<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
>
<channel>
	<title>ThaiPR.NET</title>
	<atom:link href="https://www.thaipr.net/tag/%e0%b8%a8%e0%b8%b9%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%97%e0%b8%a0/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thaipr.net/tag/ศูนย์การแพทย์ปัญญานัทภ</link>
	<description>Press Release Distribution Center of Thailand</description>
	<lastBuildDate>Tue, 12 May 2026 17:35:13 +0700</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.1</generator>
	<item>
		<title><![CDATA[ศูนย์การแพทย์ฯ ชลประทาน มศว ขอเชิญร่วมงานประชุมวิชาการ ประจำปี 2568 หัวข้อ “การดูแลผู้ป่วยโรคภูมิแพ้และโรคหืดโดยสหวิชาชีพเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด”]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3618038</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 08 Jul 2025 17:43:10 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3618038</guid>

					<description><![CDATA[<p>ขอเชิญผู้สนใจร่วมงานประชุมวิชาการครั้งที่ 7 ประจำปี 2568 ศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิกขุ ชลประทาน มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ในหัวข้อ &#8220;การดูแลผู้ป่วยโรคภูมิแพ้และโรคหืดโดยสหวิชาชีพเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด (Optimizing Allergy and Asthma care through collaboration)&#8221; &#160;ระหว่างวันที่ 14 &#8211; 15 สิงหาคม 2568 &#160;เวลา 8.00-16.00 น. ณ ห้องประชุมศรีธรรมโชติ ชั้น 7 อาคารสนับสนุนให้บริการทางการแพทย์และระบบสารสนเทศ ศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิกขุ ชลประทาน ผู้สนใจสามารถเลือกเข้าร่วมประชุมได้ทั้งแบบ Onsite และ Online จำกัดอย่างละ 100 ที่ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ &#160;ลงทะเบียนสำรองที่นั่งได้ตั้งแต่วันที่ 18 มิถุนายน &#8211; 1 สิงหาคม 2568 หรือจนกว่าที่นั่งจะเต็ม โดย Scan QR code หรือคลิ๊กลิงค์ https://forms.gle/51VprhRW3qPdUADZ6</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3618038">ศูนย์การแพทย์ฯ ชลประทาน มศว ขอเชิญร่วมงานประชุมวิชาการ ประจำปี 2568 หัวข้อ “การดูแลผู้ป่วยโรคภูมิแพ้และโรคหืดโดยสหวิชาชีพเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ทีมบุคลากรทางการแพทย์ ศปช. มศว ลงพื้นที่ปฏิบัติงานหน่วยแพทย์พระราชทานฯ จ.แม่ฮ่องสอน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3574100</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 27 Feb 2025 09:45:34 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3574100</guid>

					<description><![CDATA[<p>คณะบุคลากรทางการแพทย์ของศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิกขุ ชลประทาน มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ออกปฏิบัติภารกิจหน่วยแพทย์พระราชทาน ในโครงการสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ ศูนย์การเรียนรู้ตำรวจตระเวนชายแดนบ้านปอหมื้อ ตำบลแม่คง อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน และโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนชมรมอนุกรักษ์ไทยพุทธศิลป์ 2 ตำบลนาปู่ป้อม อำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน เมื่อวันที่ 5 – 10 มกราคม 2568 การให้บริการตรวจรักษาที่ศูนย์การเรียนรู้ตำรวจตระเวนชายแดนบ้านปอหมื้อ มีผู้เข้ารับการตรวจรักษาประกอบด้วยนักเรียน จำนวน 102 ราย และประชาชน จำนวนประมาณ 53 ราย ส่วนที่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนชมรมอนุกรักษ์ไทยพุทธศิลป์ 2  มีผู้เข้ารับการตรวจรักษาประกอบด้วยนักเรียน จำนวน 63 ราย และประชาชน จำนวน 34 ราย ส่วนใหญ่ทั้งเด็กนักเรียนและประชาชนในพื้นที่เป็นชาวไทลื้อ ไทเขิน ไทใหญ่ ชาวมูเซอ ลีซอ  สื่อสารด้วยภาษา ไทยเชียงแสน ภาษาไทใหญ่ ภาษากะเหรียง ภาษาม้ง ภาษากลุ่มมอญ สำหรับพบโรคที่เป็นมากที่สุดคือโรคเหงือกและฟัน รองลงมาคือโรคทางเดินหายใจ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3574100">ทีมบุคลากรทางการแพทย์ ศปช. มศว ลงพื้นที่ปฏิบัติงานหน่วยแพทย์พระราชทานฯ จ.แม่ฮ่องสอน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[รู้ทันสัญญาณมะเร็งเต้านม รู้เร็วมีโอกาสรักษาหาย]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3561114</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 13 Jan 2025 13:49:03 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3561114</guid>

					<description><![CDATA[<p>แพทย์หญิงปณัชญา  คงอ่อน  อาจารย์แพทย์สาขาวิชาศัลยกรรม ศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิกขุ ชลประทาน มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ได้บรรยายในเวทีการประชุมสาขาวิชาสูติ-นรีเวชกรรม ในหัวข้อเรื่อง “รู้ทัน สัญญาณมะเร็งเต้านม” ซึ่งเผยว่า มะเร็งเต้านมเป็นโรคมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับหนึ่งในผู้หญิงไทยและทั่วโลกและมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นทุกปี สถิติของประเทศไทยพบมะเร็งเต้านม (22.8%) รองลงมาคือมะเร็งลำไส้ (10.7%) และมะเร็งปากมดลูก (9.4%) (ข้อมูลจาก Global Cancer Statistics ปี 2020) หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดมะเร็งเต้านมคือการกลายพันธุ์ของยีนที่ทำให้เซลล์เจริญเติบโตเพิ่มจำนวนมากเกินกว่าที่ร่างกายจะควบคุมได้ จนกลายเป็นก้อนมะเร็งเต้านมที่มาสมารถลุกลามและแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นๆ ในร่างกาย เป็นเหตุให้ผู้ป่วยเสียชีวิตหากไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสม ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งเต้านม คือ พันธุกรรม และญาติสายตรงเป็นมะเร็งเต้านม, ผู้หญิงอายุมาก, ผู้หญิงไม่มีบุตร, ผู้หญิงมีประจำเดือนเร็ว และหมดประจำเดือนช้า, ผู้ที่ได้รับฮอร์โมนทดแทน, ผู้มีภาวะอ้วน, ดื่มแอลกอฮอล์, มีความเครียดสูง   ในปัจจุบันเทคโนโลยีทางการแพทย์ได้รับการพัฒนาให้ก้าวหน้าจนสามารถตรวจวิเคราะห์ถึงระดับยีนมะเร็งเต้านมที่เป็นสาเหตุและจะนำไปสู่การป้องกันและการรักษาโรคมะเร็งเต้านมได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับยีนโรคมะเร็งเต้านม BRCA1 และ BRCA2 เป็นยีนในกลุ่มยีนต้านมะเร็ง ซึ่งสร้างโปรตีนที่คอยทำหน้าที่ยับยั้งการเติบโตของเซลล์ที่มากผิดปกติ หากเกิดการกลายพันธุ์ของยีนกลุ่มนี้จะส่งผลกระทบกับหน้าที่ของโปรตีนที่ถูกสร้างขึ้น ก็จะเพิ่มโอกาสเกิดโรคมะเร็งต่างๆ รวมถึงมะเร็งเต้านมทั้งในหญิงและชาย ดังนั้นผู้ที่มีรหัสพันธุกรรมในส่วน ยีน BRCA1 หรือ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3561114">รู้ทันสัญญาณมะเร็งเต้านม รู้เร็วมีโอกาสรักษาหาย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[งานครบรอบ 17 ปี วันสถาปนาศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิกขุ ชลประทาน มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3531763</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 09 Oct 2024 13:34:45 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3531763</guid>

					<description><![CDATA[<p>รศ.ดร.สมชาย สันติวัฒนกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เป็นประธานในงานครบรอบ 17 ปี วันสถาปนาศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิกขุ ชลประทาน ในวันที่ 7 ตุลาคม 2567&#160; จากสถานพยาบาลในสังกัดกรมชลประทาน สู่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัย &#8230; ศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิกขุ ชลประทาน มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ &#8211; ปี 2457 โรงพยาบาลชลประทาน ถือกำเนิดจากความคิดริเริ่มของหม่อมหลวงชูชาติ กำภู อดีตอธิบดีกรมชลประทาน มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นสถานพยาบาลที่ให้บริการทางการแพทย์และสาธารณสุขแก่บุคลากรของกรมชลประทานที่ต้องทำงานก่อสร้างเขื่อน โดยเริ่มต้นจากการเป็นสถานพยาบาลชั่วคราว ที่ดูแลรักษาผู้ป่วยในบริเวณที่ทำการก่อสร้างเขื่อนพระราม 6 ตำบลท่าหลวง อำเภอท่าเรือ พระนครศรีอยุธยาในปี พ.ศ.2457 &#8211; ปี 2487 ได้จัดตั้งเป็นหน่วยแพทย์ในสังกัดของสำนักงานเลขานุการกรมชลประทาน ต่อมาในปี 2489 ได้ขยายตัวเป็นแผนกการแพทย์ &#8211; ปี 2493 ได้จัดตั้งเป็นกองแพทย์ในบริเวณกรมชลประทานสามเสน กรุงเทพฯ และมีสถานพยาบาลขนาดเล็กที่สามารถดูแลผู้ป่วยในได้ 20 เตียง และจัดตั้งอาคารไม้ ในบริเวณกรมชลประทาน ปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ต่อมาได้ขยายตัวไปเป็นโรงพยาบาลขนาด 90 เตียง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3531763">งานครบรอบ 17 ปี วันสถาปนาศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิกขุ ชลประทาน มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[งานแฟร์เพื่อสุขภาพ&#8230; เรื่องเล่าจากแพทย์ ตอน “จะทำอย่างไรเมื่อคนในครอบครัวป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์ และโรคทางตา”]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3507623</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 13 Aug 2024 12:31:44 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3507623</guid>

					<description><![CDATA[<p>ศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิกขุ ชลประทาน มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ จัดโครงการบริการวิชาการส่งเสริมสุขภาพ “เรื่องเล่าจากแพทย์” ในหัวข้อเรื่อง “จะทำอย่างไรเมื่อคนในครอบครัวป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์ และโรคทางตา” ในวันที่ 26 – 30 สิงหาคม 2567 เวลา 08.00 – 16.00 น. ณ ลานกิจกรรม ชั้น 1 อาคารเรียนและปฏิบัติการ ศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิกขุ ชลประทาน ภายในงานพบการบรรยายบนเวทีทุกวันในช่วงเวลา 11.00 – 12.00 น. โดยแพทย์เฉพาะทางจิตเวชด้านโรคอัลไซเมอร์ และโรคทางจักษุ พร้อมบอกเล่าเคล็ดลับการดูแลสุขภาพเพื่อป้องกัน และยังมีนักวิชาการด้านโภชนาการที่จะมาสอนเรื่องอาหารการกินเสริมภูมิคุ้มกันช่วยให้ร่างกายแข็งแรง วันที่ 26 สิงหาคม 11.00-12.00 น. บรรยายเรื่อง “อาหารบำรุงสมอง อาหารบำรุงสายตา” โดย อาจารย์ไกร มาศพิมล นักโภชนบำบัด วันที่ 27 สิงหาคม 11.00-12.00 น. บรรยายเรื่อง “ดูแลผู้ป่วยอัลไซเมอร์ ถ้าเครียด [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3507623">งานแฟร์เพื่อสุขภาพ&#8230; เรื่องเล่าจากแพทย์ ตอน “จะทำอย่างไรเมื่อคนในครอบครัวป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์ และโรคทางตา”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[3 องค์กร จับมือร่วมโครงการ &#8220;เพื่อน้องนักเรียน ได้มีสายตาดี]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3453416</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 14 Mar 2024 13:00:22 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3453416</guid>

					<description><![CDATA[<p>ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์สุรสิทธิ์  ตั้งสกุลวัฒนา ผู้อำนวยการศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิกขุ ชลประทาน มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ได้รับมอบการสนับสนุนงบประมาณในการตัดประกอบแว่นสายตาในโครงการ &#8220;เพื่อน้องนักเรียน ได้มีสายตาดี&#8221; จาก นายวิชัย บรรดาศักดิ์ นายกเทศมนตรีนครปากเกร็ด พร้อมด้วย นายบุญส่ง ไตรภูธร ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ บริษัทร่วมเจริญพัฒนา จำกัด (ห้างแว่นท็อปเจริญ) ให้กับเด็กนักเรียนจำนวน 109 คน ซึ่งโครงการดังกล่าวนั้น ดำเนินการโดยศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิกขุ ชลประทาน โดยจักษุแพทย์ได้มีการตรวจวัดสายตาให้กับเด็กนักเรียนที่ผ่านการการตรวจสุขภาพเบื้องต้นจากโครงการจัดบริการสร้างเสริมสุขภาพป้องกันโรคและฟื้นฟู สมรรถภาพ (ตรวจสุขภาพนักเรียน) ประจำปี 2566 ประกอบด้วย  โรงเรียนวัดบ่อ  โรงเรียนวัดกู้โรงเรียนวัดผาสุกมณีจักร มิตรภาพที่ 116  โรงเรียนวัดผาสุกมณีจักร  โรงเรียนวัดบางพูดใน  และโรงเรียนคลองเกลือ จากการตรวจสุขภาพเบื้องต้นพบว่ามีเด็กนักเรียนที่มีค่าสายตาผิดปกติจำนวนมาก  จึงได้วางแผนจัดโครงการต่อเนื่องเป็นโครงการ “เพื่อน้องนักเรียนได้มีสายตาดี” และสรุปรายชื่อเด็กนักเรียนที่มีผลตรวจสุขภาพเบื้องต้นว่าสายตาผิดปกติ และจัดส่งเอกสารโครงการไปยังโรงเรียนต่าง ๆ ดังกล่าว ทั้งนี้ มีโรงเรียนที่แจ้งความประสงค์เข้าร่วมร่วมโครงการ “เพื่อน้องนักเรียนได้มีสายตาดี”  และมีนักเรียนมาตรวจวัดค่าสายตากับจักษุแพทย์ จำนวน 109 คน  ซึ่งเทศบาลนครปากเกร็ดได้ประสานขอความอนุเคราะห์จากบริษัทร่วมเจริญพัฒนา จำกัด [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3453416">3 องค์กร จับมือร่วมโครงการ &#8220;เพื่อน้องนักเรียน ได้มีสายตาดี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[หน่วยแพทย์พระราชทานในโครงการสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ลงพื้นที่ชายแดนไทย-ลาว จังหวัดอุบลราชธานี ตรวจสุขภาพและให้บริการทันตกรรม]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3429613</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 08 Jan 2024 12:10:48 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3429613</guid>

					<description><![CDATA[<p>ทีมแพทย์ ทันตแพทย์ พยาบาล เภสัชกร และเจ้าหน้าที่ศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิกขุ ชลประทาน (ศปช.) มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปฏิบัติภารกิจหน่วยแพทย์พระราชทานในโครงการสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (ครั้งที่ 40) วันที่ 19 &#8211; 22 ธันวาคม 2566 ณ โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านปากลา ตำบลโพธิ์กลาง อำเภอโขงเจียม และโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านแก่งศรีโคตร ตำบลโนนก่อ  อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธาน รวมผู้เข้ารับการตรวจรักษาเป็นเด็กนักเรียนจำนวน 120 คน และ ประชาชนจำนวนกว่า 300 คน สำหรับโรคที่เด็กและประชาชนในพื้นที่ห่างไกลเป็นกันมากก็คือโรคทางเหงือกและฟัน ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากการสะสมของแบคทีเรียบนฟันและสร้างกรดขึ้นมาเพื่อทำลายเคลือบฟัน ป้องกันได้ด้วยการแปรงฟันทุกวัน และควรพบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพฟันทุก 6 เดือน เพื่อกำจัดคราบแบคทีเรียก่อนที่จะสะสมตัวจนกลายเป็นคราบหินปูน  นอกจากนั้นยังพบโรคไข้หวัดซึ่งเป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสบริเวณทางเดินหายใจส่วนต้น เช่น จมูก คอ ไซนัส และกล่องเสียง โดยเชื้อที่ก่อให้เกิดไข้หวัดมักเป็นเชื้อไวรัสชนิดไม่รุนแรง และสามารถหายได้ภายใน 1-2 สัปดาห์ ให้รับประทานผักและผลไม้ที่มีวิตามินซี พักผ่อนให้เพียงพอ และดื่มน้ำมากๆ และในผู้ใหญ่พบโรคเกี่ยวกับกล้ามเนื้อ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3429613">หน่วยแพทย์พระราชทานในโครงการสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ลงพื้นที่ชายแดนไทย-ลาว จังหวัดอุบลราชธานี ตรวจสุขภาพและให้บริการทันตกรรม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) สังเกตอาการได้เร็วเท่าไหร่ ลดความเสี่ยงอัมพฤกษ์อัมพาตได้]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3368053</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 09 Aug 2023 16:04:36 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3368053</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายแพทย์พิชย์นันทน์  โปตระนันทน์  อาจารย์อายุรแพทย์โรคหัวใจ ศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิกขุ ชลประทาน มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ กล่าวว่า โรคหลอดเลือดสมอง หรือ Stroke คือ ภาวะที่ร่างกายไม่สามารถส่งเลือดไปเลี้ยงสมองได้ทำให้สมองขาดเลือด มีสาเหตุเกิดจากหลอดเลือดสมองตีบ อุดตัน หรือมีเลือดออกในสมอง หรืออาการเส้นเลือดในสมองตีบ ทำให้เซลล์สมองขาดออกซิเจน ส่งผลให้สมองตายและทำให้ร่างกายเกิดการเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต หรือเสียชีวิตได้ สาเหตุเกิดจากหลายปัจจัย เช่น มีหินปูนและไขมันสะสมอยู่ในผนังหลอดเลือด ทำให้ขนาดของหลอดเลือดค่อย ๆ ตีบแคบลง  ผู้ที่มีความดันโลหิตสูง ซึ่งจะทำให้หลอดเลือดมีความเปราะบางและโป่งพองจนแตก ซึ่งปัจจัยเสี่ยงที่ส่งเสริมให้เกิดโรค Stroke เกิดจากผู้ที่ขาดการออกกำลังกาย ผู้ป่วยเรื้อรังโรคเบาหวาน โรคอ้วน โรคหัวใจ ผู้ที่มีความดันโลหิตสูง  มีคลอเลสเตอรอลสูง ดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรีเป็นประจำ อาการที่อาจบ่งชี้ว่าเป็นโรค Stroke ประกอบด้วย มีอาการเวียนศีรษะบ้านหมุนบ่อย ๆ  เป็นครั้งละนานเกินกว่า 5 นาที โดยไม่สัมพันธ์กับการเปลี่ยนท่าทาง แต่เป็นร่วมกับการเดินเซ แขน ขาอ่อนแรงครึ่งซีกหรือมีการขยับได้ลดลง  มีอาการปวดหัวรุนแรงเฉียบพลันร่วมกับอาเจียน มีอาการมองเห็นภาพซ้อนหรือมองเห็นได้แค่ซีกเดียว รับประทานอาหารลำบากทั้งการดื่มน้ำและกลืนอาหาร รวมถึงการสื่อสารที่เปลี่ยนไปเช่นฟังคนอื่นพูดไม่เข้าใจและเรียบเรียงคำพูดในการสื่อสารไม่ได้ สังเกตอาการโรค Stroke ด้วยหลัก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3368053">โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) สังเกตอาการได้เร็วเท่าไหร่ ลดความเสี่ยงอัมพฤกษ์อัมพาตได้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ลงพื้นที่ตามทีมหมอหน่วยแพทย์พระราชทานฯ ขึ้นเขาไปชายแดนไทย-พม่า ตรวจสุขภาพและให้บริการทันตกรรม]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3317606</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 22 Mar 2023 15:26:46 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3317606</guid>

					<description><![CDATA[<p>ทีมแพทย์ ทันตแพทย์ พยาบาล เภสัชกร และบุคลากรทางการแพทย์ของศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิกขุ ชลประทาน มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ได้ลงพื้นที่ต่างจังหวัดเพื่อปฏิบัติภารกิจหน่วยแพทย์พระราชทานในโครงการสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนสหธนาคารกรุงเทพ ตำบลหนองลู อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี และ ศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดนทิไล่ป้า ตำบลไล่โว่ อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี การให้บริการตรวจรักษาที่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนสหธนาคารกรุงเทพ มีผู้เข้ารับการตรวจรักษาประกอบด้วยนักเรียนจำนวน 201 คน และประชาชนจำนวน 35 คน ส่วนที่ศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดนทิไล่ป้า มีผู้เข้ารับการตรวจรักษาประกอบด้วยนักเรียนจำนวน 195 คน และประชาชนจำนวน 35 คน ซึ่งส่วนใหญ่ทั้งเด็กนักเรียนและประชาชนมีสุขภาพปกติ พบโรคที่เป็นมากที่สุดคือโรคเหงือกและฟัน รองลงมาคือโรคทางเดินหายใจ และโรคทางระบบไหลเวียนโลหิต และพบโรคเหาในเด็กนักเรียนด้วย สำหรับการปฏิบัติงานในครั้งนี้นับว่าเป็นการเดินทางที่ค่อนข้างอันตรายและลำบากเนื่องจากต้องเข้าป่าขึ้นเขาผ่านบ้านสาละวะ บ้านทิไล่ป้า รวมระยะทางกว่า 20 กิโลเมตร การเดินทางขึ้นทิไล่ป้าใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง ด้วยรถยนต์ 4WD หรือรถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อเท่านั้น ผ่านเส้นทางลำห้วยและพื้นที่สูงชันที่เป็นดินแดง บางช่วงดินชื้นอ่อนนิ่มทำให้รถลื่นและขับลำบาก พื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3317606">ลงพื้นที่ตามทีมหมอหน่วยแพทย์พระราชทานฯ ขึ้นเขาไปชายแดนไทย-พม่า ตรวจสุขภาพและให้บริการทันตกรรม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[การรักษาโรคภูมิแพ้ด้วยวิธีปรับภูมิคุ้มกัน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3008090</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 08 Dec 2020 11:41:32 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3008090</guid>

					<description><![CDATA[<p>โรคภูมิแพ้คืออะไร มีอะไรบ้าง และรักษาให้หายได้หรือไม่ ? นายแพทย์จิรวัฒน์  เชี่ยวเฉลิมศรี อาจารย์แพทย์อนุสาขาโรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกันทางคลินิก สาขาวิชาอายุรกรรม ศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิกขุ ชลประทาน มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เผยว่า สถานการณ์ของโรคภูมิแพ้เพิ่มขึ้นอย่างมากทั้งทั่วโลก และในประเทศไทยจากสถิติล่าสุดปี 2559 ของสมาคมโรคภูมิแพ้ โรคหืดและวิทยาภูมิคุ้มกันแห่งประเทศไทย พบว่ามีผู้ป่วยโรคภูมิแพ้มากขึ้นถึง 3 &#8211; 4 เท่าเมื่อเทียบกับ 10 ปีที่ผ่านมา โดยเป็นโรคภูมิแพ้ในเด็กไทยสูงถึงร้อยละ 38  และพบในผู้ใหญ่ประมาณร้อยละ 20 ซึ่งมีอุบัติการณ์ของโรคภูมิแพ้โดยเฉลี่ยดังนี้ คือ โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ร้อยละ 23 &#8211; 30 โรคหลอดลมอักเสบจากภูมิแพ้หรือโรคหืดร้อยละ 10 &#8211; 15 โรคผื่นผิวหนังอักเสบจากภูมิแพ้ร้อยละ 15 และโรคแพ้อาหารร้อยละ 5 และในปัจจุบันมีข้อมูลว่ามลพิษ (air pollution) ที่มีมากขึ้นในปัจจุบันทำให้คนเป็นโรคกลุ่มภูมิแพ้ และหลอดลมมากยิ่งขึ้น ซึ่งโรคภูมิแพ้นั้นถ้าไม่ได้รับการรักษาจะทำให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยแย่กว่าคนปกติ เช่น การเกิดอาการคัดจมูกในเวลากลางคืนทำให้นอนอ้าปากหายใจจึงตื่นมาด้วยอาการปากแห้ง รู้สึกเหมือนนอนหลับไม่สนิท อาจมีง่วงช่วงกลางวัน ส่วนกลุ่มโรคหืด อาจมีอาการเหนื่อยทั้งตอนกลางคืน หรือตอนออกแรงจนทำให้ต้องหยุดงาน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3008090">การรักษาโรคภูมิแพ้ด้วยวิธีปรับภูมิคุ้มกัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
	</channel>
</rss>
