<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
>
<channel>
	<title>ThaiPR.NET</title>
	<atom:link href="https://www.thaipr.net/tag/%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%a7/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thaipr.net/tag/นีลเส็นไอคิว</link>
	<description>Press Release Distribution Center of Thailand</description>
	<lastBuildDate>Thu, 30 Apr 2026 18:05:11 +0700</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.1</generator>
	<item>
		<title><![CDATA[การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมหลักของผู้บริโภคไทย คือ การช้อปปิ้งออนไลน์ก่อนเยี่ยมชมผู้จำหน่าย ผลการศึกษาวิจัยจาก เจ.ดี. พาวเวอร์]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3180825</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 19 Apr 2022 13:16:23 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/business/3180825</guid>

					<description><![CDATA[<p>ฮอนด้าครองอันดับสูงสุดด้านบริการงานขายในประเทศไทย ผลการศึกษาวิจัยดัชนีด้านบริการงานขายในประเทศไทย ประจำปี 2564 โดย เจ.ดี. พาวเวอร์ (J.D. Power 2021 Thailand Sales Satisfaction Index (SSI) StudySM) เปิดเผยในวันนี้ว่า 9 ใน 10 ของผู้ซื้อรถยนต์ใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อช้อปหายี่ห้อและรุ่นของรถยนต์ก่อนตัดสินใจซื้อ โดยแหล่งข้อมูลหลักที่ใช้ในการหาและรวบรวมข้อมูลรถยนต์คือ เว็บไซต์ผู้ผลิต และวิดีโอบนยูทูบ (YouTube) การศึกษานี้ยังพบอีกว่า เว็บไซต์ของผู้ผลิตรถยนต์คือแหล่งข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุดสำหรับข้อมูลที่มีความแม่นยำ และการมีแชทบอท (chatbot) บนเว็บไซต์ ส่งผลดีต่อระดับความพึงพอใจของลูกค้า โดยความพึงพอใจโดยรวมเพิ่มขึ้น 6 คะแนน (จากคะแนนเต็ม 1,000 คะแนน) ทั้งนี้ กลุ่มลูกค้าที่ได้ใช้แชทออนไลน์ (878 คะแนน) มีความพึงพอใจสูงกว่ากลุ่มลูกค้าที่ไม่ได้ใช้แชทออนไลน์ (854 คะแนน) 68% ของผู้ที่เลือกดูรถผ่านช่องทางออนไลน์ (ตลอดทุกขั้นตอนหรือเฉพาะบางส่วนของการเลือกซื้อ) กล่าวว่า พวกเขารู้รุ่นที่แน่นอนของรถยนต์ที่ต้องการซื้อ ก่อนเยี่ยมชมผู้จำหน่าย ซึ่งใช้เวลาโดยเฉลี่ย 53 วันนับตั้งแต่เริ่มต้นหาข้อมูล/ช้อปออนไลน์ ไปจนถึงการปิดการขาย อย่างไรก็ตาม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3180825">การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมหลักของผู้บริโภคไทย คือ การช้อปปิ้งออนไลน์ก่อนเยี่ยมชมผู้จำหน่าย ผลการศึกษาวิจัยจาก เจ.ดี. พาวเวอร์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เครื่องมือดิจิทัลช่วยยกระดับความพึงพอใจของลูกค้าต่อประสบการณ์ด้านบริการหลังการขาย ผลการศึกษาวิจัยจาก เจ.ดี. พาวเวอร์]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/auto/3174074</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 29 Mar 2022 14:54:26 +0700</pubDate>
				<category>auto</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/auto/3174074</guid>

					<description><![CDATA[<p>โตโยต้าได้รับการจัดอันดับสูงสุดด้านความพึงพอใจในการบริการหลังการขายในประเทศไทย ผลการศึกษาวิจัยดัชนีด้านการบริการลูกค้าในประเทศไทย ประจำปี 2564 โดยเจ.ดี. พาวเวอร์ (J.D. Power 2021 Thailand Customer Service Index (CSI) StudySM) เปิดเผยในวันนี้ว่า การสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพผ่านเครื่องมือดิจิทัลต่างๆ ช่วยยกระดับความพึงพอใจของลูกค้าในประเทศไทย เมื่อนำรถยนต์เข้ารับบริการที่ศูนย์บริการได้ การสื่อสารเหล่านี้ประกอบด้วย การแจ้งเตือนบริการ การทำนัดหมาย การอธิบายของที่ปรึกษางานบริการ การแจ้งความคืบหน้าเกี่ยวกับสถานะของบริการ การชำระค่าบริการ และการติดต่อกลับหลังเข้ารับบริการ โดยคะแนนความพึงพอใจโดยรวมอยู่ที่ 861 คะแนน (จากคะแนนเต็ม 1,000 คะแนน) การศึกษานี้ยังพบอีกว่า ในขณะที่มีเพียง 4% ของผู้ตอบแบบสำรวจทำนัดหมายเพื่อจองคิวเข้ารับบริการผ่านแอปของแบรนด์ 11% กล่าวว่าพวกเขาต้องการทำนัดหมายด้วยวิธีดังกล่าวในอนาคต ด้วยอุปสรรคบางประการของแพลตฟอร์มออนไลน์ในประเทศไทย ทำให้ลูกค้า 58% ที่นัดหมายผ่านทางออนไลน์ยังคงรับสายจากศูนย์บริการเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมหรือเพื่อยืนยันการนัดหมาย นอกจากนี้ยังพบอีกว่า เมื่อใดที่ที่ปรึกษางานบริการใช้แท็บเล็ตระหว่างการเข้ารับบริการของลูกค้า คะแนนความพึงพอใจโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ 867 คะแนน และลดลงเหลือ 846 คะแนนเมื่อไม่ได้มีการใช้แท็บเล็ต ถึงแม้อย่างนั้น ก็ยังคงมีที่ปรึกษางานบริการเพียง 57% ที่ใช้แท็บเล็ตเพื่อแสดงเมนูตัวเลือกบริการที่มี การใช้แอปสตรีมมิงแบบสดเพื่อดูรถของตนเองระหว่างการเข้ารับบริการเป็นอีกทางเลือกหนึ่งเพื่อให้ลูกค้าสามารถติดตามและทราบถึงความคืบหน้าเกี่ยวกับสถานะการให้บริการได้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/auto/3174074">เครื่องมือดิจิทัลช่วยยกระดับความพึงพอใจของลูกค้าต่อประสบการณ์ด้านบริการหลังการขาย ผลการศึกษาวิจัยจาก เจ.ดี. พาวเวอร์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เจ้าของรถใหม่พบปัญหาด้านการออกแบบมากกว่าปัญหาด้านอื่น ผลการศึกษาวิจัยจาก เจ.ดี. พาวเวอร์]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/auto/3151660</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 02 Feb 2022 13:59:41 +0700</pubDate>
				<category>auto</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/auto/3151660</guid>

					<description><![CDATA[<p>อีซูซุ, มาสด้า, มิตซูบิชิ และโตโยต้า คว้ารางวัลคุณภาพรถยนต์ใหม่ในแต่ละกลุ่มประเภทรถยนต์ ผลการศึกษาคุณภาพรถใหม่ในประเทศไทย ประจำปี 2564 โดย เจ.ดี. พาวเวอร์&#160; (J.D. Power 2021 Thailand Initial Quality StudySM – IQS) เปิดเผยว่า 59% จากปัญหาทั้งหมด 217 เรื่องที่ได้รับการประเมินโดยเจ้าของรถใหม่นั้นเกี่ยวข้องกับการออกแบบของรถยนต์ คุณภาพของรถยนต์ใหม่ถูกวัดจากจำนวนปัญหาที่พบต่อรถยนต์ใหม่ 100 คัน (PP100) ในช่วง 1 ถึง 6 เดือนแรกของการเป็นเจ้าของ โดยคะแนน PP100 ยิ่งต่ำ แสดงว่ารถรุ่นนั้นยิ่งมีคุณภาพสูง ในการศึกษาปีนี้ คะแนนเฉลี่ยของอุตสาหกรรมอยู่ที่ &#160;147 PP100 โดยปัญหาที่พบส่วนใหญ่เป็นปัญหาด้านการออกแบบ (87 PP100) มากกว่าปัญหาจากความผิดพลาดในการผลิต (58 PP100) ถึงแม้ปัญหาที่ผู้ซื้อรถยนต์ใหม่พบมากที่สุด คือ ปัญหาเสียงลมดังเกินไป (รอบตัวรถ) มาจากความผิดพลาดในการผลิต (10.4 PP100) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/auto/3151660">เจ้าของรถใหม่พบปัญหาด้านการออกแบบมากกว่าปัญหาด้านอื่น ผลการศึกษาวิจัยจาก เจ.ดี. พาวเวอร์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ธุรกิจอี-คอมเมิร์ซในเอเชียมาถึงจุดสิ้นสุดของช่วงการเริ่มต้น]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3038994</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 17 Mar 2021 16:43:36 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/business/3038994</guid>

					<description><![CDATA[<p>การเปลี่ยนแปลงสู่พฤติกรรมการซื้อของในช่องทางออมนิ ชาแนล (Omni channel) อย่างถาวร เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้สำหรับประเทศไทย นีลเส็นไอคิว บริษัทด้านการวัดและการวิเคราะห์ข้อมูลระดับโลก เผยยอดขายสินค้าอุปโภคบริโภค (FMCG) ทางออนไลน์ไม่ได้มาจากการใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นของผู้ที่ซื้อออนไลน์อยู่แล้ว แต่มาจากการที่มีครัวเรือนที่เริ่มหันมาซื้อสินค้าทางออนไลน์เพิ่มมากขึ้น รวมถึงความถี่ในการซื้อและจับจ่ายที่เพิ่มขึ้น นี่จึงเป็นสัญญานที่ชี้ให้เห็นถึงจุดสิ้นสุดของช่วงการเริ่มต้นในธุรกิจอี-คอมเมิร์ซในภูมิภาคเอเชีย จากรายงานล่าสุด นีลเส็นไอคิวต้องการส่งสัญญาณให้ผู้ค้าปลีกเตรียมความพร้อมเพื่อตั้งรับความท้าท้าย 5 ประการที่ผู้ค้าปลีกจะต้องเผชิญในช่วงการเปลี่ยนผ่านของธุรกิจอี-คอมเมิร์ซในระยะถัดไป ได้แก่ การกระจายตัวที่มากขึ้น (fragmentation) ในการค้าปลีก การกำหนดบทบาทใหม่ของร้านค้าที่มีหน้าร้าน ความเป็นจริงที่แตกต่างกันออกไป (divergent realities) การแข่งขันที่สูงขึ้นเพื่อดึงดูดความสนใจของผู้บริโภค และการจัดการคลังสินค้าพร้อมจัดส่งถึงมือผู้บริโภค (last mile fulfillment) ดูภาพประกอบที่ 1 “เราได้เข้าสู่จุดสิ้นสุดของช่วงเริ่มต้นในธุรกิจอี-คอมเมิร์ซในภูมิภาคเอเชีย และผู้ที่ยังไม่ปรับตัวในเวลานี้ จะพลาดช่วงเวลาสำคัญในการเติบโตของธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ” Vaughan Ryan กรรมการผู้จัดการ แผนก Consumer Intelligence ภูมิภาคเอเชีย นีลเส็นไอคิว กล่าว “ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และความสร้างสรรค์ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาส่งผลให้ธุรกิจค้าปลีกมีก้าวหน้ามากขึ้น นำไปสู่การสร้างสภาพแวดล้อมที่มีความเชื่อมั่นมากขึ้น ไม่ใช่แค่เรื่องการจัดการและการจัดส่งสินค้า แต่เป็นการก้าวไปสู่การดูแลในระดับเฉพาะบุคคล (personalized) การคัดสรรสินค้าใหม่ๆ รวมถึงการทำให้ประสบการณ์การซื้อในทุกช่องทางให้เชื่อมต่อการอย่างราบรื่น” และขณะที่ธุรกิจอี-คอมเมิร์ซถูกมองว่าเข้ามาเปลี่ยนแปลงการค้าปลีก การระบาดของโรคโควิด-19 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3038994">ธุรกิจอี-คอมเมิร์ซในเอเชียมาถึงจุดสิ้นสุดของช่วงการเริ่มต้น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
	</channel>
</rss>
