<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
>
<channel>
	<title>ThaiPR.NET</title>
	<atom:link href="https://www.thaipr.net/tag/%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94-%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%a2/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thaipr.net/tag/ต้นคิด-มีเดีย</link>
	<description>Press Release Distribution Center of Thailand</description>
	<lastBuildDate>Mon, 27 Apr 2026 16:53:21 +0700</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.1</generator>
	<item>
		<title><![CDATA[&#8220;อิเดมิตสึ&#8221; ร่วมเปิดฉาก ARRC 2025  ผลักดันนักบิดเอเชียสู่ระดับโลก]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/sport/3592430</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 28 Apr 2025 15:00:32 +0700</pubDate>
				<category>sport</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3592430</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#8220;อิเดมิตสึ&#8221; ผู้นำด้านน้ำมันเครื่องจากประเทศญี่ปุ่น ร่วมเปิดฉากการแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์เอเชีย Idemitsu FIM Asia Road Racing Championship 2025 หรือ ARRC พร้อมมีส่วนสำคัญในการสนับสนุนนักแข่งไทย และทีมแข่งไทย ไปสู่เป้าหมายแชมป์เอเชียและต่อยอดสู่การแข่งขันระดับโลก เมื่อช่วงวันที่ 26-27 เม.ย. 68 ที่ผ่านมา ศึกจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์เอเชีย เปิดฉากดวลความเร็วสนามแรกของปี 2025 กันที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ โดย&#8221;อิเดมิตสึ&#8221; ผู้นำด้านน้ำมันเครื่องจากประเทศญี่ปุ่น มีส่วนร่วมกับการแข่งขันรายการนี้ ในฐานะผู้สนับสนุนการแข่งขันอย่างเป็นทางการโดย บริษัท อิเดมิตสึ อพอลโล (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำมันเครื่องอิเดมิตสึในเมืองไทย นำโดย คุณสุรพงค์ สุระวัฒนาพงศ์ รองประธานกรรมการบริหาร คุณสุธี ธนอัญญาพร ผู้จัดการใหญ่ฝ่ายขาย และคุณเจตกมล พงศ์พัชรา ผู้จัดการฝ่ายการตลาด มีโอกาสได้ต้อนรับ Mr.Toyokazu Handa กรรมการผู้จัดการ Idemitsu Lube Asia Pacific [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/sport/3592430">&#8220;อิเดมิตสึ&#8221; ร่วมเปิดฉาก ARRC 2025  ผลักดันนักบิดเอเชียสู่ระดับโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[5 วิธีสำหรับผู้บริโภคสนับสนุนสังคมคาร์บอนต่ำ ที่ทำได้ในชีวิตประจำวัน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/energy/3560175</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 08 Jan 2025 12:06:33 +0700</pubDate>
				<category>energy</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3560175</guid>

					<description><![CDATA[<p>คุณเคยสงสัยหรือไม่ว่า การใช้ชีวิตประจำวันของเราในแต่ละวันนั้นส่งผลต่อโลกอย่างไรบ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “การปล่อยก๊าซเรือนกระจก” หลายคนอาจจะคาดไม่ถึงด้วยซ้ำว่าชีวิตที่แสนปกติธรรมดาของเรา ๆ จะส่งกระทบต่อโลกในทางตรงอย่างลึกซึ้ง และอาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่าในฐานะผู้บริโภคตัวเล็ก ๆ หนึ่งหน่วยอย่างเรา ต่างก็มีส่วนร่วมในการทำให้เกิดภาวะโลกร้อน และปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จากการใช้ชีวิตปกติในทุก ๆ วัน จากสองมือของเรานี่เอง! ยุคนี้จึงเป็นยุคที่ประชาคมโลกพยายามขับเคลื่อนสังคมคาร์บอนต่ำให้เกิดขึ้นจริงในทุกมุมโลก อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าสังคมคาร์บอนต่ำจะเป็นเรื่องที่ท้าทายอยู่ไม่น้อยในเชิงปฏิบัติ เพราะมันจะเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตเดิม ๆ ของคนทุกคน ซึ่งก็มีคนที่เข้าใจและยินดีที่จะเปลี่ยน ในทางตรงกันข้าม คนที่เห็นว่ามันเป็นเรื่องยุ่งยากและเป็นภาระหนักอึ้งก็คงจะมีอยู่ไม่น้อยเช่นกัน ด้วยอาจมองว่าเราก็เป็นเพียงแค่หน่วยเล็ก ๆ ในสังคมเท่านั้น ทำไปก็เท่านั้น คงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ที่สำคัญ คืออาจไม่พร้อมที่จะเปลี่ยนแปลง แต่จริง ๆ แล้ว เราทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและปกป้องโลกได้ แม้ว่าจะแค่ตัวเราคนเดียวและมีแค่สองมือเท่านั้น แล้วในฐานะผู้บริโภคธรรมดา ๆ คนหนึ่ง จะสนับสนุนสังคมคาร์บอนต่ำในชีวิตประจำวันของเราได้อย่างไรบ้าง เลือกผลิตภัณฑ์ที่มี “ฉลากคาร์บอน” หนึ่งในวิธีที่สามารถเริ่มทำได้ง่าย ๆ คือ การเลือกซื้อผลิตภัณฑ์/บริการ ที่มี “ฉลากคาร์บอน” กำกับ โดยฉลากคาร์บอนจะแสดงข้อมูลเกี่ยวกับปริมาณคาร์บอนฟุตพรินต์ที่เกิดจากการผลิต การใช้ และการกำจัดผลิตภัณฑ์/บริการ ให้ผู้บริโภคนำไปเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์/บริการที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมต่างกัน ที่มาของฉลากคาร์บอนในประเทศไทย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/energy/3560175">5 วิธีสำหรับผู้บริโภคสนับสนุนสังคมคาร์บอนต่ำ ที่ทำได้ในชีวิตประจำวัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ภาษีคาร์บอน ราคาที่ต้องจ่ายเพื่อสิ่งแวดล้อมยั่งยืน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/energy/3559166</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 02 Jan 2025 08:42:25 +0700</pubDate>
				<category>energy</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3559166</guid>

					<description><![CDATA[<p>เราต่างก็ทราบดีว่าโลกกำลังเผชิญกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เลวร้าย ควบคู่ไปกับการลดลงของทรัพยากรธรรมชาติและสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ จนนานาประเทศต้องทำข้อตกลงร่วมกันเพื่อเป้าหมายเดียวกัน คือ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และคืนสมดุลให้โลก เกิดเป็นมาตรการระดับประเทศเพื่อใช้บริหารจัดการและจำกัดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด ที่เรียกว่า “การจัดเก็บภาษีคาร์บอน” นำไปสู่การบรรลุเป้าหมายสังคมคาร์บอนต่ำ สำหรับประเทศไทย มีเจตนารมณ์ที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้อย่างน้อยร้อยละ 20-25 ภายในปี พ.ศ. 2564-2573 (ค.ศ. 2021-2030) หรือก็คือลดการปล่อยคาร์บอนให้ได้อย่างน้อย 111 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า เพื่อให้บรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี ค.ศ. 2050 และบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ภายในปี ค.ศ. 2065 ส่งผลให้ประเทศไทยกำลังจะมีการจัดเก็บภาษีคาร์บอนให้ได้ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ และออกกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการมุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำในอนาคตอันใกล้มาก ๆ เช่นกัน ภาษีคาร์บอนคืออะไร องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) (องค์การมหาชน) มีหลักการและแนวคิดของภาษีคาร์บอน (Carbon Tax) ว่าเป็นหลักการที่กำหนดให้ผู้ปล่อยก๊าซเรือนกระจก จะต้อง “จ่ายค่าปล่อยก๊าซเรือนกระจก” ตามหลักการของ “ผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย” (Polluter Pay Principal) โดยรัฐบาลจะเป็นผู้กำหนดอัตราภาษีต่อหน่วยการปล่อย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/energy/3559166">ภาษีคาร์บอน ราคาที่ต้องจ่ายเพื่อสิ่งแวดล้อมยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[จากแนวคิดสู่การปฏิบัติ คาร์บอนเครดิตในประเทศไทย]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/energy/3558179</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 25 Dec 2024 13:41:15 +0700</pubDate>
				<category>energy</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3558179</guid>

					<description><![CDATA[<p>ด้วยสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกลายเป็นความท้าทายระดับโลกที่มีแนวโน้มทวีความรุนแรงมากขึ้น ทำให้แนวคิดของ “คาร์บอนเครดิต” ได้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะจัดช่วยชะลอและลดปัญหาทางด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างยั่งยืน เพราะเป็นกลไกที่ช่วยสร้างสมดุลระหว่างการปล่อยก๊าซเรือนกระจก กับการลด/กักเก็บก๊าซเหล่านี้ในปริมาณที่เหมาะสม อีกทั้งยังสร้างแรงจูงใจด้วยมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับองค์กรและธุรกิจที่สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อีกด้วย บทความนี้จึงจะนำเสนอแนวคิดพื้นฐานของคาร์บอนเครดิต บทบาทในการจัดการปัญหาสภาพภูมิอากาศ และสถานการณ์ตลาดคาร์บอนเครดิตของประเทศไทยในเวลานี้ คาร์บอนเครดิตคืออะไร องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) (องค์การมหาชน) ซึ่งเป็นเครือข่ายคาร์บอนนิวทรัลประเทศไทย (TCNN) ให้นิยามของคาร์บอนเครดิต (Carbon Credit) ไว้ว่า คือปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลด/กักเก็บได้ จากการดำเนินโครงการลดก๊าซเรือนกระจกผ่านกลไกลดก๊าซเรือนกระจกต่าง ๆ ที่ได้รับการรับรองและบันทึกในระบบทะเบียนคาร์บอนเครดิตทั้งในประเทศและต่างประเทศ มีหน่วยวัดเป็น “ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO2eq)” โดยสามารถนำคาร์บอนเครดิตที่มีไปแลกเปลี่ยนหรือซื้อ-ขายเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ได้ ไม่ว่าจะเป็นการนำไปปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลดได้จากการดำเนินงานไปรายงานในรายงานการประเมินคาร์บอนฟุตพรินต์&#160; หรือนำไปใช้ชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากองค์กร บุคคล งานบริการ หรือจากการผลิตผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ แต่การทำธุรกรรมที่เกี่ยวกับคาร์บอนเครดิต จะต้องกระทำผ่านระบบทะเบียนคาร์บอนเครดิต หรือระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ อบก. กำหนด ถ้าให้เข้าใจง่าย ๆ คาร์บอนเครดิต คือการที่ธุรกิจหรือองค์กรต่าง ๆ สร้าง “เครดิต” ของคาร์บอนขึ้นมาจากการทำกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อนำไป “หักลบ” กับปริมาณคาร์บอนที่ธุรกิจหรือองค์กรปล่อยออกมาได้ ในกรณีที่ธุรกิจหรือองค์กรนั้น ๆ ปล่อยคาร์บอนสูงเกินเกณฑ์ที่กำหนด แต่ถ้าธุรกิจหรือองค์กรนั้น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/energy/3558179">จากแนวคิดสู่การปฏิบัติ คาร์บอนเครดิตในประเทศไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[นานาเทคโนโลยีที่สนับสนุนสังคมคาร์บอนต่ำ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/energy/3555769</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 18 Dec 2024 12:52:59 +0700</pubDate>
				<category>energy</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3555769</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หลายประเทศทั่วโลกต่างตั้งเป้าหมายที่จะสร้างสังคมคาร์บอนต่ำ เพื่อนำไปสู่การบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน ไปจนถึงการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ให้ได้ภายในช่วงกลางศตวรรษที่ 21 โดยมีการทำกิจกรรมต่าง ๆ ตามกลไก “ลด-ดูดกลับ-ชดเชย” คาร์บอน อย่างไรก็ตาม การทำกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจกด้วยสองมืออาจไม่ได้ช่วยให้เห็นผลลัพธ์เท่าที่ควร และไม่เหมาะกับการทำกิจกรรมในระดับใหญ่ เทคโนโลยีจึงเข้ามามีบทบาทต่อการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงให้ได้ตามเป้า ดังนั้น บทความนี้ จะนำเสนอตัวอย่างของเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่จะเป็นตัวช่วยสำคัญในการสร้างสังคมคาร์บอนต่ำให้เกิดขึ้น และยังสร้างโอกาสอื่น ๆ จากการลงทุนในเทคโนโลยีเหล่านี้ Electrification การใช้พลังงานไฟฟ้า เป็นการเปลี่ยนแปลงการใช้พลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิลไปสู่การใช้พลังงานไฟฟ้าในภาคส่วนต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการใช้พลังงานในอาคารบ้านเรือน หรือแม้กระทั่งการขนส่ง ซึ่งจะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการเผาไหม้เชื้อเพลิง เทคโนโลยีที่น่าสนใจก็อย่างเช่น Electric-vehicle batteries: แบตเตอรี่สำหรับยานยนต์ไฟฟ้า ที่จะช่วยลดการปล่อยคาร์บอนจากการใช้เชื้อเพลิงในยานยนต์ทั่วไป Battery-control software: ซอฟต์แวร์สำหรับควบคุมแบตเตอรี่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บและใช้พลังงาน ช่วยลดการสิ้นเปลืองพลังงาน Efficient building systems: ระบบจัดการพลังงานในอาคารให้สามารถใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ระบบปรับอากาศหรือแสงสว่างที่ใช้ไฟฟ้า เพื่อการประหยัดพลังงาน Industrial electrification: การเปลี่ยนกระบวนการในภาคอุตสาหกรรมให้ใช้พลังงานไฟฟ้าแทนพลังงานฟอสซิล เช่น การหลอมโลหะด้วยไฟฟ้า Agriculture การทำเกษตรกรรม ด้วยการพัฒนาการเกษตรให้ปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยลงผ่านเทคโนโลยีที่ทันสมัย ข้อมูลจากกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/energy/3555769">นานาเทคโนโลยีที่สนับสนุนสังคมคาร์บอนต่ำ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ปลดล็อกโลกสีเขียว กับกลไก &#8220;ลด-ดูดกลับ-ชดเชย&#8221; คาร์บอน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/energy/3553216</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 11 Dec 2024 14:53:11 +0700</pubDate>
				<category>energy</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3553216</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในยุคที่มนุษยชาติและสิ่งมีชีวิตทั้งหลายต่างได้รับผลกระทบจาก “ก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gases: GHGs)” โดยเฉพาะ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) ทั้งภาวะโลกร้อน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่รุนแรง ความหลากหลายทางชีวภาพที่ลดลง การขาดแคลนทรัพยากร และปัญหาสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ อีกมากมาย เป็นเหตุผลที่ทำให้เราต้องหันมาสนใจเป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกกันอย่างจริงจังและเร่งด่วน ดังที่เราจะเห็นว่าหลายภาคส่วนในประชาคมโลกต่างก็กำลังเร่งขับเคลื่อนนโยบายต่าง ๆ ในการมุ่งสู่การเป็นสังคมคาร์บอนต่ำ เพื่อปลดล็อกปัญหาสิ่งแวดล้อมของโลกใบนี้ ไม่ให้ปัญหาที่มีอยู่แย่ลงกว่าเดิม รวมถึงพยายามฟื้นฟูให้ธรรมชาติทั้งหมดกลับมาดีเช่นเดิม สำหรับแนวทางการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลและอยู่ในช่วงที่ประชาคมโลกกำลังดำเนินการเพื่อมุ่งไปสู่เป้าหมายในเวลาอันใกล้นี้ก็คือ เป้าหมาย “ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality)” อย่างไรก็ตาม การที่จะบรรลุเป้าหมายนี้ได้ จำเป็นต้องเริ่มต้นดำเนินการด้วยกลไกสำคัญทั้ง 3 กลไก อันได้แก่ “ลด” การปล่อยคาร์บอน, เพิ่มการ “ดูดกลับ” คาร์บอนคืนจากชั้นบรรยากาศ และ “ชดเชย” การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในส่วนที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งในปัจจุบัน องค์กรทั้งภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงระดับบุคคลทั่วไป ต่างก็เริ่มใช้ 3 กลไกนี้เป็นแนวทางที่จะลดการปล่อยคาร์บอนอย่างจริงจัง ยกตัวอย่าง ในระดับประเทศ ข้อมูลจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) ประเทศไทยมีเจตนารมณ์ชัดเจนที่จะลดก๊าซเรือนกระจกให้ได้อย่างน้อยร้อยละ 20-25 ภายในปี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/energy/3553216">ปลดล็อกโลกสีเขียว กับกลไก &#8220;ลด-ดูดกลับ-ชดเชย&#8221; คาร์บอน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[จาก Carbon Neutrality สู่ Net Zero คู่มือสร้างความยั่งยืนยุคคาร์บอนต่ำ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3551534</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 04 Dec 2024 17:13:21 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3551534</guid>

					<description><![CDATA[<p>ด้วยภาวะโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เราได้รับผลกระทบกันอยู่ในปัจจุบันนี้ ถือเป็นวิกฤติการณ์ที่ไม่อาจมองข้าม หลายภาคส่วนจึงพยายามอย่างยิ่งที่จะลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการหันไปจัดการกับตัวการหลักอย่างก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และก๊าซเรือนกระจกอื่น ๆ เกิดเป็นเป้าหมายที่ได้รับการยอมรับและกำลังอยู่ในช่วงดำเนินการไปสู่เป้าหมาย นั่นก็คือ Carbon Neutrality หรือ “ความเป็นกลางทางคาร์บอน” และ Net Zero Emissions หรือ “การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์” เพื่อไม่ให้ภาวะโลกเดือดรุนแรงไปมากกว่านี้ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ยั่งยืน และชะลอการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ในขณะเดียวกัน ก็ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อการประกอบธุรกิจขององค์กรด้วย เป้าหมาย Carbon Neutrality คืออะไร Carbon Neutrality หรือ “ความเป็นกลางทางคาร์บอน” เป็นเป้าหมายที่มุ่งเน้นที่จะลดปริมาณการปล่อยคาร์บอนสู่ชั้นบรรยากาศ ให้เท่ากับปริมาณคาร์บอนที่ถูกดูดกลับคืนมา โดยผ่าน 3 กลไกสำคัญ คือ “ลด” การปล่อยคาร์บอน เช่น ใช้พลังงานหมุนเวียนแทนการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล “ดูดกลับ” คาร์บอนคืนจากชั้นบรรยากาศ เช่น การทำโครงการปลูกป่า เพื่อเพิ่มแหล่งสะสมก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ตามธรรมชาติ หรือการลงทุนในเทคโนโลยีที่ช่วยดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เพื่อนำมาเก็บไว้หรือนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอื่น ๆ และ “ชดเชย” การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ด้วยการซื้อคาร์บอนเครดิต สำหรับประเทศไทย ตั้งเป้าบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน ไว้ภายในปี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3551534">จาก Carbon Neutrality สู่ Net Zero คู่มือสร้างความยั่งยืนยุคคาร์บอนต่ำ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[มิติใหม่ของการทำธุรกิจ ที่ต้องใส่ใจ &#8220;คาร์บอนฟุตพรินต์&#8221;]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/auto/3548742</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 27 Nov 2024 11:41:13 +0700</pubDate>
				<category>auto</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3548742</guid>

					<description><![CDATA[<p>นอกจากเรื่องของความยั่งยืน ที่เป็นแนวทางการบริหารธุรกิจที่หลายองค์กรหันมาให้ความสำคัญเป็นอย่างมากในยุคนี้ ประเด็นของ “การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก” ที่มีความเกี่ยวของกับความยั่งยืนในทุกมิติ ก็เป็นอีกเรื่องสำคัญที่องค์กรจำนวนมากในประเทศไทยกำลังตื่นตัว และผลักดันให้ “คาร์บอนฟุตพรินต์” ถูกนำมาใช้เป็นตัวชี้วัดในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมต่าง ๆ ขององค์กร เพื่อให้ทราบว่าองค์กรต่าง ๆ มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปริมาณเท่าไร และจะทำอย่างไรให้ตัวเลขนั้นลดลง อย่างไรก็ตาม คาร์บอนฟุตพรินต์ไม่ได้มีความสำคัญเฉพาะในแง่ของการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในตลาดที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับความยั่งยืนด้วย จึงได้กลายมาเป็นมิติใหม่ของการทำธุรกิจ ที่ไม่เพียงต้องปรับตัวเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมระดับโลก แต่ยังเป็นโอกาสในการสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนให้กับทั้งองค์กรและสังคมโดยรวม คาร์บอนฟุตพรินต์ (Carbon Footprint) คืออะไร กิจกรรมในชีวิตประจำวันของมนุษย์มักมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกมาตามธรรมชาติ เช่น การหายใจ การย่อยอาหาร การขับถ่าย แม้ว่ากระบวนการเหล่านี้จะเป็นส่วนหนึ่งของวัฏจักรธรรมชาติ และอาจปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกมาในปริมาณที่น้อยมาก ๆ แต่ก็มีส่วนในการเพิ่มความเข้มข้นของก๊าซเรือนกระจกในชั้นบรรยากาศ เนื่องจากกิจกรรมในชีวิตของมนุษย์ไม่ได้มีเท่านี้ มนุษย์ยังมีการบริโภคและใช้พลังงานในครัวเรือน มนุษย์ทำเกษตรกรรมและปศุสัตว์ มนุษย์ต้องเดินทางและขนส่ง มนุษย์ทำอุตสาหกรรมและการผลิตต่าง ๆ มนุษย์ใช้ทรัพยากรธรรมชาติมาผลิตเป็นพลังงาน มนุษย์ผลิตขยะ รวมถึงการตัดไม้ทำลายป่า และการทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในรูปแบบอื่น ๆ ทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่เป็นการเพิ่มความเข้มข้นของก๊าซเรือนกระจกทั้งสิ้น ในที่สุด ก๊าซเรือนกระจกเหล่านี้ก็กลายมาเป็นสาเหตุสำคัญของภาวะโลกร้อน การเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศอื่น ๆ และภัยพิบัติทางธรรมชาติที่นับวันก็ยิ่งทวีความรุนแรง เมื่อเราตระหนักได้ว่าปัญหาดังกล่าวกำลังคุกคามเราอย่างหนัก หลายภาคส่วนจึงเริ่มตื่นตัวกับการดำเนินการต่าง ๆ เพื่อที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/auto/3548742">มิติใหม่ของการทำธุรกิจ ที่ต้องใส่ใจ &#8220;คาร์บอนฟุตพรินต์&#8221;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ออกเดินทางอีกครั้งกับ Journey of Dream เพื่อส่งต่อพลังและรอยยิ้มสู่สังคม]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3546337</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 20 Nov 2024 12:09:34 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3546337</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากความสำเร็จของ โครงการ “Journey of Dream &#8211; ปันพลังใจสู่อนาคต” ในครั้งที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่า บริษัท น้ำมันอพอลโล (ไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่นแบรนด์ idemitsu จากประเทศญี่ปุ่น คือองค์กรที่ให้ความสำคัญกับเรื่องของความยั่งยืน โดยเฉพาะในมิติสังคม ดังจะเห็นว่าองค์กรมีความมุ่งมั่นที่จะส่งต่อพลังแห่งอนาคตสู่สังคม และมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์สังคมอย่างต่อเนื่อง นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการออกเดินทางอีกครั้ง ด้วยความมุ่งหวังจะสร้างสังคมแห่งการให้ กับโครงการ Journey of Dream ในครั้งที่สอง ที่จังหวัดเชียงราย และครั้งที่สาม ที่จังหวัดอ่างทอง Journey of Dream: Journey to Recovery การเดินทางสู่การฟื้นฟู มอบพลังใจที่จังหวัดเชียงราย เดือนกันยายนที่ผ่านมา หลายจังหวัดในภาคเหนือของประเทศไทยประสบกับอุทกภัย โดยเฉพาะที่จังหวัดเชียงราย ซึ่งถือได้ว่าเป็นเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งที่ใหญ่ที่สุดในรอบหลายสิบปี กระแสน้ำที่เชี่ยวกรากไหลบ่าเข้าท่วมบ้านเรือนของประชาชนนับหมื่นครัวเรือน สร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องชาวเชียงราย บ้านเรือนจมบาดาล ข้าวของเครื่องใช้ที่นำติดตัวออกมาไม่ได้ตอนอพยพ รวมถึงยานพาหนะสำหรับเดินทางและประกอบอาชีพ ล้วนแต่เสียหายและอยู่ในสภาพใช้การไม่ได้ แม้ว่าน้ำจะลดลงจนเหือดแห้งไปแล้ว แต่ความเสียหายยังคงอยู่ และความเดือดร้อนที่ได้รับก็ยังไม่คลี่คลาย  ทว่าชีวิตจะต้องดำเนินต่อไป ทุกอย่างต้องได้รับการฟื้นฟู เพื่อที่ทุกคนจะได้กลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ หลังจากสถานการณ์ดีขึ้น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3546337">ออกเดินทางอีกครั้งกับ Journey of Dream เพื่อส่งต่อพลังและรอยยิ้มสู่สังคม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[น้ำมันอพอลโล จัดกิจกรรมฟุตบอลคลีนิค สานฝันเด็กไทย]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3543981</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 14 Nov 2024 08:24:07 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3543981</guid>

					<description><![CDATA[<p>ดร.ธนศักดิ์ วหาวิศาล กรรมการบริหารบริษัท น้ำมันอพอลโล (ไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำมันเครื่อง อิเดมิตสึ&#160; จัดกิจกรรมฟุตบอลคลีนิค ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “Journey of Dreams-ปันพลังใจสู่อนาคต” ณ โรงเรียนวิเศษไชยชาญ&#160; “ตันติวิทยาภูมิ” จ. อ่างทอง โดยมีโค้ชณัฐพร พันธุ์ฤทธิ์ อดีตกัปตันทีมชาติและทีมงานผู้ฝึกสอนมืออาชีพ มีนักเรียนที่ชื่นชอบกีฬาฟุตบอลจาก 7 โรงเรียนจำนวน 40 คนเข้าร่วมการฝึกอบรมโดยมีดร. นุชนารถ ยิ้มจันทร์ ผู้อำนวยการโรงเรียนฯ และนายอภิชาติ ศรีเหรา นายอำเภอวิเศษไชยชาญ ให้การต้อนรับ พร้อมปิดท้ายด้วยกิจกรรมแข่งขันฟุตบอลนัดกระชับมิตรระหว่างทีมอารามบอย&#160; &#160; เอฟซี, ทีมสิงห์ดำอพอลโล&#160; และทีมวีไอพีอ่างทองอีกด้วย นอกจากนี้ยังได้มอบรองเท้าและถุงเท้าแก่เด็กนักเรียนโรงเรียนวัดไผ่วง และวัดต้นทอง ใน จ. อ่างทองอีกด้วย ดร.ธนศักดิ์ วหาวิศาล กรรมการบริหารบริษัท น้ำมันอพอลโล (ไทย) จำกัด กล่าวว่า “กิจกรรมฟุตบอลคลีนิคนี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม “Journey of Dreams”- ปันพลังใจสู่อนาคต” [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3543981">น้ำมันอพอลโล จัดกิจกรรมฟุตบอลคลีนิค สานฝันเด็กไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ก้าวแรกสู่ความยั่งยืน ของ บริษัท น้ำมันอพอลโล (ไทย) จำกัด]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/energy/3543674</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 13 Nov 2024 16:11:23 +0700</pubDate>
				<category>energy</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3543674</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท น้ำมันอพอลโล (ไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่นแบรนด์ idemitsu จากประเทศญี่ปุ่น ถือเป็นผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่นชั้นนำของประเทศไทย ซึ่งในเวลานี้ได้ดำเนินกิจการมาถึงปีที่ 55 โดยก้าวย่างต่อไป นอกจากจะสานต่อมรดกแห่งความสำเร็จ หุ้นส่วนที่ยั่งยืน และการบุกเบิกอนาคต แล้ว ยังเริ่มต้นที่จะใช้หลัก ESG ในการดำเนินธุรกิจเพื่อความยั่งยืนด้วย และที่ผ่านมา บริษัท น้ำมันอพอลโล (ไทย) จำกัด ได้มีก้าวแรกที่เป็นแนวทางสู่ความยั่งยืนอย่างไรบ้าง มิติสิ่งแวดล้อม บริษัท น้ำมันอพอลโล (ไทย) จำกัด ตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม และให้ความสำคัญกับเรื่องการจัดการสิ่งแวดล้อมเป็นอันดับแรกในทุกกิจกรรมของธุรกิจ เพื่อเสริมสร้างบทบาทความรับผิดชอบต่อสังคมในด้านสิ่งแวดล้อม นับเป็นความท้าทายในการก้าวข้ามการทำธุรกิจที่ใช้ต้นทุนธรรมชาติเพียงเพื่อหวังผลกำไร ไปสู่การทำธุรกิจที่มุ่งไปสู่ความยั่งยืน มีแนวทางการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในทุกส่วนของการผลิต รวมถึงดูแลสิ่งแวดล้อมในด้านต่าง ๆ และด้วยการสนับสนุนจาก IDEMITSU KOSAN ประเทศญี่ปุ่น ทำให้ บริษัท น้ำมันอพอลโล (ไทย) จำกัด ก็มีนโยบายคุณภาพ “เราจะผลิตและส่งมอบสินค้าที่ได้มาตรฐาน พร้อมให้บริการที่ดีอย่างสม่ำเสมอ” เช่นกัน ที่เห็นได้ชัดที่สุด คือการที่ idemitsu นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้เพื่อส่งเสริมเรื่องการจัดการสิ่งแวดล้อม ให้เทคโนโลยีมีบทบาทในการพัฒนาและออกแบบผลิตภัณฑ์สูตรใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/energy/3543674">ก้าวแรกสู่ความยั่งยืน ของ บริษัท น้ำมันอพอลโล (ไทย) จำกัด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[การจัดการความยั่งยืนมิติสิ่งแวดล้อม ของบริษัท อิเดมิตสึ โคซัน จำกัด]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/energy/3540961</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 06 Nov 2024 09:11:58 +0700</pubDate>
				<category>energy</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3540961</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปัจจุบัน องค์กรต่าง ๆ มีแนวคิดการทำธุรกิจที่มุ่งเน้นไปที่ประเด็น “ความยั่งยืน” กันมากขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจที่ใช้ต้นทุนธรรมชาติและสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ก็จะหันมาใช้หลัก ESG (Environment, Social and Governance) ในการดำเนินธุรกิจเพื่อให้เกิดความยั่งยืน ให้ความสำคัญกับทั้งมิติสิ่งแวดล้อม มิติสังคม และมิติธรรมาภิบาล ควบคู่กันไป เพื่อให้สามารถจัดการเรื่องทรัพยากรธรรมชาติและการดำเนินชีวิตประจำวัน ในลักษณะที่ส่งผลกระทบเชิงบวกทั้งต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจได้ในระยะยาว อย่างไรก็ตาม การจัดการในมิติสิ่งแวดล้อม คือหัวใจของการดำเนินธุรกิจที่มุ่งเน้นความยั่งยืน เป็นแกนกลางของการจัดการความยั่งยืนได้ในทุกมิติ บริษัท อิเดมิตสึ โคซัน จำกัด ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมพลังงาน ก็เชื่อว่าการส่งเสริมความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องหลักในการบริหารจัดการเพื่อความยั่งยืน มีเป้าหมายที่จะรักษาสมดุลระหว่างการเติบโตทางธุรกิจกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมลงให้ได้มากที่สุด ด้วยความตระหนักถึงบทบาทในการรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม บริษัท อิเดมิตสึ โคซัน จำกัด จึงมีการกำหนดแผนการจัดการความยั่งยืนในมิติสิ่งแวดล้อม ออกเป็น 6 เรื่องหลัก ดังนี้ การจัดการสิ่งแวดล้อม เป็นเรื่องของการกำหนดนโยบายด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมเพื่อสนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืน ที่ทำควบคู่ไปกับการดำเนินกิจการ โดย IDEMITSU KOSAN และกลุ่มบริษัทในเครือทั้ง 29 แห่ง (ในญี่ปุ่น 15 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/energy/3540961">การจัดการความยั่งยืนมิติสิ่งแวดล้อม ของบริษัท อิเดมิตสึ โคซัน จำกัด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[น้ำมันอพอลโล ไทย สนับสนุนทีม “ช่างเต้ วัดด่าน” ทีมช่างจิตอาสาช่วยเหลือชาวแม่สาย]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/auto/3540077</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 04 Nov 2024 08:46:18 +0700</pubDate>
				<category>auto</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3540077</guid>

					<description><![CDATA[<p>ดร.ธนศักดิ์​ วหาวิศาล และ ทีมงาน บริษัท น้ำมัน อพอลโล ไทย จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำมันเครื่องอิเดมิตสึ มอบน้ำมันเครื่องมอเตอร์ไซต์สนับสนุนทีมช่างเต้ วัดด่าน ทีมช่างจิตอาสาซ่อมมอเตอร์ไซต์ ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ดร.ธนศักดิ์​ วหาวิศาล กรรมการบริหารบริษัท น้ำมัน อพอลโล ไทย จำกัด พร้อมทีมงานบริษัทน้ำมันอพอลโล ไทยได้มอบน้ำมันเครื่องมอเตอร์ไซค์อิเดมิตสึ เพื่อสนับสนุนแก่ทีมช่างเต้ วัดด่าน และทีมช่างจิตอาสา อันประกอบด้วย ช่างโต ช่างสอน และ ช่างบาส ในการซ่อมแซมและบำรุงรักษารถมอเตอร์ไซค์ของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในพื้นที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย โดยศูนย์ช่วยเหลือของช่างเต้ ได้รับความสนับสนุนพื้นที่ในการจัดศูนย์บริการชั่วคราวจาก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีไทยเอเชีย และได้รับความสนับสนุนจากองค์กรทำดี โดยคุณบุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ทั้งนี้ ทีมช่างเต้ วัดด่าน พร้อมด้วยช่างโต ช่างสอน และช่างบาส ซึ่งเป็นจิตอาสาจังหวัดสมุทรปราการ ได้เปิดศูนย์ช่วยเหลือซ่อมมอเตอร์ไซต์ ให้กับชาวบ้านที่ประสบภัยน้ำท่วมในอำเภอแม่สาย ตั้งแต่ช่วงแรกของเหตุการณ์น้ำท่วมจังหวัดเชียงรายในเดือนกันยายน และเปิดรับซ่อมมอเตอร์ไซต์ มาจนถึงปัจจุบัน นับเป็นทีมงานที่ช่วยเหลือชาวบ้านผู้ประสบภัย น้ำท่วมมาตั้งแต่ต้น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/auto/3540077">น้ำมันอพอลโล ไทย สนับสนุนทีม “ช่างเต้ วัดด่าน” ทีมช่างจิตอาสาช่วยเหลือชาวแม่สาย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[นวัตกรรมและเทคโนโลยีจาก IDEMITSU แนวทางสู่การสร้างความยั่งยืน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/auto/3538504</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 30 Oct 2024 10:11:24 +0700</pubDate>
				<category>auto</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3538504</guid>

					<description><![CDATA[<p>ความเปลี่ยนแปลงมากมายในโลกล้วนแลกมากับสิ่งแวดล้อมที่ถูกทำลาย เมื่อมองไปข้างหน้า ตัวเราในอนาคตและลูกหลานจะอยู่กันอย่างไรในสภาพแวดล้อมและสังคมที่เป็นปัญหา ทำให้ปัจจุบัน ประเด็นด้าน “ความยั่งยืน (Sustainability)”&#160;และ “การพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development)”&#160;กลายเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกองค์กรหันมาให้ความสนใจ เพื่อช่วยสร้างความยั่งยืนและความสามารถในการแข่งขันให้กับองค์กรในระยะยาว เตรียมพร้อมรับมือกับความไม่แน่นอนในอนาคต แนวคิดการทำธุรกิจแบบ ESG (Environment, Social&#160;and&#160;Governance) คือการดำเนินธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ซึ่งหมายถึงการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและการดำเนินชีวิตในลักษณะที่ส่งผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจในระยะยาว ดูแลและรักษาทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้คงอยู่สำหรับคนรุ่นต่อไป โดยที่ไม่ส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ ESG ปัจจัยสำคัญสู่แนวทางการประกอบกิจการตามหลักความยั่งยืน ในยุคที่ความยั่งยืนเป็นเป้าหมายสำคัญของอุตสาหกรรมต่าง ๆ ด้วยปัจจัยสภาพแวดล้อมโลกที่เปลี่ยนแปลง การมุ่งไปสู่ความยั่งยืนอย่างแท้จริง จะต้องไม่มองข้ามมิติใดมิติหนึ่งใน 3 มิติของ ESG อันได้แก่ สิ่งแวดล้อม (Environmental) สังคม (Social) และธรรมาภิบาล (Governance) ที่ต้องขับเคลื่อนไปพร้อม ๆ กัน ESG จึงเป็นกรอบแนวคิดที่ใช้ประเมินความสามารถขององค์กรในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยคำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการ และผลกระทบทางจริยธรรมของการลงทุนในธุรกิจ มิติด้านสิ่งแวดล้อม&#160;พิจารณาการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด รวมถึงมีการฟื้นฟูสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินธุรกิจ&#160;มิติด้านสังคม&#160;พิจารณาการบริหารทรัพยากรบุคคลอย่างเป็นธรรมและเท่าเทียม ให้ความสำคัญกับความเป็นอยู่ของสังคมทั้งภายในและนอกบริษัท มีความรับผิดชอบต่อลูกค้า ชุมชน และสังคมรอบข้าง รวมถึงมีความรู้ความเข้าใจสภาพสังคมและพิจารณาตัวบ่งชี้ทางเศรษฐกิจต่าง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/auto/3538504">นวัตกรรมและเทคโนโลยีจาก IDEMITSU แนวทางสู่การสร้างความยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ครั้งแรกของโลก! IDEMITSU IFG Plantech Racing น้ำมันเครื่องจาก “พืช” ที่ใช้ได้ในสนามแข่ง]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/energy/3536875</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 25 Oct 2024 12:46:33 +0700</pubDate>
				<category>energy</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3536875</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในยุคที่ผู้คนตระหนักถึงปัญหาโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ส่งผลให้ทั้งภาคครัวเรือน ภาคธุรกิจ และภาครัฐบาลของนานาประเทศ ต่างก็พยายามมุ่งสู่เป้าหมายในการลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกอย่างเร่งด่วน การพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับพลังงานหมุนเวียนและพลังงานสะอาด กลายเป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้เราก้าวผ่านความท้าทายนี้ สำหรับภาคธุรกิจพลังงาน องค์กรต่าง ๆ ได้มีการใช้ความรู้ ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญที่สั่งสมมา ทำการค้นคว้าวิจัยเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อพัฒนาและปรับปรุงผลิตภัณฑ์ของตนให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น ไปพร้อม ๆ กับเพิ่มคุณภาพและประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ รวมถึงควบคุมการปล่อยและดูดกลับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ตามแผนของการสร้างคาร์บอนเครดิต ที่กำลังจะมีบทบาทอย่างมากต่ออุตสาหกรรมในอนาคตอันใกล้ บริษัท อิเดมิตสึ โคซัน จำกัด ประเทศญี่ปุ่น หนึ่งในผู้นำของอุตสาหกรรมพลังงาน เป็นอีกองค์กรที่มุ่งมั่นในการจัดหาวัสดุและพลังงานยั่งยืนที่มีเสถียรภาพ คิดค้นเทคโนโลยีสีเขียวที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้ครอบคลุมทั้งระบบอย่างครบวงจร เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบันและมุ่งสู่อนาคตที่ยั่งยืน โดยเทคโนโลยีใหม่ที่ IDEMITSU นำมาใช้พัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำมันเครื่องตัวใหม่ล่าสุดที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม คือ เทคโนโลยี PlantTech ที่ใช้ “พืช” (Plant based) เป็นทั้งวัตถุดิบในการดูดซับและกักเก็บคาร์บอน และเป็นวัตถุดิบพลังงานหมุนเวียน ในการผลิตน้ำมันพื้นฐานของ “น้ำมันเครื่อง” ที่ใช้ได้กับรถยนต์ในสนามแข่ง ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของโลก! IDEMITSU IFG Plantech Racing ผลิตภัณฑ์ใหม่จากอิเดมิตสึ IDEMITSU IFG Plantech [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/energy/3536875">ครั้งแรกของโลก! IDEMITSU IFG Plantech Racing น้ำมันเครื่องจาก “พืช” ที่ใช้ได้ในสนามแข่ง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[SAF เชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน สู่อนาคตของอุตสาหกรรมการบินสีเขียว]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/energy/3533628</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 16 Oct 2024 08:48:02 +0700</pubDate>
				<category>energy</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3533628</guid>

					<description><![CDATA[<p>สืบเนื่องจากปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ทวีความรุนแรงขึ้นทุกวัน จนกลายเป็นวาระระดับโลกให้ทุกภาคส่วนพยายามหาวิธีที่จะลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่มีอยู่ในบรรยากาศ ควบคู่ไปกับการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมต่าง ๆ ลง โดยตั้งเป้าหมายสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ก่อนก้าวเข้าสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emission) ที่มีความท้าทายมากกว่าในขั้นต่อไป โดยที่ไม่กระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจและการคมนาคมทางอากาศ ซึ่งจากการศึกษาเกี่ยวกับการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของยานพาหนะประเภทต่าง ๆ พบว่า อากาศยานหรือเครื่องบิน เป็นยานพาหนะที่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในสัดส่วนประมาณร้อยละ 2-2.5 ของโลก ซึ่งตั้งแต่ปี 1990-2019 ก่อนที่จะมีวิกฤติโรคระบาด ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากอากาศยานมีปริมาณเพิ่มขึ้นเฉลี่ยประมาณร้อยละ 2.3 ต่อปี แต่เมื่อเกิดโรคระบาด ที่เป็นเหตุให้การเดินทางทั่วโลกหยุดชะงัก โดยเฉพาะภาคการบิน มีผลให้มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลดลงตามไปด้วยอย่างมีนัยสำคัญ ตัวเลขจากปี 2019 พบว่ามีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สูงสุดมากกว่า 1 พันล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์ ทว่าในปี 2020 ลดลงมาเหลือเพียง 600 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์ อย่างไรก็ตาม เมื่อสถานการณ์โรคระบาดค่อย ๆ ดีขึ้น ปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ก็กลับมาเพิ่มสูงขึ้นตามเดิม โดยในปี 2021 อยู่ที่ 720 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์ จึงมีการคาดการณ์ว่าการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ภาคการบิน จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนเกินระดับที่ปล่อยสูงสุดเมื่อปี 2019 อีกในไม่ช้า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/energy/3533628">SAF เชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน สู่อนาคตของอุตสาหกรรมการบินสีเขียว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เชื้อเพลิงสังเคราะห์ อีกความหวังเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/energy/3531506</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 09 Oct 2024 08:57:05 +0700</pubDate>
				<category>energy</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3531506</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในยุคที่ความต้องการใช้พลังงานสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยที่น้ำมันเชื้อเพลิงยังคงเป็นแหล่งพลังงานหลักสำหรับการใช้ยานพาหนะส่วนตัว ขนส่งมวลชน และขนส่งภาคอุตสาหกรรม และในขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกยังคงผันผวนเนื่องจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง อีกทั้งยังมีประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมที่มีบทบาทในการกำหนดทิศทางการใช้พลังงานของมนุษยชาติมากขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เกิดเป็นความตระหนักรู้และตื่นตัวในเรื่องของการพัฒนาน้ำมันเชื้อเพลิงและพลังงานทางเลือกต่าง ๆ ที่จะมาทดแทน โดยมีเป้าหมายที่การประหยัดพลังงานและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้ที่ผ่านมา ในแวดวงอุตสาหกรรมพลังงานมีความพยายามที่จะปรับปรุงคุณภาพของน้ำมันเชื้อเพลิง ไม่ว่าจะเป็นการลดสารตะกั่วในน้ำมันเบนซิน ลดสารกำมะถันในน้ำมันดีเซล เพื่อให้เชื้อเพลิงสะอาดขึ้น เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าที่เคย รวมถึงมีการพัฒนาเชื้อเพลิงในรูปแบบอื่น เพื่อจะนำมาใช้ทดแทนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งเป็นผลผลิตจากปิโตรเลียมที่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยหนึ่งในเทคโนโลยีที่กำลังเป็นที่สนใจในช่วงที่โลกกำลังเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสะอาดก็คือ เชื้อเพลิงสังเคราะห์ (Synthetic Fuels) ว่าจะเป็นเชื้อเพลิงที่ตอบโจทย์ทั้งความต้องการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้นได้หรือไม่ และจะเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้แค่ไหน เชื้อเพลิงสังเคราะห์คืออะไร เชื้อเพลิงสังเคราะห์ (Synthetic Fuels) เป็นเชื้อเพลิงที่ผลิตขึ้นด้วยกระบวนการทางเคมี โดยแหล่งที่มาของวัตถุดิบที่จะนำมาผลิตเป็นเชื้อเพลิงสังเคราะห์ จะเป็นวัสดุที่มีธาตุคาร์บอน (C) หรือไฮโดรเจน (H) เป็นองค์ประกอบ เนื่องจากสามารถติดไฟได้ แต่จะไม่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลโดยตรง โดยเชื้อเพลิงสังเคราะห์สามารถทำหน้าที่เป็นพลังงานทดแทนหรือใช้ในลักษณะเดียวกันกับเชื้อเพลิงฟอสซิล คือเป็นเชื้อเพลิงสำหรับรถเครื่องยนต์สันดาปภายในได้ทดแทนน้ำมันดีเซลและน้ำมันเบนซิน คุณสมบัติที่ทำให้เชื้อเพลิงสังเคราะห์เป็นความหวังที่จะช่วยแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม คือ เป็นเชื้อเพลิงที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) คือ ไม่ปล่อยหรือไม่ก่อให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกที่มีบทบาทมากที่สุดในปรากฏการณ์เรือนกระจก ภาวะโลกร้อน และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก หรือแม้ว่าจะมีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ถูกปล่อยออกมาจากกระบวนการเผาไหม้ ก็จะถูกกู้คืนกลับไปใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตเชื้อเพลิงสังเคราะห์ต่อไป หนึ่งในเชื้อเพลิงสังเคราะห์ที่มีการศึกษาค้นคว้าและพัฒนากันอย่างกว้างขวาง คือ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/energy/3531506">เชื้อเพลิงสังเคราะห์ อีกความหวังเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เมื่อพลังงานยั่งยืน คือทางออกของวิกฤติการณ์ด้านสิ่งแวดล้อม]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/energy/3529205</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 02 Oct 2024 09:12:57 +0700</pubDate>
				<category>energy</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3529205</guid>

					<description><![CDATA[<p>วิกฤติการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ นานาที่มนุษยชาติกำลังประสบปัญหาอยู่ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นโลกร้อน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภัยธรรมชาติ มลพิษ ฯลฯ คือการเตือนภัยจากธรรมชาติว่าถึงเวลาแล้วที่มนุษย์ต้องหาทางแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน เพราะในเวลานี้ ไม่ใช่แค่สิ่งแวดล้อมที่กำลังแย่ แต่มนุษย์เราก็กำลังแย่อย่างถ้วนหน้า ซึ่งการจะมุ่งสู่อนาคตที่ยั่งยืนได้ มนุษย์จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตบางอย่างเพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับโลก และลดผลกระทบที่จะย้อนกลับมาหาตัวเรา โดยต้องรีบเปลี่ยนแปลงในวันที่เรายังพอจะทำอะไรได้บ้าง ก่อนที่ปัญหาจะหนักกว่านี้ และจะสายเกินไป ปัจจุบัน “พลังงานยั่งยืน” ถูกพูดถึงบ่อยครั้งในการเป็นทางออกของนานาปัญหาสิ่งแวดล้อม เพราะไม่เพียงแต่เป็นแหล่งพลังงานที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ไม่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกมาทำให้ปัญหาโลกร้อนแย่ลงกว่าเดิม แต่ยังเป็นกุญแจในการสร้างความสมดุลให้กับธรรมชาติด้วย ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล ซึ่งเป็นทรัพยากรธรรมชาติประเภทใช้แล้วหมดไป เพื่อให้ธรรมชาติได้มีเวลาฟื้นตัว ในขณะที่ชีวิตมนุษย์ก็ยังคงได้ใช้พลังงานเพื่อการดำรงชีวิตกันต่อไป แต่จะเป็นพลังงานที่สะอาดขึ้น วิกฤติการณ์สิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน หากเอ่ยถึงวิกฤติการณ์ด้านสิ่งแวดล้อม ภาพกว้างที่สุดเห็นจะหนีไม่พ้น ภาวะโลกร้อน-โลกเดือด และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผลลัพธ์ของ ปรากฏการณ์เรือนกระจก ที่ก๊าซเรือนกระจก โดยเฉพาะก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มีปริมาณมากขึ้น ปัญหานี้ส่งผลกระทบต่อในวงกว้าง การที่อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศในทุกพื้นที่ ตลอดจนเหตุการณ์ภัยพิบัติ ทั้งพายุ น้ำท่วม ภัยแล้ง ไฟป่า ฯลฯ ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งและรุนแรงขึ้น สร้างความเสียหายต่อชีวิตมนุษย์ สัตว์ พืชพรรณ และทรัพย์สินต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม เวลานี้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/energy/3529205">เมื่อพลังงานยั่งยืน คือทางออกของวิกฤติการณ์ด้านสิ่งแวดล้อม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[“Journey of Dream ปันพลังใจสู่อนาคต” มอบโอกาสให้เยาวชนไทย]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3526361</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 25 Sep 2024 10:31:38 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3526361</guid>

					<description><![CDATA[<p>“เด็กและเยาวชน” คือทรัพยากรบุคคลที่สำคัญที่สุดในสังคม เป็นอนาคต เป็นความหวังในการสร้างสังคมคุณภาพให้เกิดขึ้นในวันที่พวกเขาเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความฝันและความหวังของเด็กและเยาวชนไทย ยังมีอุปสรรคที่สำคัญอย่าง “การขาดโอกาส” ซึ่งเป็นกำแพงที่ทำให้เด็กและเยาวชนจำนวนมากไม่สามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้ พวกเขาต้องเผชิญกับปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ทรัพยากรที่เข้าไม่ถึง หรือขาดแรงสนับสนุน ทั้งที่ความฝันและโอกาสของเด็กและเยาวชนทุกคนไม่ควรที่จะถูกจำกัดด้วยข้อจำกัดของชีวิต เพราะเด็กทุกคนสมควรได้รับโอกาสที่จะมีคุณภาพชีวิตที่ดี แต่ยังมีเด็กและเยาวชนอีกเป็นจำนวนมากที่กำลังรอโอกาสอย่างมีความหวังในทุกพื้นที่ของสังคมไทย บริษัท น้ำมันอพอลโล (ไทย) จำกัด จึงขอเป็นส่วนหนึ่งในการมอบ &#8220;โอกาส&#8221; และ “พลัง” ที่จะช่วยให้ “อนาคต” ของสังคมได้รับการศึกษาที่ดี มีอนาคตที่สดใส และเติบโตขึ้นเป็นประชากรที่มีคุณภาพ กิจกรรมเพื่อสังคมที่มี “เด็กและเยาวชน” เป็นกลุ่มเป้าหมาย จึงเริ่มต้นขึ้นด้วยความเชื่อที่ว่า รอยยิ้มของเด็ก ๆ ในวันนี้ จะเป็นแรงผลักดันให้พวกเขาขวนขวายที่จะเดินตามความฝันและประสบความสำเร็จในชีวิต โครงการ “Journey of Dream &#8211; ปันพลังใจสู่อนาคต” เป็นอีกหนึ่งโครงการของ บริษัท น้ำมันอพอลโล (ไทย) จำกัด ที่จะเป็นสะพานเชื่อมโยงเด็กและเยาวชนไทยจากจุดเริ่มต้นแห่งความฝัน สู่จุดหมายปลายทางของความสำเร็จที่เป็นจริง พร้อมที่จะมอบโอกาส สนับสนุนความฝัน และปันพลังใจเพื่อมุ่งสู่อนาคต ให้เด็กและเยาวชนไทยทุกคนแกร่งไปให้สุด ลุยทุกเส้นทาง ก้าวไปสู่อนาคตที่ดีกว่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3526361">“Journey of Dream ปันพลังใจสู่อนาคต” มอบโอกาสให้เยาวชนไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เปิดตัวหนังสือใหม่ &#8220;CEO Secret พลิกเกมให้เหนือกว่า&#8221; โดย ดร.ธนศักดิ์  วหาวิศาล]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/life/3523290</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 18 Sep 2024 10:08:31 +0700</pubDate>
				<category>life</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3523290</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในยุคดิจิทัลที่การเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว การเป็นผู้นำที่ประสบความสำเร็จไม่ใช่เพียงการรับมือกับความเปลี่ยนแปลง แต่ยังต้องรู้จักฉกฉวยโอกาสและพลิกเกมให้ได้เปรียบจากความท้าทายต่างๆ หนังสือ &#8220;CEO Secret พลิกเกมให้เหนือกว่า&#8221; โดย ดร.ธนศักดิ์ วหาวิศาล ผู้บริหารมากประสบการณ์แห่ง บริษัท น้ำมันอพอลโล ไทย (จำกัด) เผยเคล็ดลับสำคัญที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการและผู้นำธุรกิจสามารถพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส และสร้างความสำเร็จในยุคที่การแข่งขันทางธุรกิจเพิ่มสูงขึ้น โดย ดร.ธนศักดิ์ ได้เล่าถึงแรงบันดาลใจในการเขียนหนังสือเล่มนี้ว่า “การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในยุคดิจิทัลได้เปิดโอกาสใหม่ๆ ให้กับผู้ประกอบการ แต่ในขณะเดียวกันก็สร้างความท้าทายที่ต้องเผชิญ หนังสือเล่มนี้จึงมุ่งเน้นไปที่การเสริมสร้างกลยุทธ์ในการพลิกเกม ให้ผู้นำธุรกิจมีความสามารถในการปรับตัวและเอาชนะคู่แข่งได้” CEO Secret พลิกเกมให้เหนือกว่า นำเสนอแนวคิดและกลยุทธ์ที่ชัดเจนผ่าน 6 บทหลัก ซึ่งครอบคลุมหัวข้อสำคัญ เช่น การสร้างนวัตกรรม การปรับตัวอย่างรวดเร็วต่อการเปลี่ยนแปลงในตลาด และการเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่ง หนังสือเล่มนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่คู่มือเชิงทฤษฎี แต่ยังแฝงไปด้วยประสบการณ์จริงจากการบริหารธุรกิจของผู้เขียน ทำให้ผู้อ่านสามารถนำไปปรับใช้ได้ทันที “สิ่งที่ผู้อ่านจะได้รับจากหนังสือเล่มนี้ คือวิธีการที่ผู้นำธุรกิจสามารถมองหาโอกาสที่ซ่อนอยู่ในทุกๆ การเปลี่ยนแปลง และสร้างความได้เปรียบให้เหนือกว่าคู่แข่ง” ดร.ธนศักดิ์ กล่าว หนังสือ &#8220;CEO Secret พลิกเกมให้เหนือกว่า&#8221; เปิดให้ Pre &#8211; Order ในราคาพิเศษ 199 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/life/3523290">เปิดตัวหนังสือใหม่ &#8220;CEO Secret พลิกเกมให้เหนือกว่า&#8221; โดย ดร.ธนศักดิ์  วหาวิศาล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
	</channel>
</rss>
