<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
>
<channel>
	<title>ThaiPR.NET</title>
	<atom:link href="https://www.thaipr.net/tag/%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b9%88/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thaipr.net/tag/วีโร่</link>
	<description>Press Release Distribution Center of Thailand</description>
	<lastBuildDate>Tue, 01 Sep 2026 17:37:57 +0700</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.1</generator>
	<item>
		<title><![CDATA[หอมแบบนี้ ต้อง “หมูแม็กกี้”! จากจานยอดฮิตที่คนติดใจแม็กกี้เดินหน้าต่อยอดความสำเร็จ ปั้น “หมูแม็กกี้” สู่เมนูซิกเนเจอร์ระดับประเทศ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3755749</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 31 Aug 2026 16:55:19 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3755749</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากเมนูที่เริ่มต้นด้วยไอเดียง่าย ๆ ว่าอยากให้ทุกคนทำจานอร่อยได้เองที่บ้าน วันนี้ “หมูแม็กกี้” ได้กลายเป็นอีกหนึ่งเมนูยอดฮิตที่คนไทยรู้จัก ทำตาม และนำไปต่อยอดในแบบของตัวเอง ด้วยรสชาติหอมอร่อย ทำง่าย และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วยซอสปรุงอาหาร จาก “แม็กกี้” (MAGGI) ภายใต้ บริษัท เนสท์เล่ (ประเทศไทย) จำกัด โดยความนิยมของ “หมูแม็กกี้” สะท้อนผ่านกระแสบนโลกออนไลน์ที่สร้างยอดเข้าถึงมากกว่า 47 ล้านครั้ง พร้อมยอดเซฟและแชร์มากกว่า 130,000 ครั้ง ขณะที่ความฮิตไม่ได้หยุดอยู่แค่ในครัวที่บ้าน แต่ยังขยายไปสู่ร้านอาหาร ที่นำ “หมูแม็กกี้” ไปพัฒนาเป็นสูตรของตัวเอง ทั้งการเลือกวัตถุดิบ และเทคนิคการปรุง เพื่อสร้างเมนูใหม่ที่ดึงดูดลูกค้าและสร้างโอกาสทางธุรกิจ จน “หมูแม็กกี้” เริ่มเดินทางจาก จานฮิตในบ้าน สู่เมนูที่ถูกสร้างสรรค์และเสิร์ฟจริงในร้านอาหารทั่วประเทศ “หอมแบบนี้ ต้องหมูแม็กกี้” เอกลักษณ์ความอร่อยที่ทำให้จานนี้ไม่เหมือนใคร หัวใจสำคัญที่ทำให้ “หมูแม็กกี้” มีคาแรกเตอร์ความอร่อยในแบบของตัวเอง คือ รสชาติและกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ของซอสปรุงอาหารแม็กกี้ โดยเฉพาะเมื่อซอสสัมผัสกับกระทะร้อน ๆ กลิ่นหอมเฉพาะตัวจะยิ่งเด่นชัด ชวนให้อยากอาหาร พร้อมเติมรสชาติเข้มข้นที่ซึมเข้าเนื้อหมูอย่างลงตัว จนเกิดเป็นรสชาติที่คนจดจำได้ว่า “หอมแบบนี้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3755749">หอมแบบนี้ ต้อง “หมูแม็กกี้”! จากจานยอดฮิตที่คนติดใจแม็กกี้เดินหน้าต่อยอดความสำเร็จ ปั้น “หมูแม็กกี้” สู่เมนูซิกเนเจอร์ระดับประเทศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เดลต้า ประเทศไทย ผนึกกำลัง การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เร่งขับเคลื่อนการพัฒนาแรงงานแห่งอนาคต ผ่านโครงการ &#8220;IEAT–DELTA Samutprakan Sandbox&#8221;]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/energy/3755064</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 28 Aug 2026 12:12:59 +0700</pubDate>
				<category>energy</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3755064</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้นำระดับโลกด้านการจัดการพลังงานและนวัตกรรมโซลูชันสีเขียวอัจฉริยะ ได้ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เพื่อขับเคลื่อนโครงการ IEAT–DELTA Samutprakan Sandbox ซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือที่ออกแบบมาเพื่อเป็นต้นแบบในการพัฒนาแรงงานอย่างเป็นระบบ ด้วยการเชื่อมโยงการศึกษากับการทำงานจริง พร้อมทั้งเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษาและภาคอุตสาหกรรมในจังหวัดสมุทรปราการ โครงการนี้เป็นการผนึกกำลังระหว่าง กนอ., เดลต้า ประเทศไทย, หน่วยงานรัฐท้องถิ่น, สถาบันการศึกษา และชุมชนรอบนิคมอุตสาหกรรมบางปู โดยมุ่งเชื่อมโยงโรงเรียนในพื้นที่เข้ากับมหาวิทยาลัยชั้นนำ เพื่อสร้างเส้นทางสู่อาชีพที่ชัดเจน ยกระดับศักยภาพเยาวชนท้องถิ่น และพัฒนาเด็กรุ่นใหม่ให้มีความพร้อมสอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนไป นายวิคเตอร์ เจิ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า &#8220;เวลาที่เราพูดถึงการพัฒนาอุตสาหกรรม เรามักจะนึกถึงเรื่องการลงทุน เทคโนโลยี และโครงสร้างพื้นฐานเป็นหลัก แต่แท้จริงแล้ว การเติบโตอย่างยั่งยืนต้องพึ่งพา &#8216;บุคลากร&#8217; โดยเฉพาะการทำให้เยาวชนมีองค์ความรู้ ทักษะ และโอกาสที่เหมาะสม เพื่อให้สามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการเติบโตดังกล่าวได้ สำหรับเดลต้าแล้ว นี่คือเป้าหมายสำคัญที่สุดของโครงการ IEAT–DELTA Samutprakan Sandbox&#8221; [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/energy/3755064">เดลต้า ประเทศไทย ผนึกกำลัง การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เร่งขับเคลื่อนการพัฒนาแรงงานแห่งอนาคต ผ่านโครงการ &#8220;IEAT–DELTA Samutprakan Sandbox&#8221;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ยกระดับอุตสาหกรรมมะพร้าวไทยด้วยนวัตกรรมการแปรรูป เปลี่ยนความซับซ้อนให้เป็นโอกาสสำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/manufacturing/3754744</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 27 Aug 2026 16:13:55 +0700</pubDate>
				<category>manufacturing</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3754744</guid>

					<description><![CDATA[<p>เต็ดตรา แพ้ค สนับสนุนผู้ผลิตไทยรับมือความท้าทายด้านการแปรรูปมะพร้าว พร้อมส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ จากมะพร้าว ผ่านศูนย์ความรู้ด้านมะพร้าว และศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์ของเต็ดตรา แพ้ค จังหวัดระยอง อุตสาหกรรมมะพร้าวของไทยมีโอกาสเติบโตอีกมาก โดยเฉพาะการต่อยอดจากผลิตภัณฑ์มะพร้าวแบบเดิมสู่ผลิตภัณฑ์ที่มีความแตกต่างและมีมูลค่าเพิ่ม เพื่อตอบโจทย์ทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ โดยศูนย์ความรู้ด้านมะพร้าว (Coconut Knowledge Centre: CKC) ภายใต้ศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์ของเต็ดตรา แพ้ค (Product Development Centre: PDC) จังหวัดระยอง แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของเทคโนโลยีการแปรรูปและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้ผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มสามารถทดลองพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ จากมะพร้าว วิธีการแปรรูป และการนำวัตถุดิบไปใช้งานในรูปแบบใหม่ ๆ ก่อนขยายสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ในระดับอุตสาหกรรม ในปัจจุบัน ประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในตลาดมะพร้าวระดับโลก โดยข้อมูลจากกรมประชาสัมพันธ์ระบุว่า ในช่วงเดือนมกราคมถึงตุลาคม พ.ศ. 2567 ไทยส่งออกกะทิมูลค่าสูงถึง 341.11 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 12,000 ล้านบาท) เพิ่มขึ้นถึง 16.85% จากช่วงเวลาเดียวกันในปี พ.ศ. 2566[1] นอกจากนี้ Grand View Research[2] ยังระบุว่า ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกยังครองส่วนแบ่งในตลาดผลิตภัณฑ์มะพร้าวทั่วโลกมากที่สุดในปี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/manufacturing/3754744">ยกระดับอุตสาหกรรมมะพร้าวไทยด้วยนวัตกรรมการแปรรูป เปลี่ยนความซับซ้อนให้เป็นโอกาสสำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[“Mulk” นมพาสเจอร์ไรส์ และ “Mulk+” นมโปรตีนสูง จากเชียงใหม่เฟรชมิลค์แบรนด์ไทยรายแรกที่ใช้กล่อง Tetra Rex® Plant-based ผลิตจากวัสดุหมุนเวียนจากพืช]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3751389</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 18 Aug 2026 13:55:17 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3751389</guid>

					<description><![CDATA[<p>ด้วยแรงบันดาลใจ “จากน้ำนมคุณภาพ…สู่คุณภาพชีวิตที่ดีกว่า” เชียงใหม่เฟรชมิลค์ เลือกใช้บรรจุภัณฑ์กล่อง Tetra Rex® Plant-based จากวัสดุกระดาษบรรจุภัณฑ์ Tetra Pak® Craft ซึ่งผลิตจากวัสดุหมุนเวียนจากพืช สำหรับผลิตภัณฑ์นมพาสเจอร์ไรส์ “Mulk” และนมโปรตีนสูง “Mulk+” สูตรใหม่ เพื่อสะท้อนความใส่ใจทั้งคุณภาพ ผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม ผลิตภัณฑ์นม “Mulk” ผลิตจากน้ำนมโคของเกษตรกรในภาคเหนือ ภายใต้โครงการนมคุณภาพสูงล้านนา มีให้เลือก 2 ขนาด ได้แก่ 945 มล. และ 450 มล. ขณะที่ “Mulk+” ให้โปรตีนสูงถึง 39 กรัม ไม่เติมน้ำตาลทราย แคลเซียมสูง และปราศจากแลคโตส มี 3 รสชาติ ได้แก่ รสจืด ช็อกโกแลต และน้ำผึ้ง ในขนาด 400 มล. พกพาสะดวก ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพและต้องการเติมโปรตีนระหว่างวัน ทั้ง “Mulk” [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3751389">“Mulk” นมพาสเจอร์ไรส์ และ “Mulk+” นมโปรตีนสูง จากเชียงใหม่เฟรชมิลค์แบรนด์ไทยรายแรกที่ใช้กล่อง Tetra Rex® Plant-based ผลิตจากวัสดุหมุนเวียนจากพืช</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[มาสเตอร์การ์ด ยกระดับประสบการณ์การเดินทางสำหรับผู้ถือบัตรระดับพรีเมียม]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3748976</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Aug 2026 11:16:09 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3748976</guid>

					<description><![CDATA[<p>ด้วยคลับรับประทานอาหาร Taste by Priceless แห่งแรกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ณ ท่าอากาศยานนานาชาติฮ่องกง ผู้ถือบัตรมาสเตอร์การ์ดจากทั่วโลกสามารถสัมผัสประสบการณ์การรับประทานอาหารสุดพิเศษจากคลับรับประทานอาหาร Taste by Priceless แห่งแรกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกได้แล้ว ณ สนามบินนานาชาติฮ่องกง ซึ่งถือเป็นการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของประสบการณ์การรับประทานอาหารระดับพรีเมียมภายในสนามบิน โดยสิทธิประโยชน์นี้เปิดให้บริการสำหรับผู้ถือบัตร World Legend, World Elite และ World Mastercard ที่เดินทางสู่ฮ่องกง โดยสามารถใช้สิทธิ์ได้โดยไม่จำกัดว่าบัตรดังกล่าวออกโดยสถาบันการเงินในประเทศใดก็ตาม Taste by Priceless ของมาสเตอร์การ์ดตั้งอยู่ ณ อาคารผู้โดยสาร 1 ใกล้ประตู 40 ซึ่งเป็นทำเลที่เดินทางสะดวก ออกแบบมาสำหรับนักเดินทางที่ต้องการเพลิดเพลินกับประสบการณ์ด้านอาหารที่ไม่เหมือนใคร โดยผสมผสานการเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับอาหาร กิจกรรมที่นำโดยเชฟท้องถิ่นและการออกแบบที่ดื่มด่ำ คลับรับประทานอาหาร Taste by Priceless ถือเป็นส่วนหนึ่งของมาสเตอร์การ์ดคอลเลคชัน (The Mastercard Collection) ซึ่งเป็นพอร์ตโฟลิโอระดับโลกของมาสเตอร์การ์ด ที่รวบรวมสิทธิประโยชน์ด้านการรัปประทานอาหาร ความบันเทิง และการเดินทางระดับพรีเมียมผ่าน The Mastercard Collection ทำให้ผู้ถือบัตรมีสิทธิ์สามารถเข้าถึงประสบการณ์ระดับพรีเมียมตลอดการเดินทาง คลับรับประทานอาหาร [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3748976">มาสเตอร์การ์ด ยกระดับประสบการณ์การเดินทางสำหรับผู้ถือบัตรระดับพรีเมียม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[มาสเตอร์การ์ดยกระดับแพลตฟอร์มบัตรดิจิทัลด้วยระบบควบคุมความปลอดภัยใหม่]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3748339</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 07 Aug 2026 17:36:44 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3748339</guid>

					<description><![CDATA[<p>เชื่อมต่อการชำระเงินผ่าน Embedded Payments Network และรองรับการเข้าถึงบริการทั้งหมดผ่าน API เดียว ความสามารถใหม่ด้านการควบคุมสำหรับผู้ออกบัตร การยกระดับการควบคุมในขั้นตอนการเคลียร์ริ่งและการขยายความสามารถด้าน Embedded Payments เพื่อช่วยให้องค์กรธุรกิจและสถาบันการเงินสามารถบริหารจัดการโปรแกรม Virtual Card ได้อย่างปลอดภัย โปร่งใส และรองรับการขยายการใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพCiti จะเป็นผู้ออกบัตรรายแรกที่จะนำความสามารถใหม่เหล่านี้ไปใช้ทั่วโลก มาสเตอร์การ์ดประกาศเปิดตัวการยกระดับความสามารถครั้งใหม่ของ Mastercard In Control® ซึ่งได้รับการยกย่องจาก Kaiser Associates ให้เป็นเป็นแพลตฟอร์ม Virtual Card Number (VCN) ชั้นนำของอุตสาหกรรม ตอกย้ำตำแหน่งผู้นำระดับโลกด้านการชำระเงินระหว่างธุรกิจ (B2B) ที่มีความปลอดภัยและรองรับการขยายการใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ นวัตกรรมใหม่ประกอบด้วยความสามารถในการควบคุมการใช้งาน Virtual Card ขั้นสูงที่ช่วยลดความเสี่ยงตลอดทุกขั้นตอนของวงจรการชำระเงิน และการเชื่อมต่อเพียงครั้งเดียวเพื่อเข้าถึงเครือข่ายพันธมิตรด้าน Embedded Payments ที่กำลังเติบโตของมาสเตอร์การ์ด ช่วยให้องค์กรธุรกิต สถาบันการเงิน และผู้ให้บริการแพลตฟอร์มต่าง ๆ สามารถบริหารจัดการการชำระเงินได้อย่างมั่นใจ มีความยืดหยุ่น และมีประสิทธิภาพมากขึ้น ปัจจุบันอีโคซิสเต็ม VCN ของมาสเตอร์การ์ดประกอบด้วยผู้ออกบัตร แพลตฟอร์มโดยตรง และองค์กรต่าง ๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3748339">มาสเตอร์การ์ดยกระดับแพลตฟอร์มบัตรดิจิทัลด้วยระบบควบคุมความปลอดภัยใหม่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เต็ดตรา แพ้ค เปิดตัวบรรจุภัณฑ์จากวัสดุหมุนเวียนจากพืชครั้งแรกในประเทศไทย สำหรับผลิตภัณฑ์นมเชียงใหม่ เฟรชมิลค์]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3747996</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 07 Aug 2026 10:01:55 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3747996</guid>

					<description><![CDATA[<p>เชียงใหม่เฟรชมิลค์ขึ้นแท่นผู้ผลิตนมรายแรกของไทยที่เลือกใช้กล่อง Tetra Rex® Plant-based จากวัสดุกระดาษบรรจุภัณฑ์แบบ Tetra Pak® Craft สำหรับผลิตภัณฑ์นมพาสเจอร์ไรส์และนมโปรตีนสูงสูตรใหม่ เต็ดตรา แพ้ค เปิดตัวกล่องบรรจุภัณฑ์ Tetra Rex® Plant-based ผลิตจากวัสดุหมุนเวียนจากพืชที่ใช้กระดาษแบบไม่ฟอกสี Tetra Pak® Craft ในประเทศไทย โดยเชียงใหม่เฟรชมิลค์เป็นผู้ผลิตผลิตภัณฑ์นมรายแรกของประเทศที่นำบรรจุภัณฑ์ดังกล่าวมาใช้กับผลิตภัณฑ์นมพาสเจอร์ไรส์ Mulk (มัก) และนมโปรตีนสูง Mulk+ (มักพลัส) รุ่นใหม่ ในยุคที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ที่ผสานคุณภาพเข้ากับทางเลือกที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น บรรจุภัณฑ์จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ การเปิดตัวครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมนมในประเทศไทย ด้วยการนำเสนอตัวเลือกบรรจุภัณฑ์ที่ช่วยลดการพึ่งพาทรัพยากรฟอสซิล ขณะเดียวกันยังคงรักษาคุณภาพ ความปลอดภัย และความสะดวกสบายที่ผู้บริโภคคาดหวังจากผลิตภัณฑ์นมไว้ได้ บรรจุภัณฑ์ที่เปิดตัวครั้งนี้ เป็นกล่องรุ่น Tetra Rex® ของเต็ดตรา แพ้ค ที่มีรูปทรงจั่วสำหรับผลิตภัณฑ์แบบแช่เย็น และมีเอกลักษณ์ของวัสดุกระดาษบรรจุภัณฑ์แบบไม่ฟอกสี Tetra Pak® Craft ผ่านการรับรองแหล่งที่มาจากองค์การจัดการป่าไม้ (Forest Stewardship Council™ หรือ FSC™) โดยกล่อง Tetra Rex® Plant-based [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3747996">เต็ดตรา แพ้ค เปิดตัวบรรจุภัณฑ์จากวัสดุหมุนเวียนจากพืชครั้งแรกในประเทศไทย สำหรับผลิตภัณฑ์นมเชียงใหม่ เฟรชมิลค์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เต็ดตรา แพ้ค ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดห่วงโซ่คุณค่ากว่าหนึ่งในสาม พร้อมเดินหน้าขยายความร่วมมือด้านการรีไซเคิลในประเทศไทยร่วมกับพันธมิตรท้องถิ่น]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3743622</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 Jul 2026 13:43:28 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3743622</guid>

					<description><![CDATA[<p>เต็ดตรา แพ้ค เปิดเผยรายงานความยั่งยืน ประจำปี 2568 นำเสนอผลการดำเนินงานด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างต่อเนื่องของบริษัท และบทบาทของความคืบหน้าดังกล่าวในการเสริมสร้างความยืดหยุ่นของระบบอาหารทั่วโลก ในปี 2568 บริษัทประสบความสำเร็จในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดห่วงโซ่คุณค่า 34% เมื่อเทียบกับปีฐาน 2562[1] เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าราว 12 จุดเปอร์เซ็นต์[2] โดยการดำเนินงานภายในของบริษัท เต็ดตรา แพ้คสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 56%[3] และมีสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนสูงถึง 97% ของการใช้พลังงานทั้งหมด ความก้าวหน้าดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการที่เต็ดตรา แพ้คให้ความสำคัญมากขึ้นในการต่อยอดผลลัพธ์จากการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้กลายเป็นความยืดหยุ่นของระบบอาหารในระยะยาว โดยมุ่งเน้นความพยายามและการลงทุนไปยังด้านที่สามารถสร้างคุณค่าในระยะยาวได้มากที่สุด เพื่อสนับสนุนการผลิตอาหารที่มีประสิทธิภาพและแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ควบคู่ไปกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง นายปฏิญญา ศิลสุภดล ผู้อำนวยการฝ่ายความยั่งยืน บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ความก้าวหน้าของเราแสดงให้เห็นว่าเส้นทางสู่ความยั่งยืนของเต็ดตรา แพ้ค กำลังเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง และเรายังคงมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ที่จะผลักดันการดำเนินงานนี้ให้ก้าวไปไกลยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องน่ายินดีที่เป้าหมายระยะยาวของเรากำลังนำไปสู่ผลลัพธ์ที่จับต้องได้ในประเทศไทย ในทุกความสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นก้าวเล็ก ๆ หรือใหญ่ ล้วนมีส่วนสนับสนุนเป้าหมายของประเทศในการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ การขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนให้เกิดขึ้นอย่างแท้จริงนั้นต้องอาศัยความมุ่งมั่นร่วมกันจากทุกภาคอุตสาหกรรมและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ด้วยความร่วมมือกับพันธมิตรในท้องถิ่น เรากำลังสนับสนุนโครงการริเริ่มต่าง ๆ ที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนที่สอดคล้องกับเป้าหมายด้านความยั่งยืนในภาพรวมของประเทศไทย” เดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนในประเทศไทย ในฐานะส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืนในประเทศไทย เต็ดตรา [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3743622">เต็ดตรา แพ้ค ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดห่วงโซ่คุณค่ากว่าหนึ่งในสาม พร้อมเดินหน้าขยายความร่วมมือด้านการรีไซเคิลในประเทศไทยร่วมกับพันธมิตรท้องถิ่น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[มาสเตอร์การ์ดจัดงานประชุม Innovation Circuit ผนึกกำลังผู้นำในอุตสาหกรรม เพื่อหารือและสร้างอนาคตของการค้าและการชำระเงินดิจิทัล]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3738357</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 07 Jul 2026 16:50:05 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3738357</guid>

					<description><![CDATA[<p>โดยจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 4 ภายใต้แนวคิด “Next Lap in Payments” จัดขึ้น ณ Mastercard Experience Center ประเทศสิงคโปร์ มุ่งขับเคลื่อนการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับ Agentic Commerce Digital Identity และ AI-driven Intelligence เพื่อเตรียมความพร้อมสู่ระบบนิเวศการชำระเงินแห่งอนาคต ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านของโลกการค้าที่มีความเชื่อมโยงมากขึ้น ชาญฉลาด และขับเคลื่อนด้วยอัตลักษณ์ดิจิทัลมากยิ่งขึ้น สถาบันการเงิน พันธมิตรด้านการชำระเงิน ผู้ประกอบการ หน่วยงานกำกับดูแล และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ต่างกำลังมองหาแนวทางที่เป็นรูปธรรมในการทำความเข้าใจการเปลี่ยนแปลง โอกาสใหม่ ๆ และการเตรียมความพร้อมสำหรับระบบนิเวศการชำระเงินในปี 2573 ซึ่งจะต้องมีความน่าเชื่อถือ สามารถทำงานร่วมกับระบบต่างๆ ได้ ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล มีความปลอดภัย และใช้งานง่าย ขณะเดียวกัน AI Agent เริ่มเข้ามามีบทบาทในการช่วยผู้บริโภคค้นหาสินค้า ตัดสินใจซื้อ และดำเนินการชำระเงินมากขึ้น อุตสาหกรรมจึงต้องมั่นใจว่าประสบการณ์การค้ารูปแบบใหม่นี้ปลอดภัย ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถควบคุมข้อมูลและการตัดสินใจของตนเองได้อย่างเต็มที่ พร้อมรองรับการขยายการใช้งานในวงกว้างในอนาคต ณ ศูนย์ Mastercard Experience Center [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3738357">มาสเตอร์การ์ดจัดงานประชุม Innovation Circuit ผนึกกำลังผู้นำในอุตสาหกรรม เพื่อหารือและสร้างอนาคตของการค้าและการชำระเงินดิจิทัล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เต็ดตรา แพ้ค พลิกโฉมตลาดอาหารพร้อมรับประทาน เปิดตัวบรรจุภัณฑ์กระดาษสำหรับผลิตภัณฑ์ทูน่าเป็นรายแรกในอุตสาหกรรม]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/manufacturing/3738322</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 07 Jul 2026 16:35:06 +0700</pubDate>
				<category>manufacturing</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3738322</guid>

					<description><![CDATA[<p>ชู Tetra Recart® บรรจุภัณฑ์ทางเลือกใหม่ที่คุ้มค่าและปล่อยก๊าซคาร์บอนต่ำกว่าบรรจุภัณฑ์กระป๋องแบบดั้งเดิม เต็ดตรา แพ้ค ร่วมกับ Jealsa ผู้ผลิตอาหารทะเลชั้นนำจากประเทศสเปน เปิดตัวบรรจุภัณฑ์กระดาษสำหรับผลิตภัณฑ์ทูน่าพร้อมรับประทานแบบเก็บรักษาได้ที่อุณหภูมิปกติเป็นรายแรกในอุตสาหกรรม ด้วยการบรรจุในกล่อง Tetra Recart® ซึ่งเป็นนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์อาหารของเต็ดตรา แพ้ค โดยเปิดตัวครั้งแรกในประเทศสวีเดนในรูปแบบกล่องขนาด 200 มิลลิลิตร ผ่านผู้ค้าปลีก Axfood และเตรียมเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตอาหารและแบรนด์ทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย นำไปต่อยอดและพัฒนาผลิตภัณฑ์ในพอร์ตโฟลิโอของตนได้ตามต้องการ โซลูชันนี้ได้รับการพัฒนาขึ้นผ่านความร่วมมือกับ Jealsa ผู้ผลิตอาหารทะเลคุณภาพสูงสัญชาติสเปน โดยผสานเข้ากับจุดแข็งของเต็ดตรา แพ้ค ที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและบรรจุภัณฑ์อาหาร เพื่อสร้างนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ทั้งประสิทธิภาพการผลิตและความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ สำหรับประเทศไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในฐานการผลิตและส่งออกทูน่ากระป๋องรายใหญ่ของโลก คิดเป็นสัดส่วน 29.7% ของการส่งออกทูน่ากระป๋องทั่วโลก[1] การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญในการต่อยอดอุตสาหกรรมไปอีกขั้น ท่ามกลางเทรนด์ผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วไปสู่ความต้องการอาหารที่สะดวก พกพาง่าย[2] และพร้อมรับประทานมากยิ่งขึ้น นายสุภนัฐ รัตนทิพ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “อุตสาหกรรมทูน่าของไทยมีความแข็งแกร่งในระดับโลกอยู่แล้วทั้งด้านคุณภาพและศักยภาพการผลิต แต่การเติบโตในระยะถัดไปจะมาจากการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ตอบโจทย์ผู้บริโภครุ่นใหม่ ซึ่งให้ความสำคัญกับความสะดวก ความหลากหลาย และประสบการณ์ที่แตกต่างมากขึ้น โดยกล่อง Tetra [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/manufacturing/3738322">เต็ดตรา แพ้ค พลิกโฉมตลาดอาหารพร้อมรับประทาน เปิดตัวบรรจุภัณฑ์กระดาษสำหรับผลิตภัณฑ์ทูน่าเป็นรายแรกในอุตสาหกรรม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[มาสเตอร์การ์ดจัดงานประชุม Innovation Circuit ผนึกกำลังผู้นำในอุตสาหกรรม เพื่อหารือและสร้างอนาคตของการค้าและการชำระเงินดิจิทัล]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3738294</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 07 Jul 2026 15:50:46 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3738294</guid>

					<description><![CDATA[<p>โดยจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 4 ภายใต้แนวคิด “Next Lap in Payments” จัดขึ้น ณ Mastercard Experience Center ประเทศสิงคโปร์ มุ่งขับเคลื่อนการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับ Agentic Commerce Digital Identity และ AI-driven Intelligence เพื่อเตรียมความพร้อมสู่ระบบนิเวศการชำระเงินแห่งอนาคต ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านของโลกการค้าที่มีความเชื่อมโยงมากขึ้น ชาญฉลาด และขับเคลื่อนด้วยอัตลักษณ์ดิจิทัลมากยิ่งขึ้น สถาบันการเงิน พันธมิตรด้านการชำระเงิน ผู้ประกอบการ หน่วยงานกำกับดูแล และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ต่างกำลังมองหาแนวทางที่เป็นรูปธรรมในการทำความเข้าใจการเปลี่ยนแปลง โอกาสใหม่ ๆ และการเตรียมความพร้อมสำหรับระบบนิเวศการชำระเงินในปี 2573 ซึ่งจะต้องมีความน่าเชื่อถือ สามารถทำงานร่วมกับระบบต่างๆ ได้ ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล มีความปลอดภัย และใช้งานง่าย ขณะเดียวกัน AI Agent เริ่มเข้ามามีบทบาทในการช่วยผู้บริโภคค้นหาสินค้า ตัดสินใจซื้อ และดำเนินการชำระเงินมากขึ้น อุตสาหกรรมจึงต้องมั่นใจว่าประสบการณ์การค้ารูปแบบใหม่นี้ปลอดภัย ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถควบคุมข้อมูลและการตัดสินใจของตนเองได้อย่างเต็มที่ พร้อมรองรับการขยายการใช้งานในวงกว้างในอนาคต ณ ศูนย์ Mastercard Experience Center [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3738294">มาสเตอร์การ์ดจัดงานประชุม Innovation Circuit ผนึกกำลังผู้นำในอุตสาหกรรม เพื่อหารือและสร้างอนาคตของการค้าและการชำระเงินดิจิทัล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ไทยกูลิโกะ ฉลองครบรอบ 60 ปีของ “ป๊อกกี้” เปิดตัวแคมเปญ ‘Connect with a Smile’ พลิกโฉมแพ็กเกจใหม่ พร้อมอัปเกรดรสช็อกโกแลตให้เข้มข้นและกรอบยิ่งขึ้น]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3732830</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 23 Jun 2026 08:48:45 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3732830</guid>

					<description><![CDATA[<p>ไทยกูลิโกะ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์บิสกิตยอดนิยม ประกาศเปิดตัวแคมเปญ “Connect with a Smile” เพื่อฉลองครบรอบ 60 ปีของป๊อกกี้ ผ่านการดีไซน์กล่องรูปแบบใหม่ครบทั้ง 6 รสชาติคลาสสิก พร้อมปรับสูตรป๊อกกี้รสช็อกโกแลตให้เข้มข้นยิ่งขึ้นและแท่งบิสกิตให้กรอบยิ่งกว่าเดิม เพื่อตอบรับกับไลฟ์สไตล์ที่ไม่เคยหยุดนิ่งของผู้บริโภคยุคใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มเจนซี (Gen Z) นายเฉลิมพงษ์ ดรงค์สุวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยกูลิโกะ จำกัด กล่าวว่า “ตลอด 60 ปีที่ผ่านมา ป๊อกกี้เป็นผลิตภัณฑ์ที่อยู่เคียงข้างผู้คนในทุกช่วงจังหวะของชีวิต ไม่ว่าจะแบ่งให้กับเพื่อนสนิท หรือเปิดกล่องทานกันทั้งครอบครัว ป๊อกกี้ก็มีส่วนช่วยสร้างรอยยิ้มให้เกิดขึ้นได้ในทุก ๆ วัน ดังนั้น การเปิดตัวในครั้งนี้จึงเป็นการยกระดับทั้งภาพลักษณ์และรสชาติของป๊อกกี้ เพื่อให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์และความคาดหวังของผู้บริโภครุ่นใหม่มากยิ่งขึ้น โดยกูลิโกะมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ขนมที่ช่วยสร้างความสุขผ่านการแบ่งปัน เพื่อตอบรับกับวิสัยทัศน์ ‘Healthier Days, Wellbeing for Life’” การปรับโฉมในครั้งนี้เกิดจากความเข้าใจของไทยกูลิโกะต่อวิถีชีวิตประจำวันของผู้บริโภคเจนซีที่ไม่ได้มองหาเพียงรสชาติความอร่อยเท่านั้น แต่ยังต้องการของว่างชิ้นเล็ก ๆ ที่จะช่วยเปลี่ยนอารมณ์ให้สดใสขึ้น และเติมความสุขให้กับชีวิตในทุกวัน โดยป๊อกกี้ได้มองเห็นโอกาสในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคเจนซีมากยิ่งขึ้น ด้วยการเป็นขนมที่ช่วยคลายหิว พร้อมทั้งช่วยจุดประกายความสุขและสร้างช่วงเวลาแห่งความสนุก รอยยิ้ม และพลังบวกในชีวิตประจำวัน ป๊อกกี้ได้เปิดตัวแพ็กเกจจิ้งใหม่ครอบคลุมทั้ง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3732830">ไทยกูลิโกะ ฉลองครบรอบ 60 ปีของ “ป๊อกกี้” เปิดตัวแคมเปญ ‘Connect with a Smile’ พลิกโฉมแพ็กเกจใหม่ พร้อมอัปเกรดรสช็อกโกแลตให้เข้มข้นและกรอบยิ่งขึ้น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[มาสเตอร์การ์ดและเครสเซนต์เรตติ้งชี้โอกาสด้านการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับชาวมุสลิมมูลค่าสูงถึง 21 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่ประเทศไทยกำลังขยายฐานนักท่องเที่ยวเชิงกีฬา]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3732709</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 22 Jun 2026 17:30:12 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3732709</guid>

					<description><![CDATA[<p>การพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวก บริการ และประสบการณ์การชำระเงินที่เป็นมิตรต่อชาวมุสลิมให้ดีขึ้นจะช่วยให้จุดหมายปลายทางต่าง ๆ สามารถเข้าถึงความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากนักท่องเที่ยวชาวมุสลิมได้ ในขณะที่ประเทศไทยยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนเป้าหมายในการเป็นศูนย์กลางด้านการท่องเที่ยวและกีฬา รายงานฉบับใหม่ของมาสเตอร์การ์ดและเครสเซนต์เรตติ้งชี้ให้เห็นถึงศักยภาพทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นของการท่องเที่ยวเชิงกีฬาที่เป็นมิตรต่อชาวมุสลิม ซึ่งคาดว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 21 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทั่วโลกภายในปี 2573 หากจุดหมายปลายทางและผู้จัดงานต่าง ๆ เสริมสร้างความครอบคลุมและความมั่นใจตลอดเส้นทางการเดินทาง ผลการศึกษา Proof Wins: The Convergence of Sports, Travel, and Faith ซึ่งศึกษาเกี่ยวกับวิธีการที่นักท่องเที่ยวชาวมุสลิมค้นหา วางแผน และเข้าร่วมอีเวนต์ด้านกีฬา รวมถึงปัจจัยสำคัญที่เปลี่ยนแปลงจากแค่ความสนใจให้กลายเป็นการจองจริง โดยงานวิจัยพบว่าแม้ความสนใจด้านการท่องเที่ยวเชิงกีฬาในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวมุสลิมจะมีสูง แต่ปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจเข้าร่วมขึ้นอยู่กับความชัดเจนและความน่าเชื่อถือของข้อมูลสำคัญต่าง ๆ เช่น อาหารฮาลาล สถานที่ละหมาด ระบบขนส่ง และตัวเลือกการชำระเงินที่ปลอดภัย “ประเทศไทยมีพื้นฐานที่แข็งแกร่งในฐานะจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยว และเป็นตัวเลือกยอดนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวชาวมุสลิมมาอย่างยาวนาน” นางวินนี่ วอง ผู้จัดการประจำประเทศไทยและเมียนมา มาสเตอร์การ์ด กล่าว “การทำให้สิ่งอำนวยความสะดวกที่เป็นมิตรต่อชาวมุสลิมสามารถเข้าถึงและค้นหาได้ง่ายทั้งก่อนและระหว่างการเดินทาง จะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว ยกระดับประสบการณ์การเดินทางโดยรวม และทำให้ประเทศไทยสามารถครองส่วนแบ่งที่มากขึ้นในตลาดที่กำลังเติบโตนี้ ซึ่งจะสนับสนุนเป้าหมายที่กว้างขึ้นของประเทศในการเสริมความแข็งแกร่งให้กับการเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงกีฬา” โอกาสการเติบโตของการท่องเที่ยวเชิงกีฬา ด้วยการเติบโตอย่างต่อเนื่องของการท่องเที่ยวของชาวมุสลิมทั่วโลก อีเวนต์ด้านกีฬาได้กลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการท่องเที่ยว การคาดการณ์ในปัจจุบันแสดงให้เห็นว่ายอดใช้จ่ายของชาวมุสลิมในการเดินทางไปร่วมงานกีฬาจะเพิ่มขึ้นจากประมาณ 11 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2568 เป็น 17 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2573 และหากจุดหมายปลายทางต่าง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3732709">มาสเตอร์การ์ดและเครสเซนต์เรตติ้งชี้โอกาสด้านการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับชาวมุสลิมมูลค่าสูงถึง 21 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่ประเทศไทยกำลังขยายฐานนักท่องเที่ยวเชิงกีฬา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[มาสเตอร์การ์ดและเครสเซนต์เรตติ้งเผยรายงาน Global Muslim Travel Index 2026]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3732353</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 22 Jun 2026 09:11:28 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3732353</guid>

					<description><![CDATA[<p>ชี้ 80% ของนักเดินทางใช้ AI วางแผนทริป สะท้อนการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคการท่องเที่ยวดิจิทัล ที่ขับเคลื่อนด้วยความเชื่อมั่น มาสเตอร์การ์ดและเครสเซนต์เรตติ้ง เปิดเผยรายงาน Global Muslim Travel Index 2026 (GMTI 2026) หรือดัชนีการท่องเที่ยวมุสลิมโลก ประจำปี 2569 ฉบับที่ 11 ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าปัญญาประดิษฐ์ (AI) ความเชื่อมั่นทางดิจิทัล การเดินทางภายในภูมิภาค และความพร้อมของจุดหมายปลายทาง กำลังเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางใหม่ของการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อชาวมุสลิม ผลสำรวจพบว่า 80% ของนักท่องเที่ยวทั่วโลกใช้เครื่องมือ AI ช่วยวางแผนการเดินทาง ตั้งแต่การค้นหาข้อมูล เลือกจุดหมายปลายทาง ไปจนถึงการจัดตารางทริป แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนแปลงสำคัญ จากเดิมที่นักท่องเที่ยวต้องค้นหาข้อมูลด้วยตนเอง ไปสู่การใช้ AI เป็นผู้ช่วยในการตัดสินใจมากขึ้น ดังนั้น แหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ จึงจำเป็นต้องปรับตัว ไม่เพียงแต่จัดให้มีบริการที่เป็นมิตรต่อชาวมุสลิมเท่านั้น แต่ยังต้องทำให้ข้อมูลและบริการเหล่านี้ “ปรากฏให้เห็นได้ในโลกดิจิทัล” เพื่อให้ AI สามารถเข้าถึงและนำไปแนะนำแก่นักท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ รายงาน GMTI 2026 ประเมินจุดหมายปลายทางจำนวน 150 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3732353">มาสเตอร์การ์ดและเครสเซนต์เรตติ้งเผยรายงาน Global Muslim Travel Index 2026</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[มาสเตอร์การ์ดและเครสเซนต์เรตติ้งเผยรายงาน Global Muslim Travel Index 2026 ชี้ 80% ของนักเดินทางใช้ AI วางแผนทริป]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3732054</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 19 Jun 2026 11:32:33 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3732054</guid>

					<description><![CDATA[<p>สะท้อนการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคการท่องเที่ยวดิจิทัล ที่ขับเคลื่อนด้วยความเชื่อมั่น มาสเตอร์การ์ดและเครสเซนต์เรตติ้ง เปิดเผยรายงาน Global Muslim Travel Index 2026 (GMTI 2026) หรือดัชนีการท่องเที่ยวมุสลิมโลก ประจำปี 2569 ฉบับที่ 11 ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าปัญญาประดิษฐ์ (AI) ความเชื่อมั่นทางดิจิทัล การเดินทางภายในภูมิภาค และความพร้อมของจุดหมายปลายทาง กำลังเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางใหม่ของการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อชาวมุสลิม ผลสำรวจพบว่า 80% ของนักท่องเที่ยวทั่วโลกใช้เครื่องมือ AI ช่วยวางแผนการเดินทาง ตั้งแต่การค้นหาข้อมูล เลือกจุดหมายปลายทาง ไปจนถึงการจัดตารางทริป แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนแปลงสำคัญ จากเดิมที่นักท่องเที่ยวต้องค้นหาข้อมูลด้วยตนเอง ไปสู่การใช้ AI เป็นผู้ช่วยในการตัดสินใจมากขึ้น ดังนั้น แหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ จึงจำเป็นต้องปรับตัว ไม่เพียงแต่จัดให้มีบริการที่เป็นมิตรต่อชาวมุสลิมเท่านั้น แต่ยังต้องทำให้ข้อมูลและบริการเหล่านี้ “ปรากฏให้เห็นได้ในโลกดิจิทัล” เพื่อให้ AI สามารถเข้าถึงและนำไปแนะนำแก่นักท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ รายงาน GMTI 2026 ประเมินจุดหมายปลายทางจำนวน 150 แห่ง ซึ่งครอบคลุมสัดส่วนมากกว่า 98% ของนักท่องเที่ยวมุสลิมทั่วโลก โดยอ้างอิงกรอบการประเมิน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3732054">มาสเตอร์การ์ดและเครสเซนต์เรตติ้งเผยรายงาน Global Muslim Travel Index 2026 ชี้ 80% ของนักเดินทางใช้ AI วางแผนทริป</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ศรีจันทร์ เปิดเกมรุกตลาดกันแดด ดึง “ซี-นุนิว” ขึ้นแท่นพรีเซนเตอร์คู่ ดันกันแดดไลน์ใหม่ มุ่งขยายพอร์ตเติบโตต่อเนื่อง]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3716126</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 27 Apr 2026 16:53:21 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3716126</guid>

					<description><![CDATA[<p>ศรีจันทร์ (SRICHAND) เดินหน้ารุกตลาดกันแดดอย่างต่อเนื่อง ตอกย้ำบทบาท T-Beauty Leader ดึง “ซี-พฤกษ์” และ “นุนิว-ชวรินทร์” นั่งแท่นพรีเซนเตอร์คู่ ส่งผลิตภัณฑ์กันแดดใหม่ ใน SRICHAND SUNLUTION ภายใต้แนวคิด “ดันบาร์กันแดดให้สุด ปกป้องผิวครบทุกมิติ” มุ่งมั่นดูแลทุกผิวให้แข็งแรง พร้อมท้าแดด สู้ทุกมลภาวะ จัดงานเปิดตัวสุดยิ่งใหญ่ “Escape the Sun Island Party” ชวนท้าแดดเมืองไทยอย่างมั่นใจ พร้อมใช้ชีวิตให้สุดบาร์ทุกโมเมนต์ มุ่งเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ ทุกเพศ เพื่อดันพอร์ตกันแดดเติบโตต่อเนื่อง คุณรวิศ หาญอุตสาหะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ จำกัด กล่าวว่า “ตลอดปีที่ผ่านมา ศรีจันทร์เดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างโดดเด่นในกลุ่มผลิตภัณฑ์สกินแคร์ ควบคู่กับการยกระดับการรับรู้แบรนด์ในวงกว้าง โดยส่งผลให้กลุ่มผลิตภัณฑ์อื่นๆภายใต้แบรนด์ โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์กันแดดได้รับความสนใจ และการตอบรับดีมากยิ่งขึ้น ซึ่งผมมองว่า พอร์ตนี้ของแบรนด์ยังมีแนวโน้มเติบโตได้อีกมาก โดยมีทิศทางการขยายตัวไปพร้อม ๆ กับตลาดเช่นเดียวกัน โดยในปีที่ผ่านมา SRICHAND SUNLUTION สามารถสร้างการเติบโตไปกว่า 52% [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3716126">ศรีจันทร์ เปิดเกมรุกตลาดกันแดด ดึง “ซี-นุนิว” ขึ้นแท่นพรีเซนเตอร์คู่ ดันกันแดดไลน์ใหม่ มุ่งขยายพอร์ตเติบโตต่อเนื่อง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เต็ดตรา แพ้ค แนะผู้ประกอบการไทยคว้าโอกาสเติบโตของตลาด Plant-Based พร้อมเปิดตัววัตถุดิบใหม่ “โปรตีนจากเมล็ดทานตะวัน”]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3682356</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 09 Jan 2026 11:48:17 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3682356</guid>

					<description><![CDATA[<p>โปรตีนจากเมล็ดทานตะวันมีคุณสมบัติหลากหลาย ช่วยขับเคลื่อนนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มจากพืช รวมถึงอาหารเพื่อสุขภาพโดยมีศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์ (Product Development Centre) ของเต็ดตรา แพ้ค พร้อมให้การสนับสนุนและเร่งพัฒนาแนวคิดออกสู่ตลาด เต็ดตรา แพ้ค ประกาศเปิดตัวโปรตีนจากเมล็ดทานตะวัน (Sunflower Protein) วัตถุดิบจากพืชที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยให้ผู้ผลิตในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มในประเทศไทยสามารถตอบสนองความต้องการด้านโภชนาการจากพืชและเทรนด์การบริโภคผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในหมู่ผู้บริโภค พร้อมทั้งใช้ประโยชน์จากการลงทุนที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ปัจจุบัน ตลาดอาหารและเครื่องดื่มจากพืชทั่วโลกยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีแรงขับเคลื่อนจากความสนใจของผู้บริโภคในด้านสุขภาพ ความยั่งยืน และแหล่งโปรตีนทางเลือกที่หลากหลาย สำหรับประเทศไทย แนวโน้มดังกล่าวปรากฏอย่างชัดเจนในตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (Food Supplements and Nutrition: FSN) ซึ่งครอบคลุมผลิตภัณฑ์กลุ่มโปรตีนสูงที่มีอัตราการเติบโตมากกว่า 126% ในช่วงสองปีที่ผ่านมา[1] สะท้อนให้เห็นว่าผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพที่เดิมเคยเป็นตลาดเฉพาะ ได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของการบริโภคในชีวิตประจำวันของคนไทยไปแล้ว แนวโน้มผู้บริโภคดังกล่าวยังสอดคล้องกับผลการวิจัยล่าสุดของ เต็ดตรา แพ้ค[2] ที่ระบุว่า 71% ของผู้บริโภคชื่นชอบส่วนผสมจากธรรมชาติที่ให้ผลดีต่อสุขภาพแบบค่อยเป็นค่อยไปมากกว่าสารสังเคราะห์ที่ให้ผลเร็ว นับเป็นโอกาสที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ด้วยวัตถุดิบจากธรรมชาติ เช่น โปรตีนจากเมล็ดทานตะวัน ซึ่งเป็นหนึ่งในวัตถุดิบใหม่ที่กำลังได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก โปรตีนจากเมล็ดทานตะวันมีคุณสมบัติหลากหลาย เนื่องจากมีรสชาติที่เป็นกลาง มีกลิ่นถั่วอ่อน ๆ อีกทั้งยังมีเนื้อสัมผัสเนียนนุ่ม และสีขาวนวล ทำให้สามารถนำไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นกาแฟเย็นผสมธัญพืช โยเกิร์ต เครื่องดื่มโปรตีนพร้อมดื่ม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3682356">เต็ดตรา แพ้ค แนะผู้ประกอบการไทยคว้าโอกาสเติบโตของตลาด Plant-Based พร้อมเปิดตัววัตถุดิบใหม่ “โปรตีนจากเมล็ดทานตะวัน”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ตลาดอาหารสุขภาพเปลี่ยนเกมด้วยเทรนด์อาหารจากธรรมชาติและแรงกระตุ้นจากผู้บริโภค]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3676933</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 17 Dec 2025 14:13:05 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3676933</guid>

					<description><![CDATA[<p>ดันผลิตภัณฑ์โปรตีนสูงในไทยโตแรงถึง 126% ในสองปี ตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (Food Supplements and Nutrition: FSN) ซึ่งครอบคลุมผลิตภัณฑ์กลุ่มเครื่องดื่มโปรตีนสูง เครื่องดื่มเสริมวิตามิน และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพ คาดว่าจะมีมูลค่าราว 758.99 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2034 ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ย 7%[1] ต่อปี ซึ่งประเทศไทยได้สะท้อนภาพรวมของตลาดโลกอย่างชัดเจน โดยเฉพาะตลาดผลิตภัณฑ์โปรตีนสูงหรือไฮโปรตีนเติบโตมากกว่า 126% ภายในสองปี แตะมูลค่า 4,300 ล้านบาทในช่วงกลางปี 2025[2] ซึ่งมาจากกระแสการออกกำลังกายที่มาแรง ผลักดันให้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพกลายเป็นตัวเลือกในชีวิตประจำวันของคนไทย เต็ดตรา แพ้ค ได้สำรวจความคิดเห็นของผู้บริโภคทั่วโลก เพื่อค้นหาเทรนด์และความต้องการที่กำลังกำหนดทิศทางอนาคตของตลาด เพื่อช่วยสนับสนุนผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มให้เข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่และนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่จะช่วยสร้างโอกาสเติบโตในกลุ่มผลิตภัณฑ์นี้ ตลาดอาหารเสริมและโภชนาการกำลังเผชิญกับการปรับเปลี่ยนครั้งสำคัญจากพฤติกรรมผู้บริโภคทั่วโลก โดยพบว่า “แรงกระตุ้นจากผู้บริโภค” และ “รสชาติท้องถิ่น” มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ตามผลการวิจัยล่าสุดของเต็ดตรา แพ้ค[3] ที่ระบุว่า ผู้บริโภคในปัจจุบันให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ไม่เพียงเพราะคุณประโยชน์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ แต่ยังคำนึงถึงความรู้สึกทางอารมณ์ แรงบันดาลใจ และความเชื่อมั่นในคุณค่าที่ผลิตภัณฑ์เหล่านี้มอบให้ ผู้บริโภคต้องการโภชนาการที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของตน ผลสำรวจล่าสุดเผยให้เห็นว่า ผู้บริโภคกำลังมองผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (FSN) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3676933">ตลาดอาหารสุขภาพเปลี่ยนเกมด้วยเทรนด์อาหารจากธรรมชาติและแรงกระตุ้นจากผู้บริโภค</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เต็ดตรา แพ้ค เดินหน้าเพิ่มศักยภาพการผลิตให้กับผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มประเภทผง ผ่านการเปิดตัวศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์แห่งใหม่ ในประเทศฝรั่งเศส]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3676460</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 16 Dec 2025 14:14:41 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3676460</guid>

					<description><![CDATA[<p>ศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์แห่งใหม่นี้ช่วยให้ผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มประเภทผงทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทย สามารถทดสอบและยืนยันกระบวนการผลิตและสูตรผลิตภัณฑ์ในระดับอุตสาหกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ เต็ดตรา แพ้ค ประกาศเปิด ศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์ (Product Development Centre) หรือ ศูนย์ PDC สำหรับเทคโนโลยีการผลิตผลิตภัณฑ์ประเภทผงแห่งใหม่ ในเมืองโชเลต์ ประเทศฝรั่งเศส โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเร่งการพัฒนานวัตกรรมและยกระดับการปรับแต่งกระบวนการผลิตสำหรับผลิตภัณฑ์สูตรผง ศูนย์ PDC แห่งใหม่นี้ครอบคลุมพื้นที่กว่า 340 ตารางเมตร ประกอบด้วยโรงงานนำร่อง ที่ติดตั้งเครื่องจักรครบวงจร พร้อมไลน์การผลิตแบบโมดูลาร์และเทคโนโลยีจัดการผลิตภัณฑ์ผงรุ่นล่าสุด อีกทั้งยังมีห้องปฏิบัติการทดสอบเฉพาะทางสำหรับตรวจสอบคุณภาพ มาตรฐาน และการปรับแต่งกระบวนการผลิต ด้วยความพร้อมของศูนย์แห่งนี้จึงช่วยให้ผู้ผลิตสามารถ ทดสอบและยืนยันสูตรผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิต ก่อนนำไปใช้จริงในระดับอุตสาหกรรม ลดความเสี่ยงจากความผิดพลาดที่มีต้นทุนสูง และยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์ ลดต้นทุนการวิจัยและการสูญเสียของผลิตภัณฑ์ เพิ่มผลผลิต และเร่งเวลาออกสู่ตลาด ทดสอบส่วนผสมที่มีความไวต่อสภาพแวดล้อมหรือมีมูลค่าสูงภายใต้เงื่อนไขที่ใกล้เคียงการผลิตจริง เพื่อลดของเสียและป้องกันการหยุดผลิตของเครื่องจักรที่อาจมีค่าใช้จ่ายสูง บรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนด้วยกระบวนการผลิตที่มีประสิทธิภาพ ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ศูนย์ PDC แห่งนี้ครอบคลุมตั้งแต่การวิเคราะห์วัตถุดิบ การพัฒนาสูตร การจำลองการผลิตต้นแบบ ไปจนถึงการปรับขยายกำลังการผลิตเชิงอุตสาหกรรม รองรับผู้ผลิตตลอดเส้นทางนวัตกรรม จากไอเดียต้นแบบสู่สินค้าบนชั้นวางสินค้า โดยห้องปฏิบัติการยังมีฐานข้อมูลผลิตภัณฑ์ผงตัวอย่างกว่า 6,000 รายการ พร้อมเครื่องมือเฉพาะทางสำหรับวิเคราะห์คุณสมบัติและพฤติกรรมของผลิตภัณฑ์ผงในหลากหลายประเภท เช่น ผลิตภัณฑ์นมและเครื่องดื่ม ไอศกรีม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3676460">เต็ดตรา แพ้ค เดินหน้าเพิ่มศักยภาพการผลิตให้กับผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มประเภทผง ผ่านการเปิดตัวศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์แห่งใหม่ ในประเทศฝรั่งเศส</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[นิทรรศการ SKULLPANDA CAGE-UNCAGE เตรียมเปิดตัวครั้งแรกในระดับนานาชาติ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสิงคโปร์]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/travel/3676331</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 16 Dec 2025 11:29:32 +0700</pubDate>
				<category>travel</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3676331</guid>

					<description><![CDATA[<p>นิทรรศการครั้งนี้คือความร่วมมือครั้งแรกระหว่าง POP MART การท่องเที่ยวสิงคโปร์ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสิงคโปร์ ชวนแฟน ๆ ทั้งเก่าและใหม่มาสัมผัสวิสัยทัศน์ทางศิลปะของตัวละคร พร้อมส่งเสริมสิงคโปร์ในฐานะจุดหมายปลายทางทางวัฒนธรรมที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา POP MART ร่วมกับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสิงคโปร์ (National Museum of Singapore) และการท่องเที่ยวสิงคโปร์ (Singapore Tourism Board: STB) เปิดตัวนิทรรศการ “SKULLPANDA CAGE-UNCAGE” ซึ่งเป็นการจัดแสดงที่เต็มไปด้วยประสบการณ์ดื่มด่ำและชวนให้ตั้งคำถาม เปิดโอกาสให้ผู้ชมจากทั่วภูมิภาคและทั่วโลกได้สัมผัสศิลปะและเจตนารมณ์ของตัวละครดัง พร้อมทั้งเปิดเผยเรื่องราวเบื้องหลังที่หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อนของคอลเลกชันของสะสมนี้ นิทรรศการเปิดให้ผู้เข้าชมทั่วไปเข้าชมตั้งแต่วันที่ 12 ธันวาคม 2025 ถึง 22 กุมภาพันธ์ 2026 โดยถือเป็นการเปิดตัวระดับนานาชาติที่สิงคโปร์ หลังจากประสบความสำเร็จจากการจัดแสดงครั้งแรกที่ Gate M, West Bund Dream Center ในเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน สำหรับนิทรรศการ SKULLPANDA CAGE-UNCAGE เป็นงานจัดแสดง SKULLPANDA ครั้งแรกในสิงคโปร์ที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือ 3 ฝ่าย ระหว่าง POP [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/travel/3676331">นิทรรศการ SKULLPANDA CAGE-UNCAGE เตรียมเปิดตัวครั้งแรกในระดับนานาชาติ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสิงคโปร์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
	</channel>
</rss>
