<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
>
<channel>
	<title>ThaiPR.NET</title>
	<atom:link href="https://www.thaipr.net/tag/%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%b2/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thaipr.net/tag/แอสตร้าเซนเนก้า</link>
	<description>Press Release Distribution Center of Thailand</description>
	<lastBuildDate>Wed, 13 May 2026 08:53:05 +0700</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.1</generator>
	<item>
		<title><![CDATA[สมาคมแพทย์โรคหัวใจฯ ร่วมกับกระทรว สาธารณสุข และแอสตร้าเซนเนก้า ประเทศไทย เปิดตัวโครงการ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3606197</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 05 Jun 2025 15:08:08 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3606197</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ความร่วมมือในการยกระดับมาตรฐานการรักษาผู้ป่วยโรคหัวใจล้มเหลวแบบครบวงจร” มุ่งสนับสนุนองค์ความรู้ พัฒนาเครือข่าย และนวัตกรรมทางการแพทย์ เพื่อรับมือโรคร้ายภัยเงียบอย่างยั่งยืน จากสถานการณ์ภาวะหัวใจล้มเหลวในประเทศไทยที่มีแนวโน้มสูงขึ้นทุกปี และได้คร่ากว่าหลายล้านชีวิตทั่วโลก สมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ กระทรวงสาธารณสุข Service Plan สาขาโรคหัวใจ และแอสตร้าเซนเนก้า ประเทศไทย ผนึกกำลัง เปิดตัว “โครงการความร่วมมือในการยกระดับมาตรฐานการรักษาผู้ป่วยโรคหัวใจล้มเหลวแบบครบวงจร (Collaborative Excellence in Heart Failure Management)” โครงการนี้มุ่งจัดตั้งดัชนีชี้วัดการบริการและรักษาผู้ป่วยโรคหัวใจล้มเหลวอย่างเป็นระบบ พร้อมยกระดับมาตรฐานการรักษา และพัฒนาองค์ความรู้ของบุคลากร พร้อมเดินหน้าสร้างเครือข่ายการดูแลสุขภาพที่แข็งแกร่งทั่วประเทศ เพื่อลดอัตราการสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพยากร ตลอดจนผลักดันระบบสาธารณสุขไทยให้มั่นคงและยั่งยืน พล.ต.ต. นพ. เกษม รัตนสุมาวงศ์ นายกสมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า “โรคหัวใจเป็นโรคร้ายที่คร่าชีวิตคนมากเป็นอันดับหนึ่งของโลก โดยทั่วโลกพบผู้เสียชีวิตด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือดมากกว่า 20.5 ล้านคนต่อปี ซึ่งร้อยละ 85 ของการเสียชีวิตเกิดจากอาการหัวใจล้มเหลวและโรคหลอดเลือดสมอง โดยมีอัตราการเสียชีวิตประมาณ 50% ภายใน 5 ปีหลังได้รับการวินิจฉัย และจากการศึกษาพบว่า ผู้ป่วยชาวเอเชียที่มีภาวะหัวใจล้มเหลวมักมีอายุเฉลี่ยน้อยกว่าผู้ป่วยชาวตะวันตกประมาณ 10 ปี สะท้อนให้เห็นว่าภาวะหัวใจล้มเหลวอาจเป็นภัยคุกคามที่มีความรุนแรงมากกว่าในประเทศแถบเอเชีย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3606197">สมาคมแพทย์โรคหัวใจฯ ร่วมกับกระทรว สาธารณสุข และแอสตร้าเซนเนก้า ประเทศไทย เปิดตัวโครงการ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[แอสตร้าเซนเนก้าผนึกโรงพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MoU) เพื่อยกระดับศูนย์ความเป็นเลิศด้านโรคมะเร็ง]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3554735</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 16 Dec 2024 15:30:37 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3554735</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า ประเทศไทย เดินหน้าจับมือโรงพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี ต่อยอดความสำเร็จจากการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มาใช้ในการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งปอดตั้งแต่ปี 2566 เพื่อให้ประชาชนภายในจังหวัดและพื้นที่ใกล้เคียง สามารถเข้าถึงการตรวจหาโรคได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ในปีนี้เราได้ขยายขอบเขตความร่วมมือสู่การวินิจฉัยและการรักษาผู้ป่วยเฉพาะราย รวมถึงการสร้างเครือข่ายการส่งต่อผู้ป่วยที่ครอบคลุม เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง โดยจะเริ่มดำเนินการในกลุ่มผู้ป่วยมะเร็งปอดและมะเร็งตับเป็นกลุ่มนำร่อง ทั้งยังช่วยสนับสนุนการเข้าถึงการตรวจหายีนส์กลายพันธุ์และร่วมกันสร้างความตระหนักรู้ให้ประชาชนได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการตรวจคัดกรองมะเร็งในระยะแรกเริ่มซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในเพิ่มโอกาสรอดชีวิต โรงพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี เป็นหนึ่งในโรงพยาบาลศูนย์ของภาคตะวันออก พื้นที่รับผิดชอบของโรงพยาบาล 8 โรงพยาบาล ครอบคลุมผู้ป่วยในจังหวัดจันทบุรี ตราด สระแก้ว และ 3 อำเภอของจังหวัดระยอง อาคารศูนย์ความเป็นเลิศด้านมะเร็ง ดำเนินงานภายใต้วิสัยทัศน์ “มะเร็งรักษาหายได้ หากได้รับโอกาสในการรักษา” โดยมีผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่เข้ามารับการรักษาที่ศูนย์แห่งนี้อยู่ที่ประมาณ 2,000 คนต่อปี และพบผู้ป่วยมะเร็งปอดรายใหม่สูงถึง 200 คน ทั้งนี้ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยในระยะสุดท้าย จากความร่วมมือกับบริษัท แอสตร้าเซนเนก้า ในการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มาใช้ประกอบการตรวจคัดกรองมะเร็งปอดในปี 2566 ที่โรงพยาบาลพระปกเกล้า และโรงพยาบาลในเครือข่าย ส่งผลให้พบผู้ป่วยในระยะแรกเริ่มได้เร็วยิ่งขึ้น รวมถึงขยายไปสู่โรคปอดอื่น ๆ เช่น ถุงลมโป่งพอง หอบหืด วัณโรค และ โรคหัวใจ เช่น หัวใจล้มเหลว เป็นต้น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3554735">แอสตร้าเซนเนก้าผนึกโรงพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MoU) เพื่อยกระดับศูนย์ความเป็นเลิศด้านโรคมะเร็ง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ภูมิคุ้มกันสำเร็จรูปป้องกันไวรัส RSV ของแอสตร้าเซนเนก้าได้รับการอนุมัติใช้ในประเทศไทย สำหรับเด็กกลุ่มเสี่ยงสูง]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3419549</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 06 Dec 2023 10:47:47 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3419549</guid>

					<description><![CDATA[<p>ภูมิคุ้มกันสำเร็จรูปป้องกันไวรัส RSV ของแอสตร้าเซนเนก้า ได้รับการอนุมัติขึ้นทะเบียนตำรับยาในประเทศไทย โดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพื่อนำมาใช้สำหรับป้องกันการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนล่าง (LRTI) ระดับรุนแรงจากเชื้อไวรัส RSV ในกลุ่มเด็กที่มีความเสี่ยงสูง ได้แก่ ทารกคลอดก่อนกำหนด (อายุครรภ์ ≤ 35 สัปดาห์) และมีอายุน้อยกว่า 6 เดือนในช่วงฤดูกาลการแพร่ระบาดของ RSV, เด็กอายุน้อยกว่า 2 ปี ที่มีโรคปอดเรื้อรัง (Bronchopulmonary Dysplasia: BPD) ที่จำเป็นต้องได้รับการรักษาในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา และเด็กอายุน้อยกว่า 2 ปี ที่มีโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด (Congenital Heart Disease: CHD) ที่ส่งผลต่อระบบการไหลเวียนของโลหิต ปัจจุบัน ภูมิคุ้มกันสำเร็จรูปป้องกันไวรัส RSV ของแอสตร้าเซนเนก้า ผ่านการรับรองให้เป็นตัวเลือกในการป้องกันโรคติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนล่างระดับรุนแรงจาก Respiratory Syncytial Virus หรือไวรัส RSV1 ในประเทศไทย เพื่อลดอัตราการเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลของเด็กที่มีความเสี่ยงสูง โดยแนะนำให้ภูมิคุ้มกันสำเร็จรูปแก่เด็กกลุ่มเสี่ยงสูงเดือนละ 1 ครั้ง ตลอดฤดูกาลการแพร่ระบาดของ RSV โดยส่วนใหญ่ของการศึกษาทางคลินิกนั้นใช้ยาต่อเนื่องกันนาน 5 เดือน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3419549">ภูมิคุ้มกันสำเร็จรูปป้องกันไวรัส RSV ของแอสตร้าเซนเนก้าได้รับการอนุมัติใช้ในประเทศไทย สำหรับเด็กกลุ่มเสี่ยงสูง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[แอสตร้าเซนเนก้า ร่วมกับ โรงพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี นำเทคโนโลยี AI เสริมประสิทธิภาพการตรวจหามะเร็งปอด เพิ่มการเข้าถึงระบบสาธารณสุขในระดับจังหวัดและชุมชน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3416028</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 28 Nov 2023 12:31:29 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3416028</guid>

					<description><![CDATA[<p>แอสตร้าเซนเนก้า เดินหน้าส่งเสริมนวัตกรรมที่ใช้ในการตรวจหามะเร็งปอดเบื้องต้น (Pre-screening) อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดร่วมมือกับโรงพยาบาลพระปกเกล้า จังหวัดจันทบุรี ติดตั้งเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในโรงพยาบาลระดับจังหวัดและชุมชน มุ่งหวังการขยายการเข้าถึงบริการและการรักษาทางการแพทย์ เพื่อลดความแออัดและเพิ่มการเข้าถึงการรักษาในวงกว้าง พร้อมจัดการประชุมวิชาการให้ความรู้บุคลากรทางการแพทย์เพื่อการตรวจหามะเร็งปอดและแนวทางการรักษาที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น มะเร็งถือเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของคนไทย โดยข้อมูลของ Global Cancer ต่อสถานการณ์มะเร็งในประเทศไทย แสดงให้เห็นว่าในปัจจุบัน มีการตรวจพบผู้ป่วยใหม่ประมาณ 190,000 คนต่อปี และมีผู้เสียชีวิตจากโรคมะเร็งแต่ละปีสูงถึง 120,000 คน ซึ่งมะเร็งที่พบมากสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ มะเร็งตับและท่อน้ำดี 14.4% มะเร็งปอด 12.4% และมะเร็งเต้านม 11.6% โดยมีมะเร็งปอดเป็นมะเร็งที่คร่าชีวิตคนไทยมากที่สุด ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งมีหลากหลายสาเหตุ หนึ่งในนั้นคืออายุที่เพิ่มสูงขึ้น โดยมะเร็งส่วนใหญ่จะตรวจพบในคนอายุ 55 ปีขึ้นไป แต่อัตราเสี่ยงที่อาจเกิดโรคมะเร็งจะเริ่มเพิ่มขึ้นตั้งแต่ช่วง 30 ปี นอกจากนั้น ยังมีปัจจัยด้านพฤติกรรม เช่น การสูบบุหรี่ การกินอาหารประเภทปิ้งย่าง สภาวะแวดล้อม ฝุ่นละอองพิษ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม มะเร็ง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3416028">แอสตร้าเซนเนก้า ร่วมกับ โรงพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี นำเทคโนโลยี AI เสริมประสิทธิภาพการตรวจหามะเร็งปอด เพิ่มการเข้าถึงระบบสาธารณสุขในระดับจังหวัดและชุมชน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[แอสตร้าเซนเนก้า ประเทศไทย และ กรุงเทพมหานคร ลงนามความร่วมมือโครงการ “Don’t Wait. Get Checked.”]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3393482</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 09 Oct 2023 08:55:12 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3393482</guid>

					<description><![CDATA[<p>แอสตร้าเซนเนก้า ประเทศไทย และ กรุงเทพมหานคร ลงนามความร่วมมือโครงการ “Don’t Wait. Get Checked.” เพิ่มประสิทธิภาพการตรวจคัดกรองมะเร็งปอดในระยะเริ่มต้นผ่านนวัตกรรม AI บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร ลงนามความร่วมมือต่อยอดโครงการ “Don’t Wait. Get Checked.” มุ่งขยายการเข้าถึงบริการและการรักษาทางการแพทย์ พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจคัดกรองมะเร็งปอดเบื้องต้นด้วยการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทั่วกรุงเทพมหานคร โดยมี นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวเปิดงาน ณ สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร โรคมะเร็ง เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ในประเทศไทย ที่มีอัตราการเสียชีวิตกว่า 80,000 คน ต่อปี โดยมีมะเร็งปอดเป็นสาเหตุอันดับต้นของการเสียชีวิต โรคมะเร็งปอดเป็นหนึ่งในกลุ่มโรคมะเร็งที่ผู้ป่วยมักตรวจพบในระยะที่ 4 ซึ่งเป็นระยะสุดท้าย ส่งผลให้การรักษาไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร ดังนั้น การนำเทคโนโลยี AI มาช่วยพัฒนาการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งปอดเบื้องต้นจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก ด้วยเหตุนี้ แอสตร้าเซนเนก้า ประเทศไทย จึงสานต่อการดำเนินงานภายใต้โครงการ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3393482">แอสตร้าเซนเนก้า ประเทศไทย และ กรุงเทพมหานคร ลงนามความร่วมมือโครงการ “Don’t Wait. Get Checked.”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[แอสตร้าเซนเนก้า และ องค์การแพลน อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย จัดงาน ‘2023 Young Health Programme NCD Seminar’ ส่งเสริมเยาวชนไทยให้ห่างไกลโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3389829</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 28 Sep 2023 16:41:36 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3389829</guid>

					<description><![CDATA[<p>แอสตร้าเซนเนก้า ประเทศไทย และ องค์การแพลน อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ร่วมกันจัดงาน ‘โรคไม่ติดต่อเรื้อรังภายใต้โครงการสร้างเสริมสุขภาพที่ดีในเด็กและเยาวชนประจำปี 2023 (2023 Young Health Programme NCD Seminar)’ เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ พร้อมอัพเดตภาพรวมการดำเนินงาน และสถานการณ์ปัจจุบันของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (Non-Communicable Diseases) ให้แก่เด็กและเยาวชน โดยมีหน่วยงานและองค์กรชั้นนำ อาทิ มูลนิธิช่วยเหลือเด็ก (ประเทศไทย) องค์การยูนิเซฟ โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมให้ข้อมูล ณ โรงแรม เชอราตัน แกรนด์ สุขุมวิท ข้อมูลของกองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ (UNFPA) ประจำปี 2566 เผยว่า ในปัจจุบันประชากรไทยกว่า 17% เป็นกลุ่มเยาวชนอายุ 10-24 ปี ซึ่งเมื่อรวมกับข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) พบว่า กว่า 14% ของประชากรไทยมีโอกาสเสียชีวิตก่อนวัยอันควรจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ทำให้หน่วยงานต่างๆ เล็งเห็นว่าประชากรกลุ่มนี้ควรได้รับการดูแลและให้ข้อมูลที่สำคัญอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีตัวเลขที่แสดงให้เห็นว่าเยาวชนไทยช่วงอายุ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3389829">แอสตร้าเซนเนก้า และ องค์การแพลน อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย จัดงาน ‘2023 Young Health Programme NCD Seminar’ ส่งเสริมเยาวชนไทยให้ห่างไกลโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[แอสตร้าเซนเนก้า จับมือ สภาเภสัชกรรม มุ่งขยายแนวคิดการประยุกต์ใช้นวัตกรรมทางการแพทย์ ต่อยอดจาก Asthma Smart Kiosk สู่ Healthy Lung Smart Care]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3387579</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 25 Sep 2023 09:06:55 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3387579</guid>

					<description><![CDATA[<p>แอสตร้าเซนเนก้า จับมือ สภาเภสัชกรรม มุ่งขยายแนวคิดการประยุกต์ใช้นวัตกรรมทางการแพทย์ ต่อยอดจาก Asthma Smart Kiosk สู่ Healthy Lung Smart Care เพื่อการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคหืดอย่างมีประสิทธิภาพ บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด นำโดย นาย โรมัน รามอส ประธาน บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) และ นพ.กร ตาลทิพย์ ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ สานต่อความมุ่งมั่นในการนำวิทยาศาสตร์มาต่อยอดและพัฒนาเพื่อการวินิจฉัยและรักษาผู้ป่วยในกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มโรคหืด โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง และโรคมะเร็งปอด ภายใต้โครงการ Healthy Lung Thailand ด้วยการสนับสนุนสภาเภสัชกรรม เพื่อต่อยอดการใช้งานตู้อัจฉริยะ Asthma Smart Kiosk สู่แพลตฟอร์ม Healthy Lung Smart Care ในรูปแบบ web-based และ QR code เพื่อให้ผู้ป่วยและผู้ดูแลทุกคนสามารถเข้าถึงได้ และมีแผนเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชัน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3387579">แอสตร้าเซนเนก้า จับมือ สภาเภสัชกรรม มุ่งขยายแนวคิดการประยุกต์ใช้นวัตกรรมทางการแพทย์ ต่อยอดจาก Asthma Smart Kiosk สู่ Healthy Lung Smart Care</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ทำไม RSV ถึงต้องเฝ้าระวัง? โรคติดเชื้อทางเดินหายใจจากเชื้อไวรัส วายร้ายของลูกน้อยที่ผู้ปกครองต้องเตรียมพร้อมรับมือ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3379506</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 06 Sep 2023 14:03:16 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3379506</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อเข้าสู่ช่วงปลายฝนต้นหนาว ชื่อของ RSV (Respiratory Syncytial Virus) กลับมาขึ้นแท่นเชื้อไวรัสที่ต้องเฝ้าระวังในกลุ่มผู้ปกครองที่มีเด็กเล็ก เพราะเป็นสาเหตุสำคัญของโรคติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจส่วนบนและส่วนล่าง สามารถแพร่ระบาดและก่อให้เกิดอาการรุนแรงในเด็กเล็กโดยเฉพาะในช่วงวัยสองปีแรก โดยข้อมูลจากกรมควบคุมโรคในปีที่ผ่านมา พบการติดเชื้อไวรัส RSV มากที่สุดในกลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี ด้วยสัดส่วนถึง 52% และในกลุ่มเด็กอายุ 3-5 ปี หรือวัยอนุบาล อีกราว 34% ซึ่งรวมแล้วพบการระบาดในกลุ่มเด็กเล็กที่อายุต่ำกว่า 5 ปี นั้นสูงเกินกว่า 80% เลยทีเดียว แม้ว่าส่วนใหญ่จะมีอาการคล้ายไข้หวัดทั่วไป เช่น มีไข้ต่ำ ไอ หรือคัดจมูก แต่ถ้าเกิดในกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ทารกที่คลอดก่อนกำหนด (ก่อนอายุครรภ์ 37 สัปดาห์) หรือเด็กที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับปอดหรือหัวใจ จะมีความเสี่ยงสูงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง อาจส่งผลให้ระบบทางเดินหายใจล้มเหลว ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ หรืออาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ ไม่เพียงเท่านั้น RSV ยังส่งผลกระทบทางสุขภาพในระยะยาว ในขณะเดียวกันเด็กที่เคยป่วยจากการติดเชื้อไวรัส RSV จะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นในการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อนในระบบทางเดินหายใจ อาจกระตุ้นให้เกิดภาวะหลอดลมไวหรืออาการคล้ายโรคหืด และมีโอกาสพบการหอบซ้ำได้ในช่วง 1 ปีแรกมากกว่าปกติ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3379506">ทำไม RSV ถึงต้องเฝ้าระวัง? โรคติดเชื้อทางเดินหายใจจากเชื้อไวรัส วายร้ายของลูกน้อยที่ผู้ปกครองต้องเตรียมพร้อมรับมือ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[แอสตร้าเซนเนก้า ประเทศไทย ร่วมมือกับโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ พัฒนาโครงการนวัตกรรม Asthma Smart Kiosk เพื่อเสริมประสิทธิภาพการดูแลผู้ป่วยโรคหืด]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3376823</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 31 Aug 2023 10:32:34 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3376823</guid>

					<description><![CDATA[<p>แอสตร้าเซนเนก้า ประเทศไทย ผสานความร่วมมือ โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ นำร่อง Asthma Smart Kiosk โครงการติดตั้งตู้อัจฉริยะเสริมประสิทธิภาพการดูแลผู้ป่วยโรคหืด เพื่อเป็นอีกหนึ่งแรงสนับสนุนการขจัดอัตราการเสียชีวิตด้วยโรคหืดในคนไทยอย่างถาวร โรคหืดเป็นโรคระบบทางเดินหายใจที่เป็นปัญหาสำคัญในประเทศต่างๆ ทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันที่สภาพอากาศเลวร้ายลงและเต็มไปด้วยมลพิษที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ ในปีหนึ่งๆ ประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตจากโรคหืดถึงกว่า 4,000 คนต่อปี (ข้อมูลปี พ.ศ. 2563[1]) อย่างไรก็ตาม โรคหืดป้องกันได้หากผู้ป่วยสามารถควบคุมโรคได้ดีและขจัดปัจจัยเสี่ยงต่อการกำเริบเฉียบพลันซึ่งอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า ประเทศไทย ในนามโครงการ Healthy Lung ร่วมกับคลินิกโรคระบบทางเดินหายใจ อายุรแพทย์โรคระบบหายใจและภาวะวิกฤติระบบหายใจ โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ เห็นความสำคัญในการจัดการปัญหานี้ จึงผสานความร่วมมือนำร่องนวัตกรรมเพื่อเสริมประสิทธิภาพการดูแลโรคหืด โดยมีการพัฒนาและติดตั้งตู้อัจฉริยะ Asthma Smart Kiosk เป็นเครื่องแรกในประเทศไทย ที่บริเวณคลินิกผู้ป่วยนอกแผนกอายุรกรรม โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ โดยตู้อัจฉริยะนี้จะทำหน้าที่เสมือนผู้ช่วยบุคลากรทางการแพทย์ในการช่วยดูแลผู้ป่วยโรคหืดใน 4 เรื่องหลัก ได้แก่ นายแพทย์กร ตาลทิพย์ ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “บริษัทฯ วางแผนขยายโครงการความร่วมมือด้านนวัตกรรมนี้ไปสู่สถานพยาบาลอื่นๆ ในประเทศไทยเพื่อส่งเสริมการสร้างสุขภาพที่ดีของคนไทยอย่างยั่งยืน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3376823">แอสตร้าเซนเนก้า ประเทศไทย ร่วมมือกับโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ พัฒนาโครงการนวัตกรรม Asthma Smart Kiosk เพื่อเสริมประสิทธิภาพการดูแลผู้ป่วยโรคหืด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[โรคหืด…เรื่องใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม เช็คความเสี่ยงและประเมินตัวเองก่อนสาย]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3331503</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 28 Apr 2023 10:02:53 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3331503</guid>

					<description><![CDATA[<p>เชื่อหรือไม่ว่าโรคหืดเป็นภัยเงียบที่คร่าชีวิตคนไทยกว่า 4,000 คนต่อปี และมีอัตราการเสียชีวิตสูงเป็นอันดับ 8 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งสาเหตุสำคัญมาจากปัจจัยที่ต่างๆ เป็นตัวกระตุ้น เช่น สารก่อภูมิแพ้ ฝุ่นควัน เกสรดอกไม้ ขนสัตว์ รวมไปถึงสภาวะมลพิษทางอากาศ และอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว สิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลให้ผู้ป่วยโรคหืดมีอาการกำเริบขึ้น หลายคนอาจคิดว่าอาการเหล่านี้เป็นเรื่องไกลตัว อย่างไรก็ตามข้อมูลจาก องค์การอนามัยโลก (WHO) เผยให้เห็นว่า กลุ่มโรคทางเดินหายใจและโรคหืด ไม่เพียงแต่ฝุ่นควันจะเป็นปัจจัยกระตุ้นเท่านั้น แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิต และกลายเป็นอุปสรรคในการดำเนินชีวิตประจำวัน โรคหืด…เรื่องใกล้ตัวที่อาจเกิดขึ้นได้กับทุกคน หอบหืด เป็นโรคที่เกิดจากการอักเสบเรื้อรังของหลอดลม ซึ่งมีผลทำให้หลอดลมของผู้ป่วยมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อสารก่อภูมิแพ้และสิ่งแวดล้อมมากกว่าคนปกติ โดยผู้ป่วยมักมีประวัติของอาการไอ แน่นหน้าอก หายใจลำบาก หายใจมีเสียงหวีด หรือหอบเหนื่อย จากข้อมูลผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลของรัฐปี 2563 พบผู้ป่วยโรคหอบหืดและภาวะหอบหืดกำเริบรุนแรง รวม 488,449 ราย คิดเป็นอัตราความชุกที่ 737.99 ต่อประชากรหนึ่งแสนคน โดยผู้ที่เสียชีวิตจากโรคนี้ มักมีสาเหตุส่วนใหญ่มาจากภาวะหอบหืดเฉียบพลัน ไม่สามารถดูแลตนเองได้ขณะที่มีอาการ พ่นยาไม่ถูกต้อง พ่นยาช้า การใช้ยาไม่ถูกต้อง หรือหลอดลมของผู้ป่วยมีความไวต่อสิ่งกระตุ้นอย่างรุนแรง รับมืออย่างไร เมื่อโรคหืดกำเริบ โรคหืดส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในหลายปัจจัย เช่น นอนหลับไม่สนิท [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3331503">โรคหืด…เรื่องใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม เช็คความเสี่ยงและประเมินตัวเองก่อนสาย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[แอสตร้าเซนเนก้า ประเทศไทย ประกาศความร่วมมือ โรงพยาบาลพญาไท 2 นำนวัตกรรม AI เพิ่มประสิทธิภาพการตรวจหามะเร็งปอดระยะเริ่มต้น]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3316642</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 21 Mar 2023 09:57:24 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3316642</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับโรงพยาบาลพญาไท 2 ผ่านโครงการ “ตรวจไวด้วย AI ให้คนไทยห่างไกลมะเร็งปอด”( Advancing Early Lung Cancer Screening with AI technology) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจมะเร็งปอดระยะเริ่มต้นด้วยนวัตกรรม AI สนับสนุนการติดตั้งโปรแกรม AI ให้ระบบเครื่องคอมพิวเตอร์เอ็กซเรย์ปอดภายในโรงพยาบาล พร้อมเดินหน้าสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับความสำคัญของการตรวจสุขภาพและการตรวจคัดกรองมะเร็งปอด เพื่อเป้าหมายในการยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นให้กับคนไทย ความร่วมมือระหว่างแอสตร้าเซนเนก้า ประเทศไทย และโรงพยาบาลพญาไท 2 ครั้งนี้ ถือเป็นการสานต่อเป้าหมายในการเพิ่ม ‘อัตราการรอดชีวิตห้าปี’ ของผู้ป่วยให้เป็นสองเท่า ภายในพ.ศ. 2568 ของ The Lung Ambition Alliance (LAA) ที่เกิดขึ้นร่วมกันระหว่างภาคีพันธมิตรระดับนานาชาติ 4 องค์กร ใน 50 ประเทศทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย เพื่อศึกษาทำความเข้าใจถึงวิวัฒนาการของโรค พัฒนาเทคนิคระดับก้าวหน้าเพื่อการดูแลรักษาโรคมะเร็งปอด ส่งเสริมให้ผู้ป่วยมีชีวิตที่ยืนยาวมากขึ้น และมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น สำหรับที่มาและวัตถุประสงค์ของโครงการนี้ นพ.กร ตาลทิพย์ ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์บริษัท [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3316642">แอสตร้าเซนเนก้า ประเทศไทย ประกาศความร่วมมือ โรงพยาบาลพญาไท 2 นำนวัตกรรม AI เพิ่มประสิทธิภาพการตรวจหามะเร็งปอดระยะเริ่มต้น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ยิ้มรับสูงวัย สุขภาพกายปลอดภัย สุขภาพใจแข็งแรง]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3314242</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 15 Mar 2023 13:18:50 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3314242</guid>

					<description><![CDATA[<p>ข้อมูลจากระบบสถิติทางการทะเบียนในปี 2565 แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยได้เข้าสู่ “สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์” ประเมินได้จากจำนวนประชากรไทยที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปนั้นสูงถึงกว่า 12 ล้านคน โดยคิดเป็นอัตราส่วนที่มากถึง 18.3% ของประชากรทั้งหมด ซึ่งตัวเลขดังกล่าวสวนทางกับสถานการณ์เด็กเกิดใหม่ที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ด้วยปัจจัยหลายอย่างทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม รวมถึงค่านิยมที่เปลี่ยนไป และคาดการณ์ว่า ภายในปี 2574 ประเทศไทยจะมีอัตราประชากรผู้สูงอายุสูงขึ้นถึง 28% ซึ่งถือว่าเข้าสู่ “สังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอด” (Super-Aged Society) อย่างเป็นทางการ ปฏิเสธไม่ได้ว่าเมื่อเข้าสู่ภาวะสูงวัย ต้องพบกับความเปลี่ยนแปลงหลายด้าน โดยเฉพาะสุขภาพที่ร่วงโรยไปตามกาลเวลา ดังนั้น การเตรียมความพร้อมให้กับผู้สูงอายุ รวมถึงครอบครัวหรือผู้ที่ต้องดูแลใกล้ชิด จึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะช่วยให้กลุ่มผู้สูงวัยสามารถปรับตัวและพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น ด้วยสุขภาพกายและใจที่แข็งแรง พร้อมใช้ชีวิตในอีกช่วงวัยอย่างมีความสุข สุขภาพกายปลอดภัย แน่นอนว่าเมื่ออายุมากขึ้น ย่อมเกิดความเปลี่ยนแปลงต่างๆ กับร่างกาย ไม่รู้สึกคล่องตัวเหมือนก่อน ความแข็งแรงทางร่างกายถดถอยลงไปตามอายุที่เพิ่มขึ้น ประสิทธิภาพการทำงานของระบบต่างๆ เริ่มเสื่อมสภาพลง ทำให้เกิดการเจ็บป่วยและเสี่ยงต่อโรคภัยได้ง่ายขึ้น เพราะระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายลดลง จึงต้องให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุมากเป็นพิเศษ ทั้ง การเสริมความรู้ด้านโภชนาการ เพื่อเพิ่มความเข้าใจในการเลือกรับประทานอาหารให้เหมาะสม ซึ่งแต่ละคนมีความต้องการพลังงานและสารอาหารที่ต่างกัน รวมถึงการปรับพฤติกรรม หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง อาหารรสจัด เป็นต้น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3314242">ยิ้มรับสูงวัย สุขภาพกายปลอดภัย สุขภาพใจแข็งแรง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ผลกระทบจากวิกฤต PM2.5 เรื้อรัง ส่งผลยีนส์กลายพันธุ์ก่อโรคมะเร็งปอด ภัยร้ายใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3308210</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 28 Feb 2023 14:18:29 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3308210</guid>

					<description><![CDATA[<p>‘มะเร็ง’ ยังคงเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของคนไทย และด้วยมลพิษทางอากาศ รวมถึงฝุ่นควันต่าง ๆ โดยเฉพาะมลพิษจากอนุภาคฝุ่นละออง หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ PM2.5 ซึ่งเป็นสาเหตุกระตุ้นที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งปอดในกลุ่มคนที่ไม่สูบบุหรี่ ปัญหาดังกล่าวที่เรื้อรังมานานจึงสร้างความวิตกกังวลให้กับหลาย ๆ คน จากรายงานของคลังข้อมูลสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเทศไทยมีอัตราการเกิดโรคมะเร็งที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประเมินได้จากจำนวนผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่ปีละมากกว่าแสนรายซึ่งมีอาการรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตเฉียดหลักแสนรายด้วยเช่นกัน ซึ่งมะเร็งปอดถือเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 2 ของคนไทย (เป็นอันดับ 2 ในผู้ชายรองจากมะเร็งตับและถุงน้ำดี และเป็นอันดับ 1 ในผู้หญิง) โดยในปีที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตประมาณ 14,586 คน หรือคิดเป็น 40 คนต่อวัน ทั้งนี้ จากผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่า มีปัจจัยในชีวิตประจำวันหลายด้านที่เป็นสาเหตุกระตุ้นให้เกิดความเสี่ยงโรคมะเร็งปอด ได้แก่ การสูบบุหรี่หรือการอยู่ใกล้ชิดกับคนที่สูบบุหรี่ การทำงานที่มีการสัมผัสกับแร่ใยหินในรูปแบบต่าง ๆ และการส่งต่อผ่านกรรมพันธุ์ เป็นต้น ขณะที่สาเหตุอื่น ๆ เช่น มลภาวะทางอากาศอย่างฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM2.5 ก็กำลังทวีความรุนแรงและกลายมาเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของการเกิดมะเร็งปอด ซึ่งในปัจจุบัน ประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตจาก PM2.5 แล้วกว่า 71,184 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3308210">ผลกระทบจากวิกฤต PM2.5 เรื้อรัง ส่งผลยีนส์กลายพันธุ์ก่อโรคมะเร็งปอด ภัยร้ายใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[แอสตร้าเซนเนก้า เปิดตัวแคมเปญ ปาร์คเกอร์แพนด้า (Parker Panda) และ คุณหมอบันนี่ (Dr. Bunny) ให้ความรู้เกี่ยวกับโรคหืดในเด็ก]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3300423</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 09 Feb 2023 14:56:58 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3300423</guid>

					<description><![CDATA[<p>แอสตร้าเซนเนก้า ประเทศไทย เปิดตัว แคมเปญ ปาร์คเกอร์ แพนด้า (Parker Panda) และ คุณหมอบันนี่ (Dr. Bunny) แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคหืด เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคหืดในเด็กและวิธีการดูแลผู้ป่วยเด็กที่เป็นโรคหืดอย่างถูกต้อง พร้อมส่งเสริมการรักษาโรคหืดตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เพื่อให้ผู้ป่วยเด็กสามารถอยู่ร่วมกับโรคหืดและใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างสดใสและแข็งแรง ผ่านเรื่องราวของแพนด้าน้อยผู้ป่วยโรคหืด ในรูปแบบภาพการ์ตูนน่ารักและเข้าใจง่าย โรคหืดเป็นโรคระบบทางเดินหายใจที่พบมากในเด็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน &#8220;เด็กก่อนวัยเรียนหรือเด็กเล็กช่วงอายุ 1 ถึง 5 ขวบปีแรก&#8221; ซึ่งมักจะมีอาการเกี่ยวข้องกับการอักเสบเรื้อรังของทางเดินหายใจร่วมกับการมีภาวะหลอดลมไวต่อสิ่งกระตุ้นมากกว่าปกติ ส่งผลให้เกิดปัญหาการไหลเวียนของลมที่เข้า-ออกจากปอด อันเนื่องมาจากภาวะที่หลอดลมตีบแคบ ทำให้ผนังหลอดลมหนาตัวขึ้นและมีเสมหะปริมาณมากขึ้น จากสถิติของประเทศไทยพบว่าในปัจจุบันมีผู้ป่วยโรคหืดเด็กกว่า 7.8 – 15%1 โดยผู้ป่วยเด็กส่วนใหญ่ไม่สามารถควบคุมอาการของโรคได้ เพราะผู้ดูแลขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรค รวมถึงขาดทักษะการใช้ยาที่ถูกต้องและต่อเนื่อง ซึ่งการดูแลโรคหืดที่ไม่เหมาะสมนั้น ไม่ได้ส่งผลต่อสุขภาพเพียงอย่างเดียว แต่ยังส่งผลต่อพัฒนาการและกิจวัตรประจำวันของเด็ก เช่น การถูกจำกัดในการเล่นกีฬาและร่วมกิจกรรมกับเพื่อน การขาดเรียนบ่อยจนเรียนไม่ทันเพื่อน การเข้าห้องฉุกเฉินหรือนอนโรงพยาบาลบ่อยครั้ง รวมไปถึงทรมานจากอาการกำเริบเฉียบพลัน เป็นต้น ดังนั้น เพื่อเป็นการเสริมความรู้และสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการดูแลผู้ป่วยเด็กที่เป็นโรคหืด ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้การควบคุมโรคหืดได้ดีขึ้น และสนับสนุนให้ผู้ป่วยเด็กได้รับการรักษาโรคหืดตั้งแต่ระยะเริ่มต้น แอสตร้าเซนเนก้า ประเทศไทย จึงได้เปิดตัวแคมเปญนี้ เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับโรคหืดในเด็ก รวมถึงแนะนำวิธีการดูแลผู้ป่วยเด็กที่เหมาะสม ตลอดไปจนถึงให้ข้อมูลในการเลือกอุปกรณ์พ่นยาแบบต่าง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3300423">แอสตร้าเซนเนก้า เปิดตัวแคมเปญ ปาร์คเกอร์แพนด้า (Parker Panda) และ คุณหมอบันนี่ (Dr. Bunny) ให้ความรู้เกี่ยวกับโรคหืดในเด็ก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[แอสตร้าเซนเนก้า ประเทศไทย ส่งแคมเปญ  “เตรียมภูมิคุ้มกันให้ทุกความพิเศษ”]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3281778</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 16 Dec 2022 14:48:49 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/business/3281778</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด ตอกย้ำเจตนารมณ์ในการสร้างความตระหนักรู้และการเข้าถึงนวัตกรรมและบริการทางการแพทย์ เพื่อการดูแลสุขภาพที่ดีของคนไทยอย่างยั่งยืน ผ่านการเปิดตัวแคมเปญ “เตรียมภูมิคุ้มกันให้ทุกความพิเศษ” ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการรับรู้ถึงความสำคัญของการเสริมภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายในสถานการณ์ที่โควิด-19 เป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง ไม่ว่าจะเป็นการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น หรือวิธีการอื่นๆ เช่น ภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป หรือ LAAB (Long-acting Antibody) โดยเฉพาะในประชากรกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือตอบสนองต่อวัคซีนได้ไม่เพียงพอ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบในการดำเนินชีวิตจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 มากกว่าคนทั่วไป การได้รับภูมิคุ้มกันสำเร็จรูปจะช่วยลดความเสี่ยงจากอาการเจ็บป่วยรุนแรงและการเสียชีวิต พร้อมสร้างความมั่นใจให้ผู้ป่วยสามารถออกมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข นายเจมส์ ทีก ประธาน บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “แคมเปญเตรียมภูมิคุ้มกันให้ทุกความพิเศษ เป็นอีกหนึ่งโครงการที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของแอสตร้าเซนเนก้าในการเดินหน้าดูแลสุขภาพของคนไทยทั้งในช่วงการแพร่ระบาดและหลังจากนี้ต่อไป แม้ว่าปัจจุบันจะมีการผ่อนคลายมาตรการการป้องกันและควบคุมการระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทย แต่ประชาชนยังคงมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสกลายพันธุ์และเกิดการเจ็บป่วยจากโควิด-19 โดยเฉพาะผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือตอบสนองต่อวัคซีนได้ไม่เพียงพอ เราจึงอยากสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับความสำคัญของการเสริมภูมิคุ้มกัน รวมถึงภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป เพื่อช่วยให้ประชากรกลุ่มเสี่ยง รู้จัก เข้าใจและได้รับการปกป้องจากโรคระบาดนี้” เพื่อสร้างการรับรู้ในวงกว้าง แคมเปญดังกล่าวได้พาทุกคนไปรู้จักกับเรื่องราวที่สะท้อนถึงความสำคัญของภูมิคุ้มกันต่อโควิด-19 ผ่านการสื่อสารทั้งช่องทางออฟไลน์และออนไลน์ พร้อมเปิดตัวสองภาพยนตร์สั้นชุด “เตรียมภูมิคุ้มกันให้ทุกความพิเศษ” บอกเล่าเรื่องราวของ ผู้ป่วยภูมิคุ้มกันบกพร่อง ผู้ป่วยโรคแพ้ภูมิตัวเอง และผู้ป่วยโรคไต ที่ไม่สามารถออกไปใช้ชีวิตได้อย่างคนทั่วไป เพราะร่างกายอาจตอบสนองต่อวัคซีนได้ไม่เพียงพอเนื่องจากภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือได้รับยากดภูมิคุ้มกัน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3281778">แอสตร้าเซนเนก้า ประเทศไทย ส่งแคมเปญ  “เตรียมภูมิคุ้มกันให้ทุกความพิเศษ”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[แอสตร้าเซนเนก้า คว้า 2 รางวัล “Industry Champions of the Year” และ “Community Initiative” จากงาน ACES Awards 2022]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3271405</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 23 Nov 2022 10:47:13 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/business/3271405</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า ประเทศไทย ได้รับรางวัลจากงาน “องค์กรที่เป็นเลิศและยั่งยืนแห่งเอเชีย” (Asia Corporate Excellence &#38; Sustainability Awards 2022: ACES Awards 2022) ในสาขา“Industry Champions of the Year” และ “Community Initiative” ซึ่งจัดขึ้นที่โรงแรมเจดับบลิว แมริออท กัวลาลัมเปอร์ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย รางวัลสาขา “Industry Champions of the Year” คือรางวัลที่มอบให้กับองค์กรที่มีความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ซึ่งมีความได้เปรียบทางการแข่งขัน สามารถกำหนดทิศทางของอุตสาหกรรม รวมถึงมีแนวทางการปฏิบัติงานภายในองค์กรที่ยอดเยี่ยม และมีความสามารถในการพัฒนาปรับตัวให้เข้ากับอุตสาหกรรมที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาจนสามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำได้สำเร็จ ส่วนอีกหนึ่งรางวัลในสาขา “Community Initiative” จะมอบให้แก่องค์กรที่มีโครงการและความคิดริเริ่มในการดำเนินการเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม รวมถึงมีวัตถุประสงค์ชัดเจนในการพัฒนาสังคมในวงกว้าง ซึ่งการคว้าทั้ง 2 รางวัลจากงาน ACES Awards 2022 ถือเป็นข้อพิสูจน์สำหรับแอสตร้าเซนเนก้า ประเทศไทย ในการนำความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์มาใช้ในการดำเนินธุรกิจพร้อมทั้งนำความชัดเจนด้านกลยุทธ์ความยั่งยืนมาขับเคลื่อนธุรกิจ และนำพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จและก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำแห่งอุตสาหกรรมอย่างแท้จริง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3271405">แอสตร้าเซนเนก้า คว้า 2 รางวัล “Industry Champions of the Year” และ “Community Initiative” จากงาน ACES Awards 2022</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[LAAB ภูมิคุ้มกันสำเร็จรูปของแอสตร้าเซนเนก้า ได้รับการอนุมัติแบบมีเงื่อนไขให้นำมาใช้สำหรับการรักษาโควิด-19 ในประเทศไทย]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3260484</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 02 Nov 2022 15:10:04 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3260484</guid>

					<description><![CDATA[<p>ยาแอนติบอดีออกฤทธิ์ยาวแบบผสม ส่วนผสมระหว่างแอนติบอดีสองชนิด ได้แก่ ทิกซาเกวิแมบ (tixagevimab) และ ซิลกาวิแมบ (cilgavimab) หรือ LAAB ภูมิคุ้มกันสำเร็จรูปของแอสตร้าเซนเนก้า ได้รับการขึ้นทะเบียนตำรับยาแบบมีเงื่อนไขในประเทศไทยให้นำมาใช้สำหรับการรักษาโควิด-19 ในผู้ใหญ่และวัยรุ่น (ที่มีอายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไป และมีน้ำหนักตัวอย่างน้อย 40 กิโลกรัม) ในกลุ่มผู้ป่วยที่มีอาการเล็กน้อยถึงปานกลาง การอนุมัติยา LAAB ของแอสตร้าเซนเนก้าเพื่อนำมาใช้สำหรับการรักษาโควิด-19 เป็นการอนุมัติเพิ่มเติมหลังได้รับการขึ้นทะเบียนตำรับยาแบบมีเงื่อนไขในประเทศไทยเมื่อเดือนมิถุนายน 2565 โดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) สำหรับใช้เพื่อการป้องกันก่อนการสัมผัสเชื้อไวรัสก่อโรคโควิด-19 ในกลุ่มผู้ใหญ่และวัยรุ่นที่มีอายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไป ทั้งในผู้ที่เคยได้รับวัคซีนและไม่เคยได้รับวัคซีนมาก่อน ทั้งนี้ แอสตร้าเซนเนก้าจะทำการจัดหาและทยอยส่งมอบยา LAAB จำนวน 257,500 ยูนิต ให้แก่ประเทศไทย ตามสัญญาการจัดซื้อซึ่งแอสตร้าเซนเนก้า และ กรมควบคุมโรค ได้ร่วมลงนามในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา นายเจมส์ ทีก ประธาน บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “นับเป็นก้าวสำคัญที่ยา LAAB ของแอสตร้าเซนเนก้า ซึ่งเป็นยาแอนติบอดีออกฤทธิ์ยาวแบบผสมเพียงชนิดเดียวที่ได้รับการอนุมัติให้นำมาใช้ทั้งสำหรับการป้องกันและการรักษาโควิด-19 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3260484">LAAB ภูมิคุ้มกันสำเร็จรูปของแอสตร้าเซนเนก้า ได้รับการอนุมัติแบบมีเงื่อนไขให้นำมาใช้สำหรับการรักษาโควิด-19 ในประเทศไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[Evusheld สามารถป้องกันการดำเนินโรคของโควิด-19 หรือการเสียชีวิต  จากการทดลองระยะที่ 3 แท็คเคิล (TACKLE)]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3201381</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 14 Jun 2022 09:08:27 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/uncategorized/3201381</guid>

					<description><![CDATA[<p>ผลการศึกษาซึ่งได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร The Lancet Respiratory Medicine แสดงให้เห็นถึงประโยชน์ของ Evusheld ในการรักษาโรคโควิด-19 สำหรับกลุ่มผู้ป่วยนอกที่มีอาการเล็กน้อยถึงปานกลาง ผลการทดลองแท็คเคิล (TACKLE) การศึกษาระยะที่ 3 สำหรับการรักษาโรคโควิด-19 ในกลุ่มผู้ป่วยนอก แสดงให้เห็นว่า Evusheld ของแอสตร้าเซนเนก้า (เดิมชื่อ AZD7442 ส่วนผสมระหว่างแอนติบอดีออกฤทธิ์ยาวสองชนิด ได้แก่ tixagevimab และ cilgavimab) สามารถป้องกันการการเกิดโรคแบบรุนแรง หรือการเสียชีวิตจากทุกสาเหตุ ได้อย่างมีนัยสำคัญทางคลินิกและทางสถิติ เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ได้รับยาหลอก (Placebo) โดยการรักษาด้วย Evusheld ในระยะเริ่มต้นของโรคนั้น สามารถนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น1 ข้อมูลนี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร The Lancet Respiratory Medicine การทดลองแท็คเคิลดำเนินการศึกษาผู้ร่วมโครงการที่เป็นผู้ป่วยนอกโรคโควิด-19 ซึ่งมีอาการเล็กน้อยถึงปานกลางในระยะเวลาไม่เกิน 7 วัน นอกจากนั้น 90% ของผู้เข้าร่วมโครงการมีโรคประจำตัวและภาวะต่าง ๆ ที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อรุนแรงจากโรคโควิด-19 หรือเป็นผู้สูงอายุ1 ฮิวจ์ มอนต์โกโมรี ศาสตราจารย์ประจำภาควิชาเวชบำบัดผู้ป่วยหนัก มหาวิทยาลัยคอลเลจลอนดอน และหัวหน้าทีมวิจัยของโครงการแท็คเคิล  กล่าวว่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3201381">Evusheld สามารถป้องกันการดำเนินโรคของโควิด-19 หรือการเสียชีวิต  จากการทดลองระยะที่ 3 แท็คเคิล (TACKLE)</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[วัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้าและวัคซีน mRNA ล้วนมีประสิทธิผลเท่ากัน ในการป้องกันการเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลและการเสียชีวิตจากโรคโควิด-19]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3184437</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 28 Apr 2022 09:25:35 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3184437</guid>

					<description><![CDATA[<p>รายงานการวิเคราะห์ข้อมูลฉบับใหม่โดยผู้เชี่ยวชาญจากงานวิจัยที่มาจากกรณีศึกษากว่า 79 เรื่อง เผยว่า วัคซีนป้องกันโควิด-19 ที่ถูกใช้งานอย่างแพร่หลายทั่วโลก1 ต่างให้ประสิทธิผลที่เท่ากันในการการป้องกันการเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลและการเสียชีวิตจากโรคโควิด-19 หลังการให้วัคซีนสองเข็ม2 โดยรายงานฉบับดังกล่าวแสดงข้อมูลอย่างชัดเจนว่าทั้งวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้า ซึ่งเป็นวัคซีนชนิดไวรัล เวคเตอร์ (Viral Vector) และวัคซีนป้องกันโควิด-19 ชนิด mRNA ต่างให้ประสิทธิผลในการป้องกันการเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล (อยู่ที่ระหว่าง 91.3-92.5%) และการเสียชีวิต (อยู่ที่ระหว่าง 91.4 – 93.3%) ในระดับเดียวกัน โดยไม่มีความต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ซึ่งครอบคลุมผู้ป่วยในทุกช่วงอายุ2 แม้ว่าข้อมูลในขณะที่ทำรายงานการวิเคราะห์ฉบับนี้จะเป็นข้อมูลที่เกี่ยวกับสายพันธุ์เดลต้าและสายพันธุ์ก่อนหน้า แต่ข้อมูลจากการระบาดระลอกใหม่ได้บ่งชี้ให้เห็นถึงผลที่คล้ายคลึงกันเกี่ยวกับประสิทธิผลของวัคซีนต่อการป้องกันอาการรุนแรงจากโรคโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน3 ศาสตราจารย์กาย ทเวทส์ ผู้อำนวยการหน่วยวิจัยทางคลินิกของมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ดในเวียดนาม เปิดเผยว่า “วัคซีนป้องกันโควิด-19 มีความสำคัญต่อการช่วยชีวิตและช่วยให้ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สามารถกลับเข้าสู่สภาวะปกติได้ในปีที่ผ่านมา ซึ่งผลการวิเคราะห์ข้อมูลโดยผู้เชี่ยวชาญของเราแสดงให้เห็นว่าวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้า และวัคซีนชนิด mRNA ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันต่างให้ประสิทธิผลในการป้องกันโรคโควิด-19 ได้ในระดับสูง และเป็นข้อมูลที่สำคัญสำหรับภาครัฐและผู้กำหนดนโยบายในภูมิภาคนี้ เพื่อพิจารณานำวัคซีนป้องกันโควิด-19 ไปใช้กับประชาชนอย่างเหมาะสมที่สุดในช่วง 12 เดือนข้างหน้า” แพทย์หญิงสุเนตร ชื่นกิจมงคล รองผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ กล่าวว่า “เราควรพิจารณาหลายปัจจัยประกอบกัน ไม่ใช่เพียงแค่ระดับการตอบสนองของแอนติบอดีเบื้องต้น แต่ยังต้องดูประสิทธิผลของวัคซีนจากกรณีศึกษาจริง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3184437">วัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้าและวัคซีน mRNA ล้วนมีประสิทธิผลเท่ากัน ในการป้องกันการเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลและการเสียชีวิตจากโรคโควิด-19</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[Evusheld ยาแอนติบอดีออกฤทธิ์ยาวแบบผสมของแอสตร้าเซนเนก้าได้รับการอนุมัติให้นำมาใช้ในสหภาพยุโรป สำหรับการป้องกันก่อนการสัมผัสเชื้อไวรัสก่อโรคโควิด-19 กับประชากรในวงกว้าง]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3173558</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 28 Mar 2022 15:53:57 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3173558</guid>

					<description><![CDATA[<p>ยา Evusheld ของแอสตร้าเซนเนก้า ยาแอนติบอดีออกฤทธิ์ยาวแบบผสม (ส่วนผสมระหว่างแอนติบอดีสองชนิด ได้แก่ tixagevimab และ cilgavimab) ได้รับการขึ้นทะเบียนตำรับยาในสหภาพยุโรป เพื่อใช้สำหรับการป้องกันก่อนการสัมผัสเชื้อไวรัสก่อโรคโควิด-19 ในกลุ่มผู้ใหญ่และวัยรุ่นอายุมากกว่า 12 ปีขึ้นไป และมีน้ำหนักตัวมากกว่า 40 กิโลกรัม โดยสามารถอ่านประกาศฉบับเต็มได้ ที่นี่ การอนุมัติของคณะกรรมาธิการยุโรปได้อ้างอิงผลลัพธ์จากโครงการพัฒนาทางคลินิกของยา Evusheld รวมถึงการประเมินข้อมูลจากการศึกษา พรูฟเวนท์ (PROVENT) ระยะที่ 3 ในการป้องกันก่อนการสัมผัสเชื้อไวรัสก่อโรค ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการลดความเสี่ยงจากการเกิดโรคโควิด-19 แบบมีอาการได้ 77% จากการวิเคราะห์เบื้องต้น เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ได้รับยาหลอก (Placebo) และ 83% จากการวิเคราะห์มัธยฐานที่ระยะเวลา 6 เดือน1-3 การทดลองนี้แสดงให้เห็นถึงการป้องกันไวรัสที่ยาวนานอย่างน้อย 6 เดือน โดย Evusheld มีผลข้างเคียงที่ยอมรับได้ดี1-3 เจมส์ ทีก ประธาน บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ขณะที่ประเทศไทยอยู่ในระยะการปรับตัวจากการระบาดใหญ่ (Pandemic) ของโรคโควิด [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3173558">Evusheld ยาแอนติบอดีออกฤทธิ์ยาวแบบผสมของแอสตร้าเซนเนก้าได้รับการอนุมัติให้นำมาใช้ในสหภาพยุโรป สำหรับการป้องกันก่อนการสัมผัสเชื้อไวรัสก่อโรคโควิด-19 กับประชากรในวงกว้าง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
	</channel>
</rss>
