<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
>
<channel>
	<title>ThaiPR.NET</title>
	<atom:link href="https://www.thaipr.net/tag/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%9b/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thaipr.net/tag/สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งป</link>
	<description>Press Release Distribution Center of Thailand</description>
	<lastBuildDate>Fri, 15 May 2026 17:31:33 +0700</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.1</generator>
	<item>
		<title><![CDATA[สมาคมแพทย์ผิวหนังฯ เชิญรับชมเพจเฟซบุ๊ก “ครบเครื่องเรื่องผิวหนัง”EP.36 ตอน “โรคผิวหนังที่เกิดจากความเครียดและจิตใจ”]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3431338</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 12 Jan 2024 14:59:32 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3431338</guid>

					<description><![CDATA[<p>เรื่องของความเครียดมีด้วยกันหลากเรื่องราวร้อยแปด ความเครียดส่งผลกับสุขภาพร่างกายได้สูง ไม่เว้นแม้แต่สุขภาพของผิว ไม่น่าเชื่อว่าอาการ &#8220;ผิวเครียด&#8221; เป็นปัญหาที่กำลังแพร่หลายในหมู่คนทุกวัย ซึ่งความเครียดทำให้ภูมิคุ้มกันลดลงกระตุ้นให้เกิดโรคผิวหนังหลายชนิดได้ง่าย เช่น เริม สะเก็ดเงิน งูสวัด ด่างขาว เมื่อร่างกายหลั่งฮอร์โมนความเครียด (คอร์ติซอล) ส่งผลให้ต่อมไขมันใต้ผิวทำงานผิดปกติ ผิวมันขึ้น เป็นสิวง่ายผิวมันขึ้น เกิดสิวง่าย สิวอักเสบ สิวผื่นแพ้ และหายยากขึ้นด้วย สำหรับ “โรคผิวหนังที่เกิดจากความเครียดและจิตใจ” นั้น สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย ได้เห็นความสำคัญสำหรับการรับมือกับผิวเครียด คือการรักษาต้นเหตุของอาการ แล้วแก้ปัญหาความตึงเครียดของร่างกายให้ลดลง เช่น ลดเวลาที่หมกมุ่นกับงานลง แบ่งเวลาดูแลสุขภาพ, นอนหลับพักผ่อนวันละ 8-10 ชั่วโมง, ออกกำลังกายวันละ 30 นาที และรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย หรือ DST ได้ตระหนักและให้ความสำคัญกับโรคนี้โดยเฉพาะและต้องการให้ความรู้กับประชาชนทั่วประเทศ จึงขอเชิญประชาชนและผู้สนใจทั่วไปเข้ารับชม Facebook Live ผ่านเพจ เฟซบุ๊ก “ครบเครื่องเรื่องผิวหนัง” ใน EP.36 และรับชมผ่านช่อง Youtube : DST Channel [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3431338">สมาคมแพทย์ผิวหนังฯ เชิญรับชมเพจเฟซบุ๊ก “ครบเครื่องเรื่องผิวหนัง”EP.36 ตอน “โรคผิวหนังที่เกิดจากความเครียดและจิตใจ”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สมาคมแพทย์ผิวหนังฯ จัดงานประชุมกลางปี  2565 “Back to The Future In Practical Dermatology”]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3235555</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 06 Sep 2022 16:20:11 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3235555</guid>

					<description><![CDATA[<p>สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย ขอเชิญแพทย์ผู้สนใจที่เป็นสมาชิกสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย ทั้งในส่วนราชการและเอกชนเข้าร่วมการประชุมวิชาการ “การประชุมกลางปี 2565” ในวันที่ 16 กันยายน 2565 ตั้งแต่เวลา 07.00-17.30 น. ณ ชั้น 23 โรงแรมเซ็นทารา เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ ราชประสงค์โดยการประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำความรู้และเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาพัฒนาการศึกษาค้นคว้าวิจัยที่เป็นประโยชน์ต่อแพทย์สมาชิก ให้ดียิ่งขึ้นต่อไป ตลอดจนเพื่อเพิ่มพูนความรู้ความชำนาญ สาขาตจวิทยา ในด้านเวชปฏิบัติ และวิชาการที่ทันสมัย และเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์การรักษาโรคผิวหนังระหว่างสมาชิก สำหรับการประชุมกลางปี ประจำปี 2565 ได้รับเกียรติจากคณะแพทย์ผู้ทรงคุณวุฒิ ที่จะมาให้ความรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ รวมทั้งมีการออกบูธและสาธิตเครื่องมือจากบริษัทต่าง ๆ จำนวนมาก แพทย์ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนได้ทาง https://dst2.onvirtual-meeting.com/home.php หรือศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.dst.or.th หรือโทรศัพท์สอบถามรายละเอียดได้ที่สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2716-6857, 0-2716-5256 โทรสาร 0-2716-6857</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3235555">สมาคมแพทย์ผิวหนังฯ จัดงานประชุมกลางปี  2565 “Back to The Future In Practical Dermatology”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ติดตามสถานการณ์โรคมือเท้าปากในช่วงฤดูฝน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3231980</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 29 Aug 2022 16:41:36 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3231980</guid>

					<description><![CDATA[<p>โรคมือเท้าปาก เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสที่สามารถติดต่อได้ง่าย พบบ่อยในเด็กเล็ก โดยเฉพาะในเด็กอายุน้อยกว่า 5 ปี โรคมือเท้าปากมักระบาดในโรงเรียน ชั้นอนุบาลเด็กเล็กหรือสถานรับเลี้ยงเด็กและเกิดการระบาดได้หลายช่วงเวลาของปี โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน โดยสาเหตุเกิดจากเชื้อไวรัสกลุ่มเอ็นเทอโรไวรัส มีหลายสายพันธุ์ ได้แก่ ไวรัสชนิดค็อกซากี จึงมีอาการแสดงที่หลากหลาย แต่ส่วนใหญ่มักจะมีอาการไม่รุนแรง ในกรณีที่มีการอักเสบของสมองร่วมด้วย มักเกิดจากเชื้อเอ็นเทอโรไวรัส 71 หรือ อีวี 71 ทำให้มีอาการรุนแรงและเป็นสาเหตุที่ทำให้เสียชีวิตได้ รศ.นพ.เทอดพงศ์ เต็มภาคย์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทยและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคผิวหนังเด็กภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ผู้ป่วยโรคมือเท้าปาก มักจะมีอาการไข้ เจ็บปาก น้ำลายไหล ทานอาหารได้ลดลง เนื่องจากมีแผลที่บริเวณริมฝีปาก กระพุ้งแก้มและเพดานปาก พบผื่นผิวหนังที่ร่างกายเป็นจุดแดงหรือตุ่มน้ำใสรูปร่างกลมรี บนพื้นผิวสีแดง มักพบที่บริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า รอบก้นและอวัยวะเพศ อาจพบผื่นบริเวณลำตัว แขนและขาได้ นอกจากนี้ ผู้ป่วยอาจมีอาการแสดงทางผิวหนังหลากหลายรูปแบบ และความรุนแรงของอาการแสดงขึ้นกับหลายปัจจัย โดยเฉพาะสายพันธุ์ของเชื้อไวรัส โรคประจำตัวและยาที่รับประทานเป็นประจำของผู้ป่วย ผู้ป่วยมักมีอาการของโรคประมาณ 3-5 วัน และมักจะดีขึ้นใน 1 สัปดาห์ ส่วนใหญ่ มักมีอาการไม่รุนแรง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3231980">ติดตามสถานการณ์โรคมือเท้าปากในช่วงฤดูฝน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับโรคด่างขาว]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3225502</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 16 Aug 2022 16:26:01 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3225502</guid>

					<description><![CDATA[<p>โรคด่างขาวเป็นโรคผิวหนังที่มีการทำลายเซลล์สร้างเม็ดสีของผิวหนัง ทำให้ไม่มีการสร้างเม็ดสีเมลานินตามปกติเกิดรอยโรคสีขาวชัดเจนตามมา โรคด่างขาวพบได้ร้อยละ 0.5 ถึง 2 ของประชากรทั่วโลก พบในเพศหญิงเท่ากับเพศชายและพบได้ทุกช่วงอายุ โดยพบบ่อยในสองช่วงอายุ คือ ในเด็กช่วงอายุ 1 ถึง 10 ปี และผู้ใหญ่ช่วงอายุ 20 ถึง 50 ปี โรคด่างขาวพบได้ 2 ชนิดหลักคือ โรคด่างขาวชนิดกระจายและโรคด่างขาวชนิดเฉพาะส่วน ซึ่งแต่ละแบบมีสาเหตุและการดำเนินโรคแตกต่างกัน ส่วนสาเหตุของโรคด่างขาว เกิดจากหลายสาเหตุประกอบกัน เช่น พันธุกรรม สารเคมี การบาดเจ็บที่ผิวหนังและที่สำคัญมีการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้มีการทำลายเซลล์สร้างเม็ดสีที่ผิวหนัง เกิดเป็นผื่นด่างขาวตามมา รศ.พญ.นฤมล ศิลปะอาชา แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ภาควิชาตจวิทยา คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาลกล่าวว่า โรคด่างขาวนั้น จะมีความแตกต่างกับโรครอยขาวชนิดอื่น ๆ โดย โรคด่างขาวจะเห็นผื่นสีขาวคล้ายชอล์กขอบเขตเรียบแยกจากผิวหนังปกติได้ชัดเจน สามารถพบรอยโรคด่างขาวได้ทุกตำแหน่งของร่างกายรวมถึงเยื่อบุ ส่วนใหญ่ไม่มีอาการแต่บางรายมีอาการคันบริเวณรอยโรคได้ พบมีผมหรือขนสีขาวร่วมด้วยได้บ่อยโดยเฉพาะโรคด่างขาวชนิดเฉพาะส่วน การที่พบผมหรือขนมีสีขาวเกิดจากเซลล์สร้างเม็ดสีในรากผมหรือขนถูกทำลาย ในรายที่มีผิวขาวมากหรือเป็นโรคด่างขาวในช่วงแรกอาจเห็นรอยโรคไม่ชัดเจน แพทย์อาจใช้การตรวจเพิ่มเติมเช่นการใช้ไฟบางชนิดส่องดูรอยโรค (Wood’s lamp) จะช่วยทำให้เห็นรอยขาวชัดเจนยิ่งขึ้น นอกจากนั้นยังมีโรคผิวหนังอีกหลายโรคที่มีลักษณะคล้ายกับโรคด่างขาว [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3225502">เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับโรคด่างขาว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[โรคฝีดาษลิงกับสถานการณ์โดยรวม]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3206256</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 24 Jun 2022 16:31:17 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3206256</guid>

					<description><![CDATA[<p>ความจริงตัวโรคฝีดาษและความรู้เกี่ยวกับต่อโรคฝีดาษ มักจะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เรื่อยๆ เพราะมันเป็นโรคเก่าแต่มีการอุบัติใหม่ โรคฝีดาษลิงเป็นโรคติดเชื้อที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสในกลุ่มไวรัสพอกซ์ (Poxvirus) ซึ่งเป็นไวรัสในกลุ่มเดียวกับไวรัสที่ทำให้เกิดฝีดาษคน (smallpox หรือ ไข้ทรพิษ) โดยมีรายงานการติดเชื้อครั้งแรกในลิงที่ใช้เป็นสัตว์ทดลองในปี พ.ศ. 2501 จึงเรียกว่า ฝีดาษลิง แต่แท้จริงแล้วสัตว์ที่เป็นรังโรค คือสัตว์ฟันแทะ เช่น กระรอก หนู จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2513 จึงพบรายงานการติดเชื้อครั้งแรกในคน จากปัจจุบันมีผู้ป่วยยืนยันประมาณ 2,103 คน กระจายทั่วโลก ใน 42 ประเทศ โดยเฉพาะประเทศกลุ่มเสี่ยงในแถบยุโรปและอเมริกา โดยเฉพาะในประเทศสเปน อังกฤษ สหรัฐอเมริกา แคนาดา และโปรตุเกส ที่มีรายงานการระบาดพบจำนวนผู้ติดเชื้อเกิน 20 คน ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งการระบาดในขณะนี้โรคฝีดาษลิงเป็นโรคประจำถิ่นในแถบอาฟริกากลางและอาฟริกาตะวันตก โดยพบมีรายงานผู้ป่วยติดเชื้อประปราย รวมถึงนอกถิ่นการระบาดจากการเดินทางไปในถิ่นระบาด ซึ่งการระบาดระลอกนี้เริ่มในช่วงเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2565 โดยพบผู้ป่วยในหลายประเทศโดยเฉพาะในทวีปยุโรป อเมริกา และออสเตรเลีย โดยพบในกลุ่มชายรักชายซี่งสันนิษฐานว่าเกิดจากการรวมตัวและมีกิจกรรมใกล้ชิดในช่วงเทศกาลไพรด์ (Pride month) ของกลุ่มหลากหลายทางเพศ (LGBTQ) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3206256">โรคฝีดาษลิงกับสถานการณ์โดยรวม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สมาคมแพทย์ผิวหนังฯ เชิญรับชมเพจเฟซบุ๊ก                                 “ครบเครื่องเรื่องผิวหนัง”EP.21 ตอน “โรคฝีดาษลิง”]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3199881</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 09 Jun 2022 11:45:17 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3199881</guid>

					<description><![CDATA[<p>โรคฝีดาษลิง (monkeypox) กำลังเป็นประเด็นที่น่าติดตาม เนื่องจากเริ่มมีการแพร่ระบาดอยู่ในทวีปยุโรป ทวีปอเมริกาและทวีปอาฟริกา และมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มจำนวนผู้ป่วยมากขึ้นเรื่อย ๆ สำหรับในประเทศไทย กรมควบคุมโรค และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังจับตามมองโรคฝีดาษลิงเป็นพิเศษ โดยโรคฝีดาษลิง เกิดจากเชื้อไวรัสกลุ่ม pox virus เหมือนกับโรคฝีดาษหรือไข้ทรพิษ (small pox) แต่เป็นไวรัสคนละสายพันธุ์ ทั้งสองโรคมีการแพร่เชื้อและความรุนแรงที่ต่างกัน โรคฝีดาษลิงติดต่อผ่านผิวหนังทางการสัมผัสสารคัดหลั่งหรือการโดนกัดจากสัตว์ที่ติดเชื้อจำพวกลิงหรือสัตว์ฟันแทะ เช่น หนูหรือกระรอก เป็นต้น ส่วนอาการและอาการแสดงของโรคผู้ป่วยจะมีอาการหลังได้รับเชื้อประมาณ 7-14 วัน โดยจะเริ่มมีไข้ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะ และปวดหลัง บางรายอาจมีอาการเจ็บคอ ท้องเสีย ปวดท้อง หรืออาเจียน ผื่นจะเริ่มขึ้น 1-3 วันหลังมีไข้ โดยจะเป็นผื่นแดงและกลายเป็นตุ่ม มักเริ่มที่หน้า ตัวและกระจายที่มือเท้า โดยตุ่มจะมีลักษณะเหมือนกันทั้งตัว หลังจากนั้นประมาณ 14 วัน ตุ่มแดงทั้งหมดจะกลายเป็นตุ่มน้ำตุ่มหนองพร้อมกัน และเริ่มแตกเป็นแผลมีสะเก็ดพร้อมกัน ซึ่งนอกจากอาการผื่นแล้วผู้ป่วยมักมีต่อมน้ำเหลืองโตที่บริเวณคาง ลำคอและขาหนีบ ผู้ป่วยส่วนน้อยอาจมีกระจกตาอักเสบ มีปอดอักเสบ หรือสมองอักเสบได้ สำหรับโรคฝีดาษลิง สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย หรือ DST [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3199881">สมาคมแพทย์ผิวหนังฯ เชิญรับชมเพจเฟซบุ๊ก                                 “ครบเครื่องเรื่องผิวหนัง”EP.21 ตอน “โรคฝีดาษลิง”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สมาคมแพทย์ผิวหนังฯ เชิญรับชมเพจเฟซบุ๊ก “ครบเครื่องเรื่องผิวหนัง”   EP.19 ตอน “โรคผมร่วงเป็นหย่อม]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3181082</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 20 Apr 2022 08:56:20 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3181082</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากกรณีที่มีข่าวเรื่องการพูดถึงภรรยานักแสดงผู้มีชื่อเสียงในฮอลลีวูดเป็นโรคผมร่วงเป็นหย่อม โดยพิธีกรในงานออสการ์ ก่อให้เกิดความไม่พอใจแก่บุคคลที่เกี่ยวข้อง ทำให้“โรคผมร่วงเป็นหย่อม” เป็นที่รู้จักกันมากขึ้นทั่วโลก ซึ่งโรคนี้อาจจะทำให้ผู้ป่วยรู้สึกอับอายหรือเป็นปมด้อยแต่อันที่จริงแล้วโรคนี้เป็นโรคที่รักษาได้ ไม่ควรเป็นโรคที่น่ารังเกียจต่อสังคมเพราะไม่ได้เป็นโรคติดต่อหรือโรคที่อันตรายแต่อย่างใด โรคนี้พบได้ประมาณ 0.2% ของประชากรทั้งหมดและพบได้ทุกกลุ่มอายุและเกิดได้ทั้งเพศชายและเพศหญิง โรคผมร่วงเป็นหย่อมนี้เกิดขึ้นโดยไม่มีสาเหตุแน่ชัดพบได้บ่อยในทุกช่วงอายุ ผู้ป่วยมีอาการผมร่วงเป็นหย่อมๆที่ศีรษะ โดยอาจจะมีขนร่วงที่บริเวณอื่นร่วมด้วย เช่น คิ้ว หนวด จอนหรือขนตามร่างกาย ในรายที่เป็นมาก อาจมีอาการผมร่วงทั่วศีรษะหรือขนตามร่างกายร่วงจนหมดตามมา ผู้ป่วยมักมีอาการผมร่วงเป็นหย่อมๆ ในผู้ป่วยที่มีอาการมากอาจมีผมร่วงเป็นบริเวณกว้างทั้งศีรษะ ทำให้ผู้ป่วยเกิดความอับอาย ไม่กล้าเข้าสังคม ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย ดังนั้น สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย หรือ DST ตระหนักที่จะทำหน้าที่เพื่อตอบแทนสังคมและเผยแพร่และทำการรักษาและให้ความรู้กับประชาชนทั่วประเทศ จึงขอเชิญประชาชนและผู้สนใจทั่วไปเข้าชม Facebook Live ผ่านเพจเฟซบุ๊ก “ครบเครื่องเรื่องผิวหนัง” ใน EP.19 ตอน “โรคผมร่วงเป็นหย่อม” ในวันอังคารที่ 26 เมษายน 2565 เวลา 12.30-13.30 น. โดยได้รับเกียรติจาก รศ.นพ.พูลเกียรติ สุชนวณิช แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย และ พญ.ชินมนัส เลขวัต แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย เป็นวิทยากร โดยมี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3181082">สมาคมแพทย์ผิวหนังฯ เชิญรับชมเพจเฟซบุ๊ก “ครบเครื่องเรื่องผิวหนัง”   EP.19 ตอน “โรคผมร่วงเป็นหย่อม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สมาคมแพทย์ผิวหนังฯ ประกาศผลแพทย์ผิวหนังโดดเด่นประจำปี 2565]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3169405</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 17 Mar 2022 16:44:42 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3169405</guid>

					<description><![CDATA[<p>ศ.ดร.นพ.ประวิตร อัศวานนท์ นายกสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่าจากการประชุมวิชาการและการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2565 ครั้งที่ 46 ของสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย ทางออนไลน์ “Dermatology of The New Normal” ได้มีการประกาศผลการคัดเลือกแพทย์ผิวหนังโดดเด่นและคัดเลือกแพทย์ผิวหนังโดดเด่นทั้ง 3 ด้าน ประกอบด้วย แพทย์ผิวหนังดีเด่นด้านครูแพทย์ ได้แก่ รศ.นพ.นภดล นพคุณ ปัจจุบันทำงานเป็นอาจารย์พิเศษ สาขาวิชาตจวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผลงานโดดเด่น ได้แก่ การผลิตงานผลงานวิชาการอย่างต่อเนื่องโดยมีงานวิจัยจำนวน 37 เรื่อง และบทความในตำรา จำนวน 28 เรื่อง โดย รศ.นพ.นภดล นพคุณ ได้ทุ่มเทพัฒนาและสร้างความก้าวหน้าให้กับวงการผิวหนังในประเทศไทย โดยเป็นกรรมการสมาคมแพทย์ผิวหนังฯถึง 4 วาระ นอกจากนี้ยังเป็นครูแพทย์ และเป็นแบบอย่างที่ดีทั้งในด้านคุณธรรม, การปฏิบัติตนและความเสียสละแก่ลูกศิษย์ทุกระดับ ตั้งแต่แพทย์ประจำบ้านจนถึงนิสิตแพทย์ นอกจากนั้นยังมีจรรยาบรรณความเป็นครูแพทย์ที่เป็นตัวอย่างและเป็นที่เคารพรักของลูกศิษย์ มีความตั้งใจถ่ายทอดความรู้ด้านผิวหนังให้แก่ลูกศิษย์จากทุกสถาบันอย่างเสมอต้นเสมอปลาย ได้รับเชิญไปบรรยายทั้งในระดับชาติและนานาชาติ ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมาและได้รับรางวัลศาสตราภิชานจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แพทย์ผิวหนังดีเด่นด้านการบริหารชุมชน ได้แก่ พญ.ศิริลักษณ์ ไทยเจริญ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3169405">สมาคมแพทย์ผิวหนังฯ ประกาศผลแพทย์ผิวหนังโดดเด่นประจำปี 2565</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สมาคมแพทย์ผิวหนังฯ จัดงานประชุมใหญ่ครั้งที่ 46 ประจำปี 2565  ทางออนไลน์ “Dermatology of The New Normal”]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/exhibition/3164332</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 07 Mar 2022 09:06:17 +0700</pubDate>
				<category>exhibition</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/exhibition/3164332</guid>

					<description><![CDATA[<p>สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย ขอเชิญแพทย์ผู้สนใจเข้าร่วมการประชุมวิชาการและการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2565” ครั้งที่ 46 ของสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย ทางออนไลน์ “Dermatology of The New Normal” ในระหว่างวันที่ 9- 11 มีนาคม 2565 ในรูปแบบ Online Meeting ผู้ที่ต้องการเข้าร่วมและเป็นสมาชิกสมาคมฯ สามารถเข้ามาลงทะเบียนได้ที่เว็บไซต์ www.dst.or.th หรือโทรศัพท์ 090 -991 0029</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/exhibition/3164332">สมาคมแพทย์ผิวหนังฯ จัดงานประชุมใหญ่ครั้งที่ 46 ประจำปี 2565  ทางออนไลน์ “Dermatology of The New Normal”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง โรคใกล้ตัวที่ถูกมองข้าม]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3158700</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 22 Feb 2022 08:47:43 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3158700</guid>

					<description><![CDATA[<p>“โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง เป็นโรคที่พบบ่อยในเด็ก โดยมีผื่นเป็นๆ หายๆ เด็กบางคนอาจยังคงมีอาการเรื้อรังต่อไปจนถึงวัยผู้ใหญ่ การร่วมมือกับสมาคมแพทย์ผิวหนังฯ ในการจัดงานเสวนาออนไลน์ในครั้งนี้ ทางชมรมแพทย์ผิวหนังเด็กฯ มุ่งหวังว่าจะเป็นเวทีให้ความรู้สำหรับพ่อ แม่ ผู้ปกครองได้เข้าใจเกี่ยวกับโรคนี้มากขึ้น เพื่อลดความวิตกกังวลและมีแนวทางการปฏิบัติในการดูแลสุขภาพของลูกน้อยอย่างถูกต้องเหมาะสม ตลอดจนส่งต่อความรู้ที่ถูกต้องกับเด็กในการดูแลตัวเอง เพื่อให้บุตรหลานของท่านมีคุณภาพชีวิตที่ดี สามารถใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้” โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง หรือ Atopic Dermatitis เป็นโรคที่มีอาการผิวหนังอักเสบเรื้อรัง มักเป็นๆ หาย ๆ จากปัจจัยหลาย ๆ อย่างร่วมกัน ได้แก่ พันธุกรรม กำหนดให้ผู้ป่วยมีผิวแห้งและมักมีประวัติภูมิแพ้ในครอบครัว เช่น จมูกอักเสบจากภูมิแพ้ หรือมีโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังร่วมด้วย ปัจจัยสำคัญอีกข้อคือมีสิ่งแวดล้อมเป็นปัจจัยกระตุ้นให้อาการกำเริบ โดยแต่ละคนจะมีปัจจัยที่กระตุ้นที่แตกต่างกัน ปัจจัยกระตุ้นที่พบได้บ่อย เช่น อาหารในเด็กเล็ก การติดเชื้อที่ผิวหนัง สารก่อการระคาย หรือสารก่อภูมิแพ้ ผิวหนังของผู้ป่วยจะไว (sensitive) ต่อสภาพแวดล้อมรอบตัวทั้งสภาพทางกายภาพ เช่น ภาวะอากาศร้อนเกินไป เย็นเกินไป หรือสารเคมีที่ระคายผิวหนัง เป็นต้น โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง เกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย หลายคนมักมองข้าม ไม่ใส่ใจโรคเหล่านี้มากนัก แต่หากปล่อยไว้เป็นระยะเวลานานอาจก่อให้เกิดภาวะรุนแรงหรือเรื้อรังขึ้นได้ โดยอุบัติการณ์ของโรคนี้ขึ้นอยู่กับกลุ่มอายุ ในเด็กไทยพบประมาณร้อยละ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3158700">โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง โรคใกล้ตัวที่ถูกมองข้าม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สมาคมแพทย์ผิวหนังฯ เชิญรับชมเพจเฟซบุ๊ก “ครบเครื่องเรื่องผิวหนัง”  EP.17 ตอน “โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง”]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3156338</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 15 Feb 2022 08:37:16 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3156338</guid>

					<description><![CDATA[<p>โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังหรือ Atopic Dermatitis เป็นโรคที่มีอาการผิวหนังอักเสบเรื้อรัง มักเป็น ๆ หาย ๆ จากปัจจัยหลาย ๆ อย่างร่วมกัน ได้แก่ พันธุกรรม กำหนดให้ผู้ป่วยมีผิวแห้งและมักมีประวัติภูมิแพ้ในครอบครัว เช่น จมูกอักเสบจากภูมิแพ้ หรือมีโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังร่วมด้วย ปัจจัยสำคัญอีกข้อคือมีสิ่งแวดล้อมเป็นปัจจัยกระตุ้นให้อาการกำเริบ โดยแต่ละคนจะมีปัจจัยที่กระตุ้นที่แตกต่างกัน ปัจจัยกระตุ้นที่พบได้บ่อย เช่น อาหารในเด็กเล็ก การติดเชื้อที่ผิวหนัง สารก่อการระคาย หรือสารก่อภูมิแพ้ ผิวหนังของผู้ป่วยจะไว (sensitive) ต่อสภาพแวดล้อมรอบตัวทั้งสภาพทางกายภาพ เช่น ภาวะอากาศร้อนเกินไป เย็นเกินไป หรือสารเคมีที่ระคายผิวหนัง เป็นต้น โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง เกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย หลายคนมักมองข้าม ไม่ใส่ใจโรคเหล่านี้มากนัก แต่หากปล่อยไว้เป็นระยะเวลานานอาจก่อให้เกิดภาวะรุนแรงหรือเรื้อรังขึ้นได้ โดยอุบัติการณ์ของโรคนี้ขึ้นอยู่กับกลุ่มอายุ ในเด็กไทยพบประมาณร้อยละ 10-20 ส่วนผู้ใหญ่พบน้อยกว่าประมาณร้อยละ 2-10 เด็กที่เป็นโรคนี้ส่วนใหญ่เริ่มมีอาการตั้งแต่ยังเป็นทารกอายุ 3 เดือนขึ้นไป ส่วนใหญ่อาการจะค่อย ๆ ดีขึ้นเมื่อเติบโตขึ้น แต่มีผู้ป่วยประมาณร้อยละ 2 ที่ไม่เคยปรากฏอาการในวัยเด็ก แต่เริ่มมีอาการในวัยผู้ใหญ่ สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทยหรือ DST [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3156338">สมาคมแพทย์ผิวหนังฯ เชิญรับชมเพจเฟซบุ๊ก “ครบเครื่องเรื่องผิวหนัง”  EP.17 ตอน “โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สมาคมแพทย์ผิวหนังฯ เชิญรับชมเพจเฟซบุ๊ก “ครบเครื่องเรื่องผิวหนัง”  EP.16 ตอน “โรคผิวหนังเด็ก”]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/exhibition/3144623</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 17 Jan 2022 08:48:32 +0700</pubDate>
				<category>exhibition</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/exhibition/3144623</guid>

					<description><![CDATA[<p>โรคผิวหนังเด็ก โดยส่วนใหญ่จะเป็นผื่นผิวหนังอักเสบ มักเป็น ๆ หาย ๆ เป็นเรื้อรังหรือผื่นแพ้ ซึ่งจะพบที่บริเวณหน้า คอ แขนขา บริเวณข้อศอกหรือหัวเข่า จะมีอาการคัน ในเด็กที่เกามาก ๆ จะทำให้เป็นปื้นหนา มีสะเก็ดและน้ำเหลืองไหลได้ หากได้รับการตรวจวินิจฉัย โดยกุมารแพทย์ชำนาญการด้านโรคผิวหนัง ได้รับคำแนะนำในการดูแลและใช้ยารักษาที่เหมาะสม อาการจะทุเลาเร็ว และ ลดการเกิดภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ได้ สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทยหรือ DST ตระหนักที่จะทำหน้าที่เพื่อตอบแทนสังคมและเผยแพร่และทำการรักษาและให้ความรู้กับประชาชนทั่วประเทศ จึงขอเชิญประชาชนและผู้สนใจทั่วไปเข้าชม Facebook Live ผ่านเพจเฟซบุ๊ก “ครบเครื่องเรื่องผิวหนัง” ใน EP.16 ตอน “โรคผิวหนังเด็ก” ในวันพฤหัสบดีที่ 27 มกราคม 2565 เวลา 12.30-13.30 น. โดยได้รับเกียรติจาก รศ.นพ.เทอดพงศ์ เต็มภาคย์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคผิวหนังเด็ก และพ.ญ.นุชนาฎ รุจิเมธาภาส แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคผิวหนังเด็ก เป็นวิทยากรและ รศ.พ.ญ.ภาวิณี ฤกษ์นิมิตร ประชาสัมพันธ์สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย เป็นผู้ดำเนินรายการ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/exhibition/3144623">สมาคมแพทย์ผิวหนังฯ เชิญรับชมเพจเฟซบุ๊ก “ครบเครื่องเรื่องผิวหนัง”  EP.16 ตอน “โรคผิวหนังเด็ก”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ปัญหาผิวหนังที่พบบ่อยในนักท่องเที่ยว]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3141093</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 05 Jan 2022 14:27:56 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3141093</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปัญหาผิวหนัง เป็นหนึ่งในปัญหาที่พบบ่อยที่สุดในนักท่องเที่ยว โดยโรคที่พบมากได้แก่ แมลงสัตว์กัดต่อย อาการคันจากผิวแห้ง และผิวไหม้จากแสงแดด โดยแต่ละพื้นที่จะพบปัญหาผิวหนังที่แตกต่างกัน ดังนั้นก่อนออกเดินทาง เราควรศึกษาหาข้อมูลของสถานที่ท่องเที่ยวให้ละเอียด เพื่อเตรียมป้องกันตนเองจากสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไปค่ะ บทความนี้ขอเน้นเรื่องแมลงสัตว์กัดต่อย ตามประเภทของแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ มาเรียนรู้กันว่า เราอาจจะพบเจ้าถิ่นแบบไหนและป้องกันอย่างไรก่อนเดินทางนะคะ เที่ยวทะเล …. 1.ริ้นทะเล (ปึ่ง) ริ้นทะเลมีขนาดเล็กกว่ายุง เป็นแมลงบิน อยู่กันเป็นฝูงตามชายหาดและป่าชายเลน เรามักจะมองไม่เห็นตัวริ้นได้ยินแต่เสียงหึ่ง ๆ ริ้นทะเลบินได้ไม่สูงและไม่ไกลเกิน 1-2 กิโลเมตร ตัวเมียดูดเลือดสัตว์เป็นอาหารเพื่อใช้ในการผลิตไข่ ตัวผู้กินแมลง ซากเน่าเปื่อย ออกหากินเวลาเช้าตรู่และพลบค่ำ ส่วนของปากที่ใช้ดูดเลือดมีอวัยวะตัดเฉือนเนื้อเยื่อ ทำให้ผื่นผิวหนังของคนที่ถูกริ้นทะเลดูดเลือดจะมีรูตรงกลางเห็นได้ชัด ไม่ใช่เป็นจุดเล็กๆแบบยุงกัด มักพบหลายตุ่มบริเวณผิวหนังนอกร่มผ้า บางครั้งผื่นอาจเป็นคล้ายจ้ำเลือดเพราะขณะที่ริ้นทะเลกัดจะปล่อยสารยับยั้งการแข็งตัวของเลือด …การป้องกัน ไม่ไปเดินเล่นชายหาด บริเวณที่มีพุ่มไม้รก หรือป่าชายเลน ช่วงโพล้เพล้ ใส่เสื้อผ้ามิดชิด ใช้ยากันแมลงพ่นที่ตัวเรา 2.พยาธิชอนไชผิวหนัง เกิดจากการเคลื่อนที่ตัวอ่อนของพยาธิสัตว์บนผิวหนังชั้นนอกของคน ตัวอ่อนของพยาธิไชเข้ามาขณะที่เรานั่งหรือนอนเล่นบนพื้นทรายที่มีการปนเปื้อนของมูลสัตว์ เช่น สุนัข แมว เนื่องจากคน ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่พยาธิเติบโต พยาธิตัวอ่อนจึงอยู่ได้แค่ในผิวหนังกำพร้าแล้วตายไปในที่สุด ผื่นผิวหนังตอนแรกจะเกิดเป็นตุ่มเล็ก ๆ สีแดงก่อน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3141093">ปัญหาผิวหนังที่พบบ่อยในนักท่องเที่ยว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สมาคมแพทย์ผิวหนังฯ เชิญรับชมเพจเฟซบุ๊ก “ครบเครื่องเรื่องผิวหนัง”  EP.8 ตอน “มะเร็งผิวหนัง”]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3055132</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 17 May 2021 14:32:25 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3055132</guid>

					<description><![CDATA[<p>สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทยหรือ DST ตระหนักที่จะทำหน้าที่เพื่อตอบแทนสังคมและเผยแพร่และทำการรักษาและให้ความรู้กับประชาชนทั่วประเทศ ขอเชิญประชาชนและผู้สนใจทั่วไป เข้าชม Facebook Live ผ่าน เพจเฟซบุ๊ก “ครบเครื่องเรื่องผิวหนัง” ใน… EP.8 ตอน “มะเร็งผิวหนัง” ในวันพฤหัสบดีที่ 27 พฤษภาคม 2564 เวลา 15.00 -16.00 น. โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรที่มีชื่อเสียง 2 ท่าน ได้แก่ รศ.พญ.รังสิมา วณิชภักดีเดชา ประชาสัมพันธ์สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทยและผศ.พญ.มาริษา พงศ์พฤฒิพันธ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย เป็นวิทยากรรับเชิญ โดยมี ผศ.พญ.สุเพ็ญญา วโรทัย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย เป็นผู้ดำเนินรายการ มะเร็งผิวหนัง พบได้บ่อยมากในชาวตะวันตก โดยเฉพาะผู้ที่ชอบทำกิจกรรมกลางแจ้ง เช่น อาบแดด แต่สำหรับคนไทยหรือคนเอเชียทั่วไป ปัญหามะเร็งผิวหนังพบอุบัติการณ์ที่ต่ำมากเนื่องจากคนไทยมีผมดำ ตาดำ มีเมลานินช่วยในการกรองแสงแดดและไม่ชอบกิจกรรมกลางแจ้งหรือผิวสีแทน นอกจากนี้ผิวหนังเป็นอวัยวะที่อยู่ภายนอกสุด จึงสามารถมองเห็นรอยโรคได้รวดเร็วและชัดเจน กว่ามะเร็งที่อวัยวะอื่น ๆ สำหรับมะเร็งผิวหนังมี 3 ชนิด มักพบบริเวณผิวหนังที่ถูกแสงแดดเสมอ เช่น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3055132">สมาคมแพทย์ผิวหนังฯ เชิญรับชมเพจเฟซบุ๊ก “ครบเครื่องเรื่องผิวหนัง”  EP.8 ตอน “มะเร็งผิวหนัง”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[การดูแลผิวหนังผู้สูงวัย]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3055123</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 17 May 2021 14:23:03 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3055123</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในปี 2564 นี้ นอกจาก Covid-19 จะมีการระบาดอย่างรุนแรงเป็นรอบที่ 3 แล้ว ยังเป็นที่คาดการณ์ว่าในปี 2564 ประชากรไทยที่อายุมากกว่า 60 ปี ซึ่งมีจำนวน 20% ของประชากรทั้งประเทศ หรือประมาณ 13 ล้านคน โดยอายุเฉลี่ยของผู้หญิงจะอยู่ที่ 80 ปี และผู้ชาย 73 ปี ดังนั้นความรู้เรื่องการดูแลผิวหนังของผู้สูงวัย จึงมีความสำคัญและจำเป็นมากขึ้นสำหรับประชาชนทั่วไปทั้งที่ยังไม่เป็นผู้สูงวัย ศ.คลินิค พญ.ณัฏฐา รัชตะนาวิน ประธานฝ่ายแพทย์และจริยธรรม สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงของอวัยวะต่าง ๆ รวมทั้งผิวหนังซึ่งเป็นอวัยวะที่อยู่นอกสุดของร่างกาย และมีขนาดใหญ่ที่สุด จะพบได้จากอายุที่เพิ่มขึ้นและปัจจัยภายนอกที่สำคัญได้แก่ แสงแดด, มลภาวะ, ควันบุหรี่, ความเครียดและแอลกอฮอล์ การเปลี่ยนแปลงของผิวหนังเมื่อสูงวัยขึ้นจะเกิดขึ้นกับชั้นผิวหนังทั้ง 3 ชั้นคือ หนังกำพร้า หนังแท้และชั้นไขมัน ชั้นหนังกำพร้าเป็นชั้นนอกสุดจะมีลักษณะบางลง หากเกิดแผลการซ่อมแซมจะช้าลง ผิวหนังแห้งมากขึ้น เนื่องจากต่อมไขมันผลิตลดลง ผิวผู้สูงวัยจึงขาดไขมันเคลือบผิวทำให้การสูญเสียน้ำจากผิวเพิ่มขึ้น ชั้นหนังแท้ ส่วนประกอบสำคัญคือคอลลาเจนและอีลาสติก หน้าที่หลักคือ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3055123">การดูแลผิวหนังผู้สูงวัย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สมาคมแพทย์ผิวหนังฯ เชิญรับชมเพจเฟซบุ๊ก “ครบเครื่องเรื่องผิวหนัง” EP.7 ตอน “การดูแลผิวหนังผู้สูงอายุ”]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3049709</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 27 Apr 2021 16:07:50 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3049709</guid>

					<description><![CDATA[<p>สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทยหรือ DST ตระหนักที่จะทำหน้าที่เพื่อตอบแทนสังคมและเผยแพร่และทำการรักษาและให้ความรู้กับประชาชนทั่วประเทศ ขอเชิญประชาชนและผู้สนใจทั่วไป เข้าชม Facebook Live ผ่านเพจเฟซบุ๊ก “ครบเครื่องเรื่องผิวหนัง” ใน… EP.7 ตอน “การดูแลผิวหนังผู้สูงอายุ” ในวันพุธที่ 28 เมษายน 2564 เวลา 15.00 – 16.00 น. โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรที่มีชื่อเสียง 2 ท่าน ได้แก่ ศ.พญ.ณัฏฐา รัชตะนาวิน ประธานฝ่ายแพทย์และจริยธรรม สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย และ ผศ.นพ.สุมนัส บุณยะรัตเวช ผู้ช่วยวิชาการ สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย โดยมี พญ.แพรมาลา ฉายาวิจิตรศิลป์ อนุกรรมการประชาสัมพันธ์ สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย เป็นผู้ดำเนินรายการ สำหรับในช่วงเดือนเมษายนของทุกปี เป็นเดือนที่ให้ความสำคัญกับผู้สูงอายุ ซึ่งเมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุ ร่างกายและอวัยวะทุกส่วนย่อมมีการเปลี่ยนแปลง มีความเสื่อมโทรมถดถอยลง เพราะผ่านการใช้งานอย่างหนักและยาวนาน เช่น หัวใจ สมอง ตับ ไต รวมไปถึงผิวหนัง ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด จนเกิดเป็นปัญหาผิวหนังในผู้สูงอายุ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3049709">สมาคมแพทย์ผิวหนังฯ เชิญรับชมเพจเฟซบุ๊ก “ครบเครื่องเรื่องผิวหนัง” EP.7 ตอน “การดูแลผิวหนังผู้สูงอายุ”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เที่ยวทะเลอย่างไรให้ปลอดภัยกับผิวพรรณ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3049701</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 27 Apr 2021 15:55:02 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3049701</guid>

					<description><![CDATA[<p>ถึงเวลาเข้าสู่ช่วงเมษา-พฤษภา หน้าร้อน หลังจากหลาย ๆ คนอยู่ในช่วงของ Work From Home จนเบื่อเด็ก ๆ ก็ได้หยุดเรียนช่วงปิดเทอม แถมรัฐบาลก็ใจดีประกาศให้หยุดยาว แถมวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 ก็เริ่มฉีดให้กับประชาชนกันแล้ว หลาย ๆ จังหวัดก็ได้มีการคุมเข้มและเฝ้าระวังกันอย่างต่อเนื่อง บางจังหวัดก็ปราศจากผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แล้วในหลาย ๆ จังหวัด แต่ก็อย่าชะล่าใจต้องมีการเว้นระยะห่างทางสังคมต่อไปเรื่อย ๆ ให้ใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อย ๆ และหากต้องเดินทางไปท่องเที่ยวทะเลช่วงนี้ ซึ่งทะเลกำลังสวยมาก มีชายหาดหลายแห่งที่มีสีเขียวมรกตมองดูสะอาดตา ธรรมชาติได้ฟื้นตัวเองไปพร้อม ๆ กับการที่ยังไม่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเที่ยวในประเทศ ดังนั้นจึงต้องรีบไปเที่ยวกันให้สนุกกันก่อนที่จะมาลุยงานกันต่อ การไปเที่ยวทะเล เดินเล่นชายหาดแต่กลัวแสงแดด แล้วเราจะทำอย่างไรดี! ผศ.พญ.สุวิรากร ธรรมศักดิ์ ประธานฝ่ายกิจกรรมสังคม สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย กล่าวว่า แสงแดด เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ผิวแก่ ผิวเสื่อมเกิดริ้วรอย เกิดฝ้า กระ และมะเร็งผิวหนัง ตัวช่วยที่ 1 ในการเตรียมชุดหมวกและร่มไปด้วย หากจะไปทะเลจะให้ใส่เสื้อแขนยาว ขายาว ก็อาจจะดูตลก ดังนั้นควรพกเสื้อคลุมกันแดด ผ้าคลุมปิดขา [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3049701">เที่ยวทะเลอย่างไรให้ปลอดภัยกับผิวพรรณ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
	</channel>
</rss>
