<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
>
<channel>
	<title>ThaiPR.NET</title>
	<atom:link href="https://www.thaipr.net/tag/%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b1/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thaipr.net/tag/สำนักงานเศรษฐกิจการคลั</link>
	<description>Press Release Distribution Center of Thailand</description>
	<lastBuildDate>Wed, 29 Apr 2026 17:30:09 +0700</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.1</generator>
	<item>
		<title><![CDATA[ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค (Thailand Regional Economic Sentiment Index: RSI) ประจำเดือนพฤษภาคม 2565]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3196237</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 31 May 2022 09:44:39 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/finance/3196237</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค เดือนพฤษภาคม 2565 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าในหลายภูมิภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคตะวันออกจากความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจในอนาคตที่ดีขึ้นในภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการอย่างไรก็ตาม ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจของ กทม. และปริมณฑล ปรับตัวลดลงจากเดือนก่อนหน้าจากความกังวลต่อสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน แต่ยังสะท้อนถึงแนวโน้มความเชื่อมั่นที่จะดีขึ้นในอนาคต” นายวุฒิพงศ์ จิตตั้งสกุล ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการคลัง สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะรองโฆษกกระทรวงการคลัง และนายพิสิทธิ์ พัวพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายเศรษฐกิจมหภาค เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาคประจำเดือนพฤษภาคม 2565 จากการประมวลผลข้อมูลการสำรวจภาวะเศรษฐกิจรายจังหวัดจากสำนักงานคลังจังหวัด 76 จังหวัดทั่วประเทศ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เพื่อจัดทำดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค พบว่า “ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค เดือนพฤษภาคม 2565 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าในหลายภูมิภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคตะวันออกจากความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจในอนาคตที่ดีขึ้นในภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการอย่างไรก็ตาม ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจของ กทม. และปริมณฑล ปรับตัวลดลงจากเดือนก่อนหน้า จากความกังวลต่อสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน แต่ยังสะท้อนถึงแนวโน้มความเชื่อมั่นที่จะดีขึ้นในอนาคต” ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคตะวันออกอยู่ที่ระดับ 70.4 ปรับเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าแสดงถึงความเชื่อมั่นเศรษฐกิจในอนาคตที่เพิ่มขึ้น โดยเป็นความเชื่อมั่นที่ดีขึ้นในภาคอุตสาหกรรม เนื่องจากความต้องการสินค้าอุตสาหกรรมจากคู่ค้าในประเทศและต่างประเทศเพิ่มขึ้น อีกทั้งยังมีความเชื่อมั่นเศรษฐกิจภาคบริการในอนาคตที่ดีขึ้น เนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น จากการที่รัฐบาลผ่อนคลายมาตรการควบคุมและป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ และการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคใต้อยู่ที่ระดับ 68.2 สะท้อนถึงความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจที่ดีขึ้นโดยเฉพาะในภาคบริการ เนื่องจากรัฐบาลมีการผ่อนคลายมาตรการควบคุมและป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3196237">ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค (Thailand Regional Economic Sentiment Index: RSI) ประจำเดือนพฤษภาคม 2565</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2564 และ 2565]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3149833</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 28 Jan 2022 13:47:38 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/finance/3149833</guid>

					<description><![CDATA[<p>“เศรษฐกิจไทยปี 2564 คาดว่าจะขยายตัวที่ร้อยละ 1.2 ต่อปี โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการส่งออกสินค้าและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ขณะที่เศรษฐกิจไทยปี 2565 คาดว่าจะขยายตัวเร่งขึ้นที่ร้อยละ 4.0 ต่อปี จากการฟื้นตัวของการใช้จ่ายในประเทศและภาคการท่องเที่ยวที่กลับมาขยายตัวได้อีกครั้ง” นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง แถลงข่าวประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2564 ว่า “เศรษฐกิจไทยปี 2564 คาดว่าจะขยายตัวที่ร้อยละ 1.2 ต่อปี (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ร้อยละ 0.9 ถึง 1.4) ปรับเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับประมาณการครั้งก่อน ณ เดือนตุลาคม 2564 ที่ร้อยละ 1.0 ต่อปี โดยเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังของปี 2564 ฟื้นตัวได้ดีกว่าที่คาดไว้ เนื่องจากได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการส่งออกสินค้าและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ซึ่งมีส่วนสำคัญในการประคับประคองเศรษฐกิจไทยและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบในทุกกลุ่มอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับสถานการณ์การแพร่ระบาดภายในประเทศที่ปรับดีขึ้นและการเร่งกระจายวัคซีนที่มีความครอบคลุมมากขึ้น โดยคาดว่าการบริโภคภาคเอกชนจะขยายตัวที่ร้อยละ 0.2 ต่อปี (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ร้อยละ -0.1 ถึง 0.4) และการลงทุนภาคเอกชนจะขยายตัวที่ร้อยละ 3.7 ต่อปี (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ร้อยละ 3.4 ถึง 3.9) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3149833">ประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2564 และ 2565</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สิ้นสุดโครงการเราชนะ สร้างเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยกว่า 2.7 แสนล้านบาท]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3071547</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 02 Jul 2021 11:19:42 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/finance/3071547</guid>

					<description><![CDATA[<p>นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า โครงการเราชนะซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความช่วยเหลือด้วยการลดภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชน เพื่อก่อให้เกิดการนำไปใช้เพื่อการใช้จ่ายสำหรับการอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่งค่าใช้จ่ายสาธารณูปโภคที่จำเป็นและค่าใช้จ่ายสำหรับการเดินทาง อันจะก่อให้เกิดการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทย เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดระลอกใหม่ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID-19 โดยสนับสนุนวงเงินสิทธิ์ช่วยเหลือให้แก่ประชาชนผู้ได้รับสิทธิ์ จำนวน 33.2 ล้านคน คนละไม่เกิน 9,000 บาทได้ดำเนินโครงการสิ้นสุดลงแล้วเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2564 โดยมียอดใช้จ่ายทำให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ รวมทั้งสิ้น 273,475 ล้านบาท ทั้งนี้ โฆษกกระทรวงการคลังขอขอบคุณหน่วยงานภาคีเครือข่ายของกระทรวงการคลังที่มีส่วนสำคัญในการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ผู้ประกอบการร้านค้าและผู้ให้บริการที่เข้าร่วมโครงการเราชนะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา จนสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการได้</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3071547">สิ้นสุดโครงการเราชนะ สร้างเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยกว่า 2.7 แสนล้านบาท</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ขอเชิญชวนร้านค้าลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3065894</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 17 Jun 2021 11:10:56 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/finance/3065894</guid>

					<description><![CDATA[<p>นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลังเชิญชวนร้านค้าที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ซึ่งเป็นโครงการเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจโดยการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศผ่านผู้มีกำลังซื้อ และเป็นการสนับสนุนผู้ประกอบการที่อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่มโดยร้านค้าที่สนใจสามารถลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โครงการ “ยิ่งใช้ยิ่งได้” กำหนดให้ประชาชนผู้ได้รับสิทธิที่ชำระเงินค่าสินค้าหรือบริการ ได้แก่ ค่าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้าทั่วไป ค่าบริการนวด สปา ทำผมทำเล็บ (ไม่รวมถึงสลากกินแบ่ง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาสูบบัตรกำนัล (gift voucher) บัตรเงินสด (gift card) และสินค้าหรือบริการที่เป็นการชำระค่าสินค้าหรือบริการล่วงหน้า)ผ่านกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์โดยภาครัฐ (g-Wallet)บนแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม – 30 กันยายน 2564 กับผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มที่ติดตั้งแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับวงเงินสนับสนุนในรูปของบัตรกำนัลอิเล็กทรอนิกส์ (e-Voucher)โดยวงเงินใช้จ่ายที่จะนำมาคำนวณสิทธิ e-Voucher ไม่เกิน 60,000 บาทต่อคน ซึ่งยอดใช้จ่ายที่นำมาคำนวณสิทธิต้องไม่เกิน 5,000 บาทต่อคนต่อวัน และจะได้รับสิทธิ e- Voucher สะสมสูงสุดไม่เกิน 7,000 บาทต่อคน ตลอดระยะเวลาโครงการ โดยยอดใช้จ่ายจริงตั้งแต่ 1-40,000 บาทแรก ได้รับ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3065894">ขอเชิญชวนร้านค้าลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 ลงทะเบียนวันแรกมีผู้ลงทะเบียนกว่า 20 ล้านคน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3064843</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 15 Jun 2021 09:47:40 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/finance/3064843</guid>

					<description><![CDATA[<p>นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยความคืบหน้าของการลงทะเบียนรับสิทธิโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 ของประชาชน ที่เปิดให้ลงทะเบียน เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2564 เป็นวันแรก ตั้งแต่เวลา 06.00 น. ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” และเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com ซึ่งข้อมูลการลงทะเบียน ณ เวลา 22.00 น. ของวันที่ 14 มิถุนายน 2564 มีประชาชนลงทะเบียนแล้วจำนวน 23.11 ล้านคน การเปิดลงทะเบียนจะมีต่อเนื่องทุกวันตั้งแต่เวลา 06.00 – 22.00 น. จนกว่าจะครบ 31 ล้านคน โดยผู้ลงทะเบียนจะต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทยอายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปในวันลงทะเบียน มีบัตรประจำตัวประชาชน และไม่เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือได้รับสิทธิโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ หรือไม่ใช้สิทธิโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ สำหรับผู้ที่เคยได้รับสิทธิโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 1 และ 2 จะต้องลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3064843">โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 ลงทะเบียนวันแรกมีผู้ลงทะเบียนกว่า 20 ล้านคน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ความคืบหน้าโครงการคนละครึ่งที่จะสิ้นสุดในวันที่ 31 มีนาคม 2564]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3040289</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 22 Mar 2021 15:22:52 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/finance/3040289</guid>

					<description><![CDATA[<p>นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า โครงการคนละครึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูงในการส่งเสริมการบริโภคภายในประเทศ และฟื้นฟูเศรษฐกิจจนถึงระดับฐานรากทั่วประเทศ โดยความคืบหน้าล่าสุดของโครงการคนละครึ่ง ณ วันที่ 21 มีนาคม 2564 มีร้านค้าลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการกว่า 1.5 ล้านร้านค้า และมีผู้ใช้สิทธิจำนวน 14,793,502 คน โดยเป็นการใช้จ่าย 3,000 บาทขึ้นไป จำนวน 12,530,056 คน และใช้จ่ายครบ 3,500 บาท จำนวน 6,315,918 คน ยอดการใช้จ่ายสะสม 98,860 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่าย 50,610.3 ล้านบาท และภาครัฐร่วมจ่ายอีก 48,249.7 ล้านบาท โดยจังหวัดที่มีการใช้จ่ายสะสมมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ชลบุรี สมุทรปราการ สงขลา และเชียงใหม่ ทั้งนี้ โครงการคนละครึ่งจะสิ้นสุดในวันที่ 31 มีนาคม 2564 จึงขอเชิญชวนให้ประชาชนที่ยังมีวงเงินเหลือเร่งใช้จ่ายให้ครบ 3,500 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3040289">ความคืบหน้าโครงการคนละครึ่งที่จะสิ้นสุดในวันที่ 31 มีนาคม 2564</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[การขอความร่วมมือประชาชนและผู้ประกอบการปฏิบัติตามเงื่อนไขโครงการเราชนะ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3039172</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 18 Mar 2021 13:30:33 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3039172</guid>

					<description><![CDATA[<p>นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ที่ผ่านมากระทรวงการคลังได้รับเบาะแสเกี่ยวกับการทุจริตของประชาชนหรือผู้ประกอบการร้านค้าหรือผู้ให้บริการที่เข้าร่วมโครงการเราชนะ (โครงการฯ) โดยมีพฤติกรรมการใช้จ่ายวงเงินสิทธิ์ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการฯ เช่น การแลกวงเงินสิทธิ์เป็นเงินสด การขึ้นราคาสินค้าอย่างไม่เป็นธรรม เป็นต้น ซึ่งกระทรวงการคลังได้ประสานขอความร่วมมือกระทรวงพาณิชย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการติดตามและตรวจสอบ โดยหากตรวจสอบพบว่ามีการกระทำผิดเงื่อนไขจริง จะระงับการใช้เครื่องรูดบัตรอิเล็กทรอนิกส์ (เครื่อง EDC) หรือแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ของร้านค้า และดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป จึงขอความร่วมมือประชาชนในการรักษาสิทธิ์ของตนเอง และขอให้ผู้ประกอบการร้านค้าและผู้ให้บริการที่เข้าร่วมโครงการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขของโครงการฯ ทั้งนี้ ประชาชนที่พบเห็นพฤติกรรมที่ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขของโครงการฯ สามารถแจ้งเบาะแส รวมถึงส่งหลักฐานการกระทำผิดเงื่อนไขโครงการฯ ทางไปรษณีย์มาที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง ถนนพระรามที่ 6 แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400 หรือทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-Mail): wewin@fpo.go.th โฆษกกระทรวงการคลังได้เน้นย้ำว่า ประชาชนกลุ่มผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ (กลุ่มไม่มีสมาร์ทโฟน) ที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ระหว่างวันที่ 22 กุมภาพันธ์ – 5 มีนาคม 2564 จะได้รับการโอนวงเงินสิทธิ์ครั้งแรก จำนวน 6,000 บาท [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3039172">การขอความร่วมมือประชาชนและผู้ประกอบการปฏิบัติตามเงื่อนไขโครงการเราชนะ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ความคืบหน้าการเปิดรับลงทะเบียนโครงการเราชนะสำหรับกลุ่มผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ และการโอนวงเงินสิทธิ์ครั้งแรกให้แก่ประชาชนที่ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3030049</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 18 Feb 2021 10:29:21 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/finance/3030049</guid>

					<description><![CDATA[<p>นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยความคืบหน้าของการเปิดรับลงทะเบียนโครงการเราชนะ (โครงการฯ) สำหรับประชาชนกลุ่มผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ เช่น ไม่สามารถเข้าถึงระบบอินเทอร์เน็ต ไม่มีสมาร์ทโฟนทำให้ไม่สามารถใช้งานแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ได้ หรือผู้ที่อยู่ในภาวะพึ่งพิง รวมถึงผู้ที่ลงทะเบียนด้วยตนเองไม่สำเร็จเนื่องจากข้อมูลส่วนบุคคลไม่ถูกต้อง ระหว่างวันที่ 15 – 17 กุมภาพันธ์ 2564 มีประชาชนลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ แล้ว จำนวน 327,066 คน (ข้อมูล ณ เวลา 15.30 น.) ทั้งนี้ ประชาชนในกลุ่มดังกล่าวที่สนใจและประสงค์จะสมัครเข้าร่วมโครงการฯ ต้องนำบัตรประจำตัวประชาชนแบบสมาร์ทการ์ด (Smart Card) ไปลงทะเบียนที่สาขาหรือจุดบริการเคลื่อนที่ของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (ธนาคารกรุงไทย) ด้วยตนเอง ไม่สามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่นดำเนินการแทนได้ เนื่องจากทางเจ้าหน้าที่ต้องเก็บข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อยืนยันตัวตน อันจะเป็นการรักษาผลประโยชน์ของผู้ลงทะเบียนเอง และป้องกันไม่ให้มีการสวมสิทธิ์ โดยสามารถลงทะเบียนเพื่อขอคัดกรองคุณสมบัติได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 5 มีนาคม 2564 และไม่มีการจำกัดจำนวนสิทธิ์ โฆษกกระทรวงการคลังเน้นย้ำว่า สำหรับกลุ่มประชาชนที่อยู่ในระบบฐานข้อมูลของแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ในโครงการเราเที่ยวด้วยกันและคนละครึ่ง (กลุ่มประชาชนที่อยู่ในระบบฐานข้อมูลฯ) และกลุ่มประชาชนทั่วไปที่ลงทะเบียนทางเว็บไซต์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3030049">ความคืบหน้าการเปิดรับลงทะเบียนโครงการเราชนะสำหรับกลุ่มผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ และการโอนวงเงินสิทธิ์ครั้งแรกให้แก่ประชาชนที่ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ประชาสัมพันธ์เชิญชวนผู้ประกอบการร้านค้าและผู้ให้บริการรายย่อยเข้าร่วมโครงการเราชนะ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3025390</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 03 Feb 2021 16:46:26 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3025390</guid>

					<description><![CDATA[<p>นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2564 กำหนดประเภทสินค้าที่ไม่ให้สิทธิ์ในโครงการเราชนะเพิ่มเติม (จากที่กำหนดไม่ให้ใช้จ่ายสำหรับสลากกินแบ่งรัฐบาล เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ หรือยาสูบ) ได้แก่ สินค้าประเภททองคำ รวมถึงร้านค้าที่ขึ้นทะเบียนการขายทอดตลาด และการค้าของเก่าประเภท เพชร พลอย ทอง นาก เงิน หรืออัญมณี เนื่องจากเป็นสินค้าที่ไม่จำเป็นต่อการดำรงชีพ สำหรับกลุ่มผู้ประกอบการร้านค้าธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น (ร้านค้าธงฟ้าฯ) และร้านค้าคนละครึ่งไม่ต้องลงทะเบียนสมัครใหม่ และสามารถปรับปรุง (Update) แอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดเพื่อรองรับการใช้จ่ายของประชาชนผู้ได้รับสิทธิ์ในโครงการเราชนะได้ตั้งแต่วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 12.00 น. เป็นต้นไป โฆษกกระทรวงการคลังยังเน้นย้ำถึงความพร้อมในการเปิดรับสมัครผู้ประกอบการร้านค้าและผู้ให้บริการรายย่อยที่สนใจเข้าร่วมโครงการเราชนะ โดยผู้ประกอบการร้านค้าในกลุ่มร้านอาหารและเครื่องดื่มและร้านจำหน่ายสินค้าทั่วไปสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการเราชนะได้ทางเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com หรือติดต่อที่สาขาของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สำหรับผู้ให้บริการรายย่อยที่มีสถานประกอบการเป็นหลักแหล่งและตรวจสอบได้หรือบริการขนส่งสาธารณะ สามารถสมัครเข้าร่วมโครงการเราชนะได้ทางเว็บไซต์ www.เราชนะ.com หรือติดต่อที่สาขาของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) โดยจะมีการแจ้งผลการสมัครเข้าร่วมโครงการผ่านข้อความสั้น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3025390">ประชาสัมพันธ์เชิญชวนผู้ประกอบการร้านค้าและผู้ให้บริการรายย่อยเข้าร่วมโครงการเราชนะ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
	</channel>
</rss>
