<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
>
<channel>
	<title>ThaiPR.NET</title>
	<atom:link href="https://www.thaipr.net/tag/%e0%b8%9f%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%8a%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b9%8c/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thaipr.net/tag/ฟิทช์เรทติ้งส์</link>
	<description>Press Release Distribution Center of Thailand</description>
	<lastBuildDate>Fri, 24 Apr 2026 17:45:02 +0700</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.1</generator>
	<item>
		<title><![CDATA[ฟิทช์คงอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินของบริษัท ไทยประกันชีวิตที่ ‘A-’ แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3319434</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 27 Mar 2023 16:45:35 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/finance/3319434</guid>

					<description><![CDATA[<p>ฟิทช์ เรทติ้งส์ ประกาศคงอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินสากล (Insurer Financial Strength Rating: IFS Rating) ของบริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ TLI ที่ ‘A-’ (หรืออยู่ในระดับ “แข็งแกร่ง”) และคงอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินภายในประเทศ (National IFS Rating) ของ TLI ที่ ‘AAA(tha)’ โดยมีแนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ อันดับเครดิตของ TLI สะท้อนถึงโครงสร้างการดำเนินงานของบริษัทในธุรกิจประกันภัยที่ยังแข็งแรง (Favorable Company Profile) รวมทั้งระดับเงินกองทุนและผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัท อย่างไรก็ตามความแข็งแกร่งของโครงสร้างเครดิตของบริษัทได้ถูกลดทอนไปบ้างจากความเสี่ยงด้านสินทรัพย์และการลงทุน ปัจจัยสนับสนุนอันดับเครดิตโครงสร้างการดำเนินงานที่แข็งแรง: ฟิทช์ประเมินโครงสร้างการดำเนินงานของ TLI อยู่ในระดับแข็งแรง (favorable) ซึ่งเป็นผลจากโครงสร้างธุรกิจที่แข็งแกร่ง (&#8216;favorable&#8217; business profile) และการมีบรรษัทภิบาลดี (moderate/favorable) เมื่อเทียบกับบริษัทประกันชีวิตอื่นภายในประเทศไทย ดังนั้นฟิทช์จึงให้อันดับคะแนนเครดิตที่ ‘a-’ ในด้านโครงสร้างการดำเนินงานในธุรกิจประกันภัย (company profile credit factor [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3319434">ฟิทช์คงอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินของบริษัท ไทยประกันชีวิตที่ ‘A-’ แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ฟิทช์คงอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินของบริษัท เมืองไทยประกันชีวิตที่ ‘A-’ แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3317959</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 Mar 2023 10:27:51 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/finance/3317959</guid>

					<description><![CDATA[<p>ฟิทช์ เรทติ้งส์ ประกาศคงอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินสากล (Insurer Financial Strength Rating: IFS Rating) ของบริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ MTL ที่ ‘A-’ และคงอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาว (Long-Term Issuer Default Rating หรือ IDR) ของ MTL ที่ ‘BBB+’ โดยอันดับเครดิตทั้งสองมีแนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ พร้อมกันนี้ ฟิทช์ประกาศคงอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินภายในประเทศ (National IFS Rating) ของ MTL ที่ ‘AAA(tha)’ แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ และคงอันดับเครดิตของตราสารด้อยสิทธิที่นับเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 2 ของบริษัทมูลค่า 400 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ที่ ‘BBB’ การประกาศคงอันดับเครดิตของ MTL สะท้อนถึงโครงสร้างการดำเนินงานของบริษัทในธุรกิจประกันภัยที่ยังแข็งแรง (Favorable Company Profile) ระดับเงินกองทุนที่แข็งแกร่ง และสภาพคล่องของบริษัทที่ดี โดยฟิทช์คาดว่าผลประกอบการจะปรับตัวดีขึ้นจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและอัตรากำไรของธุรกิจใหม่ที่ดีขึ้น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3317959">ฟิทช์คงอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินของบริษัท เมืองไทยประกันชีวิตที่ ‘A-’ แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ฟิทช์เรทติ้งส์: บริษัทประกันชีวิตในประเทศได้รับประโยชน์จากแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวสูงขึ้น แต่เผชิญความเสี่ยงจากภาวะเงินเฟ้อ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3278091</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 07 Dec 2022 16:10:58 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/finance/3278091</guid>

					<description><![CDATA[<p>ฟิทช์ คาดว่า การปรับตัวสูงขึ้นของอัตราดอกเบี้ยในประเทศจะทำให้บริษัทประกันชีวิตได้รับผลประโยชน์ แต่น่าจะเป็นระดับที่น้อยกว่าเมื่อเทียบกับธุรกิจประกันชีวิตอื่นในภูมิภาคในเอเซีย แม้บริษัทประกันชีวิตไทยอาจจะได้รับผลกระทบด้านรายได้ในระยะสั้นจากสภาพตลาดที่มีความผันผวน แต่น่าจะยังคงมีระดับเงินกองทุนที่อยู่ระดับบริหารจัดการได้ ทั้งนี้ภาวะเงินเฟ้อในปัจจุบันอาจจะส่งผลให้เกิดความเสี่ยงของผู้ถือกรมธรรม์ที่ไม่ต่ออายุกรมธรรม์เดิม และเปลี่ยนมาซื้อกรมธรรม์ใหม่ที่ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า ความเสี่ยงของการขาดการต่ออายุในกรมธรรม์ของผู้ถือเดิม เพื่อทดแทนด้วยกรมธรรม์ใหม่ที่ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า อีกทั้งบริษัทประกันชีวิตในประเทศยังอาจต้องเผชิญกับความท้าทายในการเติบโตของธุรกิจใหม่ ฟิทช์ เชื่อว่า การแพร่ระบาดของเชื้อโคโรน่าไวรัสเป็นปัจจัยเร่งผลักดันให้บริษัทประกันชีวิตมีการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำธุรกิจ (digitalisation) เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของความต้องการของผู้บริโภค เพื่อบริหารต้นทุนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และเพื่อรักษาความสามารถในแข่งขันได้ในตลาด อย่างไรก็ตาม ฟิทช์เชื่อว่า ช่องทางการจัดจำหน่ายผ่านตัวแทนและธนาคาร จะยังเป็นช่องทางหลักของบริษัทประกันชีวิต โดยการขยายช่องทางจัดจำหน่ายผ่านทางดิจิทัลจะเพิ่มความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศอีกด้วย ทั้งนี้ฟิทช์คาดว่าผลกระทบของนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำธุรกิจต่ออันดับเครดิตของบริษัทประกันภัยจะอยู่ในระดับที่ต่ำถึงปานกลาง ฟิทช์คาดว่า สัดส่วนประชากรสูงอายุที่เพิ่มขึ้นในประเทศไทยน่าจะช่วยให้มีโอกาสเติบโตในส่วนของธุรกิจประกันสุขภาพ และบริษัทประกันชีวิตน่าจะมีการบริหารจัดการกำไรของการรับประกันภัยผ่านวิธีการป้องกันความเสี่ยงเพื่อลดโอกาสการเรียกค่าสินไหมที่สูงขึ้น นอกจากนี้มาตราการการกำกับธุรกิจประกันภัยในประเทศที่ผ่านมาค่อนข้างเอื้ยอำนวยให้บริษัทประกันชีวิตสามารถรับมือกับความผันผวนของตลาดและภาวะเศรษฐกิจได้ ตัวอย่างเช่น การปรับปรุงระเบียบให้สามารถจัดจำหน่ายผ่านช่องทางดิจิทัลได้ และการเพิ่มทางเลือกในด้านการลงทุนเพื่อบริหารผลตอบแทนจากการลงทุน รายงานของฟิทช์หัวข้อ “Thai Life Insurance Market” สามารถหาได้จาก www.fitchratings.com</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3278091">ฟิทช์เรทติ้งส์: บริษัทประกันชีวิตในประเทศได้รับประโยชน์จากแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวสูงขึ้น แต่เผชิญความเสี่ยงจากภาวะเงินเฟ้อ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ฟิทช์ เรทติ้งส์: อัตราส่วนหนี้สินของผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ของไทย จะยังคงอยู่ในระดับสูง จากการขยายกำลังการผลิตไฟฟ้า และการลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3254234</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 19 Oct 2022 17:09:49 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/finance/3254234</guid>

					<description><![CDATA[<p>ฟิทช์ เรทติ้งส์กล่าวว่าการลงทุนของผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ของไทยจะเพิ่มขึ้นในช่วง 5 ปีข้างหน้าเนื่องจากบริษัทเหล่านี้มีการเปลี่ยนผ่านธุรกิจไปยังธุรกิจพลังงานสะอาด และการการขยายกำลังผลิตไฟฟ้า ซึ่งสอดคล้องกับแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย ฟิทช์ คาดว่า ค่าใช้จ่ายในการลงทุนของผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ในอีก 5 ปีข้างหน้าจะอยู่ที่ประมาณ 1.5-1.8 แสนล้านบาทโดยเฉลี่ยต่อปี ซึ่งจะใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยในช่วงปี 2562-2564 นอกจากนี้ยังมีความเป็นไปได้ที่จะมีการลงทุนเพิ่มเติมในธุรกิจใหม่ เช่น ระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage System) เพื่อเสริมธุรกิจเดิม โดยฟิทช์คาดว่าความต้องการใช้งานระบบกักเก็บพลังงานจะเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะจากเทคโนโลยีเซลล์ไฟฟ้าเคมีจากการติดตั้งระบบกักเก็บพลังงานในโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนเพื่อเสริมความมั่นคงและเสถียรภาพของการผลิตไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น การพัฒนาอย่างรวดเร็วของห่วงโซ่ยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศ และราคาแบตเตอรี่ที่ถูกลง การลงทุนดังกล่าวและราคาต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นซึ่งส่งผลกระทบต่อกำไรของบริษัทในระยะสั้นจะทำให้อัตราส่วนหนี้สินของบริษัทผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ อยู่ในระดับสูงถึงแม้อัตราส่วนหนี้สินจะปรับตัวดีขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปในอีก 2-3ปีข้างหน้าและโดยคาดว่าอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อกำไรจากการดำเนินงานก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (Net Debt/EDITDA) จะอยู่ที่ระดับประมาณ 5-7 เท่า โดยอัตราส่วนหนี้สินจะได้รับการบรรเทาจากรายได้และกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอจากความสามารถในการส่งผ่านต้นทุนที่เพิ่มไปยังราคาขายของไฟฟ้าพลังงานความร้อนและสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว รวมถึงกำไรเพิ่มเติมจากโครงการโรงไฟฟ้าใหม่ที่เริ่มดำเนินการ</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3254234">ฟิทช์ เรทติ้งส์: อัตราส่วนหนี้สินของผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ของไทย จะยังคงอยู่ในระดับสูง จากการขยายกำลังการผลิตไฟฟ้า และการลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ฟิทช์เรทติ้งส์: ผลการดำเนินงานของธนาคารไทยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากเศรษฐกิจที่ค่อยๆ ฟื้นตัว]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3225893</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 17 Aug 2022 10:18:42 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/finance/3225893</guid>

					<description><![CDATA[<p>ฟิทช์ เรทติ้งส์ คาดว่าความแข็งแกร่งทางการเงินของตัวธนาคารเอง (standalone profiles) สำหรับธนาคารขนาดใหญ่ในประเทศไทยจะได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปของสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่อ่อนแอในช่วงปี 2563-2564 กิจกรรมทางธุรกิจที่เพิ่มขึ้นและส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่ทรงตัวหรือปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยน่าจะช่วยสนับสนุนรายได้ของธนาคาร ธนาคารได้มีการตั้งสำรองหนี้สูญในระดับสูงต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ฟิทช์เชื่อว่าค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองหนี้สูญน่าจะผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว แม้ว่าค่าใช้ช่ายในการตั้งสำรองอาจจะยังคงทรงตัวอยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูงในระยะสั้น แต่น่าจะส่งผลกระทบเชิงลบต่อผลประกอบการในระดับที่น้อยลง ในขณะที่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ค่อนข้างช้าจะจำกัดการปรับตัวดีขึ้นของคุณภาพสินทรัพย์ ธนาคารที่มีความสำคัญเชิงระบบในประเทศ 6 แห่งของไทยรวมกันมีสัดส่วนที่ค่อนข้างใหญ่เมื่อเทียบกับระบบ โดยธนาคารทั้ง 6 แห่งมีส่วนแบ่งทางการตลาดด้านเงินฝากรวมประมาณ 84% นอกเหนือจากปัจจัยความแข็งแกร่งทางกาเรงินของตัวธนาคารเองแล้ว อันดับเครดิตของธนาคารยังพิจารณาจากปัจจัยสนับสนุนพิเศษจากรัฐบาลหรือผู้ถือหุ้นหลักของธนาคารอีกด้วย รายงาน &#8216;Thailand Large Banks – Peer Review 2022&#8217; สามารถหารายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก www.fitchratings.com</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3225893">ฟิทช์เรทติ้งส์: ผลการดำเนินงานของธนาคารไทยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากเศรษฐกิจที่ค่อยๆ ฟื้นตัว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ฟิทช์คงอันดับเครดิตของ บล.กสิกรไทย ที่ &#8216;AA (tha)&#8217; แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3168837</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 16 Mar 2022 15:58:13 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/finance/3168837</guid>

					<description><![CDATA[<p>ฟิทช์เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) ประกาศคงอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของบริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KS ที่ &#8216;AA (tha)&#8217; และคงอันดับเครดิตภายในประเทศระยะสั้นที่ &#8216;F1+(tha)&#8217; โดยมีแนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ ปัจจัยสนับสนุนอันดับเครดิตอันดับเครดิตของ KS พิจารณาจากปัจจัยสนับสนุนจากธนาคารแม่ซึ่งคือ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBank (อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศที่ BBB; อันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวที่ AA+(tha)/แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ) KS เป็นบริษัทลูกที่มีความบทบาทสำคัญต่อรูปแบบการทำธุรกิจธนาคารครบวงจร (universal banking platform) ของ KBank โดยเป็นบริษัทเดียวในกลุ่มที่ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ นอกจากนี้ยังมีความเชื่อมโยงในการบริหารงานและดำเนินงานในระดับสูงอีกด้วยโดย KS ช่วยสนับสนุนธนาคารแม่ด้วยการให้บริการที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจตลาดตราสารทุนแก่ลูกค้าของ KBank นอกจากนี้ KBank ยังเป็นผู้ถือหุ้นเกือบทั้งหมดใน KS และมีอำนาจควบคุมอย่างสมบูรณ์ ฟิทช์มองว่าการผิดนัดชำระหนี้ของ KS อาจสร้างความเสียหายให้กับชื่อเสียงของ KBank ได้ เนื่องมาจากความเชื่อมโยงที่ชัดเจนระหว่างธนาคารแม่กับบริษัทลูกและการใช้ชื่อและสัญญลักษณ์ทางการค้าร่วมกัน อันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของ KS นั้นอยู่ต่ำกว่าอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของ KBank อยู่ 1 อันดับ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3168837">ฟิทช์คงอันดับเครดิตของ บล.กสิกรไทย ที่ &#8216;AA (tha)&#8217; แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ฟิทช์เรทติ้งส์: ผลการดำเนินงานของธนาคารไทยแสดงให้เห็นถึงการรักษาความสามารถในการรองรับความเสี่ยงต่อปัจจัยลบ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3080588</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 29 Jul 2021 16:46:07 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/finance/3080588</guid>

					<description><![CDATA[<p>ฟิทช์เรทติ้งมองว่าผลการดำเนินงานที่ปรับตัวดีขึ้นของธนาคารไทยในครึ่งปีแรกยังไม่ได้สะท้อนถึงความเสี่ยงที่ยังคงมีอยู่ต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านคุณภาพสินทรัพย์ การแพร่ระบาดที่ทวีความรุนแรงขึ้นของ Covid-19 ในประเทศไทย ในช่วงที่ผ่านมาจะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อกิจกรรมทางธุรกิจ ในขณะที่มาตรการช่วยเหลือของธนาคารแห่งประเทศไทยน่าจะช่วยลดแรงกดดันต่อคุณภาพสินทรัพย์ของธนาคารได้จนถึงปี 2565 อย่างไรก็ตาม ฟิทช์เชื่อว่าธนาคารจะยังคงรักษาระดับความสามารถในการรองรับความเสี่ยงที่สมเหตุสมผลและน่าจะช่วยให้รับมือกับกับระดับความเสี่ยงที่สูงขึ้นได้ (downside risk) ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินของธนาคารที่ระดับปัจจุบัน อัตราส่วนกำไรจากการดำเนินงานต่อสินทรัพย์รวมสำหรับธนาคารไทยที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยในครึ่งแรกของปี 2564 มาอยู่ที่ระดับ 1.2% (2563: 0.9%) อย่างไรก็ตาม ฟิทช์คาดว่าแรงกดดันจะกลับมาในครึ่งหลังของปี 2564 ระดับการตั้งสำรองผลขาดทุนทางเครดิตที่คาดว่าจะเกิดยังอยู่ในระดับสูงโดยคิดเป็น 47% ของกำไรจากการดำเนินงานก่อนการตั้งสำรองในครึ่งปีแรกของปี 2564 (2563: 53%) ส่งผลให้ระดับอัตราส่วนสำรองผลขาดทุนทางเครดิตที่คาดว่าจะเกิดต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพปรับมาอยู่ที่ 152%  ในขณะที่เงินกองทุนชั้นที่1ที่เป็นส่วนของเจ้าของของภาคการธนาคาร (common equity tier 1) อยู่ที่ 16.3% ในเดือนพฤษภาคม 2564 และฟิทช์คาดว่าภาคการธนาคารไทยจะยังคงรักษาระดับของอัตราส่วนดังกล่าวนี้ไว้ได้ต่อเนื่อง รายงาน “Thai Banks Dashboard: 1H21 Results” สามารถหาได้จาก www.fitchratings.com</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3080588">ฟิทช์เรทติ้งส์: ผลการดำเนินงานของธนาคารไทยแสดงให้เห็นถึงการรักษาความสามารถในการรองรับความเสี่ยงต่อปัจจัยลบ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
	</channel>
</rss>
