<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
>
<channel>
	<title>ThaiPR.NET</title>
	<atom:link href="https://www.thaipr.net/tag/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%aa-%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thaipr.net/tag/พรีเชียส-คอมมูนิเคชั่น</link>
	<description>Press Release Distribution Center of Thailand</description>
	<lastBuildDate>Mon, 20 Apr 2026 17:36:49 +0700</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.1</generator>
	<item>
		<title><![CDATA[การยื่นขอวีซ่าของคนไทยในปี 2566 มีการฟื้นตัวในสัดส่วนที่ 82% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนโควิด]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/travel/3437862</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 30 Jan 2024 17:07:06 +0700</pubDate>
				<category>travel</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/travel/3437862</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปริมาณการยื่นคำร้องขอวีซ่าจากประเทศไทยในปี 2566 เกือบที่จะฟื้นตัวเท่ากับระดับ ก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 เนื่องจากได้รับความเชื่อมั่นของนักเดินทาง การผ่อนคลายมาตรการและข้อจำกัดในการเดินทางของประเทศต่างๆ ที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก ข้อมูลจากการสำรวจของวีเอฟเอสโกลบอล พบว่า ในปี 2566 ปริมาณการยื่นคำร้องขอวีซ่าทุกประเภทในประเทศไทยมีสัดส่วนถึง 82% ของระดับการยื่นคำร้อง ขอวีซ่าก่อนการแพร่ระบาดในปี 2562 และเมื่อเทียบกับปี 2565 พบว่า ปริมาณการยื่นคำร้องขอวีซ่า​​จากประเทศไทยเพิ่มขึ้นถึง 35% สำหรับจุดหมายปลายทางยอดนิยมที่คนไทยชื่นชอบในปี 2566 ได้แก่ ออสเตรเลีย แคนาดา เดนมาร์ก ฟินแลนด์ เยอรมนี อินเดีย อิตาลี ญี่ปุ่น นอร์เวย์ สวีเดน สวิตเซอร์แลนด์ และสหราชอาณาจักร (เรียงลำดับตามตัวอักษรภาษาอังกฤษ) นายเกาชิค กอช หัวหน้าฝ่ายออสตราเลเชีย วีเอฟเอสโกลบอล กล่าวว่า “การยื่นคำร้องขอวีซ่าจากประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างมากในปีที่แล้ว นั่นเป็นข้อบ่งชี้ที่แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวไทยได้กลับคืนมาและผู้คนก็พร้อมที่จะออกเดินทางเพื่อไปยังจุดหมายปลายทางยอดนิยมอีกครั้ง เรามั่นใจว่าแนวโน้มในเชิงบวกนี้จะยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและคาดหมายว่าปริมาณการยื่นคำร้องขอวีซ่าในปี 2567 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นมากกว่าช่วงก่อนการแพร่ระบาดในปี  2562 วีเอฟเอสโกลบอลจึงแนะนำให้ผู้ที่ต้องการเดินทางไปต่างประเทศได้วางแผนยื่นคำร้องขอวีซ่าล่วงหน้าและเผื่อเวลาให้มากกว่าปกติ เพื่อหลีกเลี่ยงความผิดพลาด  ในการได้รับวีซ่าไม่ทันในระยะเวลาที่กำหนด&#8221; ความต้องการของการใช้บริการยื่นคำร้องขอวีซ่านอกสถานที่ (VAYD) ยังคงมีแนวโน้มการเติบโตที่เพิ่มมากขึ้นในปี 2566 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/travel/3437862">การยื่นขอวีซ่าของคนไทยในปี 2566 มีการฟื้นตัวในสัดส่วนที่ 82% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนโควิด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[รีเล็กซ์ โซลูชันส์ ซื้อกิจการ Optimity เพื่อเพิ่มขีดความสามารถและประสิทธิภาพ ของโซลูชันด้านการวางแผนซัพพลายเชนต้นทางการผลิตแบบครบวงจร]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3433988</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 19 Jan 2024 17:02:43 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/business/3433988</guid>

					<description><![CDATA[<p>รีเล็กซ์ โซลูชันส์ ผู้ให้บริการโซลูชันการวางแผนซัพพลายเชน และการวางแผนการค้าปลีกแบบครบวงจรประกาศเข้าซื้อกิจการ บริษัท Optimity ผู้ให้บริการด้านการวางแผนซัพพลายเชน และการเพิ่มประสิทธิภาพ การซื้อกิจการครั้งนี้จะช่วยยกระดับแพลตฟอร์มค้าปลีกและซัพพลายเชนของ รีเล็กซ์ โซลูชันส์ ด้วยระบบวางแผนการผลิตรายวัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และความสามารถในการจัดตารางการผลิต ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อห่วงโซ่คุณค่าของสินค้าอุปโภคบริโภคแบบครบวงจร นายมิกโก คาไคนัน ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม ของ รีเล็กซ์ โซลูชันส์ กล่าวว่า “อุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภคมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและมีความซับซ้อน การเข้าซื้อกิจการ Optimity จะช่วยเชื่อมโยงความต้องการของผู้บริโภคกับต้นทางของการผลิต ให้ประสานการทำงานกันได้อย่างราบรื่น ดังนั้นกลุ่มผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค จะสามารถคาดการณ์ความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น ทั้งนี้ยังเพิ่มประสิทธิภาพแผนการทำงานและกำหนดแผนการผลิต  พร้อมกับเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการะดับสินค้าคงคลัง รวมถึงตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาด หรือการหยุดชะงักที่ไม่คาดคิดได้อย่างรวดเร็ว การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ ยังช่วยเร่งวิสัยทัศน์ของเราไปสู่ระบบซัพพลายเชนที่มีความคล่องตัวสูง สามารถปรับตัวการทำงานได้อย่างอัตโนมัติ โดยประสานการทำงานกับระบบอื่น และรวมการตัดสินใจในการวางแผนอุปสงค์และอุปทานของตลาดไว้ในแพลตฟอร์มเดียว เพื่อลดต้นทุนและผลิตภัณฑ์ที่สูญเปล่า ทั้งนี้ รีเล็กซ์ยินดีต้อนรับทีมงาน Optimity สู่ รีเล็กซ์ โซลูชันส์ อย่างอบอุ่น” Optimity ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ระดับโลกในสวีเดนและสำนักงานในประเทศต่างๆทั่วโลก ให้บริการโซลูชันการวางแผนซัพพลายเชนและโซลูชันเพิ่มประสิทธิภาพที่ครอบครุมโดยเฉพาะสำหรับผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่าย ทั้งนี้ Optimity ยังสามารถช่วยให้ลูกค้า มีความสามารถตัดสินใจเกี่ยวกับซัพพลายเชนได้อย่างเหมาะสม ตั้งแต่ระดับกลยุทธ์ ไปจนถึงการจัดตารางการผลิตโดยละเอียด [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3433988">รีเล็กซ์ โซลูชันส์ ซื้อกิจการ Optimity เพื่อเพิ่มขีดความสามารถและประสิทธิภาพ ของโซลูชันด้านการวางแผนซัพพลายเชนต้นทางการผลิตแบบครบวงจร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ดนตรีเพื่อความยั่งยืน เสียงสะท้อนจุดยืนเพื่อรับมือกับภาวะโลกร้อนในอาเซียน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/entertain/3433587</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 19 Jan 2024 08:39:18 +0700</pubDate>
				<category>entertain</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/entertain/3433587</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในโลกที่ดนตรีก้าวข้ามขอบเขตของภาษาและวัฒนธรรม นักดนตรีกลุ่มหนึ่งในอาเซียนกำลังเคลื่อนไหวเพื่อผสานพลังแห่งเสียงดนตรีกับความมุ่งมั่นที่ต้องการเห็นสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น และได้รวมตัวกันก่อตั้งกลุ่ม IKLIM กลุ่มศิลปินรุ่นใหม่ของอินโดนีเซีย ที่นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ผ่านศิลปะและเสียงดนตรี บนเวทีระดับโลกศิลปินอย่าง แมสซิฟ แอทแทค บิลลี่ไอลิช และ เรดิโอเฮด ได้สร้างสรรค์บทเพลงเกี่ยวกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศ โดยใช้พลังของดนตรีเป็นสื่อเพื่อส่งผ่านความกังวลด้านสิ่งแวดล้อมสู่สังคม  คอนเสิร์ตที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน เช่น “Music of the Spheres World Tour” ของ โคลด์เพลย์ (Coldplay) ได้แสดงให้เห็นว่าดนตรีสามารถให้ความบันเทิงควบคู่กับการส่งมอบคุณค่าและประสบการณ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกันได้ ในขณะที่สังคมให้ความสำคัญกับความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้น&#160; อุตสาหกรรมเพลงในเอเชียก็ตระหนักถึงบทบาทของตัวเอง งานคอนเสิร์ต สตูดิโอบันทึกเสียง และงานเทศกาลดนตรี จัดขึ้นโดยใช้มาตรการที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม งาน “Wonderfruit Festival เทศกาลไลฟ์สไตล์ของคนรักษ์โลก” ที่จัดขึ้นในไทยเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกแนวคิดนี้ผ่านการลดปริมาณขยะ การรีไซเคิล และการใช้ไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนในการแสดง เทศกาลดนตรี งานดนตรี “Rainforest World Music Festival” ในมาเลเซียไม่เพียงแต่นำเสนอดนตรีที่หลากหลายแต่ยังส่งเสริมการอนุรักษ์ป่าฝนและสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปด้วย กลุ่ม “IKLIM” ก่อกำเนิดจากการรวมตัวกันของนักดนตรี 13 คนในอินโดนีเซีย จากข้อกังวลเกี่ยวกับภาวะโลกร้อน โดยนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศผ่านงานศิลปะและเสียงดนตรี นำโดย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/entertain/3433587">ดนตรีเพื่อความยั่งยืน เสียงสะท้อนจุดยืนเพื่อรับมือกับภาวะโลกร้อนในอาเซียน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[วันเด็กแห่งชาตินี้ พาโล อัลโต้ เน็ตเวิร์กส์ เน้นย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วน ในการปรับปรุงมาตรการความปลอดภัยทางออนไลน์]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/it/3430495</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 10 Jan 2024 14:21:45 +0700</pubDate>
				<category>it</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/it/3430495</guid>

					<description><![CDATA[<p>ภายใต้สถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาของโลกในยุคดิจิทัล เด็ก ๆ ทั่วโลกกำลังเติบโตขึ้นมาในสภาพแวดล้อมของโลกไซเบอร์ ทั้งในด้านของการศึกษา ความบันเทิง และการสื่อสาร ควบคู่กับการพึ่งพาเทคโนโลยีที่เพิ่มขึ้นตามการคิดค้นนวัตกรรมดิจิทัลใหม่ ๆ ที่ยังคงดึงดูดความสนใจของผู้ใช้ออนไลน์โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและวัยรุ่น สถาบันดีคิว (DQ Institute) รายงานผลการสำรวจดัชนีชี้วัดความปลอดภัยบนสื่อออนไลน์สำหรับเด็ก (COSI) ประจำปี 2566 พบว่าเด็กและวัยรุ่นอายุ 8-18 ปีทั่วโลกกว่า 70% กำลังเผชิญกับความเสี่ยงทางไซเบอร์ในช่วงปีที่ผ่านมา สำหรับประเทศไทยความเสี่ยงนี้ใกล้เคียงกับประเทศอื่น ๆ เด็กไทย 41% รายงานว่าถูกบูลลี่ออนไลน์ ในขณะที่ตัวเลขของเด็กในประเทศอื่น ๆ อยู่ที่ 39% และเพื่อเป็นการต้อนรับวันเด็กแห่งชาติที่จะมาถึงในวันที่ 13 มกราคมนี้ พาโล อัลโต้ เน็ตเวิร์กส์ จึงต้องการสร้างการตระหนักถึงความเสี่ยงที่กำลังคุกคามเด็กและเยาวชนในโลกออนไลน์ ที่ผู้ปกครองควรจะมีส่วนสำคัญในการดูแลเด็กๆ จากสถานการณ์ดังกล่าวนี้ นายปิยะ จิตต์นิมิตร ผู้จัดการประจำประเทศไทย พาโล อัลโต้ เน็ตเวิร์กส์ ผู้นำด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ระดับโลก ได้แบ่งปันแนวทางที่ควรปฏิบัติ และข้อที่พึงระวังในการดูแลลูกหลานของเราให้ปลอดภัยในโลกออนไลน์ โดยแนวทาง 5 ประการที่ควรปฏิบัติได้แก่ การคิดใครครวญก่อนโพสต์หรือส่งข้อความให้กับผู้อื่น ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าอุปกรณ์ทั้งหมดได้รับการปกป้องและอัพเดตซอฟต์แวร์ในเวอร์ชั่นล่าสุด การใช้รหัสผ่านที่มีความยาว [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/it/3430495">วันเด็กแห่งชาตินี้ พาโล อัลโต้ เน็ตเวิร์กส์ เน้นย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วน ในการปรับปรุงมาตรการความปลอดภัยทางออนไลน์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[Elang องค์กรสิ่งแวดล้อมในอินโดฯ ส่งเสริมการเกษตรในป่าพรุ โมเดลการจัดการให้คนอยู่ร่วมกับผืนป่าอย่างยั่งยืน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3428372</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 02 Jan 2024 10:31:56 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3428372</guid>

					<description><![CDATA[<p>พื้นที่พรุ หรือป่าพรุ (Peatlands) เป็นหนึ่งในพื้นที่ป่าที่สำคัญของโลก ที่แม้จะมีพื้นที่เพียงแค่ 3% ของโลก แต่มีความสามารถในการสะสมคาร์บอนมากกว่าผืนป่าทั้งโลกอย่างน้อย 2-3 เท่า โดยป่าพรุ 4.7% หรือประมาณ 150 ล้านไร่อยู่ในอาเซียน โดยประเทศที่มีป่าพรุมากที่สุดได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย และปาปัวนิวกีนี สำหรับประเทศไทยป่าพรุจัดเป็นป่าที่มีความสำคัญและหายากโดยมีอยู่เพียง 400,000 ไร่เท่านั้น โดยป่าพรุสิรินธร (พรุโต๊ะแดง) จ.นราธิวาสเป็นป่าพรุขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศครอบคลุมพื้นที่ 193,556 ไร่ ที่ผ่านมาป่าพรุในอาเซียนเผชิญกับความท้าทายจากการถูกทำลายด้วยไฟป่า และการแผ้วพื้นที่ทางเพื่อทำการเกษตร โดยเมื่อปี 2558 ไฟป่าครั้งใหญ่ที่อินโดนีเซีย ได้เผาทำลายป่าพรุไปกว่า 16.25 ล้านไร่ แต่ความเสียหายที่เกิดจากแผ้วถางพื้นที่เพื่อปลูกปาล์มน้ำมันก็มีไม่น้อยกว่ากัน  การจัดการให้เกษตรกรอยู่ร่วมกับป่าพรุอย่างยั่งยืนนั้นเป็นโมเดลที่น่าสนใจ องค์กร Perkumpulan Elang เป็นองค์กรภาคเอกชนของอินโดนีเซีย ที่มีบทบาทในการสร้างความตระหนักรู้ในการดูแลสิ่งแวดล้อมให้ชุมชนอยู่ร่วมกับป่าพรุอย่างยั่งยืน ได้เข้ามามีบทบาทในการผลักดันให้เกษตรกร ตระหนักถึงความจำเป็นในการแก้ปัญหาระดับนโยบายและวิถีชีวิตแบบทางเลือกผ่านแนวทางปฏิบัติที่ยั่งยืน เช่น การทำการเกษตรบนพื้นที่พรุ (Paludiculture) การปลูกพืชทางเลือก เช่น สับปะรด แตงโม มะเขือยาว พริกไทย และถั่วฝักยาว ที่ให้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมไม่น้อยกว่าการทำสวนปาล์มน้ำมัน   [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3428372">Elang องค์กรสิ่งแวดล้อมในอินโดฯ ส่งเสริมการเกษตรในป่าพรุ โมเดลการจัดการให้คนอยู่ร่วมกับผืนป่าอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เพิ่มประสิทธิภาพคลังสินค้าอัตโนมัติด้วยระบบไอทีมอนิเตอริ่งที่มีประสิทธิภาพ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/it/3428351</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 02 Jan 2024 10:28:13 +0700</pubDate>
				<category>it</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/it/3428351</guid>

					<description><![CDATA[<p>โดย เฟลิกซ์ เบิร์นดท์ ผู้จัดการฝ่ายขายประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก Paessler ความต้องการใช้พื้นที่คลังสินค้าของไทยในปี 2566 มีแนวโน้มอยู่ที่ 5.8 ล้านตารางเมตร เพิ่มขึ้น 7.0% จากปี 2565 โดยมีอัตราการเช่าพื้นที่อยู่ที่ระดับ 86.0% และยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องในปี 2567 ตามการฟื้นตัวของภาคการผลิต การส่งออก และการเติบโตของธุรกรรมอีคอมเมิร์ซ  ที่ผ่านมาคลังสินค้าในประเทศไทยเปลี่ยนผ่านจากยุคที่ใช้แรงงานเข้มข้น มาสู่ยุคที่ใช้เครื่องจักรมาช่วยในการทำงาน และก้าวสู่ยุคของคลังสินค้าอัตโนมัติในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน เพิ่มความแม่นยำ ลดต้นทุนด้านแรงงาน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้สูงขึ้น  ระบบอัตโนมัติของคลังสินค้าได้กลายเป็นส่วนสำคัญของคลังสินค้ายุคใหม่ เช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นในกระบวนการผลิต ตั้งแต่ระบบการจัดวางอัตโนมัติโดยหุ่นยนต์ ไปจนถึงการดึงสินค้าอัตโนมัติ คลังสินค้ากำลังก้าวสู่ระบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ แม้คลังสินค้าอัตโนมัติจะเต็มเปี่ยมไปด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT)เทคโนโลยีปฏิบัติการ (OT) เซ็นเซอร์ และซอฟต์แวร์ที่ช่วยดำเนินการเป็นจำนวนมาก แต่คลังสินค้าอัตโนมัติก็ยังต้องเผชิญกับความท้าทาย ในการผนวกรวมเทคโนยีเหล่านั้นให้สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เพื่อให้แน่ใจว่า กระบวนการอัตโนมัติทั้งหลายยังคงทำงานได้อย่างดี ไม่มีบกพร่อง รวมถึงระบบที่ช่วยติดตามตรวจสอบให้แน่ใจว่ากระบวนการอัตโนมัติกำลังทำงานอยู่ โดยเฉพาะการรวมศูนย์ข้อมูลในคลังสินค้าและรายงานบนหน้าจอเดียว  เพื่อให้แน่ใจว่าอุปกรณ์ต่างๆ จะอยู่ในสถานะที่ดีที่สุดอยู่เสมอ  องค์ประกอบสำคัญของระบบคลังสินค้าอัตโนมัติ ระบบคลังสินค้าอัตโนมัติประกอบด้วย 3 องค์ประกอบหลัก ได้แก่  ประการแรก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/it/3428351">เพิ่มประสิทธิภาพคลังสินค้าอัตโนมัติด้วยระบบไอทีมอนิเตอริ่งที่มีประสิทธิภาพ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[งานประมูลฤดูใบไม้ร่วง Christie’s พร้อมสร้างประวัติศาสตร์ใหม่อีกครั้งด้วยการนำเสนอ “The truly One-Of-A-Kind OAK Collection, Part I”]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/life/3410575</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 16 Nov 2023 11:14:22 +0700</pubDate>
				<category>life</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/life/3410575</guid>

					<description><![CDATA[<p>Christie&#8217;s ได้รับเกียรติในการนำเสนอคอลเลคชั่น The OAK (&#8220;One-Of-A-Kind&#8221;) ซึ่งถูกรวบรวมโดยนักสะสมชาวยุโยปอย่างพิถีพิถันมามากกว่า 4 ทศวรรษ ในคอลเลคชั่นนี้ประกอบด้วยนาฬิกามากกว่า 500 เรือน รวมถึงนาฬิกาวินเทจจากศตวรรษที่ 20 และนาฬิการ่วมสมัยที่จำหน่ายเพียงครั้งเดียวเท่านั้นหรือสั่งทำพิเศษ นาฬิกาที่โดดเด่นเหล่านี้ มีต้นกำเนิดมาจากแบรนด์ที่มีชื่อเสียงระดับโลกมากมาย เช่น Patek Philippe, Audemars Piguet และ Breguet รวมถึงผู้ผลิตนาฬิกาอิสระชั้นนำ เช่น Akrivia และ Voutilainen ทั้งนี้ คอลเลคชั่น The OAK ได้ถูกจัดตามเกณฑ์สำคัญ 3 ประการ ได้แก่ สภาพความเก่าแก่ ความหายาก แหล่งกำเนิด และทั้งหมดนี้เป็นเหตุผลให้คอลเลคชั่นนี้มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลก อีกความพิเศษหนึ่งคือการได้รับเกียรติในการจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่สำคัญครั้งแรกโดย London’s Design Museum ในเดือนพฤษภาคม ปี 2565 Christie’s จะจัดแสดงพาร์ทแรกของคอลเลคชั่น ในวันที่ 26 พฤศจิกายนนี้ ที่ Hong Kong [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/life/3410575">งานประมูลฤดูใบไม้ร่วง Christie’s พร้อมสร้างประวัติศาสตร์ใหม่อีกครั้งด้วยการนำเสนอ “The truly One-Of-A-Kind OAK Collection, Part I”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[From Traditional Roots to Urban Trends: Southeast Asia&#8217;s Coffee Renaissance]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/en/general_en/3408207</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 12 Nov 2023 20:46:41 +0700</pubDate>
				<category>general_en</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/en/general_en/3408207</guid>

					<description><![CDATA[<p>WALHI, an Indonesian environmental organization, reveals a case study of Coffee Field School and organic farming that helps to revive the livelihoods of coffee farmers sustainably.  improving soil quality and preserving the environment. Reduce expenses from using chemical fertilizers. Increase income from selling organic coffee that consumers crave  10 November 2023 : The breeze from [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/en/general_en/3408207">From Traditional Roots to Urban Trends: Southeast Asia&#8217;s Coffee Renaissance</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ภาคธนาคารในเอเชียต่างกำลังมุ่งสู่การทำทรานสฟอร์เมชัน พบกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ได้ในงาน ENGAGE Asia 2023]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/it/3405266</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 06 Nov 2023 11:50:49 +0700</pubDate>
				<category>it</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/it/3405266</guid>

					<description><![CDATA[<p>แบ็กเบส (Backbase) ผู้นำระดับโลกด้านแพลตฟอร์มธนาคารที่สร้างการมีส่วนร่วม ประกาศขยายการจัดงาน ENGAGE ซึ่งเป็นการประชุมสุดยอดประจำปีมาสู่เอเชีย การริเริ่มโครงการดังกล่าวมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างศักยภาพให้กับภาคธนาคารในเอเชีย ในการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ยุคดิจิทัลในภาคการเงินแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และการเปลี่ยนแปลงจากการให้บริการในรูปแบบเดิม เข้าสู่ยุคของธนาคารเพื่อการมีส่วนร่วม  งานดังกล่าวจะจัดขึ้น ในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2566 ณ โรงแรมคาร์ลตัน สุขุมวิท ที่กรุงเทพฯ  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแบ่งปันข้อมูลเชิงลึกระดับภูมิภาคที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้งานได้แก่ผู้เข้าร่วมงาน  ทั้งนี้ ENGAGE เป็นงานประชุมที่ได้รับการยอมรับระดับโลก นำเสนอเส้นทางและประสบการณ์ของลูกค้า นวัตกรรมใหม่ที่พลิกโฉมธุรกิจ ตลอดจนข้อมูลเชิงลึกจากธนาคารต่างๆ จากลูกค้าของแบ็กเบสมากกว่า 150 ราย จะมาร่วมแชร์เรื่องราวความสำเร็จและจุดประกายในการออกแบบสถาปัตยกรรมระบบธนาคาร โดยคำนึงถึงลูกค้าเป็นหัวใจหลัก การประชุมในครั้งนี้ จะเจาะลึกวิธีที่ธนาคารได้ดำเนินการกับ &#8216;จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่&#8217; จากระบบยุคเก่าไปสู่ระบบธนาคารที่สร้างการมีส่วนร่วม ตลอดจนการรับมือกับความท้าทายหลากหลายรูปแบบที่ทำให้ผู้บริหารธนาคารสามารถปรับแผนงานด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันได้ทันท่วงที ซึ่งถือเป็นเรื่องเร่งด่วนโดยเฉพาะเมื่อดูจากรายงานล่าสุดของ IDC InfoBrief ที่ได้รับการสนับสนุนจากแบ็กเบส ที่ระบุว่าการทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันเดินหน้าไม่ตรงตามแผนงานที่คาดการณ์ แม้จะมีการทุ่มเงินลงทุนก้อนใหญ่กว่า 100,000 ล้านดอลลาร์ก็ตาม โดยโปรเจ็กต์กว่า 70% ไม่ประสบความสำเร็จ ส่วนที่ดำเนินการได้สำเร็จนั้น ราว 50% ก็ได้ผลลัพธ์ต่ำกว่าที่คาดการณ์ และอีก 25% ให้ผลลัพธ์ที่ไม่คุ้มค่ากับเงินลงทุน งาน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/it/3405266">ภาคธนาคารในเอเชียต่างกำลังมุ่งสู่การทำทรานสฟอร์เมชัน พบกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ได้ในงาน ENGAGE Asia 2023</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[โซลูชันที่ช่วยแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในช่วงเทศกาลคนโสด รองรับเหล่านักช้อปออนไลน์]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/it/3404799</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 03 Nov 2023 13:59:06 +0700</pubDate>
				<category>it</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/it/3404799</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อใกล้ถึงวันคนโสด (11.11) วันช้อปปิ้งออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซต่างต้องเตรียมพร้อมรับปริมาณธุรกรรม และการขายที่เพิ่มขึ้น สถิติในปี ที่ผ่านมา ของภูมิภาคอาเซียน ทำรายได้เพิ่มขึ้นถึง 205% ต่อเดือน  นอกจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ธุรกิจอีคอมเมิร์ซยังเผชิญกับความท้าทายมากมายที่ธุรกิจต้องบริหารจัดการ สิ่งสำคัญคือ ต้องแน่ใจว่าเว็บไซต์และแอปสามารถรองรับปริมาณการใช้งานที่เพิ่มขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และเชื่อถือได้  เยน วู หัวหน้าฝ่ายขายประจำเอเชียใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ซีดีเน็ตเวิร์กส์ กล่าวว่า “วันคนโสดได้กลายเป็นปรากฏการณ์การช้อปปิ้งระดับโลก ผู้บริโภคหลายล้านคนแห่ไปที่เว็บไซต์และแอปอีคอมเมิร์ซเพื่อรับสิทธิประโยชน์และส่วนลดพิเศษ เนื่องจากแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซส่วนใหญ่พึ่งพาเว็บไซต์และแอปในการดึงดูดปริมาณการเข้าชมและเลือกซื้อสินค้า แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซจึงเผชิญกับความท้าทายในการมอบประสบการณ์ที่ดี แอปที่รวดเร็ว เชื่อถือได้ ให้กับผู้ใช้งาน พร้อมทั้งป้องกันการโจมตีเว็บแอปจากอาชญากรไซเบอร์ได้”  คลื่นมหาชนของเหล่านักช้อปออนไลน์ในวันคนโสด ทำให้แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซเกิดความตึงเครียดในการจัดการทรัพยากร เวลาในการโหลดที่นานขึ้นของเว็บและแอป อาจก่อให้เกิดปัญหากับร้านค้าออนไลน์ รายงานการศึกษาโดย Portent ระบุว่า ความล่าช้าเพียงหนึ่งวินาทีในการโหลดหน้าเว็บ ทำให้ลดอัตราการซื้อสินค้าได้ถึง 2.5 เท่า ดังนั้นการโหลดเว็บที่รวดเร็ว และการขั้นตอนการชำระเงินที่ราบรื่นจึงเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างยอดขายจากนักช๊อปออนไลน์  นอกจากนี้ ยังมีความท้าทายด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่อาจจะนำไปสู่การหยุดชะงักในการซื้อขาย อาชญากรทางไซเบอร์อาจจะมุ่งเป้าในการสร้างปริมาณการเข้าใช้งานเว็บและแอปพุ่งสูงขึ้น จากการโจมตีโดยปฏิเสธการให้บริการ (DDoS) ซึ่งจะทำให้เว็บไซต์และแอปเหล่านี้ล่ม ขณะเดียวกันผู้โจมตีอาจใช้บอตเพื่อใช้ประโยชน์จากโปรโมชั่น เจาะข้อมูลราคาของผลิตภัณฑ์ และรวบรวมข้อมูลจากธุรกิจอีคอมเมิร์ซเพื่อแทรกแซงราคา [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/it/3404799">โซลูชันที่ช่วยแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในช่วงเทศกาลคนโสด รองรับเหล่านักช้อปออนไลน์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เอสไอจี จับมือ อนาไบโอ เทคโนโลยี เปิดตัว โยเกิร์ตโพรไบโอติกในบรรจุภัณฑ์ปลอดเชื้อ ครั้งแรกของโลกที่เก็บได้นานโดยไม่ต้องแช่เย็น]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/manufacturing/3403515</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 01 Nov 2023 12:55:50 +0700</pubDate>
				<category>manufacturing</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/manufacturing/3403515</guid>

					<description><![CDATA[<p>เอสไอจี และอนาไบโอ เทคโนโลยี (AnaBio Technologies) ร่วมเปิดตัวผลิตภัณฑ์โยเกิร์ตโพรไบโอติกเก็บได้นานเป็นครั้งแรกของโลก ปฏิวัติวงการเครื่องดื่มโพรไบโอติกและบรรจุภัณฑ์อาหารแบบปลอดเชื้อ  ด้วยการรังสรรค์กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มโพรไบโอติกรูปแบบใหม่ บรรจุในกล่องกระดาษปราศจากเชื้อและซองบรรจุมีฝา ยืดระยะเวลาการเก็บรักษาโดยไม่ต้องแช่เย็น  ปัจจุบันผู้บริโภคทั่วโลกต่างทราบถึงประโยชน์ด้านสุขภาพมากมายของเชื้อจุลินทรีย์โพรไบโอติก โดยเฉพาะประโยชน์ด้านการเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง และการทำงานที่ดีของระบบทางเดินอาหาร  ทว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา การบรรจุผลิตภัณฑ์โพรไบโอติกด้วยกระบวนการปราศจากเชื้อ มีข้อจำกัดจากโพรไบโอติกที่ไม่ทนต่อความร้อนในกระบวนการผลิต ตลอดจนการสูญเสียสภาพระหว่างการเก็บรักษา ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ที่มีโพรไบโอติก มักถูกจำกัดอยู่ในรูปแบบของเครื่องดื่มแช่เย็นที่มีอายุการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์ที่สั้น  ล่าสุดอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มโพรไบโอติกสามารถก้าวข้ามข้อจำกัดเหล่านี้ได้สำเร็จ จากการผสมผสานเทคโนโลยีเอนแคปซูเลชัน (encapsulation) ของอนาไบโอ เทคโนโลยี เข้ากับเทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์ปลอดเชื้อของเอสไอจี ช่วยให้สามารถบรรจุเครื่องดื่มโพรไบโอติกที่ยังมีชีวิตอยู่ลงในกล่องกระดาษและซองบรรจุภัณฑ์ด้วยกรรมวิธีการผลิตแบบปลอดเชื้อได้สำเร็จ  ช่วยยืดระยะเวลาการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์ที่อุณหภูมิปกติ จึงเก็บได้นานโดยไม่ต้องแช่เย็น นับเป็นการมอบประสบการณ์ของเครื่องดื่มโพรไบโอติกในบรรจุภัณฑ์ยั่งยืนรูปแบบใหม่ที่ยังคงตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคทั้งในด้านรสชาติ คุณประโยชน์จากโพรไบโอติก  และประโยชน์ต่อสุขภาพ  ชินีด เบเลียล ผู้ก่อตั้ง อนาไบโอ เทคโนโลยี กล่าวว่า “เทคโนโลยี  ‘เอนแคปซูเลชัน’ ซึ่งได้รับการจดสิทธิบัตร ใช้กรรมวิธีการเคลือบเซลล์โพรไบโอติก เช่น แลคโตบาซิลลัส ด้วยสารห่อหุ้มเพื่อปกป้องเซลล์จากความร้อนในระหว่างกระบวนการผลิต เมื่อเราบริโภคผลิตภัณฑ์ที่มีโพรไบโอติก เอนไซม์ย่อยอาหารในลำไส้เล็กจะทำการย่อยสารเคลือบห่อหุ้มเซลล์ พร้อมปลดปล่อยโพรไบโอติกให้จุลินทรีย์เหล่านี้ได้สร้างประโยชน์กับร่างกายต่อไป  จากการร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญของเอสไอจี  เราไม่เพียงประสบความสำเร็จในการมอบประโยชน์ด้านสุขภาพให้กับผู้บริโภคได้อย่างแตกต่าง แต่ยังสามารถยืดอายุผลิตภัณฑ์เพื่อเสริมความสะดวกสบายในการเก็บรักษา นับเป็นนวัตกรรมที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงวงการเครื่องดื่มโพรไบโอติกไปอย่างสิ้นเชิง”  เอสไอจี บริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมด้านการบรรจุแบบปลอดเชื้อ ใช้กรรมวิธีโดยเฉพาะสำหรับบรรจุภัณฑ์โพรไบโอติก เพื่อรักษาการกระจายตัวของจำนวนเซลล์โพรไบโอติกภายในบรรจุภัณฑ์แต่ละชิ้นให้มีความสม่ำเสมอ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/manufacturing/3403515">เอสไอจี จับมือ อนาไบโอ เทคโนโลยี เปิดตัว โยเกิร์ตโพรไบโอติกในบรรจุภัณฑ์ปลอดเชื้อ ครั้งแรกของโลกที่เก็บได้นานโดยไม่ต้องแช่เย็น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[พาโล อัลโต้ เน็ตเวิร์กส์ ปฏิวัติระบบรักษาความปลอดภัยบนคลาวด์ด้วยคุณสมบัติอัจฉริยะตั้งแต่ระดับโค้ดโปรแกรมจนถึงคลาวด์ครั้งแรกของวงการ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/it/3399023</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 22 Oct 2023 12:34:45 +0700</pubDate>
				<category>it</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/it/3399023</guid>

					<description><![CDATA[<p>สรุปเนื้อหาข่าว ช่วงสิบปีที่ผ่านมา องค์กรจำนวนมากต่างเร่งพัฒนาและติดตั้งใช้งานแอปพลิเคชันบนคลาวด์กันอย่างต่อเนื่องในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน และยังไม่มีทีท่าว่าจะชะลอลง รายงานจากการ์ตเนอร์ระบุว่า เวิร์กโหลดของแอปพลิเคชันราว 65%  จะได้รับการปรับปรุงหรือพร้อมใช้งานผ่านคลาวด์ภายในปี 2570 ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 45% เมื่อปี 2565 วันนี้พาโล อัลโต เน็ตเวิร์กส์ (NASDAQ: จึงได้เปิดมิติใหม่ในการจัดการกับการรักษาความปลอดภัยบนคลาวด์ระดับองค์กรด้วยคุณสมบัติอัจฉริยะตั้งแต่ระดับโค้ดโปรแกรมจนถึงคลาวด์เป็นครั้งแรกของวงการ ถือเป็นส่วนหนึ่งในการเปิดตัว Prisma Cloud Darwin และวันนี้เป็นโอกาสดีที่จะได้เปิดตัว Darwin ที่ช่วยดูแลเรื่องการรักษาความปลอดภัยบนคลาวด์ โดย Prisma Cloud จะช่วยให้องค์กรต่างๆ ก้าวข้ามโซลูชันที่ทำงานแยกเฉพาะจุด และเปลี่ยนมาใช้แนวทางที่จัดการในภาพรวมเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่สมบูรณ์ครบถ้วนเป็นหนึ่งเดียว แม้โครงสร้างพื้นฐานบนคลาวด์จะให้ความฉับไวและประสิทธิภาพที่เหนือชั้น แต่ก็มาพร้อมความเสี่ยงด้านความปลอดภัยอันมหาศาลและแพร่กระจายเพิ่มขึ้นในวงกว้างอย่างต่อเนื่อง โดยปัญหาความปลอดภัยกว่า 80% พบในระบบคลาวด์และนำไปสู่ปัญหาการละเมิดหรือการรั่วไหลของข้อมูลจำนวนมาก ปริมาณการโจมตีผ่านคลาวด์ที่เพิ่มขึ้นและความนิยมต่อการพัฒนาแอปพลิเคชันบนคลาวด์ที่เติบโตอย่างต่อเนื่องทำให้ทีมรักษาความปลอดภัยไม่สามารถปกป้ององค์กรได้ทันเวลาอีกต่อไป แนวทางการรักษาความปลอดภัยตั้งแต่ระดับโค้ดโปรแกรมจนถึงคลาวด์ในปัจจุบันเป็นไปแบบคนละทิศคนละทาง โดยเฉลี่ยองค์กรต้องใช้เครื่องมือ 6-8 ตัว เพื่อปกป้องโครงสร้างระบบคลาวด์เพียงอย่างเดียว ซึ่งเครื่องมือที่ทำงานแยกจากกันดังกล่าวทำให้เห็นสถานการณ์ความปลอดภัยไม่ครบถ้วน และยังก่อให้เกิดภาระมหาศาลแก่ทีมรักษาความปลอดภัย อย่างไรก็ดี คุณสมบัติอัจฉริยะตั้งแต่ระดับโค้ดโปรแกรมจนถึงคลาวด์ของ Prisma Cloud ซึ่งถือเป็นแพลตฟอร์มปกป้องแอปพลิเคชันบนคลาวด์ (CNAPP) ที่ครบวงจรที่สุดในวงการ สามารถให้ข้อมูลที่เชื่อถือได้รวมไว้ในที่เดียว มีรายละเอียดเชิงลึกตั้งแต่ฝั่งนักพัฒนาไปจนถึงการทำงานในช่วงรันไทม์ของแอปพลิเคชันสำหรับทีมรักษาความปลอดภัย เพื่อแจกแจงรายละเอียดการแจ้งเตือนต่างๆ และให้แนวทางการแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/it/3399023">พาโล อัลโต้ เน็ตเวิร์กส์ ปฏิวัติระบบรักษาความปลอดภัยบนคลาวด์ด้วยคุณสมบัติอัจฉริยะตั้งแต่ระดับโค้ดโปรแกรมจนถึงคลาวด์ครั้งแรกของวงการ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เทคโนโลยีการจัดโปรโมชันให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด หรือ Promotion Optimization อาวุธใหม่ของกลุ่มค้าปลีกไทย]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/uncategorized/3380667</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 08 Sep 2023 11:04:44 +0700</pubDate>
				<category>uncategorized</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/uncategorized/3380667</guid>

					<description><![CDATA[<p>ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า ยอดขายของธุรกิจค้าปลีกในปี 2566 จะขยายตัวต่อเนื่อง แต่ยังอยู่บนความท้าทายรอบด้าน สอดคล้องกับทิศทางเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภค โดยคาดว่าตลาดอาจขยายตัวราว 2.8 &#8211; 3.6% จากปี 2565 โดยปัจจัยสำคัญมาจากการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ผลของราคาสินค้าบางรายการที่ยังคงปรับสูงขึ้นตามภาวะต้นทุน รวมถึงมาตรการช้อปดีมีคืนและการกระตุ้นการใช้จ่ายของรัฐบาล การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบอย่างมากต่อธุรกิจค้าปลีก นอกเหนือจากข้อจำกัดทางเศรษฐกิจแล้ว พฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปก็ถือว่าเป็นหนึ่งในความท้าทายของธุรกิจค้าปลีกอีกด้วย ทั้งนี้ธุรกิจค้าปลีกจึงจำเป็นต้องปรับตัวและมีความยืดหยุ่นมากกว่าที่ผ่านมา การจัดโปรโมชัน ถือได้ว่าเป็นกลยุทธ์การตลาดต่อธุรกิจค้าปลีกในภูมิภาคเอเชียที่จำเป็นต้องมี โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศไทย ปัจจุบันผู้บริโภคส่วนใหญ่มักมองหาสินค้าราคาที่ดีที่สุดควบคู่กับคุณภาพ ผู้บริโภคบางกลุ่มยังมีความอ่อนไหวต่อราคาสินค้าตามค่าครองชีพที่สูงขึ้น ส่งผลให้ธุรกิจค้าปลีกหลายแห่งจัดโปรโมชันอย่างต่อเนื่องและตั้งราคาให้ต่ำเพื่อดึงดูดผู้บริโภคและเพิ่มโอกาสในการขาย สเตฟาโน สกันเดลลี รองประธานอาวุโสประจำภูมิภาคยุโรป ตะวันออกกลาง แอฟริกา และเอเชียแปซิฟิก ของรีเล็กซ์ โซลูชันส์ กล่าวว่า “แม้ว่าโปรโมชันจะช่วยสร้างยอดขายได้ แต่ไม่ใช่ว่าทุกโปรโมชันจะมีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะสร้างกำไรแก่ธุรกิจค้าปลีก โดยงานวิจัยจากรีเล็กซ์ โซลูชันส์ พบว่า 1 ใน 3 ของโปรโมชันไม่สามารถเพิ่มยอดขายหรือสร้างผลกำไรได้แต่อย่างใด” นอกเหนือจากนี้โปรโมชันที่ไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอจะส่งผลให้ให้ธุรกิจค้าปลีกสูญเสียเงิน เวลา และความเชื่อมั่นของผู้บริโภค รวมถึงส่งผลเสียต่อความสัมพันธ์ระหว่างซัพพลายเออร์อีกด้วย อีกหนึ่งในข้อควรระวังคือ การจัดโปรโมชันถี่เกินไป เมื่อสินค้าถูกจัดโปรโมชันที่มีประสิทธิภาพต่ำบ่อยครั้ง ไม่เพียงแต่ทำให้คุณค่าและภาพลักษณ์ของสินค้าลดลง แต่ยังกระทบต่อการสร้างกำไรอีกด้วย อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สามารถบ่งบอกได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุดว่าบริษัทค้าปลีกจัดโปรโมชันถี่เกินไปหรือไม่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/uncategorized/3380667">เทคโนโลยีการจัดโปรโมชันให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด หรือ Promotion Optimization อาวุธใหม่ของกลุ่มค้าปลีกไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[NodeStealer 2.0 &#8211; เวอร์ชัน Python: ลอบขโมยบัญชีธุรกิจบนเฟซบุ๊ก]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/it/3371943</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 18 Aug 2023 17:13:38 +0700</pubDate>
				<category>it</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/it/3371943</guid>

					<description><![CDATA[<p>นักวิจัยจาก Unit 42 ของพาโล อัลโต้ เน็ตเวิร์กส์ เปิดเผยการโจมตีด้วยฟิชชิงครั้งใหม่ภายใต้ชื่อ NodeStealer 2.0 ที่มุ่งเป้าไปยังบัญชีธุรกิจบนเฟซบุ๊ก โดยล่อลวงเหยื่อด้วยการแจกเครื่องมือฟรีสำหรับธุรกิจ เช่น เทมเพลตสเปรดชีต จากนั้นจึงเข้ายึดบัญชีเป้าหมายในที่สุด กลยุทธ์ดังกล่าวชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มที่น่ากังวลเนื่องจากคนร้ายได้เริ่มเบนเป้าไปที่บัญชีธุรกิจบนเฟซบุ๊ก มากขึ้นนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปีที่แล้วเป็นต้นมา เมื่อเดือนพฤษภาคม 2566 ทาง Meta ได้ออกรายงานฉบับหนึ่งเกี่ยวกับ NodeStealer ซึ่งเป็นมัลแวร์ที่มุ่งขโมยข้อมูลที่สร้างขึ้นเมื่อเดือนกรกฎาคม 2565 พร้อมแสดงรายละเอียดพฤติกรรมอันตรายที่ควรจับตาของ NodeStealer ซึ่งถูกตรวจพบในเดือนมกราคม 2566 ขณะที่เมื่อเดือนธันวาคม 2565 ได้เกิดการโจมตีด้วย NodeStealer เวอร์ชันใหม่ โดยเกี่ยวข้องกับมัลแวร์ที่ถูกดัดแปลงด้วย Python จำนวน 2 ตัว ที่มีความสามารถมากขึ้น เช่น การโจรกรรมคริปโทเคอร์เรนซี ความสามารถในการดาวน์โหลด และการยึดครองบัญชีธุรกิจบนเฟซบุ๊ก การโจมตีด้วยฟิชชิงของ NodeStealer 2.0 ต้นตอการแพร่ระบาดหลักมาจากการโจมตีด้วยฟิชชิงที่เน้นล่อลวงด้วยการแจกสื่อวัสดุโฆษณาสำหรับธุรกิจ ทำให้คนร้ายสามารถขโมยคุกกี้ของเบราว์เซอร์เพื่อปล้นบัญชีบนแพลตฟอร์มโดยมีเป้าหมายที่บัญชีธุรกิจเป็นพิเศษ คนร้ายจะใช้เพจและบัญชีผู้ใช้เฟซบุ๊ก สลับกันไปมาเพื่อโพสต์ข้อมูล ล่อลวงเหยื่อให้ดาวน์โหลดลิงก์จากผู้ให้บริการพื้นที่จัดเก็บไฟล์บนคลาวด์ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดี หลังจากคลิกลิงก์ดังกล่าว ระบบก็จะดาวน์โหลดไฟล์ ZIP ลงบนเครื่อง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/it/3371943">NodeStealer 2.0 &#8211; เวอร์ชัน Python: ลอบขโมยบัญชีธุรกิจบนเฟซบุ๊ก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เอสไอจี ก้าวสู่เป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/energy/3367631</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 09 Aug 2023 12:10:36 +0700</pubDate>
				<category>energy</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/energy/3367631</guid>

					<description><![CDATA[<p>เอส ไอ จี เดินหน้าสู่ Net Zero หรือลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ตามแนวทางมาตรฐานการส่งเสริมให้ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยอิงกับเป้าหมายบนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ (SBTi)  เอส ไอ จี ผู้ให้บริการโซลูชันชั้นนำด้านบรรจุภัณฑ์เพื่อความยั่งยืน ได้รับการอนุมัติทั้งกลุ่มธุรกิจในด้านเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ตามแนวทางมาตรฐานการส่งเสริมให้ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยอิงกับเป้าหมายบนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ (Science Based Targets Initiative: SBTi) บริษัทมุ่งมั่นที่จะบรรลุเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก(GHG) สุทธิเป็นศูนย์ ตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่าของบริษัทภายในปี 2593 ซึ่งเป็นความมุ่งมั่นที่ท้าทายที่สุดที่มีให้ผ่านแนวทาง SBTi จากบริษัทกว่า 2,000 แห่งทั่วโลกที่มีเป้าหมายเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือกระจกสุทธิเป็นศูนย์ เอส ไอ จีเป็นหนึ่งใน 300 บริษัทแรกที่ดำเนินการตามแนวทางมาตรฐานโดยอิงเป้าหมายบนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ (SBTi)  บริษัทเอส ไอ จี เป็นธุรกิจชั้นนำด้านโซลูชันบรรจุภัณฑ์ มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ช่วงต้นปีที่ผ่านมาบริษัทได้ฉลองครบรอบ 170 ปีของการดำเนินธุรกิจ และได้กำหนดเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่อิงกับเป้าหมายบนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ทั้งในระยะสั้นและระยะยาวตามแนวทางของ SBTi โดยบริษัทมุ่งมั่นที่จะบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์หรือ Net Zero โดยการสร้างสมดุลระหว่างการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเกิดจากกระบวนการผลิตกับการดูดซับก๊าซเรือนกระจกจากชั้นบรรยากาศภายในปี 2593 ซึ่งเป้าหมายใหม่นี้มีความท้าทายกว่าเป้าหมายเดิมที่ตั้งเป้าไว้และได้รับการรับรองจากSBTi ในปี 2561 และ 2563 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/energy/3367631">เอสไอจี ก้าวสู่เป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[รีเล็กซ์ โซลูชันส์ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานด้วย RELEX-GPT]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/it/3361761</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 21 Jul 2023 15:26:14 +0700</pubDate>
				<category>it</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/it/3361761</guid>

					<description><![CDATA[<p>รีเล็กซ์ โซลูชันส์ ผู้นำโซลูชันด้านการเพิ่มประสิทธิภาพแก่ซัพพลายเชนและระบบค้าปลีก ได้พัฒนาเครื่องมือ AI ใหม่ภายใต้ชื่อ RELEX-GPT ที่ใช้ประโยชน์จากโมเดล AI แบบเดียวกับ ChatGPT แต่อยู่ในสภาพแวดล้อมระดับองค์กรที่ปลอดภัย และสามารถเข้าถึงระบบฐานความรู้ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์เฉพาะของรีเล็กซ์ ระบบใหม่ดังกล่าวตอกย้ำความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนนวัตกรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของรีเล็กซ์ โซลูชันส์ RELEX-GPT ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางองค์ความรู้ที่ ในขณะเดียวกัน เพิ่มความสะดวกรวดเร็ว ในการเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของรีเล็กซ์ ช่วยให้กระบวนการทำงานระหว่างทีมต่างๆ มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เครื่องมือดังกล่าวสามารถอธิบายหลักการเพิ่มเติมและตอบคำถามที่ซับซ้อนได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังสามารถเรียกดึงและสรุปข้อมูลสำคัญได้ทันที ถือเป็นระบบที่มีประโยชน์อย่างมากต่อการคิดค้นและสร้างไอเดีย ทั้งยังช่วยรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องจำนวนมากเพื่อใช้แก้ไขปัญหาได้ในมิติใหม่ ทอมมี วิลคาโม ผู้อำนวยการของ RELEX Labs จากรีเล็กซ์ โซลูชันส์ กล่าวว่า &#8220;ลูกค้ากลุ่มแรกที่ได้ทดลองใช้ระบบของรีเล็กซ์พบว่า ประสิทธิภาพการทำงานเพิ่มขึ้น ลดภาระงานประจำวัน ทำให้มีเวลาทุ่มเทกับงานเชิงกลยุทธ์หรืองานอื่นๆ ที่มีประโยชน์ได้มากขึ้น&#8221; พร้อมเสริมว่า  &#8220;รีเล็กซ์มุ่งมั่นในเรื่องการเพิ่มศักยภาพตลอดมา ไม่เฉพาะกับพนักงานของรีเล็กซ์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงลูกค้าและพาร์ตเนอร์ ซึ่งการใช้ RELEX-GPT ที่ทรงพลังจะช่วยเพิ่มความพึงพอใจของพนักงานได้อย่างดีเยี่ยม&#8221; ประโยชน์จากการติดตั้งใช้งานเครื่องมือ AI ที่รีเล็กซ์เห็นผลชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น ChatGPT, GitHub Copilot รวมถึง RELEX-GPT  [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/it/3361761">รีเล็กซ์ โซลูชันส์ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานด้วย RELEX-GPT</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เอสไอจี จับมือไทยเดนมาร์ค เปิดตัวโครงการ “เก็บกล่องดี-รีไซเคิลได้” ตั้งเป้าเก็บกล่องนมใช้แล้วเข้าสู่ระบบรีไซเคิล 1,000,000 กล่อง]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3357270</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Jul 2023 13:32:15 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3357270</guid>

					<description><![CDATA[<p>เอสไอจี ผู้นำการให้บริการโซลูชันด้านบรรจุภัณฑ์เพื่อโลกที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น จับมือองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย หรือที่รู้จักกันในนาม ไทยเดนมาร์ค เปิดตัวโครงการนำร่อง “เก็บกล่องดี-รีไซเคิลได้” ในการดำเนินการเก็บกล่องนมโรงเรียน รวมถึงกล่องเครื่องดื่มทุกชนิดหลังจากการบริโภค ตั้งเป้าหมายเก็บกล่องนม 1,000,000 กล่อง จาก 100 โรงเรียนและชุมชนจังหวัดขอนแก่น เพื่อนำกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลให้ได้มากที่สุด โดยโครงการดังกล่าว เป็นหนึ่งในพันธกิจ ที่ช่วยสนับสนุนการขับเคลื่อนการจัดการบรรจุภัณฑ์ อย่างยั่งยืน และผลักดันให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนในประเทศไทย  โครงการนำร่องดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้กับคุณครู นักเรียนและคนในชุมชน รวมถึงคนทั่วไป ได้ตระหนักถึง การจัดการบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วอย่างถูกวิธี และส่งเสริมความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในการคัดแยก และจัดเก็บกล่องเครื่องดื่มหลังจากบริโภคแล้ว รวมถึงประสานงานในการขนส่งเพื่อดำเนินการจัดเก็บกล่องนมและกล่องเครื่องดื่มจากแหล่งต่างๆ เข้าสู่ระบบการรีไซเคิลอย่างเป็นรูปธรรม ตั้งเป้าหมายในการเก็บกล่องกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล 1,000,000 กล่อง หรือคิดเป็นน้ำหนักประมาณ 10,000 กิโลกรัม จากโรงเรียน 100 โรงเรียน และดำเนินการผ่าน องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น 14 แห่ง ในจังหวัดขอนแก่น นับตั้งแต่วันเปิดตัวโครงการ &#8211; ธันวาคม 2566&#160; นายแดนณรงค์ ทองอันตัง หัวหน้าสํานักงาน องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิดเผยว่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3357270">เอสไอจี จับมือไทยเดนมาร์ค เปิดตัวโครงการ “เก็บกล่องดี-รีไซเคิลได้” ตั้งเป้าเก็บกล่องนมใช้แล้วเข้าสู่ระบบรีไซเคิล 1,000,000 กล่อง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[Paessler เผยรายงาน แนวปฏิบัติด้านความยั่งยืนและการทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นของธุรกิจที่เดินไปคนละทาง]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/it/3355424</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 06 Jul 2023 14:48:47 +0700</pubDate>
				<category>it</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/it/3355424</guid>

					<description><![CDATA[<p>สาระสำคัญ: แนวปฏิบัติด้านความยั่งยืนและการทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นขององค์กรต่างๆ ในไทยมีเส้นทางที่แยกกันอย่างชัดเจน โดยรายงานล่าสุดจาก Paessler ผู้เชี่ยวชาญด้านการมอนิเตอร์โครงสร้างและเครือข่ายระบบ IT ในหัวข้อ &#8220;ทิศทางที่ต้องจับตา: การมอนิเตอร์ระบบ คือ เส้นทางสู่ระบบ IT ที่ยั่งยืน&#8221; ได้จัดทำขึ้นเพื่อเปิดเผยสถานการณ์ปัจจุบันของแนวปฏิบัติด้านความยั่งยืนในธุรกิจต่างๆ โดยเจาะลึกลงไปถึงปัจจัยขับเคลื่อนและอุปสรรคต่อการดำเนินแผนด้าน IT ที่ยั่งยืน ข้อมูลในรายงานระบุว่า ปัญหาการขาดความรู้เชิงเทคนิคในการดำเนินแผนงาน (58%) การขาดความชัดเจนจากหน่วยงานภาครัฐในเรื่องมาตรฐานการรายงานผล (45%) ต้นทุนการดำเนินแผนงาน (48%) และปัญหาการบริหารตัวชี้วัดด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ให้สอดคล้องกับเป้าหมายการเติบโต (40%) ทั้งหมดถือเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเดินหน้าตามแนวปฏิบัติด้านความยั่งยืนในไทย องค์กรต่างๆ ในไทยราว 55% มองสถานการณ์ในแง่บวกและมั่นใจในสถานการณ์ธุรกิจในอีก 3 ปี ข้างหน้า รายงานยังเปิดเผยด้วยว่า ธุรกิจในไทย มองเรื่องความยั่งยืน และการทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน เป็นคนละส่วนโดยไม่เกี่ยวข้องกัน ทำให้องค์กรต่างๆ จัดทำกรอบการทำงานด้านความยั่งยืนและกลยุทธ์ด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันแยกจากกัน ท้ายที่สุดก็ทำให้การใช้ทรัพยากร ไม่ว่าจะเป็นงบประมาณ เวลา และทักษะ ไม่บรรลุผลเท่าที่ควร อีกทั้งยังขาดความสามารถ และความชำนาญในการจัดทำ กรอบการทำงานด้านความยั่งยืนและดำเนินการตามแผนดังกล่าว จนเห็นได้ชัดว่าแนวปฏิบัติด้านความยั่งยืนและการทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นขององค์กรต่างๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/it/3355424">Paessler เผยรายงาน แนวปฏิบัติด้านความยั่งยืนและการทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นของธุรกิจที่เดินไปคนละทาง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[รีเล็กซ์ เผยแผนขยายธุรกิจในเอเชียแปซิฟิกและไทย ซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3354570</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 04 Jul 2023 16:09:28 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/business/3354570</guid>

					<description><![CDATA[<p>รีเล็กซ์ โซลูชันส์ ผู้ให้บริการโซลูชันการวางแผนด้านซัพพลายเชนและระบบค้าปลีกแบบรวมศูนย์ ประกาศแผนขยายตลาดปักหมุดภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกรวมถึงประเทศไทย หลังจากเพิ่งได้รับเงินทุนกว่า 500 ล้านยูโร (ประมาณ 19,240 ล้านบาท) จาก Blackstone Growth (BXG) เมื่อปี 2565 ที่ผ่านมา ทั้งนี้ รีเล็กซ์มีการลงทุนในระดับโลกมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการวิจัยและพัฒนา (R&#38;D) การขยายกิจการสู่ยุโรป แอฟริกา ลาตินอเมริกา และการเพิ่มบทบาทในเอเชียแปซิฟิก รวมถึงประเทศไทยให้มากขึ้น สเตฟาโน สกันเดลลี รองประธานอาวุโสประจำภูมิภาคยุโรป ตะวันออกกลาง แอฟริกา และเอเชียแปซิฟิก ของรีเล็กซ์ โซลูชันส์ กล่าวว่า “ประเทศไทยเป็นตลาดค้าปลีกขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งไม่เพียงแค่รองรับลูกค้าในประเทศเท่านั้น แต่ยังรวมถึงลูกค้าในต่างประเทศด้วย” &#160;พร้อมกล่าวต่อว่า &#8220;อุตสาหกรรมค้าปลีกของไทยที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ทำให้กลุ่มค้าปลีกต่างกำลังมองหาเทคโนโลยีและวิธีลงทุนให้คุ้มค่ายิ่งขึ้น เพื่อมอบประโยชน์สูงสุดแก่ผู้บริโภค บริษัทเหล่านี้มีความจำเป็นที่จะต้องรักษาศักยภาพในการแข่งขันให้มากที่สุดในตลาดค้าปลีกที่คาดว่าจะมีมูลค่ามากกว่า127,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 4.45 ล้านล้านบาท) ในปี 2566&#8221; ข้อมูลจาก Statista ระบุว่า ในปี 2561 &#160;มูลค่าการค้าปลีกรวมในไทยอยู่ที่ราว [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3354570">รีเล็กซ์ เผยแผนขยายธุรกิจในเอเชียแปซิฟิกและไทย ซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[Paessler และ PATLITE จับมือเร่งเดินหน้าดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันในเทคโนโลยีเชิงปฏิบัติการ ตอบรับยุคอุตสาหกรรม 4.0]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/it/3346375</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 13 Jun 2023 11:10:35 +0700</pubDate>
				<category>it</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/it/3346375</guid>

					<description><![CDATA[<p>วันนี้ Paessler ผู้เชี่ยวชาญด้านการมอนิเตอร์โครงสร้างและเครือข่ายระบบ IT ประกาศจับมือเป็นพันธมิตรกับ PATLITE ซึ่งเป็นผู้นำระดับโลกที่มีนวัตกรรมล้ำหน้าในด้านการพัฒนาและผลิตเสาสัญญาณเตือน เสียงและไฟสัญญาณเตือน และอุปกรณ์บอกสถานะสำหรับระบบอัตโนมัติในโรงงานและยุคอุตสาหกรรม 4.0 ความร่วมมือดังกล่าวเป็นการผสานความชำนาญด้านการมอนิเตอร์ระบบเครือข่าย IT ของ Paessler กับความสามารถด้านเทคโนโลยีเชิงปฏิบัติการ (OT) ของ PATLITE เพื่อช่วยผลักดันการทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันขององค์กรในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในด้าน OT ให้รุดหน้ารวดเร็วยิ่งขึ้น จิม ลี ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจประจำเอเชียแปซิฟิกของ Paessler กล่าวว่า &#8220;การหลอมรวมด้าน IT และ OT เข้าด้วยกันได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีประโยชน์ต่อองค์กรต่างๆ ไม่ว่าจะเพื่อการปรับปรุงการปฏิบัติงานหรือการสร้างข้อได้เปรียบให้องค์กรตาม อย่างไรก็ดี เทคโนโลยี IT และ OT ที่ทำงานแยกจากกันทำให้เกิดอุปสรรคสำคัญที่กีดขวางภารกิจดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันจนไม่อาจได้รับประโยชน์สูงสุด ดังนั้น เราจึงจับมือกับ PATLITE เพื่อให้ลูกค้าได้รับแนวทางการมอนิเตอร์ระบบ IT และ OT ที่ทำงานร่วมกันได้อย่างครบถ้วน ทำให้องค์กรเข้าใจโครงสร้างระบบได้ดียิ่งขึ้น เพิ่มความคล่องตัวทางธุรกิจ และนำไปสู่การเติบโตทางรายได้ในที่สุด&#8221; ภายใต้ความร่วมมือในครั้งนี้ Paessler จะผสานรวมโซลูชัน PRTG ที่ใช้ในการมอนิเตอร์ระบบเครือข่ายกับประสบการณ์ที่รอบด้านในด้าน OT [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/it/3346375">Paessler และ PATLITE จับมือเร่งเดินหน้าดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันในเทคโนโลยีเชิงปฏิบัติการ ตอบรับยุคอุตสาหกรรม 4.0</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
	</channel>
</rss>
