<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
>
<channel>
	<title>ThaiPR.NET</title>
	<atom:link href="https://www.thaipr.net/tag/%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%8c/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thaipr.net/tag/มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์</link>
	<description>Press Release Distribution Center of Thailand</description>
	<lastBuildDate>Fri, 08 May 2026 17:32:31 +0700</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.1</generator>
	<item>
		<title><![CDATA[นักวิชาการ มธ. แนะวิธีแก้เกมคนจีนแห่เที่ยวเวียดนามมากกว่าไทย]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/travel/3646448</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 24 Sep 2025 15:31:56 +0700</pubDate>
				<category>travel</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3646448</guid>

					<description><![CDATA[<p>นักวิชาการธรรมศาสตร์ ชี้ตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนแห่ไปเวียดนามแซงไทย หากเป็นแค่ตัวเลขเชิงปริมาณและเป็นกรุ๊ปทัวร์กำลังซื้อต่ำของนักท่องเที่ยวจีน อาจจะไม่ต้องกังวลมาก เหตุเป็นเพราะรัฐบาลเวียดนามมีนโยบายฟรีวีซ่าให้กรุ๊ปทัวร์จีน และค่าใช้จ่ายในเวียดนามราคาถูกกว่าไทย จึงไม่ใช่นักท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ แนะเร่งยกเครื่องเรื่องความปลอดภัยอันดับแรก พร้อมกวาดล้าง สแกมเมอร์ในประเทศเพื่อนบ้าน ปลุกความเชื่อมั่นดึงนักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพเข้าประเทศ หลังคนจีนไม่มั่นใจความปลอดภัยของไทย รศ. ดร.อักษรศรี พานิชสาส์น อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดเผยว่า หากตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนในเวียดนามเป็นแค่เชิงปริมาณและเป็นกรุ๊ปทัวร์กำลังซื้อต่ำ ก็อาจยังไม่ใช่คู่แข่งที่น่ากลัวของไทย จากรายงานตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนไปเวียดนามในช่วงเดือน ม.ค.- มิ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งพบว่าเวียดนามกลายเป็นประเทศที่มีนักท่องเที่ยวจีนไปเยือนมากกว่าไทยแล้ว แต่ข้อเท็จจริงก็คือประเทศที่นักท่องเที่ยวจีนไปมากที่สุด คือ ญี่ปุ่น ตัวเลขของเวียดนามเป็นเพียงการรายงานจำนวนนักท่องเที่ยวต่อหัวในรูปแบบกรุ๊ปทัวร์ราคาต่ำเป็นส่วนใหญ่ และอาจจะเป็นนักท่องเที่ยวจีนที่เพิ่งไปต่างประเทศเป็นครั้งแรก กลุ่มนี้มักจะมีพฤติกรรมการใช้จ่ายต่อหัวไม่สูงมากนัก เหตุที่กรุ๊ปทัวร์จีนสนใจไปเวียดนามก็เพราะรัฐบาลเวียดนามมีนโยบายฟรีวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยวจีนในรูปแบบกรุ๊ปทัวร์นั่นเอง ประกอบกับค่าใช้จ่ายในเวียดนามราคาถูกกว่าไทย สำหรับปัจจัยสำคัญที่ทำให้นักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาไทยน้อยลงอย่างมาก เนื่องจากมีภาพจำในแง่ลบเรื่องความปลอดภัย โดยเฉพาะจากกรณีที่ หวัง ซิง นักแสดงชาวจีน ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงให้เดินทางเข้ามายังไทยก่อนจะถูกส่งตัวไปค้ามนุษย์ต่อในเมียนมาและได้รับการช่วยเหลือออกมาในท้ายที่สุด ฉะนั้นสิ่งที่รัฐบาลใหม่ต้องเร่งดำเนินการคือการยกระดับมาตรฐานเรื่องความปลอดภัย และจัดการปัญหาศูนย์สแกมเมอร์ในประเทศเพื่อนบ้านเพื่อลบล้างภาพจำที่ไม่ดีและสร้างความมั่นใจเรื่องความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยวจีน “ถ้ายังไม่แก้ไขให้คนจีนมั่นใจได้ในเรื่องความปลอดภัย การทำอีเว้นท์มาร์เก็ตติ้งต่างๆ ในช่วงปลายปีเพื่อดึงนักท่องเที่ยวจีนกลับมาไทยนั้น ส่วนตัวมองว่าอาจจะไม่ได้ช่วยมากนัก ตราบใดที่คนจีนยังรู้สึกว่าไม่ปลอดภัย อีกเรื่องที่สำคัญคือการแก้ไขเรื่องเงินบาทแข็งค่า ซึ่งทำให้ค่าใช้จ่ายในไทยสูงขึ้นในสายตาต่างชาติ จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อศักยภาพการแข่งขันของไทยด้านการท่องเที่ยว รวมถึงการส่งออก” รศ. ดร.อักษรศรี กล่าว [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/travel/3646448">นักวิชาการ มธ. แนะวิธีแก้เกมคนจีนแห่เที่ยวเวียดนามมากกว่าไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[‘ธรรมศาสตร์’ กับภารกิจ ปลดแอกบนบ่า ‘เดอะแบก’ปั้นนวัตกรรมรับมือสังคมสูงวัย 50 อปท.]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3626798</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 04 Aug 2025 17:42:24 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3626798</guid>

					<description><![CDATA[<p>“เดอะแบกของบ้าน” เป็นคำพูดที่ระบุถึงกลุ่มคนที่กำลังเป็นความหวังของครอบครัว ต้องทำงานอย่างหนัก มีความรับผิดชอบสูง และเผชิญกับความกดดันรอบทิศทาง เพื่อประคับประคองไม่ให้ตนเอง ซึ่งหมายถึงอีกหลายชีวิตภายใต้การดูแลต้องล้มลง การเกิดขึ้นของ “เดอะแบก” เป็นผลมาจากโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนแปลงไป อธิบายง่ายๆ คือคนที่เป็นวัยแรงงานน้อยลง แต่ผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Aged Society) ตั้งแต่ปี 2566 เป็นต้นมา ทำให้มีสัดส่วนผู้สูงอายุสูงถึงราว 13 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 19.97 ของประชากรทั้งหมด หรือเกือบ 1 ใน 3 ขณะที่เด็กเกิดใหม่น้อยลง ในขณะที่ลูกหลานกำลังออกไปสู้งานข้างนอกอย่างหนักหน่วง ท่ามกลางความซบเซาของพิษเศรษฐกิจ สิ่งที่ดำเนินไปอย่างควบคู่กันก็คือผู้สูงอายุจำนวนไม่น้อยต้องอาศัยอยู่ในบ้านอย่างโดดเดี่ยวขาดคนดูแล เกิดปัญหาสุขภาพกาย สุขภาพจิต และคุณภาพชีวิตที่ดิ่งลง นี่คือโจทย์ของประเทศที่ทุกฝ่ายต้องร่วมกันทำอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อเพิ่มการเข้าถึงคุณภาพชีวิตดีสำหรับผู้สูงวัย และลดภาระทางใจและกายให้กับ “เดอะแบก” ของบ้าน ซึ่งสิ่งที่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ดำเนินการอยู่ น่าสนใจจึงนำมาบอกต่อ โปรเจกต์อันเป็นร่มใหญ่ของธรรมศาสตร์ ที่ต้องการระดมทรัพยากรทั้งองค์ความรู้ บุคลากร กระบวนการ งานวิจัยและนวัตกรรม ออกมาทำงานรับใช้สังคมเพื่อรับมือกับปัญหาสังคมสูงวัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจับมือกันกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) มีชื่อว่า TU [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3626798">‘ธรรมศาสตร์’ กับภารกิจ ปลดแอกบนบ่า ‘เดอะแบก’ปั้นนวัตกรรมรับมือสังคมสูงวัย 50 อปท.</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[‘นักวิชาการธรรมศาสตร์’ แนะวิธีเช็กสัญญาณเบื้องต้นที่ใครก็ทำได้ ช่วยสอดส่องผู้อพยพเสี่ยง ‘ฆ่าตัวตาย’]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3626557</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 04 Aug 2025 10:05:57 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3626557</guid>

					<description><![CDATA[<p>นักวิชาการธรรมศาสตร์ ห่วงผู้อพยพเครียด-ซึมเศร้า ท่ามกลางสถานการณ์ที่บุคลากรสาธารณสุขมีจำกัด แนะวิธีให้ประชาชนช่วยกันสอดส่องสุขภาพจิตเบื้องต้น ผ่านการรับฟัง-พูดคุยด้วยคำถามสองระดับ ชง “กรมสุขภาพจิต” เร่งจัดทำ MHPSS แผนปฏิบัติต้นแบบ แจกจ่ายให้ผู้ปฏิบัติหน้าที่ในศูนย์พักพิง พร้อม UP-Skill อสม. เป็นด่านหน้าคัดกรองสุขภาพจิตเบื้องต้น รศ. ดร.อัจฉรา ชลายนนาวิน คณบดีคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) กล่าวถึงการดูแลสภาพจิตใจของผู้อพยพจากเหตุความรุนแรงชายแดนไทย-กัมพูชา ตอนหนึ่งว่า ขณะนี้มีพลเรือนที่ใช้ชีวิตอยู่ในศูนย์พักพิงจำนวน 705 แห่ง รวมแล้วไม่น้อยกว่า 1.8 แสนคน ในจำนวนนี้มีผู้ที่กำลังประสบกับภาวะซึมเศร้าสุ่มเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย และโรคเครียดหลังเหตุการณ์สะเทือนขวัญ (PTSD) ซึ่งจากข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เมื่อวันที่ 31 ก.ค. 2568 ระบุว่า พบผู้ที่มีความเครียดสูง 1,603 ราย และผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายสูงถึง 231 ราย ทั้งนี้ ในสถานการณ์เฉพาะหน้าที่บุคลากรสาธารณสุขมีจำกัด ประชาชนทุกคนสามารถช่วยกันสังเกตพฤติกรรมของคนรักหรือคนใกล้ชิดได้ด้วยการพูดคุยและรับฟัง เนื่องจากเนื้อหาในบทสนทนาจะมีการส่งสัญญาณของระดับความเครียดและความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายอยู่ รศ. ดร.อัจฉรา กล่าวว่า การสนทนากับผู้ที่มีความเครียดควรเริ่มต้นด้วยการรับฟัง เพื่อให้ผู้ที่กำลังมีภาวะได้มีโอกาสระบายและบอกเล่าความรู้สึกข้างในออกมา โดยผู้ฟังต้องไม่ตัดสินว่าสิ่งที่ผู้มีภาวะพูดนั้นถูกหรือผิดอย่างไร [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3626557">‘นักวิชาการธรรมศาสตร์’ แนะวิธีเช็กสัญญาณเบื้องต้นที่ใครก็ทำได้ ช่วยสอดส่องผู้อพยพเสี่ยง ‘ฆ่าตัวตาย’</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[วัฒนธรรมในภูมิภาคไม่ใช่ของใครคนเดียว นักวิชาการ มธ. แนะ ‘ไทย’ ยื่นหลักฐาน แสดงบทบาทร่วมขึ้นทะเบียนกับ ‘ยูเนสโก’]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3621019</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 17 Jul 2025 15:17:05 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3621019</guid>

					<description><![CDATA[<p>นักวิชาการธรรมศาสตร์ ชี้ “กัมพูชา” ขึ้นทะเบียนละครรำกับยูเนสโก โดยหลักการไม่ถือเป็นการผูกขาดหรือประกาศความเป็นเจ้าของเหนือวัฒนธรรมใดๆ อย่างสมบูรณ์ แนะ “ไทย” ควรพิจารณายื่นเสนอชื่อในนามตัวเอง พร้อมแนบหลักฐานเพื่อแสดงให้เห็นถึงความเกี่ยวโยงทางวัฒนธรรมและบทบาทร่วมในฐานะสังคมที่มีรากวัฒนธรรมร่วมกันในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากกรณีที่เกิดกระแสวิพากษ์ในสังคมออนไลน์ เมื่อมีผู้ใช้งานจำนวนหนึ่งตั้งข้อสังเกตว่าประเทศกัมพูชาได้นำวรรณกรรมที่มีต้นทางจากไทยไปขึ้นทะเบียนเป็น “มรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้” กับองค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) หรือเมื่อ 17 ปีก่อน สร้างความกังวลในหมู่ประชาชนไทยบางส่วนเกี่ยวกับสิทธิในการใช้และเผยแพร่มรดกทางวัฒนธรรมดังกล่าวในระดับนานาชาติ กระทั่งล่าสุด เมื่อวันที่ 15 ก.ค. 2568 กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ได้ชี้แจงว่า รายการที่กัมพูชานำไปขึ้นทะเบียนนั้นคือ “การแสดงละครรำแบบเขมร” ไม่ใช่วรรณกรรมตามที่มีความเข้าใจคลาดเคลื่อนในสังคม ผศ. ดร.ธนภัทร ชาตินักรบ อาจารย์ประจำ ศูนย์กฎหมายระหว่างประเทศ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดเผยว่า การขึ้นทะเบียนวัฒนธรรมกับยูเนสโกตามอนุสัญญาว่าด้วยการสงวนรักษามรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ พ.ศ. 2546 (2003 Convention for the Safeguarding of the Intangible Cultural Heritage of [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3621019">วัฒนธรรมในภูมิภาคไม่ใช่ของใครคนเดียว นักวิชาการ มธ. แนะ ‘ไทย’ ยื่นหลักฐาน แสดงบทบาทร่วมขึ้นทะเบียนกับ ‘ยูเนสโก’</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[‘ไทย’ ไม่ต้อง 0% ตาม ‘เวียดนาม’ แนะเพิ่มปริมาณสั่งซื้อสินค้าสหรัฐฯ แทน นักวิชาการ มธ. ชี้ภาษี 25-28% ยังสู้ได้]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3618845</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 11 Jul 2025 09:33:54 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3618845</guid>

					<description><![CDATA[<p>นักวิชาการธรรมศาสตร์ แนะจัดทำข้อเสนอเจรจาภาษีทรัมป์ “ไทย” ไม่ต้องลดภาษีนำเข้า 0% แบบเวียดนาม แต่ให้เพิ่มปริมาณสินค้าที่จะสั่งซื้อจากสหรัฐฯ แทน เชื่อหากต่อรองภาษีสหรัฐฯ เหลือ 25% &#8211; 28% ยังพอแข่งขันได้ ระบุไม่ว่าผลเจรจาจะบวกหรือลบ รัฐบาลต้องเร่งหามาตรการเยียวยาผู้รับผลกระทบ วางแผนหาตลาดใหม่ทดแทน และปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจประเทศ รศ. ดร.จุฑาทิพย์ จงวนิชย์ อาจารย์ประจำศูนย์วิจัยความสามารถในการแข่งขันและการพัฒนา (ICDS) คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดเผยว่า การที่สหรัฐอเมริกาประกาศแจ้งอัตราภาษีนำเข้าที่จะเรียกเก็บจากไทยซึ่งอยู่ที่ 36% สูงเป็นอันดับ 2 ของอาเซียน มากกว่าเวียดนาม และมาเลเซีย นั้น มีความเป็นไปได้ว่าสหรัฐฯ ยังไม่ได้รับข้อเสนอเพิ่มเติมที่ไทยเพิ่งส่งไปเมื่อวันที่ 6 ก.ค. 2568 ที่ผ่านมา ส่วนตัวเชื่อว่าหากสหรัฐฯ เห็นข้อเสนอดังกล่าว อาจพิจารณาปรับลดภาษีนำเข้าลงมา เพราะข้อเสนอเหล่านั้นให้สิทธิประโยชน์แก่สหรัฐฯ มากกว่าครั้งแรกค่อนข้างมาก เช่น การเสนอเก็บภาษี 0% ในสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ กว่าพันรายการรวมถึงสินค้าเกษตร และมีการให้กรอบเวลาลดการเกินดุลการค้าที่ชัดเจน อย่างไรก็ตาม จากการวิเคราะห์และประเมินข้อมูลการค้าและการลงทุนเชิงลึก และสภาวะความไม่แน่นอนของนโยบายและเศรษฐกิจของสหรัฐฯแล้ว [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3618845">‘ไทย’ ไม่ต้อง 0% ตาม ‘เวียดนาม’ แนะเพิ่มปริมาณสั่งซื้อสินค้าสหรัฐฯ แทน นักวิชาการ มธ. ชี้ภาษี 25-28% ยังสู้ได้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[TU-RAC เตรียมความพร้อมครูไทย (ระดับประถมศึกษา) ในโลกยุคดิจิทัล]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/education/3538359</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 29 Oct 2024 16:58:16 +0700</pubDate>
				<category>education</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3538359</guid>

					<description><![CDATA[<p>เปิดหลักสูตรด้านการรู้เท่าทันสื่อ เพิ่มขีดความสามารถเด็กไทย ฉลาดทันสื่อ ดร.ธนกร ศรีสุขใส ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ (ที่ 4 จากซ้าย) ร่วมกับ ผศ. ดร.อัจฉรา ปัณฑรานุวงศ์ คณบดีคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน (ที่ 5 จากซ้าย) และผศ.ดร.ชวพร ธรรมนิตยกุล คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชนมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ที่ 1 จากซ้าย) ในฐานะหัวหน้าโครงการฯพร้อมภาครัฐ สถาบันการศึกษา  และภาคีเครือข่ายพันธมิตร เปิดตัวโครงการหลักสูตรอบรมพัฒนาศักยภาพครูผู้สอนในหลักสูตรการรู้เท่าทันสื่อระดับประถมศึกษา และจัดฝึกอบรมทักษะการรู้เท่าทันสื่อที่ครอบคลุมสำหรับครูไทย ตามหลักสูตรฐานสมรรถนะด้านการรู้เท่าทันสื่อ และการใช้สื่อเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ของผู้เรียน ณ ห้องประชุม Basil ชั้น 3 ห้อง โรงแรมเบสท์ เวสเทิร์น พลัส แวนด้า แกรนด์ ในระหว่างวันที่ 26-27 ตุลาคม 2567</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/education/3538359">TU-RAC เตรียมความพร้อมครูไทย (ระดับประถมศึกษา) ในโลกยุคดิจิทัล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[TU-RAC เตรียมความพร้อมครูไทย (ระดับประถมศึกษา) ในโลกยุคดิจิทัล เปิดหลักสูตรด้านการรู้เท่าทันสื่อ เพิ่มขีดความสามารถเด็กไทย ฉลาดทันสื่อ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/education/3537232</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 28 Oct 2024 09:12:00 +0700</pubDate>
				<category>education</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3537232</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักงานศูนย์วิจัยและให้คำปรึกษา แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หรือ TU-RAC ร่วมกับกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เปิดตัวโครงการหลักสูตรอบรมพัฒนาศักยภาพครูผู้สอนในหลักสูตรการรู้เท่าทันสื่อระดับประถมศึกษา และจัดฝึกอบรมทักษะการรู้เท่าทันสื่อ ที่ครอบคลุมสำหรับครูไทย เพื่อเตรียมความพร้อมครู และบุคลากรทางการศึกษาให้สามารถจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรฐานสมรรถนะด้านการรู้เท่าทันสื่อ และการใช้สื่อเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ของผู้เรียน ในระหว่างวันที่ 26-27 ตุลาคม 2567 ณ ห้องประชุม Basil ชั้น 3 ห้อง โรงแรมเบสท์ เวสเทิร์น พลัส แวนด้า แกรนด์ สำหรับหลักสูตรการรู้เท่าทันสื่อระดับประถมศึกษา เป็นการพัฒนาหลักสูตรร่วมกันระหว่าง TU-RAC   และกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะหลักที่สำคัญ และจำเป็นในศตวรรษที่ 21 อาทิ ทักษะการคิด ทักษะการสื่อสาร การรู้เท่าทันสื่อ และความเป็นพลเมืองดี โดยพัฒนาผ่านหลักสูตรฐานสมรรถนะเกี่ยวกับการรู้เท่าทันสื่อ และการจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตรในรูปแบบต่าง ๆ ภายใต้การดำเนินงานโดยคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวัทยาลัยธรรมศาสตร์ ในการฝึกอบรมทักษะการรู้เท่าทันสื่อที่ครอบคลุมสำหรับครูไทย เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาช่องว่างความรู้ และเสริมสร้างพลัง  ให้ครูสามารถนำทางผู้เรียนในโลกของสื่อที่ซับซ้อน สู่การเป็นพลเมืองดิจิทัลที่มีความรับผิดชอบ  และเตรียมความพร้อมให้ผู้เรียนประสบความสำเร็จในศตวรรษที่ 21 ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับทักษะที่จำเป็นสำหรับผู้เรียนให้สามารถดำรงชีวิตได้ในยุคดิจิทัล ดร.ธนกร ศรีสุขใส ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/education/3537232">TU-RAC เตรียมความพร้อมครูไทย (ระดับประถมศึกษา) ในโลกยุคดิจิทัล เปิดหลักสูตรด้านการรู้เท่าทันสื่อ เพิ่มขีดความสามารถเด็กไทย ฉลาดทันสื่อ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[5 ข้อต้องรู้ สูดดม “ฝุ่นใยหิน” เสี่ยงโรคร้ายในอนาคต]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3498344</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 19 Jul 2024 10:57:15 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3498344</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยได้มีฤดูใหม่เกิดขึ้น นั่นคือฤดูฝุ่น ซึ่งจะมาเป็นประจำในช่วงต้นปี โดยส่วนใหญ่ก็อาจเข้าใจกันแล้วว่า ฝุ่นหนา ๆ ที่ปกคลุมสภาพอากาศอยู่คือ ฝุ่นpm2.5 แต่รู้ไหมว่ายังมีฝุ่นอีกหนึ่งชนิดที่น่ากลัวยิ่งกว่า และแฝงตัวอยู่กับชีวิตของมนุษย์ทั่วไป ถึงแม้ไม่ใช่ฤดูของฝุ่นpm2.5 ก็ตาม ซึ่งฝุ่นที่ว่านี้ เราเรียกกันว่า “ฝุ่นใยหิน” เป็นฝุ่นที่มีอณูเล็กมาก และเราอาจสูดดมเข้าไปเป็นเวลานานแล้วก็เป็นได้ ดังนั้นเราควรต้องรู้ว่า ฝุ่นใยหินคืออะไร และมีอันตรายอย่างไรต่อสุขภาพและชีวิต แต่ไม่ว่าจะป้องกันอย่างไร องค์การอนามัยโลก หรือ WHO ได้เคยกล่าวไว้ว่า no safe use of chrysotile/ asbestos ไม่มีมาตรการป้องกันใดที่สามารถช่วยมนุษย์ให้รอดพ้นจากโรคร้ายที่เกิดจากแร่ใยหินได้ มากไปกว่ามาตรการยกเลิกการใช้แร่ใยหิน ซึ่งประชาชนก็เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเปลี่ยนแปลงได้ เพียงหันมาใช้วัสดุอื่น ๆ ที่ไม่มีส่วนประกอบจากแร่ใยหิน โดยปัจจุบันเริ่มมีนวัตกรรมใหม่ที่พัฒนาวัสดุที่นำมาใช้ทดแทนแร่ใยหินได้มากขึ้นแล้ว</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3498344">5 ข้อต้องรู้ สูดดม “ฝุ่นใยหิน” เสี่ยงโรคร้ายในอนาคต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สมาคมธรรมศาสตร์ฯ ร่วมกับ ม.ธรรมศาสตร์ จัดงานวิ่ง 10th, Thailand International HALF Marathon 2024]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/education/3420884</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 08 Dec 2023 13:39:54 +0700</pubDate>
				<category>education</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/education/3420884</guid>

					<description><![CDATA[<p>สมาคมธรรมศาสตร์ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ขอเชิญชวนร่วมงานเดิน/วิ่ง ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี 10th Thailand International Half Marathon 2024 วันอาทิตย์ที่ 7 มกราคม 2567 โดยครั้งนี้มีความพิเศษคือ จะมีการจัดการแข่งขันพร้อมกันถึง 2 สนาม ได้แก่ RACE 1 ณ สะพานพระราม 8 และ RACE 2 ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต วัตถุประสงค์เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนตลอดจนศิษย์เก่าและนักศึกษาปัจจุบันที่สนใจ ได้เข้าร่วมตามจุดเส้นทางที่สะดวก โดยรายได้จากการจัดการแข่งขันนำไปสนับสนุนกองทุนเพื่อการศึกษาและกีฬา ซึ่งตลอด 9 ครั้งที่ผ่านมานั้นในทุกปีจะมีนักวิ่งทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้ความสนใจและเข้าร่วมงานกันอย่างคึกคัก ถือเป็นอีกหนึ่งรายการวิ่งสำคัญที่จัดอย่างยิ่งใหญ่และมีความเป็นสากล ระยะทางวิ่งสำหรับ Race 1 สะพานพระราม 8 จะมีให้เลือก 3 ระยะ ได้แก่ 21.1K,10K และ 5K ในส่วน RACE 2 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์รังสิต มีให้เลือก 2 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/education/3420884">สมาคมธรรมศาสตร์ฯ ร่วมกับ ม.ธรรมศาสตร์ จัดงานวิ่ง 10th, Thailand International HALF Marathon 2024</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ไส้กรอก โปรตีนทางเลือก ไม่ใช่ตัวร้าย หากรับประทานอย่างเหมาะสม]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3364048</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 27 Jul 2023 17:17:51 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3364048</guid>

					<description><![CDATA[<p>นักวิชาการธรรมศาสตร์ ชี้ ไส้กรอก บริโภคได้อย่างปลอดภัย แนะเลือกซื้อจากผู้ผลิตที่ได้รับรองมาตรฐาน สังเกตฉลาก ป้องกันอันตรายจากสารปนเปื้อน เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค ดร.รชา เทพษร อาจารย์ประจำสาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ไส้กรอก เป็นผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์แปรรูป ที่มีการเติมแต่งเพื่อยืดอายุการเก็บรักษา และเพื่อการบริโภคที่ง่ายขึ้น รวมไปถึงการขนส่งที่สะดวก โดยยังคงคุณค่าทางโภชนาการ โปรตีนจากเนื้อสัตว์ หากปรุงอย่างดีจะได้รสชาติที่อร่อย เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้บริโภค “ไส้กรอก ไม่ใช่ตัวร้ายของสังคม สามารถบริโภคได้ ในปริมาณที่ไม่เบียดบังอาหารหลักจากธรรมชาติ โดยบริโภคอาหารให้หลากหลายมีสารอาหารครบตามที่ร่างกายต้องการ ที่สำคัญต้องเลือกจากผู้ผลิตที่ได้มาตรฐาน ป้องกันอันตรายจากสารปนเปื้อน เพื่อความปลอดภัยต่อผู้บริโภค” ดร.รชา กล่าว สำหรับ ไส้กรอกที่ไม่ได้มาตรฐาน ไม่ผ่านกระบวนการตรวจสอบและรับรองความปลอดภัย อย่าง ไส้กรอกลักลอบนำเข้าจากต่างประเทศที่เพิ่งมีการจับกุมไปตามที่เป็นข่าวเหล่านั้น อาจมาจากแหล่งผลิตในประเทศที่มีการระบาดของโรคในสัตว์ซึ่งยังไม่มีมาตรการควบคุม หรือมีการลักลอบใช้สารเร่งเนื้อแดงในอุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ ซึ่งสารนี้เป็นสารที่เร่งให้สัตว์มีปริมาณเนื้อแดงเพิ่มขึ้น ไม่ใช่เร่งสารเร่งสีที่ทำให้เนื้อสัตว์มีสีแดง โดยส่วนใหญ่ใช้ในหมู เพราะหมูมีพฤติกรรมกินแล้วนอน ซึ่งจะทำให้เกิดการสะสมของไขมัน หากหมูมีไขมันเยอะ เนื้อหมูจะขายไม่ได้ในราคาที่ดี เพราะมันหมูราคาถูกกว่าเนื้อแดง ดังนั้นเพื่อให้หมูมีเนื้อแดงมากขึ้น เกษตรกรจึงมีการใช้สารเร่งเนื้อแดงกระตุ้นหัวใจ ทำให้หมูงุ่นง่าน เพราะหัวใจเต้นเร็ว เดินไปเดินมา กล้ามเนื้อจึงเพิ่มขึ้น แต่ในประเทศไทยโดยกรมปศุสัตว์มีมาตรการห้ามการใช้สารเร่งเนื้อแดงหากฝ่าฝืนจะมีโทษทางกฎหมาย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3364048">ไส้กรอก โปรตีนทางเลือก ไม่ใช่ตัวร้าย หากรับประทานอย่างเหมาะสม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เขย่าวงการสตาร์ทอัพไทย เปิดตัวคลับสำหรับนักลงทุนและ NFT โดย 88 SANDBOX]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/education/3245406</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 28 Sep 2022 09:04:04 +0700</pubDate>
				<category>education</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/education/3245406</guid>

					<description><![CDATA[<p>88 SANDBOX เดินหน้าสานต่อโครงการส่งเสริมสตาร์ทอัพไทย กับงาน 88 Match &#38; Mentor ครั้งที่ 2 : SMART PEOPLE SMART SOCIETY ขับเคลื่อนแนวคิดสังคมอุดมปัญญาด้วยสตาร์ทอัพ พร้อมเปิดตัว 88 SANDBOX VC CLUB คลับสำหรับนักลงทุนที่สนใจธุรกิจสตาร์ทอัพ และ 88 NFT ผ่าน Collex by Token X โชว์เคสทีมสตาร์ทอัพไทย Series A+ และปิดท้ายด้วยกิจกรรมค้นหาสตาร์อัพดาวรุ่งจาก 88 SANDBOX Final Pitching ต่อหน้า นักลงทุนและ Mentor เพื่อคว้าเงินทุนต่อยอดธุรกิจ และเชื่อมโยงเครือข่ายสตาร์ทอัพไทยให้เข้มแข็ง 88 SANDBOX จัดกิจกรรม 88 Match &#38; Mentor ครั้งที่ 2 โดยเปิดพื้นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ให้ทีมสตาร์ทอัพ เมนเทอร์ที่ปรึกษาประจำโครงการ 88 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/education/3245406">เขย่าวงการสตาร์ทอัพไทย เปิดตัวคลับสำหรับนักลงทุนและ NFT โดย 88 SANDBOX</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[วิศวะฯ มธ. (TSE) เปิดตัวหลักสูตรใหม่ ‘วิศวกรรมยานยนต์และระบบอัตโนมัติ’ V-TECH  หนุน EEC สู่ศูนย์กลางใหม่ด้าน EV ระดับโลก พร้อมเปิดรับสมัครนักศึกษาใหม่ TCAS66]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/education/3244259</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 26 Sep 2022 11:50:25 +0700</pubDate>
				<category>education</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/education/3244259</guid>

					<description><![CDATA[<p>คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (Thammasat School of Engineering) หรือ TSE เปิดตัวหลักสูตรใหม่ ‘วิศวกรรมยานยนต์และระบบอัตโนมัติ’ หรือ V-TECH เดินหน้ายกระดับวิศวกรรมยานยนต์แห่งอนาคต มุ่งสร้างวิศวกรในสาขา ‘วิศวกรรรมเพื่อการออกแบบและการผลิตชิ้นส่วน’ รับการขยายตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ เสริมทัพการเติบโตของรถยนต์ระบบไฟฟ้า หรือ EV รวมถึงภาคการผลิต โดยเป็นหลักสูตรที่ครอบคลุม 4 ทักษะแห่งอนาคต ได้แก่ 1) เครื่องกล 2) เทคโนโลยีสมองกลฝังตัว 3) ยานยนต์สมัยใหม่ และ 4) อุตสาหกรรมยานยนต์ ผ่านการเรียนรู้ใน 2 องค์ความรู้หลัก คือ ‘วิศวกรรมยานยนต์’ (Automotive Engineering) การเรียนรู้ด้านการออกแบบและผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ‘ออโตเมชัน’ (Industrial Automation) เทคโนโลยีอัตโนมัติในการควบคุมและสั่งการในกระบวนการผลิต เพื่อขานรับยุทธศาสตร์การพัฒนาของไทย มุ่งพัฒนา EEC สู่การเป็น ‘ศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า’ ระดับโลก สำหรับหลักสูตร ‘วิศวกรรมยานยนต์และระบบอัตโนมัติ’ หรือ V-TECH [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/education/3244259">วิศวะฯ มธ. (TSE) เปิดตัวหลักสูตรใหม่ ‘วิศวกรรมยานยนต์และระบบอัตโนมัติ’ V-TECH  หนุน EEC สู่ศูนย์กลางใหม่ด้าน EV ระดับโลก พร้อมเปิดรับสมัครนักศึกษาใหม่ TCAS66</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[มธ. ปลื้ม “Dome coming day” ถูกใจศิษย์เก่า-ใหม่ เล็งจัดเป็นงานแฟร์ประจำปี]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/education/3242149</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 21 Sep 2022 09:38:12 +0700</pubDate>
				<category>education</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/education/3242149</guid>

					<description><![CDATA[<p>อธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รศ.เกศินี วิฑูรชาติ ปลื้มงาน ”Dome Coming Day’’ ประสบความสำเร็จศิษย์เก่า-ศิษย์ใหม่เข้าร่วมงานคึกคัก พร้อมสานต่อสายสัมพันธ์ลูกแม่โดม เตรียมเปิดพื้นที่มธ.ท่าพระจันทร์ จัดงานแฟร์ประจำปีให้ลูกศิษย์กลับมาย้อนรำลึกความทรงจำวันวาน รศ.เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวถึงการจัดงาน ‘’Dome Coming Day” ภายใต้ธีม ‘’Dusk till Dawn” จากเส้นทางท่าพระจันทร์ถึงเส้นทางท่าพระอาทิตย์’’ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า ประสบความสำเร็จอย่างมาก เป็นไปตามที่มุ่งหวังซึ่งอยากให้ทุกคนที่มาร่วมงานได้จำภาพดีๆ ของมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งตึกโดมที่ถือว่าเป็นสัญลักษณ์สำคัญของมหาวิทยาลัย “การที่มหาวิทยาลัยจะดำเนินการใดๆ ซึ่งจะมีผลกระทบต่อโครงสร้างหรือมีกิจกรรมใดที่จะเกิดขึ้นก็อยากจะบอกเล่าให้บรรดาศิษย์เก่าได้รับทราบ แต่หากจะบอกเป็นเอกสารก็อาจไม่ได้รับความสนใจ จึงเลือกที่จะบอกเล่าผ่านงานแฟร์ที่สนุกสนานรื่นเริงแทน ซึ่งก็ตรงใจศิษย์เก่าหลายคน เพราะต่างก็อยากกลับมาเจอเพื่อนมาเจอบรรยากาศเก่าๆ อันนี้เป็นจิตวิญญาณของคนธรรมศาสตร์ที่รักโดม รักเพื่อน รักแม่น้ำเจ้าพระยา เราจึงได้เห็นภาพศิษย์เก่าหลายๆ คนมาร่วมงานกันสนุกสนาน บางคนก็มาออกร้านขายของ ตรงนี้ก็สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจอีกด้วย ความสำเร็จดังกล่าวบวกกับที่ได้พูดคุยกับศิษย์หลายๆ คนเขาแฮปปี้เรียกร้องอยากให้เกิดขึ้นอีก แต่ก็ต้องมาพิจารณาว่าจะเพิ่มกิจกรรมให้มากขึ้นจากเดิมที่มีเพียง 2 วันเป็น 4-5 วัน หรือไม่ และอาจจะกำหนดช่วงเวลาที่จัดให้มีความเหมาะสมมากขึ้น” ด้าน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/education/3242149">มธ. ปลื้ม “Dome coming day” ถูกใจศิษย์เก่า-ใหม่ เล็งจัดเป็นงานแฟร์ประจำปี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[นักวิชาการติง กำหนดโควต้า “เรียกรถผ่านแอพ” สวนทางแข่งขันเสรี วอนรัฐพิจารณารอบด้านก่อนประกาศใช้]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3021188</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 21 Jan 2021 16:07:12 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3021188</guid>

					<description><![CDATA[<p>นักวิชาการชี้กำหนดโควต้าจำนวนคนขับเพื่อให้บริการเรียกรถยนต์ส่วนบุคคลผ่านแอพพลิเคชันสวนทางแนวคิดแข่งขันเสรี ฉุดรั้งการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล ด้านผู้ใช้บริการห่วงจำนวนรถไม่เพียงพอต่อความต้องการ วอนรัฐอย่าปิดกั้นโอกาสทำมาหากิน ขณะที่ผู้ให้บริการแอพหนุนหาทางออกให้ทุกฝ่ายโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ร่วมกัน ผศ.ดร.สุทธิกร กิ่งเเก้ว ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านธุรกิจระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจดิจิทัล เผยว่า นับเป็นเรื่องที่ดีอย่างยิ่งที่หน่วยงานภาครัฐอยู่ระหว่างการผลักดันให้บริการเรียกรถผ่านแอพเป็นเรื่องถูกกฎหมาย ผมได้มีโอกาสเข้าร่วมแสดงความคิดเห็นในการทำประชาพิจารณ์ในช่วงกลางเดือนธันวาคมที่ผ่านมา โดยมองว่าเงื่อนไขและข้อกำหนดบางประการที่ระบุในร่างกฎกระทรวงว่าด้วยรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารแบบบริการทางเลือก พ.ศ. …. นั้นอาจไม่สอดรับกับกระแสการเปลี่ยนแปลงและความเป็นไปของเทคโนโลยี โดยเฉพาะประเด็นการกำหนดโควต้าจำนวนรถยนต์ที่จะให้บริการ ซึ่งเป็นระบบที่สวนทางและขัดแย้งกับแนวคิดของการแข่งขันอย่างเสรี และอาจเป็นต้นตอของปัญหาต่างๆ ที่จะตามมาในอนาคตเหมือนกรณีศึกษาในต่างประเทศ อย่างฟิลิปปินส์หรืออินโดนีเซีย “ในมุมมองของนักวิชาการ การผลักดันและส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลนั้น ภาครัฐจะทำงานหรือกำหนดตัวบทกฎหมายในรูปแบบเดิมไม่ได้ ควรต้องเปิดโอกาสและรับฟังความคิดเห็นของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยคำนึงถึงสิทธิเสรีภาพในการเลือกทำอาชีพใดๆ รวมถึงกลไกตลาด และที่สำคัญ คือบริบทด้านเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปในยุคปัจจุบัน ซึ่งการควบคุมแบบเดิมๆ อย่างการกำหนดโควต้าอาจจะเป็นเรื่องล้าหลังที่ถ่วงการพัฒนาของภาคธุรกิจในยุคดิจิทัล” นายกิตติชัย กุณะวงศ์ ผู้โดยสารที่เรียกใช้บริการรถผ่านแอพ ให้ความเห็นว่า ในขณะที่ประชาชนกำลังรอให้เกิดการปฎิรูประบบขนส่งสาธารณะในประเทศ การมีแอพเรียกรถที่เข้ามาตอบโจทย์เรื่องความปลอดภัยและความสะดวกสบายของผู้โดยสารเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคยุคใหม่ต้องการสนับสนุน ทุกวันนี้เวลาที่เรียกรถผ่านแอพและได้รถบ้าน ผมก็ไม่มีปัญหา ในมุมผู้บริโภคเราให้ความสำคัญกับการได้รถทันทีในเวลาที่ต้องการเดินทางมากกว่า ผมคิดว่าถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยควรเปิดเสรีให้บริการแบบนี้ถูกกฏหมาย และเปิดโอกาสให้คนที่สนใจหารายได้เสริมเข้ามาทำอาชีพนี้ได้อย่างเสรี ดร.เก่งการ เหล่าวิโรจน์กุล ผู้อำนวยการฝ่ายรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า นับเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่กระทรวงคมนาคมเร่งผลักดันเรื่องนี้เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถสร้างรายได้จากการนำรถส่วนบุคคลมาให้บริการรับจ้างสาธารณะผ่านแอพได้อย่างถูกต้อง ที่ผ่านมาแกร็บเองได้สนับสนุนนโยบายและให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่กับภาครัฐ โดยเฉพาะการแลกเปลี่ยนและนำเสนอข้อมูลที่เป็นประโยชน์จากประสบการณ์การให้บริการทั้งในและต่างประเทศ ทั้งนี้ บริษัทฯ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3021188">นักวิชาการติง กำหนดโควต้า “เรียกรถผ่านแอพ” สวนทางแข่งขันเสรี วอนรัฐพิจารณารอบด้านก่อนประกาศใช้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
	</channel>
</rss>
