<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
>
<channel>
	<title>ThaiPR.NET</title>
	<atom:link href="https://www.thaipr.net/tag/%e0%b8%aa%e0%b9%8d%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%81/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thaipr.net/tag/สํานักงานเศรษฐกิจการเก</link>
	<description>Press Release Distribution Center of Thailand</description>
	<lastBuildDate>Fri, 03 Apr 2026 17:33:14 +0700</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.1</generator>
	<item>
		<title><![CDATA[โครงการปรับปรุงคลองส่งน้ำ ท่ามะกา ระยะ 5 ช่วยเกษตรกร 40 ครัวเรือน ผลผลิตและรายได้เพิ่ม]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3638350</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 03 Sep 2025 13:14:02 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3638350</guid>

					<description><![CDATA[<p>นางธัญธิตา บุญญมณีกุล รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยถึงผลการติดตามโครงการจัดรูปที่ดินและจัดระบบน้ำเพื่อเกษตรกรรม งานปรับปรุงพื้นที่จัดรูปที่ดินโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาท่ามะกา (ระยะที่ 5) ว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ดำเนินโครงการฯ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการส่งน้ำจากคลองส่งน้ำชลประทานให้สามารถแพร่กระจายน้ำในไร่นาได้ทั่วถึงทุกแปลงเพาะปลูก ทำให้เกษตรกรได้รับน้ำตามปริมาณและช่วงเวลาที่ต้องการอย่างเป็นระบบ และลดความขัดแย้งเรื่องการใช้น้ำ โดยมีสำนักงานจัดรูปที่ดินและจัดระบบน้ำเพื่อเกษตรกรรมที่ 27 เป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลัก กำหนดเป้าหมายดำเนินการพื้นที่ 1,000 ไร่ มีระยะเวลาดำเนินโครงการตั้งแต่เดือนธันวาคม พ.ศ. 2566 และดำเนินการแล้วเสร็จเมื่อเดือนกันยายน พ.ศ. 2567 จากการลงพื้นที่ติดตามโครงการฯ ของ สศก. โดย ศูนย์ประเมินผล ช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ในพื้นที่จัดรูปที่ดิน ต.ม่วงชุม อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี พบว่า พื้นที่โครงการมีการจัดรูปที่ดินแบบกึ่งสมบูรณ์แบบ (Extensive) ตั้งแต่เมื่อหลายปีก่อน ทำให้คูส่งน้ำของโครงการเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา ดังนั้น สำนักงานจัดรูปที่ดินและจัดระบบน้ำเพื่อเกษตรกรรมที่ 27 จึงได้มีการปรับปรุงคลองส่งน้ำเป็นระยะที่ 5 โดยการก่อสร้างคูส่งน้ำด้วยวิธีการถมดินอัดแน่นใหม่ ขุดคูส่งน้ำ และบดอัดหินคลุก จากนั้นดาดคอนกรีต ความยาว 10,045 เมตร พร้อมก่อสร้างอาคารประกอบสำหรับใช้เป็นประตู เปิด &#8211; [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3638350">โครงการปรับปรุงคลองส่งน้ำ ท่ามะกา ระยะ 5 ช่วยเกษตรกร 40 ครัวเรือน ผลผลิตและรายได้เพิ่ม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[3 ปี ผลสำเร็จแปลงใหญ่ทุเรียนหนองโสน สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจแล้วรวมกว่า 23.79 ล้านบาท]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3600569</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 20 May 2025 13:24:35 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3600569</guid>

					<description><![CDATA[<p>นางธัญธิตา บุญญมณีกุล รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่าจากที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมส่งเสริมการเกษตร ได้ดำเนินโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่มาอย่างต่อเนื่อง โดยได้กำหนดเป้าหมาย 14,500 แปลง พื้นที่ 30 ล้านไร่ ในพื้นที่ 77 จังหวัด ในปี พ.ศ. 2579 ซึ่งปัจจุบัน (ข้อมูลกรมส่งเสริมการเกษตร ณ วันที่ 3 เมษายน 2568) มีการรับรองแปลงใหญ่ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แล้วทั้งสิ้น 11,410 แปลง เกษตรกร 600,138 ราย พื้นที่ 9,413,361 ไร่ ในการนี้ สศก. ได้ติดตามประเมินผลตัวอย่างของกลุ่มแปลงใหญ่ทุเรียนตำบลหนองโสน อำเภอเมือง จังหวัดตราด ซึ่งเป็นแปลงที่เข้าร่วมโครงการในปี 2565 พบว่า ปัจจุบันมีสมาชิกทั้งสิ้น 34 ราย พื้นที่เพาะปลูกทุเรียน 409 ไร่ มีนายวัฒนา อานามวงษ์ เป็นประธานกลุ่ม มีสำนักงานเกษตรจังหวัดตราดเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการ ร่วมกับสถานีพัฒนาที่ดินจังหวัดตราด [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3600569">3 ปี ผลสำเร็จแปลงใหญ่ทุเรียนหนองโสน สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจแล้วรวมกว่า 23.79 ล้านบาท</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สศท.10 เกาะติดสถานการณ์มะพร้าวผลแก่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ปีนี้ ผลผลิตรวม 252 ล้านผล]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3600490</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 20 May 2025 12:31:17 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3600490</guid>

					<description><![CDATA[<p>เกษตรกรควรหมั่นสำรวจแปลง เฝ้าระวังโรคแมลง นายกิจษารธ อ้นเงินทยากร ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 10 ราชบุรี (สศท.10) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นแหล่งพื้นที่เพาะปลูกมะพร้าวผลแก่อันดับ 1 ของประเทศ โดยในปี 2568 (ข้อมูลพยากรณ์จาก สศก. ณ มีนาคม 2568) คาดการณ์ว่า มีเนื้อที่เพาะปลูก 360,580 ไร่ ลดลงจากปีที่ผ่านมาที่มีจำนวน 361,180 ไร่ (ลดลง 600 ไร่ หรือร้อยละ 0.17) เนื้อที่ให้ผล 345,459 ไร่ เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาที่มีจำนวน 344,459 ไร่ (เพิ่มขึ้น 1,000 ไร่ หรือร้อยละ 0.29) ด้านปริมาณผลผลิต 252,530,529 ผล ลดลงจากปีที่ผ่านมาที่มีจำนวน 254,210,742 ผล (ลดลง 1,680,213 ผล หรือร้อยละ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3600490">สศท.10 เกาะติดสถานการณ์มะพร้าวผลแก่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ปีนี้ ผลผลิตรวม 252 ล้านผล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[‘แปลงใหญ่มะม่วงส่งออกหนองแซง’ จ.กาฬสินธุ์ ส่งออกมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองคุณภาพสร้างรายได้กลุ่มปีละ 4 ล้านบาท]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3595206</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 06 May 2025 15:42:22 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3595206</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายนพดล ศรีพันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 4 ขอนแก่น (สศท.4) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยถึงการติดตามการดำเนินงานของกลุ่มแปลงใหญ่วิสาหกิจชุมชนกลุ่มมะม่วงส่งออกหนองแซง หมู่ที่ 9 ตำบลสำราญ อำเภอสามชัย จังหวัดกาฬสินธุ์ นับเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพการผลิตและแปรรูปมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง เพื่อการส่งออกสู่ตลาดต่างประเทศ ได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP ได้รับการรับรองมาตรฐานแหล่งแปรรูปตามมาตรฐาน GMP และได้รับมาตรฐาน อย. ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุขเพื่อสร้างความมั่นใจกับผู้ค้าและผู้บริโภคได้ว่าผลผลิตได้มาตรฐานและมีคุณภาพ อีกทั้งได้มีการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการผลิตและการแปรรูป สร้างรายได้กว่า 4,000,000 บาท/ปี จากการติดตาม พบว่า กลุ่มแปลงใหญ่วิสาหกิจชุมชนกลุ่มมะม่วงส่งออกหนองแซง เริ่มจดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชน เมื่อปี 2558 และเข้าร่วมโครงการส่งเสริมระบบการเกษตรแบบแปลงใหญ่ ระหว่างปี 2565 ภายใต้การสนับสนุนจากกรมส่งเสริมการเกษตร โดยสำนักงานเกษตรอำเภอสามชัย จังหวัดกาฬสินธุ์ ปัจจุบันมีพื้นที่ปลูก 300 ไร่ มีสมาชิก 31 ราย ได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP ทุกราย โดยมีนางสุดจรัส พันกุล เป็นประธานกลุ่มซึ่งกลุ่มได้รับการสนับสนุนองค์ความรู้ และการส่งเสริมจากหน่วยงานภาครัฐในด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิต โดยการผลิตน้ำหมักและปุ๋ยชีวภาพเพื่อทดแทนการใช้สารเคมี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3595206">‘แปลงใหญ่มะม่วงส่งออกหนองแซง’ จ.กาฬสินธุ์ ส่งออกมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองคุณภาพสร้างรายได้กลุ่มปีละ 4 ล้านบาท</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กล้วยน้ำว้ามะลิอ่อง จ.พิษณุโลก สินค้าเกษตรที่มีศักยภาพ ทดแทนการผลิตข้าวนาปีในพื้นที่ไม่เหมาะสม สร้างรายได้เกษตรกร]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3514253</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 27 Aug 2024 15:18:27 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3514253</guid>

					<description><![CDATA[<p>นางธัญญ์พิชชา เถระรัชชานนท์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 2 พิษณุโลก (สศท.2) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่ากล้วยน้ำว้ามะลิอ่องนับเป็นพืชเศรษฐกิจของจังหวัดพิษณุโลก หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จึงมีนโยบายส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาปลูกกล้วยน้ำว้ามะลิอ่องเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากเป็นพืชที่มีโอกาสทางตลาด และมีความต้องการในอุตสาหกรรมการแปรรูป โดยกล้วยน้ำว้าสดที่ใช้เป็นวัตถุดิบมีทั้งในจังหวัดและต่างจังหวัด (สุโขทัย อุตรดิตถ์ กำแพงเพชร และ ตาก) ซึ่งกล้วยตากบางกระทุ่มเป็นสินค้า GI และเป็นของฝากที่คนมาเยือนพิษณุโลกเมืองสองแควจะต้องซื้อ โดยเฉพาะการมานมัสการหลวงพ่อพระพุทธชินราช ณ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร (วัดใหญ่) จึงนับได้ว่ากล้วยตากเป็น Signature ของจังหวัดพิษณุโลก ทั้งนี้ สศท.2 ได้ศึกษาแนวทางการพัฒนาสินค้ากล้วยน้ำว้า ทดแทนการผลิตข้าวนาปีในพื้นที่ไม่เหมาะสมจังหวัดพิษณุโลก ตามโครงการบริหารจัดการการผลิตสินค้าเกษตรตามแผนที่เกษตรเพื่อการบริหารจัดการเชิงรุก (Agri-Map) และจัดทำแนวทางพัฒนาสินค้ากล้วยน้ำว้าเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจเลือกผลิตให้กับเกษตรกรในพื้นที่ จากการศึกษาของ สศท.2 พบว่า ในปี 2566 จังหวัดพิษณุโลก มีพื้นที่ปลูกกล้วยน้ำว้ามะลิอ่องรวม 10,189 ไร่ เกษตรกรผู้ปลูก 2,514 ราย ได้ผลผลิตรวม 10,228 ตัน/ปี แหล่งผลิตส่วนใหญ่อยู่ที่อำเภอบางระกำ บางกระทุ่ม และวังทอง ส่วนใหญ่เกษตรกรจะใช้น้ำฝนในการดูแลรักษา บางรายมีแหล่งน้ำเสริมในช่วงฤดูแล้ง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3514253">กล้วยน้ำว้ามะลิอ่อง จ.พิษณุโลก สินค้าเกษตรที่มีศักยภาพ ทดแทนการผลิตข้าวนาปีในพื้นที่ไม่เหมาะสม สร้างรายได้เกษตรกร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ไทยส่งเสริมบทบาทสตรีในภาคเกษตร ผลักดันความมั่นคงด้านอาหารและโภชนาการ ในเวที CFS ครั้งที่ 51]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3403409</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 01 Nov 2023 10:45:41 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3403409</guid>

					<description><![CDATA[<p>นางสาวกาญจนา ขวัญเมือง รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงการประชุมคณะกรรมการความมั่นคงอาหารโลก ครั้งที่ 51 (Committee on World Food Security: CFS) ระหว่างวันที่ 23 &#8211; 27 ตุลาคม 2566 ที่ผ่านมา ณ สำนักงานใหญ่องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) กรุงโรม สาธารณรัฐอิตาลี โดยมี Mr. Gabriel Ferrero ประธาน CFS ทำหน้าที่ประธานการประชุม พร้อมด้วยประเทศสมาชิกจำนวน 128 ประเทศ และที่ไม่ใช่สมาชิกจำนวน 10 ประเทศ รวมถึงหน่วยงานขององค์การสหประชาชาติ องค์กรประชาสังคม หน่วยงานด้านการเกษตรระหว่างประเทศ ภาคเอกชนและผู้เข้าร่วมสังเกตการณ์ ในส่วนของประเทศไทย มีสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร เข้าร่วมการประชุมผ่านระบบออนไลน์ การประชุมดังกล่าวได้หารือกันในหัวข้อ “สร้างความแตกต่างในด้านความมั่นคงด้านอาหารและโภชนาการ (Making a Difference in Food Security and [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3403409">ไทยส่งเสริมบทบาทสตรีในภาคเกษตร ผลักดันความมั่นคงด้านอาหารและโภชนาการ ในเวที CFS ครั้งที่ 51</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สศก. ติดตามโครงการอ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3366019</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 04 Aug 2023 10:53:55 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3366019</guid>

					<description><![CDATA[<p>สศก. ติดตามโครงการอ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา แหล่งน้ำขนาดใหญ่ เพื่อเกษตรกรรม และระบบนิเวศครบครัน นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงการติดตามผลการดำเนินงานโครงการอ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา (เขื่อนห้วยโสมง) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งมีกรมชลประทาน เป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลัก โดยเป็นโครงการชลประทานขนาดใหญ่ เริ่มดำเนินการก่อสร้างตั้งแต่ปี 2553 ขณะนี้ดำเนินการก่อสร้างเสร็จแล้วไปกว่า 91% และคาดว่าจะก่อสร้างเสร็จสิ้นในปี 2567 ลักษณะเป็นเขื่อนดินแบบแบ่งโซน มีความจุ 295 ล้านลูกบาศก์เมตร มีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาแหล่งน้ำต้นทุนและเพิ่มพื้นที่ชลประทาน บรรเทาอุทกภัยในพื้นที่ลุ่มน้ำปราจีนบุรีและลุ่มน้ำสาขาในเขตพื้นที่อำเภอนาดี และอำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี ใช้เป็นแหล่งน้ำด้านการอุปโภค-บริโภค และการประปา รักษาระบบนิเวศ และผลักดันน้ำเค็มและน้ำเน่าเสียในแม่น้ำปราจีนบุรีและแม่น้ำบางปะกง อีกทั้งใช้อ่างเก็บน้ำเป็นแนวกันชนหรือแนวป้องกันการบุกรุกทำลายพื้นที่ป่าไม้ในเขตอุทยานแห่งชาติทับลานและอุทยานแห่งชาติปางสีดา รวมทั้งช่วยเพิ่มระดับความชุ่มชื้นในพื้นที่ป่าไม้ ทำให้โอกาสการเกิดไฟไหม้ป่าลดลง หรือสามารถนำน้ำมาใช้ดับไฟป่าได้ สศก. โดยศูนย์ประเมินผล ได้ลงพื้นที่ติดตามการใช้ประโยชน์ ในช่วงเดือนมิถุนายน 2566 พบว่า ในปีเพาะปลูก 2565/2566 (พฤษภาคม 2565 &#8211; เมษายน 2566) สามารถจัดสรรน้ำในช่วงฤดูแล้งได้ถึง 209 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3366019">สศก. ติดตามโครงการอ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[พร้อมให้บริการ Big Data สศก. พัฒนาเครื่องมือเนวิเกเตอร์ภาคเกษตร  เชื่อมโยงฐานข้อมูลขนาดใหญ่ 909 ชุดข้อมูล จาก 91 หน่วยงาน ให้บริการผ่านเว็บไซต์]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3257730</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 28 Oct 2022 08:44:09 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3257730</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า การขับเคลื่อน Big Data ภาคเกษตร ที่ผ่านมา สศก. ได้บูรณาการข้อมูลร่วมกับหน่วยงานต่างๆ จัดการและเชื่อมโยงในระดับแปลง เกษตรกร และพื้นที่ มีการเก็บข้อมูลเพิ่มเติมในทุกระดับ โดยสร้าง Platform เก็บข้อมูลที่สะดวกและรวดเร็วขึ้น เช่น การใช้ Mobile Technology เพื่อให้ได้ฐานข้อมูล Big Data ภาคเกษตรที่แม่นยำ รวดเร็ว ต่อเนื่องในทุกฤดูปลูก นอกจากนี้ ยังมี Web Tool และ Mobile Application ในการประมวลผลข้อมูลจาก Big Data เพื่อวางแผนเชิงพื้นที่ วางนโยบาย และเผยแพร่สู่ทุกภาคส่วนอย่างเข้าใจง่าย ซึ่งจากที่ สศก. ได้จัดทำ “โครงการพัฒนาระบบฐานข้อมูลการเกษตร” และเปิดตัวโครงการฯ ไปเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2565 เพื่อพัฒนาฐานข้อมูล สำหรับจัดเก็บ และบริการข้อมูลทั้งด้านพืช [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3257730">พร้อมให้บริการ Big Data สศก. พัฒนาเครื่องมือเนวิเกเตอร์ภาคเกษตร  เชื่อมโยงฐานข้อมูลขนาดใหญ่ 909 ชุดข้อมูล จาก 91 หน่วยงาน ให้บริการผ่านเว็บไซต์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[‘ปลานิล’ สินค้าเกษตรทางเลือก จ.นครราชสีมา เสริมรายได้เกษตรกร แนะแปรรูปเพิ่มมูลค่า]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3200796</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 13 Jun 2022 09:38:06 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3200796</guid>

					<description><![CDATA[<p>นางสุจารีย์ พิชา ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 5 นครราชสีมา (สศท.5) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า “ปลานิล” นับเป็นสินค้าประมงที่มีศักยภาพทางด้านการเกษตร และเป็นหนึ่งในสินค้าเกษตรทางเลือกของจังหวัดนครราชสีมา สามารถสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรได้เป็นอย่างดี ตลาดมีความต้องการต่อเนื่อง เนื่องจากเลี้ยงง่าย ทนทานต่อสภาพแวดล้อม และมีคุณค่าทางโภชนาการ โปรตีนสูง ซึ่งปลานิลที่เพาะเลี้ยงอยู่ในปัจจุบันมี 2 สายพันธุ์ คือ ปลานิลดำ และปลานิลแดง (ปลาทับทิม) เกษตรกรในจังหวัดจะนิยมเลี้ยงปลานิลดำ ร้อยละ 90 เนื่องจากเลี้ยงง่ายต้นทุนต่ำกว่าปลานิลแดง (ปลาทับทิม) ปัจจุบันจังหวัดนครราชสีมา (ข้อมูลจากสำนักงานประมงจังหวัดนครราชสีมา ณ เดือนพฤษภาคม 2565) มีเกษตรกรผู้เลี้ยงปลานิล ทั้ง 2 สายพันธุ์ จำนวน 180 ราย พื้นที่เลี้ยงครอบคลุม 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอครบุรี อำเภอโนนสูง และอำเภอบ้านเหลื่อม เกษตรกรจะเลี้ยงเป็นอาชีพเสริมจากการทำเกษตรกรรมเป็นหลัก ส่วนใหญ่เกษตรจะเลี้ยงปลานิลในกระชังบริเวณรอบอ่างเก็บน้ำลำแซะ และเขื่อนมูลบน ประมาณ 4 &#8211; [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3200796">‘ปลานิล’ สินค้าเกษตรทางเลือก จ.นครราชสีมา เสริมรายได้เกษตรกร แนะแปรรูปเพิ่มมูลค่า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สภาฯ ลงมติ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ ปี 66 วาระแรก กระทรวงเกษตรฯ รับจัดสรร 127,192 ล้านบาท]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3199837</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 09 Jun 2022 11:01:10 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3199837</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 วาระแรก ระหว่างวันที่ 31 พฤษภาคม – 2 มิถุนายน 2565 และได้มีมติรับหลักการพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 วาระแรก วงเงิน 3.185 ล้านล้านบาท เรียบร้อยแล้ว นั้น สำหรับงบประมาณในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับจัดสรรงบประมาณ รวม 127,192.4577 ล้านบาท โดยเพิ่มขึ้นจากปี 2565 จำนวน 16,289.8896 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นร้อยละ 15) เมื่อจำแนกประเภทของงบประมาณ ในแต่ละด้านตามแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เกี่ยวข้องรวม 4 ด้าน ประกอบด้วย 1) ด้านความมั่นคง จำนวน 277.2521 ล้านบาท เพื่อดำเนินการจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าวและการค้ามนุษย์ด้านการประมง ป้องกันและแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย (IUU) และพัฒนาอาชีพด้านการเกษตรในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ 2) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3199837">สภาฯ ลงมติ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ ปี 66 วาระแรก กระทรวงเกษตรฯ รับจัดสรร 127,192 ล้านบาท</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[“ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ” สินค้า GI เริ่มออกตลาดปลาย พ.ค. นี้ สศท.11 เชิญชวนเที่ยวงาน “เทศกาลทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ ปี 2565” 9 &#8211; 15 มิ.ย. นี้]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3194214</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 25 May 2022 16:17:09 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3194214</guid>

					<description><![CDATA[<p>นางประเทือง วาจรัต รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 11 อุบลราชธานี (สศท.11) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า “ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ” เป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญที่สร้างชื่อเสียง และรายได้ให้จังหวัดศรีสะเกษจำนวนมาก ซึ่งทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ เป็นหนึ่งในวาระการขับเคลื่อนประเด็นเกษตรบูรณาการของจังหวัด ที่มุ่งเน้นการสร้างความมั่นคงทางรายได้ให้กับเกษตรกรในพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ 4 ชนิด คือ ข้าว ทุเรียน หอมแดง และพริก จากการลงพื้นที่ของ สศท.11 เพื่อติดตามสถานการณ์การผลิตทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ พบว่า ปี 2565 (ข้อมูลพยากรณ์ ณ วันที่ 20 พฤษภาคม 2565) มีเนื้อที่ยืนต้น 15,171 ไร่ เนื้อที่ให้ผล 5,490 ไร่ มีพื้นที่ปลูกอยู่ใน 3 อำเภอ ได้แก่ กันทรลักษ์ ขุนหาญ และ ศรีรัตนะ ซึ่งเป็นแหล่งดินภูเขาไฟที่มีธาตุอาหารที่จำเป็นเหมาะสม ทำให้เนื้อทุเรียนกรอบนอก นุ่มใน รสชาติดี กลิ่นไม่ค่อยฉุน โดยได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3194214">“ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ” สินค้า GI เริ่มออกตลาดปลาย พ.ค. นี้ สศท.11 เชิญชวนเที่ยวงาน “เทศกาลทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ ปี 2565” 9 &#8211; 15 มิ.ย. นี้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ปลูกหน่อไม้ฝรั่งบ้านซับลังกา กลุ่มเข้มแข็ง เน้นมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ เป้าปี 65 กำไร 2.2 ล้านบาท]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3147845</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 25 Jan 2022 10:00:36 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3147845</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายนิกร แสงเกตุ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 7 ชัยนาท (สศท.7) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยถึงการติดตามสถานการณ์การผลิตหน่อไม้ฝรั่ง ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ปลูกหน่อไม้ฝรั่งบ้านซับลังกา ตำบลเกาะรัง อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี ซึ่งเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ปลูกหน่อไม้ฝรั่ง ดำเนินการตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ ตั้งแต่ปี 2561 ปัจจุบันมีสมาชิกเกษตรกร 30 ราย มีนายฤกษ์ คงสมใจ เป็นประธานกลุ่ม ซึ่งทางกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ มีการขับเคลื่อนการดำเนินงานในรูปแบบคณะกรรมการวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกหน่อไม้ฝรั่งวางแผนการผลิตและการตลาดอย่างเป็นระบบ ผลผลิตผ่านการรับรองมาตรฐาน GAP และมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ เพื่อผลผลิตที่มีคุณภาพ และปลอดภัยต่อผู้บริโภค สำหรับด้านการผลิต พบว่า ปี 2564 ต้นทุนการผลิตของทางกลุ่มวิสาหกิจฯ เฉลี่ยในปีแรก 41,956 บาท/ไร่/ปี ซึ่งต้นทุนในปีแรกจะสูงเนื่องจาก มีค่าต้นพันธุ์ ค่าเตรียมดิน ค่าแรงงานในการปลูกและดูแลรักษาและต้นทุนปีที่ 2-5 จะมีต้นทุนลดลงเฉลี่ยที่ 31,251 บาท/ไร่/ปี โดยหน่อไม้ฝรั่งจะเริ่มให้ผลผลิตตั้งแต่ 6 เดือน หลังจากเพาะปลูก และในรอบปีสามารถให้ผลผลิตถึง 4 รุ่น โดยผลผลิตเฉลี่ย 1,416 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3147845">วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ปลูกหน่อไม้ฝรั่งบ้านซับลังกา กลุ่มเข้มแข็ง เน้นมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ เป้าปี 65 กำไร 2.2 ล้านบาท</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ต้นแบบความสำเร็จ แปลงใหญ่ปาล์มน้ำมัน อ.พนม จ.สุราษฎร์ธานี เน้นผลิตปาล์มคุณภาพ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3146263</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 20 Jan 2022 09:46:57 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3146263</guid>

					<description><![CDATA[<p>นางสาวทัศนีย์ เมืองแก้ว รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานของแปลงใหญ่ปาล์มน้ำมัน (นิคมสหกรณ์พนม) อำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นแปลงใหญ่ที่มีศักยภาพการผลิตในพื้นที่ มีการบริหารจัดการโดยเน้นการลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต ทำปาล์มคุณภาพที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งล่าสุดได้รับรางวัลชนะเลิศการประกวดแปลงใหญ่ระดับเขตภาคใต้ ปี 2564 และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 การประกวดแปลงใหญ่ดีเด่นระดับประเทศ ปี 2564 โดย สศท.8 ได้ร่วมเป็นคณะกรรมการตัดสินการประกวดแปลงใหญ่ดีเด่นระดับเขต เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานในครั้งนี้ ปัจจุบันแปลงใหญ่ปาล์มน้ำมัน (นิคมสหกรณ์พนม) ได้จัดตั้งเป็นกลุ่มแปลงใหญ่และบริหารจัดการกลุ่มในรูปแบบสหกรณ์ ตั้งแต่ปี 2559 มีพื้นที่รวม 19,850 ไร่ สมาชิกเกษตรกร 1,074 ราย โดยมีนายธวัช ล่าสกุล เป็นผู้จัดการแปลงซึ่งทางกลุ่มแปลงใหญ่ได้รับใบรับรองมาตรฐาน RSPO (Roundtable on Sustainable Palm Oil) ซึ่งเป็นมาตรฐานการผลิตปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์ม ที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและรับผิดชอบต่อชุมชน ครอบคลุมมิติความยั่งยืนทั้งด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม และด้านสิ่งแวดล้อม ทำให้สามารถส่งออกน้ำมันปาล์มไปประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรป รวมถึงสมาชิกยังได้รับการถ่ายทอดความรู้จากหน่วยงานภาครัฐ เพื่อใช้ในการพัฒนาศักยภาพของกลุ่มและคุณภาพของผลผลิตที่มีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง สำหรับผลการดำเนินงานของกลุ่มแปลงใหญ่ในช่วงที่ผ่านมา ได้มีการพัฒนาคุณภาพในแต่ละด้านที่สำคัญ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3146263">ต้นแบบความสำเร็จ แปลงใหญ่ปาล์มน้ำมัน อ.พนม จ.สุราษฎร์ธานี เน้นผลิตปาล์มคุณภาพ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ส่องตลาดพริกเขียวมัน จ.สงขลา ส่งออกตลาดมาเลเซีย สร้างรายได้เกษตรกรปีละ 40,600 บาท/ไร่]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3128988</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 01 Dec 2021 14:00:22 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3128988</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายไพฑูรย์ สีลาพัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 9 สงขลา (สศท.9) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยถึงสถานการณ์การผลิตและตลาดพริกขี้หนูผลใหญ่พันธุ์จินดา (พริกเขียวมัน) ของจังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นแหล่งผลิตสำคัญของภาคใต้ ปัจจุบันพริกขี้หนูผลใหญ่พันธุ์จินดาเป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างมูลค่าให้กับจังหวัดกว่า 99.47 ล้านบาท/ปี ผลผลิตส่วนใหญ่ร้อยละ 90 ส่งออกไปยังประเทศมาเลเซียเพื่อนำไปทำเป็นเครื่องเทศ วัตถุดิบในการผลิตซอสพริก และบริโภคผลสด สถานการณ์ภาพรวมพริกขี้หนูผลใหญ่พันธุ์จินดาของจังหวัดสงขลา ปี 2564 พบว่า มีเนื้อที่ปลูกทั้งจังหวัดรวม 2,450 ไร่ (ข้อมูลจากสำนักงานเกษตรจังหวัดสงขลา ณ วันที่ 26 พฤศจิกายน 2564) มีเกษตรกรผู้ปลูก 1,158 ราย ให้ผลผลิตรวม 3,978.80 ตัน ปลูกในอำเภอระโนด และอำเภอกระแสสินธุ์ โดยเกษตรกรส่วนใหญ่จะใช้พื้นที่นาข้าวขุดเป็นแปลงในการปลูก และบางส่วนปลูกหลังจากการทำนาปี ซึ่งเกษตรกรมีการจัดการแปลงที่ดินเป็นแบบยกร่องและแบบไม่ยกร่อง โดยแยกเป็นปลูกแบบยกร่องประมาณ 2,156 ไร่ หรือร้อยละ 88 และปลูกแบบไม่ยกร่องประมาณ 294 ไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 12 ทั้งนี้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3128988">ส่องตลาดพริกเขียวมัน จ.สงขลา ส่งออกตลาดมาเลเซีย สร้างรายได้เกษตรกรปีละ 40,600 บาท/ไร่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ปีนี้อากาศดี ลำไยภาคเหนือติดดอกมาก ผลผลิตรวมกว่า 9.7 แสนตัน ออกตลาดมากสุด ส.ค. 64 สศท.1 เชิญชวนบริโภคลำไยคุณภาพ ช่วยเหลือเกษตรกร]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3075309</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 14 Jul 2021 10:42:13 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3075309</guid>

					<description><![CDATA[<p>นางอังคณา พุทธศรี ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 1 เชียงใหม่ (สศท.1) เปิดเผยถึงผลการจัดทำข้อมูลไม้ผลเศรษฐกิจภาคเหนือ ครั้งที่ 3/2564 (ข้อมูล ณ 22 มิถุนายน 2564) โดย สศก. ร่วมกับคณะทำงานสำรวจข้อมูลไม้ผลเศรษฐกิจภาคเหนือ พบว่า ลำไยของแหล่งผลิต 8 จังหวัดหลักภาคเหนือ (เชียงใหม่ ลำพูน เชียงราย พะเยา ลำปาง ตาก แพร่ น่าน) มีผลผลิตรวม 973,603 ตัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว ที่มีจำนวน 806,414 ตัน (เพิ่มขึ้น 167,189 ตัน หรือร้อยละ 21) ทั้งนี้ ผลผลิตลำไยในฤดูได้ทยอยออกสู่ตลาดตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา และจะออกต่อเนื่องถึงเดือนกันยายน 2564 โดยผลผลิตจะออกมากที่สุดในเดือนสิงหาคม 2564 ประมาณ 394,707 ตัน หรือ ร้อยละ 41 ของผลผลิตทั้งหมด สถานการณ์การผลิตลำไย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3075309">ปีนี้อากาศดี ลำไยภาคเหนือติดดอกมาก ผลผลิตรวมกว่า 9.7 แสนตัน ออกตลาดมากสุด ส.ค. 64 สศท.1 เชิญชวนบริโภคลำไยคุณภาพ ช่วยเหลือเกษตรกร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สศก. ผนึก มช. ดึงเทคโนโลยีแบบจำลอง Rice4cast แม่นยำสูง พร้อมพลิกโฉมการพยากรณ์ผลผลิตข้าวแบบรายจังหวัด ปี 2564/65]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3042907</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 30 Mar 2021 10:36:14 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3042907</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า การดำเนินงาน Big Data เป็นนโยบายที่สำคัญของภาครัฐ ซึ่ง สศก. ในฐานะหน่วยงานด้านนโยบายและข้อมูลสารสนเทศการเกษตร และเป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลักที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบหมาย ให้ดำเนินการ จึงได้เร่งจัดทำและพัฒนาฐานข้อมูล Big Data ภาคการเกษตร เพื่อการบริหารและการให้บริการข้อมูลภาคเกษตรในทุกมิติ โดยในปี 2564 จะเร่งศึกษาแนวทางการพัฒนาภาคเกษตร ด้วยเทคโนโลยีระบบสารสนเทศเชิงพื้นที่ เพื่อจัดทำระบบสนับสนุนการตัดสินทางการเกษตรที่แม่นยำ ล่าสุด เมื่อวันที่ 17 มีนาคมที่ผ่านมา สศก. โดยศูนย์ข้อมูลเกษตรแห่งชาติ (National Agricultural Big Data Center) หรือ NABC ได้มีการหารือร่วมกับศูนย์วิจัยระบบทรัพยากรเกษตร (ศวทก.) คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร. อรรถชัย จินตะเวช และอาจารย์ ดร.เทวินทร์ แก้วเมืองมูล ถึงแนวทางการพัฒนาภาคเกษตรจากการใช้เทคโนโลยีสนับสนุนการตัดสินใจทางการเกษตร โดยเน้นระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเชิงพื้นที่ (Spatial Information Systems) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3042907">สศก. ผนึก มช. ดึงเทคโนโลยีแบบจำลอง Rice4cast แม่นยำสูง พร้อมพลิกโฉมการพยากรณ์ผลผลิตข้าวแบบรายจังหวัด ปี 2564/65</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[หนุน เกษตรกรปลูก ‘ถั่วเหลือง’ พืชเศรษฐกิจสร้างความมั่นคงทางอาหารของประเทศ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3042095</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 26 Mar 2021 10:12:01 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3042095</guid>

					<description><![CDATA[<p>นางอังคณา พุทธศรี ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 1 เชียงใหม่ (สศท.1) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า “ถั่วเหลือง” นับเป็นพืชเศรษฐกิจสร้างความมั่นคงทางด้านอาหาร ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยคณะอนุกรรมการพัฒนาการผลิตถั่วเหลือง ได้จัดทำยุทธศาสตร์ถั่วเหลืองและความมั่นคงทางด้านอาหาร ระยะเวลา 20 ปี (พ.ศ. 2561-2579) โดยมีเป้าหมายเพิ่มพื้นที่ปลูกถั่วเหลืองเป็น 2.5 ล้านไร่ ในปี 2579 มุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและยกระดับมาตรฐานสินค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ที่มีศักยภาพในรูปแบบการเกษตรแปลงใหญ่และพื้นที่ปลูกหลังนา เพื่อการลดต้นทุนการผลิต เพิ่มผลผลิตต่อหน่วยการพัฒนาคุณภาพมาตรฐานตรงตามความต้องการของตลาด ปัจจุบัน สถานการณ์การผลิตถั่วเหลืองในพื้นที่ภาคเหนือ รวม 17 จังหวัด มีประมาณ 88,563 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 85 ของพื้นที่เพาะปลูกทั้งประเทศ (พื้นที่ปลูกทั้งประเทศ 104,193 ไร่ ข้อมูล ณ กุมภาพันธ์ 2564) แบ่งเป็นถั่วเหลืองรุ่น 1 ปลูกช่วงพฤษภาคม – ตุลาคม พื้นที่ปลูกประมาณ 46,960 ไร่ และถั่วเหลืองรุ่น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3042095">หนุน เกษตรกรปลูก ‘ถั่วเหลือง’ พืชเศรษฐกิจสร้างความมั่นคงทางอาหารของประเทศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[“มะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง” อุดรธานี พืชเศรษฐกิจที่น่าจับตา ส่งออกตลาดต่างประเทศกว่า 1,800 ตัน/ปี]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3029101</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 16 Feb 2021 11:22:40 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3029101</guid>

					<description><![CDATA[<p>นางเพ็ญศิริ วงษ์วาท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 3 อุดรธานี (สศท.3) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันจังหวัดอุดรธานีเป็นแหล่งผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองส่งออกอันดับ 1 ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เนื่องจากมีพื้นที่ปลูกจำนวนมาก มีระบบการปลูกที่ปลอดภัยและได้มาตรฐาน ส่งผลให้มะม่วงมีคุณภาพสูง เป็นที่ต้องการของตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่น เกาหลี จีน ลาว มาเลเซีย เวียดนาม เมียนมา และกัมพูชา คาดการณ์ปี 2564 ส่งออกผลผลิตประมาณ 1,800 ตัน/ปี จึงกลายเป็นพืชเศรษฐกิจของจังหวัดที่ต้องเร่งการขยายตลาดส่งออกให้เพิ่มมากขึ้น จากการติดตามสถานการณ์การผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง จังหวัดอุดรธานี พบว่า มีพื้นที่ปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองประมาณ 6,300 ไร่ ให้ผลผลิตรวม 6,000 ตัน/ปี ผลผลิตเฉลี่ย 900 – 1,000 กิโลกรัม/ไร่ แหล่งผลิตสำคัญอยู่ในอำเภอหนองวัวซอ และกระจายอยู่ในอำเภอน้ำโสม วังสามหมอ กุมภวาปี ปัจจุบันมีเกษตรกรผู้ปลูก 658 ราย ส่วนใหญ่มีการรวมกลุ่มผลิตในรูปแบบแปลงใหญ่ วิสาหกิจชุมชน และกลุ่มเกษตรกร ราคาต้นพันธุ์อยู่ที่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3029101">“มะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง” อุดรธานี พืชเศรษฐกิจที่น่าจับตา ส่งออกตลาดต่างประเทศกว่า 1,800 ตัน/ปี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สศก. เผยสถานการณ์ลิ้นจี่ เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา เริ่มแทงช่อดอก คาดผลผลิตออกตลาด เม.ย. นี้]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3021168</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 21 Jan 2021 15:56:03 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3021168</guid>

					<description><![CDATA[<p>นางอังคณา พุทธศรี ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 1 เชียงใหม่ (สศท.1) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยถึงการลงพื้นที่ของ สศท.1 เพื่อติดตามสถานการณ์การผลิตลิ้นจี่ระหว่างวันที่ 6-8 มกราคม 2563 ที่ผ่านมา ในพื้นที่ภาคเหนือ ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย และพะเยา ซึ่งเป็นแหล่งผลิตสำคัญที่สุดของประเทศ โดยคาดว่าปี 2564 (ข้อมูลพยากรณ์ ณ วันที่ 15 มกราคม 2564) ทั้ง 3 จังหวัด มีเนื้อที่ยืนต้น 74,199 ไร่ ลดลงจากปี 2563 ที่มีจำนวน 74,433 ไร่ (ลดลง 234 ไร่ หรือร้อยละ 0.31 เนื้อที่ให้ผล 68,968 ไร่ ลดลงจากปี 2563 ที่มีจำนวน 69,252ไร่ (ลดลง 284 ไร่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3021168">สศก. เผยสถานการณ์ลิ้นจี่ เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา เริ่มแทงช่อดอก คาดผลผลิตออกตลาด เม.ย. นี้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[โครงการศูนย์บริการการพัฒนาปลวกแดง ศูนย์กลางสร้างอาชีพ แหล่งเรียนรู้เกษตรตามพระราชดำริ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3014218</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 25 Dec 2020 10:54:16 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3014218</guid>

					<description><![CDATA[<p>นางอัญชนา ตราโช รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงการติดตามการดำเนินโครงการตามพระราชดำริ ศูนย์บริการการพัฒนาปลวกแดงตามพระราชดำริ จังหวัดระยอง ซึ่งโครงการดังกล่าว ก่อตั้งจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องจากสภาพพื้นที่ของจังหวัดระยองเป็นสภาพป่าที่ถูกทำลาย ราษฎรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพการเกษตร และประสบปัญหาผลผลิตตกต่ำ รายได้ของเกษตรกรลดลง เพราะขาดความอุดมสมบูรณ์ของดินและแหล่งน้ำ ประกอบกับถูกอิทธิพลของนายทุนขยายเขตการเป็นเจ้าของที่ดินเพิ่มขึ้น พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จึงได้พระราชทานพื้นที่บริเวณอ่างเก็บน้ำดอกกราย อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง ประมาณ 1,300 ไร่ เพื่อส่งน้ำมายังพื้นที่ และทรงแนะนำให้จัดเป็นศูนย์กลางอาชีพการเกษตรและศิลปาชีพพิเศษแก่ราษฎร มีที่ตั้งศูนย์ฯ อยู่บริเวณอ่างเก็บน้ำดอกกราย เป้าหมายจำนวน 35 หมู่บ้าน 5 ตำบล ในอำเภอปลวกแดง และนิคมพัฒนา จังหวัดระยองรวมถึงพื้นที่อำเภออื่นๆ ในจังหวัดระยองและจังหวัดใกล้เคียง โดยมีกรมส่งเสริมการเกษตรเป็นผู้รับผิดชอบหลัก ในการดำเนินโครงการ ปีงบประมาณ 2563 กระทรวงเกษตรฯ ได้จัดให้มีการอบรมหลักสูตรต่างๆ ได้แก่ หลักสูตรการถ่ายทอดความรู้เทคโนโลยีด้านข้าว การผลิตปุ๋ยหมักเติมอากาศ การปลูกอ้อยคั้นน้ำเสริมรายได้ และการผลิตพืชอินทรีย์ ซึ่ง สศก. ได้ติดตามความก้าวหน้าผลการดำเนินงาน พบว่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3014218">โครงการศูนย์บริการการพัฒนาปลวกแดง ศูนย์กลางสร้างอาชีพ แหล่งเรียนรู้เกษตรตามพระราชดำริ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
	</channel>
</rss>
