<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
>
<channel>
	<title>ThaiPR.NET</title>
	<atom:link href="https://www.thaipr.net/tag/%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%88/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thaipr.net/tag/องค์กรความร่วมมือระหว่</link>
	<description>Press Release Distribution Center of Thailand</description>
	<lastBuildDate>Fri, 15 May 2026 17:31:33 +0700</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.1</generator>
	<item>
		<title><![CDATA[ไทยประกาศความสำเร็จความร่วมมือภาครัฐ-เอกชน พร้อมเดินหน้าใช้ใบรับรองสุขอนามัยพืช อิเล็กทรอนิกส์ (ePhyto) เพื่ออำนวยความสะดวกการส่งออกเต็มรูปแบบ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3321601</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 31 Mar 2023 09:00:40 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/business/3321601</guid>

					<description><![CDATA[<p>ประเทศไทยประกาศความสำเร็จความร่วมมือภาครัฐ-เอกชน ส่งเสริมการใช้ใบรับรองสุขอนามัยพืชอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Phytosanitary Certificate หรือ ePhyto) เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการส่งออก นำเข้า และนำผ่าน สินค้าประเภทพืชและผลิตภัณฑ์พืช แก้ปัญหาความล่าช้าและซ้ำซ้อนในการปฏิบัติงาน ลดเวลาที่ใช้ในการเดินทางมายื่นคำขอใบรับรองจากหน่วยงานรัฐด้วยตนเอง อีกทั้งยังสามารถตรวจสอบย้อนกลับแหล่งที่มาได้ตั้งแต่ปลายทางถึงผู้ผลิต ลดปัญหาการปลอมแปลงเอกสาร ในอนาคตระบบใบรับรองสุขอนามัยพืชอิเล็กทรอนิกส์จะสามารถให้บริการผ่านระบบออนไลน์ และแลกเปลี่ยนกับประเทศคู่ค้าทางดิจิทัลได้อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งจะปราศจากการใช้กระดาษ และการเดินทางมารับเอกสาร ทำให้ประหยัดทรัพยากรจากกระบวนการเดิมเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยออกมาจากงานเอกสาร งานประกาศความสำเร็จครั้งนี้ จัดขึ้น ณ ห้องแกรนด์ฮอล 2 โรงแรมรามาการ์เด้นส์ โดยมีผู้แทนจากสถานทูตเยอรมนี ประจำประเทศไทย พร้อมด้วยผู้บริหารจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวงการคลัง รวมทั้งเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องให้เกียรติเข้าร่วมงาน ประเทศไทย เปิดตัวระบบ ePhyto อย่างเป็นทางการเมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ.2565 เป็นภารกิจสำคัญของกรมวิชาการเกษตร ร่วมกับสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) และกรมศุลกากรเพื่อรับรองสินค้าประเภทพืชและผลิตภัณฑ์พืชสำหรับส่งออกไปยังต่างประเทศ ผู้ส่งออกของไทยสามารถยื่นคำขอใบรับรองสุขอนามัยพืชผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์และนำใบรับรองที่ได้จากระบบอิเล็กทรอนิกส์ไปสำแดงต่อประเทศผู้นำเข้าว่าสินค้าได้ปลอดโรคและแมลงศัตรูพืชตามเงื่อนไขของประเทศคู่ค้าปลายทาง นายพิศาล พงศาพิชณ์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีการแลกเปลี่ยนใบรับรองสุขอนามัยพืชอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ePhyto กับประเทศในกลุ่มอาเซียนแล้วคืออินโดนีเซีย และประสบความสำเร็จในการทดสอบแลกเปลี่ยนกับประเทศคู่ค้าอื่น ๆ อีก ได้แก่ ออสเตรเลีย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3321601">ไทยประกาศความสำเร็จความร่วมมือภาครัฐ-เอกชน พร้อมเดินหน้าใช้ใบรับรองสุขอนามัยพืช อิเล็กทรอนิกส์ (ePhyto) เพื่ออำนวยความสะดวกการส่งออกเต็มรูปแบบ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[พิธีปิดโครงการพัฒนาระบบการจัดการของเสียจากเรือของท่าเรือกรุงเทพ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3239426</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 15 Sep 2022 09:53:18 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3239426</guid>

					<description><![CDATA[<p>เราจะสามารถหยุดการทิ้งขยะลงสู่ท้องทะเลได้อย่างไร?: ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในนานาประเทศที่มีขยะไหลลงสู่ท้องทะเลมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งขยะทะเลโดยส่วนมากนั้นมาจากทั้งกิจกรรมบนบกและในทะเล อาทิ การสัญจรทางน้ำที่มากขึ้นซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดการลักลอบทิ้งขยะลงทะเลอย่างผิดกฎหมาย ในช่วงสองปีที่ผ่านมา ท่าเรือกรุงเทพ การท่าเรือแห่งประเทศไทย ร่วมกับโครงการส่งเสริมการใช้เศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อจัดการปัญหาขยะทะเลที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสหภาพยุโรป (EU) และรัฐบาลเยอรมัน ดำเนินงานโดยองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) และ Expertise France (EF) ได้ร่วมกันทำโครงการนำร่องเพื่อต่อต้านการทิ้งขยะลงทะเลจากเรือแบบผิดกฎหมายด้วยการพัฒนาระบบการจัดการของเสียจากเรือของท่าเรือกรุงเทพ กิจกรรมโครงการนำร่องนี้ยังได้รับความร่วมมือจากศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สถาบันวิจัยพลังงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาแห่งประเทศไทย และบริษัท เฟิร์ส บิส โซลูชั่น จำกัด ด้วยความร่วมมือจากองค์กรต่าง ๆ ในการศึกษาข้อกำหนดการจัดการของเสียรวมถึงการบริการการจัดการของเสียของท่าเรือกรุงเทพ รวมถึงออกแบบ และดำเนินระบบการจัดส่งแบบแจ้งข้อมูลของเสียจากเรือ (Ship Waste Notification Management System: WNMS) ซึ่งเป็นการกำหนดให้เรือจำเป็นต้องแจ้งปริมาณของเสียที่จะถ่ายเท ณ ท่าเรือฯ โดยจะต้องแจ้งทางท่าเรือฯ ก่อนเรือเทียบท่า ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกในการจัดการของเสีย และการตรวจสอบขั้นตอนต่าง ๆ ในการจัดการของเสียจากเรืออีกด้วย นอกจากนั้นยังเป็นการพัฒนาปรับปรุงระบบการรวบรวมข้อมูลของเสียภายใต้การกำกับดูแลของทางท่าเรือกรุงเทพ โดยในวันที่ 1 กันยายน องค์กรภายใต้ความร่วมมือดังกล่าวจะนำเสนอระบบการจัดการของเสียจากเรือที่ได้รับการพัฒนารวมถึงผลการดำเนินงานให้กับเจ้าหน้าที่ท่าเรือฯ และผู้ที่สนใจได้ทราบในระหว่างพิธีปิดโครงการ ณ ห้องศาลาไทยบอลรูม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3239426">พิธีปิดโครงการพัฒนาระบบการจัดการของเสียจากเรือของท่าเรือกรุงเทพ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กฟผ. จับมือ GIZ สานต่อการส่งเสริมเทคโนโลยีทำความเย็นสีเขียว สู่เป้าหมาย Carbon Neutrality]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/energy/3189583</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 13 May 2022 09:02:35 +0700</pubDate>
				<category>energy</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/energy/3189583</guid>

					<description><![CDATA[<p>กฟผ. ร่วมกับองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) เดินหน้าสร้างเครือข่ายสนับสนุนการใช้สารทำความเย็นธรรมชาติที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หวังช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศ มุ่งสู่ Carbon Neutrality นางศรีวรรณ บูรณโชคไพศาล ผู้ช่วยผู้ว่าการแผนงานโรงไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารกองทุน CIF (Cooling Innovation Fund) เป็นผู้แทน กฟผ. ลงนามความร่วมมือในการส่งเสริมและขับเคลื่อนการใช้เทคโนโลยีการทำความเย็นสีเขียว ภายใต้โครงการพัฒนาเครือข่ายการทำความเย็นสีเขียว ระยะที่ 3 (Green Cooling Initiative (GCI) III) ในประเทศไทย กับ นายไรน์โฮลด์ เอลเกส ผู้อำนวยการองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ประจำประเทศไทยและมาเลเซีย พร้อมด้วย นางสาวเดนีส อันเดรส หัวหน้าโครงการ GCI III ร่วมพิธีลงนาม ณ อาคาร 50 ปี กฟผ. สำนักงานกลาง กฟผ. จังหวัดนนทบุรี เพื่อต่อยอดและสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีการทำความเย็นที่เป็นมิตรกับสภาพภูมิอากาศและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานอย่างยั่งยืน ด้วยการใช้สารทำความเย็นธรรมชาติ เมื่อวันที่ 12 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/energy/3189583">กฟผ. จับมือ GIZ สานต่อการส่งเสริมเทคโนโลยีทำความเย็นสีเขียว สู่เป้าหมาย Carbon Neutrality</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เยอรมนี ชู “ไทย ไรซ์ นามา” ต้นแบบโครงการทำนาลดโลกร้อน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและรายได้เกษตรกร]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3188080</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 10 May 2022 09:21:25 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3188080</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายเกออร์ก ชมิดท์ เอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีประจำประเทศไทย และนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมด้วยนางสาวลิโอบา ดอนเนอร์ เจ้าหน้าที่ด้านนโยบายของประเทศไทย ฝ่ายแผนงานปกป้องสภาพภูมิอากาศระดับสากล (IKI) ด้านความร่วมมือทวิภาคี กระทรวงเศรษฐกิจและการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (BMWK) เข้าเยี่ยมชมแปลงนาและการสาธิตการทำนาที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดภาวะโลกร้อนจากการทำนาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (ไทย ไรซ์ นามา) รวมทั้งพบปะเกษตรกรเพื่อหารือเกี่ยวกับการทำนาที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและรายได้ให้กับเกษตร รวมทั้งช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในแปลงนา ณ กลุ่มนาแปลงใหญ่ อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี การเยี่ยมชมงานในครั้งนี้ ยังประกอบด้วย นายณัฐภัทร สุวรรณประทีป ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี นายพิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และดร.อภิชาติ พงษ์ศรีหดุลชัย ที่ปรึกษาอธิบดีกรมการข้าว ข้าวมีความสำคัญอย่างยิ่งในประเทศไทย เนื่องจากมีพื้นที่เพาะปลูกประมาณครึ่งหนึ่งของพื้นที่เกษตรกรรมทั้งประเทศ และการทำนาในประเทศปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงถึงร้อยละ 55 ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคเกษตรทั้งหมด ส่งผลให้การทำนาข้าวของประเทศไทยปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากเป็นอันดับ 4 ของโลกเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ ดังนั้นโครงการไทย ไรซ์ นามา จึงมุ่งพัฒนายุทธศาสตร์ตลาดข้าวที่ยั่งยืน พร้อมส่งเสริมเทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการทำนาลดโลกร้อนให้แก่เกษตรกรตามมาตรการ “3 เพิ่ม 3 ลด” คือ เพิ่มผลผลิตข้าว [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3188080">เยอรมนี ชู “ไทย ไรซ์ นามา” ต้นแบบโครงการทำนาลดโลกร้อน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและรายได้เกษตรกร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ไทย ไรซ์ นามา เดินหน้ามาตรการทางการเงิน พร้อมสนับสนุนเกษตรกรเพิ่มประสิทธิภาพการทำนาลดโลกร้อน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3187376</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 09 May 2022 08:37:07 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3187376</guid>

					<description><![CDATA[<p>(จากซ้าย) นายไรน์โฮลด์ เอลเกส ผู้อำนวยการองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ประจำประเทศไทย และมาเลเซีย นายกฤต อุตตมะเวทิน รองอธิบดีกรมการข้าว นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ ผู้แทนกรมส่งเสริมสหกรณ์ กรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และนายพงษ์พันธ์ จงรักษ์ ผู้ช่วยผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดภาวะโลกร้อนจากการทำนาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (ไทย ไรซ์ นามา) ภายใต้ความร่วมมือระหว่างกรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) พร้อมเดินหน้าสนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวรายย่อยเข้าถึงเทคโนโลยีการทำนาลดโลกร้อน ชูมาตรการทางการเงิน “คน-ละ-ครึ่ง” ช่วยเหลือเกษตรกรเข้าถึงการปรับระดับพื้นที่นา ด้วยระบบเลเซอร์ และการจัดการฟางข้าวและตอซังข้าว เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคการผลิตข้าวของไทย ผู้แทนจากโครงการฯ พร้อมด้วยผู้บริหารจาก ธ.ก.ส. และ GIZ ลงนามข้อตกลงร่วมกันที่ศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนมาตรการสนับสนุนให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวรายย่อยสามารถเข้าถึงเทคนิคการทำนาลดโลกร้อน อย่างเป็นรูปธรรมในประเทศไทย การทำนาข้าวเป็นกิจกรรมการเกษตรที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงถึง 55% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคเกษตรกรรมของประเทศไทย ซึ่งมากเป็นอันดับ 4 ของโลกเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่น ๆ การขังน้ำในนาข้าวในพื้นที่เขตนาชลประทาน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3187376">ไทย ไรซ์ นามา เดินหน้ามาตรการทางการเงิน พร้อมสนับสนุนเกษตรกรเพิ่มประสิทธิภาพการทำนาลดโลกร้อน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[GIZ และ UNEP ส่งเสริมการบริโภครูปแบบใหม่ผ่านข้อมูลด้านความยั่งยืน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3130563</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 07 Dec 2021 08:38:13 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3130563</guid>

					<description><![CDATA[<p>(จากซ้าย) ดร.อุล์ฟ แย็กเคล หัวหน้าแผนกการบริโภคอย่างยั่งยืนและกระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์ที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม กระทรวงสิ่งแวดล้อม คุ้มครองธรรมชาติ และความปลอดภัยทางปรมาณู สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (BMU) และนางสาวปรีญาพร สุรรณเกษ รองอธิบดีกรมควมคุมมลพิษ องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ประจำประเทศไทย ร่วมกับเครือข่าย One Planet Network ภายใต้โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระดับภูมิภาคทางออนไลน์ในหัวข้อ “การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการบริโภคด้วยข้อมูลด้านความยั่งยืน” โดยมีผู้กำหนดนโยบาย องค์กรธุรกิจ หน่วยงานและผู้ที่เกี่ยวข้องจากทวีปยุโรปและเอเชียมาร่วมแลกเปลี่ยนนโยบาย เครื่องมือและรูปแบบทางธุรกิจเกี่ยวกับการส่งเสริมการบริโภคอย่างยั่งยืน การบริโภคอย่างยั่งยืนมีบทบาทสำคัญอย่างมากในการบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนและการปกป้องสภาพภูมิอากาศ ซึ่งการส่งเสริมรูปแบบการบริโภคที่ยั่งยืนไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากหน่วยงานใดเพียงหน่วยงานเดียว แต่ต้องอาศัยแนวทางการบูรณาการองค์ความรู้และข้อมูลเชิงวิชาการจากหลากหลายสาขา ตลอดจนแนวทางความร่วมมือในระดับโลก ทั้งนี้ ประเด็นเร่งด่วนในการรับมือกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด–19 ได้ส่งผลให้การปรับเปลี่ยนวิถีการบริโภคและการใช้ทรัพยากรต่างๆ กลายมาเป็นประเด็นสำคัญที่ได้รับความสนใจในวงกว้าง ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและเป็นโอกาสสำหรับการพัฒนาแผนการฟื้นฟูทางเศรษฐกิจและสังคมจากผลกระทบของโควิด-19 ที่คำนึงถึงการบริโภคอย่างยั่งยืนมากขึ้น นางสาวปรีญาพร สุรรณเกษ รองอธิบดีกรมควมคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ให้เกียรติกล่าวเปิดงานว่า “รัฐบาลไทยได้ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการผลิตและการบริโภคอย่างยั่งยืน (SCP) โดยได้จัดทำนโยบาย รวมถึงกำหนดมาตรการและกลไกต่างๆ เพื่อพัฒนาการจัดซื้อจัดจ้างสีเขียวของภาครัฐ (GPP) ซึ่งจากการดำเนินการในระยะที่สองสามารถประเมินมูลค่าของผลประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อมที่ได้รับราว 76,000 ล้านบาท และช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ราว 11 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการร่างแผนปฏิบัติการการจัดซื้อจัดจ้างสีเขียวของภาครัฐ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3130563">GIZ และ UNEP ส่งเสริมการบริโภครูปแบบใหม่ผ่านข้อมูลด้านความยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ไทย-เยอรมนี ชูความสำเร็จ พัฒนามาตรฐานความปลอดภัยให้กับบุคลากรทางการแพทย์ไทย]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3103689</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 28 Sep 2021 17:38:30 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3103689</guid>

					<description><![CDATA[<p>สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) คณะแพทย์ศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล สมาคมพยาบาลโรคมะเร็งแห่งประเทศไทย ชมรมเครือข่ายพยาบาลผู้ให้สารน้ำแห่งประเทศไทย บริษัทบี. บราวน์ (ประเทศไทย) จำกัด และองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ร่วมนำเสนอผลสำเร็จของการพัฒนามาตรฐานความปลอดภัยให้กับบุคลากรทางการแพทย์ของไทย ภายใต้การดำเนินโครงการ “การพัฒนามาตรฐานความปลอดภัยในการทำงานให้กับบุคลากรทางการแพทย์ในประเทศไทย” ในการประชุมสรุปผลการดำเนินโครงการ โดยโครงการฯ ได้พัฒนาคู่มือและแนวทางด้านความปลอดภัยในการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ พร้อมทั้งจัดการฝึกอบรมเพื่อเสริมสร้างศักยภาพให้กับบุคลากรทางการแพทย์รวม 998 คน ตลอดระยะเวลาการดำเนินงาน 4 ปี โครงการฯ ได้เสริมสร้างศักยภาพด้านความปลอดภัยในการทำงานให้กับบุคลากรทางการแพทย์ ผ่านการอบรมใน 4 หัวข้อ ได้แก่ 1) การทำความสะอาดมือของบุคลากรทางการแพทย์ 2) การให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำอย่างปลอดภัย 3) การให้ยาเคมีบำบัดในผู้ป่วยมะเร็งอย่างปลอดภัย และ 4) การเสริมสร้างศักยภาพให้แก่ผู้บริหารระดับสูงของโรงพยาบาลในด้านมาตรฐานความปลอดภัยในการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งเป็นการส่งเสริมองค์ความรู้ให้แก่บุคลากรผู้ปฏิบัติงาน และส่งเสริมให้เกิดการสนับสนุนด้านนโยบายความปลอดภัยจากผู้บริหาร โดยโรงพยาบาลนำร่อง 14 แห่ง จากจำนวนโรงพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการทั้งหมด 17 แห่ง ได้นำนโยบายลงสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมผ่านการดำเนินโครงการและกิจกรรมส่งเสริมความปลอดภัยในด้านต่างๆ ในโรงพยาบาล นอกเหนือจากการฝึกอบรม โครงการฯ ยังได้พัฒนาคู่มือและแนวทางปฏิบัติ เพื่อเป็นมาตรฐานหรือแนวทางอ้างอิงเพื่อความปลอดภัยในการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการแพทย์ ได้แก่ แนวทางปฏิบัติเพื่อป้องกันการบาดเจ็บจากเข็มตำและการสัมผัสสารคัดหลั่งจากการให้สารน้ำทางหลอดดำ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3103689">ไทย-เยอรมนี ชูความสำเร็จ พัฒนามาตรฐานความปลอดภัยให้กับบุคลากรทางการแพทย์ไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[รัฐบาลไทยและองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศ ภายใต้การสนับสนุนจากประเทศเยอรมนี ร่วมเชื่อมโยงการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของไทยกับเป้าหมายการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3071507</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 02 Jul 2021 10:23:37 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3071507</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2564 ที่ผ่านมา หน่วยงานรัฐบาลไทย กระทรวงสิ่งแวดล้อม คุ้มครองธรรมชาติ และความปลอดภัยทางปรมาณู สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (BMU) และองค์กรพัฒนาระหว่างประเทศ ที่ทำงานด้านสิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศในประเทศไทย 100 ท่าน ร่วมประชุมหารือเรื่องความเชื่อมโยงเกื้อหนุนของการดำเนินงานการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนดของประเทศไทย (NDCs) และเป้าหมายการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน (SDGs) ที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศ ในการประชุมออนไลน์ แผนงานปกป้องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับสากล หรือ International Climate Initiative (IKI) Cooperation ครั้งที่ 2 ของปีนี้ จากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รัฐบาลในประเทศต่างๆ รวมทั้งประเทศไทย ได้กำหนดเป้าหมายด้านสภาพอากาศรวมถึงการบรรเทาผลกระทบเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย NDCs ตลอดจนหาวิธีปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และ SDGs ถือเป็นหนึ่งวาระที่สำคัญของโลก ซึ่งได้เรียกร้องให้ประเทศต่างๆ ดำเนินการอย่างเร่งด่วน โดยที่การรับมือและแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศก็เป็นหนึ่งในเป้าหมายที่สำคัญ ในการกล่าวเปิดงาน ดร. ณัฎฐนิช อัศวภูษิตกุล ผู้อำนวยการกองประสานการจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สผ. กล่าวว่า “…โอกาสนี้เป็นเวทีสำคัญที่เราได้มาร่วมกันแลกเปลี่ยนและแบ่งปันแนวทางปฏิบัติที่ดีและบทเรียนที่ได้รับจากการดำเนินงาน โดยมีจุดประสงค์เพื่อโครงการต่างๆ ภายใต้การสนับสนุนของ IKI [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3071507">รัฐบาลไทยและองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศ ภายใต้การสนับสนุนจากประเทศเยอรมนี ร่วมเชื่อมโยงการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของไทยกับเป้าหมายการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[การประชุมปิดโครงการสนับสนุนการจัดทำแผนการปรับตัวต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ในมิติการจัดการความเสี่ยง (Risk – NAP Project)]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3070331</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 29 Jun 2021 15:36:35 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3070331</guid>

					<description><![CDATA[<p>โครงการสนับสนุนการจัดทำแผนการปรับตัวต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในมิติการจัดการความเสี่ยง (Risk-based National Adaptation Plan หรือ Risk-NAP) จัดการประชุมปิดโครงการ เพื่อฉลองความสำเร็จและขอบคุณหน่วยงานในความร่วมมือในการดำเนินงานด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย โครงการ Risk-NAP ดำเนินการโดยองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (Deutsche Gesellschaft für Internationale Zusammenarbeit (GIZ) GmbH) เพื่อสนับสนุนรัฐบาลไทยในการวางแผนและกำหนดนโยบายด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กำหนดต้นแบบการวางแผนนโยบายที่สำคัญ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือเพื่อการดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อพัฒนาการประเมินความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับชาติและแผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ (NAP) โดยมีสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เป็นหน่วยงานหลัก โดยโครงการฯ ได้รับการสนับสนุนด้านการเงินจากแผนงานปกป้องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับสากล หรือ International Climate Initiative (IKI) ของกระทรวงสิ่งแวดล้อม คุ้มครองธรรมชาติและความปลอดภัยทางปรมาณูแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (BMU) การดำเนินงานเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายการทำงานเพื่อตอบรับกับแผนการปรับตัวต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศ และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในหลายๆ เป้าหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป้าที่ 13 การดำเนินมาตรการเร่งด่วนเพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและผลกระทบ ความสำเร็จที่สำคัญจากการดำเนินโครงการในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา การบูรณาการในระดับประเทศ โครงการฯ ได้สนันสนุนการวิเคราะห์และบูรณาการความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเข้าสู่แผนและนโยบายใน 3 สาขาที่สำคัญ ได้แก่ สาธารณสุข การท่องเที่ยว และการตั้งถิ่นฐานและความมั่นคงของมนุษย์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3070331">การประชุมปิดโครงการสนับสนุนการจัดทำแผนการปรับตัวต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ในมิติการจัดการความเสี่ยง (Risk – NAP Project)</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เปิดตัวเว็บไซต์ ASEAN Access ศูนย์ให้บริการข้อมูลธุรกิจแบบครบวงจรแก่ผู้ประกอบการ SMEs]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3068718</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 24 Jun 2021 11:06:46 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/business/3068718</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2564 คณะกรรมการประสานงานอาเซียนด้านวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย (ACCMSME) ร่วมกับสภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียน (ASEAN-BAC) สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) เปิดตัวเว็บไซต์ www.aseanaccess com ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่นำเสนอข้อมูลธุรกิจระหว่างประเทศแบบครบวงจรเพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้าถึงตลาดภายในอาเซียนและทั่วโลก เว็บไซต์นี้ นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับการค้าและการตลาดสำหรับธุรกิจในภูมิภาคอาเซียนและประชาคมระหว่างประเทศ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศให้สะดวกยิ่งขึ้น ตลอดจนช่วยเหลือธุรกิจในการแก้ปัญหาและยกระดับการค้าสู่ตลาดต่างประเทศ กำหนดเป้าผู้ใช้เว็บไซต์จำนวน 10,000 รายและมีผู้ให้บริการรวมถึงผู้ส่งออกและผู้นำเข้าสินค้าและบริการสมัครสมาชิกประมาณ 600 รายภายในสิ้นปีนี้นอกจากนี้ ในอนาคตจะมีการหารือกับสหภาพยุโรปและสภาธุรกิจเอเชียตะวันออก (East Asia Business Council &#8211; EABC) เพื่อร่วมกันสร้างโปรแกรมที่ส่งเสริมการจับคู่ทางธุรกิจ การค้าภายในอาเซียน นับเป็นส่วนแบ่งการค้าที่ใหญ่ที่สุดของอาเซียน คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 22.5 ของสินค้าทั้งหมดในปีพ.ศ. 2562 และบ่งชี้ว่ามีการพึ่งพากันระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนในระดับสูง เมื่อเกิดการระบาดของโควิด-19 ธุรกิจในภูมิภาคได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากความต้องการสินค้าและบริการที่ลดลงอย่างมาก อย่างไรก็ตาม ถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการปรับเปลี่ยนการทำงานแบบเดิมไปสู่การทำงานแบบดิจิทัลเพื่อยกระดับทางธุรกิจอีกทางหนึ่งผ่านเว็บไซต์ ASEAN Access Satvinder Singh รองเลขาธิการประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ให้การต้อนรับ ASEAN Access [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3068718">เปิดตัวเว็บไซต์ ASEAN Access ศูนย์ให้บริการข้อมูลธุรกิจแบบครบวงจรแก่ผู้ประกอบการ SMEs</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สรพ. ร่วมกับ บี. บราวน์ และ GIZ มอบเจลแอลกอฮอล์ให้โรงพยาบาล ฝ่าวิกฤติโควิด-19]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3056672</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 21 May 2021 08:39:08 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3056672</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายแพทย์กิตตินันท์ อนรรฆมณี ผู้อำนวยการสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (สรพ.) นายสายัณห์ รอย กรรมการผู้จัดการ บริษัท บี. บราวน์ (ประเทศไทย) จำกัด พร้อม มร.ไรน์โฮลด์ เอลเกส ผู้อำนวยการองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ประจำประเทศไทยและมาเลเซีย ส่งมอบเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ SOFTA-GEL จำนวน 6,720 ขวดให้แก่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ผ่านโครงการเพิ่มการผลิตผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรคและส่งเสริมการทำความสะอาดมือ โดยมีรองศาสตราจารย์ นายแพทย์พฤหัส ต่ออุดม ผู้อำนวยการโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เป็นผู้รับมอบ  การส่งมอบเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ และบุคลากรทางแพทย์และสาธารณสุขในการรับมือกับเชื้อไวรัสโควิด-19 และเพื่อลดอัตราเสี่ยงของการแพร่กระจายเชื้อโรคในสถานพยาบาล อีกทั้งเป็นการให้กำลังใจและแทนคำขอบคุณแก่เจ้าหน้าที่สาธารณสุข บุคลากรทางแพทย์ ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ทำงานเพื่อประชาชนด้วยความทุ่มเทและเสียสละ เพื่อให้ประเทศไทยผ่านวิกฤติการณ์นี้ไปได้อย่างเร็วที่สุด “การระบาดของเชื้อโควิด-19 ระลอกใหม่รุนแรงกว่ารอบแรกมาก จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 นั้นเพิ่มสูงกว่าเดิมอย่างรวดเร็ว บุคลากรทางการแพทย์ต้องทำงานกันอย่างหนัก และมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อสูง ดังนั้นเราจึงมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมกับองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) และบริษัท บี. บราวน์ (ประเทศไทย) จำกัด ในการสนับสนุนเจลล้างมือแอลกอฮอล์ที่มีคุณภาพสูงให้แก่โรงพยาบาลและสถานพยาบาล 62 แห่งในพื้นที่ที่มีการระบาดอย่างหนัก นอกจากนี้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3056672">สรพ. ร่วมกับ บี. บราวน์ และ GIZ มอบเจลแอลกอฮอล์ให้โรงพยาบาล ฝ่าวิกฤติโควิด-19</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมลงนามการดำเนินงานลดการปล่อยก๊าซไนตรัสออกไซด์ เพื่อลดปัญหาโลกร้อน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3046292</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 12 Apr 2021 09:14:03 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3046292</guid>

					<description><![CDATA[<p>วันที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2564 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรุงเทพฯ &#8211; นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงนามและมอบเอกสารถ้อยแถลงเพื่อดำเนินงานของกลุ่มดำเนินงานด้านกรดไนตริกเพื่อสภาพภูมิอากาศ Nitric Acid Climate Action Group (NACAG) ให้กับนายเกออร์ก ชมิดท์ เอกอัครราชทูตเยอรมันประจำประเทศไทย ในนามรัฐบาลประเทศเยอรมัน ถ้อยแถลงดังกล่าวเป็นการแสดงเจตนารมณ์ในการดำเนินการยุติการปล่อยก๊าซไนตรัสออกไซด์ เพื่อลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยพิธีการจัดในรูปแบบออนไลน์จากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและสถานทูตเยอรมัน ก๊าซไนตรัสออกไซด์เป็นก๊าซเรือนกระจกที่สร้างผลกระทบให้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากที่สุดชนิดหนึ่ง และมีค่าศักยภาพในการทำให้โลกร้อนมากกว่าคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 265 เท่า ก๊าซไนตรัสออกไซด์นี้พบมากที่สุดในการอุตสาหกรรมการผลิตกรดไนตริก ซึ่งใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมเคมีโดยเฉพาะอย่างยิ่งในการผลิตปุ๋ย อย่างไรก็ตาม การปล่อยก๊าซนี้สามารถลดลงได้ด้วยเทคโนโลยีที่มีค่าใช้จ่ายต่ำและมีประสิทธิภาพ กระทรวงสิ่งแวดล้อม คุ้มครองธรรมชาติ และความปลอดภัยทางปรมาณู สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (BMU) ได้ก่อตั้ง NACAG ขึ้นมาเพื่อให้การสนับสนุนด้านเทคนิคและการเงินให้กับประเทศต่างๆ โดยมีการดำเนินงานองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) เพื่อกระตุ้นให้ประเทศสมาชิกจะยุติการปล่อยก๊าซไนตรัสออกไซด์จากอุตสาหกรรมการผลิตกรดไนตริก ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2567 เป็นต้นไป ประเทศไทยได้ตระหนักถึงปัญหาที่โลกและประเทศไทยเองต้องเผชิญ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ลงนามในปฏิญญาว่าด้วยการลดก๊าซไนตรัสออกไซด์ ในการผลิตกรดไนตริก (Declaration on [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3046292">กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมลงนามการดำเนินงานลดการปล่อยก๊าซไนตรัสออกไซด์ เพื่อลดปัญหาโลกร้อน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กฟผ. สฟอ. และ GIZ ผนึกกำลังยกระดับอุตสาหกรรมไทย ปรับปรุงห้องทดสอบเพื่อรองรับเครื่องปรับอากาศที่ใช้สารทำความเย็นธรรมชาติ เน้นประหยัดไฟ ลดโลกร้อน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/manufacturing/3044136</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 02 Apr 2021 13:50:06 +0700</pubDate>
				<category>manufacturing</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/manufacturing/3044136</guid>

					<description><![CDATA[<p>(จากซ้ายไปขวา) ดร.อเล็กซานเดอร์ เราโบลด์ ที่ปรึกษาทูตฝ่ายเศรษฐกิจจากสถานทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีประจำประเทศไทย; นายณรัฐ รุจิรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (สฟอ.); นางสมใจ บุนนาค ผู้อำนวยการฝ่ายสิ่งแวดล้อมโครงการ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.); มร. ไรน์โฮลด์ เอลเกส ผู้อำนวยการองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ประจำประเทศไทยและมาเลเซีย การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (สฟอ.) และองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ร่วมจัดงาน “พิธีเปิดและการสาธิตห้องทดสอบความปลอดภัยและประสิทธิภาพพลังงานของเครื่องปรับอากาศที่ใช้สารทำความเย็นธรรมชาติ” ณ ศูนย์ปฏิบัติการและมาตรฐาน สฟอ. (นิคมอุตสาหกรรมบางปู) งานนี้จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดตัวห้องทดสอบผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรมเครื่องปรับอากาศที่ใช้สารทำความเย็นธรรมชาติ ผ่านการสนับสนุนทางด้านการเงินจากกองทุน RAC NAMA และเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนรับทราบข้อมูลด้านมาตรฐานความปลอดภัยของเครื่องปรับอากาศฉบับใหม่ (มอก. 1529-2561) ในฐานะที่ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในศูนย์กลางอุตสาหกรรมเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็นที่สำคัญของโลก จึงจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ประกอบการไทยที่ต้องพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันและเตรียมความพร้อมในการปรับตัวให้สอดคล้องกับข้อกำหนดที่กำลังจะประกาศใช้ อีกทั้งยังเป็นโอกาสอันดีในการพัฒนาศักยภาพของผู้ผลิตไปสู่การใช้สารทำความเย็นธรรมชาติที่มีประสิทธิภาพสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นางศรีวรรณ บูรณโชคไพศาล ผู้ช่วยผู้ว่าการแผนงานโรงไฟฟ้า กฟผ. กล่าวว่า “นอกเหนือจากพันธกิจหลักในการรักษาความมั่นคงด้านพลังงานไฟฟ้า กฟผ. ในฐานะรัฐวิสาหกิจยังมุ่งมั่นดำเนินการสนับสนุนประเทศไทยให้สามารถบรรลุเป้าหมายการลดการใช้พลังงานและการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนานวัตกรรมทางด้านเทคโนโลยี การทำความเย็นที่มีการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและรักษาสิ่งแวดล้อม ในฐานะผู้จัดการกองทุน RAC NAMA ด้วยเงินสนับสนุนจำนวน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/manufacturing/3044136">กฟผ. สฟอ. และ GIZ ผนึกกำลังยกระดับอุตสาหกรรมไทย ปรับปรุงห้องทดสอบเพื่อรองรับเครื่องปรับอากาศที่ใช้สารทำความเย็นธรรมชาติ เน้นประหยัดไฟ ลดโลกร้อน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ภูเก็ต ระยอง ตรัง พร้อมเดินหน้าจัดการปัญหาขยะพลาสติกในทะเล]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3043631</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 01 Apr 2021 09:08:21 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3043631</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ภายใต้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ร่วมกับโครงการส่งเสริมการใช้เศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อจัดการปัญหาขยะทะเล ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากสหภาพยุโรป (EU) และกระทรวงเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนาแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (BMZ) เปิดตัวโครงการนำร่องสามโครงการ เพื่อลดปริมาณขยะพลาสติกที่รั่วไหลลงสู่ทะเลในจังหวัดภูเก็ต ระยอง ตรัง ซึ่งการดำเนินงานจะมุ่งเน้นไปที่การลด การเก็บรวมรวม การคัดแยกและการรีไซเคิลที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยมีระยะเวลาดำเนินงานถึงเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565 นางสาวปรีญาพร สุวรรณเกษ รองอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&#160;กล่าวขอบคุณหน่วยงานภาคี และกล่าวถึงเศรษฐกิจหมุนเวียนและการดำเนินการตามหลัก 3R ที่รัฐบาลไทยให้ความสำคัญในการหาแนวทางแก้ไขทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เพื่อจัดการปัญหาขยะพลาสติกว่า “โครงการดังกล่าวฯ เป็นการดำเนินงานที่มีเป้าหมายสอดคล้องกับวาระแห่งชาติ เรื่องนโยบายการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ด้วยการใช้โมเดลเศรษฐกิจใหม่ คือ เศรษฐกิจชีวภาพ (Bio Economy) เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) หรือ BCG Model รวมทั้ง Roadmap การจัดการขยะพลาสติก พ.ศ. 2561 – 2573 และแผนปฏิบัติการด้านการจัดการขยะพลาสติก พ.ศ. 2563 – 2565” [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3043631">ภูเก็ต ระยอง ตรัง พร้อมเดินหน้าจัดการปัญหาขยะพลาสติกในทะเล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ไทยจับมือเยอรมนี เปลี่ยนผ่านพลังงาน ขับเคลื่อนขอนแก่นเมืองอัจฉริยะ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/energy/3041465</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 25 Mar 2021 10:54:45 +0700</pubDate>
				<category>energy</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/energy/3041465</guid>

					<description><![CDATA[<p>(จากซ้าย) ผศ.ดร.อาดา รัยมธุรพงษ์ รองอธิการบดีประจำวิทยาเขตขอนแก่น ดร.สรจักร เกษมสุวรรณ อุปนายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ดร.สมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น นายเกออร์ก ชมิดท์ เอกอัครราชทูตเยอรมันประจำประเทศไทย นายไรน์โฮลด์ เอลเกส ผู้อำนวยการ GIZ ประจำประเทศไทยและมาเลเซีย และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ณรงค์ ผลวงษ์ รองอธิการบดีฝ่ายบริหารและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตขอนแก่น สถานเอกอัครราชทูตเยอรมัน กรุงเทพฯ และองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ร่วมเปิดงาน “พลังงานสะอาดขับเคลื่อนอนาคต” ณ ห้องประชุมนวราชมงคล ชั้น 3 อาคาร 50 ปีเทคนิคไทย-เยอรมัน ขอนแก่น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตขอนแก่น โดยมีดร.สมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ดร.สรจักร เกษมสุวรรณ อุปนายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ผศ.ดร.อาดา รัยมธุรพงษ์ รองอธิการบดีประจำวิทยาเขตขอนแก่น และนายเกออร์ก ชมิดท์ เอกอัครราชทูตเยอรมันประจำประเทศไทย ให้เกียรติเป็นประธาน งานนี้จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและการคมนาคมขนส่งของประเทศไทยจากปัจจุบันไปสู่อนาคตที่จะมีการนำเอาเทคโนโลยี นวัตกรรมใหม่ๆ มาปรับใช้เพื่อให้เกิดการใช้พลังงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/energy/3041465">ไทยจับมือเยอรมนี เปลี่ยนผ่านพลังงาน ขับเคลื่อนขอนแก่นเมืองอัจฉริยะ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ไทยจับมือเยอรมนี เปลี่ยนผ่านพลังงาน ขับเคลื่อนอนาคตที่ยั่งยืน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/energy/3037674</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 15 Mar 2021 10:32:41 +0700</pubDate>
				<category>energy</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/energy/3037674</guid>

					<description><![CDATA[<p>สถานเอกอัครราชทูตเยอรมนีประจำประเทศไทย ร่วมกับองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) เปิดงาน “พลังงานสะอาดขับเคลื่อนอนาคต” ที่สามย่านมิตรทาวน์ กรุงเทพฯ โดยมีนายเกออร์ก ชมิดท์ เอกอัครราชทูตเยอรมันประจำประเทศไทย นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม และดร. พูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ ผู้อำนวยการกองการต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงพลังงาน ให้เกียรติเป็นประธาน งานนี้จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและการคมนาคมขนส่งของโลกและประเทศไทยจากปัจจุบันไปสู่อนาคตที่จะมีการนำเอาเทคโนโลยี นวัตกรรมใหม่ๆ มาปรับใช้เพื่อให้เกิดการใช้พลังงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ต้นทุนลดลง และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับพลังงานสีเขียวและการคมนาคมขนส่งที่ยั่งยืน นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการแสดงแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดของประเทศไทยและเยอรมนีผ่านนิทรรศการและกิจกรรมร่วมสนุก นายเกออร์ก ชมิดท์ เอกอัครราชทูตเยอรมันประจำประเทศไทย กล่าวในพิธีเปิดว่า “Less is more – น้อยแต่มาก ในที่นี้ หมายถึง ลดผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อมให้น้อยลง เพื่อปรับปรุงชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีให้มากขึ้น และเราจะลดผลกระทบที่เกิดขึ้นกับระบบนิเวศและมีชีวิตที่ดีขึ้นได้อย่างไร นิทรรศการนี้มีคำตอบ โดยนิทรรศการนี้ได้ให้แนวคิดและแนวทางปฏิบัติเพื่อเสริมสร้างอนาคตที่ดี มั่งคั่งและยั่งยืน เราทุกคนสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงนี้ได้&#8221; นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า “กระทรวงคมนาคมตระหนักถึงความสำคัญของนวัตกรรมสมัยใหม่ที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในภาคการขนส่ง ทางกระทรวงฯ สนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดและการพัฒนาเทคโนโลยีการขนส่งที่ยั่งยืน สะอาด และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เนื่องจากภาคการขนส่งมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากเป็นอันดับ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/energy/3037674">ไทยจับมือเยอรมนี เปลี่ยนผ่านพลังงาน ขับเคลื่อนอนาคตที่ยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เรียนเชิญเข้าร่วมงาน &#8220;Moving and powering the future &#8211; พลังงานสะอาดขับเคลื่อนอนาคต”]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/energy/3036442</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 10 Mar 2021 13:45:33 +0700</pubDate>
				<category>energy</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/energy/3036442</guid>

					<description><![CDATA[<p>สถานเอกอัครราชทูตเยอรมนีประจำประเทศไทย ร่วมกับองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) จัดงาน “พลังงานสะอาดขับเคลื่อนอนาคต” โดยมีนายเกออร์ก ชมิดท์ เอกอัครราชทูตเยอรมันประจำประเทศไทย นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม ดร. พูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ ผู้อำนวยการกองการต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงพลังงาน และดร.รวีวรรณ ภูริเดช เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ให้เกียรติเป็นประธาน ในวันศุกร์ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2564 ระหว่างเวลา 13.00 – 16.00 น. บริเวณลานกิจกรรมชั้น 3 สามย่านมิตรทาวน์ กรุงเทพฯ งานนี้จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดแสดงเทคโนโลยี นวัตกรรมใหม่ และแบบจำลองของการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและการคมนาคมขนส่ง ผ่านนิทรรศการสัญจรของประเทศเยอรมนี (www.energiewende-global.com)  และนำเสนอการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและการคมนาคมขนส่งของประเทศไทยจากปัจจุบันไปสู่อนาคตที่จะมีการนำเอาเทคโนโลยี นวัตกรรมใหม่ๆ มาปรับใช้เพื่อให้เกิดการใช้พลังงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ต้นทุนลดลง และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านนิทรรศการของประเทศไทย รวมทั้งสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับพลังงานสีเขียวและการคมนาคมขนส่งที่ยั่งยืน ผ่านกิจกรรมร่วมสนุกมากมาย นอกจากนี้ ภายในงาน ยังมีเวทีเสวนาหัวข้อ “A move towards a [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/energy/3036442">เรียนเชิญเข้าร่วมงาน &#8220;Moving and powering the future &#8211; พลังงานสะอาดขับเคลื่อนอนาคต”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ไทย – เยอรมัน ชวนลงมือปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน เพื่อลดโลกร้อน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3007068</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 03 Dec 2020 13:18:26 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3007068</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) และองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ร่วมจัดกิจกรรม “เปลี่ยนเรา เปลี่ยนโลก…WE CHANGE Climate Change” เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในวันสิ่งแวดล้อมไทยที่กำลังจะมาถึง ณ  เฮลิกซ์ การ์เด้นท์ ชั้น 5 ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ โดยในงาน ดร. รวีวรรณ ภูริเดช เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้เกียรติเป็นประธานกล่าวเปิดงาน และ มร.ไรน์โฮลด์ เอลเกส ผู้อำนวยการองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ประจำประเทศไทยและมาเลเซีย กล่าวปาฐกถา เรื่อง Climate Change and Partnership for Action กิจกรรมนี้จัดขึ้นไม่เพียงแค่เพื่อเสริมสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่ยังเสนอแนะแนวทางการปฏิบัติ เพื่อลดผลกระทบและแก้ปัญหาดังกล่าว โดยมีการให้ความรู้ ข้อมูลเชิงประจักษ์ และข้อแนะนำสำหรับทางเลือกต่างๆ ในการใช้ชีวิตประจำวันเพื่อลดโลกร้อน ตลอดจนมีแสดงผลการดำเนินงานด้านนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย และความร่วมมือไทย – เยอรมัน ในการรับมือและแก้ปัญหาโลกร้อน ผ่านการเสวนา บอร์ดนิทรรศการ และกิจกรรมร่วมสนุกตอบคำถาม และเล่นเกมส์ชิงรางวัลมากมาย ดร. [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3007068">ไทย – เยอรมัน ชวนลงมือปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน เพื่อลดโลกร้อน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
	</channel>
</rss>
