<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
>
<channel>
	<title>ThaiPR.NET</title>
	<atom:link href="https://www.thaipr.net/tag/%e0%b8%98%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%b5/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thaipr.net/tag/ธนาคารยูโอบี</link>
	<description>Press Release Distribution Center of Thailand</description>
	<lastBuildDate>Fri, 08 May 2026 17:32:31 +0700</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.1</generator>
	<item>
		<title><![CDATA[ยูโอบี เปิดตัว UOB SME Prestige เพื่อลูกค้าเอสเอ็มอีระดับวีไอพี ตอบแทนความไว้วางใจ พร้อมสนับสนุนการเติบโตทางธุรกิจแบบรอบด้าน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3624538</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 29 Jul 2025 09:55:19 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3624538</guid>

					<description><![CDATA[<p>ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย เปิดตัว “UOB SME Prestige” สำหรับลูกค้าธุรกิจเอสเอ็มอีระดับวีไอพี เพื่อขอบคุณลูกค้าคนสำคัญ พร้อมมอบประสบการณ์แบบเอ็กซ์คลูซีฟ สิทธิประโยชน์ด้านบริการทางการเงินและโอกาสในการต่อยอดธุรกิจ ผ่านกิจกรรมสร้างเครือข่ายและองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญ โดยเน้นแนวคิด “Beyond Banking” ที่มุ่งสนับสนุนลูกค้าอย่างรอบด้านมากกว่าการให้บริการทางการเงิน โดยเปิดตัวด้วยกิจกรรมแรก “An Exclusive Movie Experience” เชิญลูกค้ากลุ่มวีไอพีจำนวน 54 ราย มาร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษ ณ โรงภาพยนตร์ Diplomat Screen เซ็นทรัล เอ็มบาสซี่ พร้อมแผนจัดกิจกรรมเพื่อมอบประสบการณ์สุดพิเศษอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี UOB SME Prestige สะท้อนความมุ่งมั่นของธนาคารยูโอบีในการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่เติบโตเคียงข้างผู้ประกอบการเอสเอ็มอี โดยมอบสิทธิพิเศษมากมาย อาทิ ช่องทางการขอสินเชื่อแบบพิเศษ สัมมนาให้ความรู้เฉพาะกลุ่ม และกิจกรรมสร้างเครือข่ายกับผู้ประกอบการที่มีวิสัยทัศน์เดียวกัน สยุมรัตน์ มาระเนตร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธุรกิจเอสเอ็มอี ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า “ธุรกิจเอสเอ็มอี คือรากฐานสำคัญของระบบเศรษฐกิจไทย ธนาคารยูโอยีได้รับความไว้วางใจและโอกาสสนับสนุนลูกค้าเอสเอ็มอีให้เติบโตเคียงคู่กับธนาคารมาโดยตลอด เพื่อแสดงความขอบคุณและตอกย้ำแนวคิด ‘Beyond Banking’ ที่มุ่งเน้นการสนับสนุนลูกค้าอย่างรอบด้านมากกว่าการให้บริการทางการเงิน ธนาคารยูโอบีจึงได้ริเริ่มโปรแกรม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3624538">ยูโอบี เปิดตัว UOB SME Prestige เพื่อลูกค้าเอสเอ็มอีระดับวีไอพี ตอบแทนความไว้วางใจ พร้อมสนับสนุนการเติบโตทางธุรกิจแบบรอบด้าน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ยูโอบี ร่วมกับ ททท. เมืองพัทยา และพันธมิตร จัดสัมมนาแบ่งปันความรู้ ส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวภาคตะวันออก]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/travel/3620209</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 16 Jul 2025 10:24:13 +0700</pubDate>
				<category>travel</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3620209</guid>

					<description><![CDATA[<p>ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเมืองพัทยา และพันธมิตรของ UOB BizSmart บริการดิจิทัลโซลูชันเพื่อการจัดการธุรกิจ จัดสัมมนาแบ่งปันความรู้ให้กับเอสเอ็มอีในภาคการท่องเที่ยวและร้านอาหาร เจาะลึกเทรนด์ด้านการท่องเที่ยว กลยุทธ์การตลาด และเครื่องมือในการส่งเสริมการเติบโตของธุรกิจในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่มีการแข่งขันสูง โดยงานนี้ได้รับเกียรติจาก ดร. ศิวัช บุณเกิด รองปลัดเมืองพัทยา เป็นประธานเปิดงาน และ นายชัยวัฒน์ ตามไท ผู้อำนวยการสำนักงาน ททท. สำนักงานเมืองพัทยา ซึ่งได้นำเสนอภาพรวมของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย พร้อมกับกรอบนโยบายเชิงกลยุทธ์ของ ททท. เพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในภาคส่วนนี้ นางสยุมรัตน์ มาระเนตร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจเอสเอ็มอี ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า “ธนาคารยูโอบี เชื่อว่าการสนับสนุนเอสเอ็มอี เป็นสิ่งสำคัญในการเสริมสร้างเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยเฉพาะในภาคที่มีศักยภาพสูงอย่างการท่องเที่ยว เรามุ่งมั่นที่จะจัดหาเครื่องมือ ข้อมูลเชิงลึก และโซลูชันทางการเงินที่ธุรกิจท้องถิ่นต้องการ เพื่อเติบโตอย่างยั่งยืนและประสบความสำเร็จในตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผ่านบริการทางการเงินที่เข้าใจธุรกิจเอสเอ็มอี และเครือข่ายพันธมิตร ของ UOB BizSmart ที่ช่วยให้ธุรกิจเดินหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ” นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมงานยังได้รับฟังถึงโซลูชันด้านการเงิน การชำระเงิน และประกันภัย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/travel/3620209">ยูโอบี ร่วมกับ ททท. เมืองพัทยา และพันธมิตร จัดสัมมนาแบ่งปันความรู้ ส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวภาคตะวันออก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ยูโอบี ฟินแล็บ เปิด 6 โครงการนำร่องกรีนเทคของไทย เตรียมพร้อมรับมือปัญหาท้าทายด้านความยั่งยืนในไทย]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3547922</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 25 Nov 2024 16:17:22 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3547922</guid>

					<description><![CDATA[<p>15 โครงการนำร่องกรีนเทคทั่วอาเซียนได้รับทุนสนับสนุนกว่า 2.7 ล้านบาท ยูโอบี ฟินแล็บ (UOB FinLab) หน่วยงานส่งเสริมนวัตกรรมของ ธนาคารยูโอบี ได้มอบเงินทุนสนับสนุนมูลค่ารวมกว่า 2.7 ล้านบาท (100,000 ดอลลาร์สิงคโปร์) ให้แก่บริษัทด้านเทคโนโลยีสีเขียว หรือกรีนเทค (GreenTech) ที่ได้รับการคัดเลือก เพื่อนำร่องโซลูชันด้านความยั่งยืน 15 โครงการร่วมกับยูโอบีและองค์กรพันธมิตรต่างๆ ทั่วภูมิภาคอาเซียน โดยมีบริษัทกรีนเทคของไทย 5 บริษัทได้รับคัดเลือกและรับเงินทุนสนับสนุนเพื่อนำร่อง 6 โซลูชันสำหรับยูโอบี ประเทศไทย และหน่วยงานพันธมิตร โดยบริษัทและโครงการที่ได้รับคัดเลือกทั้งหมดได้รับการเปิดตัวที่งาน GreenTech Accelerator 2024 Showcase Day ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Insights Forum ของ Singapore FinTech Festival โครงการ GreenTech Accelerator 2024 เป็นโครงการระดับภูมิภาคครั้งที่ 2 ของยูโอบี ฟินแล็บ จัดขึ้นเป็นระยะเวลา 6 เดือน โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อช่วยให้บริษัทกรีนเทคในอาเซียนสามารถขยายกิจการให้เติบโตและดำเนินการปรับเปลี่ยนองค์กร [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3547922">ยูโอบี ฟินแล็บ เปิด 6 โครงการนำร่องกรีนเทคของไทย เตรียมพร้อมรับมือปัญหาท้าทายด้านความยั่งยืนในไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ยูโอบี จับมือ บิ้ว ทรี เทคโนโลยีดันธุรกิจเอสเอ็มอีสู่ความยั่งยืน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3440216</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 06 Feb 2024 10:59:24 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/business/3440216</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อเร็วๆ นี้ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทยลงนามในบันทึกข้อตกความร่วมมือกับ บริษัท บิ้วทรี เทคโนโลยี จำกัด สตาร์ทอัพไทยด้านเทคโนโลยีด้านสภาพอากาศ (Climate Tech) และผู้พัฒนาแพลตฟอร์มการบริหารจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Carbonwize) สนับสนุนให้ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรก่อนขออนุมัติสินเชื่อจากธนาคารในอัตราดอกเบี้ยพิเศษ ร่วมผลักดันการดำเนินธุรกิจที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันกระบวนการเปลี่ยนผ่านการดำเนินธุรกิจของเอสเอ็มอีไปสู่ความยั่งยืนต้องใช้เงินทุนจำนวนมาก รายงานการศึกษา UOB Business Outlook Study 2023 ประเทศไทยพบว่าร้อยละ 96 ของธุรกิจเอสเอ็มอีใส่ใจแนวทางการดำเนินธุรกิจที่ยั่งยืน แต่มีเพียงร้อยละ 47 นำแนวคิดนี้มาใช้ ร้อยละ 29 ให้เหตุผลว่าขาดความช่วยเหลือด้านการเงินจึงไม่สามารถนำแนวคิดนี้มาปฎิบัติได้อย่างจริงจัง [ UOB Business Outlook Study 2023 ผู้ตอบ: ธุรกิจเอสเอ็มอีจากภาคอุตสาหกรรมหลักในประเทศไทย N=322] ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย จึงจับมือกับ บิ้วทรี เทคโนโลยีเพื่อแก้ไขปัญหาและช่วยผู้ประกอบการเอสเอ็มอีสามารถเข้าถึงความช่วยเหลือทางการเงินในการเดินหน้าธุรกิจไปสู่ความยั่งยืน บริษัทสามารถสมัครบริการสินเชื่อธุรกิจจากธนาคารยูโอบีในเงื่อนไขอัตราดอกเบี้ยพิเศษ เริ่มต้นร้อยละ 2 ต่อปี ระยะเวลาผ่อนชำระสูงสุด 5 ปี โดยต้องทำการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรบนแพลตฟอร์ม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3440216">ยูโอบี จับมือ บิ้ว ทรี เทคโนโลยีดันธุรกิจเอสเอ็มอีสู่ความยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ยูโอบี จับมือ บิ้ว ทรี เทคโนโลยีดันธุรกิจเอสเอ็มอีสู่ความยั่งยืน ผ่านโซลูชันการเงินสีเขียว]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3439712</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 05 Feb 2024 11:53:57 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/finance/3439712</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อเร็วๆ นี้ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทยลงนามในบันทึกข้อตกความร่วมมือกับ บริษัท บิ้วทรี เทคโนโลยี จำกัด สตาร์ทอัพไทยด้านเทคโนโลยีด้านสภาพอากาศ (Climate Tech) และผู้พัฒนาแพลตฟอร์มการบริหารจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Carbonwize) สนับสนุนให้ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรก่อนขออนุมัติสินเชื่อสีเขียวจากธนาคารในอัตราดอกเบี้ยพิเศษ ร่วมผลักดันการดำเนินธุรกิจที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันกระบวนการเปลี่ยนผ่านการดำเนินธุรกิจของเอสเอ็มอีไปสู่ความยั่งยืนต้องใช้เงินทุนจำนวนมาก รายงานการศึกษา UOB Business Outlook Study 2023 ประเทศไทยพบว่าร้อยละ 96 ของธุรกิจเอสเอ็มอีใส่ใจแนวทางการดำเนินธุรกิจที่ยั่งยืน แต่มีเพียงร้อยละ 47 นำแนวคิดนี้มาใช้ ร้อยละ 29 ให้เหตุผลว่าขาดความช่วยเหลือด้านการเงินจึงไม่สามารถนำแนวคิดนี้มาปฎิบัติได้อย่างจริงจัง ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย จึงจับมือกับ บิ้วทรี เทคโนโลยีเพื่อแก้ไขปัญหาและช่วยผู้ประกอบการเอสเอ็มอีสามารถเข้าถึงความช่วยเหลือทางการเงินในการเดินหน้าธุรกิจไปสู่ความยั่งยืน บริษัทสามารถสมัครบริการสินเชื่อสีเขียวจากธนาคารยูโอบีในเงื่อนไขอัตราดอกเบี้ยพิเศษ เริ่มต้นร้อยละ 2 ต่อปี ระยะเวลาผ่อนชำระสูงสุด 5 ปี โดยต้องทำการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรบนแพลตฟอร์ม Carbonwize ซึ่งจะช่วยคำนวนคาร์บอนฟุต พริ้นท์ของธุรกิจด้วยระบบอัตโนมัติ และแสดงผลข้อมูลเชิงลึกเพื่อช่วยให้องค์กรวางแผนกลยุทธ์ในการลดก๊าซเรือนกระจกในองค์กร เช่นการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ การติดตั้งระบบควบคุมความเย็นภายในอาคาร หรือโซลูชันทำน้ำร้อนแบบประหยัดพลังงาน ธนาคารจะนำข้อมูลที่ได้รับการประเมินตามมาตราฐานสากลจากแพลตฟอร์มนี้มาประกอบการพิจารณาก่อนอนุมัติสินเชื่อให้แก่ธุรกิจ นางสยุมรัตน์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3439712">ยูโอบี จับมือ บิ้ว ทรี เทคโนโลยีดันธุรกิจเอสเอ็มอีสู่ความยั่งยืน ผ่านโซลูชันการเงินสีเขียว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ยูโอบี ประเทศไทย ธนาคารชั้นนำในภูมิภาคอาเซียนที่ให้ความสำคัญกับบุคคลากร กับแนวคิดที่เน้นพนักงานเป็นศูนย์กลาง]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3412030</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 20 Nov 2023 15:02:53 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/business/3412030</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในขณะที่ธุรกิจต่างๆ เปลี่ยนแปลงไป ความคาดหวังของพนักงานก็เปลี่ยนไปเช่นเดียวกัน ในโลกหลังวิกฤตโควิด-19 ที่แต่ละองค์กรได้รับผลกระทบจากการลาออกครั้งใหญ่ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทยไม่เพียงแต่ปรับตัว แต่ยังได้เปลี่ยนแปลงวิธีการดูแลพนักงาน เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมธนาคารอีกด้วย ตั้งแต่ปี 2564 อุตสาหกรรมต่างๆ ทั่วโลกเผชิญกับวิกฤตการลาออกครั้งใหญ่หรือที่เรียกว่า Big Quit ที่เกิดจากพนักงานพร้อมใจกันตบเท้ากันลาออกจากงานโดยสมัครใจในช่วงวิกฤตโควิด-19 ที่ผ่านมา ทำให้การแข่งขันในการเฟ้นหาผู้ที่มีความสามารถในโลกของการทำงานกลายเป็นเรื่องดุเดือดในช่วงหลังการแพร่ระบาด หลายองค์กรต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ด้านบุคลากร เนื่องจากพนักงานต่างคาดหวังที่จะได้รับประสบการณ์การทำงานที่ตรงกับความต้องการในแต่ละช่วงชีวิตของตน นางสาวศศิวิมล อารยวัฒนาพงษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ทรัพยากรบุคคล ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า “ที่ธนาคาร ยูโอบี พนักงานของเราคือส่วนสำคัญของความสำเร็จของธนาคาร เราให้ความสำคัญเรื่องการสรรหาบุคลากรที่มีศักยภาพ และยังมุ่งมั่นที่จะเติมเต็มประสบการณ์การทำงานที่ดีให้กับพนักงาน เป้าหมายของเราคือการตั้งบรรทัดฐานใหม่สำหรับความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน สนับสนุนการเติบโตให้หน้าที่การงาน และสร้างความพึงพอใจให้กับพนักงานทั้งในชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัว” ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ได้นำข้อมูลจากการศึกษาความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในอาเซียน (ACSS) ประจำปี 2566 ของธนาคาร ยูโอบี มาใช้ในการคิดค้นกลยุทธ์ด้านบุคลากรเพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็นองค์กรในใจพนักงาน ผลการศึกษาตอกย้ำว่าร้อยละ 52 ของผู้ตอบแบบสำรวจชาวไทยคิดว่าชั่วโมงการทำงานที่ยืดหยุ่นเป็นสิ่งที่พวกเขาคาดหวังจากองค์กรมากที่สุด ธนาคารยูโอบีให้ความสำคัญกับความคาดหวังนี้ ผ่านปรัชญาในการดูแลพนักงานของธนาคาร และนโยบายการทำงานที่ยืดหยุ่น สิทธิประโยชน์ที่เพิ่มมากขึ้น และแนวทางด้านความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน โดยมีเป้าหมายในการปรับให้เข้ากับความต้องการที่หลากหลายของพนักงานของเรา และรองรับความต้องการในอนาคต นอกจากนี้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3412030">ยูโอบี ประเทศไทย ธนาคารชั้นนำในภูมิภาคอาเซียนที่ให้ความสำคัญกับบุคคลากร กับแนวคิดที่เน้นพนักงานเป็นศูนย์กลาง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ยูโอบี หนุน GAC Aion ขยายธุรกิจรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในไทย]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3389366</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 28 Sep 2023 10:41:55 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/business/3389366</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อเร็วๆนี้ ธนาคารยูโอบีได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับบริษัท Guangzhou Auto Group (GAC) Aion เพื่อผนึกความร่วมมือแบบครอบคลุมทุกมิติในการเข้ามาทำธุรกิจรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทย โดยธนาคาร ยูโอบี ประเทศจีน และ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทยจะร่วมสนับสนุนสินเชื่อทางการเงินสำหรับการขยายธุรกิจ การพัฒนาตลาดและ การลงทุนเพื่อพัฒนานวัตกรรมใหม่ของบริษัท ข้อตกลงในครั้งนี้เป็นการสานต่อความร่วมมืออันยาวนานระหว่าง ธนาคารยูโอบี ประเทศจีน กับ GAC Aion ผู้ผลิตและจำหน่ายรถยนต์พลังงานไฟฟ้ารายใหญ่ลำดับที่ 3 ภายในประเทศจีนในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2566 ภายใต้บันทึกความเข้าใจฉบับนี้ GAC Aion และ บริษัท ไอออน ออโตโมบิล เซลล์ (ประเทศไทย) จะได้รับประโยชน์จากบริการ Global Credit Services เพื่อเป็นแหล่งเงินทุนในการขยายกิจการและดำเนินธุรกิจ บริการธุรกรรมเงินตราต่างประเทศ บริการบริหารความเสี่ยงที่หลากหลาย และการเข้าถึงสินเชื่อสีเขียวภายใต้กรอบแนวคิดการเข้าถึงเงินทุนที่ยั่งยืนของธนาคารในการดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืน ตัน ชุน ฮิน กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า “ธนาคารยูโอบีขอร่วมแสดงความยินดีกับ GAC Aion [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3389366">ยูโอบี หนุน GAC Aion ขยายธุรกิจรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ยูโอบี ประเทศไทย เปิดตัว UOB Car2Cash เพื่อลูกค้าที่ต้องการความคล่องตัวทางการเงิน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3303036</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 16 Feb 2023 13:51:30 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/finance/3303036</guid>

					<description><![CDATA[<p>ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย เปิดตัวผลิตภัณฑ์สินเชื่อทะเบียนรถยนต์ UOB Car2Cash เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงเงินสดได้อย่างรวดเร็วและเพิ่มความคล่องตัวในทุกสถานการณ์ด้านการเงิน สำหรับเจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์ส่วนบุคคล ได้แก่ รถยนต์ รถกระบะ และรถตู้ รับวงเงินกู้สูงสุดเต็มร้อยละ 100 ของราคาประเมิน โดย UOB Car2Cash เป็นผลิตภัณฑ์สินเชื่อใหม่ล่าสุดที่ธนาคารเพิ่มเข้ามาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่หลากหลายขึ้น นายธีรวัฒน์ ตรีรัตน์ดิลกกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ Head of Card Payments and Unsecured Products ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า “จากรายงานของธนาคารแห่งประเทศไทย สินเชื่อส่วนบุคคลแบบที่มีหลักประกันมีจำนวนเพิ่มขึ้นร้อยละ 19 เมื่อเทียบกับปี 2564 และปัจจุบันอยู่ที่ 5 ล้านบัญชี[1] จากที่ค่าใช้จ่ายของผู้บริโภคเพิ่มสูงขึ้น UOB Car2Cash จะช่วยมอบความคล่องตัวในทุกสถานการณ์ด้านการเงิน ผลิตภัณฑ์สินเชื่อทะเบียนรถยนต์นี้ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์อยู่แล้ว และต้องการสินเชื่อทะเบียนรถยนต์อย่างรวดเร็ว UOB Car2Cash จะช่วยเติมเต็มผลิตภัณฑ์สินเชื่อของธนาคารให้ครบถ้วนยิ่งขึ้น เพื่อมอบโซลูชันทางการเงินที่หลากหลายให้แก่ลูกค้า” ด้วยอัตราดอกเบี้ยต่ำเริ่มต้นที่ร้อยละ 0.45 ต่อเดือน[2] และผ่อนนานสูงสุด 72 เดือน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3303036">ยูโอบี ประเทศไทย เปิดตัว UOB Car2Cash เพื่อลูกค้าที่ต้องการความคล่องตัวทางการเงิน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ยูโอบีคาด GDP ไทยปี 2566 โต 3.7% รับอานิสงส์ท่องเที่ยวจีนฟื้น เงินบาทแข็งและส่งออกขยายตัวต่อเนื่อง]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3300239</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 09 Feb 2023 11:32:04 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/finance/3300239</guid>

					<description><![CDATA[<p>ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย เผยรายงานวิจัยล่าสุดวิเคราะห์สถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศไทยในปี 2566 จะมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามามากขึ้น ซึ่งจะมีส่วนผลักดันให้เกิดการบริโภคและการใช้จ่ายภายในประเทศที่สูงขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ ส่งผลให้อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ หรือ จีดีพี (GDP) สามารถเติบโตถึงร้อยละ 3.7 ในปีนี้ นายเอ็นริโก้ ทานูวิดฮาฮา นักเศรษฐศาสตร์ Global Economic and Market Research ของธนาคารยูโอบี เผยว่า “ตั้งแต่ต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา ประเทศไทยเริ่มต้อนรับนักท่องเที่ยวจากประเทศจีนที่กลับเข้ามาอีกครั้งหลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งถือว่าเร็วกว่าที่เราคาดการณ์ไว้ และส่งผลดีให้ภาคธุรกิจท่องเที่ยวซึ่งเป็นรายได้หลักของประเทศฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีสัญญาณที่ดีจากภาคธุรกิจบริการที่เริ่มฟื้นตัว รวมถึงค่าเงินบาทที่แข็งขึ้นจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นซึ่งจะช่วยกระตุ้นการบริโภคและการใช้จ่ายในประเทศ ดังนั้นสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศไทยในปีนี้จะเริ่มกลับมาฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องในแต่ละไตรมาส โดยยูโอบีประเมินว่าอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจจะสามารถขยายตัวได้ถึงร้อยละ 3.7 และอัตราเงินเฟ้อจะเฉลี่ยอยู่ร้อยละ 2.7 ซึ่งเป็นผลจากรายได้ท่องเที่ยวที่เป็นแรงสนันสนุนหลักทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจในปีนี้มีความสดใส นอกจากนี้ ผลพวงจากจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่จะเดินทางกลับมาเข้าอีกครั้งหลังจากนโยบายการเปิดพรมแดน จะทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับสกุลเงินอื่นในภูมิภาคเอเชีย อย่างไรก็ดีในช่วงครึ่งปีแรก ค่าเงินบาทอาจได้รับผลกระทบจากความท้ายทายของเศรษฐกิจโลกในระดับมหาภาค ทำให้เคลื่อนไหวอ่อนตัวลงไปอยู่ที่ 35 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงครึ่งปีแรก ก่อนจะกลับมาแข็งแกร่งและไต่ระดับไปถึง 33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงครึ่งปีหลัง โดยรวมภาวะเศรษฐกิจไทยในปี 2566 จะอยู่ในเกณฑ์ที่แข็งแกร่งจากการฟื้นตัวของภาคธุรกิจต่างๆโดยเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นนั้นจะไม่ส่งผลกระทบต่อการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมและธุรกิจหลักในประเทศ” สถานการณ์เศรษฐกิจส่งสัญญาณการฟื้นตัว สถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศไทยเริ่มส่งสัญญาณฟิ้นตัวตั้งแต่ไตรมาส 3 ของปีที่แล้ว [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3300239">ยูโอบีคาด GDP ไทยปี 2566 โต 3.7% รับอานิสงส์ท่องเที่ยวจีนฟื้น เงินบาทแข็งและส่งออกขยายตัวต่อเนื่อง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ยูโอบี ประเทศไทย เปิดตัวงาน เวิล์ด ฟินเทค เฟสติวัล 2022  ในฐานะพันธมิตรหลักเพียงรายเดียว]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3237266</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 09 Sep 2022 16:42:06 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/finance/3237266</guid>

					<description><![CDATA[<p>ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ร่วมกับธนาคารกลางสิงคโปร์ (Monetary Authority of Singapore : MAS) เปิดตัวงานเวิล์ด ฟินเทค เฟสติวัล 2022 (WFF 2022) โดยงานนี้จัดขึ้นด้วยกระแสความต้องการด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและความยั่งยืนของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยที่เพิ่มขึ้น พร้อมประชาสัมพันธ์งานสิงคโปร์ ฟินเทค เฟสติวัล (Singapore FinTech Festival: SFF) งานฟินเทคที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในระดับโลก ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2- 4 พฤศจิกายน 2565 ณ ประเทศสิงคโปร์ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย พันธมิตรหลักเพียงรายเดียวในงานนี้ ได้นำทุกภาคส่วนที่อยู่ในระบบินิเวศฟินเทค ระดับภูมิภาคมารวมกันที่งาน โดยมีองค์กรภาคธุรกิจ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี บริษัทเทคโนโลยีราว 70 รายร่วมงาน นอกเหนือจากการนำเสนอความคืบหน้าล่าสุดจากงานสิงคโปร์ ฟินเทค และความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนเพื่อกำหนดอนาคตทางการเงินด้วยเทคโนโลยีแล้ว ในงานครั้งนี้ยังมีการแบ่งปันความสำเร็จของธุรกิจเอสเอ็มอีไทย ข้อมูลธุรกิจเชิงลึก และโอกาสในการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ ทั้งนี้ผู้เข้าร่วมงานยังได้มีโอกาสแบ่งปันข้อมูลเชิงลึกและเรียนรู้จากผู้นำในอุตสาหกรรมถึงบทบาทและความสัมพันธ์ของการปรับธุรกิจสู่ดิจิทัลและความยั่งยืนทางธุรกิจ ซึ่งเป็นสองสิ่งที่ช่วยให้ธุรกิจยังดำเนินต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ในท่ามกลางสภาวการณ์การตลาดที่ผันผวน คุณปิยพร รัตน์ประสาทพร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ เครือข่ายสาขาและบริการดิจิทัล ธนาคารยูโอบี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3237266">ยูโอบี ประเทศไทย เปิดตัวงาน เวิล์ด ฟินเทค เฟสติวัล 2022  ในฐานะพันธมิตรหลักเพียงรายเดียว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กลุ่มยูโอบีประกาศกำไรสุทธิครึ่งปีแรกของปี 2565 ยังคงที่ สูงกว่า 2 พันล้านเหรียญสิงคโปร์ดอลลาร์]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3226841</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 18 Aug 2022 14:21:56 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/finance/3226841</guid>

					<description><![CDATA[<p>กลุ่มธนาคารยูโอบีประกาศผลกำไรสุทธิครึ่งปีแรกของปี 2565 ที่ 2 พันล้านเหรียญสิงคโปร์ดอลลาร์ คงที่เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีผลประกอบการไตรมาส 2 สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2565 ที่แข็งแกร่ง และสูงกว่าไตรมาสแรกที่เติบโตในอัตราที่ช้า ผลกำไรสุทธิของไตรมาส 2 ของปี 2565 จำนวน 1.1 พันล้านเหรียญสิงคโปร์ดอลลาร์ เพิ่มขึ้นร้อยละ 11 เมื่อเทียบกับปีก่อน รายได้จากดอกเบี้ยรับสุทธิเพิ่มขึ้นร้อยละ 18 เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมาจากการปรับตัวของส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยและการเติบโตของสินเชื่อที่ดี คุณภาพสินทรัพย์ยังคงแข็งแกร่ง โดยมีต้นทุนรวมในการปล่อยสินเชื่อที่ 22 จุดและอัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพที่ร้อยละ 1.7 ในครึ่งปีแรกของปี 2565 รายได้จากลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ ดีดตัวขึ้นร้อยละ 16 เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนหน้า อยู่ที่ระดับ 2.9 พันล้านเหรียญสิงคโปร์ดอลลาร์ เนื่องจากการปรับตัวของส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยและการเติบโตของสินเชื่อจากเงินหมุนเวียนระยะสั้นและธุรกิจตลาดหุ้นกู้ ค่าธรรมเนียมจากสินเชื่อและวาณิชธนกิจพุ่งขึ้นทำระดับสูงสุดใหม่ จากการที่กลุ่มธนาคารยูโอบีสนับสนุนให้ลูกค้ากลุ่มธุรกิจขยายธุรกิจในระดับภูมิภาค รายได้ข้ามพรมแดนของธนาคารเพิ่มขึ้นร้อยละ 13 เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนหน้า แม้ต้องเผชิญหน้ากับภาวะความไม่แน่นอนทางด้านเศรษฐกิจมหภาคทั่วโลก รายได้จากกลุ่มลูกค้ารายย่อยในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2565 ปรับตัวลดลงร้อยละ 3 จากปีก่อนมาอยู่ที่ 1.7 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3226841">กลุ่มยูโอบีประกาศกำไรสุทธิครึ่งปีแรกของปี 2565 ยังคงที่ สูงกว่า 2 พันล้านเหรียญสิงคโปร์ดอลลาร์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ยูโอบี ประเทศไทย จ้างงานเพิ่ม 1,000 อัตรา เพื่อรองรับการขยายธุรกิจ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3219556</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 03 Aug 2022 10:31:05 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/business/3219556</guid>

					<description><![CDATA[<p>ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย แสดงจุดยืนที่ชัดเจนในการลงทุนอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย โดยการจัดงาน Open House ตั้งแต่วันนี้ ถึง 27 สิงหาคม 2565 เพื่อเปิดรับบุคลากรรวม 1,000 อัตรา สำหรับนักศึกษาจบใหม่และผู้ประกอบวิชาชีพด้านการธนาคารทุกระดับ เพื่อรองรับการขยายธุรกิจธนาคารภายหลังการประกาศเข้าซื้อกิจการธุรกิจกลุ่มลูกค้ารายย่อย (Consumer Banking Business) จากซิตี้กรุ๊ป เมื่อต้นปี การเปิดรับบุคลากรเพิ่มในครั้งนี้เป็นการเสริมความแข็งแกร่งให้แก่ทีมงานในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับปฏิบัติการ ผู้บริหารระดับกลาง ไปจนถึงผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน โดยอัตราที่รับเพิ่มร้อยละ 40 เป็นตำแหน่งผู้จัดการความสัมพันธ์ ร้อยละ 20 เป็นตำแหน่งพนักงานสาขา และร้อยละ 40 เป็นตำแหน่งในแผนกสนับสนุน จากข้อมูลของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) จำนวนผู้ว่างงานในประเทศไทยอยู่ที่ 610,000 คน ในไตรมาสแรกของปี 2565 โดยพบว่าการว่างงานในกลุ่มแรงงานที่มีการศึกษาสูงยังคงสูงอยู่ โดยผู้สำเร็จการศึกษาระดับอุดมศึกษาที่ยังว่างงานคิดเป็นร้อยละ 3.1 ของจำนวนผู้ว่างงานทั้งหมด หรือ 225,000 คน นางสาวศศิวิมล อารยวัฒนาพงษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ทรัพยากรบุคคล ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3219556">ยูโอบี ประเทศไทย จ้างงานเพิ่ม 1,000 อัตรา เพื่อรองรับการขยายธุรกิจ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ยูโอบี ชวนคนรักงานศิลปะ ค้นหาแรงบันดาลใจ ในกิจกรรม “Spin around without boundaries…เมื่อศิลปะไร้ขอบเขต ศิลปินก็ต้องไร้ขีดจำกัด”]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3201972</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 15 Jun 2022 11:09:41 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3201972</guid>

					<description><![CDATA[<p>ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ชวนนักเรียน นักศึกษา ศิลปินและบุคคลทั่วไปที่รักงานศิลปะ มาหาแรงบันดาลใจ พร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านศิลปะในกิจกรรมโรดโชว์เสวนาศิลปะผ่านออนไลน์ หัวข้อ “Spin around without boundaries…เมื่อศิลปะไร้ขอบเขต ศิลปินก็ต้องไร้ขีดจำกัด” กับศิลปินที่ประสบความสำเร็จในการเพิ่มมูลค่างานศิลปะจากผืนผ้าใบสู่โลกดิจิทัล และศิลปินที่สร้างสร้างสรรค์ผลงานอันเป็นเอกลักษณ์ จนสามารถต่อยอดทางการตลาดผ่านการร่วมงานกับแบรนด์ชั้นนำอีกมากมาย โดยกิจกรรมโรดโชว์จะจัดขึ้นผ่าน Live Streaming เพียง 4 รอบเท่านั้น ในวันที่ 22, 30 มิถุนายน และ 7, 14 กรกฎาคม 2565 กิจกรรมครั้งนี้จะเป็นช่องทางในการเรียนรู้แลกเปลี่ยน เตรียมความพร้อมให้ผู้ที่สนใจสามารถต่อยอดงานจิตรกรรมเพื่อก้าวสู่โลกศิลปะและโอกาสทางการตลาดในยุคดิจิทัลได้อย่างมั่นใจ พร้อมโอกาสมากมายจากเวทีการประกวดจิตรกรรมยูโอบี คุณเกียรติอนันต์ เอี่ยมจันทร์ และ ผศ. เกรียงไกร กงกะนันทน์ สองศิลปินที่เติบโตจาก Fine Arts สู่การต่อยอดในโลก NFT คุณภาวิษา มีศรีนนท์ และคุณปัณฑิตา มีบุญสบาย สองศิลปินรุ่นใหม่ที่ต่อยอดผลงานจิตกรรม สู่ความร่วมมือกับแบรนด์ต่างๆ คุณปานพรรณ ยอดมณี คุณสุวรรณี สารคณา [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3201972">ยูโอบี ชวนคนรักงานศิลปะ ค้นหาแรงบันดาลใจ ในกิจกรรม “Spin around without boundaries…เมื่อศิลปะไร้ขอบเขต ศิลปินก็ต้องไร้ขีดจำกัด”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ส่องเทรนด์การลงทุน: วิกฤตยูเครนและผลกระทบต่อการลงทุน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3196766</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 01 Jun 2022 09:24:17 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/finance/3196766</guid>

					<description><![CDATA[<p>โดยคุณยุทธชัย เตยะราชกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บุคคลธนกิจ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ในช่วงเวลาที่ความตึงเครียดระหว่างรัสเซียและยูเครนยังคงยืดเยื้ออย่างต่อเนื่อง สินทรัพย์ทางการเงินเกิดแรงเทขาย ความผันผวนเพิ่มขึ้นในสินทรัพย์เสี่ยง นักลงทุนทั่วโลกต่างพยายามทำความเข้าใจผลกระทบที่เกิดขึ้นในตลาด คุณยุทธชัย เตยะราชกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บุคคลธนกิจ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ได้มาแบ่งปันคำแนะนำเกี่ยวกับกลยุทธ์การลงทุนที่นักลงทุนสามารถปรับใช้เพื่อสร้างพอร์ตการลงทุนที่ยืดหยุ่นได้ สถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นกับความขัดแย้งที่กำลังดำเนินอยู่ เห็นได้ชัดเจนว่าผลกระทบส่วนใหญ่จะเกิดกับรัสเซีย เนื่องจากพันธมิตรชาติตะวันตกส่วนใหญ่ มีมาตรการคว่ำบาตรต่อบริษัทในรัสเซีย สถาบันการเงิน และธนาคารกลาง ผู้ได้รับผลกระทบรองลงมาคือ ยุโรป เนื่องจากยุโรปต้องพึ่งพาน้ำมันและะก๊าซจากรัสเซีย ซึ่งมีแนวโน้มที่จะทำให้อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น และเศรษฐกิจชะลอตัวในประเทศแถบยุโรป ส่วนสหรัฐอเมริกาได้จำกัดการค้า การพึ่งพาน้ำมันและก๊าซจากรัสเซีย และมีแนวโน้มที่จะได้รับผลกระทบเพียงเล็กน้อย แต่หากเกิดสงครามที่ยืดเยื้อจนอาจจะนำไปสู่การบาดเจ็บล้มตายของประชาชนเป็นจำนวนมาก เราคาดว่า อาจมีแรงเทขาย และแรงกดดันด้านราคาในอุตสาหกรรมพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ สำหรับสถานการณ์นี้ การคว่ำบาตรจะมีมากขึ้น และเศรษฐกิจรัสเซียจะถูกแยกออกจากประเทศอื่นๆ ทั่วโลก เมื่อเรามองย้อนกลับไปที่เหตุการณ์ขัดแย้งแบ่งแยกดินแดนในอดีต เช่น สงครามอ่าว สงครามอัฟกานิสถาน สงครามอิรัก และวิกฤตไครเมียในปี 2014 สิ่งหนึ่งที่สังเกตุได้ คือตลาดปรับตัวลงในช่วงที่คาดว่าจะเกิดสงคราม และตลาดมีแนวโน้มที่จะลดลงถึงจุดต่ำสุด เมื่อสงครามเริ่มต้นขึ้น ประเด็นสำคัญของการวิเคราะห์นี้ คือความเสี่ยงจากเหตุการณ์ทางขัดแย้งแบ่งแยกดินแดนในอดีตส่วนใหญ่จะผ่านไปโดยไม่มีผลกระทบทางเศรษฐกิจในระยะยาว สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้น้อย ที่ไม่ต้องการให้มูลค่าเงินของพวกเขาผันผวนมากนัก ตอนนี้เป็นเวลาที่เหมาะสมในการกระจายสินทรัพย์ของตนผ่านสินทรัพย์ที่หลากหลาย (Multi-Asset) ซึ่งจะช่วยบริหารจัดการความเสี่ยงได้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3196766">ส่องเทรนด์การลงทุน: วิกฤตยูเครนและผลกระทบต่อการลงทุน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ยูโอบีประกาศผลกำไรสุทธิไตรมาสแรกที่ 9.06 ร้อยล้านเหรียญสิงคโปร์ดอลลาร์ แฟรนไชส์ลูกค้าและคุณภาพของสินทรัพย์ยังคงมีความแข็งแกร่ง]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3191175</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 18 May 2022 16:01:54 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/finance/3191175</guid>

					<description><![CDATA[<p>กลุ่มธนาคารยูโอบีประกาศผลกำไรสุทธิไตรมาสแรกปี 2565 ที่ 9.06 ร้อยล้านเหรียญสิงคโปร์ดอลลาร์ ลดลงร้อยละ 11 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน ท่ามกลางภาวะตลาดที่ผันผวน แฟรนไชส์ลูกค้าของกลุ่มธนาคารยังคงแข็งแกร่ง โดยมีรายได้จากดอกเบี้ยรับสุทธิเพิ่มสูงขึ้นจากการเติบโตของสินเชื่อที่มีคุณภาพและวินัยในการกำหนดราคา รายได้ค่าธรรมเนียมรวมไม่เปลี่ยนแปลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน แม้ค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวเนื่องกับสินเชื่อจะพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ โดยมีอัตราเติบโตที่ร้อยละ 14 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน แต่ค่าธรรมเนียมจากบัตรเครดิต การบริหารจัดการความมั่งคั่ง และการบริหารจัดการกองทุนกลับลดลง เนื่องจากความอ่อนไหวของตลาด รายได้จากการค้าและการลงทุนลดลงเกินร้อยละ 10 เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการป้องกันความเสี่ยงจากการที่อัตราดอกเบี้ยปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้รายได้รวมลดลงเล็กน้อยร้อยละ 3 อยู่ที่ 2.4 พันล้านเหรียญสิงคโปร์ดอลลาร์ ต้นทุนความเสี่ยงจากการให้สินเชื่อ ณ สิ้นไตรมาสแรกปี 2565 กลับสู่ภาวะปกติที่ 19 จุด จากการเพิ่มขึ้นของการโอนกลับสำรองทั่วไป (general allowance write-back) ในไตรมาสก่อน คุณภาพของสินทรัพย์ของกลุ่มธนาคารและงบดุลยังคงมีความยืดหยุ่น สภาพคล่องอยู่ในระดับที่เหมาะสม และอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่หนึ่งที่เป็นส่วนของเจ้าของ (CET1) อยู่ที่ร้อยละ 13.1 มุมมองเชิงบวกต่อการฟื้นตัวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ “ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์และความไม่แน่นอนของแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจโลกส่งผลให้ตลาดเกิดความผันผวน แต่ถึงกระนั้น ธุรกิจหลักต่างๆ ของธนาคารยังคงยืนหยัดได้ดี พร้อมการเติบโตของสินเชื่อที่มีคุณภาพ ค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวเนื่องกับสินเชื่อที่สูงเป็นประวัติการณ์ และส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวดีขึ้น เรายังคงมุ่งสนับสนุนให้ภาคธุรกิจคว้าโอกาสหลังเปิดประเทศ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3191175">ยูโอบีประกาศผลกำไรสุทธิไตรมาสแรกที่ 9.06 ร้อยล้านเหรียญสิงคโปร์ดอลลาร์ แฟรนไชส์ลูกค้าและคุณภาพของสินทรัพย์ยังคงมีความแข็งแกร่ง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ยูโอบี ประเทศไทย มอบชุดแรกรับผู้ป่วย 3,000 ชุดให้แก่ศูนย์พักคอย 3 แห่งเพื่อใช้ในการรองรับและดูแลผู้ป่วยโควิด-19]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3180560</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 18 Apr 2022 16:52:47 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3180560</guid>

					<description><![CDATA[<p>ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลผู้ป่วย โควิด-19 ส่งมอบชุดแรกรับผู้ป่วยที่ประกอบด้วยอุปกรณ์เครื่องใช้ส่วนตัวที่จำเป็น จำนวน 3,000 ชุดให้แก่ผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ที่เข้ารับการรักษาตัวในศูนย์พักคอยเพื่อส่งต่อ 3 แห่งในกรุงเทพมหานคร โดยชุดแรกรับประกอบด้วยหน้ากากอนามัย เจลแอลกฮอล์ขนาดเล็ก เจลอาบน้ำ ยาสีฟัน แปรงสีฟันและน้ำดื่ม ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา พบจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่มีอาการไม่รุนแรงเพิ่มมากขึ้นในเขตกรุงเทพฯ ทำให้มีการจัดตั้งศูนย์พักคอยเพื่อส่งต่อ (Community Isolation) ให้เป็นสถานที่รองรับการแยกผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีอาการไม่มากหรือไม่แสดงอาการออกจากครอบครัวหรือชุมชนมาอยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่อย่างเหมาะสม โดยจากข้อมูลของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข คาดว่าจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 อาจเพิ่มสูงถึงวันละ 100,000 รายในช่วงวันหยุดยาวสงกรานต์นี้นายตัน ชุน ฮิน กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า “เราตระหนักดีว่าช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาแห่งความยากลำบากของผู้ที่ติดเชื้อโควิด-19 และเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์พักคอยที่คอยดูแลผู้ป่วยระหว่างเข้ารับการรักษาอย่างเหน็ดเหนื่อย เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการได้มีส่วนร่วมสนับสนุนชุมชนแม้เพียงเล็กน้อยของเราจะช่วยแบ่งเบาภาระของสำนักงานเขตที่ต้องบริหารจัดการและดูแลศูนย์พักคอยเพื่อส่งต่อ ซึ่งจะทำให้พวกเขาสามารถจัดสรรการดูแลผู้ป่วยได้อย่างเต็มที่” การบริจาคชุดแรกรับผู้ป่วย 3,000 ชุดในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งภายใต้โครงการ#รวมใจสู้ไปพร้อมคุณ เพื่อช่วยลูกค้า ชุมชนและสังคมในการบรรเทาผลกระทบจากโควิด-19 ของกลุ่มธนาคารยูโอบี โดยธนาคารได้มอบให้แก่ผู้ป่วยโควิด-19 ที่เข้ารับการรักษา ณ ศูนย์พักคอยเพื่อส่งต่อ 3 แห่งในเขตสาทร คลองเตยและภาษีเจริญ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3180560">ยูโอบี ประเทศไทย มอบชุดแรกรับผู้ป่วย 3,000 ชุดให้แก่ศูนย์พักคอย 3 แห่งเพื่อใช้ในการรองรับและดูแลผู้ป่วยโควิด-19</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[UOB Leadership Academy พัฒนา “คน” สู่ความเป็นผู้นำในยุคดิจิทัล]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3171292</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 23 Mar 2022 09:53:27 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/finance/3171292</guid>

					<description><![CDATA[<p>โลกในยุคแห่งความเปลี่ยนแปลงกลายเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้องค์กรต้องปรับตัว ไม่ว่าจะเป็นสาเหตุมาจาก digital disruption วิกฤตด้านสิ่งแวดล้อม วิกฤตสุขภาพต่าง ๆ อาทิ การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่กำลังเกิดขึ้น ไปจนถึงปัญหาความแตกต่างของคนหลายเจเนอเรชันที่ทำให้เกิดช่องว่าง แต่ก็ต้องทำงานร่วมกันเป็นทีมอย่างมีประสิทธิภาพ เหล่านี้คือความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในโลกการทำงานยุคใหม่ที่ทุกองค์กรไม่อาจมองข้าม เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับความท้าทายต่าง ๆ UOB Leadership Academy เป็นโครงการที่ทางธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ร่วมมือกับ Chulalongkorn Business School ติดต่อกันเป็นปีที่ 9 ในการพัฒนาหลักสูตรภายใต้ยุทธศาสตร์การพัฒนา “คน” ของธนาคาร สิ่งที่ผู้เรียนได้จากโครงการนี้จะเป็นทักษะด้านความคิด (conceptual skill) เพื่อฝึกให้ผู้เรียนมองเห็นความคิดรวบยอด เพื่อใช้วางแผนกลยุทธ์ในการบริหาร หลักสูตรในปีนี้ยังได้ช่วยเตรียมความพร้อมพนักงานให้สามารถรับมือกับการทำงานกับทีมงานที่มีความหลากหลายของช่วงวัยและพร้อมที่จะก้าวไปข้างหน้าเหนือความเปลี่ยนแปลงต่างๆ สู่การเป็นผู้นำที่ดีในอนาคต ซึ่งหลังจากเสร็จสิ้นการฝึกอบรมตลอดระยะเวลา 4 เดือนเมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ผู้เข้าร่วมฝึกอบรมยังได้รับประกาศนียบัตรจากทาง CBS อีกด้วย ขับเคลื่อนสู่องค์กรที่คนอยากร่วมงานด้วยมากที่สุด คุณศศิวิมล อารยวัฒนาพงษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ทรัพยากรบุคคล ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวถึงที่มาและแรงบันดาลใจของการจัดหลักสูตรนี้ว่า “เรามุ่งเน้นเรื่องการปรับปรุงพัฒนาอย่างต่อเนื่องและแนวคิดในการทำงานแบบคล่องตัว หรือ Agile เพื่อจัดการกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว โปรแกรม Leadership [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3171292">UOB Leadership Academy พัฒนา “คน” สู่ความเป็นผู้นำในยุคดิจิทัล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ผลสำรวจของยูโอบีระบุว่า 1 ใน 2 ของผู้บริโภคชาวไทยเลือกผลิตภัณฑ์เพื่อความยั่งยืน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3161808</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 28 Feb 2022 16:18:09 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/finance/3161808</guid>

					<description><![CDATA[<p>ผลการสำรวจเกี่ยวกับความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในอาเซียนที่จัดทำขึ้นโดยธนาคารยูโอบีประจำปี 2564 พบว่าชาวไทยเลือกผลิตภัณฑ์และลงทุนเพื่อความยั่งยืนมากขึ้น หลังตระหนักถึงผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่ออนาคตและความเป็นอยู่ที่ดีของลูกหลาน กว่าครึ่งของกลุ่มตัวอย่างชาวไทย (ร้อยละ 52) ปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตเพื่อความยั่งยืนมากขึ้น กว่า 1 ใน 2 ของกลุ่มตัวอย่าง (ร้อยละ 53) เลือกใช้แบรนด์สินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผู้ตอบแบบสอบถามมากกว่าครึ่ง (ร้อยละ 53) กล่าวว่าพวกเขากำลังเปลี่ยนการซื้อสินค้าและบริการในปัจจุบันด้วยทางเลือกที่ยั่งยืนขึ้น ในขณะที่ร้อยละ 45 ยินดีที่จะจ่ายเงินเพิ่มเพื่อสินค้าและบริการที่จัดหามาจากแหล่งที่ยั่งยืน นอกจากการเปลี่ยนมาใช้สินค้าเพื่อความยั่งยืน ผู้บริโภคชาวไทยยังเผยว่าตั้งใจจะเลิกสนับสนุนแบรนด์ที่ไร้ความรับผิดชอบในช่วงการระบาดของเชื้อ COVID-19 กลุ่มตัวอย่าง 6 ใน 10 คน (ร้อยละ 62) ชี้ว่าได้เลิกซื้อสินค้าและบริการจากแบรนด์ที่ฉวยโอกาสจากผู้บริโภคในช่วงการระบาดแล้ว แนวโน้มนี้ยังพบได้ในผู้บริโภคทั่วภูมิภาคอาเซียน กลุ่มตัวอย่าง 5 ใน 10 คนในภูมิภาคนี้ (ร้อยละ 54) ระบุว่าได้เลิกซื้อสินค้าและบริการจากบริษัทที่เอาเปรียบผู้บริโภคแล้ว ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 5 จากปีก่อนหน้า ความต้องการที่จะสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้แก่คนรุ่นนี้และรุ่นต่อๆ ไป ถือเป็นแรงจูงใจหลักที่ทำให้ผู้บริโภคชาวไทยหันมาเลือกวิถีชีวิตที่ยั่งยืนมากขึ้น โดยผู้ตอบแบบสอบถามในทุกกลุ่มอายุต่างสะท้อนความรู้สึกเดียวกันนี้ แต่พบมากในกลุ่มมิลเลนเนียล (จากเดิมร้อยละ 30 เป็นร้อยละ 57) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3161808">ผลสำรวจของยูโอบีระบุว่า 1 ใน 2 ของผู้บริโภคชาวไทยเลือกผลิตภัณฑ์เพื่อความยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ยูโอบี ประเทศไทย ปลดล็อกศักยภาพผู้นำรุ่นใหม่ เปิดประตูสู่ความสำเร็จผ่านโครงการ UOB Management Associate]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3126333</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 24 Nov 2021 16:23:57 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/finance/3126333</guid>

					<description><![CDATA[<p>ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย เปิดรับคนรุ่นใหม่สมัครเข้าร่วมโครงการ UOB Management Associate ประจำปี 2564 ซึ่งจัดต่อเนื่องกันเป็นปีที่ 17 เพื่อสร้างแพลตฟอร์มในการเตรียมผู้นำรุ่นใหม่ เสริมทักษะการทำงานจากการลงมือปฏิบัติจริงทุกขั้นตอนตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ พร้อมขยายโอกาสเริ่มต้นอาชีพการทำงานสายธนาคารในระดับภูมิภาค ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกเป็น Management Associate หรือ MA จะได้เรียนรู้แนวทางการทำงานอย่างรอบด้านทั้งหน่วยงานส่วนธุรกิจและหน่วยงานสนับสนุนของธนาคาร ครอบคลุมระยะเวลาทั้งสิ้น 18 เดือน และยังจะได้รับมอบหมายความรับผิดชอบที่สำคัญและเรียนรู้การแก้ไขปัญหาต่างๆ ในสถานการณ์จริง เพื่อศึกษาขั้นตอนการทำงานแบบตั้งแต่ต้นจนจบ โดยมีพนักงานระดับอาวุโสเป็นพี่เลี้ยงและโคชให้คำปรึกษา พร้อมยังได้หมุนเวียนไปทำงานในหลายๆ หน่วยงานที่มีความสนใจเพื่อเรียนรู้จากหน่วยงานต่างๆ นางสาวศศิวิมล อารยวัฒนาพงษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ทรัพยากรบุคคล ธนาคาร ยูโอบี ประเทศไทย เผยว่า “องค์กรส่วนใหญ่ที่คนทำงานรุ่นใหม่อยากจะร่วมงานด้วยนั้น ต้องเป็นองค์กรที่มีจุดมุ่งหมายเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับพนักงานและมอบโอกาสให้พวกเขาสามารถมีส่วนร่วมขับเคลื่อนการเติบโตขององค์กร รวมถึงส่งต่อสิ่งดีๆ สู่สังคม คนรุ่นใหม่ยังต้องการแสดงออกถึงศักยภาพและสร้างผลงานอันโดดเด่นเป็นที่จดจำ เพื่อที่พวกเขาจะสามารถภาคภูมิใจในองค์กรที่พวกเขาทำงานด้วย ซึ่งเป็นการตอกย้ำค่านิยมของ ยูโอบี ได้แก่ คุณธรรม (Honour) สร้างสรรค์ (Enterprise) เป็นหนึ่งเดียว (Unity) และมุ่งมั่น (Commitment) ผลักดันให้เราพัฒนาและมองหาแนวทางที่เหมาะสม เพื่อปูทางสร้างอนาคต ร่วมทำงานเป็นทีมเดียวกันสู่ความสำเร็จในระยะยาว [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3126333">ยูโอบี ประเทศไทย ปลดล็อกศักยภาพผู้นำรุ่นใหม่ เปิดประตูสู่ความสำเร็จผ่านโครงการ UOB Management Associate</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ยูโอบีแนะธุรกิจบริหารความเสี่ยง ขณะที่โลกก้าวเข้าสู่ปีที่สามของภาวะโรคระบาด]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3125133</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 22 Nov 2021 16:24:53 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/finance/3125133</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อต้นปี 2564 ธนาคารยูโอบีมองแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในภูมิภาคจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ว่าขึ้นอยู่กับ 3 ปัจจัย นั่นคือ การกระจายวัคซีนอย่างทั่วถึง มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างเข้มข้น และนโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย ขณะที่เรากำลังก้าวเข้าสู่ปีที่สามของการต่อสู้กับเชื้อโคโรนาไวรัสที่ยืดเยื้อ หลายคนหวังว่าสิ่งต่างๆ จะเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ เราเริ่มเห็นการเปิดระบบเศรษฐกิจและพรมแดน อันเป็นก้าวสำคัญเพื่อให้คนทั่วโลกใช้ชีวิตร่วมกันกับไวรัสได้ อย่างไรก็ตาม การเริ่มเปิดประเทศนี้อาจจะนำมาซึ่งความเสี่ยงต่างๆ ที่ภาคธุรกิจต้องพิจารณา การฟื้นตัวที่ไม่เท่ากัน ในปีนี้ดูเหมือนว่าการฉีดวัคซีนจะได้ผลดี ตัวเลขผู้เสียชีวิตจาก COVID-19 ลดลง ระบบเศรษฐกิจและพรมแดนเริ่มเปิดตัว และกิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศที่พัฒนาแล้วเริ่มเปิดดำเนินการใหม่ หลายประเทศในเอเชียต่างเร่งฉีดวัคซีนให้ประชากรของตน หลายคนเริ่มมองในแง่ดีว่าประเทศต่างๆ จะเปิดประเทศได้และกลับสู่ภาวะปกติทางเศรษฐกิจในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของแต่ละประเทศจะไม่เท่ากัน เนื่องจากประเทศที่ร่ำรวยมีโอกาสเข้าถึงวัคซีนได้มากกว่า ตามรายงานของ Our World in Data ณ วันที่ 11 พฤศจิกายน 2564 ราว 51% ของประชากรโลกได้รับวัคซีน COVID-19 เข็มที่หนึ่งแล้ว แต่ในประเทศที่มีรายได้ต่ำกลับมีผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่หนึ่งในระดับต่ำกว่า 5% ความเหลื่อมล้ำนี้มีแนวโน้ม ที่จะเพิ่มขึ้นอีกในเวลาอันใกล้ เนื่องจากหลายประเทศที่พัฒนาแล้วต่างเริ่มรณรงค์ให้ประชากรทั่วประเทศรับวัคซีนเข็มกระตุ้น เชื้อโควิดสายพันธุ์ใหม่ นอกจากการกระจายวัคซีนแล้ว ความพยายามในการควบคุมโรคระบาดยังคงห่างจากจุดสิ้นสุด [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3125133">ยูโอบีแนะธุรกิจบริหารความเสี่ยง ขณะที่โลกก้าวเข้าสู่ปีที่สามของภาวะโรคระบาด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
	</channel>
</rss>
