<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
>
<channel>
	<title>ThaiPR.NET</title>
	<atom:link href="https://www.thaipr.net/tag/%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%81-%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%99-%e0%b8%ae%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%a5/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thaipr.net/tag/บางกอก-เชน-ฮอสปิทอล</link>
	<description>Press Release Distribution Center of Thailand</description>
	<lastBuildDate>Fri, 24 Apr 2026 17:45:02 +0700</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.1</generator>
	<item>
		<title><![CDATA[รู้ทันสัญญาณอันตราย “โนโรไวรัส (Norovirus)”]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3558710</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 27 Dec 2024 10:03:33 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3558710</guid>

					<description><![CDATA[<p>หน้าหนาวแบบนี้ มีโรคใหม่กำลังระบาดอีกแล้ว!! นั่นก็คือ ”โนโรไวรัส” มักเกิดขึ้นในเด็ก ซึ่งตอนนี้มีเด็ก ๆ ติดเชื้อมากกว่า 1,000 คนแล้ว โนโรไวรัสคือโรคระบบทางเดินอาหารในคนทุกช่วงวัย โดยเฉพาะในเด็กและผู้สูงอายุ ไวรัสชนิดนี้มักทำให้เกิดอาการท้องเสีย อาเจียน และปวดท้องอย่างเฉียบพลัน  และแพร่ระบาดได้ง่ายในชุมชนหรือสถานที่ที่คนอยู่ร่วมกันจำนวนมาก เช่น โรงเรียน โรงพยาบาล และบ้านพักคนชรา สาเหตุของการติดเชื้อโนโรไวรัส       ไวรัสชนิดนี้สามารถทนต่อสภาพแวดล้อมได้ดี แม้จะอยู่ในอุณหภูมิต่ำหรือสูง ทำให้สามารถแพร่เชื้อได้ง่าย อาการของการติดเชื้อโนโรไวรัส มักปรากฏภายใน 12-48 ชั่วโมงหลังได้รับเชื้อ และอาจคงอยู่ประมาณ 1-3 วัน **  ในผู้ป่วยบางราย โดยเฉพาะเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุ อาจเสี่ยงต่อการขาดน้ำ หากมีอาการดังนี้ควรพบแพทย์ทันที การรักษา ปัจจุบันไม่มีการรักษาเฉพาะสำหรับการติดเชื้อโนโรไวรัส การรักษาเน้นการประคับประคองอาการ เช่น: การป้องกันการติดเชื้อโนโรไวรัส การติดเชื้อโนโรไวรัส มักเกิดขึ้นในเด็ก หากผู้ปกครองท่านใดกังวลว่าลูกบุตรหลาน จะได้รับเชื้อไวรัสตัวนี้ ควรดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด รับประทานอาหารที่ปรุงสุกและมีประโยชน์ ป้องกันตัวเองในเรื่องของความสะอาดและดูแลหมั่นสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด หากเกิดอาการตามข้อมูลข้างต้น ควรรีบพาบุตรหลานเข้าพบแพทย์ให้เร็วที่สุด เพื่อป้องกันการเกิดโรค บทความโดย แพทย์หญิง ศิริพร แจ่มจำรัส แพทย์ผู้ชำนาญการด้านการพัฒนาการเด็ก โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล (WMC)</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3558710">รู้ทันสัญญาณอันตราย “โนโรไวรัส (Norovirus)”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล (WMC) ลงนาม MOU ร่วมกับ Aasandha ขยายความร่วมมือในการรับส่งต่อผู้ป่วยจากประเทศมัลดีฟส์]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3553582</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 12 Dec 2024 08:57:26 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3553582</guid>

					<description><![CDATA[<p>(10 ธ.ค.67) ศ.นพ.อดิศร ภัทราดูลย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอลได้ลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกับ Aasandha Company LTD (“Aasandha”) บริษัทร่วมทุนระหว่างรัฐบาลของประเทศมัลดีฟส์ และ Allied Insurance Company of Maldives ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการบริหารโครงการประกันสุขภาพแห่งชาติของประชาชนมัลดีฟส์  โดยการร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการให้บริการทางการแพทย์ เพื่อให้ Aasandha สามารถส่งต่อผู้ป่วยโรคซับซ้อนสูง ให้สามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพ โดยการสร้างความร่วมมือกับโรงพยาบาลชั้นนำในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐานคุณภาพการให้บริการระดับสากล Joint Commission International : JCI ด้วยเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัย และบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ และสามารถให้บริการครอบคลุมการรักษาผู้ป่วยจนถึงระดับตติยภูมิ เพื่อพัฒนาการเข้าถึงบริการสุขภาพที่ดีขึ้นสำหรับประชาชนในประเทศมัลดีฟส์ตั้งแต่เดือนมกราคมปี 2568 เป็นต้นไป สำหรับในช่วงเก้าเดือนปี 2567 ที่ผ่านมา Aasandha ได้ใช้งบประมาณด้านการรักษาพยาบาลสำหรับประชาชนในประเทศ มัลดีฟส์ จำนวน 2,564 ล้านรูฟียาห์มัลดีฟส์ MVR หรือคิดเป็นประมาณ 5,640 ล้านบาท สำหรับการดูแลรักษาผู้ป่วย จำนวน 821,989 ราย โดยแบ่งเป็นผู้ป่วยที่ส่งตัวไปรักษายังต่างประเทศ รวม 6,868 ราย (ที่มา : https://www.aasandha.mv/dv)</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3553582">โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล (WMC) ลงนาม MOU ร่วมกับ Aasandha ขยายความร่วมมือในการรับส่งต่อผู้ป่วยจากประเทศมัลดีฟส์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[อองโคเทอร์เมียกับการรักษามะเร็งปากมดลูก]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3549480</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 29 Nov 2024 11:21:46 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3549480</guid>

					<description><![CDATA[<p>“มะเร็งปากมดลูก”  เป็นโรคที่เกิดจากการเจริญเติบโตผิดปกติของเซลล์ที่บริเวณปากมดลูก มักเกิดกับคุณผู้หญิงและเกิดโดยไม่ทันตั้งตัว  ซึ่งเป็นส่วนล่างของมดลูกที่เชื่อมต่อกับช่องคลอด โดยทั่วไปมะเร็งชนิดนี้มักมีสาเหตุมาจากการติดเชื้อไวรัส HPV (Human Papillomavirus) ซึ่งเป็นไวรัสที่สามารถติดต่อได้ทางเพศสัมพันธ์ โดยเฉพาะเชื้อไวรัส HPV ชนิดความเสี่ยงสูงที่สามารถทำให้เซลล์ที่ปากมดลูกเกิดการเปลี่ยนแปลงผิดปกติ และอาจพัฒนาเป็นมะเร็งได้ในระยะยาว ซึ่งในปัจจุบันมีวิธีการรักษาเกิดขึ้นมากมายทำให้รักษาโรงมะเร็คปากมดลูกได้อย่างทันถ้วงที การเพิ่มอองโคเทอร์เมียเข้าไปในแผนการรักษามะเร็งปากมดลูกสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาได้ในหลายด้าน ทำให้การรักษามะเร็งมีความเข้มข้นและเจาะจงมากยิ่งขึ้น ซึ่งส่งผลดีต่อผลลัพธ์ของผู้ป่วย โดยรายละเอียดของการเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาหากใช้อองโคเทอร์เมียควบคู่กับวิธีการรักษาแผนปัจจุบัน การทำลายเซลล์มะเร็งที่ตรงจุดและมีประสิทธิภาพมากขึ้น อองโคเทอร์เมียใช้คลื่นความถี่สูงเพื่อสร้างความร้อนเฉพาะจุดที่เซลล์มะเร็งอยู่ ความร้อนนี้ทำลายผนังเซลล์ของเซลล์มะเร็ง ทำให้เซลล์เหล่านี้อ่อนแอและเสื่อมสภาพลง เมื่อใช้ควบคู่กับรังสีบำบัดหรือเคมีบำบัด เซลล์มะเร็งที่ถูกทำลายจากความร้อนจะตอบสนองต่อการรักษาอื่น ๆ ได้ดียิ่งขึ้น ผลลัพธ์คือการลดขนาดของก้อนเนื้อหรือการหยุดการแพร่กระจายของมะเร็ง เสริมประสิทธิภาพของรังสีบำบัด การรักษาด้วยรังสีบำบัดจะทำงานได้ดียิ่งขึ้นเมื่อเซลล์มะเร็งถูกทำให้อ่อนแอลงจากอองโคเทอร์เมีย ความร้อนจากอองโคเทอร์เมียทำให้เซลล์มะเร็งไวต่อการทำลายจากรังสีมากขึ้น ผลคือเซลล์มะเร็งตายง่ายขึ้นในระหว่างการรักษาด้วยรังสี ซึ่งทำให้ระยะเวลาในการรักษาสั้นลงและผลลัพธ์ของการรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น เสริมฤทธิ์ของยาเคมีบำบัด อองโคเทอร์เมียทำให้หลอดเลือดรอบ ๆ ก้อนเนื้องอกขยายตัว ส่งผลให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น และช่วยให้ยาเคมีบำบัดเข้าถึงเซลล์มะเร็งได้มากขึ้น ยาเคมีบำบัดที่เข้าสู่เนื้อเยื่อมะเร็งจะสามารถทำลายเซลล์มะเร็งได้อย่างทั่วถึงและรวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการลดขนาดเนื้องอกและยับยั้งการเติบโตของเซลล์มะเร็ง ช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ความร้อนจากอองโคเทอร์เมียช่วยกระตุ้นเซลล์ภูมิคุ้มกันในร่างกาย เช่น เซลล์ T และเซลล์นักฆ่าธรรมชาติ (NK cells) ทำให้เซลล์เหล่านี้สามารถเข้าไปโจมตีเซลล์มะเร็งได้มากขึ้น โดยเมื่อระบบภูมิคุ้มกันทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ ร่างกายจะมีความสามารถในการต่อสู้กับเซลล์มะเร็งได้ดีขึ้น ช่วยลดการเกิดซ้ำของมะเร็งและป้องกันการแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่น ๆ ลดโอกาสการเกิดผลข้างเคียงรุนแรงจากการรักษา การผสมผสานอองโคเทอร์เมียช่วยให้แพทย์สามารถลดปริมาณยาเคมีบำบัดและรังสีที่ใช้ในการรักษาลงได้ ส่งผลให้ผลข้างเคียงจากยาเคมีบำบัดหรือรังสีบำบัด เช่น อาการอ่อนเพลีย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3549480">อองโคเทอร์เมียกับการรักษามะเร็งปากมดลูก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[WMC ลงนาม MOU ขยายสาขา ‘ศูนย์รักษามะเร็งก้าวหน้า’ ในประเทศพม่า]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3541640</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 07 Nov 2024 10:00:43 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3541640</guid>

					<description><![CDATA[<p>โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกับ Moe Tree Hospital เมืองย่างกุ้ง ประเทศพม่า เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2567 ที่ผ่านมา โดยมี ศ.นพ.อดิศร ภัทราดูลย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล และ Mr.Kyaw Tun Director Moe Tree Hospital เป็นผู้ลงนาม ณ โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล ถ.แจ้งวัฒนะ โดยการลงนามความร่วมมือครั้งนี้เป็นการขยายสาขาเพื่อยกระดับการรักษาและการส่งต่อผู้ป่วยโรคมะเร็งของ WMC New Frontier Cancer Center ศูนย์รักษามะเร็งก้าวหน้า ที่ผสมผสานการรักษาระหว่างแพทย์แผนปัจจุบันและการแพทย์ขั้นสูง ซึ่งการร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการเติบโตของโรงพยาบาลจากระดับชาติ สู่ระดับนานาชาติ ซึ่งถือเป็นโรงพยาบาลเอกชนเพียงไม่กี่แห่งที่ได้รับความเชื่อมั่นจากต่างชาติในการให้บริการทางการแพทย์</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3541640">WMC ลงนาม MOU ขยายสาขา ‘ศูนย์รักษามะเร็งก้าวหน้า’ ในประเทศพม่า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ปัญหาใหญ่หญิงสูงวัย “ช่องคลอดหย่อน” เป็นแล้วรักษาอย่างไร?]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3540138</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 04 Nov 2024 10:08:32 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3540138</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ช่องคลอดหย่อน” เป็นปัญหาของหญิงสูงวัยหลาย ๆ ท่าน อาจมองว่าเป็นเรื่องไกลตัว แต่จริง ๆ แล้วมันสามารถก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพของผู้หญิงได้ในอนาคตได้ แต่ไม่ต้องกังวล เพราะมีวิธีการรักษาที่มืออาชีพที่จะช่วยให้คุณกลับมาสดชื่นอีกครั้ง&#8230; ช่องคลอดหย่อนในผู้หญิงสูงวัย (Pelvic Organ Prolapse) เป็นภาวะที่เกิดจากการเสื่อมสภาพของกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อที่รองรับอวัยวะในอุ้งเชิงกราน เมื่อกล้ามเนื้อเหล่านี้อ่อนแรงลงหรือได้รับความเสียหาย อวัยวะภายใน เช่น กระเพาะปัสสาวะ มดลูก หรือลำไส้ส่วนล่าง อาจเกิดการเคลื่อนตัวลงมาทำให้เกิดการหย่อนคล้อยของช่องคลอด ปัจจัยที่ทำให้ช่องคลอดหย่อนในผู้หญิงสูงวัย วัยหมดประจำเดือนเมื่อระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลง เนื้อเยื่อบริเวณอุ้งเชิงกรานจะสูญเสียความยืดหยุ่นและความแข็งแรง การคลอดบุตรผู้ที่เคยคลอดบุตรทางช่องคลอดอาจมีความเสี่ยงสูงขึ้น เนื่องจากการคลอดสามารถทำให้กล้ามเนื้อและเนื้อเยื่ออ่อนแอลง อายุที่เพิ่มขึ้นการเสื่อมสภาพตามธรรมชาติของกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อทำให้มีแนวโน้มเกิดภาวะหย่อนในผู้สูงอายุ การมีน้ำหนักเกินความดันที่เพิ่มขึ้นในช่องท้องจากน้ำหนักส่วนเกินสามารถเพิ่มความเสี่ยงในการหย่อนของช่องคลอด โรคที่เกี่ยวกับแรงดันในช่องท้องการมีอาการท้องผูกเรื้อรัง การไอเรื้อรังจากโรคปอด หรือการยกของหนักบ่อยๆ สามารถเพิ่มความดันในช่องท้องและทำให้กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานอ่อนแอลง น้ำหนักตัวมาก อาการของช่องคลอดหย่อนในผู้สูงวัย ความรู้สึกว่ามีก้อนหรือแรงกดในบริเวณช่องคลอด ปัสสาวะไม่สุด หรือมีอาการปัสสาวะเล็ด มีปัญหาในการถ่ายอุจจาระ ความรู้สึกไม่สบายหรือปวดในอุ้งเชิงกราน การรักษา การออกกำลังกายกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน (Kegel exercise)ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานให้แข็งแรงขึ้น การใช้ห่วงพยุงช่องคลอด (Pessary)เป็นอุปกรณ์ที่ใส่เข้าไปในช่องคลอดเพื่อช่วยพยุงอวัยวะที่หย่อนลงมา การรักษาด้วยฮอร์โมนการใช้ฮอร์โมนเอสโตรเจนท้องถิ่นอาจช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของเนื้อเยื่อในช่องคลอด การผ่าตัดหากภาวะหย่อนรุนแรง แพทย์อาจแนะนำการผ่าตัดเพื่อซ่อมแซมกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อที่รองรับอวัยวะ การเลเซอร์รักษาช่องคลอดหย่อน (Laser Vaginal Rejuvenation)เป็นการรักษาที่ใช้แสงเลเซอร์เพื่อกระตุ้นการฟื้นฟูเนื้อเยื่อและกล้ามเนื้อบริเวณช่องคลอด โดยมีวัตถุประสงค์ในการเพิ่มความกระชับและยืดหยุ่นของช่องคลอด การป้องกัน บริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานอย่างสม่ำเสมอ ควบคุมน้ำหนักไม่ให้มากเกินไป หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่เพื่อลดโอกาสการไอเรื้อรัง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3540138">ปัญหาใหญ่หญิงสูงวัย “ช่องคลอดหย่อน” เป็นแล้วรักษาอย่างไร?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[‘คุณกันตพร-คุณพรสุดา หาญพาณิชย์’ เข้ารับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3539795</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 01 Nov 2024 14:52:21 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3539795</guid>

					<description><![CDATA[<p>วานนี้ (31 ต.ค. 67) คุณกันตพร หาญพาณิชย์ กรรมการบริหารและรองกรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) เข้ารับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ ชั้นสายสะพาย ประจำปี 2567 พร้อมด้วยคุณพรสุดา หาญพาณิชย์ กรรมการบริหารและรองกรรมการผู้จัดการฝ่ายฝ่ายการเงิน บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) เข้ารับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ ชั้นสายสะพาย ประจำปี 2567 ของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ ห้องแถลงข่าวชั้น 1 อาคารพระจอมเกล้า สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยมี นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานในพิธี</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3539795">‘คุณกันตพร-คุณพรสุดา หาญพาณิชย์’ เข้ารับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ต่อมบาร์โธลินอักเสบ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3528301</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 30 Sep 2024 13:40:13 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3528301</guid>

					<description><![CDATA[<p>ต่อมบาร์โธลินอักเสบอีกหนึ่งโรคที่พบได้บ่อยในคุณผู้หญิง แน่นอนว่าหากเป็นโรคนี้เมื่อไหร่ มักจะรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมาก ดังนั้นเรามาเช็กพฤติกรรมเสี่ยงและเรียนรู้วิธีป้องกันให้ห่างไกลจากโรคต่อมบาร์โธลินอักเสบกัน  ต่อมบาร์โธลินเป็นต่อมขนาดเล็กที่อยู่บริเวณด้านข้างของช่องคลอด ทำหน้าที่ผลิตของเหลวที่ช่วยหล่อลื่นในระหว่างการมีเพศสัมพันธ์ หากต่อมบาร์โธลินเกิดการอุดตันหรือติดเชื้อ จะทำให้เกิดถุงน้ำหรือฝี (บาร์โธลินซีสต์) ซึ่งอาจทำให้เกิดการอักเสบและปวดอย่างรุนแรง สาเหตุของการอักเสบ การติดเชื้อแบคทีเรีย เช่น สแตฟิโลคอคคัส หรือแบคทีเรียที่เกี่ยวข้องกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น หนองในแท้ (Gonorrhea) หรือหนองในเทียม (Chlamydia) การอุดตันของท่อบาร์โธลิน ทำให้ของเหลวไม่สามารถออกจากต่อมได้ อาการต่อมบาร์โธลินอักเสบ ปวดบริเวณช่องคลอดหรือขาหนีบ มีก้อนหรือถุงน้ำใกล้ช่องคลอด บริเวณที่เป็นอาจบวม แดง และร้อน อาจมีไข้และอาการเจ็บปวดเมื่อเดินหรือนั่ง การวินิจฉัยโรค การวินิจฉัยต่อมบาร์โธลินอักเสบมักเริ่มจากการซักประวัติและการตรวจร่างกายโดยแพทย์ โดยแพทย์จะตรวจบริเวณอวัยวะเพศภายนอกเพื่อหาการบวม แดง หรือมีฝีที่เกิดขึ้น หากแพทย์สงสัยว่ามีการติดเชื้อ อาจทำการเจาะหนองจากฝีเพื่อนำไปตรวจเพาะเชื้อ ซึ่งช่วยระบุชนิดของแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดการติดเชื้อและช่วยในการเลือกยาปฏิชีวนะที่เหมาะสม ในบางกรณี โดยเฉพาะในผู้หญิงที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป แพทย์อาจแนะนำให้ตรวจเพิ่มเติม เช่น การตรวจชิ้นเนื้อ (biopsy) เพื่อแยกโรคอื่น ๆ เช่น มะเร็ง โดยเฉพาะหากพบว่ามีการเกิดก้อนที่มีลักษณะผิดปกติ การรักษา การใช้ยาปฏิชีวนะในกรณีที่มีการติดเชื้อ การเจาะถุงน้ำเพื่อระบายของเหลวออก ในกรณีที่อาการรุนแรงมากอาจต้องมีการผ่าตัดหรือทำการใส่ท่อระบาย ไม่ว่าจะเป็นฝีต่อมบาร์โธลิน หรือฝีธรรมดาบริเวณอวัยวะเพศหญิง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3528301">ต่อมบาร์โธลินอักเสบ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[การรักษาโรคมะเร็งเต้านมด้วย Oncothermia ทางเลือกใหม่ในการรักษาที่มีประสิทธิภาพ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3525221</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 23 Sep 2024 13:57:08 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3525221</guid>

					<description><![CDATA[<p>มะเร็งเต้านมเป็นโรคมะเร็งที่พบบ่อยในผู้หญิง และการรักษามักเกี่ยวข้องกับการผ่าตัด การให้เคมีบำบัด การฉายรังสี และการรักษาด้วยยาฮอร์โมน อย่างไรก็ตาม การรักษาเหล่านี้อาจมีผลข้างเคียงที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย การผสมผสานการรักษาแบบทางเลือกที่ไม่รุนแรง เช่น Oncothermia&#160;จึงเป็นแนวทางหนึ่งที่ได้รับความสนใจในการเพิ่มประสิทธิภาพของการรักษาแบบแผนปัจจุบันโดยไม่เพิ่มภาระต่อร่างกายของผู้ป่วยมากนัก Oncothermia คืออะไร?&#160;Oncothermia เป็นการบำบัดด้วยความร้อนที่มีความเฉพาะเจาะจงต่อเซลล์มะเร็ง โดยใช้กระแสไฟฟ้าความถี่สูงเพื่อสร้างความร้อนที่เน้นเฉพาะในบริเวณที่มีเซลล์มะเร็ง ความร้อนนี้จะส่งผลให้เซลล์มะเร็งมีการเสื่อมสภาพ และในที่สุดจะถูกทำลาย ส่วนเซลล์ปกติที่อยู่รอบๆ จะไม่ถูกทำลายเช่นเดียวกัน การใช้ Oncothermia ในการรักษามะเร็งเต้านม&#160;สำหรับผู้ป่วยมะเร็งเต้านม Oncothermia ถูกนำมาใช้ร่วมกับการรักษาแผนปัจจุบัน เช่น การให้เคมีบำบัดหรือการฉายรังสี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำลายเซลล์มะเร็ง วิธีนี้มีข้อดีหลายประการ&#160;ได้แก่ ลดการดื้อยาของเซลล์มะเร็ง: การรักษาด้วย Oncothermia จะช่วยเสริมประสิทธิภาพของเคมีบำบัดและการฉายรังสี โดยการทำให้เซลล์มะเร็งไวต่อการรักษามากขึ้น ลดผลข้างเคียง: การรักษาแบบแผนปัจจุบันมักมีผลข้างเคียงที่รุนแรง เช่น อ่อนเพลีย คลื่นไส้ หรือการสูญเสียผม Oncothermia เป็นวิธีที่ไม่ทำให้ผู้ป่วยมีอาการเหล่านี้เพิ่มขึ้น และสามารถช่วยลดความเจ็บปวดที่เกิดจากมะเร็งเต้านมได้ เพิ่มคุณภาพชีวิต: ผู้ป่วยที่ใช้ Oncothermia มักฟื้นตัวได้เร็วกว่าและสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ ขั้นตอนการรักษา&#160;การรักษาด้วย Oncothermia มักใช้ร่วมกับเคมีบำบัดหรือรังสีบำบัด ซึ่งการรักษานี้จะถูกกำหนดตามสภาพของผู้ป่วย ขั้นตอนหลักๆ จะประกอบไปด้วย การวางขั้วไฟฟ้าไว้บนบริเวณที่มีเนื้องอก ใช้กระแสไฟฟ้าความถี่สูงเพื่อสร้างความร้อนในบริเวณที่มีมะเร็ง ใช้เวลาประมาณ 30-60 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3525221">การรักษาโรคมะเร็งเต้านมด้วย Oncothermia ทางเลือกใหม่ในการรักษาที่มีประสิทธิภาพ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ทำไมเราถึงควรฉีดวัคซีน HPV]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3521522</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 13 Sep 2024 11:13:07 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3521522</guid>

					<description><![CDATA[<p>รู้หรือไม่? จากสถิติของประเทศไทยปี 2020 พบว่าทุก 2 ชั่วโมง มีหญิงไทยเสียชีวิตจากมะเร็งปากมดลูก รู้หรือไม่ว่า มะเร็งปากมดลูกเป็นหนึ่งในมะเร็งไม่กี่ชนิดที่ทราบสาเหตุชัดเจนคือเกิดจากเชื้อไวรัส&#160;HPV รู้หรือไม่ว่า มะเร็งปากมดลูกเป็นหนึ่งในมะเร็งไม่กี่ชนิดที่ป้องกันได้ และรู้หรือไม่ว่า เชื้อ HPV&#160;ไม่ได้ก่อให้เกิดเพียงมะเร็งปากมดลูกเท่านั้น การฉีดวัคซีนป้องกันไวรัส HPV (Human Papillomavirus) จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ควรพิจารณาสำหรับทั้งผู้ชายและผู้หญิงทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ สามารถฉีดได้ในเด็กอายุตั้งแต่ 9 ปีขึ้นไป&#160;จากข้อมูลในปัจจุบันพบว่า ยังมีประโยชน์ถึง 45 ปี เนื่องจากไวรัส HPV ไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะในผู้หญิงเท่านั้น แต่ยังเป็นสาเหตุของโรคร้ายแรงในผู้ชายรวมถึงการเป็นพาหะของโรคอีกด้วย การได้รับวัคซีน HPV จึงเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อและลดความเสี่ยงต่อโรคต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับไวรัสนี้ เหตุผลที่ผู้หญิงควรฉีดวัคซีน HPV ป้องกันมะเร็งปากมดลูก ป้องกันมะเร็งช่องคลอด ป้องกันะเร็งปากช่องคลอด ป้องกันมะเร็งปากและลำคอ ป้องกันมะเร็งทวารหนัก ป้องกันโรคหูดหงอนไก่&#160; คุณผู้ชายหลาย ๆ ท่านอาจจะคิดว่าโรค HPVสามารถเกิดขึ้นได้กับเฉพาะผู้หญิงเท่านั้น แต่ในผู้ชายก็สามารถเกิดโรคได้เช่น มะเร็งทวารหนัก มะเร็งช่องปากและลำคอ หูดหงอนไก่ การฉีดวัคซีนป้องกันไวรัส HPV เป็นสิ่งที่ควรทำทั้งในผู้ชายและผู้หญิง ไม่เพียงแต่เพื่อป้องกันโรคมะเร็งที่ร้ายแรงและโรคหูดหงอนไก่เท่านั้น แต่ยังช่วยลดการแพร่กระจายของเชื้อในชุมชน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ทั้งต่อตัวผู้รับวัคซีนและคนรอบข้าง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3521522">ทำไมเราถึงควรฉีดวัคซีน HPV</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[“โรคหนองใน” โรคที่ผู้หญิงไม่ควรมองข้าม]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3516393</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 02 Sep 2024 10:03:11 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3516393</guid>

					<description><![CDATA[<p>คุณผู้หญิงหลายๆท่านอาจจะคิดว่าโรคหนองในคงจะเป็นเรื่องไกลตัวแต่รู้หรือไม่ว่า โรคหนองในก็สามารถเกิดขึ้นกับคุณผู้หญิงได้เช่นเดียวกัน เพียงแต่โรคนี้อาจไม่ได้แสดงอาการมากเท่าผู้ชายเท่านั้นเอง โรคหนองในคืออะไร? โรคติดเชื้อแบคทีเรียที่ติดต่อทางเพศสัมพันธุ์ ในผู้ชายมักมีอาการรุนแรงมากว่าผู้หญิง และหากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธีอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนอันตรายตามมาได้ แบ่งเป็น 2 ประเภทได้แก่ โรคหนองในแท้ และ โรคหนองในเทียม สาเหตุของโรคหนองใน โรคหนองในเกิดจากเชื้อแบคทีเรียไนซีเรียโกโนเรีย (Neisseria gonorrhoeae)  ซึ่งสามารถติดต่อจากคู่นอนระหว่างการมีเพศสัมพันธ์ผ่านทางช่องคลอด ทางปาก หรือทางทวารหนัก  โดยการแพร่เชื้อนั้นอาจเกิดได้แม้จะไม่มีการหลั่งน้ำเชื้อ อาการของโรคหนองใน ตกขาวผิดปกติ เช่น มีสีเหลือง หรือสีเขียว มีกลิ่นผิดปกติ มีตกขาวปริมาณเพิ่มขึ้น ปัสสาวะแสบขัด มีเลือดออกกะปริบกะปรอย (อาจพบได้น้อย)   หากมีการติดเชื้อบริเวณทวารหนัก จะมีอาการปวดหน่วงๆ บริเวณทวารหนัก หรืออาจมีน้ำสีคล้ายหนองออกมาจากทางทวารหนักได้ พบว่าผู้หญิงมากกว่าร้อยละ 50% ที่ติดเชื้อหนองใน ไม่มีอาการ แต่หากไม่ได้รับการรักษาจะเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการติดเชื้อหนองใน เช่น อุ้งเชิงกรานอักเสบ ภาวะมีบุตรยาก ปวดท้องน้อยเรื้อรัง การตั้งครรภ์นอกโพรงมดลูก เป็นต้น การรักษาโรคหนองใน ผู้ป่วยสามารถรักษาโดยใช้ยาปฏิชีวนะ หากอาการไม่ดีขึ้นหากอาการไม่ดีขึ้น ผู้ป่วยควรงดการมีเพศสัมพันธ์ระหว่างเข้ารับการรักษา ข้อแนะนำ* ผู้ป่วยควรเข้าพบแพทย์หลังจากเข้ารับการตรวจภายใน 3 เดือนเพื่อตรวจหาเชื้อที่ติดจากโรคเกี่ยวกับเพศสัมพันธ์อื่นๆด้วย การป้องกันโรคหนองใน ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ ตรวจสุขภาพประจำปี หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่มีความเสี่ยง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3516393">“โรคหนองใน” โรคที่ผู้หญิงไม่ควรมองข้าม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ทำไมมะเร็ง รักษาไปแล้ว ถึงกลับมาใหม่]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3513196</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 26 Aug 2024 10:38:40 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3513196</guid>

					<description><![CDATA[<p>มะเร็ง เป็นโรคร้ายที่คร่าชีวิตผู้คนเป็นจำนวนมาก แม้เทคโนโลยีการแพทย์จะก้าวหน้าขึ้นมาก แต่เราก็ยังคงพบเห็นผู้ป่วยมะเร็งที่กลับมาเป็นซ้ำหลังจากรักษาเสร็จสิ้น วันนี้ เราจะมาไขข้อสงสัยกันว่า ทำไมมะเร็งรักษาไปแล้ว ถึงกลับมาใหม่? คำตอบจากผู้เชี่ยวชาญจะช่วยปลดล็อคความกังวลใจของคุณ สาเหตุของการกลับมาของมะเร็ง แม้การรักษาเช่นการผ่าตัด เคมีบำบัด หรือการฉายรังสีจะสามารถกำจัดมะเร็งได้มาก แต่ยังมีเซลล์มะเร็งเล็กๆ ที่ยังคงอยู่ในร่างกายและไม่สามารถตรวจพบได้ ซึ่งเซลล์เหล่านี้สามารถเจริญเติบโตและกลับมาเป็นมะเร็งใหม่ได้ เซลล์มะเร็งสามารถแพร่กระจายไปยังส่วนอื่นของร่างกายผ่านระบบเลือดหรือระบบน้ำเหลือง การกระจายนี้อาจไม่สามารถตรวจพบได้ในช่วงการรักษาแรก แต่สามารถเจริญเติบโตและกลับมาเป็นมะเร็งในบริเวณใหม่ได้ เซลล์มะเร็งสามารถกลายพันธุ์และพัฒนาเป็นเซลล์ใหม่ที่ทนทานต่อการรักษาเดิมได้ เซลล์มะเร็งที่เกิดจากการกลายพันธุ์ใหม่นี้อาจกลับมาเป็นมะเร็งที่มีความรุนแรงมากขึ้น เซลล์มะเร็งบางเซลล์อาจพัฒนากลไกที่ทำให้ดื้อต่อยาที่ใช้ในการรักษา เช่น การเพิ่มการผลิตโปรตีนที่สามารถกำจัดยาจากเซลล์ หรือการเปลี่ยนแปลงทางโมเลกุลที่ทำให้ยาไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ระบบภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอหรือไม่สามารถตรวจจับและทำลายเซลล์มะเร็งที่เหลืออยู่ได้ เซลล์มะเร็งสามารถหลีกเลี่ยงการตรวจจับของระบบภูมิคุ้มกันและเจริญเติบโตใหม่ ปัจจัยเสี่ยงที่ไม่ได้รับการควบคุม เช่น การสูบบุหรี่ การบริโภคแอลกอฮอล์ การได้รับสารเคมีที่เป็นพิษ และการติดเชื้อไวรัสบางชนิดสามารถเพิ่มความเสี่ยงในการกลับมาของมะเร็ง การป้องกันและการเฝ้าระวัง การกลับมาเป็นมะเร็งซ้ำนั้นเป็นเรื่องที่หลายคนกังวลใจ ปัจจัยสำคัญที่ทำให้มะเร็งกลับมา คือ การหลงเหลือของเซลล์มะเร็ง และการเปลี่ยนแปลงพันธุกรรม เราสามารถป้องกันการกลับมาเป็นมะเร็งซ้ำได้ ด้วยการพบแพทย์ตามนัด ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต และลดปัจจัยเสี่ยงต่างๆ บทความโดย นายแพทย์ อัศวเดช แสนบัว แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านรังสีรักษาและมะเร็งวิทยา โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล (WMC)</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3513196">ทำไมมะเร็ง รักษาไปแล้ว ถึงกลับมาใหม่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[‘พญ.สมพร หาญพาณิชย์‘ รับรางวัลสตรีไทยดีเด่นประจำปี 2567]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3503400</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 02 Aug 2024 13:10:24 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3503400</guid>

					<description><![CDATA[<p>ผศ.ดร.พญ.สมพร หาญพาณิชย์ ประธานกรรมการและรองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) เข้ารับรางวัลสตรีไทยดีเด่นประจำปี 2567 จากนางสาวสุกัญญา ประจวบเหมาะ ประธานสภาสมาคมสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ และนายอนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี รางวัลดังกล่าวมอบให้เพื่อเชิดชูยกย่องสตรีไทยที่ร่วมสืบสานและพัฒนาสิ่งที่ดีงามให้กับสังคมและประเทศชาติ ซึ่ง พญ.สมพร เอง ได้ดำเนินการในการช่วยเหลือสังคมมาโดยตลอด ทั้งในฐานะแพทย์และเจ้าของธุรกิจโรงพยาบาลในเครือ BCH ให้ประชาชนไทยมีชีวิตที่ดีขึ้นเข้าถึงการบริการสาธารณสุขอย่างเท่าเทียมโดยไม่แสวงหากำไร ตลอดจนช่วยเหลือทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา สืบสานและต่อยอดพระราชปณิธานของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทั้งนี้ รางวัลดังกล่าวมอบให้เนื่องในวันสตรีไทย ประจำปี 2567 จัดขึ้นโดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ร่วมกับสภาสมาคมสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ และหน่วยงานภาคีเครือข่ายด้านสตรี ภายใต้แนวคิด “น้อมเกล้าฯ ถวายความภักดี ปวงสตรีสืบสานการพัฒนา”</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3503400">‘พญ.สมพร หาญพาณิชย์‘ รับรางวัลสตรีไทยดีเด่นประจำปี 2567</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[การใช้วิตามินซีความเข้มข้นสูง(Megadose vitamin C) ในการรักษามะเร็ง]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3501530</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 30 Jul 2024 10:47:54 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3501530</guid>

					<description><![CDATA[<p>การใช้วิตามินซีความเข้มข้นสูง (Megadose vitamin C) ในการรักษามะเร็งได้รับความสนใจจากนักวิจัยและแพทย์ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม การใช้งานยังมีความขัดแย้งและต้องการการศึกษาเพิ่มเติม ต่อไปนี้เป็นข้อมูลเกี่ยวกับการใช้วิตามินซีความเข้มข้นสูงในการรักษามะเร็ง กลไกการทำงานของวิตามินซีในร่างกาย วิตามินซี (กรดแอสคอร์บิก) เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีบทบาทในการปกป้องเซลล์จากความเสียหายจากอนุมูลอิสระ นอกจากนี้ยังช่วยในการสังเคราะห์คอลลาเจน เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน และส่งเสริมการดูดซึมธาตุเหล็ก การใช้งานวิตามินซีความเข้มข้นสูงในการรักษามะเร็ง ทางหลอดเลือด (Intravenous)การให้วิตามินซีทางหลอดเลือดทำให้สามารถใช้ปริมาณสูงกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับการรับประทาน ซึ่งบางการศึกษาชี้ให้เห็นว่าวิตามินซีในระดับสูงสามารถมีผลต้านมะเร็ง การฆ่าเซลล์มะเร็งในบางการศึกษา วิตามินซีความเข้มข้นสูงสามารถสร้างไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ในเนื้อเยื่อมะเร็ง ซึ่งอาจช่วยฆ่าเซลล์มะเร็ง เสริมการรักษามะเร็งวิตามินซีอาจช่วยเสริมประสิทธิภาพของการบำบัดมะเร็งเช่นเคมีบำบัดและรังสีบำบัด โดยการลดผลข้างเคียงและเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ผลการศึกษาและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ผลการศึกษาในห้องปฏิบัติการมีหลักฐานบางประการที่แสดงว่าวิตามินซีสามารถฆ่าเซลล์มะเร็งในหลอดทดลองและสัตว์ทดลอง ผลการศึกษาในคนการศึกษาทางคลินิกยังคงมีความขัดแย้ง บางการศึกษาพบว่าวิตามินซีความเข้มข้นสูงสามารถช่วยลดอาการและเสริมการรักษา ในขณะที่บางการศึกษาพบว่าไม่มีผลที่ชัดเจน ข้อควรระวังและข้อจำกัด ประสิทธิภาพและความปลอดภัยการใช้วิตามินซีความเข้มข้นสูงต้องการการดูแลจากแพทย์และควรใช้ภายใต้การดูแลทางการแพทย์ เนื่องจากอาจมีผลข้างเคียงเช่น การเกิดนิ่วในไต หรือความเสี่ยงในการทำลายเนื้อเยื่อ ขาดหลักฐานที่เพียงพอยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่เพียงพอที่จะยืนยันประสิทธิภาพของวิตามินซีความเข้มข้นสูงในการรักษามะเร็งอย่างเป็นทางการ วิตามินซีความเข้มข้นสูงอาจมีศักยภาพในการใช้เป็นการรักษาเสริมในการบำบัดมะเร็ง แต่ยังคงต้องการการวิจัยเพิ่มเติมเพื่อยืนยันประสิทธิภาพและความปลอดภัย ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้วิตามินซีความเข้มข้นสูงเป็นส่วนหนึ่งของการรักษามะเร็ง เนื่องจากการรักษามะเร็งควรเป็นการบำบัดแบบครอบคลุมและมีการวางแผนอย่างรอบคอบ บทความโดย นายแพทย์ อัศวเดช แสนบัว แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านรังสีรักษาและมะเร็งวิทยา ศูนย์  WMC NEW Frontier Cancer Center โทร 02-836-9999</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3501530">การใช้วิตามินซีความเข้มข้นสูง(Megadose vitamin C) ในการรักษามะเร็ง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[“Oncothermia” เทคโนโลยีใหม่กับการรักษามะเร็ง]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3499054</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 23 Jul 2024 10:16:13 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3499054</guid>

					<description><![CDATA[<p>มะเร็ง&#8230; คำสั้นๆ ที่สร้างความหวาดกลัวให้กับใครหลายคน  แต่ในยุคสมัยที่เทคโนโลยีทางการแพทย์ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว เรามีทางเลือกใหม่ในการต่อสู้กับโรคร้ายนี้อย่าง &#8220;Oncothermia&#8221;  วิธีการรักษามะเร็งด้วยการใช้ความร้อนที่เน้นเฉพาะเซลล์มะเร็ง โดยวิธีการดังนี้ การทำลายเซลล์มะเร็งโดยตรง อองโคเทอร์เมียใช้ความถี่วิทยุสูงเพื่อสร้างความร้อนในเซลล์มะเร็ง ความร้อนสามารถทำให้ผนังเซลล์มะเร็งเสื่อมลง ส่งผลให้เซลล์ตาย การเพิ่มการตอบสนองของเซลล์มะเร็งต่อการรักษา ความร้อนสามารถทำให้เซลล์มะเร็งไวต่อการรักษาอื่นๆ เช่น รังสีบำบัดหรือเคมีบำบัด ทำให้เซลล์มะเร็งตายง่ายขึ้นเมื่อได้รับการรักษาเพิ่มเติม การกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน สามารถกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันโดยเฉพาะเซลล์นักฆ่าธรรมชาติ (NK cell ) และเซลล์ T (T cell) เซลล์ที่ถูกกระตุ้นนี้สามารถระบุและทำลายเซลล์มะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น การทำลายหลอดเลือดที่หล่อเลี้ยงเซลล์มะเร็ง ความร้อนจากอองโคเทอร์เมียสามารถทำลายหลอดเลือดขนาดเล็กที่เซลล์มะเร็งสร้างขึ้นมาเพื่อหล่อเลี้ยงตัวมันเอง ทำให้เนื้อเยื่อมะเร็งขาดสารอาหารจนตายในที่สุด และในการรักษาอองโคเทอร์เมียยังสามารถรักษาแบบผสมผสานกับการรักษาอื่นๆ ซึ่งในปัจจุบัน  มีวิธีการรักษาหลักอยู่ 3 วิธีในการต่อสู้กับมะเร็ง ดังนี้ Oncothermia ร่วมกับรังสีรักษาในการรักษามะเร็ง การผสมผสาน Oncothermia เข้ากับการรักษาด้วยรังสี สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษามะเร็งได้อย่างมาก จะใช้จุดแข็งของทั้งสองวิธีเพื่อควบคุมเนื้องอกและเพิ่มผลการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการรวม Oncothermia เข้ากับรังสีรักษามีประโยชน์ดังนี้ เพิ่มการตอบสนองของรังสี Oncothermia ปรังปรุงการไหลเวียนของเลือดและออกซิเจนในเนื้องอก เนื้องอกที่มีออกซิเจนดีจะไวต่อการรังสีมากกว่า และความร้อนทำให้ DNA มะเร็งเสียหาย อีกทั้งความร้อนจากอุณภูมิของเนื้องอกที่เพิ่มขึ้นทำให้เกิดความเสียหายโดยตรงของเซลล์มะเร็ง การกำหนดเป้าหมายในการรักษา การให้ความร้อนแบบเฉพาะที่ Oncothermia จะให้ความร้อนแก่เนื้อเยื่อมะเร็งโดยไม่ส่งผลต่อเนื้อเยื่อที่มีสุขภาพที่ดี เยื่อหุ้มเซลล์มะเร็งโดนทำลาย เพิ่มการดูดซึมรังสีของเซลล์มะเร็งและเพิ่มการทำลายล้างต่อมะเร็ง การกระตุ้มระบบภูมิคุ้มกัน โปรตีนจากความร้อน (Heat shock protein) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3499054">“Oncothermia” เทคโนโลยีใหม่กับการรักษามะเร็ง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[การใช้ออกซิเจนแรงดันสูง (HBOT) ในการรักษามะเร็ง]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3496525</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 16 Jul 2024 10:58:28 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3496525</guid>

					<description><![CDATA[<p>การใช้ออกซิเจนแรงดันสูง (Hyperbaric Oxygen Therapy หรือ HBOT) ในการรักษามะเร็งนั้นเป็นการใช้วิธีการบำบัดด้วยการหายใจเอาออกซิเจนบริสุทธิ์ในสภาพแวดล้อมที่มีแรงดันสูงกว่าปกติ เพื่อเพิ่มระดับออกซิเจนในเลือดและเนื้อเยื่อต่าง ๆ ของร่างกาย ซึ่งอาจมีผลต่อการรักษามะเร็งในหลายด้าน ต่อไปนี้เป็นรายละเอียดเกี่ยวกับการใช้ออกซิเจนแรงดันสูงในการรักษามะเร็ง กระบวนการทำงานของ HBOT การเพิ่มระดับออกซิเจนในร่างกายเมื่ออยู่ในห้องที่มีแรงดันสูง ผู้ป่วยจะหายใจเอาออกซิเจนบริสุทธิ์เข้าไป ทำให้ระดับออกซิเจนในเลือดสูงขึ้น การเพิ่มการไหลเวียนของเลือดออกซิเจนที่เพิ่มขึ้นจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดไปยังเนื้อเยื่อต่าง ๆ โดยเฉพาะบริเวณที่มีการบาดเจ็บหรือเนื้องอก การกระตุ้นการฟื้นฟูของเนื้อเยื่อออกซิเจนที่เพิ่มขึ้นสามารถช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตและการฟื้นฟูของเนื้อเยื่อ ประโยชน์ที่เป็นไปได้ของ HBOT ในการรักษามะเร็ง การเสริมประสิทธิภาพการบำบัดด้วยรังสี (Radiotherapy)ออกซิเจนสามารถเพิ่มความไวของเซลล์มะเร็งต่อรังสี ซึ่งทำให้การบำบัดด้วยรังสีมีประสิทธิภาพมากขึ้น การฟื้นฟูเนื้อเยื่อที่ถูกทำลายจากการบำบัดHBOT สามารถช่วยฟื้นฟูเนื้อเยื่อที่ถูกทำลายจากการผ่าตัดหรือรังสี เช่น การรักษาแผลหลังผ่าตัดและการลดการอักเสบ การลดผลข้างเคียงจากการบำบัดมะเร็งมีบางกรณีที่ HBOT ช่วยลดผลข้างเคียงจากการบำบัดมะเร็ง เช่น การรักษาอาการกระเพาะปัสสาวะอักเสบจากรังสี (radiation cystitis) หรือการบำบัดอาการกระดูกเสื่อมจากรังสี (osteoradionecrosis) ข้อจำกัดและข้อควรระวัง ไม่ใช่การรักษาโดยลำพังHBOT ไม่ใช่การรักษามะเร็งโดยลำพัง แต่เป็นการรักษาเสริมที่ใช้ร่วมกับการบำบัดหลักอื่น ๆ เช่น การผ่าตัด การเคมีบำบัด และการบำบัดด้วยรังสี หลักฐานทางวิทยาศาสตร์แม้ว่าจะมีการวิจัยบางส่วนที่แสดงถึงผลดีของ HBOT ในการรักษามะเร็ง แต่ยังต้องมีการศึกษาวิจัยเพิ่มเติมเพื่อยืนยันประสิทธิภาพและกำหนดแนวทางการใช้ที่ชัดเจน ความพร้อมในการให้บริการและค่าใช้จ่ายHBOT ไม่ได้มีให้บริการในทุกศูนย์การแพทย์ และอาจมีค่าใช้จ่ายสูง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3496525">การใช้ออกซิเจนแรงดันสูง (HBOT) ในการรักษามะเร็ง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[การผ่าตัดกระดูกสันหลังแบบแผลเล็ก ผ่านกล้อง Endoscope]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3492884</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 08 Jul 2024 11:26:28 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3492884</guid>

					<description><![CDATA[<p>เทคโนโลยีที่ช่วยให้การผ่าตัดกระดูกสันหลังไม่ใช่เรื่องใหญ่อีกต่อไป ถ้าพูดถึงในสมัยก่อนเมื่อเวลาคิดถึงการผ่าตัดกระดูกสันหลัง เราจะนึกถึงภาพการผ่าตัดใหญ่ แผลยาว และมีโอกาสบาดเจ็บต่อเส้นประสาทสูงทำให้ผู้ป่วยมีความกังวลและกลัวการรักษาด้วยวิธีการผ่าตัด แต่ในปัจจุบันเทคโนโลยีในการผ่าตัดกระดูกสันหลังได้มีการพัฒนาให้ก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น โดยมีจุดประสงค์ เพื่อให้ได้ผลการรักษาที่ดี มีภาวะแทรกซ้อนน้อย ลดการบาดเจ็บต่อเนื้อเยื่อข้างเคียง และที่สำคัญ คือ เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เต็มศักยภาพมากที่สุด ทางเลือกใหม่ “การผ่าตัดกระดูกสันหลังผ่านกล้อง” พักฟื้นเร็ว แผลเล็ก และเจ็บน้อย การผ่าตัดกระดูกสันหลังผ่านกล้อง Endoscope เป็นหนึ่งในการผ่าตัดที่บาดเจ็บน้อยที่สุดในปัจจุบัน สามารถทำได้ในโรคที่เกี่ยวกับกระดูกสันหลังที่มีข้อบ่งชี้ว่าต้องผ่าตัด โดยกล้อง Endoscope มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 5 มิลลิเมตร ภายในมีระบบนำแสงพิเศษ มีกล้องรับภาพอยู่ที่ส่วนปลายและมีช่องสำหรับสอดเครื่องมือ ทำการสอดเข้าในตัวผู้ป่วยผ่านทางแผลที่มีขนาดเล็กเพียง 8 มิลลิเมตร เข้าถึงจุดที่เป็นปัญหาอย่างแท้จริง และลดการบาดเจ็บต่อเนื้อเยื่อข้างเคียง ข้อดีของการผ่าตัดผ่านกล้อง Endoscope อาการปวดที่สามารถนำไปสู่ โรคเกี่ยวกับกระดูกสันหลัง เพื่อผลลัพธ์ของการผ่าตัดที่ดีและน่าพึงพอใจ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องใช้เทคโนโลยีในการรักษาควบคู่ไปกับความชำนาญของทีมแพทย์เฉพาะทาง รวมทั้งการดูแลตนเองของผู้ป่วยก็มีส่วนสำคัญ ผู้ป่วยควรปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดและหมั่นออกกำลังกายเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหลังและร่างกาย บทความโดย : นพ.วิทย์ โคธีรานุรักษ์แพทย์ผู้ชำนาญการด้านโรคกระดูกสันหลัง โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล (WMC)</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3492884">การผ่าตัดกระดูกสันหลังแบบแผลเล็ก ผ่านกล้อง Endoscope</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[WMC New Frontier Cancer Center ส่งมอบการรักษาครอบคลุมทุกมิติ ทางเลือกใหม่คืนชีวิตผู้ป่วยมะเร็ง]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3490290</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 02 Jul 2024 10:16:23 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3490290</guid>

					<description><![CDATA[<p>“โรคมะเร็งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตเป็นอันดับหนึ่งของคนทั่วโลก” เป็นข้อมูลล่าสุดจากองค์การอนามัยโลก (WHO) และยังมีประมาณการว่าในปี 2567 เป็นต้นไป โลกจะมีผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่เพิ่มขึ้นมากกว่าปีละ 20 ล้านคน ขณะที่ในปี 2566 มีข้อมูลจำนวนผู้ป่วยโรคมะเร็งรายใหม่ในประเทศไทยจากกรมการแพทย์ พบว่ามีมากถึง 140,000 คนต่อปี หรือเฉลี่ย 400 คนต่อวัน รวมถึงมีอัตราการเกิดมะเร็งในคนอายุน้อยเพิ่มขึ้น โดยสาเหตุเกิดจากพฤติกรรมการกินมากถึงร้อยละ 30-40 ด้วยความมุ่งมั่นของโรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล โรงพยาบาลเอกชนชั้นนำในการรักษาผู้ป่วยด้วยการบริการระดับพรีเมียม พร้อมประสิทธิภาพและเทคโนโลยีการรักษาพยาบาลขั้นสูงที่รวบรวมมาจากทั่วโลก เล็งเห็นถึงความสำคัญของโรคมะเร็งซึ่งคร่าชีวิตคนทั่วโลกจำนวนมากจึงได้มีการจัดตั้ง WMC New Frontier Cancer Center ศูนย์รักษามะเร็งทางเลือกใหม่ ที่ผสมผสานการรักษาระหว่างแพทย์แผนปัจจุบันและการแพทย์ขั้นสูง ซึ่งนับว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากเพราะปัจจุบันมีผู้ป่วยทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมาเข้ารับการรักษาและกลับไปใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขทั้งตัวผู้ป่วยเองและคนในครอบครัว  ศ.นพ.อดิศร ภัทราดูลย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล กล่าวว่า การรักษาโรคมะเร็งทุกวันนี้ไม่ว่าจะรักษาดีแค่ไหนก็ตาม อัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยโรคมะเร็งที่เข้ารับการรักษาก็ยังอยู่ที่ 1 ใน 6 ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงพอสมควร ยังไม่รวมถึงข้อเท็จจริงที่ว่าผู้ป่วยจำนวนมากที่รักษาโรคมะเร็งอาจเสียชีวิตเนื่องจากวิธีการรักษาด้วยวิธีเคมีบำบัด โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล เล็งเห็นความสำคัญของการแพทย์ทางเลือกและเชื่อว่าหากผสมผสาน 2 ศาสตร์การรักษาเข้าด้วยกันจะเพิ่มโอกาสความสำเร็จในการรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็ง รวมถึงยังเป็นการคิดค้นศาสตร์การรักษามะเร็งแบบใหม่ให้กับประเทศ และโรงพยาบาลฯ ยังมีการเสริมศักยภาพและทีมแพทย์มากความสามารถเพื่อความเป็นเลิศในการรักษาโรคมะเร็ง  ด้าน นพ.สมนึก ศิริพานทอง เลขาธิการสถาบันชีวโมเลกุลทางการแพทย์ ระบุว่า ตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ผู้ป่วยโรคมะเร็งมีอัตราการเสียชีวิตสูงขึ้น โดยมีความพยายามในการวิจัยเพื่อหาคำตอบจากทาง มหาวิทยาลัยคอร์เนล สหรัฐอเมริกา ซึ่งจากการศึกษามีการคาดการณ์ว่าผู้ป่วยมะเร็งที่มีภาวะ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3490290">WMC New Frontier Cancer Center ส่งมอบการรักษาครอบคลุมทุกมิติ ทางเลือกใหม่คืนชีวิตผู้ป่วยมะเร็ง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ไอ จาม ปัสสาวะเล็ด ไม่ใช่เรื่องเล็ก คุณผู้หญิงไม่ควรมองข้าม]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3486486</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 24 Jun 2024 15:59:20 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3486486</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#8220;แค่ไอ จาม ทำไมถึงปัสสาวะเล็ด?&#8221;  ปัญหานี้เป็นเรื่องที่คุณผู้หญิงหลายคนกำลังเผชิญอยู่ และอาจสร้างความกังวลใจ ไม่มั่นใจในชีวิตประจำวัน  แต่รู้หรือไม่ว่า อาการปัสสาวะเล็ด เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยและสามารถรักษาได้  บทความนี้นำเสนอข้อมูลที่ควรรู้เกี่ยวกับภาวะปัสสาวะเล็ด  เพื่อให้คุณผู้หญิงเข้าใจถึงสาเหตุ อาการ วิธีการรักษา และการป้องกัน ทำความรู้จักกับภาวะปัสสาวะเล็ด ภาวะปัสสาวะเล็ด (Urinary Incontinence) คือ ภาวะที่ควบคุมการกลั้นปัสสาวะไม่ได้ ทำให้ปัสสาวะรั่วซึมออกมาโดยไม่ตั้งใจ ซึ่งพบได้บ่อยในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย  โดยเฉพาะผู้หญิงวัยกลางคนและผู้สูงอายุ   สาเหตุของภาวะปัสสาวะเล็ดในผู้หญิง อาการของภาวะปัสสาวะเล็ด การรักษาภาวะปัสสาวะเล็ด อย่าปล่อยให้ปัสสาวะเล็ด  ทำลายความมั่นใจ ภาวะปัสสาวะเล็ดไม่ใช่เรื่องเล็ก และไม่ใช่อาการปกติของวัย  หากคุณผู้หญิงมีอาการดังกล่าว  อย่านิ่งนอนใจ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้อง  แพทย์จะเป็นผู้ประเมิน  ให้คำแนะนำ และวางแผนการรักษาที่เหมาะสมการดูแลสุขภาพ  การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม  และการพบแพทย์เมื่อมีอาการผิดปกติ  จะช่วยให้คุณผู้หญิง  ก้าวผ่านภาวะปัสสาวะเล็ด  และกลับมามีชีวิตที่มั่นใจอีกครั้ง บทความโดย แพทย์หญิง เบญจวรรณ ลิมป์วนัสพงศ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสูติศาสตร์นรีเวชวิทยา การผ่าตัดและวินิจฉัยผ่านกล้องทางนรีเวช โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอลโทร 02-836-9999 ต่อ *4721-2</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3486486">ไอ จาม ปัสสาวะเล็ด ไม่ใช่เรื่องเล็ก คุณผู้หญิงไม่ควรมองข้าม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ไขข้อสงสัย&#8230;สิวที่หลังเกิดจากอะไรกันแน่ ??]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3483337</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 17 Jun 2024 10:09:44 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3483337</guid>

					<description><![CDATA[<p>สิวที่หลังเป็นปัญหากวนใจของใครหลายคน ทั้งสร้างความรำคาญ และทำให้ขาดความมั่นใจเวลาต้องใส่เสื้อเปิดหลัง วันนี้เราจะมาไขข้อสงสัยกันว่า สิวที่หลังเกิดจากอะไรกันแน่ พร้อมวิธีรับมืออย่างมืออาชีพ เพื่อให้คุณกลับมามั่นใจได้อีกครั้ง สาเหตุหลักของสิวที่หลัง ได้แก่ วิธีรับมือสิวที่หลังอย่างมืออาชีพ อย่าปล่อยให้สิวที่หลังมาทำลายความมั่นใจของคุณอีกต่อไป ด้วยความเข้าใจสาเหตุและวิธีดูแลอย่างถูกต้อง คุณก็สามารถกำจัดสิวได้อย่างมืออาชีพ เผยผิวสวยเนียนใสอย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมเติมเต็มความมั่นใจให้กลับมาอีกครั้ง บทความโดย  แพทย์หญิง ทิวานันท์ พรหมวรานนท์แพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนังและความงาม โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล ( WMC )โทร. 02-836-9999 ต่อ *4521-2  </p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3483337">ไขข้อสงสัย&#8230;สิวที่หลังเกิดจากอะไรกันแน่ ??</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[“เส้นเลือดขอด” รักษาโดยการจี้ด้วยคลื่นความถี่วิทยุได้ จริงหรือ?]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3481027</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 10 Jun 2024 11:17:35 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3481027</guid>

					<description><![CDATA[<p>เส้นเลือดขอดเป็นภาวะเส้นเลือดดำที่อยู่บริเวณขาหรือเท้าโป่งพองและคดเคี้ยว ซึ่งมักทำให้เกิดอาการปวดเมื่อย บวม เป็นตะคริว ผิวสีดำคล้ำ และเกิดเป็นแผลเรื้อรังได้ การรักษาเส้นเลือดขอดโดยการจี้ด้วยคลื่นความถี่วิทยุ (Radiofrequency Ablation) เป็นวิธีการรักษาที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ โดยใช้คลื่นความถี่วิทยุในการปิดกั้นเส้นเลือดที่ผิดปกติและช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดียิ่งขึ้น ขั้นตอนการรักษา มีดังนี้ ทำความสะอาดบริเวณที่ทำการรักษาและฉีดยาชาเฉพาะที่ แพทย์จะทำการสอดเข็มขนาดเล็กเข้าไปในเส้นเลือดที่ผิดปกติ ปล่อยคลื่นความถี่วิทยุผ่านเข็มเพื่อปิดกั้นเส้นเลือดโดยการจี้ด้วยคลื่นความถี่วิทยุใช้เวลาประมาณ 30-60 นาที ดึงเข็มออกและปิดแผลด้วยผ้าพันแผล  โดยผู้ป่วยสามารถกลับบ้านได้หลังจากการรักษา ผลข้างเคียงของการรักษา ได้แก่ อาจเกิดอาการปวด บวม และช้ำบริเวณที่ทำการรักษา อาจเกิดรอยแผลเป็นเล็กน้อย ขนาด 3-4 มม. อาจมีอาการชาบริเวณที่ทำการรักษา ข้อควรปฏิบัติหลังการรักษา หลังการรักษา ผู้ป่วยควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ได้แก่ หลีกเลี่ยงการออกกำลังกาย การขับรถในช่วง 2 สัปดาห์หลังผ่าตัด ยกขาสูงเมื่อนั่งหรือนอน สวมถุงน่องรัดขาตามที่แพทย์แนะนำเพื่อลดอาการช้ำและป้องกันการเกิดลิ่มเลือดอุดตัน หลีกเลี่ยงการอาบน้ำอุ่นหรือแช่น้ำร้อน การรักษาเส้นเลือดขอดโดยการจี้ด้วยคลื่นความถี่วิทยุเป็นวิธีการรักษาที่มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย ตามมาตรฐานจากยุโรปและอเมริกา โดยสามารถช่วยบรรเทาอาการและป้องกันภาวะแทรกซ้อนของโรคเส้นเลือดขอดได้ มีอัตราการประสบความสำเร็จสูงและมีผลข้างเคียงน้อย บทความโดย นายแพทย์ สหรัฐ ปัญญาพลสกุลแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมหลอดเลือด โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอลโทร 02-836-9999 กด 4</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3481027">“เส้นเลือดขอด” รักษาโดยการจี้ด้วยคลื่นความถี่วิทยุได้ จริงหรือ?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
	</channel>
</rss>
