<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
>
<channel>
	<title>ThaiPR.NET</title>
	<atom:link href="https://www.thaipr.net/tag/%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thaipr.net/tag/เอเชียไทร์เวนเจอร์</link>
	<description>Press Release Distribution Center of Thailand</description>
	<lastBuildDate>Fri, 08 May 2026 17:32:31 +0700</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.1</generator>
	<item>
		<title><![CDATA[5 จุดสำคัญที่ต้องเช็ก! เมื่อรถมีเสียงหอนผิดปกติ แต่ไม่รู้มาจากไหน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/auto/3661408</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 05 Nov 2025 11:28:26 +0700</pubDate>
				<category>auto</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3661408</guid>

					<description><![CDATA[<p>เคยไหมที่กำลังขับรถเพลิน ๆ แล้วจู่ ๆ ก็ได้ยิน “เสียงหอน” หรือ “เสียงหวีด” ดังขึ้นมาแปลก ๆ เสียงผิดปกติเหล่านี้ไม่ใช่แค่เสียงรบกวน แต่เป็นสัญญาณเตือนสำคัญจากรถยนต์ว่ามีบางส่วนกำลังเสื่อมสภาพหรือเสียหายอยู่ หากปล่อยปละละเลยโดยไม่รีบตรวจสอบ อาจนำไปสู่ความเสียหายร้ายแรงได้ วันนี้เราจะพาไปดู 5 จุดสำคัญที่ควรตรวจสอบทันที เมื่อรถของคุณเริ่มส่งเสียงหอนกัน 5 สาเหตุหลักของ &#8216;เสียงหอน&#8217; ที่อันตรายซึ่งคนใช้รถต้องรีบตรวจสอบแก้ไข เสียงหอนในรถยนต์สามารถเกิดได้จากหลายส่วน แต่ส่วนใหญ่มักมีที่มาจากระบบที่เกี่ยวข้องกับการหมุนและการเสียดสี หากคุณสามารถระบุความแตกต่างของเสียงได้ จะช่วยให้การแก้ไขทำได้ตรงจุดและง่ายขึ้นมาก 1. ลูกปืนล้อแตก ลูกปืนล้อ (Wheel Bearing) ทำหน้าที่ลดแรงเสียดทานและเป็นจุดหมุนสำคัญระหว่างล้อและดุมล้อ หากมีการใช้งานหนักหรือได้รับแรงกระแทกอย่างรุนแรง (เช่น การตกหลุมบ่อยครั้ง) ตลับลูกปืนภายในอาจแตกหรือจาระบีเสื่อมสภาพ 2. ยางรถยนต์เสื่อมสภาพผิดปกติ ยางรถยนต์เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดเสียงหอนได้ โดยเฉพาะเมื่อใช้งานไปนาน ๆ ดอกยางจะสึกหรอไม่เท่ากัน หรือเกิดปัญหา &#8220;กินยาง&#8221; ซึ่งทำให้เกิดเสียงรบกวนดังเข้ามาในห้องโดยสาร 3. ชุดระบบเกียร์รถยนต์ เสียงหอนจากเกียร์ มักเป็นสัญญาณของปัญหาที่ค่อนข้างร้ายแรง เพราะเกี่ยวข้องกับระบบส่งกำลังทั้งหมด ซึ่งสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือการขาดหรือพร่องของน้ำมันเกียร์ 4. ลูกปืนและสายพานเครื่องยนต์ เสียงหอนจากห้องเครื่องยนต์ส่วนใหญ่มาจากอุปกรณ์เสริมที่ทำงานโดยใช้สายพานในการขับเคลื่อน เช่น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/auto/3661408">5 จุดสำคัญที่ต้องเช็ก! เมื่อรถมีเสียงหอนผิดปกติ แต่ไม่รู้มาจากไหน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[วิธีเลือกยางรถยนต์ให้เหมาะกับการใช้งานรถมากที่สุด]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/auto/3615059</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 30 Jun 2025 16:17:28 +0700</pubDate>
				<category>auto</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3615059</guid>

					<description><![CDATA[<p>ยางรถยนต์เป็นหนึ่งในชิ้นส่วนที่สำคัญที่สุดของรถ มีผลโดยตรงต่อความปลอดภัย การควบคุมรถ และแม้กระทั่งอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมัน การเลือกยางชุดใหม่จึงไม่ใช่แค่การหาซื้ออะไรมาแทนที่ของเดิม แต่เป็นการลงทุนที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบเพื่อให้ได้ยางที่เหมาะสมกับรถและการใช้งานของคุณที่สุด วันนี้เรามีแนวทางการเลือกยางรถยนต์ที่จะช่วยให้คุณได้ทั้งยางที่ใช่ในราคาที่คุ้มค่า ไม่ต้องจ่ายเงินเกินความจำเป็น ทำไมการเลือกยางรถยนต์ที่ &#8220;ใช่&#8221; ถึงสำคัญกว่าที่คิด การเลือกยางรถยนต์ที่เหมาะสมกับรถของคุณมีความสำคัญอย่างมาก เพราะยางคือจุดสัมผัสเดียวระหว่างรถและพื้นถนน การเลือกยางที่ถูกต้องช่วยให้ระบบเบรกทำงานได้อย่างเต็มกำลัง การเข้าโค้งมีความมั่นคง และการขับขี่โดยรวมมีความปลอดภัย ในทางกลับกัน หากเลือกยางผิดขนาดหรือผิดประเภท อาจส่งผลเสียต่อการควบคุมรถ ทำให้ยางสึกหรอเร็วกว่าปกติ และสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงโดยไม่จำเป็น 4 ปัจจัยหลักในการเลือกยางรถยนต์ให้คุ้มค่าและเหมาะสม เพื่อช่วยให้การตัดสินใจเลือกยางรถยนต์ของคุณเป็นเรื่องง่ายขึ้นและมั่นใจได้ว่าจะได้ของที่คุ้มค่าที่สุด ลองพิจารณาจาก 4 ปัจจัยหลักเหล่านี้ ซึ่งจะครอบคลุมตั้งแต่ข้อมูลพื้นฐานไปจนถึงลักษณะการใช้งานส่วนบุคคล 1. เลือกขนาดยางรถยนต์ให้ตรงตามมาตรฐานเดิมของรถ สิ่งแรกและสำคัญที่สุดคือการเลือกขนาดยางรถยนต์ให้ถูกต้องตามที่ผู้ผลิตรถยนต์กำหนดมา ซึ่งคุณสามารถดูข้อมูลนี้ได้ง่าย ๆ จากสติกเกอร์ที่ติดอยู่บริเวณขอบประตูฝั่งคนขับ หรือในคู่มือประจำรถ บนสติกเกอร์จะระบุรหัสตัวเลขและตัวอักษร เช่น 215/55R17 การเลือกใช้ยางขนาดเดิมจะช่วยให้มาตรวัดความเร็วทำงานได้แม่นยำ และระบบควบคุมต่าง ๆ ของรถทำงานได้อย่างสมบูรณ์ 2. พิจารณาจากลักษณะการขับขี่และเส้นทางที่ใช้ประจำ ยางรถยนต์มีหลายประเภทที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานที่แตกต่างกัน หากคุณขับขี่ในเมืองเป็นหลักและเน้นความนุ่มนวลในการเดินทาง &#8220;ยางนุ่มเงียบ&#8221; หรือ &#8220;ยางคอมฟอร์ต&#8221; ก็เป็นตัวเลือกที่ดี แต่หากคุณชื่นชอบการขับขี่ด้วยความเร็วสูงและต้องการการยึดเกาะถนนที่ดีเยี่ยม &#8220;ยางสปอร์ต&#8221; ก็จะตอบโจทย์ได้ดีกว่า หรือถ้าคุณต้องเดินทางในเส้นทางที่ขรุขระบ่อยครั้ง &#8220;ยางสำหรับรถ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/auto/3615059">วิธีเลือกยางรถยนต์ให้เหมาะกับการใช้งานรถมากที่สุด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[พาทำความรู้จัก ระบบ TPMS ในการเช็กแรงดันลมยาง]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/auto/3606705</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 06 Jun 2025 15:33:38 +0700</pubDate>
				<category>auto</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3606705</guid>

					<description><![CDATA[<p>เทคโนโลยีรถยนต์มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มทั้งความสะดวกสบาย และเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ หนึ่งในระบบที่เริ่มมีบทบาทสำคัญ และถูกติดตั้งมาในรถยนต์รุ่นใหม่ ๆ มากขึ้นก็คือ ระบบ TPMS (Tire Pressure Monitoring System) หรือระบบตรวจวัดแรงดันลมยาง วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับระบบ TPMS กันว่าคืออะไร ทำงานอย่างไร และมีประโยชน์ต่อผู้ใช้รถอย่างไรบ้าง ระบบ TPMS (Tire Pressure Monitoring System) คืออะไร TPMS หรือ ระบบตรวจวัดแรงดันลมยาง คือ ระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อตรวจสอบแรงดันลมภายในยางรถยนต์แบบเรียลไทม์ และแจ้งเตือนผู้ขับขี่หากตรวจพบว่าแรงดันลมยางเส้นใดเส้นหนึ่งต่ำหรือสูงกว่าค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ ช่วยให้ผู้ขับขี่ทราบถึงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นกับยางได้อย่างรวดเร็ว หน้าที่หลักของระบบ TPMS ประเภทของระบบ TPMS ทำไมรถยนต์รุ่นใหม่ ๆ จึงนิยมติดตั้งระบบ TPMS มาให้ การติดตั้งระบบ TPMS ในรถยนต์รุ่นใหม่ ๆ ไม่ได้เป็นเพียงแค่ฟังก์ชันเสริม แต่กลายเป็นมาตรฐานที่สำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยเหตุผล ดังนี้ 1. เพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ นี่คือประโยชน์หลักของ TPMS การที่ลมยางอ่อนเกินไปจะส่งผลเสียต่อการควบคุมรถ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/auto/3606705">พาทำความรู้จัก ระบบ TPMS ในการเช็กแรงดันลมยาง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[รวมสาเหตุที่ทำให้ยางรถยนต์หมดสภาพไว พร้อมวิธีสังเกต]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/auto/3575404</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 03 Mar 2025 15:10:45 +0700</pubDate>
				<category>auto</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3575404</guid>

					<description><![CDATA[<p>ความปลอดภัยในการขับขี่เริ่มต้นด้วยยางรถยนต์ที่ดี เพราะยางเป็นจุดสัมผัสเดียวระหว่างรถกับถนน การดูแลและเอาใจใส่สภาพยางจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ขับขี่ไม่ควรละเลย โดยเฉพาะการสังเกตอาการผิดปกติที่อาจทำให้ยางรถยนต์เสื่อมสภาพเร็วกว่าที่ควร ซึ่งนอกจากจะสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายแล้ว ยังอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินได้ วันนี้เราจะพามาดูถึงต้นตอของสาเหตุไปพร้อม ๆ กัน ยางรถยนต์หมดสภาพไวผิดปกติ เกิดจากสาเหตุอะไร หากคุณสังเกตว่ายางรถยนต์ของคุณเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ อาจเกิดจากพฤติกรรมการใช้งานหรือปัจจัยแวดล้อมอื่น ๆ  ซึ่งส่วนใหญ่สามารถป้องกันได้หากรู้สาเหตุ และวิธีการดูแลที่ถูกต้อง แต่เราจะพามาดูกันว่าสาเหตุมีอะไรบ้าง เติมลมยางไม่เหมาะสม การเติมลมยางที่มากหรือน้อยเกินไปส่งผลโดยตรงต่ออายุการใช้งานของยางรถยนต์ หากลมยางอ่อนเกินไป จะทำให้ยางบิดตัวมากขณะขับขี่ เกิดความร้อนสะสม และสึกหรอไม่สม่ำเสมอ ในทางกลับกัน หากเติมลมยางแข็งเกินไป จะทำให้พื้นผิวสัมผัสถนนน้อยลง ส่งผลให้ยางสึกตรงกลางเร็วกว่าปกติ ออกตัวแบบคิกดาวน์เป็นประจำ พฤติกรรมการขับขี่แบบเร่งเครื่องแรง และออกตัวกะทันหัน หรือที่เรียกว่า &#8216;คิกดาวน์&#8217; ทำให้ยางรถยนต์ต้องรับแรงเสียดทานสูง เกิดความร้อนสะสม และสึกหรอเร็วกว่าปกติ โดยเฉพาะบริเวณดอกยางด้านหน้าที่รับแรงมากที่สุด ขับขี่ในสภาพถนนที่ไม่ดี การขับขี่บนถนนที่ขรุขระ มีหลุมบ่อ หรือมีเศษวัสดุแหลมคม ทำให้ยางรถยนต์ได้รับความเสียหายและเสื่อมสภาพเร็วขึ้น นอกจากนี้ การขับขี่ผ่านน้ำท่วมขังหรือสารเคมีบนถนนบ่อยครั้ง ยังทำให้ยางเสื่อมคุณภาพเร็วขึ้นด้วยเช่นกัน จอดรถตากแดดเป็นเวลานานทุกวัน แสงแดดและความร้อนเป็นศัตรูสำคัญของยางรถยนต์ การจอดรถกลางแจ้งเป็นเวลานาน ทำให้ยางได้รับรังสี UV และความร้อนสะสม ส่งผลให้ยางแข็งตัว แตกลายงา และเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ จะรู้ได้อย่างไรว่ายางรถยนต์เริ่มหมดสภาพแล้ว การสังเกตสัญญาณเตือนของยางรถยนต์ที่เสื่อมสภาพสามารถทำได้หลายวิธี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/auto/3575404">รวมสาเหตุที่ทำให้ยางรถยนต์หมดสภาพไว พร้อมวิธีสังเกต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ยางขอบ 17 ยี่ห้อไหนดีที่ขับขี่สนุก และยังคงนุ่มสบาย]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/auto/3540748</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 05 Nov 2024 15:27:55 +0700</pubDate>
				<category>auto</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3540748</guid>

					<description><![CDATA[<p>ยางรถยนต์ขอบ 17 เป็นหนึ่งในขนาดที่ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยเฉพาะในรถสมรรถนะสูง ที่ต้องการหน้ายางที่กว้างในการยึดเกาะถนน และความนุ่มเงียบในการใช้งาน อีกทั้งยังเป็นขนาดที่ลงตัวในการแต่งรถ จึงเป็นสาเหตุที่ว่า ทำไมถึงต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างมากในการเลือกใช้งาน และในวันนี้เรามีวิธีดีๆ ในการเลือกยางขอบ 17 มาฝากคนใช้รถกัน&#160; วิธีเลือกยางขอบ 17 ให้ตอบโจทย์การใช้งาน การเลือกยางขอบ 17 ที่เหมาะสมไม่ใช่เรื่องยาก แต่ต้องคำนึงถึงปัจจัยหลายอย่าง เพื่อให้ได้ยางที่ตอบโจทย์การใช้งานของคุณมากที่สุด ต่อไปนี้คือสิ่งที่ควรพิจารณาเมื่อเลือกยางขอบ 17 2 ซีรีส์ยางขอบ 17 จาก NEXEN ที่ขับสนุก และนุ่มสบายในการใช้งาน NEXEN เป็นแบรนด์ยางรถยนต์ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มยางขอบ 17 ด้วยเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัยและการออกแบบที่ตอบโจทย์ผู้ใช้ มาดูกัน 2 รุ่นเด่นจาก NEXEN ที่ให้ทั้งความสนุกในการขับขี่และความนุ่มสบาย 1. NEXEN N’FERA SU1 NEXEN N&#8217;FERA SU1 เป็นยางขอบ 17 ที่ออกแบบมาเพื่อรถยนต์สมรรถนะสูง มอบประสบการณ์การขับขี่แบบสปอร์ตที่เหนือชั้น ด้วยคุณสมบัติเด่น ดังนี้ 2. NEXEN [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/auto/3540748">ยางขอบ 17 ยี่ห้อไหนดีที่ขับขี่สนุก และยังคงนุ่มสบาย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ยางประเภท AT, HT, และ MT คืออะไร เหมาะกับการใช้งานแบบไหน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/auto/3515591</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 29 Aug 2024 15:34:00 +0700</pubDate>
				<category>auto</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3515591</guid>

					<description><![CDATA[<p>ยางรถยนต์มีกี่ประเภท หนึ่งในคำถามที่หลายคนอาจสงสัย แต่ไม่ค่อยได้ยินคนมาอธิบายกันบ่อยนัก เพราะส่วนมากจะพูดถึงกันแต่เรื่องซีรีส์ยาง และขนาดในการใช้งานเป็นหลัก เดี๋ยววันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับยางรถยนต์ 3 ประเภทหลัก ได้แก่ AT, HT, และ MT ว่ามีความแตกต่าง และเหมาะกับการใช้งานอย่างไรบ้าง ยาง AT, HT, และ MT คืออะไร ต่างกันอย่างไรบ้าง ยางทั้ง 3 ประเภทนี้ถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองการใช้งานที่แตกต่างกัน ดังนี้ ยาง AT (All Terrain) ยาง AT หรือ All Terrain เป็นยางอเนกประสงค์ที่ออกแบบมาให้ใช้งานได้หลากหลาย ทั้งบนถนนและออฟโรด ดอกยางมีขนาดใหญ่กว่า HT แต่เล็กกว่า MT มีร่องดอกยางที่ลึก และกว้างพอสมควร ทำให้สามารถใช้งานบนถนนทั่วไปได้ดี และยังลุยทางขรุขระได้บ้าง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการใช้รถทั้งในเมือง และต่างจังหวัดเป็นครั้งคราว ยาง HT (Highway Terrain) ยาง HT หรือ Highway Terrain [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/auto/3515591">ยางประเภท AT, HT, และ MT คืออะไร เหมาะกับการใช้งานแบบไหน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[แจกวิธีเติมลมยางรถเก๋งให้ขับแล้วนุ่มสบายจาก Pirelli]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/auto/3515586</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 29 Aug 2024 15:27:33 +0700</pubDate>
				<category>auto</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3515586</guid>

					<description><![CDATA[<p>การเติมลมยางรถเก๋งให้เหมาะสม เป็นเรื่องสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อความนุ่มนวลในการขับขี่ และความปลอดภัยบนท้องถนน วันนี้เรามีเทคนิคดี ๆ จาก Pirelli มาแนะนำวิธีเติมลมยางรถเก๋งให้ขับสบาย ไม่กระด้าง พร้อมทั้งข้อควรรู้ต่าง ๆ เกี่ยวกับการดูแลลมยางรถยนต์ให้กับคนใช้รถทุกคน&#160; วิธีเช็กค่าลมยางที่เหมาะสมในรถแต่ละคัน สิ่งที่คนใช้รถต้องรู้ก่อนเติมลมยางรถเก๋งก็คือ ค่ามาตรฐานลมยางของรถรุ่นที่เราใช้อยู่ เพราะขนาดล้อ ซีรีส์ยาง และแก้มยางล้วนมีผลต่อการขับขี่ทั้งสิ้น ซึ่งสามารถเช็กได้จากคู่มือรถยนต์ หรือสติกเกอร์ที่ติดอยู่บริเวณเสาประตูด้านคนขับ โดยทั่วไปรถเก๋งจะอยู่ที่ประมาณ 30-35 PSI แต่อาจแตกต่างกันไปในแต่ละรุ่น จึงควรยึดตามค่าที่ผู้ผลิตแนะนำมาเป็นหลัก&#160; แจกวิธีเติมลมยางรถเก๋งให้ขับสบายจาก Pirelli Pirelli แนะนำวิธีเติมลมยางรถเก๋งให้ขับนุ่มสบายไว้ดังนี้ นอกจากนี้ค่าที่เหมาะสมในการเติมลมยางรถเก๋งขนาดต่าง ๆ จะมีดังนี้ ควรเติมลมยางบ่อยแค่ไหน สำหรับผู้ที่ใช้รถเป็นประจำ ควรเติมลมยางอย่างน้อยเดือนละ 1-2 ครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าลมยางอยู่ในระดับที่เหมาะสมเสมอ แต่สำหรับผู้ที่ใช้รถน้อย อาจเช็กเดือนละครั้งก็เพียงพอ แต่ไม่ควรทิ้งช่วงนานเกินไป เพราะลมยางจะค่อย ๆ รั่วซึมออกไป โดยเฉพาะลมยางธรรมดาที่ไม่ใช่ไนโตรเจน&#160; หากเติมลมยางแข็งหรืออ่อนไป จะส่งผลอะไรบ้าง  อีกหนึ่งสิ่งที่คนใช้รถน่าจะสงสัยกันไม่น้อยก็คือ หากเติมลมยางรถเก๋งอ่อนเกินไป หรือแข็งเกินไป จะส่งผลเสียในการขับขี่หรือไม่ ต้องบอกว่ามีผลอย่างแน่นอน ซึ่งทั้งสองกรณีนี้จะมีความแตกต่างกัน ดังนี้&#160; กรณีลมยางแข็ง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/auto/3515586">แจกวิธีเติมลมยางรถเก๋งให้ขับแล้วนุ่มสบายจาก Pirelli</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เมื่อรถยางแตก ควรรับมืออย่างไรให้ปลอดภัยในขณะขับ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/auto/3505380</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 07 Aug 2024 11:08:07 +0700</pubDate>
				<category>auto</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3505380</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปัญหารถยางแตกขณะขับขี่ หนึ่งในอุบัติเหตุร้ายที่ไม่มีใครอยากให้เกิด แต่สำหรับคนใช้รถอย่างเรา ๆ เคยลองคิดกันเล่น ๆ ไหมว่า ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นมาจริง จะต้องรับมืออย่างไรในขณะขับ โดยเฉพาะการควบคุมรถอย่างปลอดภัย เดี๋ยววันนี้เราจะมาบอกวิธีรับมือกับปัญหานี้ให้ทุกคนเอง&#160; ปัญหารถยางแตก เกิดจากอะไร ก่อนจะไปทำความเข้าใจถึงวิธีรับมือ เราจะพามาดูสาเหตุของปัญหารถยางแตกกันก่อน ซึ่งส่วนมากมักจะหนีไม่พ้นสาเหตุเหล่านี้ทั้งนั้น ได้แก่&#160; วิธีรับมือขณะขับขี่เมื่อเกิดเหตุรถยางแตก เมื่อรถเกิดยางแตกขึ้นในขณะขับ สิ่งแรกเลยที่ต้องทำ ก็คือ ตั้งสติให้ดี และหลังจากนั้นให้ทำตามขั้นตอนเหล่านี้เพื่อความปลอดภัย&#160;&#160; 1. จับพวงมาลัยให้มั่นคง เมื่อรถยางแตก อาการแรงที่จะรับรู้ได้เลย ก็คือ พวงมาลัยสั่นจากแรงสะเทือนบริเวณล้อ จึงต้องจับพวงมาลัยให้แน่นด้วยมือทั้งสองข้าง และพยายามควบคุมทิศทางของรถให้ตรง โดยไม่หักพวงมาลัยกะทันหัน เพราะอาจทำให้รถเสียหลักได้ แต่ถ้ามีสิ่งกีดขวางด้านหน้า ก็ให้พยายามหักเลี้ยวเพียงเล็กน้อยเท่าที่จะทำได้เท่านั้น&#160; 2. ชะลอความเร็วรถโดยไม่แตะเบรก หลังจากควบคุมพวงมาลัยได้แล้ว ให้ค่อย ๆ ผ่อนคันเร่งลง แต่อย่าเหยียบเบรกแรง ๆ เด็ดขาด เพราะจะทำให้รถเสียการทรงตัวกว่าเดิม จึงควรปล่อยให้รถชะลอความเร็วลงจากแรงเฉื่อย และหากจำเป็นต้องเบรก ให้แตะเบรกเบา ๆ เป็นจังหวะ ไม่ใช่เหยียบค้างไว้ 3. ประคองรถเข้าข้างทางพร้อมเปิดไฟฉุกเฉิน เมื่อความเร็วลดลงแล้ว ให้ค่อย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/auto/3505380">เมื่อรถยางแตก ควรรับมืออย่างไรให้ปลอดภัยในขณะขับ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[แนะนำยางรถขอบ 16 จาก NEXEN ตัวจริงด้านความคุ้มค่า]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/auto/3505372</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 07 Aug 2024 11:06:19 +0700</pubDate>
				<category>auto</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3505372</guid>

					<description><![CDATA[<p>หากจะเอ่ยถึงยางขอบ 16 อาจจะต้องบอกว่า เป็นขนาดที่หารุ่นยางรองรับได้น้อย เมื่อเทียบกับขอบ 15 หรือ 17 นิ้วขึ้นไป และด้วยความก้ำกึ่งนี้ จึงทำให้หลายคนไม่สามารถตามหายางที่ถูกใช้ในการใช้งานได้ แต่วันนี้เรามี 3 รุ่นยางขอบ 16 จาก NEXEN พร้อมเหตุผลที่น่าใช้งานมาฝากกัน&#160; ยางรถยนต์ขอบ 16 จาก NEXEN ทำไมถึงน่าใช้ พร้อม 3 รุ่นแนะนำ NEXEN เป็นแบรนด์ยางรถยนต์จากเกาหลีใต้ ที่มีประสบการณ์มากกว่า 80 ปี โดดเด่นด้วยการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีที่ทันสมัย และราคาที่สมเหตุสมผล ยางรถยนต์ขอบ 16 จาก NEXEN จึงเหมาะสำหรับรถยนต์ทุกประเภท ตั้งแต่อีโคคาร์ไปจนถึงรถอเนกประสงค์ และวันนี้เราก็มีมาแนะนำกันถึง 3 รุ่นด้วยกัน ได้แก่&#160; 1. NEXEN N’FERA SU1 N&#8217;FERA SU1 เป็นยางสมรรถนะสูงที่ออกแบบมาสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการขับขี่แบบสปอร์ต โดยมีจุดเด่น คือ 2. NEXEN N’BLUE [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/auto/3505372">แนะนำยางรถขอบ 16 จาก NEXEN ตัวจริงด้านความคุ้มค่า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
	</channel>
</rss>
