<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
>
<channel>
	<title>ThaiPR.NET</title>
	<atom:link href="https://www.thaipr.net/tag/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b8%98%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thaipr.net/tag/สมาคมธนาคารไทย</link>
	<description>Press Release Distribution Center of Thailand</description>
	<lastBuildDate>Fri, 15 May 2026 17:31:33 +0700</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.1</generator>
	<item>
		<title><![CDATA[สมาคมธนาคารไทยชี้ GDP ปี 68 โตเกินคาด สะท้อนประสิทธิภาพรัฐบาล ผสานพลังภาคเอกชน ขับเคลื่อนนโยบายอย่างตรงจุด สร้างความเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทย]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3693802</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 17 Feb 2026 08:33:14 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3693802</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยช่วงปลายปี 2568 ขยายตัวดีกว่าที่ตลาดคาด แม้เผชิญความไม่แน่นอนจากเศรษฐกิจโลกและข้อจำกัดเชิงโครงสร้างภายในประเทศ โดยสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ รายงาน GDP ไตรมาส 4/2568 เติบโต 2.5% สูงกว่าที่คาดไว้ 1.3% ส่งผลให้ทั้งปี 2568 เติบโต 2.4% สูงกว่ากรอบคาดการณ์เดิมที่ 2.0–2.2% และปรับเพิ่มประมาณการปี 2569 เป็น 1.5–2.5% สะท้อนถึงประสิทธิภาพการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล ที่ทำงานอย่างมืออาชีพ แม้ว่าจะเป็นในช่วงเวลาสั้นมากๆ โดยมีการประสานภาคเอกชนอย่างใกล้ชิด ทำให้มาตรการต่าง ๆ ออกแบบได้ตรงจุด โปร่งใส และเกิดผลจริง สอดคล้องกับแนวทาง Reinvent Thailand ที่เน้นการร่วมออกแบบและร่วมขับเคลื่อนอย่างครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทั้งนี้ ที่ผ่านมา มาตรการ “Quick Big Win” มีบทบาทสำคัญในการประคับประคองเศรษฐกิจระยะสั้น พร้อมๆกับ การวางรากฐานในระยะยาว มีการกำหนดเจ้าภาพชัดเจน ตั้งเป้าหมายและกรอบเวลาที่วัดผลได้ ลดความซ้ำซ้อน และทำให้การดำเนินนโยบายเป็นเอกภาพมากขึ้น นอกจากนี้ ยังมีการสื่อสารเชิงนโยบายอย่างตรงไปตรงมาเกี่ยวกับข้อจำกัดด้านวินัยการคลัง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3693802">สมาคมธนาคารไทยชี้ GDP ปี 68 โตเกินคาด สะท้อนประสิทธิภาพรัฐบาล ผสานพลังภาคเอกชน ขับเคลื่อนนโยบายอย่างตรงจุด สร้างความเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สมาคมธนาคารไทย และธนาคารสมาชิก เร่งช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุชายแดน ไทย-กัมพูชา และผู้ประสบภัยน้ำท่วม]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/uncategorized/3624407</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 29 Jul 2025 08:20:00 +0700</pubDate>
				<category>uncategorized</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3624407</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา ที่ส่งผลกระทบต่อชีวิต ทรัพย์สิน และความปลอดภัยในดำรงชีพของประชาชนและภาคธุรกิจ รวมถึงสถานการณ์น้ำท่วมหนักในพื้นที่ภาคเหนือ ที่มีผู้ได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง นายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่า สมาคมธนาคารไทยและธนาคารสมาชิก มีความห่วงใยต่อลูกค้าและประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว พร้อมเดินหน้ามาตรการให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนและเหมาะสม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น ผ่านมาตรการทางการเงินที่ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยเหลือลูกค้าและประชาชนในสถานการณ์ฉุกเฉิน มาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ธนาคารสมาชิกพิจารณาให้ความช่วยเหลือ ครอบคลุมสินเชื่อบัตรเครดิต พิจารณาปรับลดอัตราการผ่อนชำระขั้นต่ำให้แก่ลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบ สินเชื่อส่วนบุคคล พิจารณาขยายระยะเวลาการชำระหนี้ พักชำระเงินต้นหรือดอกเบี้ยชั่วคราว และปรับโครงสร้างหนี้ให้สอดคล้องกับความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้า และสินเชื่อทุกประเภท พิจารณาให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมตามสภาพคล่องของลูกหนี้ เพื่อบรรเทาภาระทางการเงินในช่วงวิกฤต มาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม ครอบคลุมการลดภาระในการชำระหนี้ การสนับสนุนทางการเงินเพื่อเสริมสภาพคล่องในการดำรงชีพและการประกอบธุรกิจ รวมถึงการฟื้นฟูซ่อมแซมที่อยู่อาศัยและทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหาย สมาคมธนาคารไทย ได้ประสานธนาคารสมาชิกในการให้ความช่วยเหลือลูกค้าอย่างเร่งด่วน ซึ่งธนาคารหลายแห่งได้ออกมาตรการเพื่อบรรเทาผลกระทบในเบื้องต้นแล้ว ขณะที่ธนาคารอื่น ๆ อยู่ระหว่างการพิจารณาดำเนินการเพิ่มเติมอย่างเร่งด่วน ทั้งนี้ การให้ความช่วยเหลือจะพิจารณาตามความเหมาะสมของแต่ละราย โดยคำนึงถึงสถานการณ์และความจำเป็นของลูกค้าเป็นสำคัญ เพื่อให้สามารถกลับมาดำรงชีพและดำเนินธุรกิจต่อไปได้อย่างปกติโดยเร็ว โดยเงื่อนไขและเกณฑ์การพิจารณาลูกค้าแต่ละรายเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่แต่ละธนาคารกำหนด สามารถแจ้งความประสงค์ขอรับความช่วยเหลือได้ที่ธนาคารที่ใช้บริการอยู่ ผ่านทางสาขา เจ้าหน้าที่หรือฝ่ายงานที่ดูแลสินเชื่อ หรือ Call Center ของแต่ละธนาคารได้ทันที สมาคมธนาคารไทย และธนาคารสมาชิก ขอส่งกำลังใจ และร่วมเคียงข้างเจ้าหน้าที่และพี่น้องประชาชนทุกคน ให้สามารถผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้อย่างรวดเร็ว เพื่อกลับมาดำเนินชีวิตและธุรกิจได้อย่างมั่นคงอีกครั้ง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/uncategorized/3624407">สมาคมธนาคารไทย และธนาคารสมาชิก เร่งช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุชายแดน ไทย-กัมพูชา และผู้ประสบภัยน้ำท่วม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สมาคมธนาคารไทย และธนาคารสมาชิก ปิดสาขาในพื้นที่ชายแดนไทย –กัมพูชาชั่วคราว เพื่อความปลอดภัยของลูกค้าและประชาชน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3623820</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 25 Jul 2025 09:54:00 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3623820</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากสถานการณ์ความไม่สงบ บริเวณพืนที่ชายแดนไทย-กัมพูชา สร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่นั้น นายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่า สมาคมธนาคารไทย และธนาคารสมาชิก ได้ติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมมาตรการรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของลูกค้า ประชาชน พนักงาน รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา และพื้นที่ใกล้เคียง โดยธนาคารสมาชิกแต่ละแห่ง ได้พิจารณาผ่อนคลายการปรับเวลาเปิด-ปิดทำการสาขา และ ATM ในพื้นที่เสี่ยงตามความเหมาะสม โดยได้ปิดสาขาเป็นการชั่วคราวเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 ( ข้อมูล ณ เวลา 18.30 น.) จำนวน 35 สาขา ใน 7 จังหวัด ประกอบด้วย สุรินทร์ บุรีรัมย์ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สระแก้ว จันทบุรี และตราด ดังนี้ อย่างไรก็ตาม ลูกค้าสามารถทำธุรกรรมทางการเงินผ่านช่องทางอื่นๆ ของธนาคาร ทั้ง Mobile Banking และ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3623820">สมาคมธนาคารไทย และธนาคารสมาชิก ปิดสาขาในพื้นที่ชายแดนไทย –กัมพูชาชั่วคราว เพื่อความปลอดภัยของลูกค้าและประชาชน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สมาคมธนาคารไทย สนับสนุนการยกระดับนโยบายและแนวทางการปฏิบัติงานของสถาบันการเงินเกี่ยวกับการทำธุรกรรมกับประเทศที่มีความเสี่ยงสูง]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3559532</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 06 Jan 2025 11:11:16 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3559532</guid>

					<description><![CDATA[<p>สมาคมธนาคารไทยและธนาคารสมาชิก ดำเนินธุรกิจภายใต้จรรยาบรรณธนาคาร (Banking Industry Code of Conduct) อย่างรับผิดชอบต่อลูกค้า สังคม และประชาคมโลกและตามหลักสิทธิมนุษยชน โดยมีนโยบายชัดเจนที่ไม่สนับสนุนการจัดซื้ออาวุธและสรรพาวุธกับองค์กรทางทหารกับประเทศที่มีความเสี่ยงสูง รวมถึงให้ความสำคัญต่อการป้องกันและห้ามทำธุรกรรมทางเงิน เพื่อการสนับสนุนการก่อการร้ายหรือสงครามที่นำไปสู่การละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบขององค์กรกำกับดูแล คือ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ซึ่งมีการกำกับดูแลและตรวจสอบอย่างใกล้ชิด สร้างความเชื่อมั่นให้กับระบบการเงินของประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย และธนาคารสมาชิก จึงพร้อมสนับสนุนธปท.และปปง.ในการยกระดับนโยบายและแนวทางการปฏิบัติงานของสถาบันการเงินเกี่ยวกับการทำธุรกรรมกับประเทศที่มีความเสี่ยงสูงและการดูแลความเสี่ยงเกี่ยวกับการคว่ำบาตร ซึ่งมีนโยบายที่ชัดเจนที่จะขยายขอบเขตมาตรการบริหารความเสี่ยงให้คลุมถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการคว่ำบาตรที่อาจมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในอนาคต โดยสมาคมธนาคารไทย และธนาคารสมาชิก พร้อมยกระดับนโยบายและการจัดการการบริหารความเสี่ยงของธนาคารสมาชิกแต่ละแห่งที่มีอยู่แล้วให้ครอบคลุมมากขึ้น รวมทั้งยกระดับมาตรการบริหารความเสี่ยงด้าน AML/CFT กระบวนการภายในในการประเมิน ติดตาม ตรวจจับ แจ้งเตือนเมื่อพบความผิดปกติให้สอดคล้องกับ Risk Proportionately โดยการจัดทำแนวทางการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าอย่างเข้มข้น (Enhance Due Diligence) และแนวทางการตรวจสอบสินค้าที่ใช้ได้สองทาง (Dual Use Items) ของภาคธนาคาร เพื่อเป็นมาตรฐานขั้นต่ำในการปฎิบัติงานของธนาคารสมาชิกเกี่ยวกับการเปิดบัญชีเงินฝากและการสร้างความสัมพันธ์กับสถาบันการเงินตัวแทนในต่างประเทศ เพื่อเป็นการป้องกันภัยจากการฟอกเงิน ภัยจากการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย และภัยจากสงครามให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน ทั้งนี้ สมาคมธนาคารไทยและธนาคารสมาชิกได้สื่อสารแนวทางดังกล่าวกับหน่วยงานทางการที่เกี่ยวข้อง ทั้งหน่วยงานในประเทศไทยและหน่วยงานในต่างประเทศให้รับทราบโดยทั่วกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3559532">สมาคมธนาคารไทย สนับสนุนการยกระดับนโยบายและแนวทางการปฏิบัติงานของสถาบันการเงินเกี่ยวกับการทำธุรกรรมกับประเทศที่มีความเสี่ยงสูง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สมาคมธนาคารไทย ร่วมมือกับภาครัฐเตรียมออกมาตรการลดภาระชำระหนี้ ช่วยเหลือลูกค้ารายย่อยและธุรกิจขนาดเล็ก]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3541068</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 06 Nov 2024 10:39:49 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3541068</guid>

					<description><![CDATA[<p>ตามที่สมาคมธนาคารไทย ได้หารือร่วมกับกระทรวงการคลัง สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดยตระหนักถึงภาวะเศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวช้าและไม่ทั่วถึง ทำให้รายได้ธุรกิจและครัวเรือนบางกลุ่มยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ อีกทั้งยังมีปัญหาหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ภาวะการเงินของภาคครัวเรือนและผู้ประกอบการ SME เปราะบางขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มที่มีรายได้น้อย ที่ยังมีหนี้สูงและประสบความยากลำบากในการชำระหนี้ ทั้งสี่หน่วยงานข้างต้นจึงเห็นร่วมกันในการที่ต้องเตรียมมาตรการช่วยเหลือเพื่อลดภาระทางการเงินเพิ่มเติมให้แก่ลูกหนี้ มาตรการเพิ่มเติมนี้ จะเป็นความร่วมมือของทั้งภาครัฐและเอกชนในการมุ่งช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อย ทั้งสินเชื่อที่อยู่อาศัย สินเชื่อรถยนต์ และสินเชื่อผู้ประกอบธุรกิจรายเล็ก ที่มีวงเงินสินเชื่อไม่สูงและประสบปัญหาในการชำระหนี้ ให้สามารถประคองตัว รักษาสินทรัพย์สำคัญ ทั้งที่อยู่อาศัย ยานพาหนะ และสถานประกอบการไว้ ผ่านแนวทางการปรับโครงสร้างหนี้ที่จะช่วยลดภาระการผ่อนชำระต่องวดอย่างมีนัยสำคัญในช่วงที่เข้าร่วมมาตรการ โดยผ่อนชำระเฉพาะเงินต้นเท่านั้น และพักชำระดอกเบี้ยในช่วงระยะเวลาหนึ่ง หากลูกหนี้ปฏิบัติได้ตามหลักเกณฑ์และระยะเวลาที่กำหนดจะได้รับยกเว้นสำหรับดอกเบี้ยที่พักแขวนไว้ ซึ่งจะเป็นการช่วยอย่างตรงจุดและเป็นรูปธรรม โดยจะมีแรงจูงใจให้ลูกหนี้รักษาวินัยในการผ่อนชำระ ทั้งในช่วงเข้าร่วมมาตรการและหลังจบมาตรการ โดยระหว่างเข้าร่วมมาตรการ ลูกหนี้จะไม่สามารถก่อหนี้เพิ่มได้ช่วงเวลาหนึ่งเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการลดภาระหนี้ให้ได้อย่างแท้จริง และเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์จงใจผิดนัดชำระหนี้ เพื่อใช้ประโยชน์จากมาตรการนี้ ทั้งนี้ มาตรการให้ความช่วยเหลือในครั้งนี้จะเป็นมาตรการชั่วคราว และเป็นมาตรการครอบคลุมเฉพาะกลุ่มลูกหนี้ขนาดเล็กที่ตั้งใจจะลดหนี้และมีโอกาสที่จะกลับมาชำระหนี้ได้ตามปกติในระยะข้างหน้าเมื่อรายได้ฟื้นตัว ซึ่งจะเป็นจุดตั้งต้นของการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง และรองรับกับมาตรการระยะถัดไปของภาครัฐ ที่จะส่งเสริมการเข้าสู่ระบบข้อมูลที่ทุกภาคส่วนสามารถทราบถึงภาระและความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ได้ไม่ก่อให้เกิดภาระหนี้เกินกำลัง หรือเกินความจำเป็น รวมถึงให้มีรายได้ขั้นต่ำที่พอเพียงในการดำรงชีพ หรือยกระดับทักษะและความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจรายเล็ก โดยกลุ่มเป้าหมาย คือลูกหนี้ที่มีวงเงินสินเชื่อขนาดเล็กที่เป็นไปตามเกณฑ์สำหรับแต่ละผลิตภัณฑ์สินเชื่อ เป็นสัญญาเงินกู้ที่ทำก่อน 1 มกราคม 2567 และเป็นสัญญาที่ประสบปัญหาการชำระหนี้ตามเกณฑ์ที่กำหนด อ้างอิงข้อมูล ณ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3541068">สมาคมธนาคารไทย ร่วมมือกับภาครัฐเตรียมออกมาตรการลดภาระชำระหนี้ ช่วยเหลือลูกค้ารายย่อยและธุรกิจขนาดเล็ก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สมาคมธนาคารไทย ออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3514271</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 27 Aug 2024 15:24:00 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3514271</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายกอบศักดิ์ ดวงดี เลขาธิการสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่า สมาคมธนาคารไทยและธนาคารสมาชิก ตระหนักถึงผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศ ซึ่งสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน การประกอบอาชีพ และการดำรงชีพของลูกค้าประชาชนในพื้นที่เป็นวงกว้าง โดยภาคธนาคารมีความห่วงใยและพร้อมเคียงข้างผู้ประสบภัยน้ำท่วม จึงเร่งออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับความเดือดร้อนในพื้นที่น้ำท่วม ครอบคลุมการลดภาระในการผ่อนชำระหนี้สิน และการสนับสนุนทางการเงินเพื่อซ่อมแซมที่อยู่อาศัยที่ได้รับความเสียหาย ทั้งนี้ สมาคมธนาคารไทย ได้ประสานธนาคารสมาชิกในการให้ความช่วยเหลือลูกค้าอย่างเร่งด่วน ซึ่งบางธนาคารได้มีมาตรการรองรับอยู่แล้ว ขณะที่ธนาคารอื่นๆ พร้อมพิจารณาให้ความช่วยเหลือลูกค้าอย่างเหมาะสม โดยแต่ละธนาคารจะพิจารณาความช่วยเหลือให้สอดคล้องสถานการณ์ของลูกค้า เพื่อให้ลูกค้าสามารถกลับมาดำเนินธุรกิจและดำรงชีพต่อไปได้อย่างปกติโดยเร็ว ทั้งนี้ เงื่อนไขและเกณฑ์การพิจารณาลูกค้าแต่ละรายเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่แต่ละธนาคารกำหนด สำหรับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม สามารถแจ้งความประสงค์ขอรับความช่วยเหลือได้ที่ธนาคารที่เป็นลูกค้า ผ่านทางสาขา เจ้าหน้าที่หรือฝ่ายงานที่ดูแลสินเชื่อ หรือ Call Center ของแต่ละธนาคารได้ทันที</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3514271">สมาคมธนาคารไทย ออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[การปรับปรุงระบบพร้อมเพย์(PromptPay)เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3311043</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 08 Mar 2023 14:03:47 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/finance/3311043</guid>

					<description><![CDATA[<p>ตามที่บริการโอนเงินและการชำระเงินข้ามธนาคาร (พร้อมเพย์ หรือ PromptPay) ที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปลายปี 2559 จนปัจจุบันมีจำนวนผู้ใช้งานประมาณ 67 ล้านบัญชีพร้อมเพย์ และปริมาณธุรกรรมสูงสุดอยู่ที่ 60 ล้านรายการต่อเดือน (ข้อมูล ณ เดือนกุมภาพันธ์ 2566) และมีแนวโน้มเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น เพื่อเป็นการยกระดับการให้บริการให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น บริษัท เนชั่นแนล ไอทีเอ็มเอ๊กซ์ จำกัด (NITMX) ซึ่งเป็นตัวกลางที่ให้บริการพร้อมเพย์ร่วมกับธนาคารสมาชิก มีแผนปรับปรุงระบบดังกล่าว ในช่วงเวลา 02.00 – 02.30 น. ของวันเสาร์ที่ 11 มีนาคม 2566 ซึ่งจะส่งผลให้ลูกค้าไม่สามารถทำรายการโอนเงินหรือ Scan QR Code เพื่อทำธุรกรรมข้ามธนาคารได้ในช่วงเวลาดังกล่าว อย่างไรก็ดี ลูกค้ายังสามารถทำธุรกรรมข้ามธนาคารผ่านตู้ ATM/CDM รวมถึงร้านสะดวกซื้อที่เป็นตัวแทนของแต่ละธนาคารที่ยังเปิดให้บริการได้ โดยลูกค้าสามารถทำธุรกรรมภายในธนาคารเดียวกันผ่านช่องทางต่าง ๆ ได้ตามปกติ สมาคมธนาคารไทยและธนาคารสมาชิกขอให้ลูกค้าวางแผนการทำธุรกรรมล่วงหน้า หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามคอลเซ็นเตอร์ของธนาคารที่ใช้บริการ สมาคมฯ และธนาคารสมาชิกให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการพัฒนาประสิทธิภาพและความมั่นคงปลอดภัยในการทำธุรกรรมทางการเงิน และได้เน้นย้ำให้ธนาคารทุกแห่งเตรียมความพร้อมในการดูแลลูกค้าอย่างเต็มที่</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3311043">การปรับปรุงระบบพร้อมเพย์(PromptPay)เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สมาคมธนาคารไทย ผนึกหน่วยงานรัฐ &#8211; เอกชน ยกระดับมาตรการป้องกันภัยหลอกติดตั้งแอปฯดูดเงิน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3303344</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 17 Feb 2023 08:28:49 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/finance/3303344</guid>

					<description><![CDATA[<p>สมาคมธนาคารไทย เผยข้อมูลกลโกงมิจฉาชีพใช้แอปฯ ดูดเงินสร้างความเสียหายต่อประชาชนเป็นมูลค่าราว 500 ล้านบาท แนะนำวิธีสังเกตและวิธีการตรวจสอบความผิดปกติ เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ พร้อมร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อยกระดับมาตรการป้องกันภัยจากมิจฉาชีพ ทั้งการพัฒนาความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน เพื่อให้สามารถปิดกั้นหรือลดผลกระทบได้อย่างทันท่วงที นายยศ กิมสวัสดิ์ ประธานสำนักงานระบบการชำระเงิน สมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า ปัจจุบันมิจฉาชีพหลอกลวงเอาเงินจากประชาชนแนบเนียนขึ้น และมีเทคนิคที่หลากหลาย ส่งผลให้มีผู้เสียหายจากการตกเป็นเหยื่อจำนวนมาก คิดเป็นมูลค่าความเสียหายราว 500 ล้านบาท และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น สมาคมธนาคารไทยจึงได้ร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ยกระดับมาตรการป้องกันภัยจากมิจฉาชีพเพื่อช่วยประชาชน โดย สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ผู้ให้บริการสัญญาณโทรศัพท์มือถือ ได้แก่ True AIS DTAC และ NT ผู้ให้บริการโซเชียลมีเดียต่างๆ อย่าง LINE ได้ร่วมกันดำเนินการดังนี้ นอกจากนี้ หากร่างพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี มีผลบังคับใช้ จะช่วยให้การดูแลช่วยเหลือประชาชนที่ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพทำได้รวดเร็วขึ้น ระงับความเสียหายได้อย่างทันท่วงที สามารถบล็อกบัญชีต้องสงสัยได้ โดยไม่ต้องรอแจ้งความ นายชัชวัฒน์ อัศวรักวงศ์ ประธานกรรมการ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3303344">สมาคมธนาคารไทย ผนึกหน่วยงานรัฐ &#8211; เอกชน ยกระดับมาตรการป้องกันภัยหลอกติดตั้งแอปฯดูดเงิน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สมาคมธนาคารไทย สนับสนุนมาตรการสินเชื่อเพื่อการปรับตัว เสริมศักยภาพ SMEs รับธุรกิจโลกยุคใหม่]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3295227</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 26 Jan 2023 14:41:28 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/finance/3295227</guid>

					<description><![CDATA[<p>สมาคมธนาคารไทย และธนาคารสมาชิก สนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs ปรับตัว ผ่าน “มาตรการสินเชื่อเพื่อการปรับตัว” ภายใต้พ.ร.ก.ฟื้นฟูฯ มุ่งเสริมศักยภาพการแข่งขันผู้ประกอบการ รับ 3 เมกะเทรนด์ธุรกิจโลกยุคใหม่“เทคโนโลยีดิจิทัล ธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และนวัตกรรมแห่งโลกอนาคต” หนุนธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน นายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า แม้เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง หลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย แต่การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ยาวนาน เป็นปัจจัยเร่งให้เกิดบริบทโลกใหม่ (New Normal) ที่ส่งผลต่อพฤติกรรมผู้บริโภคและทิศทางการดำเนินธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไป ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสมาคมธนาคารไทย ตระหนักถึงความสำคัญของการปรับตัวในช่วงการเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจ เพื่อรับกับทิศทางธุรกิจในอนาคต จึงได้ร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชนออกมาตรการ“สินเชื่อเพื่อการปรับตัว” ต่อยอดจากสินเชื่อฟื้นฟู ภายใต้ พ.ร.ก.การให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ.2564 (พ.ร.ก.ฟื้นฟูฯ) เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs เข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ สำหรับการลงทุนปรับปรุง พัฒนาและเสริมศักยภาพธุรกิจให้สอดรับกับ New Normal ใน 3 รูปแบบ คือ 1.กระแสเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital) 2.การดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3295227">สมาคมธนาคารไทย สนับสนุนมาตรการสินเชื่อเพื่อการปรับตัว เสริมศักยภาพ SMEs รับธุรกิจโลกยุคใหม่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สมาคมธนาคารไทย แจ้งสิ้นสุดมาตรการลดเงินนำส่งเข้ากองทุนฟื้นฟูฯ กลับเข้าสู่อัตรา 0.46% ต่อปี ตั้งแต่ 1 ม.ค.66]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3286494</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 28 Dec 2022 13:53:29 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/finance/3286494</guid>

					<description><![CDATA[<p>สมาคมธนาคารไทย แจ้งสิ้นสุดมาตรการลดเงินนำส่งเข้ากองทุนฟื้นฟูฯ กลับเข้าสู่อัตรา 0.46% ต่อปี ตั้งแต่ 1 ม.ค.66 มีผลให้ธนาคารพาณิชย์ต้องทยอยปรับขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้ 0.4% ต่อปี ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ออกประกาศเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2563 เรื่องการปรับลดอัตราเงินนำส่งเข้ากองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF) เพื่อลดต้นทุนของสถาบันการเงิน ให้สามารถส่งผ่านความช่วยเหลือไปยังภาคธุรกิจและภาคประชาชนเป็นการชั่วคราวสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2565 โดยการลดเงินนำส่งดังกล่าว ส่งผลให้ธนาคารพาณิชย์ได้มีการลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลอยตัว (M-rate) ลง 0.4% ไปก่อนหน้านี้ จากสถานการณ์โควิด-19 ที่คลี่คลาย ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องและชัดเจนขึ้น ธปท. จึงมีทิศทางปรับนโยบายการเงินเข้าสู่ภาวะปกติ (Policy Normalization) ซึ่งสอดคล้องกับที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ได้ทยอยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย นอกจากนี้ เพื่อช่วยให้ภาระหนี้ของ FIDF ที่เกิดขึ้นในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 สามารถทยอยลดลงได้ตามเป้าหมาย โดยไม่สร้างภาระต่อระบบการเงินและระบบเศรษฐกิจไทยโดยไม่จำเป็น ธปท.จึงจะมีการปรับอัตราเงินนำส่งจากสถาบันการเงินเข้ากองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF) ให้กลับเข้าสู่อัตราปกติที่ 0.46%ต่อปี จากปัจจุบันอยู่ที่ 0.23% ต่อปี มีผลตั้งแต่วันที่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3286494">สมาคมธนาคารไทย แจ้งสิ้นสุดมาตรการลดเงินนำส่งเข้ากองทุนฟื้นฟูฯ กลับเข้าสู่อัตรา 0.46% ต่อปี ตั้งแต่ 1 ม.ค.66</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[“สมาคมธนาคารไทย” ออกแนวทางการให้บริการทางการเงินแก่ผู้พิการทางสายตา]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3276315</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 02 Dec 2022 10:38:50 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/finance/3276315</guid>

					<description><![CDATA[<p>สมาคมธนาคารไทย และธนาคารสมาชิก ตระหนักถึงความสำคัญของการส่งเสริมการเข้าถึงบริการทางการเงินขั้นพื้นฐานอย่างทั่วถึงและเท่าเทียมของประชาชนทุกกลุ่ม เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจและสังคม ตามแนวทางการธนาคารเพื่อความยั่งยืน ซึ่งเป็นหนึ่งในแผนงาน (Road Map) ของสมาคมฯ โดยจัดทำมาตรฐานแนวปฏิบัติขั้นพื้นฐาน สำหรับการให้บริการทางการเงินแก่ลูกค้าผู้พิการทางสายตาอย่างเป็นธรรม เพื่อให้ภาคธนาคารมีแนวทางการให้บริการผ่านช่องทางต่าง ๆ ที่เหมาะสม และมีมาตรฐานที่เท่าเทียมกันในแต่ละธนาคาร เพื่อส่งเสริมให้ผู้พิการได้รับบริการทางการเงินอย่างทั่วถึง ดังนี้ การยืนยันตัวตน อำนวยความสะดวกให้ผู้พิการทางสายตา ใช้บัตรประชาชนเปิดบัญชีและทำธุรกรรมการเงินได้เช่นเดียวกับลูกค้าทั่วไป เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง และความเป็นปัจจุบันของข้อมูล ผ่านการตรวจสอบสถานะบัตรประจำตัวประชาชนแบบอเนกประสงค์ทางอิเล็กทรอนิกส์ของหน่วยงานภาครัฐ ในกรณีที่บัตรประชาชนไม่สามารถ Dip Chip ได้ ลูกค้าสามารถใช้เอกสารอื่นประกอบ เช่น ทะเบียนบ้าน ใบขับขี่ หนังสือเดินทาง หรือบัตรประจำตัวคนพิการ การใช้พยานในการเปิดบัญชี อำนวยความสะดวกให้กับผู้พิการทางสายตา โดยให้พนักงานเป็นพยานให้ กรณีที่ผู้พิการไม่สะดวกนำพยานมาเอง ซึ่งพิจารณาตามความประสงค์ของลูกค้าเป็นหลัก หากผู้พิการทางสายตาไม่สามารถเขียนหนังสือ หรือ ลงลายมือชื่อ ธนาคารจะพิจารณาใช้วิธีการอย่างหนึ่งอย่างใดทดแทนการลงลายมือชื่อ เช่น การพิมพ์ลายนิ้วมือ หรือ ทำแกงได (รอยกากบาท หรือรอยขีดเขียน ซึ่งบุคคลทำลงในเอกสารแทนลายมือชื่อ) หรือ ใช้ตราประทับ โดยให้พยานฝั่งใดก็ได้เป็นพยานรับรองรวมสองคน ทั้งนี้ แนวทางปฏิบัติดังกล่าวธนาคารสมาชิกสามารถพิจารณา นำไปปรับใช้ได้กับทุกประเภทบัญชี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3276315">“สมาคมธนาคารไทย” ออกแนวทางการให้บริการทางการเงินแก่ผู้พิการทางสายตา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[“สมาคมธนาคารไทย” ประกาศเจตนารมณ์ด้าน ESG  ขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มุ่งสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3232065</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 29 Aug 2022 17:16:38 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/finance/3232065</guid>

					<description><![CDATA[<p>สมาคมธนาคารไทย ประกาศเจตนารมณ์ด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG Declaration) เพื่อกำหนดทิศทางที่ชัดเจนร่วมกันของอุตสาหกรรมธนาคาร โดยมุ่งแก้ปัญหาเชิงรุกด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล สร้างความตระหนักรู้แก่ผู้มีส่วนได้เสีย ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่ความยั่งยืน การประกาศเจตนารมณ์ในครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญอย่างยิ่งสำหรับภาคการธนาคารไทย ตอกย้ำความมุ่งมั่นด้านการธนาคารที่ยั่งยืน หลังร่วมวางรากฐานกรอบการดำเนินงานของอุตสาหกรรมธนาคาร ตามแนวทางการธนาคารเพื่อความยั่งยืนในด้านการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบ และหลักการธนาคารที่รับผิดชอบขององค์การสหประชาชาติ ภายใต้เจตนารมณ์ดังกล่าว สมาคมธนาคารไทยได้กำหนดแนวทางสำคัญเพื่อร่วมแก้ไขปัญหา โดยคำนึงถึงความเสี่ยงและโอกาสใหม่ ๆ ในด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความหลากหลายและสิทธิมนุษยชน การเข้าถึงบริการทางการเงินอย่างครอบคลุมและการจัดการปัญหาความไม่เสมอภาค ทั้งนี้ ภาคการธนาคารพร้อมสนับสนุนประเทศไทยให้เปลี่ยนผ่านได้อย่างราบรื่น บนเส้นทางสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติและพันธกิจของประเทศที่มีต่อความตกลงปารีส โดยธนาคารสมาชิกของสมาคมธนาคารไทยได้เห็นชอบร่วมกันในการดำเนินการตามแนวทางสำคัญ 6 ประการ ดังนี้ 1) ธรรมาภิบาล : มีระบบการกำกับดูแลกิจการที่ดี และดำเนินการกำกับดูแลได้อย่างมีประสิทธิผลในระดับคณะกรรมการ โดยกำหนดภาระและขอบเขตความรับผิดชอบที่ชัดเจนในระดับการจัดการในเรื่องที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล2) ยุทธศาสตร์ : บูรณาการพันธกิจด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล เข้ากับยุทธศาสตร์การดำเนินธุรกิจและกำหนดกรอบด้านการเงินที่ยั่งยืน โดยสนับสนุนเพื่อให้ประเทศสามารถเปลี่ยนผ่านไปสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ได้อย่างราบรื่น3) การบริหารความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม สังคมและธรรมาภิบาล : ผนวกรวมประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3232065">“สมาคมธนาคารไทย” ประกาศเจตนารมณ์ด้าน ESG  ขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มุ่งสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สมาคมธนาคารไทยผนึกกำลัง สตช.ยกระดับกระบวนการสกัดการถ่ายโอนเงินระหว่างบัญชีม้า]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3162346</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 01 Mar 2022 13:28:53 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/finance/3162346</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.)กับ สถาบันการเงิน ว่า ปัจจุบันอาชญากรรมทางเทคโนโลยีมีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซับซ้อน และเป็นเครือข่ายเชื่อมโยงกัน โดยอาศัยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หลอกลวงประชาชนให้หลงเชื่อและโอนเงินให้กับมิจฉาชีพ ก่อนจะโอนต่อไปยังกลุ่มเครือข่ายด้วยความรวดเร็ว ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชนและลูกค้าธนาคารเป็นวงกว้างและทวีความรุนแรง ซึ่งทุกภาคส่วน รวมทั้งประชาชนทุกคนต้องเตรียมความพร้อม เพื่อป้องกันและรับมือกับภัยคุกคามทางเทคโนโลยีหรือความเสี่ยงในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล การลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้ สมาคมธนาคารไทยและธนาคารสมาชิก ร่วมกับกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือตำรวจไซเบอร์ ได้นำเทคโนโลยีมายกระดับกระบวนการระหว่างประชาชน ตำรวจและภาคธนาคาร ผ่านโครงการระบบรับแจ้งความออนไลน์คดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการสอบสวนดำเนินคดี ลดข้อจำกัดของประชาชนผู้เสียหายไม่ต้องเดินทางไปแจ้งความด้วยตนเองที่สถานีตำรวจท้องที่ ในช่วงที่มีความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 และช่วยสกัดการถ่ายโอนเงินระหว่างบัญชีม้าได้เร็วขึ้น ซึ่งจะเพิ่มโอกาสในการติดตามธุรกรรมและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการคดี สามารถติดตามและวิเคราะห์รูปแบบการกระทำผิดของมิจฉาชีพได้ครอบคลุมมากขึ้น ทั้งนี้ สมาคมธนาคารไทยและธนาคารสมาชิกทุกแห่งพร้อมให้ความร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ธนาคารแห่งประเทศไทย กสทช. และผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ เพื่อวางระบบป้องกัน เตือนภัย ติดตาม และสื่อสารแจ้งเตือนเชิงรุกแก่ลูกค้าธนาคาร ตลอดจนยกระดับระบบป้องปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและภัยคุกคามจากการทำธุรกรรมต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และในอนาคตจะมีการต่อยอดให้ครอบคลุมคดีอาชญากรรมประเภทอื่นๆ เพื่อลดปริมาณคดีอาชญากรรมต่างๆ และเพิ่มความปลอดภัยทางการเงินให้ลูกค้าของธนาคาร เพื่อรักษาความมั่นคงทางไซเบอร์ของประเทศต่อไป ส่วนช่องทางการรับแจ้งความออนไลน์ คดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี คือ www.THAIPOLICEONLINE.com หรือที่ ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สายด่วน 1441 หรือ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3162346">สมาคมธนาคารไทยผนึกกำลัง สตช.ยกระดับกระบวนการสกัดการถ่ายโอนเงินระหว่างบัญชีม้า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[“สมาคมธนาคารไทย” ผนึกกำลังยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยการใช้บัตรเดบิตและบัตรเครดิต]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3113485</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 26 Oct 2021 09:44:29 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/finance/3113485</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่า จากกรณีการตัดเงินที่ผิดปกติผ่านบัตรเครดิตและบัตรเดบิตของลูกค้า โดยเกิดจากมิจฉาชีพสุ่มข้อมูลบัตรและนำไปสวมรอยทำธุรกรรมผ่านร้านค้าออนไลน์ต่างประเทศที่ไม่มีระบบให้ทำการยืนยันก่อนทำรายการ เช่น การใช้ One Time Password (OTP) ซึ่งเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 1 – 17 ตุลาคม 2564 ที่ผ่านมา จำนวนรวม 10,700 ใบนั้น ทุกธนาคารได้ดำเนินการคืนเงินเข้าบัญชีของลูกค้าเรียบร้อยแล้ว สำหรับบัตรเดบิตจำนวน 4,800 ใบ จำนวนเงิน 30 ล้านบาท หากมีรายการตกหล่นขอให้ลูกค้าติดต่อธนาคารเจ้าของบัตรโดยตรง สำหรับบัตรเครดิต 5,900 ใบ จำนวน 100 ล้านบาท ธนาคารได้ดำเนินการตั้งพักยอด และยกเลิกรายการ โดยลูกค้าไม่ต้องชำระเงินตามยอดเรียกเก็บที่ผิดปกติและไม่มีการคิดดอกเบี้ย นอกจากนี้ หากมีธุรกรรมผิดปกติ ซึ่งทำรายการผ่านบัตรเดบิตออนไลน์โดยร้านค้าที่ไม่มี OTP เข้ามาในรูปแบบเดียวกันหลังวันที่ 17 ตุลาคม 2564 เมื่อได้รับแจ้งแล้วพบว่า ลูกค้าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการทำรายการ ธนาคารจะพิจารณาคืนเงินภายใน 5 วันทำการเช่นเดียวกัน ส่วนกรณีธุรกรรมผิดปกติในรูปแบบอื่นๆ เช่น กรณีที่ลูกค้ายืนยันว่าไม่ได้ทำรายการ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3113485">“สมาคมธนาคารไทย” ผนึกกำลังยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยการใช้บัตรเดบิตและบัตรเครดิต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ธนาคารพาณิชย์ห่วงใยสุขภาพลูกค้า แนะนำให้ทำธุรกรรมการเงินผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ช่วงเทศกาลปีใหม่ พร้อมสำรองเงินสดเพียงพอเบิกถอน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3014846</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 28 Dec 2020 14:17:12 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/finance/3014846</guid>

					<description><![CDATA[<p>สมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ครั้งใหม่ในประเทศ ที่มีการแพร่ระบาดไปอย่างรวดเร็วและเป็นวงกว้างซึ่งเกิดขึ้นในช่วงใกล้เทศกาลฉลองปีใหม่ และเป็นวันหยุดยาวที่ประชาชนจะมีการเดินทางและจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้นมากกว่าช่วงปกติ สมาคมธนาคารไทย มีความห่วงใยในสุขภาพของประชาชนและลูกค้าของธนาคาร จึงขอแนะนำให้ทำธุรกรรมทางการเงินผ่านช่องทางอิเล็คทรอนิกส์ โดยการโอนเงินผ่านระบบพร้อมเพย์ อินเตอร์เน็ตแบงกิ้ง และใช้จ่ายซื้อสินค้าและบริการผ่านแอปพลิเคชันโมบายแบงกิ้ง ซึ่งเป็นช่องทางที่ง่าย สะดวก และปลอดภัย โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางมายังสาขาของธนาคาร ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2564 นี้ อย่างไรก็ตาม ธนาคารพาณิชย์ต่างๆได้เตรียมสำรองเงินสดไว้อย่างเพียงพอทุกช่องทาง สำหรับการ เบิกถอนของประชาชน และลูกค้าธนาคาร ทั้งการเบิกถอนผ่านเคาน์เตอร์สาขาธนาคารและผ่านตู้ATM ทั่วประเทศ</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3014846">ธนาคารพาณิชย์ห่วงใยสุขภาพลูกค้า แนะนำให้ทำธุรกรรมการเงินผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ช่วงเทศกาลปีใหม่ พร้อมสำรองเงินสดเพียงพอเบิกถอน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
	</channel>
</rss>
