<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
>
<channel>
	<title>ThaiPR.NET</title>
	<atom:link href="https://www.thaipr.net/tag/%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%ab%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a8%e0%b8%b2/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thaipr.net/tag/สื่อสามร้อยหกสิบองศา</link>
	<description>Press Release Distribution Center of Thailand</description>
	<lastBuildDate>Sun, 17 May 2026 16:58:15 +0700</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.1</generator>
	<item>
		<title><![CDATA[จะกู้คืนข้อมูลจากการโจมตีโดยแรนซัมแวร์ได้อย่างไร? เรียนรู้ 7 แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด ในการกู้คืนข้อมูลจากแรนซัมแวร์]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/it/3455832</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 20 Mar 2024 15:51:14 +0700</pubDate>
				<category>it</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/it/3455832</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อไม่กี่ปีมานี้ การโจมตีด้วยแรนซัมแวร์ได้ขยายตัว และพัฒนาขึ้นเป็นรูปแบบธุรกิจ ก่อให้เกิดผลกระทบร้ายแรงในหลายอุตสาหกรรม และส่งผลให้เกิดการสูญเสียข้อมูล และสินทรัพย์ขององค์กรต่าง ๆ เป็นอย่างมาก 2022 SonicWall Cyber Threat Report เปิดเผยสถิติที่น่าตกใจว่ามีการรายงานการโจมตีด้วยแรนซัมแวร์รวม 6.233 พันล้านครั้งทั่วโลกในปี 2022 เฉลี่ยการโจมตี 19 ครั้งต่อวินาที ถือเป็นการเน้นย้ำความจำเป็นเร่งด่วนที่องค์กรต่าง ๆ ต้องเสริมสร้างการป้องกันของตน ด้วยเหตุนี้ การมีแผนกู้คืนจากแรนซัมแวร์ที่ครอบคลุมจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ดูแลระบบ IT เนื่องจากจะสามารถลดผลกระทบของการโจมตี และทำให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้ในเวลาที่สั้นที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ อย่างไรก็ตาม จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ไม่มีองค์กรใดที่จะป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์ได้ทั้งหมด ดังนั้น องค์กรต่าง ๆ จึงต้องให้ความสำคัญกับ &#8220;การกู้คืน (Recovery)&#8221; นั่นคือสาเหตุที่ &#8220;การสำรองข้อมูล&#8221; ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นหนึ่งในการป้องกันการโจมตีแรนซัมแวร์ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด การมีข้อมูลสำรองล่าสุด ความปลอดภัย และการตรวจสอบจะเพิ่มโอกาสในการกู้คืนข้อมูลที่ประสบความสำเร็จ ในขณะเดียวกันก็ลดการหยุดทำงาน (downtime) และลดความเสี่ยงของการสูญเสียข้อมูลให้เหลือน้อยที่สุด องค์ประกอบสำคัญของแผนการกู้คืนจากแรนซัมแวร์ การโจมตีด้วยแรนซัมแวร์เป็นหนึ่งในสถานการณ์ที่ท้าทายที่สุดสำหรับองค์กรต่าง ๆ ธุรกิจหรือสถาบันที่ได้รับผลกระทบอาจต้องพบกับปัญหาในการดำเนินงานที่เกิดจากการโจมตีดังกล่าว Synology ตระหนักถึงธรรมชาติของแรนซัมแวร์ จึงได้วิเคราะห์ และระบุองค์ประกอบสำคัญของแผนการกู้คืนข้อมูลจากแรนซัมแวร์ บอกลา [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/it/3455832">จะกู้คืนข้อมูลจากการโจมตีโดยแรนซัมแวร์ได้อย่างไร? เรียนรู้ 7 แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด ในการกู้คืนข้อมูลจากแรนซัมแวร์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[HPE ประเทศไทย เปิดตัวโปรแกรม HPE Customer Live Space ช่วยลูกค้าเปิดประสบการณ์อัจฉริยะในโลกไอทีระดับสากล]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/it/3350365</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 23 Jun 2023 11:17:52 +0700</pubDate>
				<category>it</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/it/3350365</guid>

					<description><![CDATA[<p>Hewlett Packard Enterprise หรือ HPE ประกาศเปิดตัวโปรแกรมใหม่ภายใต้ชื่อ HPE Customer Live Space ที่ออกแบบมาช่วยแก้ปัญหาด้านไอทีให้แก่องค์กรที่ประสบพบเจอในแต่ละวัน อีกทั้งยังเป็นการช่วยเปิดประสบการณ์ เรียนรู้การใช้งาน และประยุกต์ใช้เทคโนโลยีของ HPE ที่ล้ำสมัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยผู้เชี่ยวชาญจาก HPE ภายใต้โปรแกรม HPE Customer Live Space นี้ จะมีหัวข้อคีย์เทคโนโลยี และโซลูชั่นในการบรรยายที่หลากหลาย และการเดโมการใช้งานจริง ตัวอย่างเช่น HPE Edge to Cloud Platform, Data Services, Data Modernization, Data Protection เป็นต้น โปรแกรมต่าง ๆ เหล่านี้จะช่วยตอบโจทย์การทำงานของลูกค้าในทุก Workload &#160;ไม่ว่าจะเป็น Virtualization หรือ Containerization ที่ครอบคลุมถึง Data &#38; Ransomware Protection ระบบ Analytics, [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/it/3350365">HPE ประเทศไทย เปิดตัวโปรแกรม HPE Customer Live Space ช่วยลูกค้าเปิดประสบการณ์อัจฉริยะในโลกไอทีระดับสากล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ออริจิน พร็อพเพอร์ตี้ จัดการแรนซั่มแวร์ด้วยเทคโนโลยีจาก HPE Cohesity]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/estate/3306871</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 24 Feb 2023 16:17:47 +0700</pubDate>
				<category>estate</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/estate/3306871</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปัจจุบันภัยคุกคามทางไซเบอร์เกิดขึ้นมากมาย และบ่อยครั้ง หลาย ๆ องค์กรต่างเริ่มเสริมเกราะสร้างความแข็งแรงให้กับข้อมูลของตนเอง ให้รอดพ้นจากภัยอันร้ายแรงนี้ ทาง HPE มีกรณีศึกษาจากบริษัทอสังหาริมทรัพย์ ที่มีธุรกิจอื่นในเครือมากมาย หลากหลาย และเคยมีประสบการณ์จากแรนซั่มแวร์ ภัยร้ายที่ตอนนี้กระจายเข้าไปสร้างความเสียหายในหลายธุรกิจ บริษัท ออริจิน พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจทางด้านอสังหาริมทรัพย์ บ้าน โรงแรม คอนโดที่ยาวนานมามากกว่า 10 ปี นอกจากนี้ยังมีธุรกิจอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น โลจิสติกส์ ธุรกิจด้านอาหาร และค่ายเพลงในนามของ ออริจิน มิวสิค ซึ่งยิ่งมีธุรกิจมากเท่าไร ในเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลนั้น จำเป็นต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ อีกหนึ่งของการปกป้องข้อมูลที่สำคัญ คือ เรื่องของการ Backup ซึ่งก่อนหน้านี้ทาง ออริจินใช้ซอฟต์แวร์ Backup ที่นิยมอยู่ทั่วไป จนได้รับการแนะนำจาก HPE ในส่วนของผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ อย่าง Cohesity โซลูชั่นที่ถูกออกแบบมาเพื่อจัดเก็บข้อมูล และรักษาความปลอดภัยของข้อมูล โดยได้ทำการทดลองใช้ควบคู่ไปกับซอฟต์แวร์ Backup ตัวเดิม ปรากฏว่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/estate/3306871">ออริจิน พร็อพเพอร์ตี้ จัดการแรนซั่มแวร์ด้วยเทคโนโลยีจาก HPE Cohesity</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[Hewlett Packard Enterprise แนะนำเทคโนโลยีด้านการประมวลในแบบ Next-Gen ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับโลกการทำงานแบบไฮบริด]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/it/3266678</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 14 Nov 2022 16:50:13 +0700</pubDate>
				<category>it</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/it/3266678</guid>

					<description><![CDATA[<p>Hewlett Packard Enterprise (NYSE: HPE) ประกาศเปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์เซิร์ฟเวอร์ยุคใหม่สำหรับการใช้งานบนคลาวด์ ที่ออกแบบเพื่อระบบแบบไฮบริด และการปฏิวัติทางดิจิทัลโดยเฉพาะ เครื่องเซิร์ฟเวอร์ HPE ProLiant Gen11 ใหม่นี้จะช่วยให้องค์กรทั้งหลายได้ระบบประมวลผลที่สะดวกสบาย ไว้ใจได้ และยกระดับความสามารถในการทำงานได้ดีที่สุด เหมาะอย่างยิ่งกับเวิร์กโหลดสมัยใหม่หลายต่อหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็น AI, ML, Data analytic, Virtual Desktop Infrastructure (VDI), Virtualization, Container แอปพลิเคชั่นสำหรับทำงานบนคลาวด์ แอปพลิเคชั่นที่มีเวิร์กโหลดกราฟิกหนักหน่วง เป็นต้น “รากฐานของรูปแบบการทำงานไฮบริดก็คือระบบประมวลผล” Neil MacDonald รองประธานบริหาร และผู้จัดการทั่วไปฝ่ายผลิตภัณฑ์ Compute ที่ HPE กล่าว “HPE Compute พาธุรกิจให้ไปใกล้กับ Edge ที่เป็นจุดกำเนิดของข้อมูลมากที่สุด เป็นตำแหน่งที่ให้ประสบการณ์การทำงานบนคลาวด์แบบใหม่ ซึ่งเป็นที่ที่ระบบความปลอดภัยผสานเป็นหนึ่งเดียว ด้วยเซิร์ฟเวอร์ใหม่อย่าง HPE ProLiant Gen11 ที่ถูกออกแบบมาสำหรับโลกไฮบริดโดยเฉพาะ ให้การใช้งานผ่านคลาวด์ที่เรียบง่าย แต่คงไว้ซึ่งความปลอดภัยที่มั่นใจตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ และออกมาเพื่อผลักดันประสิทธิภาพการทำงานให้ถึงขีดสุด เปิดประสบการณ์คลาวด์ที่ดีกว่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/it/3266678">Hewlett Packard Enterprise แนะนำเทคโนโลยีด้านการประมวลในแบบ Next-Gen ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับโลกการทำงานแบบไฮบริด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ทนา กรุ๊ป ผู้บริหารแบรนด์ร้านอาหารชั้นนำระดับประเทศ มั่นใจ HPE เสริมแกร่งโซลูชั่นเซิร์ฟเวอร์ และสตอเรจ รองรับการใช้งานไอทีในองค์กร]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/it/3257034</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 26 Oct 2022 16:48:07 +0700</pubDate>
				<category>it</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/it/3257034</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท ฮิวเลตต์ แพคการ์ด เอ็นเตอร์ไพรส์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ เอชพีอี ผู้นำด้านเทคโนโลยีดิจิทัลระดับโลก เปิดเผยว่า ทางบริษัท ทนา กรุ๊ป อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้บริหารแบรนด์ภัตตาคารอาหารญี่ปุ่น ฟูจิ, ร้านข้าวแกงกะหรี่ญี่ปุ่น โคโค่ อิฉิบันยะ, ร้านอาหารชอบ นู้ดเดิ้ลแอนไรซ์ และผลิตภัณฑ์ฟูจิชะ กรีนที ได้นำโซลูชั่นอินฟราสตรัคเจอร์ของ เอชพีอี ทั้งเซิร์ฟเวอร์ และสตอเรจ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการลูกค้า ปัจจุบันธุรกิจอาหาร และเครื่องดื่ม (Food &#38; Beverage: F&#38;B) เป็นธุรกิจที่จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีด้านดิจิทัลเข้ามาเพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตการณ์แพร่ระบาดของโรค Covid-19 ที่ผ่านมา หลายองค์กรได้เริ่มนำเอาเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เพื่อให้ยังคงสามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง คุณธีระ วงศ์พัฒนาสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทนา กรุ๊ป อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าวว่า ระบบไอที มีความสำคัญกับธุรกิจ F&#38;B มาโดยตลอด แต่ในช่วงที่ผ่านมา พบว่ามีปัจจัยต่าง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/it/3257034">ทนา กรุ๊ป ผู้บริหารแบรนด์ร้านอาหารชั้นนำระดับประเทศ มั่นใจ HPE เสริมแกร่งโซลูชั่นเซิร์ฟเวอร์ และสตอเรจ รองรับการใช้งานไอทีในองค์กร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[HPE Discover More 2022 เปิดประสบการณ์ไฮบริดคลาวด์ระดับโลก เติมเต็มทุกเทคโนโลยี ตอบโจทย์ Sustainability ในทุกความต้องการขององค์กร]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/it/3253877</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 19 Oct 2022 13:17:39 +0700</pubDate>
				<category>it</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/it/3253877</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท ฮิวเลตต์ แพคการ์ด เอ็นเตอร์ไพรส์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ เอชพีอี ได้จัดงานสัมมนา HPE Discover More 2022 เป็นงานที่รวบรวมผู้เชี่ยวชาญจากหลายสาขา ทั้งลูกค้า คู่ค้า และผู้บริหารของทาง HPE มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์โดยตรงในการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล นายสุรชัย อรรถมงคลชัย ผู้จัดการประจำประเทศไทย กลุ่มธุรกิจไฮบริดไอที บริษัท ฮิวเลตต์ แพคการ์ด เอ็นเตอร์ไพรส์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้กล่าวถึงงานสัมมนาในครั้งนี้ว่า ทาง HPE มีความมุ่งมั่นที่จะผลักดันองค์กรเพื่อให้ไปในแนวทางกลยุทธ์ที่เป็นแบบ &#8220;Edge to cloud platform as a service&#8221; โดยเริ่มตั้งแต่ประเด็นแรกคือ เป็นระบบไฮบริดคลาวด์ได้อย่างแท้จริง ทั้งในส่วนของเอ็ดจ์, ส่วนของคอร์ และส่วนของคลาวด์ ผ่านทางเทคโนโลยีสำคัญของทางบริษัท อาทิ เทคโนโลยีด้าน Hyperconverged เป็นระบบที่รองรับแพลตฟอร์มทั้งสภาพแวดล้อมขององค์กรที่เป็นเวอร์ชวลไลเซชั่น และ แบบที่ไม่ใช่เวอร์ช่วลไลเซชั่นได้ทั้งคู่ โดยจะช่วยตอบโจทย์ทางธุรกิจขององค์กรได้มากมาย เช่น การประหยัดต้นทุนค่าใช้จ่ายด้านไอทีต่าง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/it/3253877">HPE Discover More 2022 เปิดประสบการณ์ไฮบริดคลาวด์ระดับโลก เติมเต็มทุกเทคโนโลยี ตอบโจทย์ Sustainability ในทุกความต้องการขององค์กร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ฟูจิตสึ ประกาศจัดงาน Fujitsu ActivateNow 2022 ในเอเชีย นำเสนอนวัตกรรมดิจิทัล โชว์วิสัยทัศน์ระดับโลกขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/exhibition/3248836</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 05 Oct 2022 14:25:09 +0700</pubDate>
				<category>exhibition</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/exhibition/3248836</guid>

					<description><![CDATA[<p>ฟูจิตสึ ประกาศเตรียมจัดงานอีเวนต์ออนไลน์ระดับโลก Fujitsu ActivateNow 2022 ในวันที่ 12 ตุลาคม 2565 โดยเน้นวิสัยทัศน์ เทคโนโลยี และกรณีศึกษา เพื่อส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืนผ่านนวัตกรรมดิจิทัล เพื่อประโยชน์สูงสุดแก่สังคม ลูกค้า คู่ค้า และบรรดาผู้นำรุ่นต่อไป งานนี้ มีโปรแกรมจัดขึ้นทั่วโลก นำโดย คุณทาคาฮิโตะ โทคิตะ CEO และ CDXO ของฟูจิตสึ กรุ๊ป และ คุณวิเวก มหจัน CTO รวมทั้งวิทยากรพิเศษอีกมากมาย นอกจากนี้ ฟูจิตสึ ยังมีโปรแกรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับผู้ร่วมงานในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย โดยคุณแกรม เบียร์ดเซลล์ EVP และ CEO ของฟูจิตสึ เอเชียแปซิฟิก จะแสดงวิสัยทัศน์ เรื่องการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืนในมุมมองของเอเชียแปซิฟิก ภายในงาน คุณทาคาฮิโตะ โทคิตะ CEO และ CDXO ของฟูจิตสึ จะแถลงเปิดงาน นำเสนอทิศทางของฟูจิตสึ การทำงานร่วมกับลูกค้าและพันธมิตร ในการส่งมอบการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืนเชิงธุรกิจ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/exhibition/3248836">ฟูจิตสึ ประกาศจัดงาน Fujitsu ActivateNow 2022 ในเอเชีย นำเสนอนวัตกรรมดิจิทัล โชว์วิสัยทัศน์ระดับโลกขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น เตรียมจัดแสดงนวัตกรรม SiS Cloud Services ในงานสัมมนาสุดยิ่งใหญ่ HPE Discover More 2022]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/exhibition/3247631</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 03 Oct 2022 15:08:26 +0700</pubDate>
				<category>exhibition</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/exhibition/3247631</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SiS หนึ่งในตัวแทนผู้นำเข้า และจำหน่ายสินค้าไอทีที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และเป็นผู้ให้บริการ Cloud สำหรับองค์กรภายใต้ชื่อ &#8220;SiS Cloud Services&#8221; เตรียมเข้าร่วมแสดงเทคโนโลยีในงาน HPE Discover More 2022 Modernize without compromise ในวันอังคารที่ 18 ตุลาคม 2565 &#124; เวลา 8:30 น. – 18:00 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ห้อง Ballroom 1-2 ชั้น 1 โดยในงานนี้ เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น เตรียมนำเสนอเทคโนโลยีอันล้ำสมัยโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ SIS Cloud ที่เรียกได้ว่าเป็นผู้ให้บริการ Cloud Service แบบครบวงจรในประเทศ เน้นบริการที่มีคุณภาพสูงในราคาที่ย่อมเยา ซึ่งจะนำมาจัดแสดงภายในงานครั้งนี้ด้วย สำหรับผู้ที่สนใจงานครั้งนี้ บอกได้เลยว่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/exhibition/3247631">เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น เตรียมจัดแสดงนวัตกรรม SiS Cloud Services ในงานสัมมนาสุดยิ่งใหญ่ HPE Discover More 2022</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) เตรียมแสดงนวัตกรรมเทคโนโลยี ในงาน HPE Discover More 2022]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/it/3245485</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 28 Sep 2022 09:58:23 +0700</pubDate>
				<category>it</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/it/3245485</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) จำกัด ในเครือของวีเอสที อีซีเอส กรุ๊ป ผู้นำด้านการจัดจำหน่ายสินค้าไอทีในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค ประกาศเข้าร่วมงานแสดงนวัตกรรมเทคโนโลยีในงานสัมมนาสุดยิ่งใหญ่ HPE Discover More ในวันที่ 18 ตุลาคม 2565 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ห้อง Ballroom 1-2 ชั้น 1 โดยในงานนี้ทาง วีเอสที อีซีเอส เตรียมนำเสนอโซลูชั่น HPE GreenLake ซึ่งเป็นโซลูชั่นที่ทางบริษัทฯ ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก และมุ่งเน้นที่จะส่งมอบผลลัพธ์ให้กับลูกค้าในแบบที่ต้องการ ให้รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ ในราคาที่สมเหตุสมผล ซึ่งโซลูชั่น HPE GreenLake ถือเป็นการผสมผสานบริการทางด้านฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และเซอร์วิสของทาง HPE เพื่อส่งมอบให้กับลูกค้า โดยมีการคิดค่าใช้จ่ายตามการใช้งานจริง หรือเป็นที่รู้จักกันว่า pay-as-you-go คือ การใช้เท่าไหร่ จ่ายเท่านั้น เพื่อให้ทางผู้ใช้งานได้ลงทุนในส่วนที่ต้องการใช้งานจริง ๆ เท่านั้น ไม่ต้องซื้อเผื่อ หรือจัดซื้อแบบเป็นรายปีต่อปีแบบเมื่อก่อน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/it/3245485">วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) เตรียมแสดงนวัตกรรมเทคโนโลยี ในงาน HPE Discover More 2022</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ผู้ผลิตต้องเร่งเสริมศักยภาพด้านข้อมูล เพื่อรับมือภาวะเศรษฐกิจถดถอย]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/it/3224730</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 15 Aug 2022 16:29:42 +0700</pubDate>
				<category>it</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/it/3224730</guid>

					<description><![CDATA[<p>บทความโดย โยฮาน คาร์สเทนส์ หัวหน้าฝ่ายการผลิตอัจฉริยะของฟูจิตสึอเมริกาเหนือ การเสริมศักยภาพด้านข้อมูลคือกุญแจสำคัญในขณะที่เศรษฐกิจชะลอตัว ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ต่าง ๆ และอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้เป็นการยากที่ผู้ผลิตจะสามารถคาดการณ์สถานการณ์ต่าง ๆ ในอนาคตได้ ประกอบกับปัญหาต่างๆ เช่น ปัญหาคอขวดในห่วงโซ่อุปทาน และการขาดแคลนแรงงาน แม้กระทั่งความไม่แน่นอนในประเทศต่าง ๆ ส่งผลให้ความเชื่อมั่นด้านการผลิตอยู่ที่ระดับต่ำสุดในรอบ 18 เดือนแล้ว1 ประเด็นสำคัญประการหนึ่งสำหรับผู้ผลิตในการเตรียมพร้อมสำหรับภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ คือ การปรับตัวของข้อมูล ตามรายงานของฟูจิตสึ: The great data acceleration – Today’s data opportunities, tomorrow’s business success. รายงานนี้อิงจากการสำรวจความคิดเห็นของผู้บริหารระดับ C-Level มากกว่า 500 คน จาก 5 อุตสาหกรรม ใน 9 ภูมิภาคของโลก2 พบว่าแต่ละคนมีความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้นในการใช้กลยุทธ์ข้อมูลเพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ เมื่อพูดถึงการใช้ประโยชน์จากข้อมูลเพื่อตอบสนองต่อปัญหา และการตัดสินใจที่แม่นยำ ผู้นำด้านการผลิต 65% เชื่อว่าในปัจจุบันพวกเขามีระบบที่มีประสิทธิภาพมากกว่าก่อนเกิดโรคระบาด เมื่อเทียบกับจำนวน 29% ในภาครัฐและ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/it/3224730">ผู้ผลิตต้องเร่งเสริมศักยภาพด้านข้อมูล เพื่อรับมือภาวะเศรษฐกิจถดถอย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[อินแกรม ไมโคร ผนึก N-able ส่งมอบโซลูชันอัจฉริยะ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการระบบไอทีและข้อมูลขององค์กร ได้อย่างยอดเยี่ยม]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/it/3190766</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 18 May 2022 09:14:12 +0700</pubDate>
				<category>it</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/it/3190766</guid>

					<description><![CDATA[<p>อินแกรม ไมโคร ผนึก N-able สร้างปรากฏการณ์ใหม่ พร้อมช่วยสนับสนุนองค์กรทั้งขนาดเล็ก และใหญ่ เติมเต็มความสามารถในการจัดการข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมนำเสนอโซลูชัน N-able RMM ที่จะช่วยให้ผู้ดูแลระบบด้านไอทีบริหารจัดการงานต่าง ๆ ได้อย่างยืดหยุ่น ตอบโจทย์ทุกความต้องการขององค์กรได้อย่างเต็มที่ สำหรับ N-able (ชื่อเดิม SolarWinds MSP) เป็นโซลูชันที่จะเข้ามาช่วยผู้ให้บริการด้านการจัดการหรือ MSP ทั้งหลาย สามารถช่วยในการสนับสนุนองค์กรทั้งขนาดเล็ก และขนาดกลางในการปฏิวัติทางดิจิทัล ในรูปของแพลตฟอร์มเทคโนโลยีที่ยืดหยุ่น และผสานกับระบบที่มีอยู่ได้อย่างทรงพลัง ทำให้ MSP สามารถนำเอาเครื่องมือมาใช้ตรวจสอบ จัดการ และปกป้องทั้งระบบ ข้อมูล และเครือข่ายของลูกค้าตัวเองได้อย่างง่ายดาย โซลูชัน N-able มีการพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่องจนครบวงจร ทั้งด้านความปลอดภัย ระบบอัตโนมัติ และระบบสำรอง กู้คืนข้อมูล ถูกออกแบบมาสำหรับผู้ที่จัดการด้านบริการไอทีโดยเฉพาะ N-able ทำให้ระบบที่ซับซ้อนเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ช่วยให้ลูกค้าแก้ปัญหาที่รุนแรง และซับซ้อนได้อย่างง่ายดายกว่าเดิม อีกทั้ง N-able ยังมีบริการซัพพอร์ตมากมายหลากหลายรูปแบบผ่านโปรแกรมของพาร์ทเนอร์อย่างเข้มข้น ไปจนถึงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติ และข้อมูลอื่นที่จะช่วยให้คุณเติบโตทางธุรกิจ ให้ MSP ของเราสามารถส่งมอบคุณค่าที่พิเศษสุดแก่ลูกค้า และประสบความสำเร็จอย่างยิ่งต่อไป [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/it/3190766">อินแกรม ไมโคร ผนึก N-able ส่งมอบโซลูชันอัจฉริยะ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการระบบไอทีและข้อมูลขององค์กร ได้อย่างยอดเยี่ยม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ฟูจิตสึ ประยุกต์ใช้ AI และซูเปอร์คอมพิวเตอร์ เพื่อการพยากรณ์สึนามิ แบบเรียลไทม์]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/it/3185630</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 03 May 2022 09:32:07 +0700</pubDate>
				<category>it</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/it/3185630</guid>

					<description><![CDATA[<p>โตเกียว เซนได และคาวาซากิ ประเทศญี่ปุ่น เมื่อเร็ว ๆ นี้ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ด้านภัยพิบัติระหว่างประเทศ (IRIDeS) ที่มหาวิทยาลัยโทโฮคุ สถาบันวิจัยแผ่นดินไหวที่มหาวิทยาลัยโตเกียว ฟูจิตสึ และเมืองคาวาซากิ ร่วมมือจัดทำการทดลองภาคสนามของการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ทำงานบนซูเปอร์คอมพิวเตอร์ ฟูกากุ (Fugaku) ของฟูจิตสึ เพื่อการพยากรณ์สึนามิแบบเรียลไทม์ที่มีความละเอียดสูง สนับสนุนการอพยพสึนามิอย่างปลอดภัย และมีประสิทธิภาพระหว่างการฝึกซ้อมป้องกันภัยพิบัติในเมืองคาวาซากิ ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างการทดลองภาคสนาม ผู้เข้าร่วมจากชุมชนโดยรอบจะได้รับแจ้งเกี่ยวกับเวลาที่มาถึง รวมถึงความสูงของคลื่นสึนามิที่คาดการณ์ไว้ผ่านแอปพลิเคชันสมาร์ทโฟนที่พัฒนาโดยฟูจิตสึ การฝึกนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อระบุวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการใช้เทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนชุมชนท้องถิ่นในการแบ่งปันข้อมูลระหว่างผู้อยู่อาศัย และหลีกเลี่ยงกรณีที่ผู้คนถูกทิ้งไว้เบื้องหลังระหว่างการอพยพ โครงการนี้แสดงถึงก้าวล่าสุดในการริเริ่มอย่างต่อเนื่อง ตามกรอบข้อตกลงที่ลงนามระหว่างเมืองคาวาซากิ และฟูจิตสึในปี 2557 ส่งเสริมการสร้างชุมชนที่ยั่งยืน เพื่อการมีส่วนร่วมในกิจกรรมวิจัย และพัฒนา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ “โครงการร่วมมุ่งหวังลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติสึนามิโดยใช้ไอซีทีในพื้นที่ชายฝั่งคาวาซากิ” ตั้งแต่ปี 2560 เพื่อตรวจสอบประสิทธิภาพของการแบ่งปันข้อมูลระหว่างผู้เข้าร่วมการทดลองภาคสนามผ่านแอป ทั้งสองฝ่ายมีเป้าหมายที่จะส่งเสริมการใช้วิธีการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติในทางปฏิบัติที่ใช้ประโยชน์จากความสามารถของปัญญาประดิษฐ์ (AI) การประมวลผลประสิทธิภาพสูง (HPC) และเทคโนโลยีการสื่อสารสำหรับการพยากรณ์อุทกภัยจากคลื่นยักษ์สึนามิ ซึ่งท้ายที่สุดแล้วมีส่วนสนับสนุนให้เกิดสังคมที่มีความปลอดภัยยิ่งขึ้น การทำงาน การทดลองภาคสนามเพื่อตรวจสอบประสิทธิภาพของการอพยพโดยใช้ข้อมูลพยากรณ์อุทกภัยจากคลื่นยักษ์สึนามิด้วย AI โดยข้อมูลนี้จะถูกส่งไปยังแอปพลิเคชันที่พัฒนาโดยฟูจิตสึ ซึ่งผู้อยู่อาศัย และผู้จัดงานจะอ้างอิงตามเวลาจริงในระหว่างการจำลองการอพยพ การทดลองภาคสนามจะดำเนินการภายใต้การดูแล และคำแนะนำของ ศ.ฟุมิฮิโกะ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/it/3185630">ฟูจิตสึ ประยุกต์ใช้ AI และซูเปอร์คอมพิวเตอร์ เพื่อการพยากรณ์สึนามิ แบบเรียลไทม์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[Fluke Networks เปิดเผยความสามารถใหม่ ในการทดสอบการเชื่อมต่อเครือข่าย ที่พัฒนาอีกขั้นบนเครื่อง LinkIQ™ Cable+Network Tester]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/it/3174154</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 29 Mar 2022 16:29:39 +0700</pubDate>
				<category>it</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/it/3174154</guid>

					<description><![CDATA[<p>Fluke Networks ได้ประกาศการอัปเกรดเครื่อง LinkIQ™ Cable+Network Tester ที่ได้ขยายความครอบคลุมความสามารถในการทดสอบ และแก้ปัญหาบนเครือข่ายไอพี, การทดสอบสายเคเบิลอีเธอร์เน็ตอุตสาหกรรม, และรองรับผู้ใช้เพิ่มเป็นถึง 12 ภาษา โดยซอฟต์แวร์ใหม่นี้จะมีอยู่ในเครื่อง LinkIQ ตัวใหม่ที่ออกมาจำหน่ายจากนี้ไป ลูกค้าปัจจุบันก็สามารถอัปเกรดเป็นเวอร์ชั่นใหม่ได้ฟรีด้วย &#8220;สำหรับผู้ติดตั้งระบบ และแอดมินเน็ตเวิร์กที่ต้องตรวจสอบประสิทธิภาพระบบสายเคเบิลเพื่อให้มั่นใจถึงประสิทธิภาพของเครือข่ายอยู่ตลอดนั้น ก็ยังจำเป็นต้องหาวิธีตรวจเช็คว่าทราฟิกของผู้ใช้ไปถึงปลายทางได้หรือไม่ด้วย&#8221; Mark Mullins ผู้จัดการฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์ และผู้ร่วมก่อตั้ง Fluke Networks กล่าว &#8220;ฟีเจอร์ทดสอบเครือข่ายของเราจะทำให้พวกเขาได้ความสามารถในการมองเห็นการเชื่อมต่อระดับเน็ตเวิร์ก รวมทั้งเวลาตอบสนองของทรัพยากรที่สำคัญ ช่วยในการตรวจสอบ และแก้ปัญหาเครือข่ายได้อย่างครบวงจร&#8221; ฟีเจอร์อัพเดตบนเวอร์ชั่นล่าสุด ได้แก่: ขยายความสามารถในการทดสอบระบบ &#8211; ในเวอร์ชั่น 1.1 นี้ ลูกค้าจะสามารถตรวจสอบความถูกต้องของการเชื่อมต่อ และเวลาตอบสนองของอุปกรณ์เน็ตเวิร์กที่สำคัญได้เพียงแตะหน้าจอแค่ครั้งเดียว โดยเครื่อง LinkIQ ที่ใช้ซอฟต์แวร์ใหม่นี้ตั้งค่าให้ทดสอบปิงทั้งแบบ IPv4 และ v6 ได้ แสดงเวลาตอบสนองของปิงทั้ง 4 ครั้งของอุปกรณ์ปลายทางที่ผู้ใช้เลือก ในผลการทดสอบจะแสดงข้อมูลเซิร์ฟเวอร์ DNS, DHCP, และเกตเวย์เราเตอร์ รวมไปถึงแสดงเลขที่อยู่ไอพีของเครื่องสวิตช์ที่อยู่ใกล้สุดด้วย เมื่อใช้ร่วมกับ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/it/3174154">Fluke Networks เปิดเผยความสามารถใหม่ ในการทดสอบการเชื่อมต่อเครือข่าย ที่พัฒนาอีกขั้นบนเครื่อง LinkIQ™ Cable+Network Tester</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สร้างปรากฏการณ์ใหม่ในการประชุมยุค Next Normal ด้วย Jabra PanaCast 50, Video Conference แบบ Sound Bar]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/it/3115143</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 28 Oct 2021 17:10:47 +0700</pubDate>
				<category>it</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/it/3115143</guid>

					<description><![CDATA[<p>องค์กรในปัจจุบันถูกผลักดันด้วยปัจจัยต่างๆ ทำให้ต้องพัฒนาตนเองไปสู่แนวทางการดำเนินธุรกิจในรูปแบบใหม่ ในลักษณะที่เรียกกันว่า Next Normal ซึ่งเป็นการทำงานที่มีลักษณะของการผนวกเอาเทคโนโลยีเข้าไปใช้มากขึ้น เป็นไปในแนวทางที่เรียกกันว่า Modernization Workplace&#160; โดยที่ผู้คนทั่วไปสามารถทำงานได้ในทุกที่ผ่านทางระบบการพบปะ พูดคุย และประชุมกันทางระบบ VDO Conference ยุคใหม่แห่งอนาคต ไม่จำเป็นจะต้องอยู่ภายในสำนักงานอีกต่อไป อย่างไรก็ตามการที่จะเข้าสู่โลกการทำงานแบบ Modernization Workplace นั้นเป็นสิ่งที่้ท้าทายอย่างมาก ในแง่ของการสร้างประสิทธิภาพในการทำงานที่ดีที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับระบบประชุมทางไกล ที่ทุกวันนี้ต่างประสบปัญหาเรื่องของการสื่อสารที่ไม่ราบรื่น ไม่ว่าจะเป็นภาพที่ขาดความคมชัดและเสียงที่ไม่ชัดเจน รวมถึงความยุ่งยากในการติดตั้งและใช้งาน ทั้งหมดนี้ส่งผลในแง่ลบต่อประสิทธิภาพการทำงานโดยรวมต่อองค์กร Jabra คือผู้นำด้านนวัตกรรม Audio ระดับโลก ที่พัฒนาอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อรองรับกับความต้องการในการทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง Jabra ได้เข้าใจถึงแนวทางการดำเนินธุรกิจของผู้คนที่เปลี่ยนแปลงไป ตลอดจนตระหนักถึงปัญหาที่เกิดขึ้นจากการใช้งานอุปกรณ์ที่ไม่มีประสิทธิภาพ จึงได้พัฒนาอุปกรณ์ในการประชุมอัจฉริยะ &#8220;Jabra PanaCast 50&#8221; ที่ออกมาตอบโจทย์ในการทำงานลักษณะ Modernization Workplace ได้เป็นอย่างดี ช่วยสร้างความเป็นมืออาชีพให้กับองค์กรอย่างที่สุด Jabra PanaCast 50 นวัตกรรมที่แตกต่าง PanaCast 50 เป็นอุปกรณ์ Unified Communication (UC) อัจฉริยะ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/it/3115143">สร้างปรากฏการณ์ใหม่ในการประชุมยุค Next Normal ด้วย Jabra PanaCast 50, Video Conference แบบ Sound Bar</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[มหาวิทยาลัยโตเกียว ใช้ Fugaku ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่เร็วที่สุดในโลกของฟูจิตสึ ช่วยวิจัยคิดค้นยารักษาโควิด-19]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/it/3104825</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 01 Oct 2021 09:16:48 +0700</pubDate>
				<category>it</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/it/3104825</guid>

					<description><![CDATA[<p>ฟูจิตสึประเทศญี่ปุ่นประกาศความร่วมมือครั้งใหม่กับทีมวิจัยที่นำโดยทาเคฟูมิ ยามาชิตะ รองศาสตราจารย์ประจำโครงการศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีชั้นสูง (Research Center for Advanced Science and Technology : RCAST) แห่งมหาวิทยาลัยโตเกียว โดยใช้ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่เร็วที่สุดในโลกชื่อว่า Fugaku ซึ่งพัฒนาร่วมกันโดยริเก้น และฟูจิตสึ ในการระบุสารประกอบยับยั้งโมเลกุลขนาดเล็ก ที่สามารถใช้เป็นยาที่มีศักยภาพในการรักษาโรคโควิด-19 รวมถึงไขความลับของกลไกระดับโมเลกุลที่ช่วยยับยั้งการติดเชื้อโควิด-19 ทั้งนี้ การวิจัยอย่างเต็มรูปแบบได้เริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 22 มิถุนายน 2564 และจะดำเนินต่อไปจนถึงเดือนมีนาคม 2565 ในงานวิจัยร่วม ฟูจิตสึ และ RCAST จะใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับคิดค้นสูตรยา โดยมุ่งเน้นที่เทคโนโลยีการสร้างสารประกอบยับยั้ง และเทคโนโลยีการจำลองระดับโมเลกุลที่แสดงสถานะของโมเลกุลอย่างแม่นยำ ซึ่งจะมีการคำนวณบนเครื่อง Fugaku เพื่อระบุสารประกอบยับยั้งโดยสังเกตพฤติกรรมเชิงพลศาสตร์ของโปรตีนจากไวรัส และทำนายคุณสมบัติของการกลายพันธุ์ในอนาคต ด้วยพลังของ Fugaku การจำลองระดับโมเลกุลของโปรตีนจากไวรัส และการคำนวณหาสูตรของสารยับยั้งจะสามารถเร่งให้เร็วขึ้น ซึ่งจะไขความกระจ่างของกระบวนสร้างพันธะ และปฏิกิริยาระหว่างโปรตีนจากไวรัสกับสารยับยั้ง โดยมีวัตถุประสงค์ในการระบุสารประกอบยับยั้ง ที่นำไปสู่การพัฒนายารักษาโรคในระยะแรกได้ ในอนาคต ฟูจิตสึจะยังคงเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากซูเปอร์คอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีการจำลองในระดับโมเลกุลต่อไป พร้อมมุ่งมั่นที่จะเร่งพัฒนารูปแบบการรักษาโรคโควิด-19 อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการวิจัยร่วมกับรองศาสตราจารย์ยามาชิตะแห่ง RCAST ที่ตระหนักถึงสังคมที่ทุกคนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างผาสุกดังเดิม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/it/3104825">มหาวิทยาลัยโตเกียว ใช้ Fugaku ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่เร็วที่สุดในโลกของฟูจิตสึ ช่วยวิจัยคิดค้นยารักษาโควิด-19</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ฟูจิตสึเตรียมเผยวิสัยทัศน์ระดับโลกเพื่ออนาคตที่ยั่งยืนผ่านนวัตกรรม ดิจิทัลที่งาน Fujitsu ActivateNow 2021]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/it/3100136</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 17 Sep 2021 18:02:48 +0700</pubDate>
				<category>it</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/it/3100136</guid>

					<description><![CDATA[<p>ฟูจิตสึได้ประกาศเตรียมจัดงาน Fujitsu ActivateNow 2021 งานประจำปีระดับโลก ซึ่งจะจัดขึ้นเป็นครั้งที่สองในวันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2564 พร้อมมอบประสบการณ์ดิจิทัลแบบไดนามิกแก่ผู้เข้าร่วมประชุมจากทั่วโลกโดยนำเสนอข้อมูลเชิงลึกจากผู้บริหารระดับสูง และผู้นำทางความคิดระดับโลกด้านต่าง ๆ เช่น รัฐบาลดิจิทัล เศรษฐกิจแห่งการแบ่งปันและความหลากหลาย ปีนี้ฟูจิตสึได้เตรียมโปรแกรมการนำเสนอที่น่าตื่นเต้นมากมาย เนื่องจากได้ต้อนรับวิทยากรรับเชิญมากมายหลายท่าน หนึ่งในนั้นคือ โทมัส อิลเวส อดีตประธานาธิบดีเอสโตเนีย หนึ่งในผู้ขับเคลื่อนให้ประเทศเล็ก ๆ ในทวีปยุโรป กลายเป็นประเทศที่มีการพัฒนาด้านรัฐบาลดิจิทัลมากที่สุดประเทศหนึ่งของโลก และ แคที มัทซุย อดีตรองประธานของโกลด์แมน แซคส์ประเทศญี่ปุ่น และเป็นหัวหน้านักยุทธศาสตร์ด้านตราสารทุนของญี่ปุ่น ภายในงานจะนำเสนอแพลตฟอร์มการประชุมเสมือนจริงที่ได้รับการปรับปรุง เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้เพลิดเพลินกับประสบการณ์ดิจิทัลที่มีส่วนร่วมและโต้ตอบได้มากขึ้นในระหว่างงาน โปรแกรมในปีนี้ประกอบด้วยการนำผู้เข้าร่วมประชุมไปเยี่ยมชมบริการล่าสุดของฟูจิตสึและเทคโนโลยีที่ซับซ้อน ซึ่งขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล (DX) ให้กับลูกค้าทั่วโลก พร้อมแสดงให้เห็นว่านวัตกรรมระดับโลกของฟูจิตสึ ถูกนำมาใช้เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีและเป็นประโยชน์ต่อสังคมอย่างไร งานครั้งนี้จะแสดงถึงการมีส่วนร่วมของฟูจิตสึต่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ เช่นเดียวกับความพยายามที่จะจัดการกับปัญหามากมายที่มนุษยชาติกำลังเผชิญรวมถึงอันตรายที่มีอยู่จากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ขณะที่เรากำลังร่วมกันฝ่าฟันผลกระทบจากโรคระบาดที่กำลังเผชิญอยู่ ตลอดงาน Fujitsu ActivateNow 2021 ครั้งนี้ ฟูจิตสึจะสรุปวิสัยทัศน์สำหรับอนาคตผ่านประเด็นสำคัญ 7 ประการได้แก่ : (1) การผลิตที่ยั่งยืน (Sustainable [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/it/3100136">ฟูจิตสึเตรียมเผยวิสัยทัศน์ระดับโลกเพื่ออนาคตที่ยั่งยืนผ่านนวัตกรรม ดิจิทัลที่งาน Fujitsu ActivateNow 2021</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้วย Anywhere Workspace Solution by VMware &#038; Fusion Advantec]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/it/3080179</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 29 Jul 2021 09:41:59 +0700</pubDate>
				<category>it</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/it/3080179</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของไวรัสอย่างโควิด-19 หลาย ๆ องค์กรมีการปรับตัวเพื่อให้ธุรกิจสามารถดำเนินต่อไปได้ การทำงานที่บ้าน หรือ Work from Home หรือ Work form Anywhere เริ่มเป็นเรื่องที่หลายคนคุ้นชิน และกระแสนี้จะยังคงอยู่ต่อไปไม่เฉพาะแค่ช่วงโควิด-19 ระบาดเท่านั้น Fusion Advantec และVMware ขอแนะนำ Solution ที่เป็น Cloud Subscription ภายใต้ชื่อ Anywhere Workspace ซึ่งเป็นการร่วมมือกันระหว่างผู้ให้บริการด้าน Digital Workspace ชั้นนำในประเทศคือ Fusion Advantec และ VMware ในการให้บริการ Services ใหม่ล่าสุดที่มี&#160;&#160; Integrated Technology ที่ดีที่สุดด้าน Work from Anywhere ของตลาดในเวลานี้ รูปแบบการทำงานที่เปลี่ยนแปลงอย่างสิ้นเชิง จากการที่พนักงานที่ใช้งานอยู่ภายในองค์กร (Network Perimeter) แล้ววันนึงจะต้องเปลี่ยนมาเป็นการทำงานจากที่ไหนก็ได้ ด้วย Solution &#160;VMware Anywhere Workspace [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/it/3080179">เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้วย Anywhere Workspace Solution by VMware &amp; Fusion Advantec</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ผู้บริหารด้านไอทีต้องเป็นผู้นำ พาองค์กรฝ่าวิกฤตโควิด ด้วยยุทธศาสตร์คลาวด์]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/it/3074813</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 13 Jul 2021 08:47:15 +0700</pubDate>
				<category>it</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/it/3074813</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำหรับผู้บริหารทางด้านไอที ในปี 2020 ที่ผ่านมาเพียงปีเดียวกลับรู้สึกเหมือนผ่านไปเป็นสิบปี หลายประเทศในยุโรปฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือประกาศล็อกดาวน์ตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม 2020&#160; และเพิ่งจะเห็นแสงสว่างอีกครั้งในอีก 12 เดือนต่อมา หาก “ความดิ้นรนในการมีชีวิตรอด” คือ ต้นกำเนิดของการประดิษฐ์คิดค้นแล้ว ในช่วงเวลาท้าทายเช่นนี้จึงเป็นแรงผลักดันให้เหล่า CIO ทั้งหลายสร้างผลงานออกมามากกว่าที่เคยทำในอดีต โดยการวางระบบ และเครื่องมือที่ช่วยให้พนักงานสามารถทำงานที่บ้านตนเองได้ ขณะนี้นับว่าเป็นช่วงเวลาอันยอดเยี่ยม ผู้บริหารทางด้านไอทีจะได้ระลึกถึงความสำเร็จที่ผ่านมา และเฉลิมฉลองที่มาได้ไกลขนาดนี้ !! &#160;เมื่อพบว่าการเปลี่ยนแปลงโยกย้ายระบบจากเดิมหลาย ๆ กรณี ต้องใช้เวลานาน 2-3 ปี กลับเหลือเพียงไม่กี่เดือน รวมทั้งพบว่าความปลอดภัย และความยืดหยุ่นของบริการคลาวด์นั้น เป็นหัวใจหลักที่ทำให้ธุรกิจเกิดความคล่องตัว และ ฟื้นตัวได้ นอกจากนี้ แรงขับที่สำคัญในการกระตุ้นให้เกิดการใช้คลาวด์เร็วขึ้นนั้น คือ ต้นทุนของระบบ On-Premises ที่ใช้เงินสูงมากแต่ใช้เวลานานกว่าจะคุ้มค่ากับการลงทุน การตระหนักถึงความจริงข้อนี้ ทำให้หลายองค์กรต้องมีการปรับกลยุทธ์ นับตั้งแต่องค์กรผู้ให้บริการทางด้านการเงินที่หยุดการขยายสาขา และระงับการโยกย้ายศูนย์ข้อมูลทั้งหมด โดยเปลี่ยนเป็นการย้ายเฉพาะซอฟต์แวร์ขึ้นไปไว้บนคลาวด์ และเปลี่ยนค่าใช้จ่ายในการลงทุน (CAPEX) เป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (OPEX) แทน อีกทั้ง เป็นการดีที่ได้รู้ว่าความยากลำบากที่เหล่าผู้บริหารทางด้านไอทีเผชิญมานั้น ก่อให้เกิดผลลัพธ์เชิงบวกมายมาย&#160; ซึ่งก่อนจะเกิดโรคระบาดเราได้เห็นความเสมอภาคเท่าเทียมกันในเชิงไอทีเพิ่มมากขึ้น เมื่อการจัดซื้อเทคโนโลยีมีอัตราส่วนที่เติบโตจากการสั่งซื้อของสายงานด้านธุรกิจต่าง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/it/3074813">ผู้บริหารด้านไอทีต้องเป็นผู้นำ พาองค์กรฝ่าวิกฤตโควิด ด้วยยุทธศาสตร์คลาวด์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[Enterprise ITPro ร่วมกับ THALES จัดฟรีสัมมนาออนไลน์ พร้อมแขกพิเศษเข้าร่วมบรรยายให้ความรู้มากมายแก่องค์กร]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/it/3054133</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 13 May 2021 15:43:55 +0700</pubDate>
				<category>it</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/it/3054133</guid>

					<description><![CDATA[<p>Enterprise ITPro เว็บไซต์ที่รวบรวมข้อมูล เนื้อหา และบทความด้านไอทีสำหรับองค์กร ร่วมมือกับ THALES ผู้เชี่ยวชาญระบบการจัดการด้าน Identity Management และ Cybersecurity อันดับต้น ๆ ของโลก จัดฟรีสัมมนาออนไลน์ให้แก่ท่านที่สนใจในเรื่องแนวโน้มความปลอดภัยทางไซเบอร์, การป้องกันความปลอดภัยของข้อมูล ด้วยเทคโนโลยีการเข้ารหัสแบบ BYOK และ BYOE รวมถึงแนะนำ Thales CipherTrust Data Security Platform ที่จะช่วยจัดการข้อมูลในระบบ และปกป้องข้อมูลที่สำคัญให้มีความปลอดภัยเพิ่มมากยิ่งขึ้น โดยการสัมมนาออนไลน์ในครั้งนี้นอกจากจะได้รับความรู้จาก THALES แล้ว ยังมีแขกพิเศษอย่าง อาจารย์ปรเมศวร์ กุมารบุญ ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในด้านกฎหมาย และความปลอดภัยทางไซเบอร์ มาร่วมบรรยายให้ความรู้ที่เป็นประโยชน์เพิ่มเติมกับผู้เข้าร่วมสัมมนาได้ฟังอีกด้วย ทาง Enterprise ITPro และ THALES มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมแบ่งปัน นำเสนอความรู้ด้านศักยภาพของการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้เพื่อปกป้องข้อมูล ซึ่งมีความสำคัญเป็นอย่างมากในทุกองค์กร โดยงานสัมมนาออนไลน์ครั้งนี้ใช้ชื่อว่า “What is Bring Your Own Key (BYOK) and [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/it/3054133">Enterprise ITPro ร่วมกับ THALES จัดฟรีสัมมนาออนไลน์ พร้อมแขกพิเศษเข้าร่วมบรรยายให้ความรู้มากมายแก่องค์กร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[NetApp สร้างปรากฏการณ์ &#8220;ไฮบริดคลาวด์อัจฉริยะ&#8221; จากทฤษฎีสู่โลกแห่งความเป็นจริง]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/it/3045633</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 08 Apr 2021 15:58:08 +0700</pubDate>
				<category>it</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/it/3045633</guid>

					<description><![CDATA[<p>ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมองค์กรด้านไอทีทั้งหลายถึงมอง “ไฮบริดคลาวด์” เป็นระบบที่ดีที่สุดสำหรับอนาคต จากข้อมูลของบริษัทวิจัยด้านการตลาดอย่าง IDC ได้มีการระบุว่า มีองค์กรจำนวนมากกว่า 65% ย้ายมาใช้ไฮบริดคลาวด์ก่อนปี 2016 เสียอีก ซึ่งการนำระบบใหม่มาใช้อย่างรวดเร็วนี้ต่างถูกผลักดันจากการที่หลายบริษัทต่างมองการเปลี่ยนธุรกิจตัวเองให้มีความคล่องตัว เน้นการเป็นระบบดิจิทัลมากขึ้น เพื่อความรวดเร็วในการเปิดตัว และขยายตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์ และบริการใหม่ของตนเอง ไฮบริดคลาวด์ ตามทฤษฎีนั้น คือสภาพแวดล้อมด้านไอที ที่ทุกอย่างถูกจัดการได้จากศูนย์กลางเดียวกัน และสามารถส่งผ่านข้อมูลไปยังจุดที่ต้องการได้อย่างอิสระ อย่างไรก็ตามแต่ละแพลตฟอร์มต่างก็มีลักษณะด้านประสิทธิภาพที่แตกต่างกันไป โดยแต่ละแห่งอาจให้บริการแอปพลิเคชั่นและระบบจัดเก็บข้อมูลแตกต่างกันด้วย ตัวอย่างเช่น แอปพลิเคชั่นที่ทำงานบนระบบที่อยู่ฝั่งองค์กรมักอาศัยอินเทอร์เฟซ โปรโตคอล และรูปแบบข้อมูลที่หลากหลาย และมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ขณะที่ทางฝั่งบริการบนคลาวด์ก็มักใช้รูปแบบข้อมูลใหม่ที่อิงตามสถาปัตยกรรม RESTful ตัวอย่างเช่น S3 API ที่มีชื่อเสียงของ  Amazon Web Services หรือ โปรโตคอลอย่าง Swift ที่พัฒนาขึ้นโดยชุมชน OpenStack ดังนั้น ความไม่ตรงกันระหว่างแอปพลิเคชั่นแบบเก่ากับที่ใช้อยู่บนคลาวด์ทำให้เกิดอุปสรรคสำคัญสำหรับบริษัทต่างๆ ที่ต้องการโยกย้ายงานเดิมที่มีอยู่ขึ้นไปบนคลาวด์ ไม่นับรวมกับองค์กรหลายๆ แห่งเสี่ยงที่จะเกิดภาวะ “ดาต้าเซ็นเตอร์ยุ่งเหยิง” จากการสร้างระบบเพิ่มที่เต็มไปด้วยความหลากหลาย โดยเฉพาะระบบเวอร์ช่วล จนอาจลามไปถึงระดับที่ตัวเองไม่เคยหรือไม่สามารถจัดการได้มาก่อน ปฏิบัติตามกฎข้อบังคับ และประหยัดค่าใช้จ่ายได้ด้วย NetApp Data [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/it/3045633">NetApp สร้างปรากฏการณ์ &#8220;ไฮบริดคลาวด์อัจฉริยะ&#8221; จากทฤษฎีสู่โลกแห่งความเป็นจริง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
	</channel>
</rss>
