<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
>
<channel>
	<title>ThaiPR.NET</title>
	<atom:link href="https://www.thaipr.net/tag/%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b8%a3/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thaipr.net/tag/มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพร</link>
	<description>Press Release Distribution Center of Thailand</description>
	<lastBuildDate>Fri, 10 Apr 2026 17:30:46 +0700</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.1</generator>
	<item>
		<title><![CDATA[กรมบังคับคดี เดินหน้าพัฒนาบุคลากร จัดโครงการ &#8220;ผู้นำการเปลี่ยนแปลงเพื่อพัฒนานวัตกรรมในองค์กร&#8221; ยกระดับบริการภาครัฐ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/education/3710561</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 08 Apr 2026 09:33:57 +0700</pubDate>
				<category>education</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3710561</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมบังคับคดี โดยนายทรงศิลป์ ภิรมย์กุล ผู้ตรวจราชการกรม เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการอบรมหลักสูตร &#8220;ผู้นำการเปลี่ยนแปลงเพื่อพัฒนานวัตกรรมในองค์กร&#8221; เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2569 ณ ห้องนพวงษ์ 1 โรงแรมเดอะ ทวิน ทาวเวอร์ กรุงเทพมหานคร เพื่อเสริมสร้างศักยภาพบุคลากรในการขับเคลื่อนนวัตกรรมและเป็นต้นแบบของการเปลี่ยนแปลง โครงการอบรมดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7 – 9 เมษายน 2569 โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น 38 คน นายชัยวิทย์ อรรถานนท์ ที่ปรึกษาสถาบันบังคับคดี ได้กล่าวรายงานถึงความสำคัญของการอบรมในครั้งนี้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายกรมบังคับคดีที่มุ่งมั่นในการพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างวัฒนธรรมองค์กรแห่งการเรียนรู้และการสร้างสรรค์นวัตกรรม หัวข้อการอบรมและวิทยากร “Quotidain Meeting Activities” โดย ศาสตราจารย์ ดร.ทวีศักดิ์ กฤษเจริญ รองคณบดีฝ่ายบริหารบัณฑิตวิทยาลัยการจัดการและนวัตกรรม มจธ. และคณะ “แนวทางการพลิกโฉมองค์กรด้วยแนวคิด Transformation Leadership&#8217;s Idealized Influence” โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปารเมศ วรเศยานนท์ การจัดโครงการนี้มีเป้าหมายหลักเพื่อให้ผู้เข้าอบรมสามารถเป็นต้นแบบที่ดีแก่บุคลากรภายในองค์กร มีคุณลักษณะความคิดเชิงคุณธรรมและจริยธรรม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/education/3710561">กรมบังคับคดี เดินหน้าพัฒนาบุคลากร จัดโครงการ &#8220;ผู้นำการเปลี่ยนแปลงเพื่อพัฒนานวัตกรรมในองค์กร&#8221; ยกระดับบริการภาครัฐ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[มจธ. ยกระดับ “ใยนุ่นไทย” คืนชีพวัสดุพื้นถิ่น สู่นวัตกรรมแผ่นนุ่นมูลค่าสูง]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3707654</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 30 Mar 2026 14:29:27 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3707654</guid>

					<description><![CDATA[<p>ใยนุ่น (Kapok Fibel) เป็นเส้นใยธรรมชาติสีขาวนวล นุ่มฟู และน้ำหนักเบา ที่ได้จากฝักแห้งของต้นนุ่น การใช้งานส่วนใหญ่นิยมนำมาเป็นไส้หมอน ที่นอน เบาะ เครื่องกันหนาว หรือตุ๊กตาเท่านั้น ทั้งที่แท้จริงแล้วใยนุ่นมีคุณสมบัติพิเศษหลายประการ ได้แก่ น้ำหนักเบา ให้ความอบอุ่นได้ดี กันน้ำ ลอยน้ำได้ และเป็นฉนวนกันความร้อน จึงนำมาสู่แนวคิดการออกแบบและพัฒนาคุณสมบัติเฉพาะทาง เพื่อยกระดับเส้นใยนุ่นให้เป็นนวัตกรรม “แผ่นนุ่น” ที่สามารถใช้งานได้หลากหลายมากขึ้น ผลงานนวัตกรรมวัสดุแผ่นนุ่น ประกอบด้วย แผ่นนุ่นทำความสะอาดผิวหน้า (Kapok Pad for Facial Cleansing) แผ่นนุ่นดูดซับคราบน้ำมันสำหรับครัวเรือน (SuperClean Pad) แผ่นนุ่นดูดซับน้ำมันและทนไฟ (HyperClean Pad) และแผ่นหน้ากากนุ่นกรองอากาศและฆ่าเชื้อโรค (BioMask Kapok Filter) ผลงานดังกล่าวเป็นฝีมือนักวิจัยไทย ได้รับการรับรองจากฐานข้อมูล Material ConneXion นิวยอร์ก ปี ค.ศ. 2025 (พ.ศ. 2568) และได้รับการคัดเลือกให้เป็นตัวแทนนวัตกรรมวัสดุไทยสู่เวทีโลก ภายใต้แนวคิด Innovation &#38; [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3707654">มจธ. ยกระดับ “ใยนุ่นไทย” คืนชีพวัสดุพื้นถิ่น สู่นวัตกรรมแผ่นนุ่นมูลค่าสูง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เด็ก มจธ.เจ๋ง ปั้น AI ตรวจค่า ‘ตับ’ รู้ผลใน 7 วินาที ลดเหลื่อมล้ำการรักษามะเร็งตับให้คนไทย]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/education/3705163</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 23 Mar 2026 14:57:30 +0700</pubDate>
				<category>education</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3705163</guid>

					<description><![CDATA[<p>สถานการณ์โรคตับในประเทศไทยกำลังเข้าขั้นวิกฤติ จากข้อมูลพบว่าคนไทยกว่า 20 ล้านคน หรือ 1 ใน 3 ของประชากรทั้งประเทศ กำลังเผชิญกับภาวะไขมันพอกตับ ขณะที่ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีปัญหาโรคพยาธิใบไม้ตับอย่างรุนแรง โดยพบผู้ติดเชื้อสูงถึง 1 ใน 3 ของประชากรในภูมิภาค ปัญหาเหล่านี้หากปล่อยไว้ จะทำให้ตับเป็นพังผืด ตับแข็ง และกลายเป็นมะเร็งตับในท้ายที่สุด “ค่าใช้จ่าย” คืออุปสรรคใหญ่ที่ทำให้คนไทยจำนวนมากยังเข้าไม่ถึงการตรวจรักษาโรคตับ เพราะเครื่องสแกนตรวจสุขภาพตับ หรือ ไฟโบรสแกน (FibroScan) มีราคาสูงถึงเครื่องละประมาณ 2.5 &#8211; 7 ล้านบาท อีกทั้งค่าตรวจต่อครั้งมีราคาสูง ซึ่งเกินกำลังของผู้ป่วยที่มีรายได้น้อย นี่จึงเป็นสาเหตุที่ 2 นักศึกษาจากทีมห้องปฏิบัติการวัสดุฉลาด (SMART LAB) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ประกอบด้วย นายภูริณัฐ พลอาสา (นาโน) นักศึกษาชั้นปีที่ 3 ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ และ นางสาวชลยา เครือวุฒิกุล (วาวา) นักศึกษาชั้นปีที่ 1 สถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/education/3705163">เด็ก มจธ.เจ๋ง ปั้น AI ตรวจค่า ‘ตับ’ รู้ผลใน 7 วินาที ลดเหลื่อมล้ำการรักษามะเร็งตับให้คนไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[GMI พลิกโฉมบทบาทบรรณารักษ์ไทย สู่ &#8220;คู่คิดนักวิจัย&#8221; ในยุคดิจิทัล]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/education/3696800</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 25 Feb 2026 09:13:06 +0700</pubDate>
				<category>education</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3696800</guid>

					<description><![CDATA[<p>บัณฑิตวิทยาลัยการจัดการและนวัตกรรม (GMI) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ได้จัดการอบรมโครงการ &#8220;การพัฒนาบรรณารักษ์ต้นแบบสู่บทบาทผู้ช่วยนักวิจัยในยุคดิจิทัล&#8221; เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อยกระดับทักษะของบรรณารักษ์และบุคลากรสารสนเทศจากสถาบันต่างๆ ให้สามารถทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยนักวิจัยมืออาชีพในโลกที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล โดยมี ดร.ปฐมพร จิตต์ใจมั่น และ ผศ. ดร.รชฏ ขำบุญ หัวหน้าโครงการและผู้รับผิดชอบโครงการ ภายใต้ศูนย์ Login โดยมี ดร. ปารเมศ วรเศยานนท์ รองคณบดีบัณฑิตวิทยาลัยการจัดการและนวัตกรรม เป็นประธานเปิดงาน งานอบรมครั้งนี้ตอกย้ำถึงความสำคัญของการปรับบทบาทของบรรณารักษ์ในยุคปัจจุบัน จากเดิมที่เป็นผู้ให้บริการข้อมูล สู่การเป็น &#8220;ผู้เชี่ยวชาญร่วมทีมวิจัย&#8221; ที่มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนความสำเร็จของงานวิจัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่ข้อมูลมีปริมาณมหาศาลและซับซ้อน ผู้เข้ารับการอบรมซึ่งประกอบด้วยบรรณารักษ์และบุคลากรสารสนเทศจากหลากหลายสถาบัน ได้รับการติดอาวุธด้วยองค์ความรู้และทักษะที่จำเป็น เพื่อทำหน้าที่เป็น &#8220;คู่คิดนักวิจัย&#8221; ที่มีศักยภาพในการคัดเลือก วิเคราะห์ และจัดการข้อมูลอย่างมีคุณภาพ หลักสูตรการอบรมครอบคลุมทักษะสำคัญที่ตอบโจทย์ความต้องการของงานวิจัยยุคใหม่ อาทิ: Systematic Search การสืบค้นข้อมูลอย่างเป็นระบบ เพื่อความแม่นยำและครบถ้วนResearch Data Management เทคนิคการจัดการข้อมูลวิจัย เพื่อคุณภาพและความน่าเชื่อถือDigital Research Tools การประยุกต์ใช้เครื่องมือดิจิทัลยุคใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพทุกขั้นตอนCommunication [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/education/3696800">GMI พลิกโฉมบทบาทบรรณารักษ์ไทย สู่ &#8220;คู่คิดนักวิจัย&#8221; ในยุคดิจิทัล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรมบังคับคดี ผนึกกำลัง มจธ. ยกระดับ “ศูนย์ราชการสะดวก (GECC)” มุ่งสู่มาตรฐานบริการภาครัฐระดับสากล]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3695776</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 23 Feb 2026 10:15:56 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3695776</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมบังคับคดีร่วมกับคณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) จัดโครงการยกระดับศูนย์ราชการสะดวก (GECC) เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรและขับเคลื่อนการให้บริการภาครัฐไทยสู่ความเป็นเลิศในระดับสากล โดยโครงการนี้มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16 – 20 กุมภาพันธ์ 2569 โดยมีเป้าหมายหลักในการเสริมสร้างความรู้และแนวปฏิบัติที่ดีแก่เจ้าหน้าที่ เพื่อยกระดับมาตรฐานการให้บริการของกรมบังคับคดีให้เป็นต้นแบบศูนย์ราชการสะดวก เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 นายเสกสรร สุขแสง อธิบดีกรมบังคับคดี ได้เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ โดยมีนายพลัฐ หิรัญสิริสมบัติ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกรม กรมบังคับคดี กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์และรายละเอียดของโครงการ โครงการดังกล่าวได้รับความสนใจจากคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กรมบังคับคดีเข้าร่วมจำนวน 30 คน ซึ่งแสดงถึงความมุ่งมั่นขององค์กรในการพัฒนาบุคลากรและปรับปรุงคุณภาพการบริการอย่างต่อเนื่อง.ภายในโครงการ ผู้เข้าร่วมจะได้รับฟังการเสวนาพิเศษในหัวข้อ “มุมมองจากหน่วยงานที่ได้รางวัล” เพื่อเรียนรู้ประสบการณ์และแนวปฏิบัติจากองค์กรที่ประสบความสำเร็จในการพัฒนาบริการภาครัฐ รวมถึงหัวข้อ “มาตรฐาน GECC ภาครัฐ” ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการให้บริการและการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ.คณะวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิประกอบด้วย นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ อดีตรองปลัดกระทรวงมหาดไทย, รองศาสตราจารย์ ดร.มงคล อัศวดิลกฤทธิ์ รองคณบดีฝ่ายบริหารและประธานสาขาวิชาการจัดการอสังหาริมทรัพย์, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปารเมศ วรเศยานนท์ รองคณบดีฝ่ายภาคีสัมพันธ์และหัวหน้าศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีทางการจัดการ, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปฏิภาณ แซ่หลิ่ม ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายบริหารความเสี่ยงและสื่อสารยุทธศาสตร์, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรัญญา [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3695776">กรมบังคับคดี ผนึกกำลัง มจธ. ยกระดับ “ศูนย์ราชการสะดวก (GECC)” มุ่งสู่มาตรฐานบริการภาครัฐระดับสากล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[FIBO มจธ. เปิดตัว &#8216;CARVER&#8217; หุ่นยนต์ปฏิวัติอุตสาหกรรมอาหารทะเลแช่แข็ง เสริมศักยภาพไทยสู่“ครัวโลก”]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/it/3687809</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 28 Jan 2026 14:35:00 +0700</pubDate>
				<category>it</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3687809</guid>

					<description><![CDATA[<p>ตลาดอาหารทะเลทั่วโลกกำลังเติบโตต่อเนื่อง โดยปี พ.ศ. 2567 มีมูลค่าประมาณ 11.44 ล้านล้านบาท และคาดว่าจะขยายถึงเกือบประมาณ 20.19 ล้านล้านบาท ในปี พ.ศ. 2575 (ข้อมูลจาก Future Business Insights) ซึ่งนับเป็นโอกาสครั้งใหญ่ของประเทศไทยที่มีศักยภาพด้านการส่งออกสินค้าเกษตรและอาหาร โดยเฉพาะกลุ่มแช่เย็น–แช่แข็งที่พุ่งขึ้นมาเป็น “ดาวเด่น” ในกลุ่มสินค้าส่งออกของประเทศในช่วงหลายปีหลัง ทว่าโอกาสที่กำลังเข้ามานี้ยังติด “คอขวด” สำคัญคือโลจิสติกส์ภายในโรงงาน (Intralogistics) ที่ยังพึ่งแรงงานคนเข็นรถวัตถุดิบน้ำหนัก 500 กิโลกรัมถึง 1 ตัน เสี่ยงทั้งอุบัติเหตุและปัญหาสุขภาพ ขณะที่ระบบรางขนส่งแบบเดิมแม้เร็วและรับน้ำหนักได้มาก แต่กลับไม่ยืดหยุ่นพอจะปรับให้ทันกับไลน์การผลิตหรือคำสั่งซื้อที่เปลี่ยนตลอดเวลา ช่องว่างระหว่าง “โอกาสเศรษฐกิจ” กับ “ข้อจำกัดหน้างานจริง” จึงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของนวัตกรรม “CARVER” หุ่นยนต์เคลื่อนที่อัตโนมัติที่จะมาปลดล็อกปัญหานี้ ผศ. ดร.สุภชัย วงศ์บุณย์ยง ผู้อำนวยการสถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ในฐานะหัวหน้าโครงการวิจัยระบบหุ่นยนต์เคลื่อนที่อัตโนมัติในอุตสาหกรรมอาหารทะเล เล่าว่า CARVER เป็นหุ่นยนต์เคลื่อนที่อัตโนมัติหรือ AMR ที่พัฒนาขึ้นระหว่างสถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม (FIBO) ผ่านความร่วมมือกับ BRAINWORKS [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/it/3687809">FIBO มจธ. เปิดตัว &#8216;CARVER&#8217; หุ่นยนต์ปฏิวัติอุตสาหกรรมอาหารทะเลแช่แข็ง เสริมศักยภาพไทยสู่“ครัวโลก”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[มจธ. ปั้น “นักสื่อสารสุขภาพ” อุดช่องว่างกำลังคน ดันไทย สู่ศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (Medical Hub)]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/education/3684532</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 19 Jan 2026 13:37:10 +0700</pubDate>
				<category>education</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3684532</guid>

					<description><![CDATA[<p>ท่ามกลางอุตสาหกรรมสุขภาพและการแพทย์ไทยที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง โรงพยาบาลและคลินิกเอกชนเพิ่มขึ้นรวดเร็วจากแรงหนุนของการเข้าสู่ “สังคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบ” และนโยบายรัฐที่ผลักดันไทยสู่ “ศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (Health and Wellness Hub)” แต่โอกาสที่เกิดขึ้นมาพร้อมความท้าทายที่ฝังรากลึกนั้นคือ “ช่องว่างทางการสื่อสาร” ระหว่างองค์ความรู้ทางการแพทย์ที่ซับซ้อนกับความเข้าใจของประชาชน ซึ่งเห็นชัดในช่วงโควิด-19 เมื่อการสื่อสารที่คลาดเคลื่อนสร้างความสับสนและความเสี่ยงด้านสุขภาพในวงกว้าง ยิ่งตลาดแข่งขันสูงเท่าไร การสื่อสารที่ตามไม่ทันยิ่งกลับกลายเป็น Pain Point ของระบบสาธารณสุขไทย เพราะบุคลากรการแพทย์ต้องอธิบายเรื่องยาก ตั้งแต่ขั้นตอนการรักษาไปจนถึงการปฏิบัติตัวในภาวะโรคระบาดให้คนจำนวนมาก “เข้าใจอย่างรวดเร็วและถูกต้อง” เพื่อปิดช่องว่างนี้ “นักสื่อสารสุขภาพ (Health Communicator)” ผู้ที่มีทักษะด้านแพทย์ ศิลปะ และเทคโนโลยีผสานกัน จึงเป็นกุญแจสำคัญในการยกระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy) ของสังคม และเป็นสายงานเฉพาะทางที่มีตำแหน่งรองรับหลากหลาย เช่น นักเวชนิทัศน์ และ Content Creator ที่เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน หลักสูตรเทคโนโลยีบัณฑิต สาขาวิชามีเดียทางการแพทย์และวิทยาศาสตร์ (Bachelor of Technology Program in Medical and Science Media) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อสร้างคนทำงานสื่อสารด้านสุขภาพรุ่นใหม่ที่มีดีเอ็นเอของนักวิทยาศาสตร์ แต่มีหัวใจของศิลปิน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/education/3684532">มจธ. ปั้น “นักสื่อสารสุขภาพ” อุดช่องว่างกำลังคน ดันไทย สู่ศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (Medical Hub)</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[บัณฑิตวิทยาลัยการจัดการและนวัตกรรม มจธ. ผนึก ก.ล.ต. และ LiVE Exchange ยกระดับความรู้ตลาดทุน สู่ผู้ประกอบการยั่งยืน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/education/3684518</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 19 Jan 2026 13:27:54 +0700</pubDate>
				<category>education</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3684518</guid>

					<description><![CDATA[<p>บัณฑิตวิทยาลัยการจัดการและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และ LiVE Exchange จัดการบรรยายพิเศษในหัวข้อ &#8220;แนวคิดการประเมินข้อมูลธุรกิจและตลาดทุนไทย และมาตรฐานการเปิดเผยข้อมูลและกำกับดูแล และ แบบ SME Filing&#8221; เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2569 ณ บัณฑิตวิทยาลัยฯ มจธ. โดยมีนายไพบูลย์ ดำรงวารี ผู้ช่วยเลขาธิการ ก.ล.ต. และคุณ กานต์ณัฐชา คณีกุล รองผู้อำนวยการสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์ไลฟ์เอ๊กซ์เช้นจ์ เป็นวิทยากรรับเชิญ เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับกลไกและโอกาสในตลาดทุนสำหรับผู้ประกอบการยุคใหม่ แก่นักศึกษาปริญญามหาบัณฑิต หลักสูตรการจัดการความเป็นผู้ประกอบการ นวัตกรรมและความยั่งยืน (MBA. Entrepreneurship, Innovation, and Sustainability) ซึ่งมุ่งหวังพัฒนาธุรกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนด้วยการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่เหมาะสม การบรรยายครั้งนี้ได้มอบความรู้และทักษะที่จำเป็นแก่นักศึกษาในหลายมิติ อาทิ รูปแบบการระดมทุนในตลาดทุนไทย ความแตกต่างระหว่างตลาดหลักทรัพย์ LiVE Exchange, mai และ SET บทบาทและหน้าที่ของบริษัทจดทะเบียน โครงสร้างแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ (แบบ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/education/3684518">บัณฑิตวิทยาลัยการจัดการและนวัตกรรม มจธ. ผนึก ก.ล.ต. และ LiVE Exchange ยกระดับความรู้ตลาดทุน สู่ผู้ประกอบการยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[บัณฑิตวิทยาลัยการจัดการและนวัตกรรม มจธ. ผนึกกำลัง บพท. ยกระดับงานวิจัยเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและชุมชนอย่างยั่งยืน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/education/3681966</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 08 Jan 2026 09:01:28 +0700</pubDate>
				<category>education</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3681966</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2569 บัณฑิตวิทยาลัยการจัดการและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) โดย ผศ.ดร. ปารเมศ วรเศยานนท์ รองคณบดีฝ่ายภาคีสัมพันธ์ ได้เข้าเยี่ยมและหารือกับ หน่วยบริหารและจัดการทุนวิจัยและพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) โดย รศ.ดร.อุเทน คำน่าน รองผู้อำนวยการ ฝ่ายบริหารจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรม เพื่อขอรับคำปรึกษาและวางแนวทางการพัฒนาศักยภาพนักวิจัยในการเข้าถึงทุนสนับสนุนจาก บพท. อันมีเป้าหมายหลักในการส่งเสริมการพัฒนาท้องถิ่นและยกระดับเศรษฐกิจชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม การหารือครั้งนี้มุ่งเน้นการทำความเข้าใจในหลักการและวัตถุประสงค์ของทุน บพท. ซึ่งเน้นการสนับสนุนความพร้อมด้าน &#8220;คน ของ ตลาด&#8221; ในระดับครัวเรือนไปจนถึงระดับประเทศ เพื่อยกระดับเศรษฐกิจแบบมุ่งเป้าและสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชน ผู้บริหารจาก บพท. ได้ให้คำแนะนำเชิงลึกเกี่ยวกับกลไกและประเภทของทุนวิจัยและนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้แก้ปัญหาและสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับพื้นที่ต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผศ.ดร. ปารเมศ วรเศยานนท์ ได้นำเสนอตัวอย่างนวัตกรรมจาก มจธ. ที่สอดคล้องกับแนวทางของ บพท. คือ เทคโนโลยีการผลิตหนังเทียมจากเปลือกแห้ว ซึ่งเป็นผลงานการวิจัยร่วมกันระหว่างศูนย์วิจัยโพลิเมอร์และศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีของมหาวิทยาลัยฯ นวัตกรรมดังกล่าวได้ถูกนำไปส่งเสริมและประยุกต์ใช้ในการสร้างความร่วมมือกับชุมชนและเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี นับเป็นการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของงานวิจัยที่สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจฐานรากและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนได้อย่างแท้จริง “การประสานความร่วมมือกับ บพท. เป็นก้าวสำคัญในการขยายขีดความสามารถของนักวิจัยและนำนวัตกรรมออกสู่สังคม เพื่อตอบสนองความต้องการและแก้ไขปัญหาของท้องถิ่นได้อย่างตรงจุด การเข้าถึงแหล่งทุนวิจัยที่มีวิสัยทัศน์เช่น บพท. จะช่วยให้เราสามารถสร้างสรรค์ผลงานที่ยั่งยืน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/education/3681966">บัณฑิตวิทยาลัยการจัดการและนวัตกรรม มจธ. ผนึกกำลัง บพท. ยกระดับงานวิจัยเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและชุมชนอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[GMI มจธ. จับมือ HKTDC ยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการไทย ชูหลักสูตรการจัดการ IP หนุนนวัตกรรมไทยสู่ตลาดโลก]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3680807</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 30 Dec 2025 10:33:52 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3680807</guid>

					<description><![CDATA[<p>[กรุงเทพฯ] – [24 ธันวาคม 2568] – บัณฑิตวิทยาลัยการจัดการและนวัตกรรม (GMI) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ประกาศความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ร่วมกับสภาพัฒนาการค้าฮ่องกง (Hong Kong Trade Development Council หรือ HKTDC) เพื่อบูรณาการองค์ความรู้ด้านทรัพยสินทางปัญญา (Intellectual Property: IP) มุ่งเป้าผลักดันนวัตกรรมจากงานวิจัยและธุรกิจไทยให้ก้าวไกลสู่เชิงพาณิชย์ในระดับสากล ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นการดึงจุดแข็งของคณะคณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญจาก GMI เข้ามาช่วยบ่มเพาะนักศึกษาและผู้ประกอบการ ให้มีความรู้ความเข้าใจในการใช้ IP เป็นเครื่องมือทางกลยุทธ์ เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันและปกป้องนวัตกรรมในเวทีการค้าโลก ซึ่ง HKTDC จะเข้ามาเป็นพันธมิตรสำคัญในการเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจและโอกาสการค้าในระดับนานาชาติ เพื่อต่อยอดความร่วมมือดังกล่าว GMI มจธ. ขอเชิญชวนผู้ประกอบการ นักบริหาร และผู้สนใจเข้าศึกษาต่อใน หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (Innovation Management) สาขาการจัดการทรัพย์สินทางปัญญา (IPM) หลักสูตรที่ออกแบบมาเพื่อสร้าง &#8220;นักบริหารนวัตกรรม&#8221; ที่สามารถเปลี่ยนความคิดสร้างสรรค์ให้เป็นมูลค่าทางธุรกิจได้อย่างยั่งยืน สำหรับผู้ที่สนใจร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายนวัตกรรมระดับสากล เปิดรับสมัครแล้ววันนี้: ดูรายละเอียดและสมัครออนไลน์ที่ https://kmutt.me/MainBanner69</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3680807">GMI มจธ. จับมือ HKTDC ยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการไทย ชูหลักสูตรการจัดการ IP หนุนนวัตกรรมไทยสู่ตลาดโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[GMI มจธ. รุดเยี่ยมชมคลังสินค้าองค์การเภสัชกรรม เดินหน้าแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ยกระดับระบบโลจิสติกส์ยาและเวชภัณฑ์สู่มาตรฐานสากล]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3680779</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 30 Dec 2025 10:17:25 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3680779</guid>

					<description><![CDATA[<p>บัณฑิตวิทยาลัยการจัดการและนวัตกรรม (GMI) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี นำคณะผู้เชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์ลงพื้นที่ศึกษาดูงาน ณ คลังสินค้าองค์การเภสัชกรรม (GPO) จังหวัดปทุมธานี มุ่งเน้นการให้คำปรึกษาเชิงวิชาการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบคลังสินค้าและการบริหารจัดการซัพพลายเชนในอุตสาหกรรมยา รศ.ดร.ทวีศักดิ์ กฤษเจริญ คณบดีบัณฑิตวิทยาลัยการจัดการและนวัตกรรม พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและคณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ อาทิ รศ.ดร.ชุมพล มณฑาทิพย์กุล, ผศ.ดร.ปารเมศ วรเสยานนท์ และ ผศ.ดร.สรวิชญ์ เยาวสุวรรณไชย ร่วมกับนักบริหารเทคโนโลยีเชิงธุรกิจ ได้เข้าหารือและแลกเปลี่ยนประสบการณ์การบริหารจัดการคลังสินค้ากับเจ้าหน้าที่องค์การเภสัชกรรม การศึกษาดูงานในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อวิเคราะห์และให้คำแนะนำในการแก้ไขปัญหาการดำเนินงานภายในคลังสินค้า โดยมุ่งเน้นการสร้างระบบที่มีความเสถียร (Stability) และความคล่องตัว (Efficiency) เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการกระจายยาและเวชภัณฑ์ไปยังผู้ป่วยและลูกค้าทั่วประเทศได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ รศ.ดร.ทวีศักดิ์ กฤษเจริญ เปิดเผยว่า &#8220;การร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่ภาคการศึกษากับรัฐวิสาหกิจจะได้นำทฤษฎีทางจัดการโลจิสติกส์มาประยุกต์ใช้กับหน้างานจริง เราไม่ได้เพียงแค่มาดูงาน แต่เรามาเพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือและหาแนวทางพัฒนาโครงการร่วมกันในอนาคต เพื่อขับเคลื่อนให้ระบบสาธารณสุขไทยมีระบบหลังบ้านที่เข้มแข็ง&#8221; ข้อมูลและข้อเสนอแนะจากการลงพื้นที่ครั้งนี้จะถูกนำไปต่อยอดสู่การทำโครงการวิจัยและการทำบันทึกความร่วมมือ (MOU) ระหว่างสององค์กร เพื่อพัฒนาบุคลากรและนวัตกรรมการจัดการโลจิสติกส์ยาให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้นต่อไป</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3680779">GMI มจธ. รุดเยี่ยมชมคลังสินค้าองค์การเภสัชกรรม เดินหน้าแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ยกระดับระบบโลจิสติกส์ยาและเวชภัณฑ์สู่มาตรฐานสากล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[GMI มจธ. ชูมาตรฐานโลก AACSB เปิดรับสมัคร ป.โท หลักสูตรเฉพาะทาง ปั้นผู้บริหารและนักธุรกิจรับมือโลกยุคใหม่]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/education/3674518</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 11 Dec 2025 09:46:23 +0700</pubDate>
				<category>education</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3674518</guid>

					<description><![CDATA[<p>บัณฑิตวิทยาลัยการจัดการและนวัตกรรม (GMI) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ประกาศเดินหน้ายกระดับศักยภาพบุคลากรไทย เปิดรับสมัครนักศึกษาเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาโท ประจำปีการศึกษาใหม่ มุ่งเน้นการพัฒนาทักษะการบริหารจัดการที่ตอบโจทย์โลกธุรกิจยุคดิจิทัล ภายใต้หลักสูตรที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล AACSB (The Association to Advance Collegiate Schools of Business) ซึ่งเป็นการการันตีคุณภาพการศึกษาด้านบริหารธุรกิจในระดับโลก หลักสูตรของ GMI มจธ. ถูกออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับนักธุรกิจ ผู้ประกอบการ และคนทำงานรุ่นใหม่ที่ต้องการ Upskill และ Reskill เพื่อก้าวทันการเปลี่ยนแปลง โดยเน้นการเรียนรู้ที่ผสมผสานทฤษฎีและการปฏิบัติจริง ครอบคลุมศาสตร์สำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรในปัจจุบัน ได้แก่: 1. หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต (M.B.A. Management): เจาะลึกทักษะการบริหารใน 4 สาขาความเชี่ยวชาญ ได้แก่ การบริหารโครงการ (Project Management) การจัดการอสังหาริมทรัพย์ (Real Estate Management) การบริหารจัดการองค์กร (Organizational Management) การจัดการธุรกิจดิจิทัล (Digital Business Management) 2. [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/education/3674518">GMI มจธ. ชูมาตรฐานโลก AACSB เปิดรับสมัคร ป.โท หลักสูตรเฉพาะทาง ปั้นผู้บริหารและนักธุรกิจรับมือโลกยุคใหม่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[นักวิจัย มจธ. ค้นพบวิธีแก้ปัญหา“สารปนเปื้อนอุบัติใหม่” ในระบบผลิตน้ำประปา ป้องกันผลกระทบต่อผู้ใช้น้ำในระยะยาว]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/education/3657360</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 22 Oct 2025 14:09:36 +0700</pubDate>
				<category>education</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3657360</guid>

					<description><![CDATA[<p>นักวิจัย มจธ. ค้นพบวิธีแก้ปัญหา “สารปนเปื้อนอุบัติใหม่” ในกลุ่มยากับผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล (Pharmaceuticals and Personal Care Products: PPCPs) ที่หลุดรอดจากระบบบำบัดน้ำเสียทั่วไปและไหลลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ ก่อนย้อนกลับเข้าระบบผลิตน้ำประปาแม้จะมีระดับเข้มข้นต่ำมาก แต่มี “ผลกระทบแบบเรื้อรัง (Chronic Effect)” ต่อสิ่งมีชีวิตในน้ำ และอาจส่งผลกระทบต่อมนุษย์ในระยะยาว ในปัจจุบัน สารเคมีจาก เวชภัณฑ์ยาและผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล (Pharmaceuticals and Personal Care Products: PPCPs) ตัวอย่างเช่น สารออกฤทธิ์จากยารักษาโรค, แชมพู, สบู่, เครื่องสำอาง, และผลิตภัณฑ์สำหรับบำรุงผิว ได้กลายเป็นประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ สารเหล่านี้เมื่อถูกชะล้างหรือขับออกจากร่างกาย จะเข้าสู่ระบบรวบรวมน้ำเสียและไหลรวมสู่โรงบำบัดน้ำเสีย ซึ่งแม้จะผ่านกระบวนการบำบัดน้ำเสียตามมาตรฐาน แต่สารในกลุ่ม PPCPs ยังคงสามารถตกค้างและปนเปื้อนอยู่ในแหล่งน้ำธรรมชาติได้ ในที่สุดก็จะย้อนเข้าสู่ระบบผลิตน้ำประปาที่คนไทยใช้ดื่มกินกัน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุรพงษ์ รัตนกุล อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ชี้ให้เห็นว่า สารจากกลุ่มยาและผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล (PPCPs) กำลังกลายเป็นปัญหาที่มองไม่เห็น แม้เราจะส่งน้ำเสียเข้าสู่ระบบบำบัดน้ำเสียแล้ว แต่สารเหล่านี้จำนวนมากกลับ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/education/3657360">นักวิจัย มจธ. ค้นพบวิธีแก้ปัญหา“สารปนเปื้อนอุบัติใหม่” ในระบบผลิตน้ำประปา ป้องกันผลกระทบต่อผู้ใช้น้ำในระยะยาว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[&#8220;มจธ. ยกระดับวิศวกรรมเคมีสู่สากล! หลักสูตร ป.ตรี ได้รับการรับรองมาตรฐาน ABET การันตีคุณภาพเทียบเท่าอเมริกา&#8221;]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/education/3651047</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 06 Oct 2025 11:45:04 +0700</pubDate>
				<category>education</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3651047</guid>

					<description><![CDATA[<p>ภาควิชาวิศวกรรมเคมี คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญ ด้วยการได้รับการรับรองหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมเคมี ในระดับปริญญาตรีจาก Accreditation Board for Engineering and Technology (ABET) ซึ่งเป็นองค์กรรับรองมาตรฐานการศึกษาด้านวิศวกรรมศาสตร์ชั้นนำของสหรัฐอเมริกา ความสำเร็จนี้ถือเป็นการยกระดับคุณภาพการเรียนการสอนด้านวิศวกรรมเคมีของประเทศไทยสู่มาตรฐานสากลอย่างแท้จริง การรับรองจาก ABET ถือเป็นเครื่องหมายการันตีคุณภาพที่ทั่วโลกให้การยอมรับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสหรัฐอเมริกาและหลายประเทศ การที่หลักสูตรของภาควิชาวิศวกรรมเคมี คณะวิศวกรรมศาสตร์ มจธ. ได้รับการรับรองนี้ แสดงให้เห็นถึงคุณภาพของหลักสูตรที่ทันสมัย ระบบการจัดการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพและมีความพร้อมของคณาจารย์และบุคลากร รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ต่าง ๆ ที่สามารถผลิตบัณฑิตที่มีคุณสมบัติตรงตามความต้องการของภาคอุตสาหกรรมในระดับสากล ที่สำคัญคือจะเพิ่มโอกาสในการศึกษาต่อของบัณฑิตที่จบจากหลักสูตรที่ได้รับการรับรองจาก ABET ในการศึกษาต่อในสถาบันชั้นนำในต่างประเทศ โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา สร้างความได้เปรียบในตลาดแรงงานนายจ้างทั้งในและต่างประเทศให้มีความมั่นใจในคุณภาพของบัณฑิต ทำให้พวกเขามีความสามารถในการแข่งขันสูง และสามารถทำงานในบริษัทข้ามชาติได้อย่างมั่นใจในคุณภาพการศึกษา หลักสูตรได้รับการตรวจสอบและรับรองจากผู้เชี่ยวชาญระดับโลก ทำให้มั่นใจได้ว่าความรู้และทักษะที่ได้รับเป็นไปตามมาตรฐานสูงสุดของวงการวิศวกรรมเคมี รศ.ดร. ทวิช พูลเงิน คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มจธ. กล่าวว่า &#8220;การรับรองจาก ABET เป็นสิ่งที่พวกเราภาคภูมิใจอย่างยิ่ง เพราะไม่ใช่แค่การรับรองหลักสูตร แต่ยังเป็นการรับรองระบบการจัดการศึกษาของทั้งคณะและมหาวิทยาลัย สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเราในการพัฒนาบัณฑิตให้มีศักยภาพระดับโลก พร้อมเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของประเทศ&#8221; คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/education/3651047">&#8220;มจธ. ยกระดับวิศวกรรมเคมีสู่สากล! หลักสูตร ป.ตรี ได้รับการรับรองมาตรฐาน ABET การันตีคุณภาพเทียบเท่าอเมริกา&#8221;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[“Skill Shift: Build Smart. Work Smarter.” มจธ. ผนึกกำลังธนาคารไทยพาณิชย์ปั้นแรงงานไทยพร้อมรับมืออนาคตการทำงานยุค AI]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/education/3650574</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 03 Oct 2025 14:34:36 +0700</pubDate>
				<category>education</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3650574</guid>

					<description><![CDATA[<p>มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) จับมือธนาคารไทยพาณิชย์ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญ เปิดตัวโครงการ “Skill Shift: Build Smart. Work Smarter. พลิกทักษะ สู่การทำงานอัจฉริยะ” ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาทักษะดิจิทัลเชิงปฏิบัติการ โดยเฉพาะด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อยกระดับขีดความสามารถของแรงงานไทยให้พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในยุค AI Disruption คุณวรวัจน์ สุวคนธ์ Chief People Officer ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงความสำคัญเรื่องการพัฒนาทักษะดิจิทัลของกำลังคนในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทมากขึ้นในการทำงาน โดยเฉพาะทักษะการใช้ AI เพื่อการสื่อสาร วิเคราะห์ข้อมูลและบริหารองค์ความรู้ขององค์กร ไปจนถึงการสร้างระบบอัตโนมัติเพื่อช่วยทำงาน หากองค์กรไม่ปรับตัว อาจสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน การร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเพื่อลงทุนในการพัฒนากำลังคนอย่างมีมาตรฐาน จึงยิ่งมีความจำเป็นในยุคนี้ รศ.ดร.สุวิทย์ แซ่เตีย อธิการบดี มจธ. กล่าวว่า การจับมือระหว่าง มจธ. และธนาคารไทยพาณิชย์ครั้งนี้ ถือเป็นต้นแบบของความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจการเงินและภาคการศึกษาเพื่อบูรณาการการศึกษาแบบ Micro-Credentials ที่มีคุณภาพมาตรฐานกับการทำงานในองค์กร สร้าง &#8220;กำลังคนดิจิทัล&#8221; ทักษะสูงสู่ตลาดแรงงาน สอดคล้องกับนโยบายมหาวิทยาลัยในการส่งเสริม Demand-Driven Education [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/education/3650574">“Skill Shift: Build Smart. Work Smarter.” มจธ. ผนึกกำลังธนาคารไทยพาณิชย์ปั้นแรงงานไทยพร้อมรับมืออนาคตการทำงานยุค AI</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[มจธ. จัดกิจกรรม &#8220;KMUTT OPEN HOUSE 2025 Journey of Discovery&#8221; ร่วมค้นหาตัวตนไปพร้อมกัน จุใจเต็มวัน Day to Night 10-12 ต.ค. นี้ ที่บางมดและบางขุนเทียน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/education/3648102</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 30 Sep 2025 10:29:17 +0700</pubDate>
				<category>education</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3648102</guid>

					<description><![CDATA[<p>เตรียมตัวให้พร้อม 10-12 ตุลาคม 2568 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) เปิดบ้านต้อนรับนักเรียน ครูแนะแนว ผู้ปกครอง และผู้ที่สนใจ ร่วมค้นหาตัวตนไปพร้อมกันกับกิจกรรม “KMUTT OPEN HOUSE 2025 Journey of Discovery” พบกับ บูธแนะนำหลักสูตรปริญญาตรีและบัณฑิตศึกษาจากคณะและภาควิชาต่างๆ อาทิ คณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี คณะวิทยาศาสตร์ คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ โครงการร่วมบริหารหลักสูตรมีเดียอาตส์และเทคโนโลยีมีเดีย  สถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม คณะศิลปศาสตร์ คณะทรัพยากรชีวภาพและเทคโนโลยี คณะพลังงานสิ่งแวดล้อมและวัสดุ มจธ. ราชบุรี บัณฑิตวิทยาลัยการจัดการและนวัตกรรม และบัณฑิตวิทยาลัยร่วมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม การแนะนำทุนการศึกษา กิจกรรม Portfolio Clinic เวทีแบ่งปันประสบการณ์การใช้ชีวิตและการเรียนจากพี่ๆนักศึกษาปัจจุบัน นักศึกษาเก่า คณาจารย์ มจธ. และ อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง พร้อมร่วมสนุกกับกิจกรรม Workshop Showcase จากคณะและสาขาวิชาต่างๆ ตลาดของกินของทำมือจากพี่ๆ นักศึกษา มจธ. การแข่งขัน E-sport ดนตรีสด [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/education/3648102">มจธ. จัดกิจกรรม &#8220;KMUTT OPEN HOUSE 2025 Journey of Discovery&#8221; ร่วมค้นหาตัวตนไปพร้อมกัน จุใจเต็มวัน Day to Night 10-12 ต.ค. นี้ ที่บางมดและบางขุนเทียน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[‘นวัตกรรมวัสดุทดแทนกระดูกพรุนด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติ’ “พลิกโฉมการรักษาผู้ป่วยโรคกระดูกและการศัลยกรรมขากรรไกร” พร้อมรุกเทคโนโลยีสู่ตลาดโลก]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/education/3647423</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 26 Sep 2025 14:05:47 +0700</pubDate>
				<category>education</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3647423</guid>

					<description><![CDATA[<p>ข้อเท้าเสื่อมถือเป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่ซับซ้อนและส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยอย่างมาก โดยมีสาเหตุสำคัญจากอุบัติเหตุ โรคเบาหวาน และ การติดเชื้อในข้อ รวมถึงภาวะโรคเรื้อรังต่าง ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อข้อต่อโดยตรง ซึ่งล้วนก่อให้เกิดการทำลายและสูญเสียเนื้อกระดูกในข้อเท้าอย่างรุนแรง ภาวะนี้ทำให้ผู้ป่วยต้องเผชิญกับความเจ็บปวด การเดินลำบาก และข้อจำกัดในการใช้ชีวิตประจำวัน ในปัจจุบันผู้ป่วยต้องเข้ารับการผ่าตัดเพื่อกำจัดกระดูกที่เสียหาย และใช้ bone graft มาทดแทนโพรงกระดูกที่สูญเสียไป ทว่าแนวทางการรักษาในปัจจุบันยังเต็มไปด้วยข้อจำกัด การใช้วัสดุแบบเดิมยังขาดความสามารถในการออกแบบเฉพาะบุคคล ซึ่งหมายความว่าวัสดุเหล่านี้มักต้องอาศัยการปรับแต่งด้วยมือเพื่อให้เข้ากับความบกพร่องของกระดูกแต่ละราย ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงของการยึดติดที่ไม่เหมาะสม และกระทบต่อความมั่นคงของกระดูกในระยะยาว นอกจากนี้ การใช้กระดูกบริจาค (allograft) ยังมีข้อจำกัดสำคัญ เช่น ความเสี่ยงในการถ่ายทอดโรค การตอบสนองทางภูมิคุ้มกัน และข้อจำกัดด้านปริมาณ ปัญหาเหล่านี้ไม่เพียงทำให้ผู้ป่วยบางรายต้องเข้ารับการผ่าตัดซ้ำ แต่อาจนำไปสู่การสูญเสียอวัยวะถาวร และตอกย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการพัฒนาวิธีการรักษาและวัสดุทดแทนกระดูกที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น นวัตกรรมวัสดุทดแทนกระดูกพรุนที่พิมพ์ด้วยเทคโนโลยีสามมิติ ผลงานจาก“การออกแบบโครงสร้างวัสดุพรุนจากกระบวนการพิมพ์สามมิติเพื่อเพิ่มคุณสมบัติเชิงกลและเชิงชีวภาพสำหรับนำไปใช้เป็นวัสดุทดแทนกระดูก” และ “การพัฒนาระบบวางแผนการผ่าตัดแบบดิจิทัลและกระดูกเทียมเฉพาะบุคคล สำหรับศัลยกรรมกระดูกและใบหน้า ด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติและปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI)” ซึ่งพัฒนาโดยทีมวิจัย ที่มีรองศาสตราจารย์ ดร.พชรพิชญ์ พรหมอุปถัมภ์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) และ CTO บริษัท ออสซีโอแล็บส์ จำกัด [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/education/3647423">‘นวัตกรรมวัสดุทดแทนกระดูกพรุนด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติ’ “พลิกโฉมการรักษาผู้ป่วยโรคกระดูกและการศัลยกรรมขากรรไกร” พร้อมรุกเทคโนโลยีสู่ตลาดโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[มจธ. ร่วมมือชุมชนกะเหรี่ยงโผล่ง ปั้น ‘ตลาดน่าเอ๊’ โมเดลเศรษฐกิจวัฒนธรรม จ.ราชบุรี]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3645081</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 22 Sep 2025 11:16:37 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3645081</guid>

					<description><![CDATA[<p>ตลาด “น่าเอ๊” ของอำเภอบ้านคา จังหวัดราชบุรี ตลาดนี้เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะจากทั้งนักท่องเที่ยวและคนในชุมชน มีกลิ่นอาหารพื้นบ้านหอมฟุ้งไปทั่วบริเวณ บรรยากาศคึกคักเจือความอบอุ่นนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะมีตลาดนัดชุมชนธรรมดา แต่เป็นผลลัพธ์ของการทำงานร่วมกันระหว่างนักวิจัย มหาวิทยาลัย ภาครัฐ ภาคเอกชน และคนในชุมชนกะเหรี่ยง ที่ตั้งใจฟื้นฟูและต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมให้ “กินได้” และ “สร้างรายได้” ให้เกิดขึ้นได้จริง ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นภายใต้โครงการ “การเชื่อมต่อพื้นที่วัฒนธรรมกะเหรี่ยงโผล่วเขตเทือกเขาตะนาวศรี เพื่อการขับเคลื่อนสำนึกรักท้องถิ่น สร้างแรงบันดาลใจและผลกำไรตามสมควร” ” ดำเนินงานโดย ผศ.นันทนา บุญลออ หัวหน้าโครงการวิจัยด้านทุนวัฒนธรรม และอาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ร่วมกับศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูง จ.ราชบุรี ภายใต้ทุนวิจัยจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) ประจำปี 2567 ในกรอบการวิจัย “การจัดการทุนทางวัฒนธรรมเพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชนและสำนึกท้องถิ่น” จุดเริ่มต้นของความเปลี่ยนแปลงนี้ มาจากการที่ทีมวิจัยลงพื้นที่เก็บข้อมูลทุนทางวัฒนธรรมของชุมชนกะเหรี่ยงในราชบุรีและเพชรบุรีตั้งแต่ปี 2564 ใช้เวลาเดินสำรวจทุกหมู่บ้าน สัมภาษณ์ผู้เฒ่าผู้แก่ และค้นหามรดกภูมิปัญญาที่ซ่อนอยู่ เช่น ประเพณีการปลูกไร่หมุนเวียน หัตถกรรมผ้าทอ เครื่องเงิน และวิถีชีวิตที่ผูกพันกับธรรมชาติ “ปีแรก เราก็เหมือนนักวิจัยทั่วไป เข้าไปเก็บข้อมูล สัมภาษณ์ แล้วก็กลับ แต่พอทำไปเรื่อย ๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3645081">มจธ. ร่วมมือชุมชนกะเหรี่ยงโผล่ง ปั้น ‘ตลาดน่าเอ๊’ โมเดลเศรษฐกิจวัฒนธรรม จ.ราชบุรี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[“ใครกรนต้องรู้! มจธ. พัฒนา ‘หมอนรองคออัจฉริยะ’ สั่นเตือนก่อนคุณหยุดหายใจ”]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3642535</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 15 Sep 2025 13:31:42 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3642535</guid>

					<description><![CDATA[<p>“การกรน” เป็นสัญญาณของภัยเงียบที่ร้ายแรงกว่าที่หลายคนคิด เพราะคือเสียงเตือนของ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea – OSA) ที่กำลังเป็นปัญหาด้านสุขภาพของคนทั่วโลก โดยเฉพาะเพศชาย อายุ 30 ปีขึ้นไป ผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกิน หรือผู้ที่มีโครงสร้างทางเดินหายใจแคบ ซึ่งปัญหานี้ไม่ได้ส่งผลเฉพาะด้านการนอนเท่านั้น แต่ยังเพิ่มความเสี่ยงของ โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคหลอดเลือดสมอง และอุบัติเหตุจากการหลับใน ในประเทศไทยเอง งานวิจัยของ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่า ประชากรไทยมากถึง 10–30% มีอาการนอนกรนในระดับที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะกลุ่มคนวัยทำงานหรือแม้แต่วัยรุ่นที่พักผ่อนไม่เพียงพอ ซึ่งอาจเกิดภาวะหยุดหายใจซ้ำซ้อนตลอดคืน โดยในกรณีที่รุนแรงอาจเกิดภาวะ “หัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน” และเสียชีวิตได้ จากปัญหาเรื้อรังและการขาดเครื่องมือป้องกันที่ดี ดร.ปฏิยุทธ พรามแก้ว อาจารย์จากโครงการร่วมบริหารหลักสูตรมีเดียอาตส์และเทคโนโลยีมีเดีย คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) และทีมวิจัย ได้ทำวิจัยเรื่อง “การออกแบบและพัฒนาหมอนรองคอต้นแบบในการตรวจจับเสียงกรนด้วยเทคนิคสมองกลฝังตัว สำหรับผู้สูงอายุที่มีปัญหาการนอนกรน” ขึ้นเพื่อแก้ปัญหานี้ “สิ่งที่พวกเราทำคือการพัฒนานวัตกรรม ‘หมอนอัจฉริยะ’ เพื่อตรวจจับเสียงกรนและป้องกันภาวะหยุดหายใจขณะหลับในผู้ใช้ ผ่านเทคนิคสมองกลฝังตัว (Embedded System) ที่สามารถวิเคราะห์และจำแนกคลื่นเสียงได้อย่างแม่นยำ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3642535">“ใครกรนต้องรู้! มจธ. พัฒนา ‘หมอนรองคออัจฉริยะ’ สั่นเตือนก่อนคุณหยุดหายใจ”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[มจธ. ร่วมกับ เทศบาลเมืองเพชรบุรี เปิด ศูนย์ขยะ RETURN-NA (รีเทิร์นนะ) “พระนครคีรีโมเดล” ต้นแบบแหล่งเรียนรู้การบริหารจัดการขยะเป็นศูนย์ (ZERO WASTE)]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3640562</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 09 Sep 2025 15:45:08 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3640562</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปัญหาขยะไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เพราะส่งผลกระทบหลายด้าน และนับวันจะทวีความรุนแรงมากขึ้นโดยเฉพาะปัญหาขยะตกค้างในสิ่งแวดล้อม เพชรบุรีเป็น 1 ใน 4 จังหวัดชายฝั่งอ่าวไทยที่พบว่าประสบปัญหาเรื่องขยะที่เป็นส่วนผสมระหว่างขยะอุตสาหกรรม ขยะที่เกิดจากการท่องเที่ยวและขยะจากชุมชนเทศบาล ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของขยะแถบชายฝั่งทะเล ทั้งนี้เทศบาลเมืองเพชรบุรีและมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ได้ตระหนักถึงปัญหาตกค้างในสิ่งแวดล้อม เกิดการสะสมจนกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของเชื้อโรคและมีปริมาณขยะจำนวนมากที่ไหลลงสู่แหล่งน้ำ และสุดท้ายกลายเป็นขยะทะเล ด้วยเหตุนี้ “โครงการการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนด้านการบริหารจัดการขยะและการนำไปใช้ประโยชน์ด้านพลังงานและอื่นๆ ในพื้นที่ชายฝั่งทะเลอ่าวไทยตอนบน” ที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนบูรณาการพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม กระทรวงพลังงาน ปีงบประมาณ 2561 โดยมีวัตถุประสงค์ในการศึกษาปัญหาขยะและการบริหารจัดการขยะของจังหวัดชายฝั่งทะเลอ่าวไทย จึงนำมาสู่การบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการบูรณาการเพื่อส่งเสริมสนับสนุนและการประสานงานในการดำเนินการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ด้านการบริหารจัดการขยะ หรือ ศูนย์ขยะ “RETURNNA”(รีเทิร์นนะ) ภายใต้โครงการดังกล่าว ระหว่างนายกิตติพงษ์ เทพพานิช นายกเทศมนตรีเมืองเพชรบุรี นางสาวสุภาพ สะคราญ ประธานชุมชนพระนครคีรี กับ รศ. ดร.สุวิทย์ แซ่เตีย อธิการบดี มจธ. เมื่อวันอังคารที่ 2 กันยายน 2568 ณ ที่ทำการชุมชนพระนครคีรี ต.คลองกระแซง อ.เมือง จ.เพชรบุรี พร้อมกับรับมอบอาคารและครุภัณฑ์ศูนย์การเรียนรู้ฯ เพื่อเป็น &#8220;พระนครคีรีโมเดล”ต้นแบบแหล่งเรียนรู้ด้านการบริหารจัดการขยะให้เป็นศูนย์ (ZERO WASTE) ให้กับชุมชนอื่นๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3640562">มจธ. ร่วมกับ เทศบาลเมืองเพชรบุรี เปิด ศูนย์ขยะ RETURN-NA (รีเทิร์นนะ) “พระนครคีรีโมเดล” ต้นแบบแหล่งเรียนรู้การบริหารจัดการขยะเป็นศูนย์ (ZERO WASTE)</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
	</channel>
</rss>
