<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
>
<channel>
	<title>ThaiPR.NET</title>
	<atom:link href="https://www.thaipr.net/tag/%e0%b8%a8%e0%b8%b9%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thaipr.net/tag/ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ</link>
	<description>Press Release Distribution Center of Thailand</description>
	<lastBuildDate>Fri, 15 May 2026 17:31:33 +0700</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.1</generator>
	<item>
		<title><![CDATA[ttb analytics ชี้วิกฤตราคาน้ำมันโลกดันตลาดไบโอดีเซล–เอทานอล มีศักยภาพโตสูง]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3717142</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 30 Apr 2026 14:25:03 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3717142</guid>

					<description><![CDATA[<p>แนะเร่งสนับสนุนการใช้งานเพื่อทดแทนน้ำมันอย่างต่อเนื่อง และยกระดับอุปทานให้มีประสิทธิภาพ ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics มองสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันทรงตัวในระดับสูง ผลักดันให้ความต้องการใช้ไบโอดีเซล และเอทานอลในปี 2569 เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัย ซึ่งช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศ โดยฝั่งไบโอดีเซลหากส่งเสริมการใช้ดีเซล B20 มากขึ้น บนเงื่อนไขการเพิ่มสต็อกน้ำมันปาล์มดิบจากส่วนที่เคยส่งออกเพื่อนำมาใช้ผลิตเป็นพลังงานทดแทนได้ทั้งหมด จะช่วยลดการพึ่งพาน้ำมันดีเซลบริสุทธิ์ลงสูงสุดเฉลี่ย 6.6 ล้านลิตรต่อวัน หรือคิดเป็นมูลค่ากว่า 7.2 หมื่นล้านบาทต่อปี แต่ในทางปฏิบัติยังต้องเร่งผลักดันการใช้ให้ครอบคลุมมากขึ้น ในขณะที่เอทานอลหากมีมาตรการอุดหนุนส่วนต่างราคาแก๊สโซฮอล์ E20 ให้จูงใจอย่างต่อเนื่อง จะช่วยลดการพึ่งพาแก๊สโซลีน (น้ำมันเบนซินพื้นฐาน) ลงเฉลี่ย 0.6 ล้านลิตรต่อวัน หรือคิดเป็นมูลค่ากว่า 6.5 พันล้านบาทต่อปี โดยวิกฤตพลังงานรอบนี้อาจไม่ใช่เพียงแรงกดดันด้านต้นทุน แต่เป็นจุดเปลี่ยนที่จะยกระดับสู่การปรับโครงสร้างพลังงานไทยอย่างยั่งยืน หากมีนโยบายรัฐที่สนับสนุนการใช้ที่ตรงเป้าหมายและบริหารจัดการด้านวัตถุดิบให้ต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ ความขัดแย้งในตะวันออกกลางปะทุขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นปี 2569 สร้างความตึงเครียดให้กับช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันดิบกว่า 20% ของโลก หลังถูกสั่งปิดล้อม ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบดูไบช่วงเดือนมีนาคม 2569 พุ่งขึ้นสูงเฉลี่ย 129 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และปัจจุบันยังทรงตัวอยู่สูงกว่า 100 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ปัจจัยนี้ส่งแรงสั่นสะเทือนมาถึงไทยอย่างรวดเร็ว เนื่องจากไทยยังพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากตะวันออกกลางสูงถึง 48% [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3717142">ttb analytics ชี้วิกฤตราคาน้ำมันโลกดันตลาดไบโอดีเซล–เอทานอล มีศักยภาพโตสูง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ttb analytics มองธุรกิจร้านอาหารปี 2567 มีมูลค่าราว 6.69 แสนล้านบาท ด้วยสัดส่วนกำไรที่คาดจะเพิ่มขึ้น ท่ามกลางสถานการณ์การแข่งขันที่รุนแรงจากพื้นที่บริการทับซ้อน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3459066</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 28 Mar 2024 10:29:51 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/business/3459066</guid>

					<description><![CDATA[<p>ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics คาดธุรกิจร้านอาหารในปี 2567 จะมีมูลค่าราว 6.69 แสนล้านบาท บนสถานการณ์ของภาคธุรกิจที่มีทั้งปัจจัยบวกซึ่งส่งผลต่อการประกอบธุรกิจที่สามารถได้พื้นที่ตลาดเร็วขึ้นผ่านแพลตฟอร์มเดลิเวอรี่และพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่ตัดสินใจตามอินฟูลเอนเซอร์ รวมถึงสัดส่วนกำไรที่คาดเพิ่มสูงขึ้น พร้อมเผชิญความท้าทายจากการแข่งขันระหว่างผู้ประกอบการที่มีพื้นที่บริการทับซ้อนกันมากยิ่งขึ้น ธุรกิจร้านอาหารในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมานับเป็นธุรกิจที่มีความผันผวนสูง เริ่มจากมาตรการล็อกดาวน์ การปิดห้างร้านชั่วคราว และการไม่อนุญาตให้รับประทานอาหารในร้าน เนื่องมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในปี 2563 และ ถึงแม้ในปี 2564 มาตรการควบคุมการแพร่ระบาดเริ่มมีการผ่อนคลายลง แต่ด้วยตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ยังไม่กลับมา และความกังวลจากภาคประชาชนในการรับประทานอาหารในพื้นที่สาธารณะ ส่งผลให้รายได้ธุรกิจร้านอาหารหดตัว 5.6% ต่อจากปี 2563 ที่ลดลงไปถึง 15.0% อย่างไรก็ตาม ในระหว่าง 2 ปีแห่งความยากลำบากในการดำเนินธุรกิจท่ามกลางมาตรการควบคุมโรคระบาดในแต่ละช่วงเวลา แพลตฟอร์มบริการจัดส่งอาหารจึงเข้ามามีบทบาทสำคัญ โดยเป็นข้อต่อสำคัญที่ช่วยให้กิจกรรมร้านอาหารยังสามารถไปต่อได้ท่ามกลางวิกฤต ส่งผลต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคของผู้คนให้ต่างไปจากเดิม ทำให้ธุรกิจร้านอาหารสามารถขยายพื้นที่บริการได้โดยอาศัยแพลตฟอร์มบริการจัดส่งอาหาร ทั้งนี้ในปี 2565 จากสถานการณ์การแพร่ระบาดที่คลี่คลายลงและวิถีชีวิตของผู้คนเริ่มกลับสู่ภาวะปกติ ธุรกิจร้านอาหารสามารถกลับมาฟื้นตัวสมบูรณ์เมื่อเทียบกับก่อนสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 แต่อย่างไรก็ดีในปี 2565 ผู้ประกอบการยังต้องเผชิญความท้าทายเรื่องภาวะต้นทุนอาหารที่ปรับเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งลดทอนกำไรของผู้ประกอบการลง โดยเฉพาะช่วงครึ่งปีแรกของปีส่งผลให้มีการขยับราคาอาหารเพิ่มเพื่อรักษาพื้นที่กำไร แต่จากการที่ราคาอาหารเป็นสินค้าขั้นสุดท้าย (Final Product) มักมีความหนืด [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3459066">ttb analytics มองธุรกิจร้านอาหารปี 2567 มีมูลค่าราว 6.69 แสนล้านบาท ด้วยสัดส่วนกำไรที่คาดจะเพิ่มขึ้น ท่ามกลางสถานการณ์การแข่งขันที่รุนแรงจากพื้นที่บริการทับซ้อน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ttb analytics เตือนแรงงานภาคเกษตรหายไปกว่า 4 ล้านคนในรอบ 10 ปี บนแรงกดดัน อายุเฉลี่ยเกษตรกรที่ใกล้วัยเกษียณ แนะเร่งยกระดับภาคเกษตรเพื่อดึงดูดคนรุ่นใหม่]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3433242</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 18 Jan 2024 10:37:45 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/finance/3433242</guid>

					<description><![CDATA[<p>ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics มองภาคเกษตรไทยติดหล่มการพัฒนาจากข้อจำกัดในการสร้างมูลค่าเพิ่มทำให้มีรายได้และกำไรไม่เพียงพอในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ส่งผลให้รายได้เฉลี่ยภาคเกษตรต่ำกว่านอกภาคการเกษตรอย่างมีนัยสำคัญ มีสิ่งชักจูงให้คนรุ่นใหม่ละทิ้งภาคเกษตรในขณะที่แรงงานเกษตรในปัจจุบันมีอายุเฉลี่ยสูงที่ใกล้ออกจากตลาดแรงงานเพิ่มมากขึ้น แนะรัฐและเอกชนร่วมมือยกระดับเศรษฐกิจเกษตรไทยให้มีรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เพื่อดึงดูดคนรุ่นใหม่ให้ยังมีความต้องการในการทำงานในภาคเกษตรก่อนจะสายเกินไป เศรษฐกิจภาคการเกษตรนับเป็นภาคส่วนที่มีความสำคัญกับเศรษฐกิจภูมิภาคและเป็นแหล่งสร้างรายได้ให้กับประชาชนที่มีถิ่นอาศัยในภูมิภาคโดยมีข้อจำกัดในตำแหน่งงานนอกภาคเกษตรที่มักกระจุกตัวในเขต กรุงเทพ-ปริมณฑล ภาคตะวันออก และในพื้นที่เขตเมืองของจังหวัดในแต่ละภูมิภาคเท่านั้น โดยตามข้อมูลของสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติชี้เศรษฐกิจภาคการเกษตรของไทยในปี 2565 มีมูลค่าราว 1.53 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 8.8% ของ GDP โดยในปี 2566 ttb analytics ประมาณการว่ามูลค่าเศรษฐกิจภาคการเกษตรคาดว่าจะลดลงเหลือเพียงสัดส่วน 8.6% สัญญาณของสัดส่วนเศรษฐกิจภาคการเกษตรที่ปรับลดลงเล็กน้อยอาจดูไม่สะท้อนภาพ แต่ถ้ามองลึกลงไปพบว่า บทบาทเศรษฐกิจภาคการเกษตรมีทิศทางลดลงต่อเนื่อง หากเมื่อเทียบกับปี 2555 เศรษฐกิจภาคเกษตรไทยเคยมีสัดส่วน 11.5% ของ GDP ที่มูลค่า 1.42 ล้านล้านบาท โดยเมื่อพิจารณาเพียงผิวเผินอาจมองเป็นเรื่องปกติเนื่องจากสินค้าอุตสาหกรรมและภาคบริการจะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้มากกว่าสินค้าเกษตร แต่หากเมื่อมองถึงอัตราการขยายตัวพบว่าภาคเศรษฐกิจการเกษตรไทยยังติดกับดักการสร้างมูลค่าเพิ่ม ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจภาคเกษตรไทยขยายตัวเพียง 7.7% ในขณะที่ประเทศต่าง ๆ มีการขยายตัวในอัตราที่สูง เช่น ออสเตรเลีย อินเดีย และเวียดนาม ขยายตัวอยู่ที่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3433242">ttb analytics เตือนแรงงานภาคเกษตรหายไปกว่า 4 ล้านคนในรอบ 10 ปี บนแรงกดดัน อายุเฉลี่ยเกษตรกรที่ใกล้วัยเกษียณ แนะเร่งยกระดับภาคเกษตรเพื่อดึงดูดคนรุ่นใหม่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ttb analytics มองธุรกิจตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ สร้างรายได้แบบเรียลไทม์ ขึ้นแท่นเป็นธุรกิจดาวรุ่ง คาดรายได้โตไม่ต่ำกว่าปีละ 13-15% พุ่งแตะหมื่นล้านได้ในปี 2566]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3260933</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 03 Nov 2022 11:13:15 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/finance/3260933</guid>

					<description><![CDATA[<p>ช่วงกว่าสองปีที่ผ่านมาภาคธุรกิจส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 จากกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่หยุดชะงัก อย่างไรก็ดี ในช่วงวิกฤตอาจเป็นโอกาสสำหรับบางธุรกิจให้ขยายตัว ซึ่งหนึ่งในนั้นคือธุรกิจตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ ที่สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคได้เป็นอย่างดีในช่วงการแพร่ระบาดและมาตรการล็อกดาวน์ จนกระทั่งสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายก็ยังคงมีแนวโน้มที่เติบโตดีต่อเนื่อง จากการเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้แบบเรียลไทม์ตลอด 24 ชั่วโมง ครอบคลุมสินค้ามากมาย โดยเฉพาะสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวัน ที่สำคัญตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการตอบสนองที่รวดเร็วทันใจในทุกที่ ทุกเวลา และทุกสถานการณ์ ธุรกิจตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติในไทยมีมานานกว่า 20 ปี แต่เริ่มมีบทบาทโดดเด่นมากขึ้นในช่วง 5 ปี ที่ผ่านมา สะท้อนจากจำนวนตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ณ ปัจจุบันมีมากกว่า 10 แบรนด์ ด้วยจำนวนมากกว่า 30,000 ตู้ แต่ค่อนข้างกระจุกตัวอยู่พื้นที่เขตกรุงเทพและภาคตะวันออกรวมแล้วมากกว่า 60% โครงสร้างธุรกิจตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ ประกอบด้วยธุรกิจตู้เครื่องดื่มอัตโนมัติ 60% และตู้จำหน่ายขายสินค้าอื่น ๆ 40% ส่วนแบรนด์หลัก ๆ ที่ครองส่วนแบ่งตลาดสูง อาทิ ซัน108 ของกลุ่มสหพัฒน์ฯ เป็นผู้เล่นรายใหญ่สุดในตลาด มีสินค้าหลากหลายทั้งอุปโภคและบริโภค รวมถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เล็ก ๆ รองลงมาเวนดิ้งพลัสของกลุ่มสบาย เทคโนโลยี จำหน่ายสินค้าตั้งแต่เครื่องดื่ม ขนม หน้ากากอนามัย และตู้เต่าบินที่เพิ่งเปิดตัวในปี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3260933">ttb analytics มองธุรกิจตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ สร้างรายได้แบบเรียลไทม์ ขึ้นแท่นเป็นธุรกิจดาวรุ่ง คาดรายได้โตไม่ต่ำกว่าปีละ 13-15% พุ่งแตะหมื่นล้านได้ในปี 2566</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ttb analytics มองอนาคตธุรกิจสื่อและโฆษณาออนไลน์โตต่อเนื่อง สวนทางสื่อดั้งเดิม แนะธุรกิจสื่อปรับเปลี่ยนรูปแบบเพื่อเพิ่มมูลค่าและขยายฐานลูกค้า]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3239786</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 15 Sep 2022 15:43:19 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/finance/3239786</guid>

					<description><![CDATA[<p>ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics ประเมินภาพรวมธุรกิจสื่อและโฆษณาในปี 2565 มีแนวโน้มฟื้นตัว คาดรายได้เติบโตกว่า 10% จากปัจจัยหนุน ได้แก่ การฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ทำให้ธุรกิจต่าง ๆ สามารถเข้าถึงผู้บริโภคผ่านการใช้สื่อโฆษณาได้ง่ายขึ้น โดยพฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบันใช้เวลากับโลกออนไลน์มากขึ้น คาดแนวโน้มกลุ่มธุรกิจสื่อออนไลน์เติบโตอย่างก้าวกระโดด ในขณะที่ธุรกิจสื่อดั้งเดิมมีแนวโน้มชะลอตัว แนะธุรกิจปรับตัวสอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภค โดยนำเสนอสื่อผ่านการใช้ช่องทางผสมผสาน สร้างเนื้อหาที่มีคุณภาพและสร้างสรรค์ อีกทั้งสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้บริโภค สถานการณ์โควิด-19 ฉุดรายได้ธุรกิจสื่อและโฆษณาลดลงต่ำสุดในรอบ 11 ปี ในปี 2563 ธุรกิจสื่อและโฆษณา (Media &#38; Broadcasting) ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ค่อนข้างรุนแรง สะท้อนจากรายได้ของสื่อโฆษณาลดลง 12.9% แต่ในปี 2564 มีรายได้ปรับขึ้นเล็กน้อยรวม 1.1 แสนล้านบาท โดยประเภทธุรกิจสื่อดั้งเดิม (Traditional Media) เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยมีรายได้ลดลง 3.2% ไม่ว่าจะเป็นจากสื่อสิ่งพิมพ์ สื่อแผ่นป้าย แต่รายได้สื่อทีวียังอยู่ในระดับทรงตัว ในขณะที่สื่อออนไลน์ (Internet Media) เป็นกลุ่มเดียวที่มีการเติบโตกว่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3239786">ttb analytics มองอนาคตธุรกิจสื่อและโฆษณาออนไลน์โตต่อเนื่อง สวนทางสื่อดั้งเดิม แนะธุรกิจสื่อปรับเปลี่ยนรูปแบบเพื่อเพิ่มมูลค่าและขยายฐานลูกค้า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ttb analytics มองส่งออกการค้าชายแดนและผ่านแดนของไทยไม่สะดุดจากหลากหลายความท้าทายทางเศรษฐกิจ คาดทั้งปี 2565 ยอดแตะ 1 ล้านล้านบาทต่อเนื่องเป็นปีที่สอง]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3216265</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 22 Jul 2022 15:25:24 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/finance/3216265</guid>

					<description><![CDATA[<p>ตั้งแต่ปี 2563 การค้าชายแดนและผ่านแดนของไทยอยู่ในภาวะซบเซาเนื่องจากมีการปิดจุดผ่านแดนในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในปี 2564 แม้ยังมีการแพร่ระบาดอยู่ แต่การส่งออกทางชายแดนไปยังประเทศเพื่อนบ้านและผ่านแดนไปยังประเทศที่สามกลับเติบโตสวนกระแสแตะ 1 ล้านล้านบาท สำหรับในปี 2565 ทั้งไทยและประเทศเพื่อนบ้านต่างมีมาตรการผ่อนปรนการข้ามแดนและผ่านแดนระหว่างกัน ทำให้เป็นโอกาสของการค้าชายแดนที่จะสามารถฟื้นตัวได้ อย่างไรก็ดี จากปัญหาด้านเศรษฐกิจการเงินของประเทศคู่ค้า ได้แก่ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) และเมียนมา รวมถึงมาตรการคุมเข้มโควิดของจีน เป็นโจทย์ท้าทายการส่งออกทางการค้าชายแดนและผ่านแดนว่าจะสามารถโตต่อเนื่องหรือสะดุดในช่วงครึ่งปีหลังนี้ เส้นทางส่งออกการค้าชายแดนและผ่านแดนฟื้นตัวเร็ว หนุนด้วยการส่งออกผ่านแดนไปจีนที่ขยายตัวเร่ง ในช่วงก่อนสถานการณ์โควิด-19 ปี 2559 &#8211; 2562 การส่งออกผ่านการค้าชายแดนและผ่านแดนอยู่ที่ปีละ 7.6 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นการส่งออกทางชายแดนไปยังประเทศคู่ค้าเพื่อนบ้าน ได้แก่ มาเลเซีย กัมพูชา สปป.ลาว และเมียนมารวมปีละ 5.6 แสนล้านบาท และการส่งออกผ่านแดนไปยังประเทศที่สาม ซึ่งหลัก ๆ ได้แก่ จีน สิงคโปร์ และเวียดนาม เฉลี่ยอยู่ที่ 2 แสนล้านบาท สำหรับในปี 2563 เกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 พบว่า ยอดส่งออกทางการค้าชายแดนลดลงเหลือ 4.5 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3216265">ttb analytics มองส่งออกการค้าชายแดนและผ่านแดนของไทยไม่สะดุดจากหลากหลายความท้าทายทางเศรษฐกิจ คาดทั้งปี 2565 ยอดแตะ 1 ล้านล้านบาทต่อเนื่องเป็นปีที่สอง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ttb analytics ชี้ครึ่งหลังของปี 2565 มีแรงกระแทกจากต้นทุนธุรกิจเพิ่มขึ้น ภายใต้ข้อจำกัดในการขึ้นราคาสินค้า แนะผู้ประกอบการจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3211393</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 08 Jul 2022 15:17:13 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/finance/3211393</guid>

					<description><![CDATA[<p>ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics คาดช่วงครึ่งหลังของปี 2565 แรงกดดันฝั่งต้นทุนของผู้ประกอบการยังส่งผลต่อเนื่อง ทำให้ราคาสินค้ามีแนวโน้มทยอยปรับตัวเพิ่ม หลังเริ่มมีสัญญาณบ่งชี้ผ่านดัชนีราคาผู้บริโภคที่ทะยานสูงเกิน 7% ในเดือนพฤษภาคมและมิถุนายนที่ผ่านมา ทั้งนี้ จากการศึกษาพบลักษณะการเพิ่มของราคาสินค้า มีความแตกต่างตามความสามารถในการปรับราคาของแต่ละอุตสาหกรรม กอปรกับประเด็นความจำเป็นของการขึ้นราคา ซึ่งเป็นเครื่องชี้วัดถึงความถี่และระยะเวลาที่จะมีการขึ้นราคาสินค้าและบริการ ปี 2565 นับเป็นปีที่ท้าทายสำหรับผู้ประกอบการจากภาวะต้นทุนสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากแรงกดดันหลายระลอก นับตั้งแต่ปัญหาราคาน้ำมันที่เป็นต้นทุนการผลิต และต้นทุนค่าขนส่งที่ปรับเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญต่อเนื่องจากปี 2564 ที่ผ่านมา มีแนวโน้มต้นทุนที่เพิ่มขึ้นคล้ายชะลอตัวลงในช่วงต้นปี 2565 แต่ภายหลังความขัดแย้ง รัสเซีย-ยูเครน ซึ่งเป็นแรงกดดันระลอกใหม่เข้ากดดันภาคธุรกิจต่อเนื่อง ส่งผลให้ราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์อย่างรวดเร็วในระยะเวลาอันสั้น นอกจากนี้ ยังส่งผลต่อภาคการเกษตรที่อุปทานสินค้าเกษตรหลายรายการเริ่มประสบภาวะขาดแคลนส่งผลต่อเงินเฟ้อกลุ่มอาหารที่ทะยานสูงขึ้นชัดเจนในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ทิศทางของปัจจัยราคาพลังงาน ต้นทุนค่าขนส่ง และ ราคาวัตถุดิบทั้งภาคอุตสาหกรรมและเกษตร ที่ทยอยปรับเพิ่มขึ้นพร้อมกัน ส่งผลให้ผู้ประกอบการเริ่มประสบปัญหาในการรับต้นทุน โดยดัชนีราคาผู้ผลิตในช่วงครึ่งปีแรกเพิ่มขึ้น 11.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเริ่มมีสัญญาณการส่งผ่านราคาไปยังผู้บริโภค สะท้อนผ่านดัชนีราคาผู้บริโภคที่ทะยานตัวสูงสุดในรอบ 13 ปี ที่ระดับ 7.66% ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา และทำให้ในครึ่งปีแรกเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น 5.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งตามสภาวการณ์ปัจจุบัน แนวโน้มแรงกดดันฝั่งต้นทุนคาดว่ายังไม่จบลงในระยะสั้น ดังนั้น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3211393">ttb analytics ชี้ครึ่งหลังของปี 2565 มีแรงกระแทกจากต้นทุนธุรกิจเพิ่มขึ้น ภายใต้ข้อจำกัดในการขึ้นราคาสินค้า แนะผู้ประกอบการจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ttb analytics ประเมินเศรษฐกิจไทยปี 2565 เติบโต 2.8% จากเศรษฐกิจโลกชะลอตัวและการใช้จ่ายงบประมาณเริ่มมีข้อจำกัด]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3197464</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 02 Jun 2022 11:34:59 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/finance/3197464</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในไตรมาส 1/2565 เศรษฐกิจไทยขยายตัวที่ 2.2% เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันในปี 2564 ซึ่งเป็นการฟื้นตัวต่อเนื่องจากไตรมาสสุดท้าย ทั้งในส่วนของการบริโภค การลงทุนภาคเอกชน และการส่งออกสินค้า แต่ในระยะต่อไป แรงส่งของการเติบโตทางเศรษฐกิจไทยจะลดลง หลังเศรษฐกิจโลกชะลอตัวชัดเจน อันเป็นผลจากสงครามในยุโรปและผลกระทบจากเงินเฟ้อที่เร่งตัว ขณะที่การเบิกจ่ายงบประมาณเริ่มมีข้อจำกัด สำหรับเศรษฐกิจภาคต่างประเทศปี 2565 ของไทย ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics ได้ปรับลดอัตราการเติบโตของปริมาณการส่งออกสินค้า เนื่องจากเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวช้าลงจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน โดยในเดือนเมษายน 2565 ไอเอ็มเอฟได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกปี 2565 ลงเหลือเพียง 3.6% จากที่เคยประเมินไว้ที่ 4.4% นอกจากนี้ ปัญหาการชะงักงันในห่วงโซ่อุปทานและการขาดแคลนวัตถุดิบ โดยเฉพาะชิปเซมิคอนดักเตอร์ที่มีมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะหลังจากที่จีนมีมาตรการล็อกดาวน์เมืองที่เป็นฐานการผลิตสำคัญหลายแห่งในช่วงที่ผ่านมา ได้ส่งผลต่อกระบวนการผลิตและการส่งออกสินค้าบางส่วนของไทย สำหรับแนวโน้มเงินบาทที่อ่อนค่าลงจะช่วยรักษาศักยภาพการแข่งขันด้านราคาของสินค้าไทยในตลาดโลกได้เพียงบางส่วน นอกจากนี้ การท่องเที่ยวไทยยังฟื้นตัวสอดคล้องกับที่เคยประเมินไว้ จึงคงจำนวนนักท่องเที่ยวปี 2565 อยู่ที่ 4.5 ล้านคน นำโดยนักท่องเที่ยวจากยุโรป อาเซียน และเอเชียตะวันออก (ไม่รวมจีน) ที่ยังเดินทางเข้าไทยเพิ่มขึ้นตามคาด หลังไทยผ่อนคลายมาตรการที่ทำให้การเดินทางเข้าออกประเทศสะดวกมากขึ้น ทั้งนี้ จำนวนนักท่องเที่ยวจีนยังคงทรงตัวในระดับต่ำ แต่คาดว่าจะเดินทางกลับมาเที่ยวไทยมากขึ้นในไตรมาส [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3197464">ttb analytics ประเมินเศรษฐกิจไทยปี 2565 เติบโต 2.8% จากเศรษฐกิจโลกชะลอตัวและการใช้จ่ายงบประมาณเริ่มมีข้อจำกัด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ttb analytics มองสงกรานต์เป็นจุดเริ่มกลับสู่โหมดเดินทางท่องเที่ยวหลังอั้นมาสองปี ดันรายได้การท่องเที่ยวไทย ปี 2565 แตะ 1 ล้านล้านบาท สูงสุดในรอบกว่าสองปี]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3177918</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 07 Apr 2022 13:50:15 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/finance/3177918</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากสถานการณ์ท่องเที่ยวของไทยที่เริ่มมีสัญญาณดีขึ้นในช่วงปลายปี 2564 ต่อเนื่องมาช่วงต้นปีแม้ยังคงเผชิญกับสถานการณ์โควิด-19 สะท้อนจากหลากหลายเครื่องชี้วัดด้านการท่องเที่ยวในช่วง 2 เดือนแรกที่ปรับดีขึ้นต่อเนื่องทั้งจำนวนนักท่องเที่ยว อัตราการเข้าพัก ซึ่งนำไปสู่รายได้จากนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติเพิ่มขึ้นกว่า 1.5 แสนล้านบาท แต่จากแรงกดดันด้านอัตราเงินเฟ้อซึ่งส่งผลให้ค่าครองชีพสูงขึ้น กอปรกับการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติยังไม่ถึงระดับก่อนเกิดโควิด-19 โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากจีนและรัสเซีย แม้ทยอยปลดล็อกมาตรการเดินทางเข้าประเทศแล้วก็ตาม อย่างไรก็ดี ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics ประเมินว่า ยังคงมีปัจจัยบวกที่หนุนการท่องเที่ยวไทยให้ฟื้นตัวต่อเนื่อง ดันรายได้นักท่องเที่ยวรวมทั้งปีเพิ่มขึ้นแตะ 1 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 37%ของรายได้ปี 2562 จับสัญญาณโหมดเดินทางท่องเที่ยวเริ่มมีความชัดเจนมากขึ้นตั้งแต่ต้นปี หากเปรียบเทียบสถานการณ์การเดินทาง ณ ปัจจุบันกับช่วงวิกฤตโควิด-19 ในปี 2563 &#8211; 2564 โดยใช้ข้อมูลบ่งชี้แบบ Real Time ของ Facebook Mobility พบว่าการเปลี่ยนแปลงของการเคลื่อนที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในทุกภาค โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ สอดคล้องกับดัชนีสะท้อนการเดินทาง (BOT Regional Activity Tracker) ที่ให้ภาพการเดินทางที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ เมื่อพิจารณาถึงข้อมูลของสถิติด้านการท่องเที่ยว พบว่าอัตราการเข้าพักในช่วง 2 เดือนแรกปี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3177918">ttb analytics มองสงกรานต์เป็นจุดเริ่มกลับสู่โหมดเดินทางท่องเที่ยวหลังอั้นมาสองปี ดันรายได้การท่องเที่ยวไทย ปี 2565 แตะ 1 ล้านล้านบาท สูงสุดในรอบกว่าสองปี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ttb analytics คาดผู้ประกอบการร้านอาหารปี 2565 แบกรับต้นทุนวัตถุดิบเพิ่มขึ้นกว่า 9-12% ของรายได้ แนะรัฐฯ ดูแลราคาสินค้าวัตถุดิบ พร้อมหนุนกำลังซื้อผู้บริโภค]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3147029</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 21 Jan 2022 14:13:53 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/finance/3147029</guid>

					<description><![CDATA[<p>ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics ประเมินผู้ประกอบการ SMEs ร้านอาหาร ต้องแบกต้นทุนจากราคาวัตถุดิบที่เพิ่มสูงขึ้นกว่า 9-12% คิดเป็นมูลค่า 2.1 &#8211; 2.7 หมื่นล้านบาท โดยกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อย (Micro) ถูกกระทบสูงสุดกว่า 3 แสนรายจากฐานรายได้ต่ำ แนะรัฐฯ ดูแลราคาสินค้าวัตถุดิบ พร้อมหนุนกำลังซื้อผู้บริโภค ปี 2565 ผู้ประกอบการอาหารโดยเฉพาะกลุ่ม SMEs เผชิญโจทย์ท้าทายใหญ่ด้านราคาวัตถุดิบที่ใช้ปรุงอาหารเพื่อจำหน่ายมีราคาเพิ่มขึ้นพร้อมกันหลายรายการ โดยมีการทยอยปรับขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายปี 2564 ส่งผลให้ผู้ประกอบการร้านอาหารต้องแบกภาระเพิ่ม ทั้งนี้ พบว่าจากผู้ประกอบการอาหารกลุ่ม SMEs ทั้งหมดจำนวน 335,758 ราย ซึ่งส่วนใหญ่มีความเปราะบางทางการเงินและขนาดรายได้ที่ไม่สูง ได้รับผลกระทบอย่างมาก โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการขนาดย่อย (Micro) ที่มีสัดส่วนผู้ประกอบการสูงถึง 90.4% ttb analytics ประเมินผลกระทบจากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น ซึ่งส่งผลต่อต้นทุนและรายได้ โดยการวิเคราะห์โครงสร้างต้นทุนด้วยตารางปัจจัยการผลิตและผลผลิต (Input-Out table) และแนวโน้มราคาสินค้าที่ได้รับผลกระทบปัญหา Supply Shock รวมถึงทิศทางราคาวัตถุดิบอยู่ในระดับสูงในช่วงครึ่งแรกของปี 2565 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3147029">ttb analytics คาดผู้ประกอบการร้านอาหารปี 2565 แบกรับต้นทุนวัตถุดิบเพิ่มขึ้นกว่า 9-12% ของรายได้ แนะรัฐฯ ดูแลราคาสินค้าวัตถุดิบ พร้อมหนุนกำลังซื้อผู้บริโภค</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ttb analytics คาดทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้นสหรัฐฯ หนุนเงินบาทอ่อนต่อเนื่องในปีหน้า แนะธุรกิจวางแผนรองรับความเสี่ยงจากความผันผวนระยะสั้น]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3112667</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 21 Oct 2021 17:30:26 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/finance/3112667</guid>

					<description><![CDATA[<p>ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีทีบี หรือ ttb analytics คาดทิศทางเงินบาทยังคงอ่อนค่าต่อในปี 2565 แม้เศรษฐกิจไทยจะมีการฟื้นตัวในด้านท่องเที่ยว แต่ประเด็นการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐฯ ตามสภาพอัตราเงินเฟ้อและเศรษฐกิจ ส่งผลให้ดอลลาร์สหรัฐฯ มีการแข็งค่าต่อเนื่อง คาดเม็ดเงินไหลกลับสหรัฐฯ ประเมินกรอบค่าเงินบาทปี 2565 ไว้ที่ 33.5 – 35.0 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ แนะธุรกิจวางแผนรองรับความเสี่ยงจากความผันผวนที่เพิ่มขึ้นจากการแข็งค่าเงินบาทในระยะสั้น คาดธนาคารกลางสหรัฐฯ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายปีหน้า จากปัจจัยเงินเฟ้อและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ทิศทางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ มีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง หลังจากตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์เดลตาปรับตัวลดลงตั้งแต่เดือนกันยายน ซึ่งข้อมูลทางเศรษฐกิจแสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวด้านการบริโภคและตลาดแรงงาน โดยอัตราการว่างงานของสหรัฐฯ ปรับตัวลงต่ำสุดนับตั้งแต่มีการระบาดของโรคโควิด-19 อยู่ที่ 4.8% อย่างไรก็ตาม สถานการณ์เงินเฟ้อมีแนวโน้มอยู่ระดับสูงในระยะยาว อันเป็นผลจากปัจจัยพื้นฐานด้านพลังงานและต้นทุนวัตถุดิบ ส่งผลให้ต้นทุนค่าขนส่งและต้นทุนการผลิตมีการปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น ทำให้ราคาสินค้าปรับตัวเพิ่มขึ้น และอัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับสูงในปี 2565 ดังนั้น ธนาคารกลางสหรัฐฯ อาจมีแนวโน้มพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในปี 2565 หลังจากที่การประชุมเมื่อปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา ธนาคารกลางสหรัฐฯ ได้แสดงถึงแนวทางการดำเนินนโยบายด้านการเงินที่ตึงตัวมากขึ้น เห็นได้จากการวางแผนลดการเข้าซื้อสินทรัพย์ (Quantitative Easing: QE) เพื่อลดขนาดสินทรัพย์ที่ถือครองอยู่ ยิ่งไปกว่านั้น การคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Dot Plot) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3112667">ttb analytics คาดทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้นสหรัฐฯ หนุนเงินบาทอ่อนต่อเนื่องในปีหน้า แนะธุรกิจวางแผนรองรับความเสี่ยงจากความผันผวนระยะสั้น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
	</channel>
</rss>
