<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
>
<channel>
	<title>ThaiPR.NET</title>
	<atom:link href="https://www.thaipr.net/tag/%e0%b8%aa-%e0%b8%ad-%e0%b8%97/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thaipr.net/tag/ส-อ-ท</link>
	<description>Press Release Distribution Center of Thailand</description>
	<lastBuildDate>Mon, 27 Apr 2026 17:15:56 +0700</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.1</generator>
	<item>
		<title><![CDATA[ส.อ.ท. ประเมินปี 2569 เศรษฐกิจไทยเปราะบาง ชี้เผชิญ Perfect Storm เสนอเร่งปรับโครงสร้างประเทศ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3681233</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 05 Jan 2026 16:29:20 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3681233</guid>

					<description><![CDATA[<p>สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมไทย ปี 2569 ว่ายังคงเผชิญแรงกดดันรอบด้านจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ นโยบายการค้าและสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น รวมถึงข้อจำกัดเชิงโครงสร้างภายในประเทศที่สะสมมาอย่างยาวนาน เปรียบเสมือนการเผชิญกับพายุเศรษฐกิจหรือ “Perfect Storm” ที่ท้าทายขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทยอย่างมีนัยสำคัญ นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธาน ส.อ.ท. เปิดเผยว่า คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2569 มีแนวโน้มขยายตัวเพียง 1.6–2.0% ชะลอลงจากปี 2568 ที่คาดว่าจะเติบโตราว 2.0% สะท้อนแรงกดดันต่อภาคการผลิต การจ้างงาน และกำลังซื้อในประเทศ โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมการผลิต ซึ่งดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) ยังไม่สอดคล้องกับการขยายตัวของการส่งออก ปัจจัยสำคัญมาจากปัญหาการลักลอบนำเข้าสินค้า การสวมสิทธิถิ่นกำเนิดสินค้า (Transshipment) และการไหลบ่าของสินค้าราคาถูกจากต่างประเทศ ส่งผลให้ผู้ผลิตไทยสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน และต้องปรับลดกำลังการผลิตหรือปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจ ทั้งนี้ ข้อมูลจากสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรมพบว่า หลายอุตสาหกรรมมีอัตราการใช้กำลังการผลิตต่ำกว่า 60% ต่ำกว่าระดับปกติที่ควรอยู่ที่ 70–80% สะท้อนความเปราะบางของภาคการผลิตไทยในภาพรวม ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการ SMEs ยังคงเผชิญแรงกดดันด้านต้นทุน ทั้งพลังงาน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3681233">ส.อ.ท. ประเมินปี 2569 เศรษฐกิจไทยเปราะบาง ชี้เผชิญ Perfect Storm เสนอเร่งปรับโครงสร้างประเทศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เดือนกุมภาพันธ์ 2565 ผลิตรถยนต์ 155,660 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.30 ขาย 74,489 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 26.3 ส่งออก 79,451 คัน ลดลงร้อยละ 0.02]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/auto/3171528</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 23 Mar 2022 13:41:44 +0700</pubDate>
				<category>auto</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/auto/3171528</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายศุภรัตน์ ศิริสุวรรณางกูร ประธานกิตติมศักดิ์กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และนายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ร่วมแถลงข่าว เปิดเผยจำนวนการผลิต ยอดขายภายในประเทศ และการส่งออกรถยนต์และรถจักรยานยนต์ของประเทศ ในเดือนกุมภาพันธ์ 2565 ดังต่อไปนี้ การผลิตจำนวนรถยนต์ทั้งหมดที่ผลิตได้ในเดือนกุมภาพันธ์ 2565 มีทั้งสิ้น 155,660 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ร้อยละ 0.30 และเพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2564 ร้อยละ 2.58 เพิ่มขึ้นจากการผลิตรถกระบะขายในประเทศและผลิตส่งออกที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 27.82 และ 10.95 ตามลำดับ แต่ยังผลิตรถยนต์นั่งลดลงจากการการขาดแคลนชิปและชิ้นส่วนในบางรุ่น และยังกังวลการขาดแคลนชิปและชิ้นส่วนที่อาจรุนแรงขึ้นจากสงครามยูเครน จึงต้องติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป จำนวนรถยนต์ที่ผลิตได้ในเดือนมกราคม &#8211; กุมภาพันธ์ 2565 มีจำนวนทั้งสิ้น 307,407 คัน และเพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม &#8211; กุมภาพันธ์ 2564 ร้อยละ 1.35 รถยนต์นั่ง เดือนกุมภาพันธ์ 2565 ผลิตได้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/auto/3171528">เดือนกุมภาพันธ์ 2565 ผลิตรถยนต์ 155,660 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.30 ขาย 74,489 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 26.3 ส่งออก 79,451 คัน ลดลงร้อยละ 0.02</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สสว. จับมือ สภาอุตสาหกรรม MOU ระบบ SME Big Data เชื่อมระบบฐานข้อมูลเพื่อให้เอสเอ็มอีใช้เป็นแนวทางในการคาดการณ์ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3070275</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 29 Jun 2021 15:00:21 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/business/3070275</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายวีระพงศ์ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กล่าวภายหลังร่วมลงนามในพิธีบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการบูรณาการข้อมูลในระบบ SME Big Data เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ระหว่าง สสว. กับ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เผยว่า สสว. ในฐานะหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการจัดทำข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม รวมถึงการบริหารจัดการและพัฒนาระบบวิเคราะห์ข้อมูลผ่านเครื่องมือที่ใช้ในการวิเคราะห์และใช้ประโยชน์จากข้อมูล (Analytics) เพื่อการติดตามสถานการณ์ การเติบโตของธุรกิจ ปัญหาอุปสรรคหรือความต้องการการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐ รวมถึงการติดตามการได้รับการส่งเสริมในด้านต่างๆ จากหน่วยงานรัฐ และใช้ประโยชน์ในการคาดการณ์การเตือนภัยสถานการณ์ ผอ.สสว. เผยอีกว่า ขณะนี้ สสว. ได้พัฒนาการจัดการข้อมูล SME Big Data เข้าสู่ปีที่ 4 โดยได้ดำเนินการศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลที่ใช้งานในปัจจุบัน วางแผนกลยุทธ์ทางด้าน Big Data Strategy การออกแบบและจัดวาง Data Architecture รวมถึงจัดทำกรณีศึกษาเพื่อวิเคราะห์และดำเนินงานด้าน Analytics โดยทำการวิเคราะห์ข้อมูลในรูปแบบ Descriptive Analytics และการนำเสนอข้อมูลสร้างรายงานในรูปแบบ Dashboard และแบบ Data Visualization [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3070275">สสว. จับมือ สภาอุตสาหกรรม MOU ระบบ SME Big Data เชื่อมระบบฐานข้อมูลเพื่อให้เอสเอ็มอีใช้เป็นแนวทางในการคาดการณ์ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ส.อ.ท. เปิดผลสำรวจ “200 CEO ต่อแผนยุทธศาสตร์ส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ในประเทศ”]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3050214</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 29 Apr 2021 09:10:16 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3050214</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายวิรัตน์ เอื้อนฤมิต รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยผลการสำรวจ FTI Poll ครั้งที่ 5 ในเดือนเมษายน 2564 ภายใต้หัวข้อ “ความเห็นต่อแผนยุทธศาสตร์ส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศ” พบว่า ผู้บริหาร ส.อ.ท. ส่วนใหญ่สนับสนุนแผนยุทธศาสตร์ส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศ (ZEV หรือ Zero Emission Vehicle) และต้องการให้ภาครัฐเริ่มดำเนินการให้เร็วยิ่งขึ้นเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าก่อนปี 2568 จากการสำรวจผู้บริหาร ส.อ.ท. (CEO Survey) จำนวน 200 ท่าน ครอบคลุมผู้บริหารจาก 45 กลุ่มอุตสาหกรรม และ 75 สภาอุตสาหกรรมจังหวัด พบว่า ผู้บริหาร ส.อ.ท. ส่วนใหญ่ต้องการให้ภาครัฐเริ่มดำเนินการแผนยุทธศาสตร์ส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศให้เร็วขึ้นเพื่อให้บรรลุเป้าหมายก่อนกำหนดในปี 2568 คิดเป็น ร้อยละ 47.0 รองลงมาเห็นด้วยตามกรอบระยะเวลาตามแผนฯ ที่จะเริ่มการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในปี 2568 คิดเป็น ร้อยละ 31.5 และมีเสนอให้เลื่อนการดำเนินงานตามแผนฯ ออกไป 5 ปี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3050214">ส.อ.ท. เปิดผลสำรวจ “200 CEO ต่อแผนยุทธศาสตร์ส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ในประเทศ”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ส.อ.ท. ร่วมสู้โควิด-19 เสนอมาตรการช่วยภาครัฐขับเคลื่อนการฉีดวัคซีน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3047571</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 20 Apr 2021 09:11:35 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3047571</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากสถานการณ์การแพร่กระจายของเชื้อโควิด-19 ที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร ส.อ.ท. มีความกังวลใจ จึงร่วมกันระดมความคิดเห็นในการเสนอมาตรการเพื่อช่วยเหลือภาครัฐ ในการขับเคลื่อนการฉีดวัคซีนโควิด-19ให้สามารถเข้าถึงประชาชนได้อย่างรวดเร็ว นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ที่ประชุมกรรมการบริหาร ส.อ.ท. เมื่อวานนี้ มีวาระเร่งด่วนเพื่อหารือเรื่องมาตรการแก้ไขปัญหาโควิด-19 โดยเห็นว่าการฉีควัคซีนให้รวดเร็วและครอบคลุมจะช่วยป้องกันและลดจำนวนผู้ติดเชื้อในประเทศได้ แต่การขับเคลื่อนการฉีดวัคซีนยังคงประสบปัญหาคอขวดด้วยกัน 4 ประการ ได้แก่ จำนวนวัคซีนที่ไม่พอเพียงต่อจำนวนประชากรในประเทศ การฉีดวัคซีนที่ค่อนข้างล่าช้าเนื่องจากบุคคลากรที่สามารถฉีดได้ไม่พอเพียง (บุคคลากร และสถานที่) ปัจจุบันมีเพียงแพทย์และพยาบาลเท่านั้นที่สามารถฉีดวัคซีนได้ ปัญหาเรื่องการกระจายวัคซีน การสร้างความเชื่อมั่นหลังการฉีดวัคซีน พร้อมกันนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร ส.อ.ท. ได้ร่วมกันระดมความคิดเพื่อเสนอแนวทางการแก้ปัญหาดังนี้ 1.ปัญหาด้านจำนวนวัคซีนที่ไม่พอเพียงต่อจำนวนประชากรในประเทศ โดย ส.อ.ท. เสนอให้ภาครัฐเปิดกว้างให้ภาคเอกชนสามารถนำเข้าวัคซีนได้ภายใต้การกำกับดูแลของภาครัฐ เพื่อให้ภาคเอกชนสามารถเข้าถึงวัคซีนด้วยความรวดเร็วรวมถึงลดภาระการจัดสรรงบประมาณของภาครัฐ 2.ปัญหาด้านอัตราการฉีดวัคซีนที่ค่อนข้างล่าช้าเนื่องจากบุคคลากรที่สามารถฉีดได้ไม่พอเพียง(บุคคลากร และสถานที่) ส.อ.ท. จำแนกปัญหาออกเป็น 2 ส่วนหลักคือ ด้านบุคคลากรที่สามารถฉีดวัคซีนมีไม่เพียงพอ และสถานที่ใช้ฉีดมีจำนวนจำกัด ดังนั้น ส.อ.ท. จึงเสนอแนวทางดังนี้ 2.1 ด้านบุคคลากร เสนอให้ภาครัฐเร่งผลิตบุคคลากรที่สามารถดูแลการฉีดวัคซีนได้เฉพาะกิจ ซึ่งปัจจุบันมีเพียงแพทย์และพยาบาลที่เป็นวิชาชีพที่สามารถฉีดวัคซีนได้ โดยอบรมนักศึกษาแพทย์ / เภสัชกร ให้สามารถทำการฉีดวัคซีนและสังเกตุอาการก่อนฉีด และหลังฉีดได้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3047571">ส.อ.ท. ร่วมสู้โควิด-19 เสนอมาตรการช่วยภาครัฐขับเคลื่อนการฉีดวัคซีน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ส.อ.ท. เปิดเผยผลสำรวจ 200 ผู้บริหาร ต่อการบริหารจัดการวัคซีนโควิด-19]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3031815</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 23 Feb 2021 16:54:36 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/finance/3031815</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายวิรัตน์ เอื้อนฤมิต รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยผลการสำรวจ FTI Poll ครั้งที่ 3 ในเดือนกุมภาพันธ์ ภายใต้หัวข้อ ความเชื่อมั่นต่อการบริหารจัดการวัคซีนในการยับยั้งการแพร่ระบาดของโควิด-19 พบว่า ผู้บริหาร ส.อ.ท. มีความพึงพอใจต่อแผนการบริหารจัดการวัคซีนโควิดของภาครัฐอยู่ใน “ระดับปานกลาง” และมองว่าปัจจัยที่จะช่วยสนับสนุนให้แผนการกระจายวัคซีนโควิดให้แก่ประชาชนมีประสิทธิภาพ คือ การนำระบบดิจิทัลมาใช้ในการบริหารจัดการ ความร่วมมือจากภาคเอกชนในการบริหารจัดการ และความพร้อมของบุคลากร/สถานที่ในการฉีดวัคซีน นอกจากนี้ ยังมองว่า ภาครัฐควรออกมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจต่อเนื่องหลังจากการฉีดวัคซีนตามแผนแล้ว อาทิ มาตรการกระตุ้นการบริโภคในประเทศ มาตรการช่วยเหลือ/สนับสนุนธุรกิจ SME และการส่งเสริมการท่องเที่ยวจากต่างประเทศที่มีพาสปอร์ตวัคซีน (Vaccine Passport) เป็นต้น จากการสำรวจผู้บริหาร ส.อ.ท. (CEO Survey) จำนวน 200 ท่าน ครอบคลุมผู้บริหารจาก 45 กลุ่มอุตสาหกรรม และ 74 สภาอุตสาหกรรมจังหวัด พบว่า ผู้บริหาร ส.อ.ท. ส่วนใหญ่มีความเชื่อมั่นต่อการบริหารจัดการวัคซีนในการยับยั้งการแพร่ระบาดโควิดของภาครัฐ อยู่ในระดับปานกลาง คิดเป็น ร้อยละ 61.0 รองลงมามีความเชื่อมั่นอยู่ในระดับมาก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3031815">ส.อ.ท. เปิดเผยผลสำรวจ 200 ผู้บริหาร ต่อการบริหารจัดการวัคซีนโควิด-19</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
	</channel>
</rss>
