<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
>
<channel>
	<title>ThaiPR.NET</title>
	<atom:link href="https://www.thaipr.net/tag/%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a9%e0%b8%b1%e0%b8%97-%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%9f-%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%95%e0%b8%95%e0%b8%b4/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thaipr.net/tag/บริษัท-นิวเวฟ-มาร์เก็ตติ</link>
	<description>Press Release Distribution Center of Thailand</description>
	<lastBuildDate>Fri, 15 May 2026 17:31:33 +0700</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.1</generator>
	<item>
		<title><![CDATA[ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เอสซีจี เลือก ดีเอ็กซ์ซี เทคโนโลยี ยกระดับอีอาร์พีสู่คลาวด์]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3103934</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 29 Sep 2021 11:58:06 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/business/3103934</guid>

					<description><![CDATA[<p>โซลูชันบนระบบคลาวด์ออกแบบมาเพื่อปรับปรุงระบบไอทีที่มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อภารกิจของบริษัทให้มีความทันสมัย ​​และบูรณาการโซลูชันดิจิทัลเข้าด้วยกัน โดยใช้ SAP S4/HANA เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและปรับปรุงการดำเนินงานอย่างคล่องตัว ดีเอ็กซ์ซี เทคโนโลยี หรือ DXC Technology (NYSE:DXC) ประกาศความสำเร็จในการอัพเกรดและการย้ายระบบบริหารจัดการทรัพยากรองค์กร (ERP) ในส่วนของธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เอสซีจี ไปยังระบบคลาวด์ – ภายใต้ข้อกำหนดที่ระบุให้ DXC พัฒนาระบบบนโครงสร้าง Google Cloud Platform (GCP) แล้วทำการย้ายระบบ SAP S4/HANA ของธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง สู่ระบบคลาวด์ พร้อมสนับสนุนการดำเนินงานให้เกิดความราบลื่นต่อเนื่องไปอีก 5 ปีข้างหน้า เอสซีจี (Siam Cement Group หรือ SCG) กลุ่มธุรกิจชั้นนำในภูมิภาคอาเซียน เป็นผู้ผลิตปูนซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้างที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมี ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เป็นหนึ่งในสามกลุ่มธุรกิจหลักของเอสซีจี มุ่งเน้นการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ซีเมนต์และคอนกรีต โดยบริษัทได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับ ดีเอ็กซ์ซี เทคโนโลยี มายาวนานกว่า 10 ปี ให้ทำการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน จัดการเอาท์ซอร์สงานบริการทางด้านไอที จัดการระบบไพรเวทคลาวด์ ระบบความมั่นคงปลอดภัย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3103934">ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เอสซีจี เลือก ดีเอ็กซ์ซี เทคโนโลยี ยกระดับอีอาร์พีสู่คลาวด์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[Aruba ชี้แนวทางการร่วมมือกันของโซลูชั่นระบบเครือข่ายและความมั่นคงปลอดภัยในยุค ‘การทำงานได้จากทุกที่’]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/it/3089772</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 24 Aug 2021 13:14:29 +0700</pubDate>
				<category>it</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/it/3089772</guid>

					<description><![CDATA[<p>โดย Steve Wood รองประธานประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่น แห่ง Aruba บริษัทในเครือฮิวเล็ตแพ็กการ์ดเอ็นเตอร์ไพรส์ โรคระบาดโควิด-19 ทำให้โลกแห่งการทำงานเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วรวมถึงประเทศไทย ในปัจจุบันองค์กรต่างๆ มีแนวโน้มที่จะให้พนักงานทำงานแบบไฮบริด (Hybrid Working) มากขั้นเรื่อยๆ ซึ่งเป็นรูปแบบการทำงานที่พนักงานสามารถเลือกทำงานได้ทั้งจากสำนักงานใหญ่ บ้าน สาขาย่อย หรือจากที่ไหนก็ได้ในระหว่างเดินทาง แทนที่จะทำงานอยู่ในสำนักงานเพียงแห่งเดียวเหมือนเมื่อก่อน แนวโน้มนี้บ่งชี้ว่าแนวทางปฏิบัติในการทำงานแบบเดิมๆ จะต้องถูกรื้อใหม่ทั้งหมด ยุค &#8216;ทำงานได้จากทุกที่&#8217; (Work from Anywhere) นี้ทำให้เกิดการก้าวกระโดดไปสู่สถาปัตยกรรมระบบเครือข่ายแบบใหม่ล่าสุดที่เรียกว่า Edge-to-Cloud คาดการณ์ว่าภายในอีก 5-10 ปีข้างหน้า ข้อมูลขององค์กรประมาณ 75% (1) จะถูกสร้างและประมวลผลนอกศูนย์ข้อมูลแบบรวมศูนย์ดั้งเดิมและไม่ใช่บนคลาวด์เท่านั้น แต่จะถูกประมวลผลที่ Edge ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ข้อมูลนั้นถูกสร้างขึ้นมา รวมถึงจะมีอุปกรณ์เหล่านี้ที่เชื่อมต่อเข้าสู่ระบบเครือข่ายมากกว่า 5 หมื่นล้านเครื่อง (2) องค์กรต่างๆ จะต้องมุ่งเน้นไปที่การสร้างสถาปัตยกรรมระบบเครือข่ายที่จะช่วยให้พวกเขาสามารถปลดล็อกพลังความสามารถที่ดีที่สุดจากการเปลี่ยนแปลงดิจิทัลและสามารถทำงานในสถานที่ทำงานแบบไฮบริดได้สำเร็จ ซึ่งรวมไปถึงภายหลังจากการผ่อนคลายสถานะการณ์โรคระบาดโควิด-19 การทำงานแบบไฮบริดนี้ต้องพึ่งพาการผสานสอดคล้องกันระหว่างโซลูชั่นระบบเครือข่ายและระบบรักษาความมั่นคงปลอดภัย ความสำคัญของสถาปัตยกรรมระบบเครือข่ายที่เหมาะสม โรคระบาดเปลี่ยนการทำงานให้ต้องเป็นแบบระยะไกล (Remote Working) หรือทำงานจากที่บ้าน (Work From Home) อย่างกะทันหัน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/it/3089772">Aruba ชี้แนวทางการร่วมมือกันของโซลูชั่นระบบเครือข่ายและความมั่นคงปลอดภัยในยุค ‘การทำงานได้จากทุกที่’</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เบนท์ลี เนวาด้า (Bently Nevada) เปิดศูนย์บริการดูแลและตรวจสอบจากระยะไกลในสิงคโปร์ให้บริการกลุ่มประเทศเอเชียแปซิฟิกครอบคลุมถึงประเทศไทย]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3083414</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 06 Aug 2021 11:30:40 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/business/3083414</guid>

					<description><![CDATA[<p>เบนท์ลี เนวาด้า (Bently Nevada) บริษัทในเครือธุรกิจของ เบเกอร์ ฮิวจ์ส เป็นหนึ่งในองค์กรธุรกิจชั้นนำของโลกทางด้านการปกป้องและตรวจสอบดูแลทรัพย์สินอุตสาหกรรมได้เปิดศูนย์บริการดูแลและตรวจสอบจากระยะไกล (RMC : Remote Monitoring &#38; Diagnostics Center) ในประเทศสิงคโปร์เพื่อให้บริการกับลูกค้าที่ทำธุรกิจประเภทโรงงานอุตสาหกรรมในกลุ่มประเทศเอเชียแปซิฟิกครอบคลุมประเทศไทย ศูนย์นี้นับเป็น RMC แห่งแรกของบริษัทเบนท์ลี เนวาด้าในโซนเอเชียแปซิฟิก และเป็นแห่งที่ 8 ของโลก ซึ่งจะรองรับการให้บริการในภาษาอังกฤษ จีนแมนดาริน และมาเลย์ RMC แห่งใหม่นี้จะให้บริการดูแลและตรวจสอบทรัพย์สินสำคัญต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นแท่นขุดเจาะน้ำมันและแก๊สนอกชายฝั่งทะเล โรงงานผลิตและบรรจุแก๊สธรรมชาติ (LNG) โรงกลั่นน้ำมัน โรงงานปิโตรเคมี รวมทั้งโรงงานที่ทำอุตสาหกรรมการผลิตประเภทอื่น ๆ หากวิศวกรที่ RMC ตรวจพบว่ามีสัญญาณผิดปกติใด ๆ เกิดขึ้นก็จะสามารถแจ้งเตือนให้ลูกค้าทราบได้แทบจะในทันที โดยจะให้ข้อมูลรายละเอียดของปัญหาที่ตรวจพบพร้อมกับแนะนำวิธีการแก้ไขให้ทราบ ชมภาพวีดีโอของศูนย์ RMC ที่สิงคโปร์ได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=C5QtfEFAIBg “ในสถานการณ์ที่มีความต้องการใช้บริการดูแลและตรวจสอบจากระยะไกลกับทรัพย์สินในอุตสาหกรรมพลังงานและอุตสาหกรรมการผลิตมากขึ้น เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะเปิดศูนย์นี้มาเพื่อให้บริการรองรับความต้องการของลูกค้าในโซนเอเชียแปซิฟิก” นาย KH Hor ผู้อำนวยการฝ่ายขายประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกบริษัทเบนท์ลี เนวาด้ากล่าว ณ ที่ทำการบริษัทเบเกอร์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3083414">เบนท์ลี เนวาด้า (Bently Nevada) เปิดศูนย์บริการดูแลและตรวจสอบจากระยะไกลในสิงคโปร์ให้บริการกลุ่มประเทศเอเชียแปซิฟิกครอบคลุมถึงประเทศไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ความก้าวหน้าล่าสุดของ Aruba ESP ช่วยให้องค์กรขนาดใหญ่สามารถเพิ่มความมั่นคงปลอดภัยได้ครอบคลุมจาก Edge ไปจนถึง Cloud]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/it/3050073</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 28 Apr 2021 15:46:16 +0700</pubDate>
				<category>it</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/it/3050073</guid>

					<description><![CDATA[<p>ด้วยการผสานแนวทาง Zero Trust และ SASE เข้าด้วยกัน องค์กรขนาดใหญ่จึงสามารถเร่งการปรับปรุงประสิทธิภาพของ WAN และเสริมความมั่นคงปลอดภัยให้ระบบเครือข่ายให้ดียิ่งขึ้น, พร้อมเปิดรับการใช้งานระบบ Cloud และ IoT ที่ก้าวหน้า ไปจนถึงช่วยการทำ Digital Transformation ให้องค์กรได้อย่างรวดเร็ว  อรูบ้า (Aruba) บริษัทในเครือฮิวเลตต์แพคการ์ดเอ็นเตอร์ไพรส์ (NYSE: HPE) ได้จัดงานงานสัมมนาออนไลน์ Aruba Atmosphere 2021 งานสัมมนาใหญ่ระดับโลกจาก Aruba ที่ลูกค้าในประเทศไทยจะได้พบกับผู้บริหารระดับสูงจาก Aruba ที่จะมาเผยวิสัยทัศน์ด้าน Data, AI และ Automation ในระบบเครือข่ายเพื่อรับการมาของ Edge ที่มี Solution ความปลอดภัยสูงสุด งานเปิดตัวนวัตกรรมใหม่ด้านเครือข่ายระดับโลก งาน Aruba Atmosphere Digital  ATMD’21 ภายใต้ธีมงาน “ Your Journey, Your Edge ”  ที่จะส่งมอบเนื้อหาและประสบการณ์อันน่าทึ่งต่างๆ ผ่านงาน Atmosphere Digital ซึ่งจะช่วยให้ลูกค้าไม่เพียงแค่เข้าใจถึงโอกาสในการรับรู้เทคโนโลยี่ใหม่ แต่ยังมอบแนวทางปฏิบัติอย่างชัดเจนว่าองค์กรของลูกค้าในไทยสามารถก้าวเข้าสู่ศตวรรษแห่ง Edge ได้อย่างมีประสิทธิภาพได้อย่างไร รายละเอียดงานและช่องทางการบรรยายในงานเป็น Online Web Conference [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/it/3050073">ความก้าวหน้าล่าสุดของ Aruba ESP ช่วยให้องค์กรขนาดใหญ่สามารถเพิ่มความมั่นคงปลอดภัยได้ครอบคลุมจาก Edge ไปจนถึง Cloud</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
	</channel>
</rss>
