<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
>
<channel>
	<title>ThaiPR.NET</title>
	<atom:link href="https://www.thaipr.net/tag/%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b9%87%e0%b8%97%e0%b9%84%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%a2-%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%a2-%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%aa/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thaipr.net/tag/เก็็ทไอเดีย-มีเดีย-พลัส</link>
	<description>Press Release Distribution Center of Thailand</description>
	<lastBuildDate>Fri, 10 Apr 2026 17:30:46 +0700</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.1</generator>
	<item>
		<title><![CDATA[อุทยานวิทย์ มช. จับมือ สถาบันอาหาร (NFI) ลงนาม MOU ขับเคลื่อนนวัตกรรมอาหาร ยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่สากล]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3705462</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 24 Mar 2026 10:54:32 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3705462</guid>

					<description><![CDATA[<p>อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (STeP) นำโดย รศ.ดร.ปิติวัฒน์ วัฒนชัย ผู้อำนวยการฯ ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับสถาบันอาหาร (NFI) โดยมี คุณไปยดา หาญชัยสุขสกุล ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร ร่วมลงนาม พร้อมด้วยคณะผู้บริหารจากทั้งสองหน่วยงานร่วมเป็นสักขีพยาน ณ Conference Hall อาคารอำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อผนึกกำลังขับเคลื่อนการพัฒนาองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรมด้านอาหารอย่างเป็นระบบ ในวันวันศุกร์ที่ 13 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา ณ Conference Hall (D206) อาคารอำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคเหนือ (จังหวัดเชียงใหม่) ความร่วมมือในครั้งนี้สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ร่วมกันของทั้งสองหน่วยงานในการยกระดับอุตสาหกรรมอาหารของประเทศ ผ่านการบูรณาการองค์ความรู้ เทคโนโลยี และงานวิจัยสู่การใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรม โดยมุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การทดสอบและวิเคราะห์ การปรับปรุงกระบวนการผลิต ตลอดจนการเพิ่มมูลค่าสินค้าอาหารด้วยนวัตกรรม พร้อมผลักดันผลงานวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์อย่างยั่งยืน อันจะช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในเวทีระดับสากล ขณะเดียวกัน ทั้งสองหน่วยงานยังมุ่งสนับสนุนและพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่ม Startup และ SME ผ่านกลไกการบ่มเพาะธุรกิจ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3705462">อุทยานวิทย์ มช. จับมือ สถาบันอาหาร (NFI) ลงนาม MOU ขับเคลื่อนนวัตกรรมอาหาร ยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่สากล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[BeNeat จับมือ Airbnb ลงนามความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ ยกระดับมาตรฐานบริการ สร้างอาชีพคุณภาพผ่านนวัตกรรมดิจิทัล]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3697105</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 25 Feb 2026 13:48:48 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3697105</guid>

					<description><![CDATA[<p>BeNeat สตาร์ทอัพไทยด้านเทคโนโลยีบริการทำความสะอาดและบริหารจัดการที่พัก จับมือ แพลตฟอร์มการท่องเที่ยวระดับโลกอย่าง Airbnb ลงนามบันทึกความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ โดยมีหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ และ อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (STeP) ร่วมเป็นภาคีสนับสนุนหลัก ตอกย้ำศักยภาพของมหาวิทยาลัยในการสร้างผู้ประกอบการนวัตกรรมที่สามารถแข่งขันและตอบโจทย์ตลาดโลกได้อย่างเป็นรูปธรรม ณ อาคารอำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ ความร่วมมือในครั้งนี้ช่วยให้โฮสต์ Airbnb ในประเทศไทยสามารถจัดบริการทำความสะอาดคุณภาพสูงจาก BeNeat สำหรับที่พักของตนได้อย่างไร้รอยต่อ ซึ่งจะช่วยยกระดับทั้งประสบการณ์ของโฮสต์และมาตรฐานการบริการสำหรับผู้เข้าพัก โดย BeNeat ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านการปฏิบัติงานที่เชื่อมต่อกับแพลตฟอร์ม Airbnb ผ่านระบบ API ช่วยลดภาระการบริหารจัดการหลังบ้านของโฮสต์ ทั้งนี้ โฮสต์ Airbnb ที่ใช้ BeNeat จะได้รับประโยชน์จากฟีเจอร์ต่างๆ รวมถึงการเชื่อมโยงปฏิทินการจองแบบอัตโนมัติ ซึ่งช่วยให้สามารถจัดตารางการทำความสะอาดได้โดยอัตโนมัติตามวันเช็คอินและเช็คเอาท์ของผู้เข้าพัก และการติดตามสถานะการทำความสะอาดแบบเรียลไทม์ที่ส่งตรงไปยังแดชบอร์ดของโฮสต์ Airbnb ซึ่งจะช่วยให้การบริหารจัดการที่พักสำหรับโฮสต์ง่ายขึ้น และทำให้การดำเนินงานด้านการทำความสะอาดเป็นระบบและเชื่อถือได้มากยิ่งขึ้น ผศ.ดร.ธัญญานุภาพ อานันทนะ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ความสำเร็จของ BeNeat ในวันนี้ เป็นภาพสะท้อนชัดเจนของบทบาทของภาคการศึกษาและอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ในการทำหน้าที่เป็น “สะพานเชื่อมการเติบโต” ระหว่างองค์ความรู้สู่ภาคธุรกิจจริง โดย มช. [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3697105">BeNeat จับมือ Airbnb ลงนามความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ ยกระดับมาตรฐานบริการ สร้างอาชีพคุณภาพผ่านนวัตกรรมดิจิทัล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[STeP ขับเคลื่อนภารกิจพัฒนาผู้ประกอบการนวัตกรรมรุ่นเยาว์ เปิดเวที UBI-Alpha: Business Contest 2026 ระดับภูมิภาค ภาคเหนือ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3689507</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 03 Feb 2026 08:32:34 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3689507</guid>

					<description><![CDATA[<p>อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (STeP) เดินหน้าขับเคลื่อนภารกิจในการพัฒนาระบบนิเวศนวัตกรรมและผู้ประกอบการฐานองค์ความรู้ โดยร่วมเป็นแกนกลางจัดกิจกรรม UBI-Alpha : Business Contest 2026 ระดับภูมิภาค ภาคเหนือ เวทีสำคัญในการเสริมสร้างศักยภาพผู้ประกอบการรุ่นใหม่จากสถาบันอุดมศึกษา เพื่อผลักดันผลงานวิจัยและนวัตกรรมสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์อย่างเป็นรูปธรรม เมื่อวันศุกร์ที่ 23 มกราคม 2569 ที่ผ่านมานั้น ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เกษมศักดิ์ อุทัยชนะ รองผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (STeP) และในฐานะประธานเครือข่ายหน่วยบ่มเพาะวิสาหกิจในสถาบันอุดมศึกษา (C-UBI) ภาคเหนือตอนบน ให้เกียรติกล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมกิจกรรม พร้อมด้วย รศ.ดร.ประมา ศาสตระรุจิ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและประสาน เพื่อประโยชน์ทางวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ได้ให้เกียรติกล่าวเปิดกิจกรรม พร้อมด้วย ผู้บริหารมหาวิทยาลัย ผู้บริหารและบุคลากรของเครือข่ายหน่วยบ่มเพาะ UBI คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คณาจารย์ นิสิตนักศึกษา ร่วมกิจกรรม ณ Rice Grain Auditorium อาคารอำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคเหนือ (จ.เชียงใหม่) เป็นจำนวนมาก กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นโดย สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3689507">STeP ขับเคลื่อนภารกิจพัฒนาผู้ประกอบการนวัตกรรมรุ่นเยาว์ เปิดเวที UBI-Alpha: Business Contest 2026 ระดับภูมิภาค ภาคเหนือ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[“บิ๊กป้อม” ชื่นชมประชาชนช่วยกันผ่านร่างกฎหมาย 11 ฉบับ เพื่อรักษาทะเลและชายฝั่งเผยไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพเปิดทศวรรษแห่งมหาสมุทร]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3102982</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 27 Sep 2021 15:09:11 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3102982</guid>

					<description><![CDATA[<p>กระแสด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งในปัจจุบัน ถูกเพ่งเล็งจากสังคมและภาคส่วนต่าง ๆ กิจกรรมและการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติที่จะส่งผลกระทบต่อทรัพยากรทางทะเลได้ถูกหยิบยกขึ้นเป็นประเด็นร้อนอยู่บ่อยครั้ง คณะกรรมการนโยบายและแผนการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแห่งชาติ โดยมีพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐนตรี ในฐานะประธานกรรมการ ได้จัดประชุมคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 2/2564 ในวันที่ 27 กันยายน 2564 ที่ห้อง301 ทำเนียบรัฐบาลโดยมีมติสำคัญในการผลักดันมาตรการทางกฎหมายจำนวน 11 ฉบับ พร้อมย้ำประชาชนคือพลังขับเคลื่อนในการร่างกฎหมายทุกฉบับ เผยประเทศไทยเตรียมเป็นผู้นำระดับภูมิภาคในการขับเคลื่อนการบริหารจัดการและการใช้ประโยชน์มหาสมุทรที่ยั่งยืน ในปี 2564 นี้ ภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายและแผนการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแห่งชาติ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการ เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการฯ วันนี้ (27 กันยายน 2564) มีหลายเรื่องที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบเนื่องจากอาจส่งผลกระทบในภาพกว้าง อีกทั้ง ยังสะท้อนภาพลักษณ์ของประเทศสู่สายตานานาชาติ ซึ่งต้องรับฟังความเห็นจากทุกฝ่าย รวมถึงประโยชน์ที่จะเกิดกับพี่น้องประชาชนและตัวทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ซึ่งตนต้องขอขอบคุณคณะกรรมการทุกท่าน ที่ช่วยกันพิจารณาและกลั่นกรองทุกเรื่องอย่างละเอียดรอบคอบ โดยในการประชุมครั้งนี้นับว่าเป็นความสำเร็จอีกขั้น ที่รัฐบาลโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกับภาคเอกชนและประชาชนที่ช่วยกันคิดและกลั่นกรองร่างกฎหมายลำดับรองกว่า 11 ฉบับ ที่จะช่วยอนุรักษ์และป้องกันทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รวมถึง ป้องกันแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งในพื้นที่สำคัญของประเทศ เช่น การประกาศพื้นที่คุ้มครองทางทะเลและชายฝั่ง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3102982">“บิ๊กป้อม” ชื่นชมประชาชนช่วยกันผ่านร่างกฎหมาย 11 ฉบับ เพื่อรักษาทะเลและชายฝั่งเผยไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพเปิดทศวรรษแห่งมหาสมุทร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[“จุรินทร์ “หารือทูตอินโดนีเซีย ดันส่งออก ข้าว-ลำไย พร้อมชวนซื้อสินค้าไทยกว่า 1,863 รายการ ผ่านช่องทางออนไลน์]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3102967</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 27 Sep 2021 14:50:40 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3102967</guid>

					<description><![CDATA[<p>“จุรินทร์ “หารือทูตอินโดนีเซีย ดันส่งออก ข้าว-ลำไย พร้อมชวนซื้อสินค้าไทยกว่า 1,863 รายการ ผ่านช่องทางออนไลน์‘จุรินทร์’ หารือทูตอินโดนีเซีย ดันส่งออก ข้าว ลำไย พร้อมชวนชาวอินโดนีเซียซื้อสินค้าศักยภาพของไทยกว่า 1,860 รายการ บนแพลตฟอร์ม Blibli.com ของอินโดนีเซีย รวมถึงให้ช่วยอำนวยความสะดวกการนำเข้าข้าว ผลไม้สด และเครื่องปรับอากาศจากไทยด้วย เผย ไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพประชุม JTC ไทย-อินโดนีเซียครั้งแรกในประวัติศาสตร์ หารือแนวทางคลี่คลายปัญหาการค้า การลงทุน ปลายปีนี้ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังร่วมหารือนายรัคมัต บูดีมัน (H.E. Mr. Rachmat Budiman) เอกอัครราชทูตแห่งสาธารณรัฐอินโดนีเซียประจำประเทศไทย ที่เข้าเยี่ยมคารวะในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2564 ณ กระทรวงพาณิชย์ อินโดนีเซียหารือกับไทยใน 2 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ ประเด็นที่ 1 อินโดนิเซียต้องการให้ไทยนำเข้ากุ้งสดเพิ่มขึ้น แต่ยังติดปัญหาบางประการ ซึ่งไทยรับปากจะหารือกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงผู้ประกอบการต่อไป [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3102967">“จุรินทร์ “หารือทูตอินโดนีเซีย ดันส่งออก ข้าว-ลำไย พร้อมชวนซื้อสินค้าไทยกว่า 1,863 รายการ ผ่านช่องทางออนไลน์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[“ประวิตร” เร่ง คนช. เคาะกฎหมายป่าชุมชน 3 ฉบับ สร้างรายได้ประชาชน สู้วิกฤตโควิด-19 เตรียมเสนอ “วันป่าชุมชนแห่งชาติ”]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3102373</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 Sep 2021 16:58:42 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3102373</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2564 ที่ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล &#8211; พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการนโยบายป่าชุมชน เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายป่าชุมชน (คนช.) ครั้งที่ 1/2564 ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ไปยังห้องประชุมสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้และศูนย์ป่าไม้ในพื้นที่ โดยมีนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกรรมการจากหน่วยงานภาครัฐ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากภาคประชาชนและองค์กรภาคประชาสังคมเข้าร่วมประชุม เพื่อร่วมกันพิจารณาออกกฎหมายอนุบัญญัติป่าชุมชน และพิจารณาให้ความเห็นชอบการกำหนดวันป่าชุมชนแห่งชาติ เพื่อให้การดำเนินการด้านป่าชุมชนสามารถขับเคลื่อนต่อไปได้ รวมถึงชุมชนสามารถบริหารจัดการป่าชุมชนได้ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ พลเอกประวิตร กล่าวว่า ที่ประชุมได้พิจารณาและเห็นชอบกำหนดให้ วันที่ 24 พฤษภาคม ของทุกปี เป็นวันป่าชุมชนแห่งชาติ เพื่อเป็นการน้อมรำลึกและสืบสานพระราชปณิธานของสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่ทรงพระราชทานแนวทางการอนุรักษ์ทรัพยากรป่า ดิน น้ำ เพื่อรักษาความสมดุลของระบบนิเวศ ให้ “คน” กับ “ธรรมชาติ” อยู่ร่วมกันอย่างพึ่งพาอาศัยและเอื้อประโยชน์ต่อกันได้อย่างยั่งยืน อีกทั้งเพื่อรวมพลังประชาชนชาวไทยจากทุกภาคส่วนในการร่วมดูแลรักษาป่าซึ่งเป็นทรัพยากรธรรมชาติ ที่มีค่ายิ่ง ให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ และคงอยู่เป็นมรดกทางธรรมชาติของประเทศ และของมนุษยชาติสืบไป นายอดิศร [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3102373">“ประวิตร” เร่ง คนช. เคาะกฎหมายป่าชุมชน 3 ฉบับ สร้างรายได้ประชาชน สู้วิกฤตโควิด-19 เตรียมเสนอ “วันป่าชุมชนแห่งชาติ”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สคช. ติดปีกอาชีวะสร้างชาติ จัด MOU สถาบันการอาชีวศึกษา 19 แห่งทั่วประเทศ ร่วมพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษาสู่ความเป็นมืออาชีพ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/education/3098973</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 15 Sep 2021 16:24:37 +0700</pubDate>
				<category>education</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/education/3098973</guid>

					<description><![CDATA[<p>สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) หรือ สคช. จับมือสถาบันการชีวศึกษา 19 แห่งทั่วประเทศ จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “การยกระดับมาตรฐานบุคลากรด้านการอาชีวศึกษาสู่ความเป็นมืออาชีพ” ผ่านระบบคอนเฟอเรนซ์ มีนายนคร ศิลปอาชา ประธานกรรมการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ รักษาการผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ พร้อมด้วยนายสุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เป็นประธานในพิธี ท่ามกลางสักขีพยานจากสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ นำโดยนางสาววรชนาธิป จันทนู และนางสาวจุลลดา มีจุล รองผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ และผู้บริหารจากสถาบันการอาชีวศึกษาทั้ง 19 แห่ง นายนคร กล่าวว่าเป็นความร่วมมือครั้งแรกผ่านระบบออนไลน์ที่มีผู้เข้าร่วมลงนามมากถึง 19 แห่งจากทั่วประเทศ ซึ่งเป็นการประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันในการขับเคลื่อน พัฒนาบุคลากรด้านอาชีวศึกษา ซึ่งถือเป็นขุมกำลังสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจประเทศ และยังเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพพร้อมที่จะบูรณาการการทำงานร่วมกันติดปีกให้การรับรองกำลังคนอาชีวศึกษาเพื่อให้มีการพัฒนาทักษะ ศักยภาพการทำงานได้ตอบโจทย์ผู้ประกอบการ และตรงตามมาตรฐานที่สากลให้การยอมรับ ด้านนายสุเทพ กล่าวย้ำเจตนารมณ์ความร่วมมือครั้งนี้ว่า เมื่อรวมการทำความร่วมมือกับ สคช. ที่เกิดขึ้นไปแล้วก่อนหน้า เท่ากับว่าอาชีวศึกษาทั้ง 23 แห่งทั่วประเทศ ได้มีความร่วมมือกับ สคช. ครบทุกแห่งทั่วประเทศแล้ว นับเป็นจุดเริ่มต้นในการเติมเต็มและพัฒนาศักยภาพบุคลากรอาชีวศึกษา ที่ไม่เพียงสามารถนำมาตรฐานอาชีพมาใช้ปรับปรุง พัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนให้สอดคล้องความต้องการของตลาดแรงงานแล้ว สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ยังมีส่วนสำคัญที่จะช่วยการันตีว่าบุคคลที่เข้ามาศึกษา อบรมอาชีพ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/education/3098973">สคช. ติดปีกอาชีวะสร้างชาติ จัด MOU สถาบันการอาชีวศึกษา 19 แห่งทั่วประเทศ ร่วมพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษาสู่ความเป็นมืออาชีพ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ครบ 2 ปี สูญเสียน้องมาเรียม “วราวุธ” ย้ำเป้าหมายปี 65 มีพะยูน 280 ตัว]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3086473</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 16 Aug 2021 11:20:54 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3086473</guid>

					<description><![CDATA[<p>“กรมทะเล” เร่งประกาศพื้นที่คุ้มครองทะเลตรังดูแลทุกมิติ กระแสข่าวดังของการเสียชีวิตของน้องมาเรียม พะยูนน้อยขวัญใจคนไทยและชาวต่างชาติ เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม ปี 2562 ได้ปลุกกระแสการอนุรักษ์ทะเลและสัตว์ทะเลหายาก โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกในทะเล ด้านนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ผุดแนวคิด “มาเรียมโปรเจค” เพื่อแก้ไขปัญหาสัตว์ป่าและสัตว์ทะเลหายากให้ได้รับการดูแลและคุ้มครองอย่างเป็นระบบในทุกมิติ พร้อมย้ำเป้าหมายเพิ่มพะยูนในธรรมชาติให้ถึง280 ตัว ภายในปี 2565 สำหรับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้เร่งดำเนินการตามแผนอนุรักษ์พะยูนแห่งชาติ พร้อมเร่งประกาศพื้นที่คุ้มครองทางทะเลจังหวัดตรัง นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า วันที่ 17 สิงหาคม 2564 ครบ 2 ปี ที่เราได้สูญเสียน้องมาเรียม พะยูนน้อยขวัญใจคนไทย บทเรียนราคาแพงจากการสูญเสียครั้งนั้นทำให้ตนได้เกิดแนวคิดในการอนุรักษ์และดูแลสัตว์ป่าและสัตว์ทะเลหายากอย่างเป็นระบบ ภายใต้ “มาเรียมโปรเจค” เพื่อสะท้อนความสำคัญและปัญหาด้านการจัดการสัตว์ป่าและสัตว์ทะเลหายาก อย่างไรก็ตาม นับจากวันนั้นจนถึงวันนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างเร่งกำหนดแนวทางและมาตรการกันอย่างจริงจังและต่อเนื่อง นอกจากนี้ ได้เสนอแผนอนุรักษ์พะยูนแห่งชาติ ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายและแผนการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแห่งชาติแล้ว พร้อมได้ตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อกำกับและขับเคลื่อนแผนดังกล่าวให้เป็นรูปธรรม โดยตั้งเป้าหมายว่า ประเทศไทยต้องมีพะยูนไม่น้อยกว่า 280 ตัว ในปี 2565 ซึ่ง ณ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3086473">ครบ 2 ปี สูญเสียน้องมาเรียม “วราวุธ” ย้ำเป้าหมายปี 65 มีพะยูน 280 ตัว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[“ทปษ.ยุทธพล” ส่งมอบโครงการปักไม้ไผ่ชลอคลื่นพื้นที่เพชรบุรี“กรมทะเล” เผยแนวไม้ไผ่ชลอคลื่นทุกพื้นที่ในปี64ระยะ11.15กม.เสร็จสค.นี้ตามนโยบายบิ้กป้อม]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3081335</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 02 Aug 2021 10:13:59 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3081335</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากสถานการณ์ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งของประเทศไทยในปัจจุบัน ยังคงพบเห็นได้ในหลายพื้นที่ ภาครัฐหลายหน่วยงานได้พยายามแก้ไขปัญหาแต่ในบางพื้นที่รูปแบบของโครงการกลับส่งผลกระทบต่อเนื่องกับพื้นที่ข้างเคียง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง(ทช)ได้ใช้แนวคิดการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะฯโดยวิธีการที่สอดคล้องกับธรรมชาติ ได้แก่ การปักไม้ไผ่ชะลอคลื่นเพื่อป้องกันการกัดเซาะในพื้นที่หาดโคลน ด้าน ดร.ยุทธพล. อังกินันทน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ย้ำถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาต้องรักษาสมดุลธรรมชาติและป้องกันผลกระทบต่อประชาชนได้อย่างยั่งยืน สำหรับแนวปักไม้ไผ่ชะลอคลื่นที่ทาง ทช.พร้อมส่งมอบขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนร่วมกันดูแลและใช้ประโยชน์เพื่อการป้องกันชายฝั่งและเพิ่มพื้นที่ป่าชายเลนหลังแนวไม้ไผ่ต่อไป ดร. ยุทธพล อังกินันทน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแลดล้อม ได้ดำเนินการตามนโยบายของพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายและแผนการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแห่งชาติ ที่สั่งการให้หน่วยงานเร่งแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งอย่างต่อเนื่องและจริงจัง เพราะเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ ต่อระบบนิเวศทางทะเลและพี่น้องประชาชนในพื้นที่มีความเดือดร้อนเป็นอย่างยิ่ง สำหรับภาพรวมของประเทศในปัจจุบันยังคงเหลือพื้นที่ประสบปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งอีกประมาณ 87 กิโลเมตร จากความยาวชายฝั่งทั้งสิ้น 3,151 กิโลเมตร ซึ่งเรื่องนี้ ตนได้หารือกับอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ในฐานะเป็นหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง ตลอดจนเป็นหน่วยงานที่ต้องประสานกับหน่วยงานภายนอก รวมถึง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการบูรณาการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งอย่างยั่งยืน และเป็นไปตามแนวทางและมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง สำหรับแนวปักไม้ไผ่ชะลอคลื่นที่ได้ดำเนินการในปีงบประมาณ 2564 มีระยะทางการปักทั้งสิ้นจำนวน 11,150 เมตร ในพื้นที่5จังหวัด ได้แก่จังหวัดตราด 3,000 เมตร จังหวัดจันทบุรี 1,600 เมตร จังหวัดสมุทรสงคราม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3081335">“ทปษ.ยุทธพล” ส่งมอบโครงการปักไม้ไผ่ชลอคลื่นพื้นที่เพชรบุรี“กรมทะเล” เผยแนวไม้ไผ่ชลอคลื่นทุกพื้นที่ในปี64ระยะ11.15กม.เสร็จสค.นี้ตามนโยบายบิ้กป้อม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สคช. ถก ภูเก็ต ใช้มาตรฐานการันตีความสามารถให้กับบุคลากร สร้างความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยว โมเดล “ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์”]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3063419</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 10 Jun 2021 10:39:29 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3063419</guid>

					<description><![CDATA[<p>ดร.นพดล ปิยะตระภูมิ ผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ พร้อมคณะผู้บริหารสถาบันฯ ร่วมหารือผ่านวีดิโอคอนเฟอเรนซ์ร่วมกับ 20 หน่วยงานภาครัฐและเอกชนของจังหวัดภูเก็ต นำโดยนายปิยพงศ์ ชูวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต หารือถึงแนวทางการใช้ประโยชน์จากระบบคุณวุฒิวิชาชีพ ส่งเสริมความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว รองรับโมเดล “ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์” ที่จะดีเดย์ 1 กรกฎาคมนี้ ดร.นพดล ได้ยืนยันความพร้อมให้การรองรับคนในอาชีพ โดยเฉพาะอาชีพเร่งด่วนที่รองรับการท่องเที่ยว ทั้งในเรื่องผู้ให้บริการในโรงแรมที่พัก ผู้ประกอบอาหารในร้านอาหาร ผู้ประกอบอาหารริมบาทวิถี ผู้ประกอบการนำเที่ยว รวมทั้งเสริมสวย ซึ่งเป็นอาชีพด่านหน้าที่นักท่องเที่ยวจะเข้าใช้บริการ และ สคช. มีเครื่องมือ รวมทั้งองค์กรรับรองฯ พร้อมปูพรมทำการประเมินเพื่อให้การรับรองคนในอาชีพได้ ประกาศนียบัตร ป้ายการันตีมืออาชีพที่ผ่านการรับรองโดยหน่วยงานภาครัฐจะเป็นอีกสัญลักษณ์สำคัญที่ยืนยันว่าผู้ให้บริการ ดำเนินการตามหลักมาตรฐาน ความสะอาด และปลอดภัย ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวได้ ด้านนายปิยพงศ์ ได้ให้ความสนใจ พร้อมมองว่าเป็นเรื่องที่ดีหากคนในอาชีพได้รับการการันตี เพราะจะเกิดประโยชน์กับภาพรวมในจังหวัดภูเก็ตจริงๆ และหลายอาชีพสอดคล้องกับแผนสร้างความเชื่อมั่นตามโมเดล “ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์” ก็จะช่วยกระตุ้นความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยวให้มากขึ้นได้ และด้วยจังหวัดภูเก็ตเป็นจังหวัดที่มีความหลากหลายของกลุ่มนักท่องเที่ยว อาจต้องมีการวางแผนระยะยาวเพื่อการรับรองคนในอนาคต ซึ่งทางจังหวัดจะได้เร่งหาข้อสรุปกลุ่มอาชีพเพื่อให้การรับรองคนในอาชีพโดยเร่งด่วนต่อไป ขณะที่ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต บอกว่า มีการแบ่งกลุ่มอาชีพด้านการท่องเที่ยวไว้ถึง 13 กลุ่มอาชีพ หากผลักดันให้เกิดการประเมินได้ก็นับเป็นการคุณค่าให้กับคนในอาชีพ ที่จะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเขาได้ในอนาคต ที่สำคัญหลายประเทศเริ่มใช้วิธีการเอาอายุงานไปปรับเป็นวุฒิการศึกษาในบางวิชา [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3063419">สคช. ถก ภูเก็ต ใช้มาตรฐานการันตีความสามารถให้กับบุคลากร สร้างความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยว โมเดล “ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ส่งกำลังใจให้บุคลากรทางการแพทย์ผ่านสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3063364</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 10 Jun 2021 09:47:01 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3063364</guid>

					<description><![CDATA[<p>นางสาวมัลลิกา บุญเฉลียว กรรมการผู้จัดการ บริษัท เก็ท ไอเดีย มีเดีย พลัส จำกัด ส่งกำลังใจให้บุคลากรทางการแพทย์ผ่านสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข โดยมีนางสุทธิมา หุ่นดี ผู้อำนวยการกองกลาง รับมอบนมถั่วเหลือง จำนวน 432 กล่อง เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการปฎิบัติหน้าที่ของบุคลากรทางการแพทย์ในช่วงการระบาดของ Covid-19 เมื่อวันก่อน.</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3063364">ส่งกำลังใจให้บุคลากรทางการแพทย์ผ่านสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[“ที่ปรึกษายุทธพล ทส.” รับมอบชุดปฏิบัติงานทางทะเลและชายฝั่งจาก กฟผ.และปตท.สผ. สร้างขวัญกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ภาคสนาม]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3062142</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 07 Jun 2021 14:48:26 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3062142</guid>

					<description><![CDATA[<p>การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ภาคสนามในป่าชายเลนและพื้นที่ทางทะเล นับเป็นภารกิจสำคัญและต้องอาศัยความเสียสละเป็นอย่างมาก บริษัท ปตท. สำรวจและผลิต ปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จับมือกันสนับสนุนงบประมาณจัดทำชุดปฏิบัติงานทางทะเลและชายฝั่งสำหรับเจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง โดยมี ดร. ยุทธพล อังกินันทน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นผู้แทนรับมอบ พร้อมเผยถึงความสำคัญของการทำงานในพื้นที่ที่ต้องทุ่มเทและเสียสละอย่างมาก จึงต้องให้ความสำคัญและสร้างขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงาน ตามแนวนโยบายของนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งหลังจากนี้ได้เตรียมขยายความร่วมมือกับองค์กรพันธมิตรอื่น ๆ เพื่อรักษาระบบนิเวศและเพื่อความสุขของพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน วันที่ 7 มิถุนายน 2564 ดร. ยุทธพล อังกินันทน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ให้สัมภาษณ์ภายหลังพิธีรับมอบเครื่องแบบชุดปฏิบัติงานทางทะเลและชายฝั่ง ณ อาคารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ว่า หัวใจของการอนุรักษ์และดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คือ ความร่วมมือ การหาพันธมิตรที่มีแนวคิดและอุดมการณ์ในการอนุรักษ์ร่วมกันนับเป็นเรื่องสำคัญ ความร่วมมือจะด้วยทางใดก็ตาม ถือว่ามีส่วนช่วยให้ทรัพยากรธรรมชาติของประเทศเกิดความสมดุลและคงอยู่อย่างยั่งยืนด้วยกันทั้งสิ้น สำหรับวันที่7 มิถุนายน 2564 ตนในฐานะผู้แทนกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ต้องขอขอบคุณบริษัท ปตท. สำรวจและผลิต ปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3062142">“ที่ปรึกษายุทธพล ทส.” รับมอบชุดปฏิบัติงานทางทะเลและชายฝั่งจาก กฟผ.และปตท.สผ. สร้างขวัญกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ภาคสนาม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[“วราวุธ ทส.” ส่งมอบโครงการแนวไม้ไผ่กันคลื่น มอบ“ที่ปรึกษายุทธพล” เร่งหารือ “กรมทะเล” แก้ปัญหากัดเซาะ 3.19กม. จังหวัดเพชรบุรี]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3061189</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 04 Jun 2021 08:29:30 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3061189</guid>

					<description><![CDATA[<p>ด้วยสถานการณ์ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งของประเทศไทย ยังคงพบเห็นได้ในหลายพื้นที่ หลายหน่วยงานได้พยายามแก้ไขปัญหาแต่บางโครงการกลับส่งผลกระทบต่อพื้นที่ข้างเคียง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้ใช้แนวคิดการปักไม้ไผ่ชะลอคลื่นเพื่อป้องกันการกัดเซาะในพื้นที่หาดโคลน ด้านนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ย้ำถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาต้องรักษาสมดุลธรรมชาติและป้องกันผลกระทบต่อประชาชนได้อย่างยั่งยืน พร้อมได้ส่งมอบแนวปักไม้ไผ่ชะลอคลื่นให้ชาวจังหวัดเพชรบุรี ได้ร่วมกันดูแลและใช้ประโยชน์เพื่อการป้องกันชายฝั่งและเพิ่มพื้นที่ป่าชายเลนหลังแนวไม้ไผ่ต่อไป ทั้งนี้ ดร. ยุทธพล อังกินันทน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะเร่งหารือกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งในการแก้ไขปัญหากัดเซาะชายฝั่งในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรีอีกกว่า 3.19 กิโลเมตร โดยต้องไม่ก่อผลกระทบพื้นที่ข้างเคียงและเกิดความยั่งยืน นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวภายหลังการส่งมอบโครงการปักไม้ไผ่ชะลอคลื่น เพื่อการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งในพื้นที่หาดโคลน บริเวณตำบลปากทะเลและตำบลบางแก้ว จังหวัดเพชรบุรี ว่า หลักการทำงานของตนในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คือ รักษาสมดุลของทรัพยากรธรรมชาติ และ รักษาประโยชน์อันจะเกิดแก่พี่น้องประชาชนส่วนรวม หากปัญหาใดเกิดผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติหรือพี่น้องประชาชน ตนจะให้ความสำคัญเป็นลำดับแรกทันที ซึ่งปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบนิเวศทางทะเลและพี่น้องประชาชนในพื้นที่ โดยที่ผ่านมาตนได้มีนโยบายในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่องและจริงจัง ซึ่งในภาพรวมของประเทศยังคงเหลือพื้นที่ประสบปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งอีกถึง 87 กิโลเมตร จากความยาวชายฝั่งทั้งสิ้น 3,151 กิโลเมตร ซึ่งเรื่องนี้ ตนได้หารือกับนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในการกำกับหน่วยงานภายในกระทรวง และประสานหน่วยงานภายนอก รวมถึง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการบูรณาการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน และไม่ส่งผลกระทบข้างเคียงกับพื้นที่อื่น เป็นไปตามแนวทางและมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3061189">“วราวุธ ทส.” ส่งมอบโครงการแนวไม้ไผ่กันคลื่น มอบ“ที่ปรึกษายุทธพล” เร่งหารือ “กรมทะเล” แก้ปัญหากัดเซาะ 3.19กม. จังหวัดเพชรบุรี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[“วราวุธ” ย้ำเวทีอาเซียน แก้ไขปัญหาขยะทะเลต้องทำทันที ตั้งเป้าลดขยะพลาสติกในทะเล 50% ภายในปี 2570]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3059709</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 31 May 2021 08:44:24 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3059709</guid>

					<description><![CDATA[<p>วันที่ 28 เมษายน 2564 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์เปิดตัวแผนปฏิบัติการภูมิภาคอาเซียนว่าด้วยการต่อต้านขยะทะเลในประเทศสมาชิกอาเซียน (พ.ศ. 2564 – 2568)  โดยการสนับสนุนของธนาคารโลกและสำนักงานเลขาธิการอาเซียน ทั้งนี้ ในการประชุมได้มีผู้แทนกลุ่มประเทศสมาชิก ผู้แทนธนาคารโลก ผู้นำองค์กรและผู้สนใจจาก 40 ประเทศทั่วโลก รวมทั้งสิ้นกว่า 330 คน ซึ่งแผนปฏิบัติการฯ ดังกล่าว เป็นยุทธศาสตร์ในการแก้ไขปัญหาขยะทะเลทั่วทั้งภูมิภาคอาเซียน ซึ่งคาดว่าจะจัดการลดปริมาณขยะพลาสติกที่จะลงสู่ทะเลได้กว่า 50% ภายในปี 2570 ด้านนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ย้ำถึงความร่วมมือของกลุ่มประเทศอาเซียนในการแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกในทะเล และจะต้องเริ่มดำเนินการทันที นอกจากนี้ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จะได้เร่งประสานงานกำหนดแผนงานโครงการเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ต่อไป ภายหลังการเข้าร่วมประชุมเปิดตัวแผนปฏิบัติการภูมิภาคอาเซียนว่าด้วยการต่อต้านขยะทะเลในประเทศสมาชิกอาเซียน (พ.ศ. 2564 – 2568) นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ตนได้เน้นย้ำถึงปัญหาปริมาณขยะมูลฝอยและขยะทะเลที่เกิดขึ้นทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น อีกทั้งยังมีการขยายตัวของเมืองและชนชั้นผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น ตนอยากให้มองถึงผลกระทบระยะยาวที่จะเกิดขึ้น ซึ่งแผนปฏิบัติการภูมิภาคอาเซียนฯ เป็นการสืบเนื่องจากปฏิญญากรุงเทพฯ ว่าด้วยการต่อต้านขยะทะเลในภูมิภาคอาเซียนและกรอบปฏิบัติการอาเซียนว่าด้วยขยะทะเล โดยแผนปฏิบัติการระดับภูมิภาคอาเซียนฯ นี้ จะมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้อาเซียนบรรลุการปกป้องสภาพแวดล้อมทางทะเลที่สำคัญเพื่อให้ภูมิภาคนี้ยั่งยืนสำหรับชนรุ่นหลังต่อไป และสิ่งหนึ่งที่ตนได้เน้นย้ำกับกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3059709">“วราวุธ” ย้ำเวทีอาเซียน แก้ไขปัญหาขยะทะเลต้องทำทันที ตั้งเป้าลดขยะพลาสติกในทะเล 50% ภายในปี 2570</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เริ่มแล้ว!! สคช.เปิดประเมินแบบเทียบโอนประสบการณ์ ประเดิม 10 อาชีพ ไม่ต้องเจอตัวก็ได้รับการการันตีเป็นมืออาชีพได้]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3057840</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 25 May 2021 08:37:43 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3057840</guid>

					<description><![CDATA[<p>สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) หรือ สคช. เดินหน้าจัดการประเมินสมรรถนะบุคคลตามมาตรฐานอาชีพเพื่อการันตีคนในอาชีพรูปแบบใหม่ ทันสมัยตามยุควิถีใหม่ ด้วยวิธีการเทียบโอนประสบการณ์การทำงานเพื่อการรับรองคุณวุฒิวิชาชีพ หรือ RESK (Recognition of Existing Skills and Knowledge ) เปิดโอกาสให้คนที่มีประสบการณ์ในแต่ละอาชีพ นำหลักฐานประสบการณ์ของตนเองตามหลักเกณฑ์การประเมินมายื่นขอรับคุณวุฒิวิชาชีพ และสามารถต่อยอดก้าวไปสู่คุณวุฒิทางการศึกษาได้ ดร.นพดล ปิยะตระภูมิ ผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ เปิดเผยว่ามีการสำรวจจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ ที่พบว่าประเทศไทยมีแรงงานนอกระบบมากกว่า 20.8 ล้านคน ส่วนใหญ่เป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับประถมศึกษา และต่ำกว่าระดับประถมศึกษาประมาณ 12.6 ล้านคน แต่แรงงานเหล่านี้ส่วนใหญ่ล้วนเป็นผู้ที่มีประสบการณ์การทำงาน แต่บางคนไม่มีคุณวุฒิการศึกษา และยังไม่มีหน่วยงานใดให้การรับรองความรู้ ความสามารถ ดังนั้น การยอมรับสมรรถนะที่เกิดจากประสบการณ์การทำงาน จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการกระจายความเสมอภาค ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ซึ่ง สคช. ได้เล็งเห็นความจำเป็นและโอกาสในการพัฒนากำลังคนของประเทศจึงได้พัฒนาระบบการเทียบโอนประสบการณ์การทำงาน ที่เรียกว่าระบบ RESK ซึ่งเป็นรูปแบบที่ต่างประเทศใช้ มาปรับให้สามารถดำเนินการได้จริงในประเทศไทย เพื่อให้การรับรองคุณวุฒิวิชาชีพ ที่สำคัญคือการผลักดันให้ระบบการเทียบโอนประสบการณ์คุณวุฒิวิชาชีพ ไปสู่การเทียบโอนคุณวุฒิด้านการศึกษา ให้ทุกคนก้าวเข้าสู่ระบบการศึกษาอย่างทัดเทียมได้ในอนาคต สำหรับการประเมินรูปแบบ RESK เป็นการประเมินสมรรถนะอีกรูปแบบหนึ่ง ด้วยการรับรองประสบการณ์จากการพิจารณาผลงานที่ผ่านมาของคนในอาชีพตามหลักเกณฑ์ที่ระบบ RESK กำหนด [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3057840">เริ่มแล้ว!! สคช.เปิดประเมินแบบเทียบโอนประสบการณ์ ประเดิม 10 อาชีพ ไม่ต้องเจอตัวก็ได้รับการการันตีเป็นมืออาชีพได้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรมป่าไม้ ร่วมจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ &#8220;ป่าไม้ที่ยั่งยืนเพื่อประชาชน&#8221;]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3056034</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 19 May 2021 14:24:18 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3056034</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมป่าไม้ (ประเทศไทย) ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงสตอกโฮล์ม สถานเอกอัครราชทูตสวีเดนประจำประเทศไทย สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ มหาวิทยาลัยการเกษตรแห่งสวีเดน (Swedish University of Agricultural Sciences) และสมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย เป็นเจ้าภาพร่วมในการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง ป่าไม้ที่ยั่งยืนเพื่อประชาชน:ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและความห่วงใยต่อสิ่งแวดล้อม (Workshop on Sustainable Forestry for the People:Economic benefits and environmental concerns) ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ video conference โดยมี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (นายวราวุธ ศิลปอาชา) กล่าวเปิดการประชุม โดยการประชุมเชิงปฏิบัติการข้างต้น เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนระหว่างประเทศไทยและสวีเดน ปี ค.ศ. 2021 “จากการพัฒนาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สู่โอกาสทางธุรกิจ” Thailand and Sweden Sustainable Development Forum 2021 “From Green and Inclusive Development [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3056034">กรมป่าไม้ ร่วมจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ &#8220;ป่าไม้ที่ยั่งยืนเพื่อประชาชน&#8221;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[จังหวัดระยองจัดกระตุ้นท่องเที่ยวหลังโควิด ชูท่องเที่ยวเชิงเกษตร กินทุเรียนก่อนใคร ไประยอง]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3044803</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 07 Apr 2021 10:19:50 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3044803</guid>

					<description><![CDATA[<p>จังหวัดระยอง  แถลงข่าวประชาสัมพันธ์ผลไม้และสวนท่องเที่ยวเชิงเกษตรจังหวัดระยอง ปี 2564  กระตุ้นให้เกิดกระแสการท่องเที่ยวเชิงเกษตร สำหรับนักท่องเที่ยวไทยกลุ่มผู้ที่มีความชื่นชอบผลไม้ ด้วยพื้นที่จังหวัดระยองเป็นจังหวัดในภาคตะวันออกที่ติดกับทะเล นอกจากทะเลที่สวยงาม แล้วยังมีสวนผลไม้จำนวนมาก เนื่องจากจังหวัดระยองมีสภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศที่เหมาะสมต่อการเพาะปลูก ส่งผลให้มีพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัดจำนวนมาก ได้แก่ ทุเรียน เงาะ มังคุด ลองกอง สัปปะรด และสละ โดยเฉพาะช่วงเดือนเมษายน-กรกฎาคม ของทุกปี จะเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีความสนใจเดินทางมาท่องเที่ยว และสัมผัสกับวิถีชีวิตของชาวสวนผลไม้  ซึ่งในปัจจุบันได้รับกระแสนิยมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสวนผลไม้ ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวได้มีโอกาสท่องเที่ยวเชิงเกษตร พร้อมกับได้ลิ้ม ชิมรส ผลไม้สดๆจากสวนโดยตรง นายอนันต์ นาคนิยม รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในประเทศได้คลี่คลายไปในทางที่ดี มีการอนุญาตให้เปิดบริการขนส่งสาธารณะ ประชาชนสามารถเดินทางไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ในประเทศได้ รวมถึงมาตรการในการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการส่งเสริมให้มีการท่องเที่ยวภายในประเทศ รัฐบาลสนับสนุนเพื่อให้เกิดผลการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในประเทศ ซึ่งจังหวัดระยองเป็นจังหวัดหนึ่งที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกที่สอง และถูกจัดให้เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ในช่วงต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา   ในช่วงเวลาที่เกิดสถานการณ์นั้น พี่น้องประชาชนชาวระยองทุกคนได้ปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด จนสามารถลดจำนวนผู้ป่วยลง อย่างไรก็ตามถึงแม้สถานการณ์จะดีขึ้น แต่จังหวัดระยอง ยังคงให้ความสำคัญต่อการปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด จนวันนี้จังหวัดระยองพร้อมแล้วที่จะชวนเชิญนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบในการรับประทานผลไม้ ให้มาเที่ยวยังจังหวัดระยอง แหล่งผลิตผลไม้ที่สำคัญของประเทศ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3044803">จังหวัดระยองจัดกระตุ้นท่องเที่ยวหลังโควิด ชูท่องเที่ยวเชิงเกษตร กินทุเรียนก่อนใคร ไประยอง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[“วราวุธ” สั่งเดินหน้าแก้ไขปัญหากัดเซาะชายฝั่งทุกมิติ “กรมทะเล” จับมือ “ม. ธรรมศาสตร์” แก้ไขปัญหาที่ดินตกน้ำ ยกชุมชนคลองเสาธงเป็นต้นแบบ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3038990</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 17 Mar 2021 16:40:18 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3038990</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรณีปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งที่หลายพื้นที่ยังคงประสบปัญหาอยู่นั้น ยังมีปัญหาที่เกิดขึ้นภายใต้ปัญหาดังกล่าว ได้แก่ ปัญหาที่ดินโฉนดตกน้ำ จนกลายเป็นข้อขัดแย้งของชุมชนและหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ด้านนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มอบให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เร่งรัดแก้ไขปัญหาดังกล่าวในทุกมิติ บนพื้นฐานของข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้ลงพื้นที่คลองเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อตรวจสภาพพื้นที่และหารือร่วมกับผู้เกี่ยวข้อง โดยจะได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในการศึกษาหาแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน พร้อมยกพื้นที่ชุมชนคลองเสาธงเป็นพื้นที่ต้นแบบ ก่อนขยายผลในพื้นที่อื่น ต่อไป นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ปัญหาชายฝั่งทะเลเกิดการกัดเซาะเป็นปัญหาที่ค่อนข้างซับซ้อน และสร้างผลกระทบโดยตรงให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ชายฝั่งทะเล นอกจากปัญหาชายฝั่งทะเลถูกกัดเซาะ ยังมีอีกปัญหาที่เกิดขึ้นตามมา ได้แก่ ปัญหาที่ดินโฉนดตกน้ำ ซึ่งกลายเป็นข้อขัดแย้งทางกฎหมายที่สร้างผลความเดือดร้อนอย่างมากให้กับพี่น้องประชาชน ตนคิดว่า ปัญหาดังกล่าวสามารถยุติได้ โดยทุกฝ่ายต้องพร้อมที่จะคุยกันอย่างจริงจังและยึดประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชน บนพื้นฐานของข้อกฎหมาย ทั้งนี้ ตนได้ให้นโยบายไว้กับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งในการหาแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างยั่งยืน ซึ่งทางด้านนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะช่วยกำกับและติดตามอย่างใกล้ชิด อีกทั้ง ตนได้เน้นย้ำให้มีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ประชาชนต้องรับรู้ รับทราบ และสะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นจริง และที่สำคัญต้องอยู่ภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อลดความขัดแย้งและสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างยั่งยืน นายวราวุธ กล่าว ด้านนายโสภณ ทองดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวภายหลังการลงพื้นที่ติดตามแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง บริเวณชุมชนคลองเสาธง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3038990">“วราวุธ” สั่งเดินหน้าแก้ไขปัญหากัดเซาะชายฝั่งทุกมิติ “กรมทะเล” จับมือ “ม. ธรรมศาสตร์” แก้ไขปัญหาที่ดินตกน้ำ ยกชุมชนคลองเสาธงเป็นต้นแบบ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรมป่าไม้ จับมือ ส.ป.ก. หนุนเกษตรกรปลูกป่าเศรษฐกิจ เสริมรายได้]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3036987</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 11 Mar 2021 14:28:54 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3036987</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมป่าไม้ MOU ส.ป.ก. สนับสนุนเกษตรกรปลูกไม้เศรษฐกิจ สร้างโอกาสในการประกอบอาชีพ สร้างรายได้ในครัวเรือน ก่อให้เกิดการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติได้อย่างยั่งยืน เผยการจัดงาน “วันป่าไม้โลก” ภายใต้ธีมการฟื้นฟูป่าสู่แนวคิด “รัฐมีป่า ประชามีสุข” นำเสนองานป้องกันรักษาป่า การใช้ผลิตผลจากป่า และการส่งเสริมการท่องเที่ยว เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2564 ห้องประชุม 101 อาคารกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) นายอดิศร นุชดำรงค์ อธิบดีกรมป่าไม้ พร้อมด้วยนายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ร่วมพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจการส่งเสริมการปลูกไม้เศรษฐกิจในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม โดยมีนายจตุพร บุรุษพัฒน์ เป็นประธานในพิธี และผู้บริหารของทั้ง 2 หน่วยงาน ร่วมพิธี ในครั้งนี้ ภายหลังการลงนาม ฯ นายอดิศร กล่าวว่า ตามประกาศของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2563 เรื่อง กำหนดที่ดินที่ได้รับอนุญาตให้ทำประโยชน์ตามหนังสือสิทธิ เพื่อให้ไม้ที่ปลูกขึ้นในที่ดินดังกล่าวไม่เป็นไม้หวงห้าม ทำให้ประชาชนที่ปลูกต้นไม้บนที่ดิน ส.ป.ก. สามารถตัดหรือโค่นไม้ได้โดยไม่ต้องขออนุญาตเจ้าหน้าที่อีกต่อไป ส่งผลให้ประชาชนเกิดความมั่นใจในการปลูกไม้มีค่าทางเศรษฐกิจ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3036987">กรมป่าไม้ จับมือ ส.ป.ก. หนุนเกษตรกรปลูกป่าเศรษฐกิจ เสริมรายได้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ทส. กำชับ!! เร่งดำเนินการระงับเหตุป้องกันไฟป่าแก้ปัญหาหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3035933</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 09 Mar 2021 15:26:39 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3035933</guid>

					<description><![CDATA[<p>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เฝ้าระวังติดตามและเข้าปฏิบัติงานในการเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ไฟป่าที่เกิดขึ้นในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ (เชียงใหม่ ตาก แม่ฮ่องสอน ลำปาง เชียงราย แพร่ น่าน ลำพูน พะเยา อุตรดิตถ์ สุโขทัย กำแพงเพชร นครสวรรค์ อุทัยธานี&#160; พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และพิจิตร) ซึ่งรัฐบาลได้ให้ความสำคัญต่อการแก้ปัญหาไฟป่าและหมอกควัน เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบกับประชาชนในเรื่องของปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก pm 2.5 และปัญหาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อสภาพสิ่งแวดล้อม โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการแก้ไขสถานการณ์พร้อมทั้งวางมาตรการเพื่อเป็นการเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น นายชีวะภาพ ชีวะธรรม รองอธิบดีกรมป่าไม้ เปิดเผยว่า กรมป่าไม้ได้เร่งดำเนินการในการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ป่าภาคเหนือ ซึ่งในขณะนี้เข้าสู่ช่วงฤดูร้อนจึงทำให้สภาพพื้นที่ป่าในภาพรวมแห้งแล้งมีการสะสมและทับถมของเศษใบไม้แห้ง ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ประกอบกับพื้นที่การเกษตรของเกษตรกรที่อยู่อาศัยทำกินในเขตพื้นที่ป่าไม้ มีการเก็บเกี่ยวผลผลิตเหลือเศษวัชพืชทางการเกษตร โดยมีเกษตรกรบางรายใช้วิธีการเผา เพื่อเป็นการกำจัดเศษวัชพืชดังกล่าว ทั้งนี้ ในปี 2564 รมว.ทส. ได้มอบนโยบายแนวทางให้หน่วยงานของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ใช้มาตรการเชิงรุก “ชิงเก็บ” โดยได้ดำเนินการจัดทำแผนงานชิงเก็บเชื้อเพลิงที่อยู่ในเขตป่าไม้ เพื่อเป็นการลดความรุนแรงของไฟป่าที่จะเกิดขึ้น โดยตั้งเป้าหมายเก็บเชื้อเพลิงโดยการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนร่วมกับเจ้าหน้าที่ภาครัฐ หน่วยงานต่าง ๆ ในพื้นที่ร่วมกันดำเนินการ เป้าหมายให้ได้จำนวน 1,000 ตัน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3035933">ทส. กำชับ!! เร่งดำเนินการระงับเหตุป้องกันไฟป่าแก้ปัญหาหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
	</channel>
</rss>
