น เป็นชนิด neutralizing antibody ซึ่งชุดตรวจแอนติบอดีในท้องตลาดปัจจุบันเป็นชุดตรวจแอนติบอดีโดยรวม จึงไม่สามารถระบุระดับของ neutralizing antibody โดยเฉพาะได้ ทำให้การตรวจด้วยชุดตรวจที่มีในปัจจุบัน ยังไม่สามารถบอกระดับการป้องกันการติดเชื้อได้ และการตรวจ neutralizing antibody อย่างจำเพาะนั้น จะต้องทำในห้องปฏิบัติการควบคุมความปลอดภัยระดับสูงเท่านั้น และไม่สามารถตรวจได้ในห้องปฏิบัติการทั่วไป “การนำชุดตรวจแอนติบอดีมาใช้ต้องปฏิบัติตามข้อบ่งชี้ในการใช้งาน และชุดตรวจแอนติบอดี จะต้องผ่านการประเมินและรับรองโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ซึ่งชุดตรวจแอนติบอดีเหล่านี้ กำหนดให้ใช้ได้เฉพาะในสถานพยาบาล โรงพยาบาล คลินิกเวชกรรม คลินิกเฉพาะทางเวชกรรม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3069163">กรมวิทย์ฯ เผยประเทศไทยมีระบบติดตามกลุ่มผู้ได้รับวัคซีนโควิด 19 แนะประชาชนไม่ต้องตรวจหาภูมิคุ้มกันหลังได้รับวัคซีน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และเครือข่ายเสริมความแข็งแกร่ง เฝ้าระวังการกลายพันธุ์ไวรัสก่อโรคโควิด 19 ในไทย เพื่อเป็นข้อมูลป้องกันควบคุม รักษาโรค และต่อยอดการวิจัย]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3063645</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 10 Jun 2021 15:38:59 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3063645</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายแพทย์ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และเครือข่ายห้องปฏิบัติการของมหาวิทยาลัย เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เฝ้าระวังการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์เชื้อไวรัสก่อโรคโควิด 19 ในประเทศ ซึ่งการร่วมมือนี้จะทำให้ประเทศไทยมีข้อมูลเฝ้าระวังสายพันธุ์ที่เข้มแข็ง และสามารถนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ต่อการควบคุมป้องกันโรค การรักษา และการวิจัยพัฒนาองค์ความรู้ต่าง ๆ ในประเทศ ทั้งนี้จากการสุ่มตรวจเฝ้าระวังสายพันธุ์เชื้อไวรัสซาร์-โค-วี-2 (SARS-CoV-2) ตั้งแต่เดือนเมษายน –มิถุนายน 2564 รวมจำนวน 4,185 ราย พบว่า สายพันธุ์อัลฟา (อังกฤษ) มีการพบมากที่สุดในประเทศไทย จำนวน 3,703 ราย คิดเป็นร้อยละ 88.48 รองลงมาคือ สายพันธุ์เดลตา (อินเดีย) จำนวน 348 ราย คิดเป็นร้อยละ 8.32 สายพันธุ์ดั้งเดิม (B.1 (dade G), B.1 (dade GH), B.1.1.1 (dade GR) จำนวน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3063645">กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และเครือข่ายเสริมความแข็งแกร่ง เฝ้าระวังการกลายพันธุ์ไวรัสก่อโรคโควิด 19 ในไทย เพื่อเป็นข้อมูลป้องกันควบคุม รักษาโรค และต่อยอดการวิจัย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
	</channel>
</rss>
