<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
>
<channel>
	<title>ThaiPR.NET</title>
	<atom:link href="https://www.thaipr.net/tag/%e0%b8%a8%e0%b8%b9%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thaipr.net/tag/ศูนย์วิจัยกสิกรไทย</link>
	<description>Press Release Distribution Center of Thailand</description>
	<lastBuildDate>Fri, 07 Aug 2026 17:40:00 +0700</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.1</generator>
	<item>
		<title><![CDATA[ประชุม Fed 28-29 ก.ค. 2569 มีมติ 9-3 คงดอกเบี้ย 3.50-3.75% ตามคาด มองยังคงดอกเบี้ยตลอดทั้งปี แม้โอกาสปรับขึ้นมีอยู่]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3745339</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 30 Jul 2026 13:24:29 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3745339</guid>

					<description><![CDATA[<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3745339">ประชุม Fed 28-29 ก.ค. 2569 มีมติ 9-3 คงดอกเบี้ย 3.50-3.75% ตามคาด มองยังคงดอกเบี้ยตลอดทั้งปี แม้โอกาสปรับขึ้นมีอยู่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ปริมาณส่งออก Lactic Acid ไทยคาดจะโต 7.4% ในปี 2026 จากส่งออกไปจีนและสเปน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3744985</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 30 Jul 2026 09:59:16 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3744985</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปริมาณส่งออก Lactic Acid ไทยคาดจะโต 7.4% ในปี 2026 จากส่งออกไปจีนและสเปน ซึ่งเป็นตลาดส่งออกหลักของไทย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3744985">ปริมาณส่งออก Lactic Acid ไทยคาดจะโต 7.4% ในปี 2026 จากส่งออกไปจีนและสเปน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ปริมาณส่งออกแป้งดัดแปรไทยคาดโต 2.4% ในปี 2026]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3744710</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 27 Jul 2026 11:36:34 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3744710</guid>

					<description><![CDATA[<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3744710">ปริมาณส่งออกแป้งดัดแปรไทยคาดโต 2.4% ในปี 2026</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เงินเฟ้อไตรมาส 2 ปี 2569 เร่งตัวน้อยกว่าคาด แต่เห็นการปรับขึ้นของราคาสินค้าที่ขยายวงกว้างขึ้น]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3738118</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 07 Jul 2026 09:42:40 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3738118</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในเดือนมิ.ย. 2569 เงินเฟ้อไทยเป็นบวกชะลอลงที่ 2.42%YoY สวนทางกับที่คาดว่าจะเร่งตัวขึ้น สะท้อนแรงกดดันด้านอุปทานต่อการปรับขึ้นของราคาน้อยกว่าที่คาดการณ์ โดยดัชนีราคาพลังงานปรับเพิ่มขึ้น 13.7%YoY (Contribution to inflation: 2.0%) ปรับเพิ่มขึ้นในอัตราที่ชะลอลง หลังสหรัฐฯ และอิหร่านลงนามข้อตกลงพักรบชั่วคราวในช่วงกลางเดือนมิ.ย. ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับลดลง โดยภาพรวมราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยในประเทศเดือนมิ.ย. ปรับลดลงราว -4.6%MoM แต่ยังสูงกว่าระดับก่อนเกิดสงครามราว 25.4% นอกจากนี้ ดัชนีราคาเนื้อสัตว์ปรับลดลง -3.2%YoY (Contribution to inflation: -0.2%) เนื่องจากปริมาณอุปทานที่เข้าสู่ตลาดมีจำนวนมากเกินความต้องการบริโภค สำหรับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศ คาดว่าจะปรับลดลงช้ากว่าราคาตลาดโลก สะท้อนจากราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลคงอยู่ที่ระดับ 37.5 บาทต่อลิตรตั้งแต่วันที่ 19 มิ.ย. ไม่เปลี่ยนแปลง ในขณะที่ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับลดลง -10.6% เทียบกับช่วงเดียวกัน เนื่องจากภาระหนี้สะสมจากการอุดหนุนราคาพลังงานในช่วงที่ผ่านมายังสูง โดยกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงยังมีฐานะติดลบเกินกว่า 57,000 ล้านบาท (ข้อมูล ณ 28 มิ.ย.69) ทั้งนี้ คาดการณ์ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลเฉลี่ยทั้งปีจะอยู่ที่ 35 บาทต่อลิตร ซึ่งยังสูงกว่าปีก่อนหน้าที่เฉลี่ย 32 บาทต่อลิตร [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3738118">เงินเฟ้อไตรมาส 2 ปี 2569 เร่งตัวน้อยกว่าคาด แต่เห็นการปรับขึ้นของราคาสินค้าที่ขยายวงกว้างขึ้น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ปี 2569 คาดที่อยู่อาศัยรอขายสะสมทั่วประเทศมีจำนวนสูงกว่า 6 แสนหน่วย]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3738009</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 06 Jul 2026 17:22:14 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3738009</guid>

					<description><![CDATA[<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3738009">ปี 2569 คาดที่อยู่อาศัยรอขายสะสมทั่วประเทศมีจำนวนสูงกว่า 6 แสนหน่วย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เงินบาทแข็งค่ากลับมา ขณะที่ดัชนีหุ้นไทยปิดเหนือ 1,600 จุด]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3737729</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 06 Jul 2026 15:41:35 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3737729</guid>

					<description><![CDATA[<p>สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท เงินบาทแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยช่วงต้นสัปดาห์ โดยมีแรงหนุนจากการฟื้นตัวของราคาทองคำในตลาดโลก และทิศทางฟันด์โฟลว์ของนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งซื้อสุทธิทั้งหุ้นและพันธบัตรไทย อย่างไรก็ดี เงินบาทลดช่วงบวกและกลับไปอ่อนค่าลงเล็กน้อยในช่วงกลางสัปดาห์สอดคล้องกับสกุลเงินอื่น ๆ ในเอเชีย และเงินเยน (ที่ทำสถิติอ่อนค่าสุดในรอบ 40 ปี) สวนทางเงินดอลลาร์ฯ ที่ได้รับแรงหนุนจากการคาดการณ์ถึงโอกาสการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด และความไม่แน่นอนของการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน เงินบาทพลิกกลับมาแข็งค่าอีกครั้ง โดยแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 1 สัปดาห์ที่ 33.13 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในช่วงท้ายสัปดาห์ตามการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำในตลาดโลก ขณะที่ เงินดอลลาร์ฯ เผชิญแรงขายท่ามกลางกระแสการคาดการณ์ว่า เฟดอาจไม่รีบปรับขึ้นดอกเบี้ยในเร็ว ๆ นี้ เนื่องจากตลาดตีความถ้อยแถลงของประธานเฟดว่าเป็นท่าทีในเชิง Dovish (นาย เควิน วอร์ช กล่าวว่า การคาดการณ์เงินเฟ้อและความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อได้ปรับตัวลงตลอดในช่วง 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา) ประกอบกับตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ออกมาต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของตลาด สัปดาห์ระหว่างวันที่ 6-10 ก.ค. 2569 ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่ระดับ 32.70-33.40 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขอัตราเงินเฟ้อเดือนมิ.ย. ของไทย ฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ สถานการณ์ในตะวันออกกลาง และถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟดส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3737729">เงินบาทแข็งค่ากลับมา ขณะที่ดัชนีหุ้นไทยปิดเหนือ 1,600 จุด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ศูนย์วิจัยกสิกรไทยชี้เศรษฐกิจไทยทยอยฟื้นตัวในครึ่งหลังของปี 2569 ตามแรงหนุนจากมาตรการรัฐ แต่ภาคธุรกิจยังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3730808</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 16 Jun 2026 14:38:08 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3730808</guid>

					<description><![CDATA[<p>แม้ศูนย์วิจัยกสิกรไทยจะคงประมาณการจีดีพีปี 2569 ไว้ที่ 2.0% แต่มองว่าจีดีพีน่าจะผ่านจุดต่ำสุดในไตรมาส 2/2569 อย่างไรก็ตาม ราคาพลังงานที่ไม่ลดลงเร็ว จะทำให้เงินเฟ้อในช่วงครึ่งปีหลังเร่งตัวขึ้นต่อ ส่งผลให้ค่าเฉลี่ยเงินเฟ้อทั้งปีอยู่ที่ 3.1% ขณะที่ กนง.น่าจะรอติดตามสถานการณ์และเลือกคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.0% ส่วนทิศทางค่าเงินบาท อาจอ่อนค่าลงจากปัจจัยพื้นฐานของเศรษฐกิจไทย ปิดสิ้นปี 2569 ที่ 32.80 บาท จากประมาณ 32.50-32.60 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในปัจจุบัน นางสาวณัฐพร ตรีรัตน์ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า ทิศทางเศรษฐกิจไทยน่าจะผ่านจุดต่ำสุดในช่วงไตรมาส 2/2569 และทยอยฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลัง โดยเฉพาะในไตรมาส 3/2569 จากแรงหนุนของมาตรการภาครัฐ ในขณะที่ความเสี่ยงเศรษฐกิจยังอยู่ที่ความไม่แน่นอนจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ซึ่งอาจกระทบต่อภาคการส่งออกของไทยในช่วงที่เหลือของปี ทั้งนี้ แม้ความขัดแย้งอิหร่านจะได้ข้อยุติ แต่ราคาพลังงานโลกยังคงไม่ลดลงเร็วมากนัก ทำให้การส่งผ่านต้นทุนราคาผู้ผลิตไปยังตะกร้าสินค้าผู้บริโภคจะยังคงมีต่อเนื่อง โดยจะยังเห็นเงินเฟ้อทั่วไปเร่งตัวสูงสุดในไตรมาส 3-4 ของปี ด้าน นางสาวเกวลิน หวังพิชญสุข รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3730808">ศูนย์วิจัยกสิกรไทยชี้เศรษฐกิจไทยทยอยฟื้นตัวในครึ่งหลังของปี 2569 ตามแรงหนุนจากมาตรการรัฐ แต่ภาคธุรกิจยังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[อียู-บราซิล-จีน ร่วมมือจัดตั้งกลุ่มพันธมิตรตลาดคาร์บอน ผลักดันระบบตลาดคาร์บอนภาคบังคับทั่วโลก]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3728356</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 08 Jun 2026 17:41:44 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3728356</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปัจจุบันตลาดคาร์บอนภาคบังคับ ได้แก่ ระบบ Emission Trading Scheme (ETS) และภาษีคาร์บอนทั่วโลก ความครอบคลุมปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพิ่มมากขึ้นราว 28% ของปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมด จากตลาดคาร์บอนภาคบังคับระดับชาติรวมกันกว่า 80 ระบบ ใน 50 ประเทศ จึงมีความจำเป็นในการกำหนดมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง เช่น ระบบ Measurement/Monitoring, Reporting, and Verification (MRV) การวัดและรายงานปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การทวนสอบข้อมูล การทำบัญชีคาร์บอน เพื่อป้องกันปัญหาด้านการนับซ้ำ และคุณภาพของการลดก๊าซเรือนกระจก EU ถือเป็นประเทศที่เป็นผู้นำด้านระบบตลาดคาร์บอน โดยมีการบังคับใช้ EU ETS ตั้งแต่ปี 2005 ซึ่งปัจจุบันครอบคลุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของภูมิภาคกว่า 40% คิดเป็น 2.5% ของปริมาณก๊าซเรือนกระจกของโลก ขณะที่จีนกำลังมีบทบาทในตลาดคาร์บอนเนื่องจากเริ่มขยายขอบเขตของมาตรการ China National ETS ให้ครอบคลุมอุตสาหกรรมหนัก ได้แก่ เหล็ก ซีเมนต์ และอลูมิเนียม ซึ่งครอบคลุมปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 51% ของประเทศ คิดเป็น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3728356">อียู-บราซิล-จีน ร่วมมือจัดตั้งกลุ่มพันธมิตรตลาดคาร์บอน ผลักดันระบบตลาดคาร์บอนภาคบังคับทั่วโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สหรัฐฯ ร่วมกับอิสราเอลโจมตีอิหร่านยกระดับความตึงเครียดในตะวันออกกลาง]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3699769</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 05 Mar 2026 13:14:47 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3699769</guid>

					<description><![CDATA[<p>วิกฤตการณ์จากการโจมตี “Operation Epic Fury” เมื่อวันที่ 28 ก.พ. 2569 นำไปสู่การเสียชีวิตของผู้นำสูงสุดอิหร่านและการตอบโต้ทางทหารอย่างรุนแรงทั่วภูมิภาค ส่งผลให้เกิดการหยุดชะงักของแหล่งผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติสำคัญ ซึ่งกระทบต่ออุปทานพลังงานและส่งผลให้เกิดภาวะชะงักงันของการผลิตปิโตรเคมีขั้นกลางและขั้นปลายตามมา นอกจากนี้ การปิดช่องแคบฮอร์มุซยังสร้างภาวะชะงักงันต่อเส้นทางขนส่งพลังงานหลักที่ยากจะทดแทนได้ ด้านโลจิสติกส์ สายการเดินเรือยักษ์ใหญ่ได้ระงับเส้นทางผ่านคลองสุเอซและเปลี่ยนไปอ้อมทวีปแอฟริกาแทน ขณะที่การปิดน่านฟ้าและความเสียหายต่อบางสนามบินโดยเฉพาะในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ทำให้สายการบินต้องยกเลิกหรือบินอ้อมเส้นทาง และส่งผลให้ค่าโดยสารเครื่องบินดีดตัวสูงขึ้นถึง 4-5 เท่าจากสภาวะปกติ ราคาพลังงานโลกที่ผันผวนเป็นความเสี่ยงขั้นต้นของเศรษฐกิจไทย ตลาดน้ำมันโลกตอบสนองต่อวิกฤตการณ์อย่างรุนแรง โดยในวันที่ 3 มี.ค. 2569 ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งทะลุ 80 ดอลลาร์ฯ ต่อบาร์เรล จากเดิมที่ระดับ 70 ดอลลาร์ฯ ขณะที่ราคา LNG ในยุโรปกระโดดสูงขึ้นกว่า 40% และตลาดเอเชีย (JKM) ปรับเพิ่มขึ้นกว่า 20% ภายในวันเดียว ผลจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซและการหยุดชะงักของโรงกลั่นสำคัญ ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้ประเมิน 3 ฉากทัศน์ตามความยืดเยื้อของสถานการณ์ ดังนี้ ฉากทัศน์ ความเป็นไปได้ ระดับราคาน้ำมันสูงสุด (USD/ barrel) ราคาน้ำมันเฉลี่ย (USD/ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3699769">สหรัฐฯ ร่วมกับอิสราเอลโจมตีอิหร่านยกระดับความตึงเครียดในตะวันออกกลาง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[การประชุม กนง. 25 ก.พ. คาดคงดอกเบี้ยที่ 1.25% หลัง GDP ไทยออกมาสูงกว่าคาด]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3695582</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 20 Feb 2026 16:20:31 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3695582</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในการประชุมกนง. วันที่ 25 ก.พ. 2569 คาดว่าที่ประชุมจะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ 1.25% หลังจากเศรษฐกิจไทยไตรมาส 4/2568 ขยายตัวดีกว่าที่คาด และความเสี่ยงทางการเมืองมีแนวโน้มลดลงภายหลังทราบผลการเลือกตั้ง ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า กนง. มีแนวโน้มปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 1 ครั้ง สู่ระดับ 1.00% ในปีนี้ โดยคาดว่าอาจเกิดขึ้นในการประชุมรอบเดือนมิ.ย. 2569 เพื่อรอประเมินตัวเลข GDP ไตรมาส 1/2569 ที่จะออกมาในเดือนพ.ค. 2569 ซึ่งคาดว่าจะชะลอตัวลงอย่างมีนัยสำคัญและอาจเป็นจุดต่ำสุดของปี ปัจจัยกดดันหลักมาจากภาวะสุญญากาศทางการเมืองที่ทำให้การเบิกจ่ายงบลงทุนภาครัฐชะลอลง ประกอบกับแรงส่งจากการบริโภคภาคเอกชนที่แผ่วลงหลังจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่าง คนละครึ่ง เฟส 1 และมาตรการอุดหนุนรถยนต์ไฟฟ้า EV 3.0 สิ้นสุดลง ขณะที่ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 แม้เศรษฐกิจไทยมีโอกาสทยอยฟื้นตัวหากสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้รวดเร็วและมีการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม แต่เศรษฐกิจไทยยังคงเผชิญกับความเสี่ยงรอบด้าน ทั้งจากภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัวและค่าเงินบาทที่แข็งค่าซึ่งกระทบต่อภาคการส่งออกและท่องเที่ยว นอกจากนี้ ข้อจำกัดทางการคลังในการกระตุ้นเศรษฐกิจมีมากขึ้น และภาครัฐจำเป็นต้องลดการขาดดุลตามแผนการคลังระยะปานกลาง นอกจากนี้ สินเชื่อมีแนวโน้มหดตัวต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ในปีนี้ โดยสินเชื่อในกลุ่ม SMEs และสินเชื่อรายย่อยยังคงเผชิญข้อจำกัดในการเข้าถึงสภาพคล่องและการฟื้นตัวของรายได้ ซึ่งการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงสู่ระดับ 1.00% อาจช่วยบรรเทาภาระทางการเงินและเพิ่มโอกาสในการชำระหนี้ของลูกหนี้ได้บางส่วน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3695582">การประชุม กนง. 25 ก.พ. คาดคงดอกเบี้ยที่ 1.25% หลัง GDP ไทยออกมาสูงกว่าคาด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มอง 1 ปีหลังภาษีทรัมป์ การค้าโลกไม่เหมือนเดิม]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3695446</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 20 Feb 2026 13:51:40 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3695446</guid>

					<description><![CDATA[<p>ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองนโยบาย “America First Trade Policy” เปลี่ยนทิศทางการค้าสหรัฐฯ และเพิ่มความไม่แน่นอนต่อเศรษฐกิจโลกผ่านมาตรการภาษีนำเข้าที่ขยายจากจีนไปยังหลายประเทศ สู่การเก็บภาษีนำเข้ากับนานาประเทศทั่วโลกและในหลายอุตสาหกรรม ส่งผลให้เศรษฐกิจและการค้าโลกเผชิญกับความไม่แน่นอนสูง ขณะที่ปี 69 จะมีเหตุการณ์สำคัญต่อทิศทางการค้า เช่น การพบผู้นำจีน–สหรัฐฯ การทบทวนข้อตกลงการค้าเสรีฉบับปรับปรุงใหม่ระหว่างสหรัฐฯ เม็กซิโก และแคนาดา (United States-Mexico-Canada Agreement: USMCA) และติดตามคำตัดสินของศาลเกี่ยวกับการใช้ IEEPA (International Emergency Economic Powers Act) เพื่อออกนโยบายภาษีจะเป็นโมฆะหรือไม่ ซึ่งสหรัฐฯ ใช้นโยบายภาษีนำเข้าเพื่อปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศ สำหรับไทยต้องเร่งทำข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) กับสหภาพยุโรป (EU) และสหรัฐฯ เพื่อไม่ให้เสียเปรียบ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับที่แข่งกับอินเดียโดยตรง นายบุรินทร์ อดุลวัฒนะ กรรมการผู้จัดการ และ Chief Economist บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า การประกาศนโยบาย “America First Trade Policy” โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3695446">ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มอง 1 ปีหลังภาษีทรัมป์ การค้าโลกไม่เหมือนเดิม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คว้ารางวัล Best Research Advisory House ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านงานวิจัยทางเศรษฐกิจ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3693832</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 17 Feb 2026 09:22:20 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3693832</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายบุรินทร์ อดุลวัฒนะ กรรมการผู้จัดการ และ Chief Economist บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เป็นผู้แทนเข้ารับรางวัล Best Research Advisory House จากงาน International Finance Awards 2025 สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนางานวิจัยและบทวิเคราะห์ทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ตอกย้ำบทบาทของศูนย์วิจัยกสิกรไทยในฐานะผู้นำด้านการให้คำปรึกษาเชิงวิชาการ เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจทางธุรกิจและการลงทุนของธนาคาร ภาคธุรกิจ และลูกค้าในทุกภาคส่วน สำหรับ International Finance Awards เป็นรางวัลระดับนานาชาติที่มอบให้แก่องค์กรที่มีความเป็นเลิศในอุตสาหกรรมทางการเงินและบริการที่เกี่ยวข้องในระดับภูมิภาคและระดับสากล จัดโดย International Finance นิตยสารด้านธุรกิจและการเงินชั้นนำระดับโลกจากประเทศอังกฤษ ณ โรงแรมวอลดอร์ฟ แอสโทเรีย กรุงเทพฯ เมื่อเร็ว ๆ นี้</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3693832">ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คว้ารางวัล Best Research Advisory House ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านงานวิจัยทางเศรษฐกิจ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[KResearch wins Best Research Advisory House Award, reinforcing leadership in economic research]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/en/finance_en/3693828</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 17 Feb 2026 09:21:39 +0700</pubDate>
				<category>finance_en</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3693828</guid>

					<description><![CDATA[<p>Mr. Burin Adulwattana, Managing Director and Chief Economist of KASIKORN RESEARCH CENTER (KResearch), represented the organization in receiving the Best Research Advisory House Award at the International Finance Awards 2025. This award reflects the organization’s commitment to continuously elevating economic research and analysis, and reinforces KResearch’s position as a leader in providing academic and analytical [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/en/finance_en/3693828">KResearch wins Best Research Advisory House Award, reinforcing leadership in economic research</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เงินเฟ้อไทยเดือนม.ค. 2569 ติดลบที่ -0.66% ยังคงคาดการณ์เงินเฟ้อปี 2569 ที่ 0.4%]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3690549</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 06 Feb 2026 08:46:45 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3690549</guid>

					<description><![CDATA[<p>อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยเดือนม.ค. 2569 ยังติดลบต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 10 และในอัตราที่เพิ่มขึ้นที่ -0.66%YoY จากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ -0.28% ส่วนหนึ่งจากฐานสูงในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมีรายละเอียดดังนี้ ขณะที่ยังต้องติดตามความเสี่ยงด้านเงินฝืด โดยสัดส่วนรายการสินค้าในตระกร้าเงินเฟ้อที่ราคาปรับลดลงเห็นการขยายวงกว้างขึ้นอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางอุปสงค์ที่ชะลอลงและการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นของผู้ประกอบการจากสินค้านำเข้า อย่างไรก็ดี ปัจจุบันเงินเฟ้อไทยอาจยังไม่ได้ถือว่าอยู่ในภาวะเงินฝืดอย่างชัดเจน แต่ถือว่าอยู่ในภาวะเงินเฟ้อต่ำและมีแรงกดดันเงินด้านเงินฝืดเพิ่มขึ้น เนื่องจากเงินเฟ้อพื้นฐานของไทยยังคงเป็นบวกและการบริโภคภาคเอกชนยังขยายตัวได้ ซึ่งปกติจะถือว่าเข้าสู่ภาวะเงินฝืดก็ต่อเมื่อเห็นเงินเฟ้อพื้นฐานติดลบต่อเนื่อง และอุปสงค์รวมหดตัวอย่างชัดเจน เงินเฟ้อไทยเดือนม.ค. 2569 ยังติดลบจากราคาพลังงานในประเทศเป็นสำคัญ</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3690549">เงินเฟ้อไทยเดือนม.ค. 2569 ติดลบที่ -0.66% ยังคงคาดการณ์เงินเฟ้อปี 2569 ที่ 0.4%</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[การส่งออกไทยปี 2566 หดตัว -1.0% โดยไตรมาสสุดท้ายมีแรงส่งจากการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมที่เริ่มฟื้นตัว]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3436535</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 29 Jan 2024 08:39:05 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/finance/3436535</guid>

					<description><![CDATA[<p>การส่งออกไทยในเดือนธันวาคม 2566 ยังคงขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 อยู่ที่ 4.7%YoY ซึ่งส่งผลให้การส่งออกไทยในไตรมาสที่ 4/2566 ขยายตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ไตรมาส จากปัจจัยฐานที่ต่ำในปีก่อนหน้า ประกอบกับมีปัจจัยสนับสนุนจากการส่งออกสินค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมที่เริ่มฟื้นตัว โดยเฉพาะการส่งออกรถยนต์และส่วนประกอบในปีนี้ที่สามารถส่งออกไปยังตลาดคู่ค้ารองของไทยได้มากขึ้น อาทิ ออสเตรเลีย ซาอุดิอาระเบีย ขณะที่การส่งออกสินค้าเกษตรเผชิญกับการหดตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 5 เดือนตามแรงสนับสนุนจากการส่งออกผลไม้ที่ลดลงหลังสิ้นสุดฤดูกาล ดังนั้น จึงส่งผลให้ภาพรวมในปี 2566 มีมูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 284,561.8 ล้านดอลลาร์ฯ หดตัว -1.0% ท่ามกลางการชะลอตัวของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าสำคัญ ขณะที่มีมูลค่าการนำเข้าที่ 289,754.3 ล้านดอลลาร์ฯ หดตัว -3.8% ส่งผลให้ไทยยังคงเผชิญกับการขาดดุลทางการค้า (ตามระบบกรมศุลกากร) เป็นปีที่ 2 ติดต่อกันที่ 5,192.5 ล้านดอลลาร์ฯ</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3436535">การส่งออกไทยปี 2566 หดตัว -1.0% โดยไตรมาสสุดท้ายมีแรงส่งจากการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมที่เริ่มฟื้นตัว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[จำนวนนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทย แซงขึ้นเป็นอันดับ 1]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/travel/3433770</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 19 Jan 2024 13:03:24 +0700</pubDate>
				<category>travel</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/travel/3433770</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในช่วงวันที่ 1-14 มกราคม 2567 นักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยมากเป็นอันดับ 1 โดยมีจำนวน 186,424 คน เป็นผลมาจาก (1) ปัจจัยด้านฤดูกาล ที่ชาวจีนมักเดินทางท่องเที่ยวในช่วงปลายปีต่อเนื่องถึงเทศกาลตรุษจีน ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 10 กุมภาพันธ์ (2) ผลบวกจากมาตรการวีซ่าฟรี ช่วง 25 ก.ย. 2566-29 ก.พ. 2567 เอื้อให้การเดินทางสะดวกขึ้น ในช่วงถัดไป จำนวนนักท่องเที่ยวจีนจะเป็นอันดับ 1 ได้ต่อเนื่องหรือไม่ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ในระยะเฉพาะหน้า คงต้องติดตาม 3 ประเด็น ได้แก่ (1) ช่วงก่อนและหลังตรุษจีน จำนวนนักท่องเที่ยวจีนจะเร่งตัวมากน้อยเพียงใดจากช่วงครึ่งเดือนแรกของมกราคม (2) ข้อสรุปเรื่องมาตรการวีซ่าถาวรจากทางการทั้งสองประเทศ จะมาทันหลังมาตรการวีซ่าฟรีชั่วคราวหมดในสิ้นเดือนกุมภาพันธ์หรือไม่ (3) บรรยากาศและประสบการณ์ของนักท่องเที่ยวจีนในไทย ซึ่งหากทุกฝ่ายสามารถรักษาและกระตุ้นการทำการตลาดได้ตรงจุด ก็น่าจะเป็นผลบวกต่อโมเมนตัมการกลับมาของนักท่องเที่ยวจีนได้ สำหรับทั้งปี 2567 นี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า นักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทย น่าจะสามารถจบปีที่อันดับ 1 ได้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/travel/3433770">จำนวนนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทย แซงขึ้นเป็นอันดับ 1</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[การประชุม FOMC รอบแรกของปี วันที่ 31 ม.ค. &#8211; 1 ก.พ. 66 คาดเฟดปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในอัตราที่ชะลอลงที่ร้อยละ 0.25 หลังเงินเฟ้อมีทิศทางอ่อนแรงลง]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3295480</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 27 Jan 2023 10:34:25 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/finance/3295480</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในการประชุม FOMC รอบแรกของปี วันที่ 31 ม.ค. &#8211; 1 ก.พ. นี้ คาดว่าเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในอัตราที่ชะลอลงที่ร้อยละ 0.25 มาอยู่ที่ระดับ 4.50-4.75% หลังเงินเฟ้อมีทิศทางอ่อนแรงลงอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี จุดสนใจคงอยู่ที่ว่าเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายไปถึงระดับใด ซึ่งเส้นทางดอกเบี้ยนโยบายในระยะข้างหน้าคงขึ้นอยู่กับข้อมูลเศรษฐกิจและเงินเฟ้อที่ออกมาเป็นสำคัญ ตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ เดือน ธ.ค. 2565 ที่ผ่านมาลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 ติดต่อกัน ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณที่ดีว่าเงินเฟ้อเริ่มอ่อนแรงลง ดังนั้น เฟดจึงแนวโน้มที่จะปรับขึ้นดอกเบี้ยในอัตราที่ชะลอลงที่ร้อยละ 0.25 ในการประชุมที่จะถึงนี้ หลังจากปรับขึ้นร้อยละ 0.50 ในการประชุมครั้งก่อนหน้า ทั้งนี้ ตัวเลขเงินเฟ้อทั่วไปของสหรัฐฯ เดือน ธ.ค. 2565 ลดลงอย่างต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 ติดต่อกัน โดยอยู่ที่ระดับ 6.5% YoY ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ ต.ค. 2564 ในขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานที่หักราคาอาหารและพลังงานก็ปรับลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกันโดยอยู่ที่ 5.7% YoY ในเดือน ธ.ค. อย่างไรก็ดี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3295480">การประชุม FOMC รอบแรกของปี วันที่ 31 ม.ค. &#8211; 1 ก.พ. 66 คาดเฟดปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในอัตราที่ชะลอลงที่ร้อยละ 0.25 หลังเงินเฟ้อมีทิศทางอ่อนแรงลง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ปี 2568 PHEV และ BEV อาจมียอดสะสม 3 แสนคัน…แม้ความต้องการชาร์จไฟเพิ่ม แต่การลงทุนจุดชาร์จในที่สาธารณะบางพื้นที่ยังมีความเสี่ยงมาก]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3287016</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 30 Dec 2022 14:42:24 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/finance/3287016</guid>

					<description><![CDATA[<p>ไทยกำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่สังคมรถยนต์พลังงานสะอาด โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า ในปี 2568 มีโอกาสที่รถยนต์ PHEV และ BEV สะสมในประเทศอาจพุ่งไปสูงถึง 300,000 คัน แสดงให้เห็นถึงความต้องการชาร์จไฟฟ้าในประเทศที่จะเร่งตัวขึ้นนับจากนี้ การพัฒนา Ecosystem อย่างจุดชาร์จไฟฟ้าในที่สาธารณะจึงเป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วน ซึ่งหากเทียบเคียงกับกรณีต่างประเทศ จำนวนจุดชาร์จไฟสาธารณะทั่วประเทศอาจควรมีสะสมไม่น้อยกว่า 19,000 ช่องจอด แบ่งเป็นในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลไม่ต่ำกว่า 14,000 ช่องจอด เพื่อรองรับปริมาณรถยนต์เสียบปลั๊กไฟฟ้าสะสมที่เพิ่มขึ้นดังกล่าว อย่างไรก็ดี แม้จะคาดว่าจำนวนจุดชาร์จไฟสาธารณะน่าจะมีแนวโน้มเร่งตัวขึ้นมากดังกล่าว แต่เมื่อผู้ซื้อรถยนต์ PHEV และ BEV ยุคบุกเบิกนี้ ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่มีแนวโน้มติดตั้ง Wall Charger ส่วนตัวในที่พัก ทำให้โอกาสที่จะใช้จุดชาร์จนอกบ้านยิ่งน้อยลง ศูนย์วิจัยกสิกรไทยจึงมองว่า จนถึงปี 2568 จำนวนช่องจอดชาร์จไฟสาธารณะสะสมอาจจะต่ำกว่าตัวเลขที่มองไว้ข้างต้นได้ ซึ่งผู้ประกอบการที่มีแผนจะลงทุนอาจต้องพิจารณาในการเลือกพื้นที่ติดตั้งที่คุ้มค่าให้ดีโดยเฉพาะในเขตกรุงเทพฯ เพื่อลดความเสี่ยงต่างๆที่ต้องเจอรวมถึงปัญหาการขาดสภาพคล่องทางการเงิน โดยกลุ่มที่คาดว่าจะก้าวเข้ามาลงทุนได้ก่อนและมีโอกาสอยู่รอดจนผ่านช่วงยากลำบากนี้ไปได้ คือ กลุ่มที่อยู่ในธุรกิจที่เกี่ยวข้องโดยตรงและมีสายป่านทางการเงินยาว เช่น ธุรกิจพลังงาน ห้างสรรพสินค้า ธุรกิจค้าปลีกขนาดใหญ่ และโรงแรม เป็นต้น</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3287016">ปี 2568 PHEV และ BEV อาจมียอดสะสม 3 แสนคัน…แม้ความต้องการชาร์จไฟเพิ่ม แต่การลงทุนจุดชาร์จในที่สาธารณะบางพื้นที่ยังมีความเสี่ยงมาก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[การประชุมกนง.วันที่ 30 พ.ย. 65 คาดกนง. ทยอยปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายอีกร้อยละ 0.25 มาอยู่ที่ระดับ 1.25% ท่ามกลางแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง ขณะที่เศรษฐกิจเริ่มอยู่ในเส้นทางการฟื้นตัว]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3273656</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 28 Nov 2022 14:29:35 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/finance/3273656</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในการประชุมกนง. ที่จะถึงนี้ ซึ่งเป็นการประชุมกนง. ครั้งสุดท้ายของปีนี้ คาดว่ากนง. จะปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายที่ร้อยละ 0.25 มาอยู่ที่ระดับ 1.25% ท่ามกลางแรงกดดันจากเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง ขณะที่เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวได้อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี การพลิกกลับมาแข็งค่าของค่าเงินบาทตามการอ่อนค่าของค่าเงินดอลลาร์ฯ ส่งผลให้กนง. เผชิญแรงกดดันจากประเด็นด้านค่าเงินลดลง กนง. ยังคงเผชิญแรงกดดันจากเงินเฟ้อในระดับสูง แม้ตัวเลขเงินเฟ้อคาดว่าจะผ่านจุดสูงสุดไปแล้วในเดือนส.ค. ที่ผ่านมาและเริ่มส่งสัญญาณอ่อนแรงลง ขณะที่เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เงินเฟ้อทั่วไปของไทยเดือนต.ค. ที่ผ่านมาลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน แต่ยังคงอยู่สูงกว่าระดับเป้าหมายของกนง. โดยอยู่ที่ระดับ 5.98% YoY ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐานเร่งขึ้นมาจากเดือนก่อนหน้าเล็กน้อยโดยอยู่ที่ระดับ 3.17% YoY สะท้อนราคาสินค้าในภาพรวมยังคงเร่งตัวสูงขึ้น แม้แรงกดดันเงินเฟ้อจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเริ่มลดลงตามราคาน้ำมันในตลาดโลก ขณะที่เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวได้อย่างต่อเนื่องหลังจากในไตรมาส 3/2565 เศรษฐกิจไทยขยายตัวถึง 4.5% YoY โดยการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวจะยังคงเป็นแรงหนุนหลักของเศรษฐกิจไทยในระยะข้างหน้า ดังนั้น จากแรงกดดันเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง ประกอบกับแนวโน้มเศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัวได้อย่างต่อเนื่อง คงส่งผลให้กนง. พิจารณาปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายอีกร้อยละ 0.25 ในการประชุมที่จะถึงนี้ ซึ่งกนง. คงจะทยอยปรับขึ้นดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไปตามที่ได้ส่งสัญญาณไว้ ท่ามกลางเศรษฐกิจไทยที่กำลังอยู่ในช่วงฟื้นตัวและยังมีความเปราะบางจากหนี้ในภาคธุรกิจและภาคครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ขณะที่แรงกดดันจากประเด็นด้านค่าเงินนั้นเริ่มมีลดลง หลังจากค่าเงินบาทพลิกภาพมาแข็งค่าขึ้นตามการอ่อนค่าของค่าเงินดอลลาร์ฯ เนื่องจากตลาดคาดว่าเฟดอาจเริ่มชะลอการปรับขึ้นดอกเบี้ยหลังตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ออกมาอ่อนแรงกว่าคาด ทั้งนี้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3273656">การประชุมกนง.วันที่ 30 พ.ย. 65 คาดกนง. ทยอยปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายอีกร้อยละ 0.25 มาอยู่ที่ระดับ 1.25% ท่ามกลางแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง ขณะที่เศรษฐกิจเริ่มอยู่ในเส้นทางการฟื้นตัว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[APEC CEO Summit 2022 &#8230;สะท้อนวิสัยทัศน์ของภาคธุรกิจในเวทีโลก]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3268884</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 17 Nov 2022 17:10:06 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/finance/3268884</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในช่วงเวลาการประชุม APEC 2022 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ หนึ่งในการประชุมที่น่าจับตาคือการประชุม APEC CEO Summit 2022 ที่เปิดโอกาสให้ภาคเอกชนชั้นแนวหน้าของสมาชิกเขตเศรษฐกิจเอเปคเข้าร่วมแสดงวิสัยทัศน์ในเวทีระดับโลก โดยหัวข้อประชุมเน้นการเปิดกว้างสู่โอกาสด้านการค้า การลงทุน ความมั่นคงทางอาหารและพลังงาน การใช้เทคโนโลยีในการดำเนินธุรกิจ การสาธารณสุข และความเท่าเทียมกันทางเพศ การประชุมในครั้งนี้จึงเป็นโอกาสที่ภาคเอกชนจะได้เสนอแนวทางออกแบบนโยบายให้เกิดแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจเพื่อนำไปสู่เป้าหมายการเติบโตแบบมีส่วนร่วมอย่างยั่งยืน เรื่องต่างๆ ที่อยู่ในวาระการประชุม APEC CEO Summit 2022 ล้วนมีความสำคัญต่อการพัฒนาในระยะข้างหน้า แต่ภายใต้บริบทความท้าทายทางเศรษฐกิจไทยที่เผชิญข้อจำกัดในการเติบโตและปัญหาโครงสร้างประชากรไทยที่เป็นสังคมผู้สูงอายุ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ประเด็นที่ควรเร่งพัฒนาจึงอยู่ที่ 2 เรื่องหลัก คือการเติบโตอย่างมีส่วนร่วม (Inclusive growth) และความเสมอภาคทางเพศ (Gender equity) สะท้อนมุมมองสำคัญของภาคเอกชนในการแก้โจทย์เฉพาะหน้าที่อาจมีผลต่อเนื่องต่อเศรษฐกิจและธุรกิจในช่วงหลายปีต่อจากนี้ โดยเฉพาะการเติบโตอย่างมีส่วนร่วม กล่าวคือการสนับสนุนการเติบโตในทุกภาคส่วนของเศรษฐกิจ จะช่วยให้เกิดการกระจายรายได้อย่างทั่วถึง ลดความเหลื่อมล้ำทางรายได้จนสามารถผลักดันให้เกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนที่เป็นหนึ่งในเป้าหมายของการประชุมเอเปคในครั้งนี้ รวมถึงความเสมอภาคทางเพศ ที่เป็นการให้โอกาสสตรีเข้ามามีบทบาทในตลาดแรงงานได้อย่างเท่าเทียมก็จะช่วยชดเชยการขาดแคลนแรงงานในอนาคตได้อย่างมีนัยสำคัญ ทั้งยังช่วยแก้ปัญหาความไม่สมดุลของประชากรในประเทศได้ในระยะยาว ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตของประเทศในภาวะที่ไทยและหลายประเทศสมาชิกต่างกำลังเข้าสู่สังคมสูงอายุอย่างเต็มรูปแบบในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ซึ่งวิสัยทัศน์ดังกล่าวของภาคเอกชนยังสอดคล้องกับภาครัฐบาลนำโดยสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และธนาคารแห่งประเทศไทยที่ล้วนให้น้ำหนักกับประเด็นข้างต้นโดยบรรจุอยู่ในแผนการดำเนินงานในระยะข้างหน้าเพื่อเพิ่มโอกาสให้เศรษฐกิจของไทยบรรลุเป้าหมายการเติบโตอย่างยั่งยืนในด้านต่างๆ นอกจากนี้ ยังคงต้องจับตาบทบาทของภาครัฐในการประชุมสุดยอดผู้นำเอเปค (APEC 2022) ที่มีกรอบแนวคิดหลัก “การเปิดกว้าง สร้างสัมพันธ์ เชื่อมโยงสู่สมดุล [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3268884">APEC CEO Summit 2022 &#8230;สะท้อนวิสัยทัศน์ของภาคธุรกิจในเวทีโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
	</channel>
</rss>
