<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
>
<channel>
	<title>ThaiPR.NET</title>
	<atom:link href="https://www.thaipr.net/tag/%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b9%88/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thaipr.net/tag/วีโร่</link>
	<description>Press Release Distribution Center of Thailand</description>
	<lastBuildDate>Fri, 17 Jul 2026 17:54:25 +0700</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.1</generator>
	<item>
		<title><![CDATA[มาสเตอร์การ์ดจัดงานประชุม Innovation Circuit ผนึกกำลังผู้นำในอุตสาหกรรม เพื่อหารือและสร้างอนาคตของการค้าและการชำระเงินดิจิทัล]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3738357</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 07 Jul 2026 16:50:05 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3738357</guid>

					<description><![CDATA[<p>โดยจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 4 ภายใต้แนวคิด “Next Lap in Payments” จัดขึ้น ณ Mastercard Experience Center ประเทศสิงคโปร์ มุ่งขับเคลื่อนการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับ Agentic Commerce Digital Identity และ AI-driven Intelligence เพื่อเตรียมความพร้อมสู่ระบบนิเวศการชำระเงินแห่งอนาคต ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านของโลกการค้าที่มีความเชื่อมโยงมากขึ้น ชาญฉลาด และขับเคลื่อนด้วยอัตลักษณ์ดิจิทัลมากยิ่งขึ้น สถาบันการเงิน พันธมิตรด้านการชำระเงิน ผู้ประกอบการ หน่วยงานกำกับดูแล และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ต่างกำลังมองหาแนวทางที่เป็นรูปธรรมในการทำความเข้าใจการเปลี่ยนแปลง โอกาสใหม่ ๆ และการเตรียมความพร้อมสำหรับระบบนิเวศการชำระเงินในปี 2573 ซึ่งจะต้องมีความน่าเชื่อถือ สามารถทำงานร่วมกับระบบต่างๆ ได้ ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล มีความปลอดภัย และใช้งานง่าย ขณะเดียวกัน AI Agent เริ่มเข้ามามีบทบาทในการช่วยผู้บริโภคค้นหาสินค้า ตัดสินใจซื้อ และดำเนินการชำระเงินมากขึ้น อุตสาหกรรมจึงต้องมั่นใจว่าประสบการณ์การค้ารูปแบบใหม่นี้ปลอดภัย ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถควบคุมข้อมูลและการตัดสินใจของตนเองได้อย่างเต็มที่ พร้อมรองรับการขยายการใช้งานในวงกว้างในอนาคต ณ ศูนย์ Mastercard Experience Center [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3738357">มาสเตอร์การ์ดจัดงานประชุม Innovation Circuit ผนึกกำลังผู้นำในอุตสาหกรรม เพื่อหารือและสร้างอนาคตของการค้าและการชำระเงินดิจิทัล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เต็ดตรา แพ้ค พลิกโฉมตลาดอาหารพร้อมรับประทาน เปิดตัวบรรจุภัณฑ์กระดาษสำหรับผลิตภัณฑ์ทูน่าเป็นรายแรกในอุตสาหกรรม]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/manufacturing/3738322</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 07 Jul 2026 16:35:06 +0700</pubDate>
				<category>manufacturing</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3738322</guid>

					<description><![CDATA[<p>ชู Tetra Recart® บรรจุภัณฑ์ทางเลือกใหม่ที่คุ้มค่าและปล่อยก๊าซคาร์บอนต่ำกว่าบรรจุภัณฑ์กระป๋องแบบดั้งเดิม เต็ดตรา แพ้ค ร่วมกับ Jealsa ผู้ผลิตอาหารทะเลชั้นนำจากประเทศสเปน เปิดตัวบรรจุภัณฑ์กระดาษสำหรับผลิตภัณฑ์ทูน่าพร้อมรับประทานแบบเก็บรักษาได้ที่อุณหภูมิปกติเป็นรายแรกในอุตสาหกรรม ด้วยการบรรจุในกล่อง Tetra Recart® ซึ่งเป็นนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์อาหารของเต็ดตรา แพ้ค โดยเปิดตัวครั้งแรกในประเทศสวีเดนในรูปแบบกล่องขนาด 200 มิลลิลิตร ผ่านผู้ค้าปลีก Axfood และเตรียมเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตอาหารและแบรนด์ทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย นำไปต่อยอดและพัฒนาผลิตภัณฑ์ในพอร์ตโฟลิโอของตนได้ตามต้องการ โซลูชันนี้ได้รับการพัฒนาขึ้นผ่านความร่วมมือกับ Jealsa ผู้ผลิตอาหารทะเลคุณภาพสูงสัญชาติสเปน โดยผสานเข้ากับจุดแข็งของเต็ดตรา แพ้ค ที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและบรรจุภัณฑ์อาหาร เพื่อสร้างนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ทั้งประสิทธิภาพการผลิตและความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ สำหรับประเทศไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในฐานการผลิตและส่งออกทูน่ากระป๋องรายใหญ่ของโลก คิดเป็นสัดส่วน 29.7% ของการส่งออกทูน่ากระป๋องทั่วโลก[1] การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญในการต่อยอดอุตสาหกรรมไปอีกขั้น ท่ามกลางเทรนด์ผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วไปสู่ความต้องการอาหารที่สะดวก พกพาง่าย[2] และพร้อมรับประทานมากยิ่งขึ้น นายสุภนัฐ รัตนทิพ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “อุตสาหกรรมทูน่าของไทยมีความแข็งแกร่งในระดับโลกอยู่แล้วทั้งด้านคุณภาพและศักยภาพการผลิต แต่การเติบโตในระยะถัดไปจะมาจากการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ตอบโจทย์ผู้บริโภครุ่นใหม่ ซึ่งให้ความสำคัญกับความสะดวก ความหลากหลาย และประสบการณ์ที่แตกต่างมากขึ้น โดยกล่อง Tetra [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/manufacturing/3738322">เต็ดตรา แพ้ค พลิกโฉมตลาดอาหารพร้อมรับประทาน เปิดตัวบรรจุภัณฑ์กระดาษสำหรับผลิตภัณฑ์ทูน่าเป็นรายแรกในอุตสาหกรรม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[มาสเตอร์การ์ดจัดงานประชุม Innovation Circuit ผนึกกำลังผู้นำในอุตสาหกรรม เพื่อหารือและสร้างอนาคตของการค้าและการชำระเงินดิจิทัล]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3738294</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 07 Jul 2026 15:50:46 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3738294</guid>

					<description><![CDATA[<p>โดยจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 4 ภายใต้แนวคิด “Next Lap in Payments” จัดขึ้น ณ Mastercard Experience Center ประเทศสิงคโปร์ มุ่งขับเคลื่อนการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับ Agentic Commerce Digital Identity และ AI-driven Intelligence เพื่อเตรียมความพร้อมสู่ระบบนิเวศการชำระเงินแห่งอนาคต ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านของโลกการค้าที่มีความเชื่อมโยงมากขึ้น ชาญฉลาด และขับเคลื่อนด้วยอัตลักษณ์ดิจิทัลมากยิ่งขึ้น สถาบันการเงิน พันธมิตรด้านการชำระเงิน ผู้ประกอบการ หน่วยงานกำกับดูแล และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ต่างกำลังมองหาแนวทางที่เป็นรูปธรรมในการทำความเข้าใจการเปลี่ยนแปลง โอกาสใหม่ ๆ และการเตรียมความพร้อมสำหรับระบบนิเวศการชำระเงินในปี 2573 ซึ่งจะต้องมีความน่าเชื่อถือ สามารถทำงานร่วมกับระบบต่างๆ ได้ ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล มีความปลอดภัย และใช้งานง่าย ขณะเดียวกัน AI Agent เริ่มเข้ามามีบทบาทในการช่วยผู้บริโภคค้นหาสินค้า ตัดสินใจซื้อ และดำเนินการชำระเงินมากขึ้น อุตสาหกรรมจึงต้องมั่นใจว่าประสบการณ์การค้ารูปแบบใหม่นี้ปลอดภัย ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถควบคุมข้อมูลและการตัดสินใจของตนเองได้อย่างเต็มที่ พร้อมรองรับการขยายการใช้งานในวงกว้างในอนาคต ณ ศูนย์ Mastercard Experience Center [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3738294">มาสเตอร์การ์ดจัดงานประชุม Innovation Circuit ผนึกกำลังผู้นำในอุตสาหกรรม เพื่อหารือและสร้างอนาคตของการค้าและการชำระเงินดิจิทัล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ไทยกูลิโกะ ฉลองครบรอบ 60 ปีของ “ป๊อกกี้” เปิดตัวแคมเปญ ‘Connect with a Smile’ พลิกโฉมแพ็กเกจใหม่ พร้อมอัปเกรดรสช็อกโกแลตให้เข้มข้นและกรอบยิ่งขึ้น]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3732830</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 23 Jun 2026 08:48:45 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3732830</guid>

					<description><![CDATA[<p>ไทยกูลิโกะ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์บิสกิตยอดนิยม ประกาศเปิดตัวแคมเปญ “Connect with a Smile” เพื่อฉลองครบรอบ 60 ปีของป๊อกกี้ ผ่านการดีไซน์กล่องรูปแบบใหม่ครบทั้ง 6 รสชาติคลาสสิก พร้อมปรับสูตรป๊อกกี้รสช็อกโกแลตให้เข้มข้นยิ่งขึ้นและแท่งบิสกิตให้กรอบยิ่งกว่าเดิม เพื่อตอบรับกับไลฟ์สไตล์ที่ไม่เคยหยุดนิ่งของผู้บริโภคยุคใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มเจนซี (Gen Z) นายเฉลิมพงษ์ ดรงค์สุวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยกูลิโกะ จำกัด กล่าวว่า “ตลอด 60 ปีที่ผ่านมา ป๊อกกี้เป็นผลิตภัณฑ์ที่อยู่เคียงข้างผู้คนในทุกช่วงจังหวะของชีวิต ไม่ว่าจะแบ่งให้กับเพื่อนสนิท หรือเปิดกล่องทานกันทั้งครอบครัว ป๊อกกี้ก็มีส่วนช่วยสร้างรอยยิ้มให้เกิดขึ้นได้ในทุก ๆ วัน ดังนั้น การเปิดตัวในครั้งนี้จึงเป็นการยกระดับทั้งภาพลักษณ์และรสชาติของป๊อกกี้ เพื่อให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์และความคาดหวังของผู้บริโภครุ่นใหม่มากยิ่งขึ้น โดยกูลิโกะมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ขนมที่ช่วยสร้างความสุขผ่านการแบ่งปัน เพื่อตอบรับกับวิสัยทัศน์ ‘Healthier Days, Wellbeing for Life’” การปรับโฉมในครั้งนี้เกิดจากความเข้าใจของไทยกูลิโกะต่อวิถีชีวิตประจำวันของผู้บริโภคเจนซีที่ไม่ได้มองหาเพียงรสชาติความอร่อยเท่านั้น แต่ยังต้องการของว่างชิ้นเล็ก ๆ ที่จะช่วยเปลี่ยนอารมณ์ให้สดใสขึ้น และเติมความสุขให้กับชีวิตในทุกวัน โดยป๊อกกี้ได้มองเห็นโอกาสในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคเจนซีมากยิ่งขึ้น ด้วยการเป็นขนมที่ช่วยคลายหิว พร้อมทั้งช่วยจุดประกายความสุขและสร้างช่วงเวลาแห่งความสนุก รอยยิ้ม และพลังบวกในชีวิตประจำวัน ป๊อกกี้ได้เปิดตัวแพ็กเกจจิ้งใหม่ครอบคลุมทั้ง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3732830">ไทยกูลิโกะ ฉลองครบรอบ 60 ปีของ “ป๊อกกี้” เปิดตัวแคมเปญ ‘Connect with a Smile’ พลิกโฉมแพ็กเกจใหม่ พร้อมอัปเกรดรสช็อกโกแลตให้เข้มข้นและกรอบยิ่งขึ้น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[มาสเตอร์การ์ดและเครสเซนต์เรตติ้งชี้โอกาสด้านการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับชาวมุสลิมมูลค่าสูงถึง 21 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่ประเทศไทยกำลังขยายฐานนักท่องเที่ยวเชิงกีฬา]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3732709</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 22 Jun 2026 17:30:12 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3732709</guid>

					<description><![CDATA[<p>การพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวก บริการ และประสบการณ์การชำระเงินที่เป็นมิตรต่อชาวมุสลิมให้ดีขึ้นจะช่วยให้จุดหมายปลายทางต่าง ๆ สามารถเข้าถึงความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากนักท่องเที่ยวชาวมุสลิมได้ ในขณะที่ประเทศไทยยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนเป้าหมายในการเป็นศูนย์กลางด้านการท่องเที่ยวและกีฬา รายงานฉบับใหม่ของมาสเตอร์การ์ดและเครสเซนต์เรตติ้งชี้ให้เห็นถึงศักยภาพทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นของการท่องเที่ยวเชิงกีฬาที่เป็นมิตรต่อชาวมุสลิม ซึ่งคาดว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 21 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทั่วโลกภายในปี 2573 หากจุดหมายปลายทางและผู้จัดงานต่าง ๆ เสริมสร้างความครอบคลุมและความมั่นใจตลอดเส้นทางการเดินทาง ผลการศึกษา Proof Wins: The Convergence of Sports, Travel, and Faith ซึ่งศึกษาเกี่ยวกับวิธีการที่นักท่องเที่ยวชาวมุสลิมค้นหา วางแผน และเข้าร่วมอีเวนต์ด้านกีฬา รวมถึงปัจจัยสำคัญที่เปลี่ยนแปลงจากแค่ความสนใจให้กลายเป็นการจองจริง โดยงานวิจัยพบว่าแม้ความสนใจด้านการท่องเที่ยวเชิงกีฬาในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวมุสลิมจะมีสูง แต่ปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจเข้าร่วมขึ้นอยู่กับความชัดเจนและความน่าเชื่อถือของข้อมูลสำคัญต่าง ๆ เช่น อาหารฮาลาล สถานที่ละหมาด ระบบขนส่ง และตัวเลือกการชำระเงินที่ปลอดภัย “ประเทศไทยมีพื้นฐานที่แข็งแกร่งในฐานะจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยว และเป็นตัวเลือกยอดนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวชาวมุสลิมมาอย่างยาวนาน” นางวินนี่ วอง ผู้จัดการประจำประเทศไทยและเมียนมา มาสเตอร์การ์ด กล่าว “การทำให้สิ่งอำนวยความสะดวกที่เป็นมิตรต่อชาวมุสลิมสามารถเข้าถึงและค้นหาได้ง่ายทั้งก่อนและระหว่างการเดินทาง จะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว ยกระดับประสบการณ์การเดินทางโดยรวม และทำให้ประเทศไทยสามารถครองส่วนแบ่งที่มากขึ้นในตลาดที่กำลังเติบโตนี้ ซึ่งจะสนับสนุนเป้าหมายที่กว้างขึ้นของประเทศในการเสริมความแข็งแกร่งให้กับการเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงกีฬา” โอกาสการเติบโตของการท่องเที่ยวเชิงกีฬา ด้วยการเติบโตอย่างต่อเนื่องของการท่องเที่ยวของชาวมุสลิมทั่วโลก อีเวนต์ด้านกีฬาได้กลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการท่องเที่ยว การคาดการณ์ในปัจจุบันแสดงให้เห็นว่ายอดใช้จ่ายของชาวมุสลิมในการเดินทางไปร่วมงานกีฬาจะเพิ่มขึ้นจากประมาณ 11 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2568 เป็น 17 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2573 และหากจุดหมายปลายทางต่าง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3732709">มาสเตอร์การ์ดและเครสเซนต์เรตติ้งชี้โอกาสด้านการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับชาวมุสลิมมูลค่าสูงถึง 21 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่ประเทศไทยกำลังขยายฐานนักท่องเที่ยวเชิงกีฬา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[มาสเตอร์การ์ดและเครสเซนต์เรตติ้งเผยรายงาน Global Muslim Travel Index 2026]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3732353</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 22 Jun 2026 09:11:28 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3732353</guid>

					<description><![CDATA[<p>ชี้ 80% ของนักเดินทางใช้ AI วางแผนทริป สะท้อนการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคการท่องเที่ยวดิจิทัล ที่ขับเคลื่อนด้วยความเชื่อมั่น มาสเตอร์การ์ดและเครสเซนต์เรตติ้ง เปิดเผยรายงาน Global Muslim Travel Index 2026 (GMTI 2026) หรือดัชนีการท่องเที่ยวมุสลิมโลก ประจำปี 2569 ฉบับที่ 11 ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าปัญญาประดิษฐ์ (AI) ความเชื่อมั่นทางดิจิทัล การเดินทางภายในภูมิภาค และความพร้อมของจุดหมายปลายทาง กำลังเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางใหม่ของการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อชาวมุสลิม ผลสำรวจพบว่า 80% ของนักท่องเที่ยวทั่วโลกใช้เครื่องมือ AI ช่วยวางแผนการเดินทาง ตั้งแต่การค้นหาข้อมูล เลือกจุดหมายปลายทาง ไปจนถึงการจัดตารางทริป แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนแปลงสำคัญ จากเดิมที่นักท่องเที่ยวต้องค้นหาข้อมูลด้วยตนเอง ไปสู่การใช้ AI เป็นผู้ช่วยในการตัดสินใจมากขึ้น ดังนั้น แหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ จึงจำเป็นต้องปรับตัว ไม่เพียงแต่จัดให้มีบริการที่เป็นมิตรต่อชาวมุสลิมเท่านั้น แต่ยังต้องทำให้ข้อมูลและบริการเหล่านี้ “ปรากฏให้เห็นได้ในโลกดิจิทัล” เพื่อให้ AI สามารถเข้าถึงและนำไปแนะนำแก่นักท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ รายงาน GMTI 2026 ประเมินจุดหมายปลายทางจำนวน 150 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3732353">มาสเตอร์การ์ดและเครสเซนต์เรตติ้งเผยรายงาน Global Muslim Travel Index 2026</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[มาสเตอร์การ์ดและเครสเซนต์เรตติ้งเผยรายงาน Global Muslim Travel Index 2026 ชี้ 80% ของนักเดินทางใช้ AI วางแผนทริป]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3732054</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 19 Jun 2026 11:32:33 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3732054</guid>

					<description><![CDATA[<p>สะท้อนการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคการท่องเที่ยวดิจิทัล ที่ขับเคลื่อนด้วยความเชื่อมั่น มาสเตอร์การ์ดและเครสเซนต์เรตติ้ง เปิดเผยรายงาน Global Muslim Travel Index 2026 (GMTI 2026) หรือดัชนีการท่องเที่ยวมุสลิมโลก ประจำปี 2569 ฉบับที่ 11 ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าปัญญาประดิษฐ์ (AI) ความเชื่อมั่นทางดิจิทัล การเดินทางภายในภูมิภาค และความพร้อมของจุดหมายปลายทาง กำลังเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางใหม่ของการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อชาวมุสลิม ผลสำรวจพบว่า 80% ของนักท่องเที่ยวทั่วโลกใช้เครื่องมือ AI ช่วยวางแผนการเดินทาง ตั้งแต่การค้นหาข้อมูล เลือกจุดหมายปลายทาง ไปจนถึงการจัดตารางทริป แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนแปลงสำคัญ จากเดิมที่นักท่องเที่ยวต้องค้นหาข้อมูลด้วยตนเอง ไปสู่การใช้ AI เป็นผู้ช่วยในการตัดสินใจมากขึ้น ดังนั้น แหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ จึงจำเป็นต้องปรับตัว ไม่เพียงแต่จัดให้มีบริการที่เป็นมิตรต่อชาวมุสลิมเท่านั้น แต่ยังต้องทำให้ข้อมูลและบริการเหล่านี้ “ปรากฏให้เห็นได้ในโลกดิจิทัล” เพื่อให้ AI สามารถเข้าถึงและนำไปแนะนำแก่นักท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ รายงาน GMTI 2026 ประเมินจุดหมายปลายทางจำนวน 150 แห่ง ซึ่งครอบคลุมสัดส่วนมากกว่า 98% ของนักท่องเที่ยวมุสลิมทั่วโลก โดยอ้างอิงกรอบการประเมิน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3732054">มาสเตอร์การ์ดและเครสเซนต์เรตติ้งเผยรายงาน Global Muslim Travel Index 2026 ชี้ 80% ของนักเดินทางใช้ AI วางแผนทริป</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ศรีจันทร์ เปิดเกมรุกตลาดกันแดด ดึง “ซี-นุนิว” ขึ้นแท่นพรีเซนเตอร์คู่ ดันกันแดดไลน์ใหม่ มุ่งขยายพอร์ตเติบโตต่อเนื่อง]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3716126</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 27 Apr 2026 16:53:21 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3716126</guid>

					<description><![CDATA[<p>ศรีจันทร์ (SRICHAND) เดินหน้ารุกตลาดกันแดดอย่างต่อเนื่อง ตอกย้ำบทบาท T-Beauty Leader ดึง “ซี-พฤกษ์” และ “นุนิว-ชวรินทร์” นั่งแท่นพรีเซนเตอร์คู่ ส่งผลิตภัณฑ์กันแดดใหม่ ใน SRICHAND SUNLUTION ภายใต้แนวคิด “ดันบาร์กันแดดให้สุด ปกป้องผิวครบทุกมิติ” มุ่งมั่นดูแลทุกผิวให้แข็งแรง พร้อมท้าแดด สู้ทุกมลภาวะ จัดงานเปิดตัวสุดยิ่งใหญ่ “Escape the Sun Island Party” ชวนท้าแดดเมืองไทยอย่างมั่นใจ พร้อมใช้ชีวิตให้สุดบาร์ทุกโมเมนต์ มุ่งเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ ทุกเพศ เพื่อดันพอร์ตกันแดดเติบโตต่อเนื่อง คุณรวิศ หาญอุตสาหะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ จำกัด กล่าวว่า “ตลอดปีที่ผ่านมา ศรีจันทร์เดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างโดดเด่นในกลุ่มผลิตภัณฑ์สกินแคร์ ควบคู่กับการยกระดับการรับรู้แบรนด์ในวงกว้าง โดยส่งผลให้กลุ่มผลิตภัณฑ์อื่นๆภายใต้แบรนด์ โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์กันแดดได้รับความสนใจ และการตอบรับดีมากยิ่งขึ้น ซึ่งผมมองว่า พอร์ตนี้ของแบรนด์ยังมีแนวโน้มเติบโตได้อีกมาก โดยมีทิศทางการขยายตัวไปพร้อม ๆ กับตลาดเช่นเดียวกัน โดยในปีที่ผ่านมา SRICHAND SUNLUTION สามารถสร้างการเติบโตไปกว่า 52% [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3716126">ศรีจันทร์ เปิดเกมรุกตลาดกันแดด ดึง “ซี-นุนิว” ขึ้นแท่นพรีเซนเตอร์คู่ ดันกันแดดไลน์ใหม่ มุ่งขยายพอร์ตเติบโตต่อเนื่อง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เต็ดตรา แพ้ค แนะผู้ประกอบการไทยคว้าโอกาสเติบโตของตลาด Plant-Based พร้อมเปิดตัววัตถุดิบใหม่ “โปรตีนจากเมล็ดทานตะวัน”]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3682356</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 09 Jan 2026 11:48:17 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3682356</guid>

					<description><![CDATA[<p>โปรตีนจากเมล็ดทานตะวันมีคุณสมบัติหลากหลาย ช่วยขับเคลื่อนนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มจากพืช รวมถึงอาหารเพื่อสุขภาพโดยมีศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์ (Product Development Centre) ของเต็ดตรา แพ้ค พร้อมให้การสนับสนุนและเร่งพัฒนาแนวคิดออกสู่ตลาด เต็ดตรา แพ้ค ประกาศเปิดตัวโปรตีนจากเมล็ดทานตะวัน (Sunflower Protein) วัตถุดิบจากพืชที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยให้ผู้ผลิตในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มในประเทศไทยสามารถตอบสนองความต้องการด้านโภชนาการจากพืชและเทรนด์การบริโภคผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในหมู่ผู้บริโภค พร้อมทั้งใช้ประโยชน์จากการลงทุนที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ปัจจุบัน ตลาดอาหารและเครื่องดื่มจากพืชทั่วโลกยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีแรงขับเคลื่อนจากความสนใจของผู้บริโภคในด้านสุขภาพ ความยั่งยืน และแหล่งโปรตีนทางเลือกที่หลากหลาย สำหรับประเทศไทย แนวโน้มดังกล่าวปรากฏอย่างชัดเจนในตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (Food Supplements and Nutrition: FSN) ซึ่งครอบคลุมผลิตภัณฑ์กลุ่มโปรตีนสูงที่มีอัตราการเติบโตมากกว่า 126% ในช่วงสองปีที่ผ่านมา[1] สะท้อนให้เห็นว่าผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพที่เดิมเคยเป็นตลาดเฉพาะ ได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของการบริโภคในชีวิตประจำวันของคนไทยไปแล้ว แนวโน้มผู้บริโภคดังกล่าวยังสอดคล้องกับผลการวิจัยล่าสุดของ เต็ดตรา แพ้ค[2] ที่ระบุว่า 71% ของผู้บริโภคชื่นชอบส่วนผสมจากธรรมชาติที่ให้ผลดีต่อสุขภาพแบบค่อยเป็นค่อยไปมากกว่าสารสังเคราะห์ที่ให้ผลเร็ว นับเป็นโอกาสที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ด้วยวัตถุดิบจากธรรมชาติ เช่น โปรตีนจากเมล็ดทานตะวัน ซึ่งเป็นหนึ่งในวัตถุดิบใหม่ที่กำลังได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก โปรตีนจากเมล็ดทานตะวันมีคุณสมบัติหลากหลาย เนื่องจากมีรสชาติที่เป็นกลาง มีกลิ่นถั่วอ่อน ๆ อีกทั้งยังมีเนื้อสัมผัสเนียนนุ่ม และสีขาวนวล ทำให้สามารถนำไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นกาแฟเย็นผสมธัญพืช โยเกิร์ต เครื่องดื่มโปรตีนพร้อมดื่ม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3682356">เต็ดตรา แพ้ค แนะผู้ประกอบการไทยคว้าโอกาสเติบโตของตลาด Plant-Based พร้อมเปิดตัววัตถุดิบใหม่ “โปรตีนจากเมล็ดทานตะวัน”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ตลาดอาหารสุขภาพเปลี่ยนเกมด้วยเทรนด์อาหารจากธรรมชาติและแรงกระตุ้นจากผู้บริโภค]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3676933</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 17 Dec 2025 14:13:05 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3676933</guid>

					<description><![CDATA[<p>ดันผลิตภัณฑ์โปรตีนสูงในไทยโตแรงถึง 126% ในสองปี ตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (Food Supplements and Nutrition: FSN) ซึ่งครอบคลุมผลิตภัณฑ์กลุ่มเครื่องดื่มโปรตีนสูง เครื่องดื่มเสริมวิตามิน และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพ คาดว่าจะมีมูลค่าราว 758.99 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2034 ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ย 7%[1] ต่อปี ซึ่งประเทศไทยได้สะท้อนภาพรวมของตลาดโลกอย่างชัดเจน โดยเฉพาะตลาดผลิตภัณฑ์โปรตีนสูงหรือไฮโปรตีนเติบโตมากกว่า 126% ภายในสองปี แตะมูลค่า 4,300 ล้านบาทในช่วงกลางปี 2025[2] ซึ่งมาจากกระแสการออกกำลังกายที่มาแรง ผลักดันให้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพกลายเป็นตัวเลือกในชีวิตประจำวันของคนไทย เต็ดตรา แพ้ค ได้สำรวจความคิดเห็นของผู้บริโภคทั่วโลก เพื่อค้นหาเทรนด์และความต้องการที่กำลังกำหนดทิศทางอนาคตของตลาด เพื่อช่วยสนับสนุนผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มให้เข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่และนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่จะช่วยสร้างโอกาสเติบโตในกลุ่มผลิตภัณฑ์นี้ ตลาดอาหารเสริมและโภชนาการกำลังเผชิญกับการปรับเปลี่ยนครั้งสำคัญจากพฤติกรรมผู้บริโภคทั่วโลก โดยพบว่า “แรงกระตุ้นจากผู้บริโภค” และ “รสชาติท้องถิ่น” มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ตามผลการวิจัยล่าสุดของเต็ดตรา แพ้ค[3] ที่ระบุว่า ผู้บริโภคในปัจจุบันให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ไม่เพียงเพราะคุณประโยชน์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ แต่ยังคำนึงถึงความรู้สึกทางอารมณ์ แรงบันดาลใจ และความเชื่อมั่นในคุณค่าที่ผลิตภัณฑ์เหล่านี้มอบให้ ผู้บริโภคต้องการโภชนาการที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของตน ผลสำรวจล่าสุดเผยให้เห็นว่า ผู้บริโภคกำลังมองผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (FSN) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3676933">ตลาดอาหารสุขภาพเปลี่ยนเกมด้วยเทรนด์อาหารจากธรรมชาติและแรงกระตุ้นจากผู้บริโภค</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เต็ดตรา แพ้ค เดินหน้าเพิ่มศักยภาพการผลิตให้กับผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มประเภทผง ผ่านการเปิดตัวศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์แห่งใหม่ ในประเทศฝรั่งเศส]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3676460</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 16 Dec 2025 14:14:41 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3676460</guid>

					<description><![CDATA[<p>ศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์แห่งใหม่นี้ช่วยให้ผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มประเภทผงทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทย สามารถทดสอบและยืนยันกระบวนการผลิตและสูตรผลิตภัณฑ์ในระดับอุตสาหกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ เต็ดตรา แพ้ค ประกาศเปิด ศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์ (Product Development Centre) หรือ ศูนย์ PDC สำหรับเทคโนโลยีการผลิตผลิตภัณฑ์ประเภทผงแห่งใหม่ ในเมืองโชเลต์ ประเทศฝรั่งเศส โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเร่งการพัฒนานวัตกรรมและยกระดับการปรับแต่งกระบวนการผลิตสำหรับผลิตภัณฑ์สูตรผง ศูนย์ PDC แห่งใหม่นี้ครอบคลุมพื้นที่กว่า 340 ตารางเมตร ประกอบด้วยโรงงานนำร่อง ที่ติดตั้งเครื่องจักรครบวงจร พร้อมไลน์การผลิตแบบโมดูลาร์และเทคโนโลยีจัดการผลิตภัณฑ์ผงรุ่นล่าสุด อีกทั้งยังมีห้องปฏิบัติการทดสอบเฉพาะทางสำหรับตรวจสอบคุณภาพ มาตรฐาน และการปรับแต่งกระบวนการผลิต ด้วยความพร้อมของศูนย์แห่งนี้จึงช่วยให้ผู้ผลิตสามารถ ทดสอบและยืนยันสูตรผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิต ก่อนนำไปใช้จริงในระดับอุตสาหกรรม ลดความเสี่ยงจากความผิดพลาดที่มีต้นทุนสูง และยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์ ลดต้นทุนการวิจัยและการสูญเสียของผลิตภัณฑ์ เพิ่มผลผลิต และเร่งเวลาออกสู่ตลาด ทดสอบส่วนผสมที่มีความไวต่อสภาพแวดล้อมหรือมีมูลค่าสูงภายใต้เงื่อนไขที่ใกล้เคียงการผลิตจริง เพื่อลดของเสียและป้องกันการหยุดผลิตของเครื่องจักรที่อาจมีค่าใช้จ่ายสูง บรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนด้วยกระบวนการผลิตที่มีประสิทธิภาพ ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ศูนย์ PDC แห่งนี้ครอบคลุมตั้งแต่การวิเคราะห์วัตถุดิบ การพัฒนาสูตร การจำลองการผลิตต้นแบบ ไปจนถึงการปรับขยายกำลังการผลิตเชิงอุตสาหกรรม รองรับผู้ผลิตตลอดเส้นทางนวัตกรรม จากไอเดียต้นแบบสู่สินค้าบนชั้นวางสินค้า โดยห้องปฏิบัติการยังมีฐานข้อมูลผลิตภัณฑ์ผงตัวอย่างกว่า 6,000 รายการ พร้อมเครื่องมือเฉพาะทางสำหรับวิเคราะห์คุณสมบัติและพฤติกรรมของผลิตภัณฑ์ผงในหลากหลายประเภท เช่น ผลิตภัณฑ์นมและเครื่องดื่ม ไอศกรีม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3676460">เต็ดตรา แพ้ค เดินหน้าเพิ่มศักยภาพการผลิตให้กับผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มประเภทผง ผ่านการเปิดตัวศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์แห่งใหม่ ในประเทศฝรั่งเศส</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[นิทรรศการ SKULLPANDA CAGE-UNCAGE เตรียมเปิดตัวครั้งแรกในระดับนานาชาติ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสิงคโปร์]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/travel/3676331</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 16 Dec 2025 11:29:32 +0700</pubDate>
				<category>travel</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3676331</guid>

					<description><![CDATA[<p>นิทรรศการครั้งนี้คือความร่วมมือครั้งแรกระหว่าง POP MART การท่องเที่ยวสิงคโปร์ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสิงคโปร์ ชวนแฟน ๆ ทั้งเก่าและใหม่มาสัมผัสวิสัยทัศน์ทางศิลปะของตัวละคร พร้อมส่งเสริมสิงคโปร์ในฐานะจุดหมายปลายทางทางวัฒนธรรมที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา POP MART ร่วมกับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสิงคโปร์ (National Museum of Singapore) และการท่องเที่ยวสิงคโปร์ (Singapore Tourism Board: STB) เปิดตัวนิทรรศการ “SKULLPANDA CAGE-UNCAGE” ซึ่งเป็นการจัดแสดงที่เต็มไปด้วยประสบการณ์ดื่มด่ำและชวนให้ตั้งคำถาม เปิดโอกาสให้ผู้ชมจากทั่วภูมิภาคและทั่วโลกได้สัมผัสศิลปะและเจตนารมณ์ของตัวละครดัง พร้อมทั้งเปิดเผยเรื่องราวเบื้องหลังที่หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อนของคอลเลกชันของสะสมนี้ นิทรรศการเปิดให้ผู้เข้าชมทั่วไปเข้าชมตั้งแต่วันที่ 12 ธันวาคม 2025 ถึง 22 กุมภาพันธ์ 2026 โดยถือเป็นการเปิดตัวระดับนานาชาติที่สิงคโปร์ หลังจากประสบความสำเร็จจากการจัดแสดงครั้งแรกที่ Gate M, West Bund Dream Center ในเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน สำหรับนิทรรศการ SKULLPANDA CAGE-UNCAGE เป็นงานจัดแสดง SKULLPANDA ครั้งแรกในสิงคโปร์ที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือ 3 ฝ่าย ระหว่าง POP [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/travel/3676331">นิทรรศการ SKULLPANDA CAGE-UNCAGE เตรียมเปิดตัวครั้งแรกในระดับนานาชาติ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสิงคโปร์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[LG Ad Solutions และ ทาบูล่า ผนึกกำลังยกระดับประสิทธิภาพการโฆษณาบนทีวีสู่ Open Web]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3676081</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 15 Dec 2025 15:17:33 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3676081</guid>

					<description><![CDATA[<p>โซลูชัน “Performance Enhancer” จะช่วยเชื่อมต่อการโฆษณาบน Connected TV เข้ากับระบบดิจิทัลทั่วโลก ช่วยให้นักโฆษณาและนักการตลาดสามารถติดตามผลลัพธ์ของแคมเปญโฆษณาตลอดเส้นทางการรับชมเนื้อหาของผู้บริโภค ทาบูล่า (Taboola) ประกาศความร่วมมือครั้งใหม่กับ LG Ad Solutions เพื่อนำเสนอโซลูชัน “Performance Enhancer” ที่ช่วยเชื่อมรอยต่อของการโฆษณาบนทีวีที่สามารถเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ต (Connected TV: CTV) ให้สามารถวัดผลลัพธ์บนแพลตฟอร์มดิจิทัลที่เชื่อมต่อถึงกันอย่างมีประสิทธิภาพ ปัจจุบัน แบรนด์จำนวนมากยังคงลงทุนกับการทำสื่อโฆษณาบนช่องทางโทรทัศน์เนื่องจากสื่อโทรทัศน์สามารถเข้าถึงผู้ชมจำนวนมากและมีอิทธิพลอย่างมากสำหรับการสร้างการรับรู้แบรนด์ในวงกว้าง ซึ่งด้วยโซลูชัน Performance Enhancer ใหม่นี้ แบรนด์ต่าง ๆ จะสามารถตรวจสอบผลลัพธ์ของการทำโฆษณาแบบครบวงจร ครอบคลุมทั้งการโฆษณาบน Connected TV และทุกช่องทางดิจิทัลทั่วโลก “ความร่วมมือของเรากับทาบูล่าครั้งนี้จะช่วยให้แบรนด์ต่าง ๆ สามารถเข้าถึงระบบนิเวศที่เชื่อมต่อถึงกันและสามารถวัดผลลัพธ์ของแคมเปญได้อย่างชัดเจนและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ผ่านการยกระดับการทำแคมเปญเดิม ๆ บนสมาร์ททีวี สู่การนำเสนอเนื้อหาดิจิทัลคุณภาพสูง ซึ่งจะช่วยเพิ่มจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์และสร้างคอนเวอร์ชัน (Conversion) ได้มากขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้สามารถปรับแนวทางการทำแคมเปญให้เหมาะกับกลุ่มผู้ชมเป้าหมายที่มีแนวโน้มจะตัดสินใจซื้อสินค้ามากที่สุด ตลอดจนการประเมินผลผลลัพธ์ของการลงทุนในการโฆษณาทางโทรทัศน์ได้อย่างเป็นรูปธรรม ช่วยส่งเสริมการวางแผนโฆษณาอย่างมีประสิทธิภาพ วัดผลได้ และเชื่อมโยงกันมากขึ้น” เซอร์จ มัททา (Serge Matta) ประธานบริษัท [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3676081">LG Ad Solutions และ ทาบูล่า ผนึกกำลังยกระดับประสิทธิภาพการโฆษณาบนทีวีสู่ Open Web</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[รายงานใหม่เผย เฟดเอ็กซ์ สร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก พร้อมขับเคลื่อนการเชื่อมโยงและนวัตกรรมในภูมิภาค]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3675986</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 15 Dec 2025 14:20:14 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3675986</guid>

					<description><![CDATA[<p>เฟดเอ็กซ์ สร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจทั่วโลกทั้งทางตรงและทางอ้อมกว่า 126 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และกว่า 5.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ตลอดปีงบประมาณ 2568 เฟดเดอรัล เอ็กซ์เพรส คอร์ปอเรชั่น (FedEx Corp.) (NYSE: FDX) เปิดเผยรายงานผลกระทบทางเศรษฐกิจประจำปี ซึ่งแสดงให้เห็นถึงบทบาทของเครือข่ายการขนส่งทั่วโลก และการขับเคลื่อนนวัตกรรมของบริษัทฯตลอดปีงบประมาณ 2568 (FY25) โดยรายงานฉบับนี้จัดทำร่วมกับบริษัท ดัน แอนด์ แบรดสตรีต (NYSE: DNB) ผู้นำด้านข้อมูลและการวิเคราะห์เพื่อการตัดสินใจทางธุรกิจ เพื่อนำเสนอผลลัพธ์ของ “เฟดเอ็กซ์ เอฟเฟ็กต์” (FedEx Effect) หรือผลกระทบเชิงบวกที่เฟดเอ็กซ์สร้างให้กับผู้คน ธุรกิจ และชุมชนทั่วโลก “นับเป็นเวลากว่า 50 แล้ว ที่เฟดเอ็กซ์ ได้ทำหน้าที่สำคัญในการขับเคลื่อนการค้าระหว่างประเทศ ผ่านบริการขนส่งยุคใหม่ที่ช่วยเชื่อมโยงผู้คนและชุมชนเข้าหากัน” ราช สุบรามาเนียม ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เฟดเอ็กซ์ คอร์ปอเรชั่น กล่าว “วัฒนธรรมด้านนวัตกรรมของเรา เมื่อผสานเข้ากับความทุ่มเทของทีมงานในการส่งมอบบริการที่เป็นเลิศและวิสัยทัศน์ก้าวไกล ได้กลายมาเป็นพลังที่ทำให้เครือข่ายของเราสามารถขับเคลื่อนความก้าวหน้าทั่วโลกได้อย่างเข้มแข็งอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางภูมิทัศน์การค้าระหว่างประเทศและห่วงโซ่อุปทานที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว” โดยรายงานระบุว่า ในปีงบประมาณ 2568 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3675986">รายงานใหม่เผย เฟดเอ็กซ์ สร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก พร้อมขับเคลื่อนการเชื่อมโยงและนวัตกรรมในภูมิภาค</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[Mastercard Economics Institute เผยแนวโน้มเศรษฐกิจปี 2569 เอเชียแปซิฟิกยังคงแข็งแกร่งท่ามกลางความผันผวนทั่วโลก]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3675833</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 15 Dec 2025 11:41:28 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3675833</guid>

					<description><![CDATA[<p>การใช้จ่ายของผู้บริโภคในภูมิภาคนี้ยังคงแข็งแกร่ง แม้ว่าการค้าจะผันผวนและเทคโนโลยี AI เติบโตอย่างรวดเร็วก็ตาม สถาบันเศรษฐศาสตร์มาสเตอร์การ์ด (Mastercard Economics Institute หรือ MEI) เผยแพร่รายงานแนวโน้มเศรษฐกิจประจำปี 2569 โดยระบุว่า ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกยังคงมีเสถียรภาพด้านการเติบโต แม้เศรษฐกิจโลกต้องปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงด้านภาษี การลงทุนด้าน AI ที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว และพฤติกรรมผู้บริโภคที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง MEI คาดการณ์ว่า GDP ที่แท้จริงจะชะลอลงเล็กน้อยเหลือ 3.1% ในปี 2026 จากการประมาณการไว้ที่ 3.2% ในปี 2568 รายงานชี้ว่าแนวโน้มเศรษฐกิจโลกในปี 2569 จะถูกกำหนดด้วยปัจจัยเสี่ยงและโอกาสที่เกิดขึ้นพร้อมกัน มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการนำ AI มาปรับใช้ในการดำเนินธุรกิจ มีแนวโน้มจะเป็นแรงสนับสนุนสำคัญต่อการเติบโต แม้ว่าผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นจะกระจายไม่เท่ากันในแต่ละภูมิภาคก็ตาม ในขณะเดียวกัน ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และการจัดรูปแบบซัพพลายเชนใหม่ ยังคงสร้างแรงกดดันและเพิ่มความไม่แน่นอนต่อภาคการค้าและภาคการผลิต ขณะที่ความเหลื่อมล้ำจากการเข้าถึงเทคโนโลยีอาจเป็นความท้าทายด้านนโยบายและการเติบโตสำหรับบางตลาด แม้จะมีความผันผวนดังกล่าว MEI ยังคาดว่า GDP ของเอเชียแปซิฟิกจะทรงตัวในปี 2569 โดยอาศัยแรงสนับสนุนจากเงินเฟ้อที่ลดลง นโยบายการเงินที่เอื้ออำนวย และรายได้จริงที่เพิ่มสูงขึ้นในหลายตลาด ต่างช่วยยกระดับความเป็นอยู่ของครัวเรือนให้ดีขึ้นและรักษาเสถียรภาพโดยรวมของภูมิภาค ผู้บริโภคยังคงใช้เทคโนโลยีเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันและให้ความสำคัญกับความคุ้มค่า โดยเลือกใช้จ่ายกับประสบการณ์ที่มีความหมาย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3675833">Mastercard Economics Institute เผยแนวโน้มเศรษฐกิจปี 2569 เอเชียแปซิฟิกยังคงแข็งแกร่งท่ามกลางความผันผวนทั่วโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[PROUD เร่งยอดโอน ดันรายได้โตโค้งสุดท้ายปี 68]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/auto/3673242</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 04 Dec 2025 09:28:55 +0700</pubDate>
				<category>auto</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3673242</guid>

					<description><![CDATA[<p>‘SLEEK EV’ เปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกที่งาน Motor Expo 2025 พร้อมยกระดับการขับขี่ในเมืองด้วย EV Ecosystem SLEEK EV (สลีค อีวี) แบรนด์สตาร์ทอัพไทย–สิงคโปร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า เปิดตัวสู่สาธารณะอย่างเป็นทางการในประเทศไทยที่งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 (Motor Expo 2025) พร้อมเผยโฉม S-Performance รุ่นล่าสุดที่มาพร้อมกับ Ecosystem เทคโนโลยีอัจฉริยะทั้ง S Drive, SLEEK OS และ S Charge ที่ออกแบบมาเพื่อปฏิวัติการขับขี่ในเมือง ถือเป็นก้าวสำคัญในการเข้าสู่ตลาดมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าของประเทศไทย ซึ่งภายในงาน ทางสลีคได้รับความสนใจ จากทั้งผู้ขับขี่และนักลงทุนในด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ ตอกย้ำวิสัยทัศน์ของสลีคในการทำให้ การเดิน ทางเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เข้าถึงได้ และใช้งานได้จริงสำหรับคนไทยทุกคน เนื่องในโอกาสการเข้าร่วมงาน Motor Expo 2025 ในปีนี้ สลีค อีวี ไม่ได้เพียงนำเสนอรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า รุ่นใหม่เท่านั้น แต่ยังต้องการสื่อสารแนวทางการดำเนินธุรกิจที่บริษัทกำลังผลักดันอย่างจริงจัง โดยเฉพาะด้าน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/auto/3673242">PROUD เร่งยอดโอน ดันรายได้โตโค้งสุดท้ายปี 68</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เนสเพรสโซ เดินหน้าลุยเส้นทางการรีไซเคิลจับมืออินฟลูเอนเซอร์สายสิ่งแวดล้อม มุ่งเป้าเพิ่มอัตราการส่งคืนแคปซูลกาแฟใช้แล้วในปีนี้]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3672315</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 02 Dec 2025 16:38:00 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3672315</guid>

					<description><![CDATA[<p>Nespresso (เนสเพรสโซ) ผู้นำด้านกาแฟแคปซูลและเครื่องชงกาแฟชนิดแคปซูลระดับพรีเมียมจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เดินหน้าตอกย้ำแคมเปญ ‘My Cup of Purpose’ ดึงอินฟลูเอนเซอร์สายสิ่งแวดล้อมร่วมโปรโมต ‘ความยั่งยืน (Sustainability)’ ในประเทศไทยให้จับต้องได้มากยิ่งขึ้น ผ่านโมเดลรีไซเคิลแคปซูลอะลูมิเนียมและกากกาแฟ พร้อมตั้งเป้าผลักดันอัตราการส่งคืนแคปซูลภายในปี 2568 นี้ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมที่หยั่งรากลึกอยู่ในทุกขั้นตอนของการเดินทาง ตั้งแต่เมล็ดกาแฟ สู่แคปซูลกาแฟที่คุณดื่มทุกวัน ต่อยอดไปจนถึงกระบวนการ Second Life[1] เนสเพรสโซประเทศไทย เปิดประตูให้ผู้รักการดื่มกาแฟได้เป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายด้านความยั่งยืน ผ่านแนวทางของ &#8216;การหมุนเวียน (Circularity)&#8217; เช่นเดียวกับตลาดทั่วโลก โดยให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายของผู้บริโภคในการส่งคืนแคปซูลกาแฟใช้แล้ว ควบคู่กับการต่อยอดความร่วมมือไปยังพันธมิตรท้องถิ่นอย่าง บริษัท วงษ์พาณิชย์ ผู้นำการจัดการขยะของไทยตั้งอยู่ที่จังหวัดพิษณุโลก เพื่อให้มั่นใจว่าแคปซูลทุกชิ้นที่ลูกค้าได้ดื่มจะถูกรวบรวม และนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลด้วยความใส่ใจโลกอย่างแท้จริง โดยหนึ่งกิจกรรมหลักในแคมเปญ ‘My Cup of Purpose’ ครั้งนี้ ทางเนสเพรสโซประเทศไทย ได้ร่วมเดินทางไปกับ เน๋ง – ศรัณย์ นราประเสริฐกุล ในฐานะ Friend of Nespresso เพื่อสัมผัสการเดินทางของแคปซูลกาแฟใช้แล้วในทุกกระบวนการ และเชิญชวนทุกคนมาคืนแคปซูลเพื่อเปลี่ยนให้กลายเป็นสิ่งใหม่ เพื่อโลก ไปพร้อมกัน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3672315">เนสเพรสโซ เดินหน้าลุยเส้นทางการรีไซเคิลจับมืออินฟลูเอนเซอร์สายสิ่งแวดล้อม มุ่งเป้าเพิ่มอัตราการส่งคืนแคปซูลกาแฟใช้แล้วในปีนี้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เต็ดตรา แพ้ค พร้อมเสริมศักยภาพผู้ประกอบการไทย ชี้กระแสกาแฟพร้อมดื่มที่เติบโตในกลุ่มคนรุ่นใหม่]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3667711</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 20 Nov 2025 11:54:43 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3667711</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากความต้องการที่เพิ่มขึ้นของผู้บริโภคเจเนอเรชัน Z และมิลเลนเนียล เต็ดตรา แพ้ค พร้อมขับเคลื่อนนวัตกรรมกาแฟพร้อมดื่มแบบพรีเมียมจากไอเดียสู่ผลิตภัณฑ์จริง ในวันที่ผู้บริโภคยุคใหม่กำลังมองหากาแฟพร้อมดื่มที่มีคุณภาพและพกพาได้สะดวก เต็ดตรา แพ้ค ผู้นำด้านโซลูชันการแปรรูปและบรรจุภัณฑ์อาหารชั้นนำของโลก พร้อมเดินเคียงข้างผู้ประกอบการเครื่องดื่มในประเทศไทยเพื่อคว้าโอกาสในตลาดกาแฟพร้อมดื่มแบบพรีเมียม หรือ Premium Ready-to-Drink Coffee ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว พร้อมจัดกิจกรรม “Tetra Pak Coffee Express: Explore the World of RTD Coffee” ณ ศูนย์นวัตกรรมผลิตภัณฑ์สำหรับลูกค้า กรุงเทพฯ (Customer Innovation Centre &#8211; CIC Bangkok) เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยได้ทดลองและต่อยอดผลิตภัณฑ์กาแฟพร้อมดื่มที่ตรงใจผู้บริโภคยุคใหม่ พร้อมแสดงศักยภาพด้านนวัตกรรมกาแฟพร้อมดื่มและโซลููชันแบบครบวงจรของ เต็ดตรา แพ้ค ตลาดกาแฟพร้อมดื่มในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น โดยมีแนวโน้มเติบโตแตะมูลค่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 6 แสนห้าหมื่นล้านบาท ภายในปี พ.ศ. 2573 ด้วยอัตราขยายตัวเฉลี่ยถึง 5.26 เปอร์เซ็นต์ต่อปี ขณะที่ในประเทศไทย กระแสการเติบโตเหล่านี้ถูกขับเคลื่อนด้วยพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคกลุ่ม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3667711">เต็ดตรา แพ้ค พร้อมเสริมศักยภาพผู้ประกอบการไทย ชี้กระแสกาแฟพร้อมดื่มที่เติบโตในกลุ่มคนรุ่นใหม่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เต็ดตรา แพ้ค ร่วมยินดีกับ EarlyBKK โชว์ศักยภาพแบรนด์คาเฟ่ไทยในเวทีโลกBarcelona Design Week Underground 2025 ด้วยแนวคิดการออกแบบเพื่อความยั่งยืน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3655169</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 16 Oct 2025 14:56:39 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3655169</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากความร่วมมือกับเต็ดตรา แพ้ค EarlyBKK พลิกโฉมกล่องบรรจุภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม สู่แรงบันดาลใจในการออกแบบตกแต่งที่ถ่ายทอดแนวคิดการรีไซเคิลอย่างมีสไตล์ สู่การยอมรับในระดับโลก เต็ดตรา แพ้ค ประเทศไทย ร่วมแสดงความยินดีกับคาเฟ่ EarlyBKK ที่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมจัดแสดงผลงานในงาน Barcelona Design Week Underground 2025 ซึ่งเป็นเวทีระดับสากลที่รวบรวมแนวคิดการออกแบบเพื่อสิ่งแวดล้อมจากทั่วทุกมุมโลก โดย EarlyBKK ได้ร่วมนำเสนอตัวอย่างเฟอร์นิเจอร์และงานตกแต่งภายในที่ผลิตจากกล่องบรรจุภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มรีไซเคิล สะท้อนแนวคิดด้านความยั่งยืน นิทรรศการในปีนี้จัดขึ้นภายใต้ธีม “Lessons from the Moon” เปิดพื้นที่ให้กับผลงานออกแบบแนวทดลอง (Experimental projects) ที่รวบรวมมาจากทั่วโลก ให้ผู้เยี่ยมชมนิทรรศการได้สำรวจเกี่ยวกับการออกแบบและสังคมในอนาคต โดยคาเฟ่ EarlyBKK และทีมสถาปนิกจาก space+craft ได้นำเสนอผลงานออกแบบและการตกแต่งที่ใช้วัสดุรีไซเคิล อาทิ แผ่นเอ็นไวโรบอร์ด (EnviroBoard) และอิฐบล็อกรีไซเคิล (Eco Block) ที่พัฒนาขึ้นจากความร่วมมือระหว่างเต็ดตรา แพ้ค และพันธมิตรด้านการรีไซเคิลในประเทศไทย EnviroBoard และ Eco Block เป็นวัสดุใหม่ที่ได้จากการนำเศษพลาสติกและอะลูมิเนียม (polyAl) จากกล่องบรรจุภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มมาแปรรูปและอัดขึ้นใหม่เป็นเม็ดคอมโพสิตที่มีความแข็งแรงและทนทาน นำมาใช้เป็นองค์ประกอบในการตกแต่งที่สะท้อนเอกลักษณ์เฉพาะของคาเฟ่ EarlyBKK [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3655169">เต็ดตรา แพ้ค ร่วมยินดีกับ EarlyBKK โชว์ศักยภาพแบรนด์คาเฟ่ไทยในเวทีโลกBarcelona Design Week Underground 2025 ด้วยแนวคิดการออกแบบเพื่อความยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[มาสเตอร์การ์ดเผยความสำคัญของการสร้างแนวทางการป้องกันเชิงบูรณาการเพื่อรับมือปัญหาการฉ้อโกงในอาเซียน ในงาน Bangkok Digital Finance Conference 2025]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3651217</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 06 Oct 2025 14:00:32 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3651217</guid>

					<description><![CDATA[<p>มาสเตอร์การ์ดเน้นย้ำความสำคัญของการกำหนดกรอบการดำเนินงานภายใต้มาตรฐานเดียวกันในทุก ๆ ภาคส่วน เพื่อยกระดับการป้องกันการฉ้อโกงในระดับชาติและการแก้ไขปัญหาหลอกลวงที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้นทั่วทั้งภูมิภาคอาเซียน ภายในงาน Bangkok Digital Finance Conference 2025 ที่ผ่านมา ออเดรย์ วอง (Audrey Wong) รองประธานฝ่ายโซลูชันการต่อต้านอาชญากรรมทางการเงินและบริการคริปโต ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มาสเตอร์การ์ด ระบุว่า “วิกฤตการณ์หลอกลวงที่เกิดขึ้นทั่วอาเซียนสะท้อนถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการป้องกันอาชญากรรมทางการเงิน เพราะวิธีการป้องกันแบบดั้งเดิมไม่เพียงพออีกต่อไป เนื่องจากมิจฉาชีพในปัจจุบันสามารถปฏิบัติการได้ทั้งข้ามพรมแดนและข้ามแพลตฟอร์ม อีกทั้งยังมาในรูปแบบที่หลากหลาย ดังนั้นสิ่งที่จำเป็นคือการแบ่งปันข้อมูลธุรกรรมระหว่างสถาบัน การกำหนดมาตรฐานร่วมในระบบตรวจจับและยืนยันตัวตน รวมถึงการนำเทคโนโลยีที่สามารถปรับตัวต่อกลโกงใหม่ ๆ มาใช้ได้อย่างทันท่วงที” จากข้อมูลของ Global Anti-Scam Alliance พบว่า ประชาชนในภูมิภาคอาเซียนกว่า 63% รายงานว่าเคยตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวงในปีที่ผ่านมา ซึ่งจำนวนเกือบ 1 ใน 4 ของผู้ใหญ่ทั้งหมดต้องประสบกับความเสียหายทางการเงิน รวมมูลค่าความสูญเสียรวมทั้งสิ้นกว่า 740,000 ล้านบาท ซึ่งในประเทศไทยเพียงประเทศเดียวคิดเป็นมูลค่าสูงถึง 115,300 ล้านบาท นอกจากนี้ ออเดรย์ วอง ยังได้ยกตัวอย่างความสำเร็จของการใช้มาตรฐานกลางในต่างประเทศ โดยระบุว่า สหราชอาณาจักร (UK) เป็นประเทศที่มีการกำหนดระบบมาตรฐานแห่งชาติในการแบ่งปันข้อมูลธุรกรรม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3651217">มาสเตอร์การ์ดเผยความสำคัญของการสร้างแนวทางการป้องกันเชิงบูรณาการเพื่อรับมือปัญหาการฉ้อโกงในอาเซียน ในงาน Bangkok Digital Finance Conference 2025</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
	</channel>
</rss>
