<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
>
<channel>
	<title>ThaiPR.NET</title>
	<atom:link href="https://www.thaipr.net/tag/%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%a5%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%99-%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%8c-%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%97%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%a3/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thaipr.net/tag/อัลลิสัน-แอนด์-พาร์ทเนอร</link>
	<description>Press Release Distribution Center of Thailand</description>
	<lastBuildDate>Thu, 30 Apr 2026 18:05:11 +0700</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.1</generator>
	<item>
		<title><![CDATA[Copeland เปิดตัวปั๊มความร้อน Sensi Hydro ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตอกย้ำความเป็นผู้นำในการเปลี่ยนผ่านพลังงานด้วยโซลูชันทำความร้อนที่ยั่งยืน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/manufacturing/3658834</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 28 Oct 2025 11:36:28 +0700</pubDate>
				<category>manufacturing</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3658834</guid>

					<description><![CDATA[<p>Copeland ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชันสภาพภูมิอากาศที่ยั่งยืน เปิดตัวปั๊มความร้อน Sensi Hydro ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โซลูชันทำความร้อนที่ครบวงจรนี้ สามารถผลิตน้ำร้อนประสิทธิภาพสูง เพื่อใช้ในโรงแรม อาคารเพื่อการพาณิชย์ และโรงพยาบาล สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ Copeland ในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานไปสู่เทคโนโลยีทำความร้อนด้วยไฟฟ้า เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลก และบรรลุเป้าหมายการลดคาร์บอน ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก็กำลังเกิดเทรนด์ดังกล่าวเช่นกัน โดยมีการออกกฎระเบียบด้านประสิทธิภาพพลังงานที่เข้มงวดขึ้นและเพิ่มการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานเชิงพาณิชย์ ซึ่งผลักดันความต้องการโซลูชันระบบทำความร้อนที่ยั่งยืน องค์การพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ประเมินว่าการใช้ปั๊มความร้อนจะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) ได้ถึง 500 ล้านตันต่อปีภายในปี 2030 และคาดว่าตลาดปั๊มความร้อนเชิงพาณิชย์จะมีมูลค่าถึง 608.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ร้อยละ 7.4 ระหว่างปี 2023 ถึง 2032 ด้วยแรงขับเคลื่อนจากเจ้าของอาคารและโครงการที่หันมาใช้เทคโนโลยีนี้เพื่อตอบโจทย์เป้าหมายด้านความยั่งยืน นายไมเคิล โท ประธานภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกของ Copeland กล่าวว่า การเปิดตัวปั๊มความร้อน Sensi Hydro สอดคล้องกับสิ่งที่ภูมิภาคให้ความสำคัญ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัยของเรา ช่วยให้ธุรกิจบรรลุเป้าหมายด้านประสิทธิภาพ ความน่าเชื่อถือ ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน และจัดการกับค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเราในการสนับสนุนธุรกิจทั่วทั้งภูมิภาคให้บรรลุเป้าหมายด้านคุณค่าในระยะยาว [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/manufacturing/3658834">Copeland เปิดตัวปั๊มความร้อน Sensi Hydro ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตอกย้ำความเป็นผู้นำในการเปลี่ยนผ่านพลังงานด้วยโซลูชันทำความร้อนที่ยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[HID เผยผลสำรวจด้านขนส่งมวลชน ชูห้าประเด็นระบบตั๋วโดยสารที่ควรพิจารณาในปี 2568 นี้]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/logistics/3580752</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 20 Mar 2025 11:33:04 +0700</pubDate>
				<category>logistics</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3580752</guid>

					<description><![CDATA[<p>HID เผยผลสำรวจด้านขนส่งมวลชน ชูห้าประเด็นระบบตั๋วโดยสารที่ควรพิจารณาในปี 2568 นี้เงินทุนเป็นอุปสรรคสำคัญที่สุดในการอัพเกรดอุปกรณ์สำหรับออกตั๋ว กรุงเทพ, 20 มีนาคม 2568 – HID ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชันระบุตัวตนและยืนยันตัวตนด้วยข้อมูลทางชีวภาพ ได้เผยแพร่รายงานเรื่อง State of Mass Transit Ticketing Hardware Report 2025 ซี่งเป็นผลสำรวจความคิดเห็นของผู้ให้บริการด้านขนส่งมวลชนจำนวน 102 รายทั่วโลก ผลการสำรวจได้เผย 5 ประเด็นสำคัญที่เกี่ยวกับระบบตั๋วโดยสาร ที่ผู้มีอำนาจตัดสินใจควรให้ความสำคัญ ดังนี้ 1.ลดการพึ่งพาการชำระเงินด้วยเงินสด เพื่อให้การเก็บค่าโดยสารและการดำเนินงานมีความคล่องตัวมากขึ้น ราว 43% ของหน่วยงานให้บริการขนส่งมวลชนที่ตอบแบบสอบถาม จะใช้ระบบออกตั๋วแบบไร้สัมผัส โดย 88% ในจำนวนนี้ วางแผนจะดำเนินการภายใน 12-24 เดือนข้างหน้า เสริมสร้างประสบการณ์ที่ดีของผู้โดยสาร โดยเน้นความสะดวกรวดเร็วในการซื้อตั๋ว เกือบสองในสามของผู้ตอบแบบสอบถาม ได้จัดอันดับให้อินเตอร์เฟสที่ใช้งานง่าย เป็นคุณสมบัติที่สำคัญที่สุดในอุปกรณ์สำหรับการออกตั๋ว เพิ่มตัวเลือกการชำระเงินแบบไร้สัมผัสและผ่านโทรศัพท์มือถือ ตามความต้องการที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่ยุโรปเป็นผู้นำในการใช้ระบบตั๋วบนมือถือ โดย 86% ใช้โซลูชันผ่านแอปพลิเคชัน เมื่อเทียบกับ 58% ทั่วโลก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/logistics/3580752">HID เผยผลสำรวจด้านขนส่งมวลชน ชูห้าประเด็นระบบตั๋วโดยสารที่ควรพิจารณาในปี 2568 นี้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[Copeland ขยายพอร์ตโซลูชันบูรณาการระบบความเร็วรอบผันแปรเพื่อรับมือกับความท้าทายด้านประสิทธิภาพและความยั่งยืนระดับโลก]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/manufacturing/3577333</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 10 Mar 2025 10:43:49 +0700</pubDate>
				<category>manufacturing</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3577333</guid>

					<description><![CDATA[<p>โซลูชันขั้นสูงแบบใหม่ในด้านการควบคุมสภาพภูมิอากาศและการจัดการพลังงาน โดยการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมสำหรับการใช้งานที่หลากหลาย Copeland ผู้ให้บริการโซลูชันเกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศที่ยั่งยืนระดับโลกประกาศการขยายแพลตฟอร์มเทคโนโลยีระบบความเร็วรอบผันแปร โดยการผสานรวมคอมเพรสเซอร์ ไดรฟ์ และตัวควบคุมสำหรับระบบทำความร้อน ระบบทำความเย็น และเครื่องทำความเย็น โซลูชันแบบบูรณาการนี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ การควบคุมที่แม่นยำ และความยั่งยืนในการใช้งานที่หลากหลายเกี่ยวกับการทำความร้อนและการทำความเย็น รวมถึงการจัดเก็บพลังงาน ศูนย์ข้อมูล การขนส่ง ร้านสะดวกซื้อ และซุปเปอร์มาร์เก็ต ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานทั่วโลก ตามข้อมูลจาก องค์กรพลังงานระหว่างประเทศ (International Energy Agency) ปี 2024 การทำความร้อนในอาคารเป็นส่วนสำคัญที่ปล่อยก๊าซ CO2 จำนวน 4 พันล้านตัน (Gt) ต่อปี ซึ่งคิดเป็น 10% โดยประมาณของการปล่อยก๊าซทั้งหมดทั่วโลก ในส่วนของศูนย์ข้อมูล คาดการณ์ว่าความต้องการทั่วโลกจะเติบโตขึ้น 2.5 เท่าจากระดับปัจจุบันภายในปี 2030 โดยเป็นการเติบโตที่ต่อเนื่องในทุกภูมิภาค โซลูชันแบบบูรณาการระบบความเร็วรอบผันแปรของ Copeland ช่วยให้ลูกค้าสามารถลดต้นทุนการออกแบบระบบ เร่งระยะเวลาในการนำระบบออกสู่ตลาด และบรรลุความเป็นเลิศในการดำเนินงาน ด้วยความสามารถในการประหยัดต้นทุนและส่งเสริมการดูแลสิ่งแวดล้อม โซลูชันนี้จึงช่วยให้ธุรกิจสามารถตอบสนองต่อความต้องการด้านความยั่งยืนที่กำลังเปลี่ยนแปลงในทั่วโลก โดยเป็นการออกแบบสำหรับศูนย์ข้อมูล ชิลเลอร์ ปั๊มความร้อน และการใช้งานการจัดเก็บพลังงานโดยเฉพาะ โซลูชันระบบความเร็วรอบผันแปร 130cc นี้สามารถประหยัดพลังงานได้สูงสุดถึง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/manufacturing/3577333">Copeland ขยายพอร์ตโซลูชันบูรณาการระบบความเร็วรอบผันแปรเพื่อรับมือกับความท้าทายด้านประสิทธิภาพและความยั่งยืนระดับโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ส่องเทรนด์เทคโนโลยี 2025 นวัตกรรมสุดคูลโดนใจนักเดินทาง]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/it/3556306</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 19 Dec 2024 12:47:29 +0700</pubDate>
				<category>it</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3556306</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในปี 2024 กรุงเทพมหานคร ได้รับการจัดอันดับเป็นเมืองที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาเยือน “มากที่สุด” เป็นอันดับ1 ของโลก โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือน 32.4 ล้านคน แซงหน้าแชมป์เก่าในปี 2023 อย่าง อิสตันบูล นครหลวงของประเทศตุรกี (รายงานโดยยูโรมอนิเตอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล) เป็นที่ประจักษ์ชัดว่า กระแสการหลั่งไหลเดินทางข้ามพรมแดนระหว่างประเทศในช่วงเวลานี้ ได้เริ่มขยับขึ้นมาอย่างโดดเด่นชัดเจนหลังยุคโควิด-19 ขณะเดียวกันแนวโน้มเชิงบวกดังกล่าว ได้จุดกระแสการพัฒนาเทคโนโลยีสุดล้ำขึ้นมารองรับการเดินทางที่เพิ่มมากขึ้นทั่วโลก ควบคู่ไปกับการตรวจสอบ ระบุ และแสดงตัวตนของบุคคล ที่ไม่เพียงอำนวยความสะดวกรวดเร็ว แต่ยังเพิ่มทั้งประสิทธิภาพและความปลอดภัย  HID ผู้นำด้านโซลูชันระบุตัวตนระดับโลก เปิดเผยในเวทีงาน 7BMIC ซึ่งเป็นการประชันเทคโนโลยีก้าวหน้าทางด้านการจัดการชายแดนและอัตลักษณ์ระดับนานาชาติ จัดขึ้นโดยมีประเทศไทยเป็นเจ้าภาพเมื่อเร็วๆนี้ ระบุว่า แนวโน้มที่น่าจับตาและจะเป็นกระแสนิยมในปีหน้า (2025) ทั้งยังจะเป็นทิศทางระดับโลกต่อไปในอนาคต มี 4 เทรนด์สำคัญ ดังต่อไปนี้  1) เทคโนโลยีอัตโนมัติ และการบริการตนเอง (more automation &#38; self-service) เช่น การเช็คอินด้วยตนเอง (self-check in) หรือระบบการแสดงตัวตนและตรวจสอบบุคคลด้วยตนเองผ่านระบบอัตโนมัติ เมื่อเดินทางระหว่างประเทศ  2) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/it/3556306">ส่องเทรนด์เทคโนโลยี 2025 นวัตกรรมสุดคูลโดนใจนักเดินทาง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[Copeland เผยโฉมอัตลักษณ์แบรนด์ใหม่ที่สอดคล้องกันทั้งกลุ่มผลิตภัณฑ์]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3530820</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 07 Oct 2024 13:44:52 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3530820</guid>

					<description><![CDATA[<p>Copeland ผู้นำด้านโซลูชันสภาพภูมิอากาศที่ยั่งยืนระดับโลก ประกาศการปรับเปลี่ยนกลุ่มผลิตภัณฑ์ทั้งหมดให้สอดคล้องกับแบรนด์ Copeland ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญของการเป็นบริษัทแบบสแตนด์อโลน ที่มุ่งนำเสนอโซลูชันด้านสภาพภูมิอากาศที่ล้ำหน้าสำหรับภาคธุรกิจ อุตสาหกรรม ตลาดเครื่องทำความเย็น และที่พักอาศัยทั่วโลก ด้วยนวัตกรรมที่สืบทอดมากว่า 100 ปี และวิสัยทัศน์ของ Copeland ที่มุ่งมั่นสร้างโซลูชันที่ยั่งยืนเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและปกป้องโลกทั้งในวันนี้และสำหรับคนรุ่นต่อไป Paul Mottershead รองประธานฝ่ายการตลาดและการสื่อสารของ Copeland กล่าวว่า &#8220;การปรับเปลี่ยนแบรนด์ในครั้งนี้ เป็นการก้าวไปสู่การปรับโฉมของ Copeland เพื่อให้กลุ่มผลิตภัณฑ์และแบรนด์มีความเชี่ยมโยงและสอดคล้องกันมากขึ้น และช่วยให้ลูกค้ารวมทั้งผู้ใช้บริการสามารถเข้าถึงกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายได้ง่ายยิ่งขึ้น การปรับเปลี่ยนเชิงกลยุทธ์ครั้งนี้ จะทำให้เราตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของลูกค้าได้ ในขณะเดียวกันก็รวบรวมโซลูชันด้านสภาพภูมิอากาศที่ล้ำหน้าเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาที่สำคัญที่สุดในอุตสาหกรรม HVACR ได้&#8221; ก่อนหน้านี้ ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของ Copeland มีชื่อแบรนด์ที่หลากหลาย การปรับเปลี่ยนเชิงกลยุทธ์ในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกค้า และให้ลูกค้าสามารถจดจำแบรนด์ได้ง่ายขึ้น ทั้งยังเป็นการตอกย้ำคุณค่าของ Copeland ซึ่งได้แก่ ความยั่งยืน ความน่าเชื่อถือ และนวัตกรรม นอกจากผลิตภัณฑ์คอมเพรสเซอร์ อุปกรณ์ควบคุมความเร็วรอบมอเตอร์ (variable speed drives) และคอนเดนซิ่งยูนิตสำหรับระบบทำความเย็นภายใต้ชื่อ Copeland แล้ว บริษัทกำลังดำเนินการเปลี่ยนชื่อผลิตภัณฑ์อื่นๆ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์เพื่อการควบคุมต่างๆ (เช่น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3530820">Copeland เผยโฉมอัตลักษณ์แบรนด์ใหม่ที่สอดคล้องกันทั้งกลุ่มผลิตภัณฑ์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ประยุกต์ใช้ GenAI เพื่อยกระดับธุรกิจค้าปลีกไทย]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3515164</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 29 Aug 2024 08:50:15 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3515164</guid>

					<description><![CDATA[<p>โดย Karin Verloop กรรมการผู้จัดการฝ่าย Client Portfolio ของ Thoughtworks ประจำภูมิภาคเอเชีย &#8211; แปซิฟิก ธุรกิจค้าปลีกได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก อันเป็นผลมาจากนวัตกรรมดิจิทัลและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป และ Generative AI หรือ GenAI&#160; ก็กำลังกำหนดทิศทางของอุตสาหกรรมนี้ใหม่อีกครั้ง การเติบโตและศักยภาพของ GEN AI ในการปฏิวัติทุกสิ่งตั้งแต่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ไปจนถึงประสบการณ์ลูกค้า GenAI จึงไม่ใช่แค่แนวคิดสำหรับอนาคตอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นสิ่งจำเป็นไปแล้วสำหรับธุรกิจในปัจจุบัน ในประเทศไทย คาดว่าในช่วงปี 2024-2030 ตลาดของ GenAI จะมีอัตราการเติบโตต่อปี (CAGR) ที่ 46.48% ส่งผลให้มูลค่าตลาดจะสูงถึง 1,773 ล้านเหรียญสหรัฐภายในปี 2030&#160; และอุตสาหกรรมค้าปลีกก็ไม่มีข้อยกเว้น ธุรกิจค้าปลีกที่ขยายตัวของประเทศไทยกำลังยืนอยู่บนจุดเปลี่ยนของการเปลี่ยนแปลงนี้ ในฐานะที่เป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญ อุตสาหกรรมนี้พร้อมที่จะได้รับประโยชน์จากนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนด้วย AI และคาดว่าภาคส่วนนี้จะขยายตัว 4-5% ต่อปีจนถึงปี 2025 ซึ่งแซงหน้าอัตราการเติบโตของ GDP โดยรวม Karin Verloop, กรรมการผู้จัดการฝ่าย Client [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3515164">ประยุกต์ใช้ GenAI เพื่อยกระดับธุรกิจค้าปลีกไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[โคปแลนด์ ต้อนรับกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็น สภาอุตสาหกรรม เยี่ยมชมโรงงาน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/manufacturing/3500695</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 25 Jul 2024 17:20:10 +0700</pubDate>
				<category>manufacturing</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3500695</guid>

					<description><![CDATA[<p>โคปแลนด์ ต้อนรับกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็น สภาอุตสาหกรรม เยี่ยมชมโรงงาน นายองอาจ วีรชาติยานุกูล ผู้จัดการทั่วไป บริษัท โคปแลนด์ (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและพนักงาน ได้ต้อนรับคณะกรรมการ และสมาชิกของกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็น สภาอุตสาหกรรม นำโดย ดร.ณรัณ ศิริสันธนะ ประธานกลุ่มฯ ในการเยี่ยมชมโรงงานของโคปแลนด์ ที่นิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ด จ.ระยอง เมื่อเร็วๆ นี้ เพื่อชมกระบวนการผลิตที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมทั้งผลิตภัณฑ์ต่างๆ อาทิ ระบบปั๊มความร้อนอุณหภูมิ 120°C ที่ใช้คอมเพรสเซอร์สโครลรุ่นใหม่ ZW โคปแลนด์ หรือชื่อเดิมคืออิเมอร์สัน ได้เข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2534 และเริ่มผลิตสโครลคอมเพรสเซอร์ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2540 โรงงานแห่งนี้ เป็นหนึ่งในฐานการผลิตที่สำคัญของโคปแลนด์ในภูมิภาค โดยผลิตสโครลเพื่อจำหน่ายในประเทศ และส่งออกไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลก ตลอดระยะเวลาที่ดำเนินการผลิตมาแล้วกว่า 25 ปี โรงงานแห่งนี้ได้ผลิตสโครลคอมเพรสเซอร์ไปแล้วกว่า 22 ล้านตัว โดยสามารถผลิตสโครลคอมเพรสเซอร์ได้ราวปีละ 1 ล้านตัว</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/manufacturing/3500695">โคปแลนด์ ต้อนรับกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็น สภาอุตสาหกรรม เยี่ยมชมโรงงาน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[วาววา ณิชชา โชว์สเต็ปเต้นซุมบ้า พลังเต็มร้อย!]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/entertain/3486689</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 25 Jun 2024 08:19:23 +0700</pubDate>
				<category>entertain</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3486689</guid>

					<description><![CDATA[<p>วาววา ดาราเซเลปที่ไม่เพียงแต่มีผลงานการแสดงที่โดดเด่น แต่ยังเป็นที่รู้จักในฐานะผู้หลงใหลการออกกำลังกายและกีฬา ไม่ว่าจะเป็นเซิร์ฟบอร์ด ดำน้ำ ขี่ม้า โยคะ ตีกอล์ฟ หรือแม้แต่มวยไทย ล่าสุดได้อวดลีลาซุมบ้าที่ทำให้แฟนๆ ต้องตะลึง! การดูแลสุขภาพและรูปร่างที่เป๊ะปังของวาววาเป็นที่กล่าวถึงอยู่เสมอ ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมถึงมีหุ่นที่ฟิตและเฟิร์มตลอดเวลา! ซุมบ้า (Zumba®) เต้นสนุก เผาผลาญแคลอรีได้มากกว่า 1,000 ในชั่วโมงเดียว!ซุมบ้า เป็นการออกกำลังกายที่มันส์สุดๆ ตามจังหวะเพลงที่ไม่จำเจ ในเวลาเพียง 1 ชั่วโมง สามารถเผาผลาญได้มากกว่า 1,000 แคลอรี่! ไม่แปลกใจที่ซุมบ้าได้รับความนิยมทั่วโลก มีคนเข้าคลาสซุมบ้ากว่า 15 ล้านคนทุกสัปดาห์ ใน 185 ประเทศ นอกจากจะช่วยให้ร่างกายฟิตแล้ว ซุมบ้ายังดีต่ออารมณ์และจิตใจ ทำให้คุณรู้สึกสดชื่นและมีความสุข แถมยังได้พบปะผู้คนและสนุกไปด้วยกันในกลุ่ม นอกจากคลาสซุมบ้าปกติแล้ว ยังมีคลาสพิเศษอื่นๆ ให้เลือกอีกบนเว็บไซต์ zumba.com Zumba® Gold: สำหรับผู้สูงอายุที่ยังแอคทีฟ ชอบท่าเต้นดั้งเดิม แต่ลดระดับความหนักลง Zumba® Kids: สำหรับเด็ก มีการแบ่งเป็นช่วงๆ และเพิ่มเกมและกิจกรรมสนุกๆ Aqua Zumba®: ผสมการเต้นซุมบ้า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/entertain/3486689">วาววา ณิชชา โชว์สเต็ปเต้นซุมบ้า พลังเต็มร้อย!</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[3 เทรนด์ด้าน Payment ที่ธุรกิจการเงินต้องจับตา]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/it/3477704</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 30 May 2024 12:26:13 +0700</pubDate>
				<category>it</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/it/3477704</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ตลาดการชำระเงินทั่วโลกได้มีการเปลี่ยนแปลงไปมากอย่างรวดเร็ว และเป็นเรื่องท้าทายที่จะรู้ว่าเทรนด์ไหนสำคัญต่อธุรกิจ และจะต้องเตรียมรับมืออย่างไร รัสติน คาร์เพนเตอร์ ผู้อำนวยการด้านกลยุทธ์และโซลูชันการชำระเงิน บริษัท Thoughtworks ที่ปรึกษาด้านการเงินระดับโลก ได้เผยถึง 3 เมกะเทรนด์หลัก ที่ส่งผลต่อตลาดการชำระเงิน ได้แก่  1.การปรับเปลี่ยนไปสู่การชำระเงินแบบดิจิทัล (Payments Digitization) ซึ่งประกอบด้วย การชำระเงินแบบทันที (Instant Payments) ซึ่งคาดว่ามูลค่าของตลาดจะขยายตัวถึง 4.28 แสนล้านดอลลาร์ภายในปี 2026 ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนราว 1 ใน 4 ของการทำธุรกรรมทั้งหมดในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ นอกจากนี้ การย้ายข้อมูลเข้าสู่ระบบคลาวด์ (cloud infrastructure) ที่มีความรวดเร็วและยืดหยุ่น ได้ทำให้การโอนเงินแบบทันทีไม่ใช่แค่สิ่งที่ “ถ้ามีก็ดี” อีกต่อไป แต่กำลังเป็นสิ่งที่ลูกค้าต้องการ การชำระเงินระหว่างประเทศ (Cross-border payments) ที่ขยายตัวตามการเติบโตอย่างรวดเร็วของ Open Banking และการนำเทคโนโลยี API มาใช้ นอกจากนี้ ยังได้มีการจับมือกันระหว่างผู้ให้บริการทางการเงินบนมือถือและผู้ให้บริการด้านการโอนเงิน เพื่อเพิ่มความสะดวกในการโอนเงินข้ามประเทศให้แก่ผู้ใช้บริการ การขยายตัวของการชำระเงินสำหรับธุรกิจแบบ B2B ซึ่งรายงาน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/it/3477704">3 เทรนด์ด้าน Payment ที่ธุรกิจการเงินต้องจับตา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[Thoughtworks เข้าควบรวมเทคโนโลยีและบุคลากรจาก Watchful ก้าวสู่การเป็นพันธมิตรชั้นนำระดับโลกด้าน AI transformation]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/it/3470048</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 08 May 2024 14:23:20 +0700</pubDate>
				<category>it</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/it/3470048</guid>

					<description><![CDATA[<p>Thoughtworks (NASDAQ: TWKS) บริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีระดับโลกที่นำกลยุทธ์ ดีไซน์ และวิศวกรรมศาสตร์มาขับเคลื่อนนวัตกรรม ประกาศความสำเร็จในการเข้าควบรวมบุคลากรที่มีความสามารถและสินทรัพย์ด้านเทคโนโลยีจากบริษัท Watchful ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองซานฟรานซิสโก ที่ช่วยให้องค์กรต่างๆ เร่งกระบวนการสร้างสรรค์ เพิ่มประสิทธิภาพ และนำโมเดล AI ไปใช้ได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น  การควบรวมกิจการครั้งนี้ ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในกลยุทธ์ของ Thoughtworks ที่จะทำให้บริษัทฯ ก้าวไปสู่การเป็นพันธมิตรชั้นนำระดับโลกด้าน AI transformation  Thoughtworks ได้ควบรวมทีมงานมืออาชีพที่มีความเชี่ยวชาญทั้ง 7 คนจาก Watchful รวมทั้งผู้ก่อตั้งคือ Shayan Mohanty และ John Singleton ซึ่งนอกจากงานวิจัยด้าน AI ที่ล้ำสมัยแล้ว ความเชี่ยวชาญด้าน AI และ Data ของผู้ก่อตั้งทั้ง 2 คน จะช่วยยกระดับความสามารถของ Thoughtworks ในการให้บริการโซลูชันด้าน AI และ Data แก่ลูกค้าได้ดีมากยิ่งขึ้น  การควบรวมเทคโนโลยีของ Watchful เข้ากับบริการด้าน Data และ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/it/3470048">Thoughtworks เข้าควบรวมเทคโนโลยีและบุคลากรจาก Watchful ก้าวสู่การเป็นพันธมิตรชั้นนำระดับโลกด้าน AI transformation</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[รายงาน Technology Radar ของ Thoughtworks ฉบับที่ 30 ชี้ Generative AI ยกระดับทีมพัฒนาซอฟต์แวร์ได้อย่างครบวงจร]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/it/3461067</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 04 Apr 2024 11:59:43 +0700</pubDate>
				<category>it</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/it/3461067</guid>

					<description><![CDATA[<p>Thoughtworks (NASDAQ: TWKS) บริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีระดับโลกที่นำกลยุทธ์ ดีไซน์ และวิศวกรรมศาสตร์มาขับเคลื่อนนวัตกรรม เผยแพร่รายงาน Technology Radar ล่าสุด ฉบับที่ 30 รายงานที่เผยแพร่ปีละ 2 ครั้ง จากการรวบรวมข้อมูลที่ได้จากการสังเกต การสนทนา และประสบการณ์ของ Thoughtworks ในการแก้ไขปัญหาทางธุรกิจที่ซับซ้อนที่สุดของลูกค้า ผลรายงานฉบับล่าสุดพบว่า Generative artificial intelligence (GenAI) ส่งผลมากขึ้นเรื่อยๆ ต่อกระบวนการส่งมอบซอฟต์แวร์ โดยเครื่องมือ AI ระลอกใหม่มีศักยภาพในการช่วยทีมวิศวกรเพิ่มประสิทธิภาพ เสริมขีดความสามารถและปรับปรุงผลลัพธ์ในการพัฒนาซอฟต์แวร์   เครื่องมือเหล่านี้มีความสามารถมากกว่าการสร้างโค้ด (Code Generation) เพราะเข้าไปช่วยในส่วนอื่นๆ ของวงจรการพัฒนาซอฟต์แวร์ได้ด้วย ซึ่งรวมถึงการทดสอบ การสร้างเอกสารการออกแบบ หรือแม้กระทั่งการจัดองค์ประกอบและโครงสร้างภายในของซอฟต์แวร์ใหม่ (Refactoring) อย่างไรก็ตาม Thoughtworks ตั้งข้อสังเกตว่าขีดความสามารถนี้ยังอยู่ในช่วงกำลังพัฒนา ซึ่งทีมวิศวกรควรตื่นตัวและระมัดระวังในการพิจารณาว่าจะนำเครื่องมือที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่เหล่านี้ไปใช้ในการทำงานจริงได้อย่างไร Rachel Laycock ผู้อำนวยการด้านเทคโนโลยีของ Thoughtworks กล่าวว่า “เครื่องมือ GenAI มีความสามารถในการช่วยทีมวิศวกรซอฟต์แวร์ได้หลากหลายด้าน โดยเป็นมากกว่าตัวช่วยเขียนโปรแกรม และใช้แก้ปัญหาเชิงเทคนิคได้เป็นอย่างดี แม้ว่าจำเป็นต้องบริหารจัดการความเสี่ยงในการนำไปใช้อย่างเหมาะสมก็ตาม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/it/3461067">รายงาน Technology Radar ของ Thoughtworks ฉบับที่ 30 ชี้ Generative AI ยกระดับทีมพัฒนาซอฟต์แวร์ได้อย่างครบวงจร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[รายงาน HID เผย Mobile ID การยืนยันตัวตนแบบหลายขั้นตอน และความยั่งยืน สำคัญเป็นอันดับต้นๆ และ AI ได้ถูกกล่าวถึงเป็นครั้งแรก]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/it/3456583</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 21 Mar 2024 17:12:25 +0700</pubDate>
				<category>it</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/it/3456583</guid>

					<description><![CDATA[<p>HID ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชันการระบุตัวตนได้เผยแพร่ผลรายงาน State of the Security Industry Report ประจำปี 2567 ที่เกี่ยวกับอุตสาหกรรมด้านความปลอดภัย โดยรวบรวมความคิดเห็นจากพันธมิตรทางธุรกิจ ผู้ใช้งาน และบุคลากรด้านความปลอดภัยและไอที ในตำแหน่งต่างๆ จำนวน 2,600 คน ในทวีปต่างๆ รวมทั้งเอเชียแปซิฟิก และทำงานอยู่ในองค์กรหลากหลายขนาดกว่า 11 อุตสาหกรรม รายงาน State of Security Report ประจำปี 2567 ได้เจาะลึกเรื่องข้อกังวลที่เป็นตัวขับเคลื่อนการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อช่วยจัดการกับข้อกังวลดังกล่าว พร้อมเสนอแนะให้ผู้บริหารที่ดูแลด้านความปลอดภัยปรับตัวเพื่อรับมือกับความท้าทายต่างๆ ที่กำลังเกิดขึ้น การสำรวจได้จัดทำขึ้นเมื่อปลายปี 2566 ที่ผ่านมา โดยเผยถึง 6 ประเด็นสำคัญดังนี้ 1.การยืนยันตัวตนผ่านโทรศัพท์มือถือ (Mobile ID) จะแพร่หลายมากในอีกห้าปีข้างหน้า โทรศัพท์มือถือที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย ได้ผลักดันให้มีการใช้งานด้านการระบุและยืนยันตัวตนอย่างต่อเนื่อง ผู้ใช้งานที่ตอบแบบสำรวจระบุว่า เกือบ 80% ขององค์กรจะใช้โทรศัพท์มือถือในการยืนยันตัวตนภายในเวลา 5 ปีข้างหน้า ในส่วนของของพันธมิตรในอุตสาหกรรมก็มีมุมมองในเชิงบวกมากขึ้น โดยระบุว่า 94% ของลูกค้าจะใช้งาน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/it/3456583">รายงาน HID เผย Mobile ID การยืนยันตัวตนแบบหลายขั้นตอน และความยั่งยืน สำคัญเป็นอันดับต้นๆ และ AI ได้ถูกกล่าวถึงเป็นครั้งแรก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[Cloud Carbon Footprint เครื่องมือช่วยลดมลภาวะจากการใช้คลาวด์ ใช้งานได้ฟรี]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/it/3454464</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 18 Mar 2024 12:41:10 +0700</pubDate>
				<category>it</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/it/3454464</guid>

					<description><![CDATA[<p>เทคโนโลยีมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในปัจจุบัน แต่ก็ได้สร้างมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศโลก หากมองอีกมุมหนึ่ง เราก็สามารถใช้เทคโนโลยีเพื่อลดปัญหาการปล่อยคาร์บอนลงได้เช่นกัน สำหรับ Thoughtworks บริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีระดับโลก มองว่าเทคโนโลยีสีเขียวช่วยสร้างความยั่งยืนได้ เช่น นำมาปรับใช้เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย Net Zero (การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์) โดยขณะนี้ สตาร์ทอัพหลายแห่งได้พัฒนาโซลูชัน Climate Tech ที่เป็นเทคโนโลยีเพื่อควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ไปจนถึงการพัฒนาแพลตฟอร์มซื้อขายคาร์บอนเครดิตแบบอัตโนมัติ รวมถึงการใช้เทคโนโลยี AI/ML เพื่อประกอบการตัดสินใจในส่วนที่เกี่ยวข้องกับค่าใช้จ่ายและการแลกเปลี่ยนคาร์บอนตลอดทั้งซัพพลายเชน นอกจากเทคโนโลยีข้างต้นแล้ว ลิซ่า แมคแนลลี่ (Lisa McNally) Head of Sustainability and Cleantech ของ Thoughtworks มองว่า การทำให้เทคโนโลยีเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น คือการพัฒนาให้เทคโนโลยีนั้นๆ ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และลดการปล่อยคาร์บอนลง โดยเพิ่มประสิทธิภาพของโค้ดเขียนโปรแกรม การสร้างความตระหนักเกี่ยวกับการปล่อยคาร์บอนที่มาจากปริมาณงานหรือทรัพยากรที่ใช้งานอยู่บนระบบคลาวด์ (Cloud Workloads) หรือแม้กระทั่งการจัดซื้ออุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ที่เหมาะสมและการกำหนดช่วงเวลาการใช้งาน โดยทีมงานในองค์กรสามารถนำแนวทางเหล่านี้ไปปรับให้เหมาะกับการทำงานของฝ่ายตัวเอง เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายและลดการปล่อยคาร์บอนในโครงสร้างพื้นฐานด้านไอที ทั้งบนระบบคลาวด์และที่ใช้ในสำนักงาน จากแนวคิดในการควบคุมการปล่อยคาร์บอนจากระบบคลาวด์ Thoughtworks จึงได้พัฒนา Cloud Carbon Footprint เครื่องมือแบบ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/it/3454464">Cloud Carbon Footprint เครื่องมือช่วยลดมลภาวะจากการใช้คลาวด์ ใช้งานได้ฟรี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[AI ยกระดับการวางแผนสร้างเครือข่ายสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/it/3444175</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 16 Feb 2024 15:25:07 +0700</pubDate>
				<category>it</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/it/3444175</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในขณะนี้ โลกกำลังอยู่ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งเป็นการเดินทางสัญจรอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและมีความยั่งยืน จากความต้องการโครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จ EV ที่ขยายตัวขึ้น ได้ทำให้คู่แข่งในธุรกิจ EV เพิ่มจำนวนขึ้นตามไปด้วย และส่งผลให้การแข่งขันเพื่อช่วงชิงทำเลที่ดี ทวีความดุเดือดขึ้นไปอีก Photo caption: ผลจากการทดลองใช้ AI เพื่อระบุตำแหน่งของทำเลที่ตั้งเพื่อประเมินการสร้างจุดชาร์จ EV เพิ่มเติม ที่เมือง Macarthur ประเทศออสเตรเลีย อย่างไรก็ตาม การระบุตำแหน่งและประเมินสถานที่สร้างจุดชาร์จในอนาคตนั้น ต้องใช้ทั้งระยะเวลาและกำลังคน ซึ่งนับเป็นความท้าทาย นอกจากนี้ ยังต้องใช้เงินลงทุนสูงและการลงทุนในระยะยาว ทั้งสำหรับการก่อสร้างและการดำเนินงานในสถานีชาร์จ ซึ่งหากการวางแผนและจัดสรรการลงทุนไม่ถูกต้อง ก็อาจส่งผลให้มีการสร้างจุดชาร์จในตำแหน่งที่ตั้งที่ไม่เหมาะสมได้  Thoughtworks บริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีระดับโลก จึงได้พัฒนาแนวทางการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อช่วยในการวางแผนการสร้างเครือข่ายสถานีชาร์จ EV รวมถึงยกระดับกระบวนการทำงานและปรับรูปแบบให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้ใช้งานมากที่สุด ขณะที่ยังคงสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนในระดับสูงสุด (ROI) ภารกิจหาจุดชาร์จที่ยากในทุกมิติ ในปัจจุบัน การระบุตำแหน่งและการคัดกรองจุดเหมาะสมสำหรับการสร้างจุดชาร์จ EV มีความซับซ้อนและต้องใช้ทรัพยากรบุคคลจำนวนมาก โดยการประเมินตำแหน่งที่ตั้งหนึ่งแห่ง อาจใช้ระยะเวลานานถึง 1 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับผู้ปฏิบัติงาน และที่ตั้งของโครงการ และหากเป็นในทวีปยุโรป จะมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 20,000 – [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/it/3444175">AI ยกระดับการวางแผนสร้างเครือข่ายสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[รายงาน Looking Glass ของ Thoughtworks ชี้ธุรกิจต้องคำนึงถึงกลยุทธ์ ความปลอดภัย และความรับผิดชอบในการใช้ AI Solutions]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/it/3430405</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 10 Jan 2024 11:32:12 +0700</pubDate>
				<category>it</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/it/3430405</guid>

					<description><![CDATA[<p>รายงาน Looking Glass ของ Thoughtworks ชี้ธุรกิจต้องคำนึงถึงกลยุทธ์ ความปลอดภัย และความรับผิดชอบในการใช้ AI Solutions Thoughtworks (NASDAQ: TWKS) บริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีระดับโลกที่ผสานกลยุทธ์ การออกแบบ และวิศวกรรมเพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมดิจิทัล ได้เผยแพร่รายงาน ‘Looking Glass’ ล่าสุดฉบับที่ 4 เพื่อแนะแนวทางให้ธุรกิจสามารถขับเคลื่อนองค์กรไปได้ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม และค้นหาโอกาสใหม่ๆ โดยมี 5 มุมมองสำคัญ ที่วิเคราะห์เทรนด์เทคโนโลยี พร้อมชี้โอกาสสำคัญทางธุรกิจและคำแนะนำที่สามารถปรับใช้ได้จริง Generative Artificial Intelligence (GenAI) กำลังเข้าไปอยู่ในทุกภาคส่วนของธุรกิจ เนื่องจากได้รับการพัฒนาออกมามากขึ้น เข้าถึงได้มากขึ้น และนำไปใช้งานได้มากกว่าเดิม ดังนั้น การมีกลยุทธ์ด้านข้อมูลที่แข็งแกร่งและเป้าหมายที่ชัดเจนจึงมีความจำเป็นเพื่อสร้างโอกาสอันได้เปรียบ อย่างไรก็ตาม GenAI (AI) ไม่ได้แยกแยะว่าผลลัพธ์ที่สร้างขึ้นอย่างรวดเร็วนั้นดีหรือแย่ ด้วยเหตุนี้การตัดสินใจผิดพลาดจึงเกิดขึ้นได้รวดเร็วยิ่งกว่าก่อนใช้ AI ดังนั้น เพื่อป้องกันความเสี่ยงดังกล่าว ธุรกิจต้องให้ความสำคัญกับการทำให้ข้อมูลสามารถสืบค้นได้ เข้าถึงได้ มีความน่าเชื่อถือ ทำงานร่วมกันได้ และนำกลับมาใช้ได้ และทั้งหมดนั้นต้องคำนึงถึงความปลอดภัยและตระหนักถึงความเป็นส่วนตัว แพลตฟอร์มข้อมูลที่พัฒนาขึ้นโดยมุ่งแก้ไขปัญหาของผู้ใช้งานเป็นหลัก จึงเป็นรากฐานขับเคลื่อนสู่ความสำเร็จ เรเชล [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/it/3430405">รายงาน Looking Glass ของ Thoughtworks ชี้ธุรกิจต้องคำนึงถึงกลยุทธ์ ความปลอดภัย และความรับผิดชอบในการใช้ AI Solutions</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ผลสำรวจชี้ ธุรกิจต้องสร้างความเชื่อมั่นในการนำ GenAI มาใช้]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/it/3406082</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 07 Nov 2023 15:34:22 +0700</pubDate>
				<category>it</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/it/3406082</guid>

					<description><![CDATA[<p>ผลสำรวจชี้ ธุรกิจต้องสร้างความเชื่อมั่นในการนำ GenAI มาใช้ Thoughtworks (NASDAQ: TWKS) บริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีระดับโลกที่ผสานกลยุทธ์ การออกแบบ และวิศวกรรมเพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมดิจิทัล ได้เผยผลสำรวจระดับโลกล่าสุดซึ่งพบว่า แม้ผู้คนจะอยากให้องค์กรธุรกิจได้ทดลองใช้ GenAI เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ แต่ก็ต้องการความโปร่งใสในการใช้ปัญญาประดิษฐ์ รวมไปถึงการสื่อสารเชิงรุกว่าจะใช้ปัญญาประดิษฐ์ใหม่นี้อย่างไร การสำรวจยังได้ศึกษาความคาดหวังของผู้คนที่มีต่อธุรกิจ และการรักษาใบอนุญาติในการใช้ปัญญาประดิษฐ์ใหม่ ควบคู่ไปกับข้อกำหนดใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นต่อไป ผลสำรวจ “เสียงจากผู้ใช้บริการถึงธุรกิจในการใช้ GenAI อย่างมีความรับผิดชอบ” จากผู้ร่วมตอบแบบสอบถาม 10,000 คนจาก 10 ประเทศ สาระสำคัญ จำนวนผู้ตอบแบบสอบถามที่มีความกังวลและความตื่นเต้นเกี่ยวกับ GenAI มีจำนวนใกล้เคียงกัน ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เห็นพ้องว่า การมีข้อกำหนดในเรื่องการใช้ GenAI อย่างมีความรับผิดชอบเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง องค์กรธุรกิจกับใบอนุญาติจากสังคม เพื่อการใช้ GenAI ไมค์ เมสัน  ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของ Thoughtworks กล่าวถึงผลการสำรวจว่า “ในโลกของเราซึ่งความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจเป็นสิ่งสำคัญ องค์กรธุรกิจจึงต้องเข้าใจว่าความเชื่อมั่นของสาธารณชนในเรื่องการใช้ GenAI อย่างมีจริยธรรม ไม่ได้เป็นเพียงแค่การปฏิบัติตามข้อกำหนด แต่ยังเป็นประโยชน์ในเชิงกลยุทธ์ขององค์กรอีกด้วย กว่าหลายทศวรรษที่ Thoughtworks [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/it/3406082">ผลสำรวจชี้ ธุรกิจต้องสร้างความเชื่อมั่นในการนำ GenAI มาใช้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[รายงาน Technology Radar ของ Thoughtworks เจาะลึก Generative AI ในฐานะตัวเร่งกระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์และ Productivity]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/it/3391846</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 04 Oct 2023 12:52:25 +0700</pubDate>
				<category>it</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/it/3391846</guid>

					<description><![CDATA[<p>Thoughtworks (NASDAQ: TWKS) บริษัทให้คำปรึกษาด้านเทคโนโลยีระดับโลกที่นำกลยุทธ์ ดีไซน์ และวิศวกรรมศาสตร์มาขับเคลื่อนนวัตกรรม เผยแพร่รายงาน Technology Radar ล่าสุด ฉบับที่ 29 รายงานที่เผยแพร่ปีละ 2 ครั้งนี้ เป็นการรวบรวมข้อมูลที่ได้จากการสังเกต การสนทนา และประสบการณ์ของ Thoughtworks ในการแก้ไขปัญหาทางธุรกิจที่ซับซ้อนที่สุดของลูกค้า ถึงแม้ว่า Generative Artificial Intelligence (GenAI) จะถูกมองว่าเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ที่ช่วยให้นักพัฒนาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ (productivity) มากยิ่งขึ้น แต่สาระหลักของรายงานฉบับนี้จะดูว่า productivity ของนักพัฒนาซอฟต์แวร์นั้นคืออะไรกันแน่ และจะสามารถวัดได้อย่างไร Thoughtworks พบว่า GenAI ไม่ได้จะมาแทนที่นักพัฒนาซอฟต์แวร์ แต่จะช่วยสนับสนุนกระบวนการส่งมอบซอฟต์แวร์ได้ในหลากหลายขั้นตอน เมื่อเครื่องมือต่างๆ เริ่มดีขึ้น ซึ่งเริ่มสังเกตได้จากเครื่องมือที่เกี่ยวข้องจำนวนหนึ่งในรายงาน Radar ฉบับนี้ได้เลื่อนขั้นจาก “การประเมิน” ไปสู่ “การทดลอง” แล้ว ทำให้เกิดโอกาสมากมายที่องค์กรจะได้สำรวจเครื่องมือต่างๆ อย่างไรก็ตาม เช่นเดียวกับเทคโนโลยีก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็นคลาวด์ continuous delivery และ IoT สิ่งที่ควรให้ความสำคัญก็คือ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/it/3391846">รายงาน Technology Radar ของ Thoughtworks เจาะลึก Generative AI ในฐานะตัวเร่งกระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์และ Productivity</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[จุดเปลี่ยนของการยืนยันตัวตนด้วยมือถือ และผลกระทบต่ออุตสาหกรรมระบบควบคุมการเข้า-ออก]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/it/3378987</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 05 Sep 2023 15:49:03 +0700</pubDate>
				<category>it</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/it/3378987</guid>

					<description><![CDATA[<p>บทความโดย Sanjit Bardhan รองประธานและผู้อำนวยการแผนก Mobile ของบริษัท HID หลายปีที่ผ่านมา วิธียืนยันตัวตนและเข้าถึงบริการต่างๆ ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วใน ในอดีต การยืนยันตัวตนจำเป็นต้องมีเอกสารที่จับต้องได้ เช่น การแสดงใบขับขี่เมื่อซื้อสินค้าหรือบริการที่จำกัดอายุ แต่การใช้สมาร์ทโฟนและเทคโนโลยีโทรศัพท์มือถือที่เพิ่มมากขึ้น ได้ทำให้เกิดการยืนยันตัวตนในรูปแบบดิจิทัลขึ้น ซึ่งแม้จะมาพร้อมกับความสะดวกสบาย ความปลอดภัยและความยืดหยุ่น แต่ความซับซ้อนอื่นๆ เช่น ความพร้อมด้าน IT การพิสูจน์ตัวตน และข้อกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวของข้อมูล ก็เป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาด้วยเช่นกัน&#160; แล้วโลกพร้อมหรือยังที่จะใช้การยืนยันตัวตนแบบดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งในที่สุด ก็จะแทนที่การยืนยันตัวตนด้วยเอกสารแบบดั้งเดิม คำตอบไม่ง่ายขนาดนั้น เพราะการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลไม่มีความเท่าเทียมกันตั้งแต่แรก ไม่ใช่ทุกองค์กร หรือทุกคนจะสามารถเข้าถึงทรัพยากร ทักษะ หรือโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลที่ประสบความสำเร็จได้อย่างเท่าเทียม ด้วยเหตุนี้ เราคาดว่าในอีก 2-3 ปีข้างหน้า ตลาดสำหรับการยืนยันตัวตนด้วยเอกสารจะเล็กลงอย่างต่อเนื่อง และการยืนยันตัวตนทางดิจิทัลจะกินพื้นที่เพื่มมากขึ้นเรื่อยๆ ปัจุบันคนเริ่มใช้สมาร์ทโฟนมากกว่าเดิม ทั้งเพื่อใช้จ่ายเงินออนไลน์ เข้าถึงบริการด้านดิจิทัล หรือแม้กระทั่งใช้เปิดประตูเพื่อเข้า-ออก บริษัทที่ปรึกษาอย่าง Gartner ระบุว่า ในปี 2022 องค์กรกว่า 70% ที่ใช้การยืนยันตัวตนด้วยข้อมูลทางชีวภาพ (biometric) ในการเข้า-ออกสถานที่ทำงาน จะดำเนินการผ่านแอปในสมาร์ทโฟนแทน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/it/3378987">จุดเปลี่ยนของการยืนยันตัวตนด้วยมือถือ และผลกระทบต่ออุตสาหกรรมระบบควบคุมการเข้า-ออก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[Thoughtworks ได้รับแต่งตั้งให้เป็น Premier Partner ในด้าน Services Engagement Model ของ Google Cloud]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/it/3376945</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 31 Aug 2023 13:19:39 +0700</pubDate>
				<category>it</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/it/3376945</guid>

					<description><![CDATA[<p>Thoughtworks (NASDAQ: TWKS) บริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีระดับโลกที่ผสานกลยุทธ์ การออกแบบ และวิศวกรรมเพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมดิจิตัล ประกาศว่าบริษัทได้รับการแต่งตั้งให้เป็น Premier Partner ในด้าน Service Engagement Model ของ Google Cloud Model ซึ่งเป็นสถานะสูงสุดที่ Google Cloud partner จะได้รับ ความสำเร็จในครั้งนี้มาจากความเชี่ยวชาญและศักยภาพของ Thoughtworks ในด้านผลิตภัณฑ์ของ Google Cloud ที่รวมถึงความเชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์ข้อมูลและการพัฒนาแอปพลิเคชัน Bruno Souza ผู้อำนวยการด้านวิศวกรรมข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ของ Globo กล่าวว่า “Thoughtworks ได้สนับสนุนเราในการวางรากฐานที่สำคัญเพื่อปลดล็อกมูลค่า ขยายธุรกิจ ปล่อยผลิตภัณฑ์และบริการออกสู่ตลาดได้เร็วขึ้น และช่วยลดค่าใช้จ่าย ในขณะที่เราก็ค่อยๆ พัฒนา data journey ขององค์กร Thoughtworks ได้ใช้ความเชี่ยวชาญและคุณสมบัติด้านความคล่องตัว ดำเนินการย้ายฐานข้อมูลให้เรา ซึ่งเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญในการสร้างมูลค่าทางธุรกิจให้มากขึ้นจากการวิเคราะห์ข้อมูล” เพื่อก้าวขึ้นเป็น Premier Partner ของ Google Cloud ทีมงานของ Thoughtworks [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/it/3376945">Thoughtworks ได้รับแต่งตั้งให้เป็น Premier Partner ในด้าน Services Engagement Model ของ Google Cloud</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[Thoughtworks เปิดตัวบริการเพื่อเร่งส่งเสริมการใช้ Generative AI]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/it/3367994</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 09 Aug 2023 15:46:29 +0700</pubDate>
				<category>it</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/it/3367994</guid>

					<description><![CDATA[<p>Thoughtworks (NASDAQ: TWKS) บริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีระดับโลกที่ผสานกลยุทธ์ การออกแบบ และวิศวกรรมเพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมดิจิตัล ประกาศเปิดตัวบริการ product accelerator เพื่อสนับสนุนองค์กรต่างๆ ในการมองหาโอกาส และริเริ่มโครงการที่สามารถนำ generative AI มาใช้ประโยชน์ได้ องค์กรที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ด้วยการลงทุนด้านนวัตกรรม และเตรียมพร้อมเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลง จะทำงานได้มีประสิทธิภาพมากกว่าองค์กรอื่นๆ ทั้งในช่วงขาขึ้นและขาลง และผลกระทบจะทวีคูณมากขึ้นหากเกิดการเปลี่ยนแปลงในลำดับขั้นในการแข่งขันในอุตสาหกรรม ในปัจจุบัน ทุกคนสามารถเข้าถึงเครื่องมือ generative AI และเทคโนโลยีต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าในอนาคตหรือคู่แข่ง ความแตกต่างจึงขึ้นอยู่กับว่าองค์กรจะนำ generative AI ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อสร้างข้อได้เปรียบในการแข่งขันได้อย่างไร บริษัทผู้นำด้านเทคโนโลยีระดับโลกแห่งหนึ่งได้นำ generative AI ไปประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า ในการเพิ่มโอกาสทางธุรกิจในด้านต่างๆ เช่น ที่ปรึกษาเสมือนจริง เครื่องมือด้านการศึกษา generative AI ได้ช่วยให้ขั้นตอนการทำงานบางอย่างสามารถทำได้แบบอัตโนมัติ จึงช่วยลดภาระหน้าที่งานบางอย่างของทีมงาน ทำให้มีเวลาโฟกัสกับงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ สามารถส่งมอบแนวคิดผลิตภัณฑ์ด้วยเครื่องมือ generative AI ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าและสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันให้กับธุรกิจได้ บริการที่เร่งส่งเสริมการใช้ generative AI ของ Thoughtworks ช่วยให้ผู้นำด้านธุรกิจและผลิตภัณฑ์สามารถตัดสินใจในการนำ generative [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/it/3367994">Thoughtworks เปิดตัวบริการเพื่อเร่งส่งเสริมการใช้ Generative AI</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
	</channel>
</rss>
