<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
>
<channel>
	<title>ThaiPR.NET</title>
	<atom:link href="https://www.thaipr.net/tag/%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b9%8a%e0%b8%84%e0%b8%aa%e0%b9%8c/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thaipr.net/tag/นานมีบุ๊คส์</link>
	<description>Press Release Distribution Center of Thailand</description>
	<lastBuildDate>Thu, 23 Apr 2026 10:24:44 +0700</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.1</generator>
	<item>
		<title><![CDATA[Hollowpox มหันตภัยโรคประหลาด เมื่อโรคร้ายแรงระบาดในดินแดนเนเวอร์มัวร์และชาวเมืองหันมาเป็นศัตรูกันเอง ความหวังดีของมอร์ริแกนจะสร้างความเปลี่ยนแปลงได้หรือไม่]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/life/3076489</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 16 Jul 2021 14:00:57 +0700</pubDate>
				<category>life</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/life/3076489</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลังจากที่เราได้ติดตามชีวิตของมอร์ริแกน โครว์ เด็กหญิงอายุ 11 ที่หนีความตายใน Nevermoor บททดสอบชี้ชะตา และ พิสูจน์ตนเองว่าคู่ควรที่จะเป็นสมาชิกของสมาควันดรัสใน Wundersmith ปริศนาแห่งพลัง มาแล้ว ครั้งนี้ เธอต้องศึกษาวิธีควบคุมพลังมหาศาลที่อาจคร่าชีวิตเธอได้หากใช้ไม่ถูกวิธี ท่ามกลางโรคระบาดครั้งใหญ่ในดินแดนเนเวอร์มัวร์ ผู้ติดเชื้อกลายเป็นตัวอันตรายต่อผู้อื่นมากพอๆกับที่เป็นอันตรายต่อตนเอง มอร์ริแกนตั้งมั่นว่าจะต้องหาทางรักษาโรคนี้ให้ได้ แม้ว่าจะต้องขอความช่วยเหลือจากผู้ที่ไม่มีใครคาดคิดที่สุดก็ตาม… Hollowpox มหันตภัยโรคประหลาด เป็นหนังสือลำดับที่ 3 ในชุด Nevermoor โดย Jessica Townsend นักเขียนชาวออสเตรเลีย เนื้อเรื่องแฝงความตลกร้ายอันโดดเด่น ใส่ประเด็นเสียดสีสังคมเรื่องความเห็นแก่ตัวของมนุษย์ในยามเกิดโรคระบาด การแบ่งแยกชาติพันธุ์ การรังเกียจคนที่แตกต่างจากตนเอง พร้อมช่วยสนับสนุนให้เด็กกล้าที่จะก้าวขึ้นมาสร้างสรรค์สิ่งใหม่ รวมถึงรับผิดชอบสิ่งสำคัญมากขึ้นโดยไม่ยึดติดกับข้อจำกัดด้านอายุ เล่มแรกของชุดนี้ชนะเลิศรางวัล Aurealis Awards, Dymocks Book of the Year, QBD Children&#8217;s Book of the Year, Australian Book Industry Awards, Indie Book Awards, [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/life/3076489">Hollowpox มหันตภัยโรคประหลาด เมื่อโรคร้ายแรงระบาดในดินแดนเนเวอร์มัวร์และชาวเมืองหันมาเป็นศัตรูกันเอง ความหวังดีของมอร์ริแกนจะสร้างความเปลี่ยนแปลงได้หรือไม่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[Changemaker เสียงเล็กๆของเด็กเปลี่ยนโลก เมื่อเด็กสาวคนหนึ่งลุกขึ้นมาขับเคลื่อนปัญหาสุขภาพจิตเพื่อเพื่อนๆวัยรุ่น]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3069554</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 28 Jun 2021 10:05:50 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/business/3069554</guid>

					<description><![CDATA[<p>“เรื่องแค่นี้ก็ทนไม่ได้”“เป็นเด็กเป็นเล็ก ไม่มีเรื่องอะไรให้ต้องเครียดมากมาย”“จะไปหาหมอทำไม เป็นบ้าเหรอ” ใครหลายคนคงเคยได้ยินประโยคเหล่านี้จากครอบครัว และรู้สึกเจ็บปวดไม่มากก็น้อยใช่หรือไม่อาการเจ็บป่วยเกิดขึ้นได้กับทั้งร่างกายและจิตใจ หากเราเครียดหรือกังวลจนใจรับไม่ไหว การเข้ารับการรักษาทางจิตใจก็เป็นเรื่องปกติเหมือนเวลาป่วยไข้ทางกายภาวะซึมเศร้าเป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพจิตที่พบมากที่สุดในวัยรุ่น และมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีอัตราการเกิดภาวะซึมเศร้าเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 18.43 พบความชุกของโรคร้อยละ 1.6 แม้จะค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับกลุ่มอายุอื่น แต่ภาวะซึมเศร้าถูกจัดเป็นสาเหตุอันดับสองของการสูญเสียปีสุขภาวะ (years lived with disability: YLDs) ของกลุ่มอายุนี้ อีกทั้งยังเป็นปัจจัยสำคัญที่เชื่อมโยงกับการฆ่าตัวตาย การทำร้ายตัวเอง และการใช้สารเสพติดของวัยรุ่น นำไปสู่ปัญหาด้านสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่รุนแรงมากขึ้น อย่างไรก็ตาม หากเด็กและเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปีต้องการเข้าพบจิตแพทย์และขอรับการรักษาจะต้องได้รับการยินยอมจากผู้ปกครองเสียก่อน แต่จะทำอย่างไร เมื่อผู้ใหญ่หลายคนละเลยหรือทำเป็นไม่เห็นปัญหาสุขภาพจิตของเด็กเพราะใช้มาตรวัดของตัวเองตัดสินไปแล้วว่าไม่สลักสำคัญอะไร ญา &#8211; ปราชญา ศิริ์มหาอาริยะโพธิ์ญา เด็กหญิงวัย 14 ปี จึงลุกขึ้นมาส่งเสียงเรียกร้องแทนเพื่อนๆผู้กำลังทุกข์ทรมานจากโรคซึมเศร้า ดำเนินการขอแก้ พ.ร.บ.สุขภาพจิตให้เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีเข้าพบจิตแพทย์ได้โดยไม่ต้องได้รับการยินยอมจากผู้ปกครอง Changemaker เสียงเล็กๆของเด็กเปลี่ยนโลก หนังสือเล่มแรกของเธอบอกเล่าเส้นทางกว่า 2 ปีในการดำเนินงานตั้งแต่จุดเริ่มต้น การได้เข้าไปทำงานในสภาเด็กและเยาวชน การพบเจอปัญหาต่างๆที่เด็กต้องเผชิญจนทำให้เกิดปัญหาสุขภาพจิต ตลอดจนแนวทางแก้ไข โดยผู้เขียนชี้ให้เห็นว่าการสื่อสารระหว่างคนสองช่วงวัยและการเข้าอกเข้าใจซึ่งกันและกันเป็นตัวแปรสำคัญที่สร้างความเปลี่ยนแปลงได้ เปิดใจกว้างและมอบการสื่อสารที่ดีให้ผู้รับสาร เชื่อมโยงเรากับคู่สนทนาด้วยประสบการณ์ สิ่งรอบตัว [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3069554">Changemaker เสียงเล็กๆของเด็กเปลี่ยนโลก เมื่อเด็กสาวคนหนึ่งลุกขึ้นมาขับเคลื่อนปัญหาสุขภาพจิตเพื่อเพื่อนๆวัยรุ่น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ครั้งสุดท้ายที่เราทำอะไรเพื่อตัวเอง มันผ่านมานานแค่ไหนแล้วนะ “เหนื่อยไหม กอดหัวใจตัวเองหรือยัง”]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3064852</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 15 Jun 2021 09:56:37 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/business/3064852</guid>

					<description><![CDATA[<p>จำได้ไหมว่าครั้งล่าสุดที่คุณออกไปเที่ยวตอนนั้นคุณมีความสุขแค่ไหน เมื่อไรกันที่คุณตื่นเช้าด้วยความสดชื่นกระปรี้กระเปร่าพร้อมเริ่มต้นวันใหม่ นานแค่ไหนแล้วที่เราไม่ได้ตบไหล่ ลูบหัว และกอดตัวเอง ครั้งสุดท้ายที่คุณรักตัวเอง มันผ่านมานานแค่ไหนแล้ว ท่ามกลางสังคมแห่งความโกลาหลวุ่นวายและกระแสโซเชียลมีเดียอันฉาบฉวย การใช้ชีวิตในยุคปัจจุบันอาจทำให้คุณหลงลืมและละเลยอะไรบางอย่าง…เช่นตัวคุณเอง ขณะที่คุณจมดิ่งอยู่ในวังวนของการแข่งขัน ความโกรธ ความคาดหวัง และความอิจฉาค่อยๆกัดกินจิตใจเราอยู่ทุกวัน อย่างน้อยที่สุด ยุนแดฮย็อน ผู้เขียน “เหนื่อยไหม กอดหัวใจตัวเองหรือยัง” เล่มนี้ คงช่วยเตือนให้คุณหันกลับมาใส่ใจทำความรู้จักกับความคิดและจิตใจของตัวเองได้อีกครั้ง วางแผนชีวิตไม่ได้ คุมความรู้สึกไม่อยู่ เข้ากับคนอื่นได้ยาก แบกรับเรื่องไม่สบายใจของคนรอบตัว รู้สึกทุกวันช่างน่าหดหูจนไม่อยากทำอะไรอีกต่อไป บางทีสิ่งที่เราต้องสื่อสารไม่ใช่ใคร แต่คือจิตใจของตัวเราเอง เราใจดีกับคนอื่น แต่ใจร้ายกับตัวเองมากเกินไปหรือเปล่า ลำพังแค่ควบคุมความรู้สึกด้านลบไม่ได้ก็แย่แล้ว ยังรู้สึกเครียด รู้สึกผิด และถามตัวเองซ้ำๆว่า “ทำไมฉันถึงเป็นแบบนี้” จิตใจของคนเราบางครั้งเป็นไปตามที่เราต้องการ บางครั้งก็ดื้อรั้น แม้เสิร์ชหาวิธีจัดการและรับมือกับความเครียดแบบต่างๆได้ในอินเทอร์เน็ต แต่แน่ใจหรือว่าวิธีเหล่านั้นเหมาะกับคุณ คุณลองปล่อยวางอดีตบ้าง และอย่ากังวลกับอนาคตจนความสุขถูกทำลายไป แม้คุณจะได้สิ่งที่ต้องการแล้ว แต่ทำไมใจยังรู้สึกว่างเปล่า ลองฟังสิ่งที่จิตใจบอกคุณสักครั้ง ความสัมพันธ์ที่คุณเป็นฝ่ายให้ แต่ไม่ได้อะไรกลับมา ยิ่งทำให้จิตใจของคุณเหนื่อย หากคุณเปรียบเทียบตัวเองกับคนในโลกโซเชียลมีเดีย คุณจะไม่มีวันมีความสุข มาทบทวนความต้องการและค้นหาความหมายของชีวิตในแบบฉบับของ “ตัวเอง” กันดีกว่า คำแนะนำในเล่มนี้จะช่วยให้คุณเมตตากับตัวเองมากขึ้นด้วยหลากหลายหัวข้อที่คุณจะได้เรียนรู้ทุกๆด้านของจิตใจ คุณใส่ใจความคิดของคนอื่นมากเกินไปการสังเกตผู้อื่นอาจบ่งบอกว่าเราให้ความสำคัญกับทุกความสัมพันธ์และทุกสถานการณ์ แต่เป็นไปไม่ได้ที่เราจะได้รับความรักจากทุกคน อย่าฝืนใช้ไหวพริบในการวิเคราะห์ความสัมพันธ์และสถานการณ์ที่ไม่สำคัญ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3064852">ครั้งสุดท้ายที่เราทำอะไรเพื่อตัวเอง มันผ่านมานานแค่ไหนแล้วนะ “เหนื่อยไหม กอดหัวใจตัวเองหรือยัง”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[อยากชวนคุณมา “พักให้ไหว ค่อยไปต่อ”]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3063989</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 11 Jun 2021 13:49:13 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/business/3063989</guid>

					<description><![CDATA[<p>เส้นทางของการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ต้องผ่านช่วงเวลาเหนื่อยล้ามากมาย และเมื่อกลายเป็น “ผู้ใหญ่” ก็อาจหมดพลังกายพลังใจในการก้าวเดินสู่ความฝันต่อไป ว่าแต่…นี่คือชีวิตที่ฝันอยากให้เป็นจริงหรือ นี่เรากำลังเดินสู่เส้นทางที่ถูกต้องหรือไม่ ชีวิตมีคำถามอีกมากมายที่ใช้เวลาหาคำตอบ บางทีเราอาจต้องเรียนรู้จังหวะของการหยุดพัก ลองให้เวลากับตัวเอง ขี้เกียจบ้าง เดินเล่นออกนอกเส้นทางบ้าง หัวเราะ ร้องไห้ และพูดคุยกับจิตใจที่เหนื่อยล้า เมื่อเข้าใจความต้องการของตัวเองเมื่อไร ก็สูดหายใจลึกๆแล้วค่อยก้าวเดินต่อไป มาลองรู้จัก “นีน่า คิม” นักวาดหญิงผู้หยุดชีวิตแสนเครียดที่เป็นอยู่ เริ่มต้นก้าวออกจากเซฟโซน รื้อค้นจิตใจที่วุ่นวายเพื่อรู้จักตัวเองมากขึ้น จนก้าวต่อไปเป็นนักวาดที่มีชื่อเสียงและใช้ชีวิตด้วยกำลังใจที่เต็มเปี่ยม “พักให้ไหว ค่อยไปต่อ” หนังสือเล่มเล็กๆที่ขจัดความเหนื่อยล้า และมอบแรงบันดาลใจเพื่อก้าวสู่ความฝันของคุณ เพราะทุกคนก็มีวันที่เละเทะไม่ได้ดั่งใจ มองไปรอบตัวก็อดที่จะเปรียบเทียบกับตัวเองไม่ได้ เราดีพอหรือยัง เราจะทำได้หรือเปล่า ทำไมคนอื่นได้รับคำชื่นชมทั้งๆที่เราพยายามอย่างเต็มที่แล้ว เริ่มไม่เข้าใจกับความสัมพันธ์กับผู้อื่น กลายเป็นหนังสือที่อ่านยากสำหรับคนอื่นๆหรือแม้กระทั่งตัวเอง หนังสือเล่มนี้ไม่ได้ทำให้คุณขยันขึ้น ไม่ได้สอนเทคนิคการทำงานให้ราบรื่น ไม่มีเคล็ดลับการใช้ชีวิตให้สบายหรือมีเงินทองมากมาย แต่หนังสือเล่มนี้คือเพื่อนที่จริงใจซึ่งบอกคุณว่า ใครๆก็เป็นแบบนี้ คุณก็เป็นแบบนี้ ขี้เกียจบ้าง หยุดพักบ้าง อย่างน้อยก็มีเพื่อนหนังสือเล่มน้อยคอยหยุดเป็นเพื่อนคุณ และแลกเปลี่ยนความเห็นในเรื่องต่างๆอย่างที่คุณอาจไม่เคยพูดกับใคร ทุกคนมีวันพังๆทั้งนั้น เปลี่ยนนิสัยกดดันตัวเอง หันมาชมเชยให้เต็มที่ ใช้ชีวิตให้สมกับเป็นตัวเอง ไม่สมบูรณ์แบบก็ไม่เป็นไร ขอให้ยิ้มเข้าไว้ ความสัมพันธ์กับคนอื่นเป็นเรื่องซับซ้อน เวลาไม่เคยรอ ค่อยๆเรียนรู้กันไป ถ้าหมดแรงก็ล้มลงนอน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3063989">อยากชวนคุณมา “พักให้ไหว ค่อยไปต่อ”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ตรุษจีนนี้ อ่านพระราชนิพนธ์ใน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เล่มไหนดี]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3026447</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 08 Feb 2021 11:36:10 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3026447</guid>

					<description><![CDATA[<p>สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงใฝ่เรียนรู้วิทยาการหลากสาขา การทรงรู้รอบกว้างไกลด้านจีนวิทยาเป็นที่ประจักษ์แจ้งชัด เมื่อผสานกับการทรงมีพรสวรรค์ในการประพันธ์และพระวิริยะหมั่นฝึกฝนการเขียน ก่อเกิดเป็นรัตนสารด้านจีนวิทยาจำนวนมาก ทั้งสารคดีเสด็จเยือนประเทศจีน พระราชนิพนธ์แปลบทกวีนิพนธ์จีน นวนิยาย เรื่องสั้น บทละครพูด ความเรียงร้อยแก้ว สารคดีวิชาการ ปาฐกถาทรงบรรยาย และอื่นๆ ตรุษจีนนี้จึงขอเชิญชวนผู้อ่านมาเรียนรู้และศึกษาสังคม ประวัติศาสตร์ ศิลปะ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของชาวจีนจากศตวรรษที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ผ่านพระราชนิพนธ์และพระราชนิพนธ์แปลอันทรงคุณค่า 14 เล่ม 1. บทละครพูดร้านน้ำชาในอดีตชาและร้านน้ำชามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับวิถีชีวิตชาวจีน ร้านน้ำชาเป็นที่พบปะสังสรรค์ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นของคนทุกหมู่เหล่า เหลาเส่อเขียนเรื่องนี้ในปี ค.ศ. 1957 ใช้ร้านน้ำชาในกรุงปักกิ่งเป็นฉากสำคัญ เนื้อหาสาระในบทละครนี้ได้อ้างอิงถึงเหตุการณ์ประวัติศาสตร์จีนในช่วง 5 ทศวรรษ (ค.ศ. 1898 ถึงทศวรรษ 1940) กล่าวถึงการปฏิรูปร้อยวันในสมัยจักรพรรดิกวางซู่ (ค.ศ. 1898) การแย่งชิงอำนาจหลังการปฏิวัติ ค.ศ. 1911 จนเข้าสู่ยุคขุนศึกในช่วง ค.ศ. 1917-1928 สงครามต่อต้านญี่ปุ่น ค.ศ.1937-1945) การต่อสู้ระหว่างก๊กมินตั๋งและพรรคคอมมิวนิสต์ เหลาเส่อจบลงโดยเห็นภาพร้านน้ำชาที่พยายามปรับตัวให้อยู่รอดในห้าทศวรรษนี้ แต่ท้ายที่สุดก็ล้มเหลว เจ้าของร้านสิ้นหวังและฆ่าตัวตาย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3026447">ตรุษจีนนี้ อ่านพระราชนิพนธ์ใน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เล่มไหนดี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[หายเหนื่อยแน่ แค่นวดไตวันละ 1 นาที]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3025980</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 05 Feb 2021 10:22:22 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/business/3025980</guid>

					<description><![CDATA[<p>ล้าเหลือเกิน เหนื่อยเหลือเกิน ไม่อยากทำอะไรสักอย่าง ไม่มีใครชอบความรู้สึกขณะที่อ่อนเพลียเป็นแน่ แต่ไม่รู้ว่าจะขจัดความเหน็ดเหนื่อยที่พอกพูนอยู่ภายในร่างกายได้อย่างไรใช่หรือไม่ ลองหยิบหนังสือ “หายเหนื่อยแน่ แค่นวดไตวันละ 1 นาที” เล่มนี้สิ คำตอบจะอยู่ในมือของคุณทันที แล้วคุณจะต้องประหลาดใจเพราะคุณอาจจะกำลังมีอาการไตล้าก็เป็นได้! เพราะไตเป็นอวัยวะที่สำคัญ ทำหน้าที่ขับของเสียออกจากร่างกาย เมื่อไตล้าทำงานบกพร่อง เลือดจึงข้นขึ้น ทำให้รู้สึกเหนื่อยล้าไม่หายและนำไปสู่โรคร้ายอีกสารพัด เช่น โรคหลอดเลือดแดงแข็ง โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง และอื่น ๆ หากปล่อยไว้ยิ่งอันตราย ไม่ดีแน่! แต่รู้หรือไม่ว่าคุณป้องกันความเหนื่อยล้าได้ด้วยตัวคุณเอง! เพียงใช้สองมือของคุณ วันละ 1 นาทีเท่านั้น เพื่อฟื้นฟูร่างกายให้กลับมากระปรี้กระเปร่าสดชื่นอีกครั้ง หนังสือเล่มนี้จะบอกตั้งแต่ต้นเหตุของความเหนื่อยจากอาการไตล้า และทำความเข้าใจกับการนวดไต รวมถึงการดูแลตัวเองอย่างครบถ้วน อธิบายเป็นขั้นตอน พร้อมภาพประกอบให้เห็นภาพชัดเจนเข้าใจและทำตามได้ง่าย ซึ่งหนังสือเล่มนี้แบ่งหัวข้อที่สำคัญออกมาดังนี้ หายเหนื่อยได้ง่าย ๆ ด้วยการ “นวดไต” จดจำวิธีการนวดไตได้ง่าย ๆ กับคำอธิบายพร้อมภาพประกอบ ป้องกันสาเหตุของความเหนื่อยล้าด้วยการนวดไต มาเช็กกันว่า คุณมีอาการแปลก ๆ ที่เสี่ยงต่ออาการไตล้าหรือไม่ นวดไตแล้วหายเหนื่อย! เรื่องเล่าจากประสบการณ์จริง แต่ละคนมีอาการอย่างไร แล้วการนวดไตช่วยอะไรพวกเขาบ้าง ไตแข็งแรงมาพร้อมกับร่างกายที่ไม่เหนื่อยล้า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3025980">หายเหนื่อยแน่ แค่นวดไตวันละ 1 นาที</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กินยังไงให้สมองอ่อนเยาว์เมื่อเข้าวัย 40 ปี]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3023526</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 28 Jan 2021 17:18:33 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3023526</guid>

					<description><![CDATA[<p>สมองของเรากำลังเป็นเบาหวานหรือเปล่า ชอบกินของหวาน ท้องผูกบ่อย มีอาการหลงลืมมากขึ้น และมักเหม่อลอยระหว่างวัน รูปร่างท้วม ไม่แน่ คุณอาจกำลังเสี่ยงจากโรค “เบาหวานสมอง” ก็เป็นได้ เบาหวานสมอง หรือ โรคสมองเสื่อม คือภัยใกล้ตัวคนไทยที่มีระยะฟักตัวกว่า 10 ปี จึงจะออกอาการ ร้ายกว่านั้นยังรักษาให้หายขาดไม่ได้อีกด้วย ยิ่งอายุมากก็ยิ่งเสี่ยงมากขึ้น แต่เราลดความเสี่ยงของโรคนี้ได้ ไม่สายเกินไปที่จะเริ่มดูแลตัวเอง ลองเปิดหนังสือ “กินยังไงให้สมองอ่อนเยาว์เมื่อเข้าวัย 40 ปี” เล่มนี้ ที่ได้รับคำแนะนำดี ๆ จากประสาทศัลยแพทย์ชาวญี่ปุ่นที่ดูแลผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมมาเป็นเวลากว่า 20 ปี เพียงแค่คุณปรับเปลี่ยนการกินเท่านั้น สุขภาพสมองและร่างกายของคุณจะสมดุลดีอย่างไม่น่าเชื่อ เพราะทุกส่วนในร่างกายของคนเราสัมพันธ์กับสมองทั้งสิ้น หากอาหารของเราเป็นพิษต่ออวัยวะใด โรคเบาหวานสมองหรือสมองเสื่อมก็จะถามหาได้ไม่ยาก โรคนี้กระทบต่อชีวิตประจำวันอย่างมาก เริ่มจากหลง ๆ ลืม ๆ จนกระทั่ง ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ต้องมีผู้ดูแลตลอดชีวิต ถึงเวลาที่เราต้องควบคุมดูแลการกินอาหารอย่างจริงจังเพื่อสร้างสมดุลลำไส้ที่ดี คัมภีร์แห่งความอ่อนเยาว์ยืนยาวอยู่ที่นี่แล้ว หนังสือเล่มนี้จะช่วยแนะนำอาหารที่ดีต่อสุขภาพและเคล็ดลับการกินที่จะช่วยรักษาสมองให้แข็งแรง ไม่เป็นโรคสมองเสื่อม เบาหวาน หรือกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรังต่าง ๆ และไม่ใช่แค่ผู้สูงอายุเท่านั้นที่ต้องเฝ้าระวัง เพราะโรคเหล่านี้เป็นภัยเงียบที่ฝังตัวในร่างกายได้ทุกช่วยวัย ดังนั้น หนุ่มสาวทั้งหลายควรเริ่มต้นดูแลตัวเองตั้งแต่วันนี้ด้วยเคล็ดลับความรู้ที่ครอบคลุมและเข้าใจง่าย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3023526">กินยังไงให้สมองอ่อนเยาว์เมื่อเข้าวัย 40 ปี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[อยู่ถึง 100 ปีอย่างมีค่าและกล้าที่จะแก่อย่างมีความสุข]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3021517</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 22 Jan 2021 14:32:29 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/business/3021517</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลายคนอาจเปรียบเปรยวัยชราหรือวัยเกษียณว่าเป็นไม้ใกล้ฝั่ง เป็นวัยอาทิตย์อัสดงที่นับถอยหลังสู่บั้นปลายชีวิต ไร้คุณค่า ไม่มีเรี่ยวแรงรังสรรค์สิ่งใหม่ให้กับโลกนี้แล้ว ช้าก่อน หากใครกำลังคิดแบบนี้ เราอยากให้ลองอ่านหนังสือ “อยู่ถึง 100 ปีอย่างมีค่าและกล้าที่จะแก่” ซึ่งเป็นเรื่องราวปรัชญาชีวิตของ อีกึนฮู นักวิชาการสูงอายุวัย 85 ปี ที่ใช้เวลาทั้งชีวิตในการรักษาผู้ป่วย พร้อมกับถ่ายทอดความรู้แก่นักศึกษาในมหาวิทยาลัย เขาเคยคิดว่าคนเราจะประสบผลสำเร็จได้ หากมีความมุ่งมั่นตั้งใจและความพยายาม แต่เขาก็เพิ่งมาเข้าใจในภายหลังว่าชีวิตมักเจอกับเรื่องบังเอิญมากกว่าเรื่องตายตัว โลกใบนี้เต็มไปด้วยความอยุติธรรมและไร้สาระมากกว่าที่คิด ทว่าเขาก็ยังนำความสุขเล็กๆมาช่วยเยียวยาความเศร้าต่างๆ เพราะความสุขเล็กๆ และความสนุกที่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิดระหว่างใช้ชีวิตในแต่ละวันจะช่วยบรรเทาการปลงอนิจจังและความเศร้าที่สะสมมาตลอดหลายปีได้ ดังนั้น เขาจึงคิดว่าทุกคนต้องใช้ชีวิตอย่างมีความสุขจวบจนวาระสุดท้าย โดยไม่สูญเสียรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ เนื้อหาในเล่มล้วนประกอบไปด้วยข้อคิดชีวิตตลอด 85 ปีของเขาซึ่งจะเป็นประโยชน์กับทุกคน ทั้งคนที่กำลังอยู่ในวัชราหรือเกษียณ หรือคนที่กำลังจะก้าวเข้าสู่วัยดังกล่าวในอนาคตอันใกล้ รวมไปถึงลูกๆหลานๆที่อยากอ่านเพื่อนำไปแบ่งปันกับคุณพ่อคุณแม่คุณปู่คุณย่าคุณตาคุณยาย นี่คือตัวอย่างเนื้อหาบางส่วน ข้อคิดเกี่ยวกับความชรา ข้อคิดเกี่ยวกับความโกรธ ข้อคิดเกี่ยวกับครอบครัว ข้อคิดเกี่ยวกับการให้อภัย ข้อคิดเกี่ยวกับการสื่อสาร ข้อคิดเกี่ยวกับมิตรภาพ ข้อคิดเกี่ยวกับความตาย ฯลฯ นี่คือข้อคิด 3 ข้อที่น่าสนใจที่นักเขียนอยากฝากถึงรุ่นน้องทุกคนเพื่อที่จะได้แก่ตัวอย่างมีคุณค่าและมีความสุข ข้อแรก จงยอมรับว่าตัวเองแก่แล้ว “ตัวเรา” ในตอนนี้เป็นผลลัพธ์จากอดีต ทุกคนล้วนเรียนรู้สิ่งต่างๆ ผ่านการสั่งสมประสบการณ์จากอดีตทั้งนั้น นี่คือพรสวรรค์ที่ซ่อนอยู่ หากไม่พบอาจเป็นเพราะเราประเมินผลลัพธ์ที่สั่งสมมาต่ำไป ไม่ว่าผลลัพธ์จากอดีตจะมากหรือน้อยก็เป็นสิ่งที่มีค่ามากหากแม้แต่ตัวเรายังดูถูกแล้วใครล่ะจะให้คุณค่า ผมอยากให้เรายอมรับตัวตนแท้จริงของตัวเองในวัยนี้ได้แล้ว [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3021517">อยู่ถึง 100 ปีอย่างมีค่าและกล้าที่จะแก่อย่างมีความสุข</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[การดูแลร่างกาย ปลูกฝังได้ตั้งแต่ยังเล็ก]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3004784</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 26 Nov 2020 15:39:57 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3004784</guid>

					<description><![CDATA[<p>สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ปรารถนาเพื่อลูกน้อย อาจไม่มากไปกว่าการที่ลูกดูแลสุขภาพร่างกายเองได้ ทั้งในแง่สุขลักษณะและความปลอดภัย ที่จริงแล้วการปลูกฝังให้เด็กๆรู้จักดูแลรักษาและปกป้องร่างกายของตัวเอง อาจไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด หนังสือสำหรับเด็กเป็นสิ่งใกล้ตัวที่คุณพ่อคุณแม่หลายคนอาจมองข้าม แต่เชื่อไหมว่าการอ่านหนังสือให้เด็กฟังวันละ 5-15 นาที เป็นเรื่องง่ายๆที่จะปลูกฝังให้เด็กรักการอ่าน และยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่เด็กได้มากกว่ารักการอ่านคือ “สาร” ที่แฝงอยู่ในหนังสือสำหรับเด็กเหล่านั้น การปลูกฝังให้เด็กดูแลรักษาและปกป้องร่างกายของตัวเองก็เช่นกัน มีหนังสือสำหรับเด็กหลายเล่มจากนานมีบุ๊คส์ที่สื่อ “สาร” เรื่องนี้ให้เด็กๆได้ซึมซับ เราขอแนะนำดังนี้ ในผ้าอ้อมมีอะไรนะ นิทานแสนน่ารักที่ให้กำลังใจเด็กๆให้เลิกใช้ผ้าอ้อมแล้วหันมานั่งกระโถนแทน ขณะเดียวกันก็ทำให้เด็กๆได้เรียนรู้เรื่องอึของสัตว์ชนิดต่างๆ ผ่านความอยากรู้อยากเห็นของเจ้าหนูตัวน้อยที่ช่างสงสัยไปซะทุกเรื่อง การมี flap เปิดปิดช่วยเพิ่มความอยากรู้อยากเห็นและสร้างความตื่นเต้นให้เด็กๆได้ดีทีเดียว ขนาดเราเป็นผู้ใหญ่ยังอยากรู้ว่าในผ้าอ้อมจะมีอะไรเลย ชุด นิทานคำกลอน ชวนหนูดูแลร่างกาย มีทั้งหมด 4 เล่ม แต่ละเล่มปลูกฝังการดูแลสุขภาพร่างกายในด้านต่างๆกัน หมีน้อยคันคะเยอ แสดงให้เห็นโทษของการไม่อาบน้ำ สิงโตอุ้ยอ้าย แสดงให้เห็นโทษของการไม่ออกกำลังกาย กระต่ายไม่กินผัก แสดงให้เห็นโทษของการกินอาหารไม่ครบหมู่ กินแต่ขนม แบบที่เด็กๆหลายคนคงเป็น และ ช้างน้อยอั้นฉี่ แสดงให้เห็นโทษของการห่วงเล่น และอั้นฉี่จนทนไม่ไหว นิทานชุดนี้อาจดูเป็นเรื่องง่ายๆ แต่นิทานง่ายๆแบบนี้เชื่อมโยงกับเด็กได้ง่ายเช่นกัน เนื่องจากเด็กจะอิงตัวเองกับตัวละครต่างๆ และจะคิดและเข้าใจเองได้ว่าถ้าไม่อยากเป็นแบบตัวละครในเรื่อง ตนเองจะต้องทำอย่างไร นอกจากนั้น การเป็นนิทานคำกลอนจะทำให้เด็กสนุกไปกับจังหวะที่อ่าน เพิ่มอรรถรสในการอ่านมากยิ่งขึ้น ร่างกายของฉัน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3004784">การดูแลร่างกาย ปลูกฝังได้ตั้งแต่ยังเล็ก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[อ่านไปเล่นไป อ่านได้เล่นดี]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/education/3002491</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 20 Nov 2020 09:03:04 +0700</pubDate>
				<category>education</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/education/3002491</guid>

					<description><![CDATA[<p>การเล่นกับเด็กเป็นของคู่กัน ยิ่งเล่นเด็กยิ่งได้ประสบการณ์ แต่ในปัจจุบันสิ่งที่เด็ก ๆ ส่วนมากกำลังเล่นกลับอยู่ในจอสี่เหลี่ยมของสมาร์ตโฟนหรือแท็บเล็ต ซึ่งคงไม่เหมาะสมต่อการเรียนรู้ของเด็กในวัยนี้นัก และคงจะยิ่งไม่ดีหากปล่อยให้เด็กใช้ตามลำพัง ดังนั้น หนังสือที่นอกจากจะมีเนื้อเรื่องที่สนุกสนานแล้ว ยังให้เด็ก ๆ ได้ร่วมเล่นไปกับหนังสือเล่มนั้น ๆ ด้วย จึงเป็นหนังสือที่ตอบโจทย์คุณพ่อคุณแม่ที่ไม่อยากให้เด็ก ๆ อยู่กับสมาร์ตโฟนหรือแท็บเล็ตมากเกินไป นานมีบุ๊คส์ขอแนะนำให้คุณพ่อคุณแม่รู้จัก “หนังสือกึ่งอินเทอร์แอกทีฟ” ที่ทั้งน่าสนใจและมีข้อดีมากมาย รับรองได้ว่าเด็ก ๆ จะสนุกสนานเพลิดเพลินไปกับการอ่านนิทานเหล่านี้อย่างแน่นอน! หนังสือเล่มนี้เพิ่งกินหมาของฉันไป! และพวกเราอยู่ในหนังสือผิดเล่ม! เป็นเรื่องราวของเบน เบลลา และเจ้าหมาตัวโตที่ต้องเข้าไปผจญภัยในหนังสือสุดประหลาด นอกจากเนื้อหาจะแฝงมุกตลกให้เด็ก ๆ ได้ขำขันตลอดทั้งเรื่องแล้ว แต่ละหน้ายังมีกิจกรรมต่าง ๆ ให้เด็กได้มีส่วนร่วมกับหนังสืออีกด้วย เช่น ชวนเด็ก ๆ มาเขย่าหนังสือ พับกระดาษ จับผิดภาพ และอีกมากมาย ทั้ง 2 เล่มอ่านแยกกันได้ แต่ถ้าอ่านเป็นคู่ เด็ก ๆ ก็จะได้สนุกเป็น 2 เท่า! หนึ่งวันสุดพิเศษ เรื่องราวของเหล่าลูกหนูที่ได้รับเชิญไปงานเลี้ยงที่ปราสาท ลูกหนูจึงต้องเตรียมแต่งตัวเพื่อไปงานเลี้ยงนี้ และความสนุกก็อยู่ตรงนี้นี่เอง เด็ก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/education/3002491">อ่านไปเล่นไป อ่านได้เล่นดี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
	</channel>
</rss>
