<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
>
<channel>
	<title>ThaiPR.NET</title>
	<atom:link href="https://www.thaipr.net/tag/%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b9%88/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thaipr.net/tag/วีโร่</link>
	<description>Press Release Distribution Center of Thailand</description>
	<lastBuildDate>Tue, 02 Jun 2026 17:30:16 +0700</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.1</generator>
	<item>
		<title><![CDATA[ศรีจันทร์ เปิดเกมรุกตลาดกันแดด ดึง “ซี-นุนิว” ขึ้นแท่นพรีเซนเตอร์คู่ ดันกันแดดไลน์ใหม่ มุ่งขยายพอร์ตเติบโตต่อเนื่อง]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3716126</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 27 Apr 2026 16:53:21 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3716126</guid>

					<description><![CDATA[<p>ศรีจันทร์ (SRICHAND) เดินหน้ารุกตลาดกันแดดอย่างต่อเนื่อง ตอกย้ำบทบาท T-Beauty Leader ดึง “ซี-พฤกษ์” และ “นุนิว-ชวรินทร์” นั่งแท่นพรีเซนเตอร์คู่ ส่งผลิตภัณฑ์กันแดดใหม่ ใน SRICHAND SUNLUTION ภายใต้แนวคิด “ดันบาร์กันแดดให้สุด ปกป้องผิวครบทุกมิติ” มุ่งมั่นดูแลทุกผิวให้แข็งแรง พร้อมท้าแดด สู้ทุกมลภาวะ จัดงานเปิดตัวสุดยิ่งใหญ่ “Escape the Sun Island Party” ชวนท้าแดดเมืองไทยอย่างมั่นใจ พร้อมใช้ชีวิตให้สุดบาร์ทุกโมเมนต์ มุ่งเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ ทุกเพศ เพื่อดันพอร์ตกันแดดเติบโตต่อเนื่อง คุณรวิศ หาญอุตสาหะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ จำกัด กล่าวว่า “ตลอดปีที่ผ่านมา ศรีจันทร์เดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างโดดเด่นในกลุ่มผลิตภัณฑ์สกินแคร์ ควบคู่กับการยกระดับการรับรู้แบรนด์ในวงกว้าง โดยส่งผลให้กลุ่มผลิตภัณฑ์อื่นๆภายใต้แบรนด์ โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์กันแดดได้รับความสนใจ และการตอบรับดีมากยิ่งขึ้น ซึ่งผมมองว่า พอร์ตนี้ของแบรนด์ยังมีแนวโน้มเติบโตได้อีกมาก โดยมีทิศทางการขยายตัวไปพร้อม ๆ กับตลาดเช่นเดียวกัน โดยในปีที่ผ่านมา SRICHAND SUNLUTION สามารถสร้างการเติบโตไปกว่า 52% [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3716126">ศรีจันทร์ เปิดเกมรุกตลาดกันแดด ดึง “ซี-นุนิว” ขึ้นแท่นพรีเซนเตอร์คู่ ดันกันแดดไลน์ใหม่ มุ่งขยายพอร์ตเติบโตต่อเนื่อง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เต็ดตรา แพ้ค แนะผู้ประกอบการไทยคว้าโอกาสเติบโตของตลาด Plant-Based พร้อมเปิดตัววัตถุดิบใหม่ “โปรตีนจากเมล็ดทานตะวัน”]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3682356</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 09 Jan 2026 11:48:17 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3682356</guid>

					<description><![CDATA[<p>โปรตีนจากเมล็ดทานตะวันมีคุณสมบัติหลากหลาย ช่วยขับเคลื่อนนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มจากพืช รวมถึงอาหารเพื่อสุขภาพโดยมีศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์ (Product Development Centre) ของเต็ดตรา แพ้ค พร้อมให้การสนับสนุนและเร่งพัฒนาแนวคิดออกสู่ตลาด เต็ดตรา แพ้ค ประกาศเปิดตัวโปรตีนจากเมล็ดทานตะวัน (Sunflower Protein) วัตถุดิบจากพืชที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยให้ผู้ผลิตในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มในประเทศไทยสามารถตอบสนองความต้องการด้านโภชนาการจากพืชและเทรนด์การบริโภคผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในหมู่ผู้บริโภค พร้อมทั้งใช้ประโยชน์จากการลงทุนที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ปัจจุบัน ตลาดอาหารและเครื่องดื่มจากพืชทั่วโลกยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีแรงขับเคลื่อนจากความสนใจของผู้บริโภคในด้านสุขภาพ ความยั่งยืน และแหล่งโปรตีนทางเลือกที่หลากหลาย สำหรับประเทศไทย แนวโน้มดังกล่าวปรากฏอย่างชัดเจนในตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (Food Supplements and Nutrition: FSN) ซึ่งครอบคลุมผลิตภัณฑ์กลุ่มโปรตีนสูงที่มีอัตราการเติบโตมากกว่า 126% ในช่วงสองปีที่ผ่านมา[1] สะท้อนให้เห็นว่าผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพที่เดิมเคยเป็นตลาดเฉพาะ ได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของการบริโภคในชีวิตประจำวันของคนไทยไปแล้ว แนวโน้มผู้บริโภคดังกล่าวยังสอดคล้องกับผลการวิจัยล่าสุดของ เต็ดตรา แพ้ค[2] ที่ระบุว่า 71% ของผู้บริโภคชื่นชอบส่วนผสมจากธรรมชาติที่ให้ผลดีต่อสุขภาพแบบค่อยเป็นค่อยไปมากกว่าสารสังเคราะห์ที่ให้ผลเร็ว นับเป็นโอกาสที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ด้วยวัตถุดิบจากธรรมชาติ เช่น โปรตีนจากเมล็ดทานตะวัน ซึ่งเป็นหนึ่งในวัตถุดิบใหม่ที่กำลังได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก โปรตีนจากเมล็ดทานตะวันมีคุณสมบัติหลากหลาย เนื่องจากมีรสชาติที่เป็นกลาง มีกลิ่นถั่วอ่อน ๆ อีกทั้งยังมีเนื้อสัมผัสเนียนนุ่ม และสีขาวนวล ทำให้สามารถนำไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นกาแฟเย็นผสมธัญพืช โยเกิร์ต เครื่องดื่มโปรตีนพร้อมดื่ม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3682356">เต็ดตรา แพ้ค แนะผู้ประกอบการไทยคว้าโอกาสเติบโตของตลาด Plant-Based พร้อมเปิดตัววัตถุดิบใหม่ “โปรตีนจากเมล็ดทานตะวัน”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ตลาดอาหารสุขภาพเปลี่ยนเกมด้วยเทรนด์อาหารจากธรรมชาติและแรงกระตุ้นจากผู้บริโภค]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3676933</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 17 Dec 2025 14:13:05 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3676933</guid>

					<description><![CDATA[<p>ดันผลิตภัณฑ์โปรตีนสูงในไทยโตแรงถึง 126% ในสองปี ตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (Food Supplements and Nutrition: FSN) ซึ่งครอบคลุมผลิตภัณฑ์กลุ่มเครื่องดื่มโปรตีนสูง เครื่องดื่มเสริมวิตามิน และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพ คาดว่าจะมีมูลค่าราว 758.99 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2034 ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ย 7%[1] ต่อปี ซึ่งประเทศไทยได้สะท้อนภาพรวมของตลาดโลกอย่างชัดเจน โดยเฉพาะตลาดผลิตภัณฑ์โปรตีนสูงหรือไฮโปรตีนเติบโตมากกว่า 126% ภายในสองปี แตะมูลค่า 4,300 ล้านบาทในช่วงกลางปี 2025[2] ซึ่งมาจากกระแสการออกกำลังกายที่มาแรง ผลักดันให้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพกลายเป็นตัวเลือกในชีวิตประจำวันของคนไทย เต็ดตรา แพ้ค ได้สำรวจความคิดเห็นของผู้บริโภคทั่วโลก เพื่อค้นหาเทรนด์และความต้องการที่กำลังกำหนดทิศทางอนาคตของตลาด เพื่อช่วยสนับสนุนผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มให้เข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่และนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่จะช่วยสร้างโอกาสเติบโตในกลุ่มผลิตภัณฑ์นี้ ตลาดอาหารเสริมและโภชนาการกำลังเผชิญกับการปรับเปลี่ยนครั้งสำคัญจากพฤติกรรมผู้บริโภคทั่วโลก โดยพบว่า “แรงกระตุ้นจากผู้บริโภค” และ “รสชาติท้องถิ่น” มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ตามผลการวิจัยล่าสุดของเต็ดตรา แพ้ค[3] ที่ระบุว่า ผู้บริโภคในปัจจุบันให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ไม่เพียงเพราะคุณประโยชน์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ แต่ยังคำนึงถึงความรู้สึกทางอารมณ์ แรงบันดาลใจ และความเชื่อมั่นในคุณค่าที่ผลิตภัณฑ์เหล่านี้มอบให้ ผู้บริโภคต้องการโภชนาการที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของตน ผลสำรวจล่าสุดเผยให้เห็นว่า ผู้บริโภคกำลังมองผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (FSN) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3676933">ตลาดอาหารสุขภาพเปลี่ยนเกมด้วยเทรนด์อาหารจากธรรมชาติและแรงกระตุ้นจากผู้บริโภค</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เต็ดตรา แพ้ค เดินหน้าเพิ่มศักยภาพการผลิตให้กับผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มประเภทผง ผ่านการเปิดตัวศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์แห่งใหม่ ในประเทศฝรั่งเศส]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3676460</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 16 Dec 2025 14:14:41 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3676460</guid>

					<description><![CDATA[<p>ศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์แห่งใหม่นี้ช่วยให้ผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มประเภทผงทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทย สามารถทดสอบและยืนยันกระบวนการผลิตและสูตรผลิตภัณฑ์ในระดับอุตสาหกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ เต็ดตรา แพ้ค ประกาศเปิด ศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์ (Product Development Centre) หรือ ศูนย์ PDC สำหรับเทคโนโลยีการผลิตผลิตภัณฑ์ประเภทผงแห่งใหม่ ในเมืองโชเลต์ ประเทศฝรั่งเศส โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเร่งการพัฒนานวัตกรรมและยกระดับการปรับแต่งกระบวนการผลิตสำหรับผลิตภัณฑ์สูตรผง ศูนย์ PDC แห่งใหม่นี้ครอบคลุมพื้นที่กว่า 340 ตารางเมตร ประกอบด้วยโรงงานนำร่อง ที่ติดตั้งเครื่องจักรครบวงจร พร้อมไลน์การผลิตแบบโมดูลาร์และเทคโนโลยีจัดการผลิตภัณฑ์ผงรุ่นล่าสุด อีกทั้งยังมีห้องปฏิบัติการทดสอบเฉพาะทางสำหรับตรวจสอบคุณภาพ มาตรฐาน และการปรับแต่งกระบวนการผลิต ด้วยความพร้อมของศูนย์แห่งนี้จึงช่วยให้ผู้ผลิตสามารถ ทดสอบและยืนยันสูตรผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิต ก่อนนำไปใช้จริงในระดับอุตสาหกรรม ลดความเสี่ยงจากความผิดพลาดที่มีต้นทุนสูง และยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์ ลดต้นทุนการวิจัยและการสูญเสียของผลิตภัณฑ์ เพิ่มผลผลิต และเร่งเวลาออกสู่ตลาด ทดสอบส่วนผสมที่มีความไวต่อสภาพแวดล้อมหรือมีมูลค่าสูงภายใต้เงื่อนไขที่ใกล้เคียงการผลิตจริง เพื่อลดของเสียและป้องกันการหยุดผลิตของเครื่องจักรที่อาจมีค่าใช้จ่ายสูง บรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนด้วยกระบวนการผลิตที่มีประสิทธิภาพ ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ศูนย์ PDC แห่งนี้ครอบคลุมตั้งแต่การวิเคราะห์วัตถุดิบ การพัฒนาสูตร การจำลองการผลิตต้นแบบ ไปจนถึงการปรับขยายกำลังการผลิตเชิงอุตสาหกรรม รองรับผู้ผลิตตลอดเส้นทางนวัตกรรม จากไอเดียต้นแบบสู่สินค้าบนชั้นวางสินค้า โดยห้องปฏิบัติการยังมีฐานข้อมูลผลิตภัณฑ์ผงตัวอย่างกว่า 6,000 รายการ พร้อมเครื่องมือเฉพาะทางสำหรับวิเคราะห์คุณสมบัติและพฤติกรรมของผลิตภัณฑ์ผงในหลากหลายประเภท เช่น ผลิตภัณฑ์นมและเครื่องดื่ม ไอศกรีม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3676460">เต็ดตรา แพ้ค เดินหน้าเพิ่มศักยภาพการผลิตให้กับผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มประเภทผง ผ่านการเปิดตัวศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์แห่งใหม่ ในประเทศฝรั่งเศส</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[นิทรรศการ SKULLPANDA CAGE-UNCAGE เตรียมเปิดตัวครั้งแรกในระดับนานาชาติ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสิงคโปร์]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/travel/3676331</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 16 Dec 2025 11:29:32 +0700</pubDate>
				<category>travel</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3676331</guid>

					<description><![CDATA[<p>นิทรรศการครั้งนี้คือความร่วมมือครั้งแรกระหว่าง POP MART การท่องเที่ยวสิงคโปร์ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสิงคโปร์ ชวนแฟน ๆ ทั้งเก่าและใหม่มาสัมผัสวิสัยทัศน์ทางศิลปะของตัวละคร พร้อมส่งเสริมสิงคโปร์ในฐานะจุดหมายปลายทางทางวัฒนธรรมที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา POP MART ร่วมกับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสิงคโปร์ (National Museum of Singapore) และการท่องเที่ยวสิงคโปร์ (Singapore Tourism Board: STB) เปิดตัวนิทรรศการ “SKULLPANDA CAGE-UNCAGE” ซึ่งเป็นการจัดแสดงที่เต็มไปด้วยประสบการณ์ดื่มด่ำและชวนให้ตั้งคำถาม เปิดโอกาสให้ผู้ชมจากทั่วภูมิภาคและทั่วโลกได้สัมผัสศิลปะและเจตนารมณ์ของตัวละครดัง พร้อมทั้งเปิดเผยเรื่องราวเบื้องหลังที่หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อนของคอลเลกชันของสะสมนี้ นิทรรศการเปิดให้ผู้เข้าชมทั่วไปเข้าชมตั้งแต่วันที่ 12 ธันวาคม 2025 ถึง 22 กุมภาพันธ์ 2026 โดยถือเป็นการเปิดตัวระดับนานาชาติที่สิงคโปร์ หลังจากประสบความสำเร็จจากการจัดแสดงครั้งแรกที่ Gate M, West Bund Dream Center ในเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน สำหรับนิทรรศการ SKULLPANDA CAGE-UNCAGE เป็นงานจัดแสดง SKULLPANDA ครั้งแรกในสิงคโปร์ที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือ 3 ฝ่าย ระหว่าง POP [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/travel/3676331">นิทรรศการ SKULLPANDA CAGE-UNCAGE เตรียมเปิดตัวครั้งแรกในระดับนานาชาติ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสิงคโปร์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[LG Ad Solutions และ ทาบูล่า ผนึกกำลังยกระดับประสิทธิภาพการโฆษณาบนทีวีสู่ Open Web]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3676081</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 15 Dec 2025 15:17:33 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3676081</guid>

					<description><![CDATA[<p>โซลูชัน “Performance Enhancer” จะช่วยเชื่อมต่อการโฆษณาบน Connected TV เข้ากับระบบดิจิทัลทั่วโลก ช่วยให้นักโฆษณาและนักการตลาดสามารถติดตามผลลัพธ์ของแคมเปญโฆษณาตลอดเส้นทางการรับชมเนื้อหาของผู้บริโภค ทาบูล่า (Taboola) ประกาศความร่วมมือครั้งใหม่กับ LG Ad Solutions เพื่อนำเสนอโซลูชัน “Performance Enhancer” ที่ช่วยเชื่อมรอยต่อของการโฆษณาบนทีวีที่สามารถเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ต (Connected TV: CTV) ให้สามารถวัดผลลัพธ์บนแพลตฟอร์มดิจิทัลที่เชื่อมต่อถึงกันอย่างมีประสิทธิภาพ ปัจจุบัน แบรนด์จำนวนมากยังคงลงทุนกับการทำสื่อโฆษณาบนช่องทางโทรทัศน์เนื่องจากสื่อโทรทัศน์สามารถเข้าถึงผู้ชมจำนวนมากและมีอิทธิพลอย่างมากสำหรับการสร้างการรับรู้แบรนด์ในวงกว้าง ซึ่งด้วยโซลูชัน Performance Enhancer ใหม่นี้ แบรนด์ต่าง ๆ จะสามารถตรวจสอบผลลัพธ์ของการทำโฆษณาแบบครบวงจร ครอบคลุมทั้งการโฆษณาบน Connected TV และทุกช่องทางดิจิทัลทั่วโลก “ความร่วมมือของเรากับทาบูล่าครั้งนี้จะช่วยให้แบรนด์ต่าง ๆ สามารถเข้าถึงระบบนิเวศที่เชื่อมต่อถึงกันและสามารถวัดผลลัพธ์ของแคมเปญได้อย่างชัดเจนและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ผ่านการยกระดับการทำแคมเปญเดิม ๆ บนสมาร์ททีวี สู่การนำเสนอเนื้อหาดิจิทัลคุณภาพสูง ซึ่งจะช่วยเพิ่มจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์และสร้างคอนเวอร์ชัน (Conversion) ได้มากขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้สามารถปรับแนวทางการทำแคมเปญให้เหมาะกับกลุ่มผู้ชมเป้าหมายที่มีแนวโน้มจะตัดสินใจซื้อสินค้ามากที่สุด ตลอดจนการประเมินผลผลลัพธ์ของการลงทุนในการโฆษณาทางโทรทัศน์ได้อย่างเป็นรูปธรรม ช่วยส่งเสริมการวางแผนโฆษณาอย่างมีประสิทธิภาพ วัดผลได้ และเชื่อมโยงกันมากขึ้น” เซอร์จ มัททา (Serge Matta) ประธานบริษัท [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3676081">LG Ad Solutions และ ทาบูล่า ผนึกกำลังยกระดับประสิทธิภาพการโฆษณาบนทีวีสู่ Open Web</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[รายงานใหม่เผย เฟดเอ็กซ์ สร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก พร้อมขับเคลื่อนการเชื่อมโยงและนวัตกรรมในภูมิภาค]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3675986</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 15 Dec 2025 14:20:14 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3675986</guid>

					<description><![CDATA[<p>เฟดเอ็กซ์ สร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจทั่วโลกทั้งทางตรงและทางอ้อมกว่า 126 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และกว่า 5.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ตลอดปีงบประมาณ 2568 เฟดเดอรัล เอ็กซ์เพรส คอร์ปอเรชั่น (FedEx Corp.) (NYSE: FDX) เปิดเผยรายงานผลกระทบทางเศรษฐกิจประจำปี ซึ่งแสดงให้เห็นถึงบทบาทของเครือข่ายการขนส่งทั่วโลก และการขับเคลื่อนนวัตกรรมของบริษัทฯตลอดปีงบประมาณ 2568 (FY25) โดยรายงานฉบับนี้จัดทำร่วมกับบริษัท ดัน แอนด์ แบรดสตรีต (NYSE: DNB) ผู้นำด้านข้อมูลและการวิเคราะห์เพื่อการตัดสินใจทางธุรกิจ เพื่อนำเสนอผลลัพธ์ของ “เฟดเอ็กซ์ เอฟเฟ็กต์” (FedEx Effect) หรือผลกระทบเชิงบวกที่เฟดเอ็กซ์สร้างให้กับผู้คน ธุรกิจ และชุมชนทั่วโลก “นับเป็นเวลากว่า 50 แล้ว ที่เฟดเอ็กซ์ ได้ทำหน้าที่สำคัญในการขับเคลื่อนการค้าระหว่างประเทศ ผ่านบริการขนส่งยุคใหม่ที่ช่วยเชื่อมโยงผู้คนและชุมชนเข้าหากัน” ราช สุบรามาเนียม ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เฟดเอ็กซ์ คอร์ปอเรชั่น กล่าว “วัฒนธรรมด้านนวัตกรรมของเรา เมื่อผสานเข้ากับความทุ่มเทของทีมงานในการส่งมอบบริการที่เป็นเลิศและวิสัยทัศน์ก้าวไกล ได้กลายมาเป็นพลังที่ทำให้เครือข่ายของเราสามารถขับเคลื่อนความก้าวหน้าทั่วโลกได้อย่างเข้มแข็งอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางภูมิทัศน์การค้าระหว่างประเทศและห่วงโซ่อุปทานที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว” โดยรายงานระบุว่า ในปีงบประมาณ 2568 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3675986">รายงานใหม่เผย เฟดเอ็กซ์ สร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก พร้อมขับเคลื่อนการเชื่อมโยงและนวัตกรรมในภูมิภาค</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[Mastercard Economics Institute เผยแนวโน้มเศรษฐกิจปี 2569 เอเชียแปซิฟิกยังคงแข็งแกร่งท่ามกลางความผันผวนทั่วโลก]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3675833</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 15 Dec 2025 11:41:28 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3675833</guid>

					<description><![CDATA[<p>การใช้จ่ายของผู้บริโภคในภูมิภาคนี้ยังคงแข็งแกร่ง แม้ว่าการค้าจะผันผวนและเทคโนโลยี AI เติบโตอย่างรวดเร็วก็ตาม สถาบันเศรษฐศาสตร์มาสเตอร์การ์ด (Mastercard Economics Institute หรือ MEI) เผยแพร่รายงานแนวโน้มเศรษฐกิจประจำปี 2569 โดยระบุว่า ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกยังคงมีเสถียรภาพด้านการเติบโต แม้เศรษฐกิจโลกต้องปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงด้านภาษี การลงทุนด้าน AI ที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว และพฤติกรรมผู้บริโภคที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง MEI คาดการณ์ว่า GDP ที่แท้จริงจะชะลอลงเล็กน้อยเหลือ 3.1% ในปี 2026 จากการประมาณการไว้ที่ 3.2% ในปี 2568 รายงานชี้ว่าแนวโน้มเศรษฐกิจโลกในปี 2569 จะถูกกำหนดด้วยปัจจัยเสี่ยงและโอกาสที่เกิดขึ้นพร้อมกัน มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการนำ AI มาปรับใช้ในการดำเนินธุรกิจ มีแนวโน้มจะเป็นแรงสนับสนุนสำคัญต่อการเติบโต แม้ว่าผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นจะกระจายไม่เท่ากันในแต่ละภูมิภาคก็ตาม ในขณะเดียวกัน ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และการจัดรูปแบบซัพพลายเชนใหม่ ยังคงสร้างแรงกดดันและเพิ่มความไม่แน่นอนต่อภาคการค้าและภาคการผลิต ขณะที่ความเหลื่อมล้ำจากการเข้าถึงเทคโนโลยีอาจเป็นความท้าทายด้านนโยบายและการเติบโตสำหรับบางตลาด แม้จะมีความผันผวนดังกล่าว MEI ยังคาดว่า GDP ของเอเชียแปซิฟิกจะทรงตัวในปี 2569 โดยอาศัยแรงสนับสนุนจากเงินเฟ้อที่ลดลง นโยบายการเงินที่เอื้ออำนวย และรายได้จริงที่เพิ่มสูงขึ้นในหลายตลาด ต่างช่วยยกระดับความเป็นอยู่ของครัวเรือนให้ดีขึ้นและรักษาเสถียรภาพโดยรวมของภูมิภาค ผู้บริโภคยังคงใช้เทคโนโลยีเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันและให้ความสำคัญกับความคุ้มค่า โดยเลือกใช้จ่ายกับประสบการณ์ที่มีความหมาย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3675833">Mastercard Economics Institute เผยแนวโน้มเศรษฐกิจปี 2569 เอเชียแปซิฟิกยังคงแข็งแกร่งท่ามกลางความผันผวนทั่วโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[PROUD เร่งยอดโอน ดันรายได้โตโค้งสุดท้ายปี 68]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/auto/3673242</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 04 Dec 2025 09:28:55 +0700</pubDate>
				<category>auto</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3673242</guid>

					<description><![CDATA[<p>‘SLEEK EV’ เปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกที่งาน Motor Expo 2025 พร้อมยกระดับการขับขี่ในเมืองด้วย EV Ecosystem SLEEK EV (สลีค อีวี) แบรนด์สตาร์ทอัพไทย–สิงคโปร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า เปิดตัวสู่สาธารณะอย่างเป็นทางการในประเทศไทยที่งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 (Motor Expo 2025) พร้อมเผยโฉม S-Performance รุ่นล่าสุดที่มาพร้อมกับ Ecosystem เทคโนโลยีอัจฉริยะทั้ง S Drive, SLEEK OS และ S Charge ที่ออกแบบมาเพื่อปฏิวัติการขับขี่ในเมือง ถือเป็นก้าวสำคัญในการเข้าสู่ตลาดมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าของประเทศไทย ซึ่งภายในงาน ทางสลีคได้รับความสนใจ จากทั้งผู้ขับขี่และนักลงทุนในด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ ตอกย้ำวิสัยทัศน์ของสลีคในการทำให้ การเดิน ทางเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เข้าถึงได้ และใช้งานได้จริงสำหรับคนไทยทุกคน เนื่องในโอกาสการเข้าร่วมงาน Motor Expo 2025 ในปีนี้ สลีค อีวี ไม่ได้เพียงนำเสนอรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า รุ่นใหม่เท่านั้น แต่ยังต้องการสื่อสารแนวทางการดำเนินธุรกิจที่บริษัทกำลังผลักดันอย่างจริงจัง โดยเฉพาะด้าน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/auto/3673242">PROUD เร่งยอดโอน ดันรายได้โตโค้งสุดท้ายปี 68</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เนสเพรสโซ เดินหน้าลุยเส้นทางการรีไซเคิลจับมืออินฟลูเอนเซอร์สายสิ่งแวดล้อม มุ่งเป้าเพิ่มอัตราการส่งคืนแคปซูลกาแฟใช้แล้วในปีนี้]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3672315</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 02 Dec 2025 16:38:00 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3672315</guid>

					<description><![CDATA[<p>Nespresso (เนสเพรสโซ) ผู้นำด้านกาแฟแคปซูลและเครื่องชงกาแฟชนิดแคปซูลระดับพรีเมียมจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เดินหน้าตอกย้ำแคมเปญ ‘My Cup of Purpose’ ดึงอินฟลูเอนเซอร์สายสิ่งแวดล้อมร่วมโปรโมต ‘ความยั่งยืน (Sustainability)’ ในประเทศไทยให้จับต้องได้มากยิ่งขึ้น ผ่านโมเดลรีไซเคิลแคปซูลอะลูมิเนียมและกากกาแฟ พร้อมตั้งเป้าผลักดันอัตราการส่งคืนแคปซูลภายในปี 2568 นี้ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมที่หยั่งรากลึกอยู่ในทุกขั้นตอนของการเดินทาง ตั้งแต่เมล็ดกาแฟ สู่แคปซูลกาแฟที่คุณดื่มทุกวัน ต่อยอดไปจนถึงกระบวนการ Second Life[1] เนสเพรสโซประเทศไทย เปิดประตูให้ผู้รักการดื่มกาแฟได้เป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายด้านความยั่งยืน ผ่านแนวทางของ &#8216;การหมุนเวียน (Circularity)&#8217; เช่นเดียวกับตลาดทั่วโลก โดยให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายของผู้บริโภคในการส่งคืนแคปซูลกาแฟใช้แล้ว ควบคู่กับการต่อยอดความร่วมมือไปยังพันธมิตรท้องถิ่นอย่าง บริษัท วงษ์พาณิชย์ ผู้นำการจัดการขยะของไทยตั้งอยู่ที่จังหวัดพิษณุโลก เพื่อให้มั่นใจว่าแคปซูลทุกชิ้นที่ลูกค้าได้ดื่มจะถูกรวบรวม และนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลด้วยความใส่ใจโลกอย่างแท้จริง โดยหนึ่งกิจกรรมหลักในแคมเปญ ‘My Cup of Purpose’ ครั้งนี้ ทางเนสเพรสโซประเทศไทย ได้ร่วมเดินทางไปกับ เน๋ง – ศรัณย์ นราประเสริฐกุล ในฐานะ Friend of Nespresso เพื่อสัมผัสการเดินทางของแคปซูลกาแฟใช้แล้วในทุกกระบวนการ และเชิญชวนทุกคนมาคืนแคปซูลเพื่อเปลี่ยนให้กลายเป็นสิ่งใหม่ เพื่อโลก ไปพร้อมกัน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3672315">เนสเพรสโซ เดินหน้าลุยเส้นทางการรีไซเคิลจับมืออินฟลูเอนเซอร์สายสิ่งแวดล้อม มุ่งเป้าเพิ่มอัตราการส่งคืนแคปซูลกาแฟใช้แล้วในปีนี้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เต็ดตรา แพ้ค พร้อมเสริมศักยภาพผู้ประกอบการไทย ชี้กระแสกาแฟพร้อมดื่มที่เติบโตในกลุ่มคนรุ่นใหม่]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3667711</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 20 Nov 2025 11:54:43 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3667711</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากความต้องการที่เพิ่มขึ้นของผู้บริโภคเจเนอเรชัน Z และมิลเลนเนียล เต็ดตรา แพ้ค พร้อมขับเคลื่อนนวัตกรรมกาแฟพร้อมดื่มแบบพรีเมียมจากไอเดียสู่ผลิตภัณฑ์จริง ในวันที่ผู้บริโภคยุคใหม่กำลังมองหากาแฟพร้อมดื่มที่มีคุณภาพและพกพาได้สะดวก เต็ดตรา แพ้ค ผู้นำด้านโซลูชันการแปรรูปและบรรจุภัณฑ์อาหารชั้นนำของโลก พร้อมเดินเคียงข้างผู้ประกอบการเครื่องดื่มในประเทศไทยเพื่อคว้าโอกาสในตลาดกาแฟพร้อมดื่มแบบพรีเมียม หรือ Premium Ready-to-Drink Coffee ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว พร้อมจัดกิจกรรม “Tetra Pak Coffee Express: Explore the World of RTD Coffee” ณ ศูนย์นวัตกรรมผลิตภัณฑ์สำหรับลูกค้า กรุงเทพฯ (Customer Innovation Centre &#8211; CIC Bangkok) เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยได้ทดลองและต่อยอดผลิตภัณฑ์กาแฟพร้อมดื่มที่ตรงใจผู้บริโภคยุคใหม่ พร้อมแสดงศักยภาพด้านนวัตกรรมกาแฟพร้อมดื่มและโซลููชันแบบครบวงจรของ เต็ดตรา แพ้ค ตลาดกาแฟพร้อมดื่มในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น โดยมีแนวโน้มเติบโตแตะมูลค่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 6 แสนห้าหมื่นล้านบาท ภายในปี พ.ศ. 2573 ด้วยอัตราขยายตัวเฉลี่ยถึง 5.26 เปอร์เซ็นต์ต่อปี ขณะที่ในประเทศไทย กระแสการเติบโตเหล่านี้ถูกขับเคลื่อนด้วยพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคกลุ่ม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3667711">เต็ดตรา แพ้ค พร้อมเสริมศักยภาพผู้ประกอบการไทย ชี้กระแสกาแฟพร้อมดื่มที่เติบโตในกลุ่มคนรุ่นใหม่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เต็ดตรา แพ้ค ร่วมยินดีกับ EarlyBKK โชว์ศักยภาพแบรนด์คาเฟ่ไทยในเวทีโลกBarcelona Design Week Underground 2025 ด้วยแนวคิดการออกแบบเพื่อความยั่งยืน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3655169</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 16 Oct 2025 14:56:39 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3655169</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากความร่วมมือกับเต็ดตรา แพ้ค EarlyBKK พลิกโฉมกล่องบรรจุภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม สู่แรงบันดาลใจในการออกแบบตกแต่งที่ถ่ายทอดแนวคิดการรีไซเคิลอย่างมีสไตล์ สู่การยอมรับในระดับโลก เต็ดตรา แพ้ค ประเทศไทย ร่วมแสดงความยินดีกับคาเฟ่ EarlyBKK ที่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมจัดแสดงผลงานในงาน Barcelona Design Week Underground 2025 ซึ่งเป็นเวทีระดับสากลที่รวบรวมแนวคิดการออกแบบเพื่อสิ่งแวดล้อมจากทั่วทุกมุมโลก โดย EarlyBKK ได้ร่วมนำเสนอตัวอย่างเฟอร์นิเจอร์และงานตกแต่งภายในที่ผลิตจากกล่องบรรจุภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มรีไซเคิล สะท้อนแนวคิดด้านความยั่งยืน นิทรรศการในปีนี้จัดขึ้นภายใต้ธีม “Lessons from the Moon” เปิดพื้นที่ให้กับผลงานออกแบบแนวทดลอง (Experimental projects) ที่รวบรวมมาจากทั่วโลก ให้ผู้เยี่ยมชมนิทรรศการได้สำรวจเกี่ยวกับการออกแบบและสังคมในอนาคต โดยคาเฟ่ EarlyBKK และทีมสถาปนิกจาก space+craft ได้นำเสนอผลงานออกแบบและการตกแต่งที่ใช้วัสดุรีไซเคิล อาทิ แผ่นเอ็นไวโรบอร์ด (EnviroBoard) และอิฐบล็อกรีไซเคิล (Eco Block) ที่พัฒนาขึ้นจากความร่วมมือระหว่างเต็ดตรา แพ้ค และพันธมิตรด้านการรีไซเคิลในประเทศไทย EnviroBoard และ Eco Block เป็นวัสดุใหม่ที่ได้จากการนำเศษพลาสติกและอะลูมิเนียม (polyAl) จากกล่องบรรจุภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มมาแปรรูปและอัดขึ้นใหม่เป็นเม็ดคอมโพสิตที่มีความแข็งแรงและทนทาน นำมาใช้เป็นองค์ประกอบในการตกแต่งที่สะท้อนเอกลักษณ์เฉพาะของคาเฟ่ EarlyBKK [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3655169">เต็ดตรา แพ้ค ร่วมยินดีกับ EarlyBKK โชว์ศักยภาพแบรนด์คาเฟ่ไทยในเวทีโลกBarcelona Design Week Underground 2025 ด้วยแนวคิดการออกแบบเพื่อความยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[มาสเตอร์การ์ดเผยความสำคัญของการสร้างแนวทางการป้องกันเชิงบูรณาการเพื่อรับมือปัญหาการฉ้อโกงในอาเซียน ในงาน Bangkok Digital Finance Conference 2025]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3651217</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 06 Oct 2025 14:00:32 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3651217</guid>

					<description><![CDATA[<p>มาสเตอร์การ์ดเน้นย้ำความสำคัญของการกำหนดกรอบการดำเนินงานภายใต้มาตรฐานเดียวกันในทุก ๆ ภาคส่วน เพื่อยกระดับการป้องกันการฉ้อโกงในระดับชาติและการแก้ไขปัญหาหลอกลวงที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้นทั่วทั้งภูมิภาคอาเซียน ภายในงาน Bangkok Digital Finance Conference 2025 ที่ผ่านมา ออเดรย์ วอง (Audrey Wong) รองประธานฝ่ายโซลูชันการต่อต้านอาชญากรรมทางการเงินและบริการคริปโต ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มาสเตอร์การ์ด ระบุว่า “วิกฤตการณ์หลอกลวงที่เกิดขึ้นทั่วอาเซียนสะท้อนถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการป้องกันอาชญากรรมทางการเงิน เพราะวิธีการป้องกันแบบดั้งเดิมไม่เพียงพออีกต่อไป เนื่องจากมิจฉาชีพในปัจจุบันสามารถปฏิบัติการได้ทั้งข้ามพรมแดนและข้ามแพลตฟอร์ม อีกทั้งยังมาในรูปแบบที่หลากหลาย ดังนั้นสิ่งที่จำเป็นคือการแบ่งปันข้อมูลธุรกรรมระหว่างสถาบัน การกำหนดมาตรฐานร่วมในระบบตรวจจับและยืนยันตัวตน รวมถึงการนำเทคโนโลยีที่สามารถปรับตัวต่อกลโกงใหม่ ๆ มาใช้ได้อย่างทันท่วงที” จากข้อมูลของ Global Anti-Scam Alliance พบว่า ประชาชนในภูมิภาคอาเซียนกว่า 63% รายงานว่าเคยตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวงในปีที่ผ่านมา ซึ่งจำนวนเกือบ 1 ใน 4 ของผู้ใหญ่ทั้งหมดต้องประสบกับความเสียหายทางการเงิน รวมมูลค่าความสูญเสียรวมทั้งสิ้นกว่า 740,000 ล้านบาท ซึ่งในประเทศไทยเพียงประเทศเดียวคิดเป็นมูลค่าสูงถึง 115,300 ล้านบาท นอกจากนี้ ออเดรย์ วอง ยังได้ยกตัวอย่างความสำเร็จของการใช้มาตรฐานกลางในต่างประเทศ โดยระบุว่า สหราชอาณาจักร (UK) เป็นประเทศที่มีการกำหนดระบบมาตรฐานแห่งชาติในการแบ่งปันข้อมูลธุรกรรม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3651217">มาสเตอร์การ์ดเผยความสำคัญของการสร้างแนวทางการป้องกันเชิงบูรณาการเพื่อรับมือปัญหาการฉ้อโกงในอาเซียน ในงาน Bangkok Digital Finance Conference 2025</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ทันตแพทย์ในกิจกรรม ‘ฟันผุบ๊ายบาย ใช้ชีวิตสบายๆ กับฟลูโอคารีล’ ชี้คนไข้เกิน 70% เป็นโรคฟันผุ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3644466</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 19 Sep 2025 13:48:23 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3644466</guid>

					<description><![CDATA[<p>ย้ำต้องใส่ใจการดูแลสุขภาพฟันอย่างเร่งด่วน ด้วย 4 เทคนิคป้องกันฟันผุง่าย ๆ ได้ผลจริง Fluocaril (ฟลูโอคารีล) กับพันธมิตรคลินิกทันตกรรมในกิจกรรม “ฟันผุบ๊ายบาย ใช้ชีวิตสบายๆ กับฟลูโอคารีล” เผยข้อมูลปัญหา ‘โรคฟันผุ’ เทียบเป็นสัดส่วน 7 ต่อ 10 ของคนไข้ที่เข้ารับการรักษาในกิจกรรมทั้งหมด ถือเป็นปัญหาสุขภาพฟันที่น่ากังวลอันดับหนึ่ง โดยมีสาเหตุหลักจาก “การแปรงฟันไม่ถูกวิธี-ใช้ยาสีฟันไม่มีฟลูออไรด์” ชี้ถึงความสำคัญในการเข้าใจและดูแลสุขภาพช่องปากเชิงป้องกันอย่างถูกต้องเพื่อลดโอกาสการเกิดฟันผุและเสริมสร้างสุขภาพฟันที่ดีในระยะยาว ด้วย 4 วิธีที่สามารถเริ่มได้ด้วยตนเอง ดังนี้ ใช้อุปกรณ์การแปรงฟันให้เข้ากับโครงสร้างฟันตนเอง โดยทั่วไปแนะนำใช้แปรงสีฟันขนนุ่ม ปลายเรียว หน้าตัดตรง เพื่อทำความสะอาดอย่างทั่วถึง ใช้ร่วมกับไหมขัดฟันเพื่อซอกซอนไปถึงส่วนที่ขนแปรงเข้าไม่ถึง ตั้งใจแปรงฟันอย่างละเอียด ให้ความสำคัญกับการแปรงฟันทีละซี่ โดยวางแปรงเอียงทำมุม 45 องศา ขยับแปรงในแนวฟันสั้น ๆ ฟันล่างปัดขึ้น ฟันบนปัดลง เพื่อกำจัดคราบหรือเศษอาหารที่อยู่ระหว่างซอกฟันและซอกเหงือก ใช้เวลาอย่างต่ำ 2-3 นาทีในการแปรงฟันแต่ละครั้ง เสริมความแข็งแรงของผิวฟันด้วยยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์ การใช้สารฟลูออไรด์ในการแปรงฟัน ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของผิวฟันในการป้องกันการกัดกร่อนของจุลินทรีย์ที่เป็นจุดเริ่มต้นของฟันผุ สามารถเลือกยาสีฟันสูตรได้ตามชอบ แต่จำเป็นต้องมีฟลูออไรด์ในปริมาณ 1,000–1,500 ppm และต้องบีบยาสีฟันเต็มแปรง (สำหรับผู้ใหญ่) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3644466">ทันตแพทย์ในกิจกรรม ‘ฟันผุบ๊ายบาย ใช้ชีวิตสบายๆ กับฟลูโอคารีล’ ชี้คนไข้เกิน 70% เป็นโรคฟันผุ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[มาสเตอร์การ์ด จับมือ Beam นำโซลูชัน Cloud Commerce ยกระดับการชำระเงินดิจิทัลสำหรับเอสเอ็มอีไทย ด้วย “Beam Bolt”]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3639246</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 05 Sep 2025 14:12:30 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3639246</guid>

					<description><![CDATA[<p>มาสเตอร์การ์ดประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Beam ผู้ให้บริการเทคโนโลยีการชำระเงินชั้นนำของประเทศไทย เปิดตัว Beam Bolt โซลูชันการชำระเงินแบบไร้สัมผัสที่ขับเคลื่อนโดย Mastercard Cloud Commerce โดยความร่วมมือครั้งนี้จะนำเทคโนโลยี “Tap on Phone” มาช่วยให้ผู้ประกอบการ SME ไทยสามารถรับชำระเงินผ่านบัตรแบบไร้สัมผัสได้โดยตรงผ่านสมาร์ตโฟนหรือแท็บเล็ต โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาเครื่องรูดบัตรหรือเทอร์มินัลชำระเงินแบบเดิมอีกต่อไป ปัจจุบันภูมิทัศน์การชำระเงินดิจิทัลของไทยยังมีโอกาสเติบโตอย่างมหาศาล โดยธุรกิจ SME มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจคิดเป็นกว่าหนึ่งในสามของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) แต่ก็ยังมีอุปสรรคสำคัญ เนื่องจากผู้ประกอบการจำนวนมากยังคงพึ่งพาการใช้เงินสดเป็นหลัก เนื่องจากต้นทุนและความยุ่งยากของการติดตั้งเครื่อง EDC แบบเดิม ซึ่งโซลูชันใหม่นี้จะเข้ามาช่วยลดข้อจำกัดดังกล่าวและสร้างโอกาสใหม่ให้กับธุรกิจขนาดเล็กและกลางทั่วประเทศ Beam Bolt ขจัดอุปสรรคเหล่านี้ด้วยโซลูชันที่ไม่ต้องใช้ฮาร์ดแวร์ โดยใช้งานร่วมกับอุปกรณ์แอนดรอยด์ทุกรุ่นที่มีเทคโนโลยี NFC ทำให้การรับชำระเงินด้วยบัตรเป็นเรื่องง่ายสำหรับร้านค้าแบบป็อปอัพ ผู้ให้บริการจัดส่งสินค้า ผู้ค้าแผงลอย และผู้ประกอบการรายย่อย ด้วยเทคโนโลยี Cloud Commerce ของมาสเตอร์การ์ดที่ขับเคลื่อน Beam Bolt ช่วยให้สามารถรับชำระเงินแบบไร้สัมผัสได้อย่างปลอดภัยโดยตรงผ่านสมาร์ตโฟน สถาปัตยกรรมคลาวด์ยังช่วยลดความเสี่ยงในการเข้าถึงข้อมูลสำคัญและข้อมูลของผู้ถือบัตรจากอุปกรณ์ ช่วยให้มั่นใจได้ถึงความปลอดภัยเต็มรูปแบบในทุกการแตะบัตรเพื่อชำระเงินผ่านโทรศัพท์ ด้วยเทคโนโลยีนี้ Beam Bolt ช่วยให้ผู้ประกอบการไทยสามารถให้บริการลูกค้าทั้งในและต่างประเทศที่หันมาใช้การชำระเงินแบบไร้เงินสดมากขึ้น พร้อมมอบความยืดหยุ่นในการถอนเงินไปยังบัญชีธนาคารใดก็ได้ โดยไม่จำกัดว่าผู้ค้าใช้ธนาคารหลักใด นอกเหนือจากการรองรับบัตรแบบไร้สัมผัสทั้งในและต่างประเทศของ Mastercard [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3639246">มาสเตอร์การ์ด จับมือ Beam นำโซลูชัน Cloud Commerce ยกระดับการชำระเงินดิจิทัลสำหรับเอสเอ็มอีไทย ด้วย “Beam Bolt”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[รายงานมาสเตอร์การ์ดเผย เด็กเจน Alpha เก่งเรื่องการเงินดิจิทัลมากกว่ารุ่นพ่อแม่ ในขณะที่คนไทยต้องการระบบชำระเงินแบบใหม่ ที่สะดวกและตรงกับไลฟ์สไตล์]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3637952</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 02 Sep 2025 15:40:27 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3637952</guid>

					<description><![CDATA[<p>ผลสำรวจพบเด็กไทยเริ่มเรียนรู้วิธีการจัดการการเงินตั้งแต่อายุ 7 ขวบ ทั้งฟังค์ชั่นความปลอดภัยในการระบุตัวตน ไปจนถึง agentic AI ส่วนผู้บริโภคคนไทยต้องการนวัตกรรมที่มีคุณภาพ มากกว่าปริมาณ งานวิจัยชิ้นล่าสุดจากมาสเตอร์การ์ดเผยให้เห็นข้อมูลที่น่าสนใจ เด็กไทยยุค Gen Alpha (เด็กที่เกิดในยุคดิจิทัล ตั้งแต่ปี 2553 เป็นต้นมา) กว่า 86% สามารถเข้าถึงบัญชีการเงินได้แล้ว เด็กไทยยุคยังเริ่มเข้าถึงเครื่องมือทางการการเงินอื่น ๆ ทั้งกระเป๋าตังค์ดิจิทัล (67%) บัญชีการลงทุน (57%) และแม้กระทั่งบัตรเครดิต (52%) ควบคู่ไปกับการที่เด็กกลุ่มนี้เริ่มกลายมาเป็นคนแนะนำเทคโนโลยีการเงินให้กับพ่อแม่ของตัวเอง โดยครอบครัวมากกว่าครึ่ง (55%) ยอมรับว่าลูก ๆ เป็นคนแนะนำให้พวกเขารู้จักเทคโนโลยีการเงินที่พ่อแม่เองก็ยังไม่เคยรู้จักมาก่อน เตรียมพร้อม Gen Alpha สำหรับอนาคตของโลกการเงินดิจิทัล ข้อมูลสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของครอบครัวไทยที่เปลี่ยนไปอย่างน่าสนใจ โดยผู้ปกครองของเด็ก Gen Alpha ในประเทศไทยส่วนใหญ่คาดหวังให้ลูก ๆ ของพวกเขาเติบโตในโลก ที่อาจไม่เคยต้องใช้กระเป๋าสตางค์จริง หรือไม่ต้องถือเงินสดเลย (73%) ในขณะเดียวกัน ผู้ปกครองของเด็ก ๆ กลุ่มนี้ก็กำลังพยายามปรับตัวให้ทันกับลูก ๆ ของพวกเขาเช่นกัน โดย: [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3637952">รายงานมาสเตอร์การ์ดเผย เด็กเจน Alpha เก่งเรื่องการเงินดิจิทัลมากกว่ารุ่นพ่อแม่ ในขณะที่คนไทยต้องการระบบชำระเงินแบบใหม่ ที่สะดวกและตรงกับไลฟ์สไตล์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เต็ดตรา แพ้ค เดินหน้าสานต่อโครงการเก็บกล่องสร้างบ้าน ขับเคลื่อนแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน เสริมสร้างศักยภาพให้กับชุมชนไทย]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3636931</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 01 Sep 2025 10:54:35 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3636931</guid>

					<description><![CDATA[<p>ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการต่อยอดโครงการเก็บกล่องสร้างบ้านกับเต็ดตรา แพ้ค ที่งาน Sustrends 2026 เต็ดตรา แพ้ค ประกาศเดินหน้าสานต่อโครงการเก็บกล่องสร้างบ้านเพื่อมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก โครงการที่เริ่มต้นจากการรวบรวมและรีไซเคิลกล่องเครื่องดื่มให้กลายเป็นวัสดุก่อสร้าง เพื่อนำไปสร้างที่อยู่อาศัยให้กับผู้ประสบภัยพิบัติและชุมชนที่ขาดแคลน พร้อมเตรียมขยายระยะเวลาโครงการต่อไปอีก 3 ปี จนถึงสิงหาคม พ.ศ. 2571 จากความสำเร็จของโครงการในปีที่ผ่านมา เต็ดตรา แพ้ค ประเทศไทย ได้ประกาศต่อยอดโครงการเก็บกล่องสร้างบ้าน เพื่อขยายแนวทางการนำกล่องเครื่องดื่มใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่อย่างครอบคลุม พร้อมตั้งเป้าขยายเครือข่ายจุดรับกล่องเพื่อให้ได้กล่องเครื่องดื่มใช้แล้วกลับมารีไซเคิลมากขึ้น และสนับสนุนการจัดส่งวัสดุก่อสร้างรีไซเคิล เช่น แผ่นหลังคา แผ่นไม้อีโค่ อิฐอีโค่บล็อก และกรอบประตูหน้าต่าง ให้แก่ชุมชนที่ประสบภัยพิบัติและพื้นที่ขาดแคลนอย่างต่อเนื่อง การเดินหน้าโครงการต่อเนื่องในครั้งนี้ เต็ดตรา แพ้ค ยังคงมุ่งมั่นสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการรีไซเคิลกล่องเครื่องดื่ม พร้อมเปลี่ยนมุมมองของผู้บริโภคว่า กล่องเครื่องดื่มไม่ใช่ขยะไร้ค่า แต่เป็นวัสดุที่สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์เพื่อชุมชนและโลกใบนี้ได้ โดยยังคงรณรงค์แนวทาง “แกะ-ล้าง-เก็บ” ซึ่งเป็น 3 ขั้นตอนง่าย ๆ ในการเตรียมกล่องเครื่องดื่มสำหรับการบริจาค แสดงให้เห็นว่าการกระทำเล็ก ๆ ของแต่ละคนสามารถสร้างผลกระทบที่ยั่งยืนและมีความหมายได้ ในปี 2567 โครงการได้สร้างผลลัพธ์ที่ชัดเจน โดยรวบรวมกล่องเครื่องดื่มใช้แล้วได้เพิ่มอีก 42 ตัน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3636931">เต็ดตรา แพ้ค เดินหน้าสานต่อโครงการเก็บกล่องสร้างบ้าน ขับเคลื่อนแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน เสริมสร้างศักยภาพให้กับชุมชนไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[วีโร่เปิดตัว MicroFluent แพลตฟอร์มเพื่อเชื่อมต่ออินฟลูเอนเซอร์ กับแบรนด์ชั้นนำในไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3608980</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 12 Jun 2025 16:17:28 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3608980</guid>

					<description><![CDATA[<p>วีโร่ (Vero) บริษัทที่ปรึกษาชั้นนำด้านการสื่อสารประชาสัมพันธ์และการตลาดดิจิทัลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้เปิดตัว MicroFluent แพลตฟอร์มสำหรับอินฟลูเอนเซอร์ที่ออกแบบมาเพื่อเปิดโอกาสให้อินฟลูเอนเซอร์หรือครีเอเตอร์หน้าใหม่ได้ร่วมงานกับแบรนด์ชั้นนำในแคมเปญสำคัญต่าง ๆ อินฟลูเอนเซอร์ที่เข้าร่วมแพลตฟอร์มจะได้เป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายครีเอเตอร์ที่น่าเชื่อถือครอบคลุมทุกสาขาและทุกสเกลโดยโปรไฟล์ของอินฟลูเอนเซอร์จะถูกจับคู่กับแคมเปญที่เหมาะสมกับครีเอเตอร์ ทั้งด้านสไตล์การทำคอนเทนต์กลุ่มเป้าหมายและความเหมาะสมกับแบรนด์ แพลตฟอร์ม MicroFluent ยังเปิดรับอินฟลูเอนเซอร์จาก 6 ประเทศ ได้แก่ ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และเวียดนาม อุมาพร วิทเทเกอร์-ทอมป์สัน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริการลูกค้าและประธานฝ่ายอินฟลูเอนเซอร์ ของวีโร่ กล่าวว่า “ปัจจุบันตลาดอินฟลูเอนเซอร์มีการแข่งขันที่สูงทำให้การร่วมงานกับแบรนด์กลายเป็น เรื่องยากยิ่งขึ้น เราจึงอยากให้แพลตฟอร์ม MicroFluent เข้ามาเป็นทางเลือกใหม่ที่ช่วยให้อินฟลูเอนเซอร์ทั้งในไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สามารถหาโอกาสร่วมงานกับแบรนด์ได้ง่ายขึ้นรวมถึงได้ทำงานกับ แคมเปญที่สอดคล้องกับตัวตนและเป้าหมายของตนเอง” แพลตฟอร์ม MicroFluent ได้รับการดูแลโดยทีมผู้เชี่ยวชาญด้านอินฟลูเอนเซอร์ของวีโร่จากทั่วภูมิภาคที่พร้อมช่วยสนับสนุนครีเอเตอร์ที่มีศักยภาพให้สามารถโดดเด่นท่ามกลางโลกโซเชียลยุคปัจจุบันที่เต็มไป ด้วยเนื้อหาและข้อมูลพร้อมทั้งช่วยเพิ่มการมองเห็น โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับแบรนด์และอินฟลูเอนเซอร์คนอื่น ๆ ที่มีแนวคิดตรงกัน นอกจากนี้ อินฟลูเอนเซอร์ที่เป็นส่วนหนึ่งของเครือข่าย MicroFluent จะได้รับสิทธิพิเศษในการร่วมงานกับแบรนด์ชั้นนำทั้งในประเทศและภูมิภาคที่วีโร่คัดสรรมาเป็นอย่างดี โดยจะได้รับการติดต่อโดยตรงจากทีมผู้เชี่ยวชาญด้านอินฟลูเอนเซอร์ของวีโร่สำหรับงานสปอนเซอร์ งานแคมเปญ งานโปรโมทสินค้าและงานอีเวนต์ต่าง ๆ นอกจากนี้ สมาชิกยังจะได้รับเชิญเข้าร่วมเวิร์คช็อปร่วมตอบแบบสอบถามและแสดงความคิดเห็น และงาน Happy Hours ของวีโร่ที่เปิดโอกาสให้อินฟลูเอนเซอร์ได้พบปะแลกเปลี่ยนประสบการณ์และทำกิจกรรมร่วมกันในบรรยากาศที่ผ่อนคลายนอกเหนือจากการทำงาน รฉัตร พวงเพ็ชร ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายบริหารอินฟลูเอนเซอร์ของวีโร่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3608980">วีโร่เปิดตัว MicroFluent แพลตฟอร์มเพื่อเชื่อมต่ออินฟลูเอนเซอร์ กับแบรนด์ชั้นนำในไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ปลดล็อกการเติบโตของธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มไปกับ เต็ดตรา แพ้ค ที่งาน THAIFEX – Anuga Asia 2025]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3603542</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 27 May 2025 17:25:01 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3603542</guid>

					<description><![CDATA[<p>เต็ดตรา แพ้ค ชูศักยภาพด้านนวัตกรรมแบบครบวงจร การสร้างความแตกต่าง และการเพิ่มประสิทธิภาพ เพื่อสนับสนุนผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มให้เติบโตได้อย่างมั่นคง ท่ามกลางสภาพตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เต็ดตรา แพ้ค ผู้นำด้านโซลูชันการแปรรูปและบรรจุภัณฑ์ อาหารชั้นนำของโลก ขอเชิญชวนผู้นำและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มเข้าร่วมงาน THAIFEX &#8211; Anuga Asia 2568 เพื่อสำรวจและปลดล็อกโอกาสการเติบโตผ่านนวัตกรรมและโซลูชันแบบครบวงจรของเต็ดตรา แพ้ค THAIFEX &#8211; Anuga Asia 2025 เวทีสำคัญที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดของเอเชียในด้านนวัตกรรมอาหารและเครื่องดื่มรวมถึงการสร้างความร่วมมือระดับอุตสาหกรรม เปิดโอกาสให้แบรนด์และผู้ผลิตค้นพบโซลูชันของเต็ดตรา แพ้คที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องอย่างกาแฟพร้อมดื่ม ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมทางโภชนาการ และผลิตภัณฑ์อาหารที่เก็บรักษาได้นานโดยไม่ต้องแช่เย็นและไม่ใส่วัตถุกันเสีย บูธของเต็ดตรา แพ้คปีนี้ จัดแสดงภายใต้ธีม “Unlocking Growth”  โดยนำเสนอผ่าน 3 แนวคิดหลัก ได้แก่ Innovate to Elevate (สร้างสรรค์เพื่อยกระดับ), Differentiate to Stand out (แตกต่างเพื่อสร้างจุดเด่น) และ Optimise for Efficiency (เพิ่มประสิทธิภาพเพื่อประโยชน์สูงสุด) ซึ่งถือเป็นสามเสาหลักในการขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม โซน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3603542">ปลดล็อกการเติบโตของธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มไปกับ เต็ดตรา แพ้ค ที่งาน THAIFEX – Anuga Asia 2025</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[iQOO Neo 10 เตรียมเปิดตัวในไทย พร้อมจัดให้แบบ ‘เต็มแม็กซ์ในทุกแมตช์’ 5 มิ.ย. นี้!]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/it/3602831</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 26 May 2025 15:23:48 +0700</pubDate>
				<category>it</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3602831</guid>

					<description><![CDATA[<p>สิ้นสุดการรอคอย! กับครั้งแรกของการเปิดตัวและวางจำหน่ายสมาร์ตโฟนจาก iQOO Neo Series ในตลาดประเทศไทยอย่างเป็นทางการ โดยงานนี้ iQOO (ไอคูล) แบรนด์สมาร์ตโฟนตัวท็อป เตรียมส่งมอบความสามารถในการเล่นเกมขั้นสุดสู่มือเหล่าเกมเมอร์ผ่านการเปิดตัว iQOO Neo 10 ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘เต็มแม็กซ์ในทุกแมตช์’ หรือ ‘Power to Win’ พร้อมเข้ามาเป็นพลังสู่ชัยชนะในทุกสนามด้วยการยกระดับความแรงรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็น สเปกเหนือชั้น ชิปเซ็ตปรับแต่งพิเศษ หรือฟีเจอร์ต่าง ๆ ที่ออกแบบมาเพื่อการตอบสนองที่เสถียรและรวดเร็วยิ่งขึ้น เตรียมตัวให้พร้อมแล้วมาเปิดประสบการณ์การเล่นเกมที่เหนือกว่าไปด้วยกัน 5 มิถุนายนนี้ พิเศษเพื่อเหล่าโอเปอเรเตอร์ชาวไทย! iQOO Neo 10 เตรียมเปิดตัวพร้อมผนึกกำลังกับเกม FPS เชิงกลยุทธ์ในตำนานอย่าง Garena® Delta Force เพื่อส่งมอบประสบการณ์ความแรงแบบ ‘เต็มแม็กซ์’ ให้กับทุกการแข่งขัน โดยการรวมมือในครั้งนี้จะตามมาด้วยกิจกรรมสุดพิเศษมากมายให้เหล่าเกมเมอร์ได้ร่วมสนุกกันแบบจัดเต็ม เริ่มต้นตั้งแต่งานเปิดตัวที่ iQOO เตรียมขนทัพ iQOO Pro Player ชื่อดัง อาทิ ‘กิตงาย’ และ ‘วี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/it/3602831">iQOO Neo 10 เตรียมเปิดตัวในไทย พร้อมจัดให้แบบ ‘เต็มแม็กซ์ในทุกแมตช์’ 5 มิ.ย. นี้!</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
	</channel>
</rss>
