<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
>
<channel>
	<title>ThaiPR.NET</title>
	<atom:link href="https://www.thaipr.net/tag/%e0%b8%8b%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a7-%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b9%87%e0%b8%97-%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%9f%e0%b9%80/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thaipr.net/tag/ซินหัว-เอเชียเน็ท-อินโฟเ</link>
	<description>Press Release Distribution Center of Thailand</description>
	<lastBuildDate>Thu, 30 Apr 2026 14:40:31 +0700</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.1</generator>
	<item>
		<title><![CDATA[เขตนำร่องทดลองเศรษฐกิจท่าอากาศยานเจิ้งโจว พร้อมต้อนรับพันธมิตรทางธุรกิจจากทั่วทุกมุมโลก]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3577301</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 10 Mar 2025 09:32:59 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3577301</guid>

					<description><![CDATA[<p>ฝ่ายงานพรรคและมวลชน ประจำเขตนำร่องทดลองเศรษฐกิจท่าอากาศยานเจิ้งโจว ที่มณฑลเหอหนานในภาคกลางของจีน มีพื้นที่แห่งหนึ่งซึ่งเปี่ยมไปด้วยความคึกคักและโอกาสทางธุรกิจ นั่นคือเขตนำร่องทดลองเศรษฐกิจท่าอากาศยานเจิ้งโจว (Zhengzhou Airport Economic Comprehensive Experimental Zone) เขตนี้เป็นพื้นที่นำร่องด้านเศรษฐกิจการบินแห่งแรกที่ได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีจีนในปี 2556 และปัจจุบันได้กลายเป็นจุดสนใจสำหรับนักลงทุนจากทั่วโลก เขตนี้มีจุดเด่นอยู่ที่ “การเชื่อมโยงท่าทั้ง 4” เป็นศูนย์กลางระดับโลก ประกอบด้วยท่าอากาศยาน สถานีรถไฟ ศูนย์ขนส่งทางถนน และท่าเรือ พร้อมเครือข่ายคมนาคมที่แผ่ขยายไปทุกทิศทาง ช่วยให้ธุรกิจสามารถเชื่อมต่อกับห่วงโซ่อุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทานได้ทั่วโลก ทางฝ่ายงานพรรคและมวลชน ประจำเขตนำร่องทดลองเศรษฐกิจท่าอากาศยานเจิ้งโจว เปิดเผยว่า ปัจจุบันปริมาณการขนส่งสินค้าและไปรษณียภัณฑ์ของสนามบินเจิ้งโจวติด 40 อันดับแรกของโลก โดยมีเส้นทางขนส่งสินค้าเชื่อมโยง 28 ประเทศ และ 62 เมืองทั่วโลก ครอบคลุมเขตเศรษฐกิจสำคัญทั่วทุกมุมโลก ทั้งนี้ โซนปฏิบัติการฝั่งตะวันตกของศูนย์ท่าเรือบกนานาชาติได้ก่อสร้างเสร็จและเปิดใช้งานแล้ว ในฐานะศูนย์รวมรถไฟขนส่งสินค้าจีน-ยุโรประดับชาติเพียงแห่งเดียวในภาคกลางและตะวันออกของจีน และคาดการณ์ว่าภายในปี 2578 จะมีศักยภาพรองรับการกระจายสินค้าครอบคลุม “รถไฟ 10,000 ขบวนและสินค้า 10 ล้านตัน” เขตนี้ตั้งเป้าพัฒนาเป็นศูนย์รวมอุตสาหกรรมการผลิตชั้นสูงระดับโลก โดยมีทั้งคลัสเตอร์อุตสาหกรรมสารสนเทศอิเล็กทรอนิกส์มูลค่าระดับล้านล้านที่นำโดยฟ็อกซ์คอนน์ (Foxconn) เอ็กซ์ฟิวชัน (xFusion) และลุงซัน (Loongson) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3577301">เขตนำร่องทดลองเศรษฐกิจท่าอากาศยานเจิ้งโจว พร้อมต้อนรับพันธมิตรทางธุรกิจจากทั่วทุกมุมโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เทศกาลภาพวาดตรุษจีนเมืองเหมียนจู๋จัดยิ่งใหญ่ เปิดฉากต้อนรับเทศกาลตรุษจีน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3564739</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 27 Jan 2025 09:26:39 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3564739</guid>

					<description><![CDATA[<p>เทศบาลเมืองเต๋อหยาง เมืองเหมียนจู๋จัดงานเทศกาลภาพวาดตรุษจีนครั้งที่ 24 เมื่อวันที่ 22 มกราคมที่ผ่านมา ซึ่งนับเป็นเทศกาลตรุษจีนครั้งแรกหลังจากที่ประเพณีตรุษจีนได้รับการบรรจุเข้าเป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของยูเนสโก (UNESCO) โดยมีคณะกรรมการพรรคและเทศบาลเมืองเต๋อหยางเป็นผู้สนับสนุน และคณะกรรมการพรรคพร้อมเทศบาลเมืองเหมียนจู๋เป็นผู้จัดงาน งานนี้มีไฮไลต์อยู่ที่ขบวนแห่พาเหรดศิลปะพื้นบ้าน 28 ขบวน ที่รวมนักแสดงกว่า 1,200 คน มาร่วมสร้างสีสันในธีม “จิตรกรรมเฉลิมฉลองฤดูใบไม้ผลิ” (Spring Celebration Painting) ซึ่งเป็นหนึ่งในภาพวาดตรุษจีนอันโด่งดังของเมืองเหมียนจู๋ นอกจากขบวนศิลปะพื้นบ้านจีนแล้ว ยังมีการแสดงประเพณีตรุษจีนของชาวเชียง และขบวนจากบริษัท Sichuan Jiannanchun (Group) Co., Ltd. ที่นำเสนอภูมิปัญญาการต้มเหล้าขาวแบบดั้งเดิมของเหมียนจู๋ โดยเหอ เหวินหลี่ (He Wenli) ผู้อำนวยการศูนย์วัฒนธรรมเหมียนจู๋ กล่าวว่า “ขบวนแห่พาเหรดศิลปะพื้นบ้านประจำเทศกาลภาพวาดตรุษจีนเมืองเหมียนจู๋ปีนี้ถือว่าพิเศษมาก เพราะนอกจากจะมีขนาดและจำนวนผู้แสดงมากที่สุดเป็นประวัติการณ์แล้ว ยังเป็นครั้งแรกที่เปิดให้ประชาชนทั่วไปร่วมแสดงด้วย” โดยได้เปิดรับนักแสดงกว่า 200 คนในปีนี้ ภาพวาดตรุษจีนเหมียนจู๋มีประวัติศาสตร์ยาวนานตั้งแต่สมัยราชวงศ์ซ่ง มีจุดเด่นอยู่ที่การแกะสลักลวดลายลงบนแม่พิมพ์ไม้และลงสีด้วยมืออย่างประณีต เนื้อหาในภาพสะท้อนเรื่องราวจากนิทานพื้นบ้านและวิถีชีวิตชาวบ้าน ซึ่งเป็นการบันทึกประเพณีตรุษจีนที่สืบทอดมาหลายพันปีไว้บนภาพวาด ราวกับเป็น “ภาพสะท้อนประเพณีท้องถิ่นบนฝาผนัง” เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2545 ภาพวาดตรุษจีนเหมียนจู๋ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของจีนในชุดแรก โดยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานั้น เมืองเหมียนจู๋ได้พัฒนาศิลปะพื้นบ้านนี้ให้ร่วมสมัย ผสานเข้ากับวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวได้อย่างลงตัว จนสามารถพัฒนา “หมู่บ้านภาพวาดตรุษจีนเหมียนจู๋” ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3564739">เทศกาลภาพวาดตรุษจีนเมืองเหมียนจู๋จัดยิ่งใหญ่ เปิดฉากต้อนรับเทศกาลตรุษจีน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ศิลปะจักสานหลินซู ภูมิปัญญาโบราณสู่ตลาดโลก]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3563721</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 22 Jan 2025 11:42:39 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3563721</guid>

					<description><![CDATA[<p>รัฐบาลประชาชนเมืองหลินอี๋ “งานจักสานของจีนนั้นเลื่องลือเหนือประเทศอื่น งานจักสานของมณฑลซานตงก็เลื่องลือกว่ามณฑลอื่น ๆ ของจีน และงานจักสานของอำเภอหลินซูก็เลื่องลือยิ่งกว่าที่อื่นใด” อำเภอหลินซูมีประวัติศาสตร์อันยาวนานในการปลูกและแปรรูปต้นหลิว และมีชื่อเสียงด้านงานจักสานมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์ถัง ชาวบ้านในหมู่บ้านหลิวจวงนำต้นหลิวจากแม่น้ำซูมาจักสานเป็นของใช้ต่าง ๆ เช่น ตะกร้าและภาชนะ ซึ่งกลายเป็นส่วนสำคัญของวัฒนธรรมท้องถิ่น ด้วยคุณค่าทั้งทางเศรษฐกิจ ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และความงามทางศิลปะ  เมื่อเวลาผ่านไป งานจักสานได้พัฒนาจากงานฝีมือในครัวเรือนกลายเป็นอุตสาหกรรมสำคัญ โดยย้อนกลับไปในช่วงต้น ๆ ของสาธารณรัฐประชาชนจีน อำเภอหลินซูได้ส่งเสริมภาคส่วนนี้อย่างจริงจัง และในปี 2516 ผลิตภัณฑ์จักสานของที่นี่ได้ถูกบรรจุในแผนการส่งออกระดับชาติครั้งแรก ซึ่งเท่ากับว่าเปลี่ยนจากกิจกรรมธรรมดา ๆ ในครัวเรือนให้กลายเป็นแหล่งรายได้สำคัญจากต่างประเทศ งานจักสานได้กลายเป็นช่องทางสำคัญสำหรับชาวนาในหลินซูในการหางานทำและเพิ่มรายได้ ปัจจุบัน อำเภอหลินซูมีพื้นที่ปลูกต้นหลิวประมาณ 100,000 หมู่ และมีครัวเรือนที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมจักสานถึง 50,000 ครัวเรือน ครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 9 เมือง โดยมีบริษัทชั้นนำอย่าง Ronghua, Meiyi และ Qinglang รวมถึงอีกหลายแห่งได้รับการคัดเลือกให้เป็นวิสาหกิจส่งออกวัฒนธรรมระดับชาติประจำปี 2566-2567 นอกจากนี้ ยังมีบริษัทจักสานต้นหลิวอีก 13 แห่ง อาทิ Qinglang และ Zhaoxing ที่ได้รับการรับรองจากมณฑลซานตงให้เป็นวิสาหกิจส่งออกสินค้าและบริการทางวัฒนธรรมสำคัญในช่วงปี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3563721">ศิลปะจักสานหลินซู ภูมิปัญญาโบราณสู่ตลาดโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[อำเภอถันเฉิงงัดใช้มรดกภูมิปัญญาท้องถิ่นผสาน “เศรษฐกิจสัตว์เลี้ยง” หวังส่งเสริมสินค้าส่งออก]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3563677</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 22 Jan 2025 10:50:13 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3563677</guid>

					<description><![CDATA[<p>รัฐบาลประชาชนเมืองหลินอี๋ อำเภอถันเฉิงทางตอนใต้ของเมืองหลินอี๋ มณฑลซานตง เป็นที่รู้จักในฐานะแหล่งผลิตสินค้าส่งออกที่หลากหลาย โดยเฉพาะมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้อย่างเครื่องสาน เอ้อหู (ซอจีน) และของเล่นไม้หมุน ซึ่งได้รับการยกย่องทั้งในแง่คุณค่าทางวัฒนธรรมและคุณภาพงานฝีมือ ปัจจุบันตลาดส่งออกกำลังขยายตัว สินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยงก็ได้กลายเป็นหมวดสินค้าส่งออกที่สำคัญอีกประเภทหนึ่งเช่นกัน “เศรษฐกิจสัตว์เลี้ยง” ได้เติบโตอย่างก้าวกระโดด อันเป็นผลจากความผูกพันทางอารมณ์ที่เพิ่มมากขึ้นระหว่างคนกับสัตว์เลี้ยง เมื่อมาตรฐานการเลี้ยงดูสัตว์เลี้ยงสูงขึ้น สินค้าคุณภาพสูงที่ตอบโจทย์ความต้องการของสัตว์เลี้ยงก็เป็นที่ต้องการเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ทำให้การส่งออกสินค้าสัตว์เลี้ยงกลายเป็นอุตสาหกรรมที่เฟื่องฟู โดยอำเภอถันเฉิงประสบความสำเร็จในการผสมผสานผลิตภัณฑ์มรดกภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ากับอุปกรณ์สัตว์เลี้ยง ส่งผลให้การส่งออกสินค้าสัตว์เลี้ยงเติบโตอย่างต่อเนื่อง บริษัท Linyi Meide Craft จำกัด ในเขตเมี่ยวซ่านของอำเภอถันเฉิง เป็นตัวอย่างความสำเร็จของผู้ประกอบการในพื้นที่ จากจุดเริ่มต้นที่ผลิตเครื่องสานภายในบ้าน บริษัทฯ ได้ปรับเปลี่ยนมาผลิตสินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยง โดยสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ๆ จากงานจักสาน ทั้งเตียงสัตว์เลี้ยง ทางวิ่งแมว และกระเป๋าเก็บของดีไซน์สวยงาม ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีในตลาดสหรัฐอเมริกา เยอรมนี ญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร และประเทศอื่น ๆ เมื่อเศรษฐกิจโลกเริ่มฟื้นตัวและการค้าระหว่างประเทศกลับมาคึกคัก สินค้าสัตว์เลี้ยงและงานจักสานของอำเภอถันเฉิงแสดงให้เห็นถึงศักยภาพการส่งออกที่แข็งแกร่ง คาดการณ์ว่าสินค้าที่มีแนวโน้มดีเหล่านี้จะขยายตัวในตลาดต่างประเทศมากขึ้น ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจของอำเภอนี้ให้เติบโตยิ่งขึ้นต่อไป ที่มา: รัฐบาลประชาชนเมืองหลินอี๋</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3563677">อำเภอถันเฉิงงัดใช้มรดกภูมิปัญญาท้องถิ่นผสาน “เศรษฐกิจสัตว์เลี้ยง” หวังส่งเสริมสินค้าส่งออก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[จากภูมิปัญญาพื้นบ้านสู่สินค้าส่งออก เครื่องเคลือบจากอำเภออี้หนาน มณฑลซานตง โด่งดังไกลถึงต่างแดน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3563623</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 22 Jan 2025 09:48:07 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3563623</guid>

					<description><![CDATA[<p>รัฐบาลประชาชนเมืองหลินอี๋ ในช่วงปลายปี 2567 ที่ผ่านมา “เค้กสตรอว์เบอร์รี่อีนาเมล” ได้กลายเป็นกระแสฮิตในตลาดจีน ด้วยการผสมผสานของใช้แบบจีนดั้งเดิมกับขนมหวานสไตล์ตะวันตก จนกลายเป็นเทรนด์ใหม่ โดยเครื่องเคลือบอีนาเมลซึ่งเคยเป็นของใช้ยอดนิยมในจีนช่วงยุคคริสต์ทศวรรษ 1980 ไม่ว่าจะเป็นถ้วย ชามอ่าง และกาน้ำ กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง แม้เครื่องเคลือบอีนาเมลจะเคยจางหายไปจากสายตาผู้คน แต่อุตสาหกรรมนี้ยังคงดำเนินต่อไป โดยขยายตลาดออกนอกประเทศจีน จนเป็นที่ยอมรับทั้งในแอฟริกา ยุโรป และอเมริกาเหนือ ที่อำเภออี้หนานในมณฑลซานตงนั้น เมืองจ้วนปู้และชิงถัวมีโรงงานผลิตเครื่องเคลือบอีนาเมลเพื่อการส่งออกอยู่มากมาย โดยบริษัท Linyi Baolifu Enamel จำกัด ผลิตชามอ่างและจานพ่นสเปรย์ จนเป็นที่ยอมรับในด้านคุณภาพและคุณค่าทางวัฒนธรรม ผลิตภัณฑ์เหล่านี้มีผู้นำไปใช้เป็นงานศิลปะตกแต่งในยุโรปและอเมริกา และใช้เป็นของสินสอดในแอฟริกา ซึ่งในปี 2567 นั้น บริษัทแห่งนี้มียอดขายส่งออกกว่า 28 ล้านหยวน อีกหนึ่งบริษัทที่ประสบความสำเร็จคือ บริษัท Linyi Tenaier Enamel จำกัด ที่ได้ปรับเปลี่ยนสายการผลิตอย่างมีกลยุทธ์เพื่อตอบสนองตลาดต่างประเทศ บริษัทแห่งนี้นำเสนอสินค้าที่ออกแบบมาให้เข้ากับความต้องการของแต่ละประเทศ โดยได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์และนวัตกรรมใหม่ ๆ จนได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในระดับนานาชาติ ในปี 2567 นั้น ยอดการผลิตเพื่อส่งออกของบริษัทแห่งนี้คิดเป็นประมาณ 2 ใน 3 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3563623">จากภูมิปัญญาพื้นบ้านสู่สินค้าส่งออก เครื่องเคลือบจากอำเภออี้หนาน มณฑลซานตง โด่งดังไกลถึงต่างแดน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เฉิงตูบุกอาเซียน เปิดซาลอน “Nihao, Chengdu” พร้อมกัน 4 ประเทศ หวังกระชับสัมพันธ์การค้า-ท่องเที่ยว]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3560400</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 09 Jan 2025 09:18:02 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3560400</guid>

					<description><![CDATA[<p>ศูนย์แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมนานาชาติเฉิงตู เมื่อวันที่ 7 มกราคมที่ผ่านมา พิธีเปิดตัวโกลบอล ซาลอน “Nihao, Chengdu” ได้มีขึ้นพร้อมกันในเฉิงตู สิงคโปร์ มาเลเซีย และไทย โดยมีสำนักงานสารสนเทศเทศบาลนครเฉิงตู ศูนย์ความร่วมมือระหว่างประเทศและการเปิดกว้างเฉิงตู และศูนย์แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมนานาชาติเฉิงตูเป็นผู้จัดงาน งานนี้จัดขึ้น ณ ร้านหม้อไฟชื่อดังระดับโลก ถือเป็นการเปิดตัวโกลบอล ซาลอน “Nihao, Chengdu” อย่างเป็นทางการ โครงการโกลบอล ซาลอน “Nihao, Chengdu” ออกแบบมาเพื่อสร้างเวทีใหม่ในการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว รวมถึงความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้า โดยอาศัยเครือข่ายบริษัทจากเฉิงตูที่มีสาขาในต่างประเทศ ซาลอนเหล่านี้จัดขึ้นทั่วโลกเพื่อนำเสนอภาพลักษณ์ของเมืองเฉิงตู ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนด้านวัฒนธรรม การท่องเที่ยว เศรษฐกิจและการค้า ตลอดจนเสริมสร้างศักยภาพของเมืองเฉิงตูด้านความร่วมมือระหว่างประเทศ ซาลอนแห่งแรกของโครงการนี้ตั้งอยู่ที่ร้านไหตี่เลา (Hai Di Lao) สาขาหยินซื่อ สแควร์ (Yinshi Square) ในเฉิงตู ส่วนในต่างประเทศจัดที่ร้านไหตี่เลาสาขามารีนา เบย์ แซนด์ส (Marina Bay Sands) ในสิงคโปร์ ห้างพาวิลเลียน กัวลาลัมเปอร์ (Pavilion Kuala [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3560400">เฉิงตูบุกอาเซียน เปิดซาลอน “Nihao, Chengdu” พร้อมกัน 4 ประเทศ หวังกระชับสัมพันธ์การค้า-ท่องเที่ยว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[“การตอบรับเรื่องร้องเรียนของประชาชนอย่างฉับไว” ของปักกิ่ง ถูกยกให้เป็นต้นแบบการบริหารจัดการมหานครระดับโลก]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3556692</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 20 Dec 2024 10:12:20 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3556692</guid>

					<description><![CDATA[<p>คณะประเมินประสิทธิภาพบริการสายด่วนและการบริหารจัดการเมืองระดับโลก รายงานที่เผยแพร่ในงานปักกิ่ง ฟอรัม (Beijing Forum) ประจำปี 2567 ว่าด้วย “การตอบรับเรื่องร้องเรียนของประชาชนอย่างฉับไว” เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ระบุว่า ปักกิ่งได้บุกเบิกรูปแบบใหม่ของการบริหารจัดการมหานครผ่านการปฏิรูป “การตอบรับเรื่องร้องเรียนของประชาชนอย่างฉับไว” ซึ่งให้ความสำคัญกับการตอบรับข้อกังวลของประชาชน และได้นำเสนอ “โมเดลปักกิ่ง” ที่มีความก้าวล้ำ และเป็นทางออกแบบฉบับจีน เพื่อรองรับกระแสการบริหารเมืองผ่านระบบสายด่วนทั่วโลก รายงานประเมินประสิทธิภาพบริการสายด่วนและการบริหารจัดการเมืองระดับโลก (พ.ศ. 2567) ซึ่งเผยแพร่โดยคณะประเมินประสิทธิภาพบริการสายด่วนและการบริหารจัดการเมืองระดับโลก และจัดทำโดยคณะวิจัยร่วมจากศูนย์วิจัยรัฐบาลดิจิทัลซินหัวและสถาบันรัฐบาลดิจิทัลและการบริหารจัดการแห่งมหาวิทยาลัยชิงหวานั้น นำเสนอผลการประเมินทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับบริการสายด่วนและประสิทธิภาพการบริหารจัดการใน 20 เมืองทั่วโลก พร้อมวิเคราะห์และสรุปรูปแบบการดำเนินงานและประสบการณ์ต่าง ๆ อย่างละเอียด รายงานดังกล่าวได้ทบทวนและวิเคราะห์เปรียบเทียบประสบการณ์การดำเนินงานสายด่วนในเมืองต่าง ๆ อย่างครอบคลุม ซึ่งถือเป็นข้อมูลอ้างอิงสำคัญในระดับโลก ตามคำกล่าวของอัลเฟรด โฮ (Alfred Tat-Kei Ho) ศาสตราจารย์จากภาควิชาการบริหารรัฐกิจและกิจการระหว่างประเทศ คณบดีวิทยาลัยศิลปศาสตร์และสังคมศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยซิตี้ฮ่องกง และสมาชิกสถาบันบริหารรัฐกิจแห่งชาติสหรัฐอเมริกา ท่านยังกล่าวอีกด้วยว่า จีนได้บรรลุเป้าหมายในการให้บริการแบบเจาะจงและบริหารจัดการสายด่วนเมืองและบริการรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างละเอียดรอบคอบ ด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลบิ๊กดาต้าและความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน ซึ่งถือเป็นแบบอย่างที่มีคุณค่าสำหรับประชาคมโลก รายงานระบุว่า สายด่วน 12345 ของปักกิ่งเป็นระบบบูรณาการที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นในเรื่องการบูรณาการ ความครอบคลุม และการประสานงานที่มีประสิทธิภาพ โดยแสดงให้เห็นถึงการพัฒนาแบบองค์รวมและรอบด้าน พร้อมจุดแข็งที่โดดเด่นในด้านการบริหารจัดการกระบวนการ การบริหารแบบร่วมมือ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3556692">“การตอบรับเรื่องร้องเรียนของประชาชนอย่างฉับไว” ของปักกิ่ง ถูกยกให้เป็นต้นแบบการบริหารจัดการมหานครระดับโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[จีนประกาศให้สนามบินชั่วฟ่างในอู๋ซีเป็นจุดผ่านแดนปลอดวีซ่า 240 ชั่วโมง]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3556005</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 19 Dec 2024 08:45:09 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3556005</guid>

					<description><![CDATA[<p>สถานีตรวจคนเข้าเมืองอู๋ซี สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองแห่งชาติจีน ประกาศเมื่อวันอังคาร (17 ธ.ค.) ว่า จีนได้ขยายนโยบายการเดินทางผ่านแดนปลอดวีซ่า (visa-free transit) โดยขยายระยะเวลาที่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวต่างชาติพำนักในประเทศได้จากเดิม 72 หรือ 144 ชั่วโมง เป็น 240 ชั่วโมง นอกจากนี้ ยังได้เพิ่มจุดผ่านแดนใหม่สำหรับผู้ที่ได้รับการยกเว้นวีซ่าผ่านแดนอีก 21 แห่ง รวมถึงสนามบินชั่วฟ่าง (Shuofang) ในเมืองอู๋ซี ปัจจุบัน สนามบินชั่วฟ่างในเมืองอู๋ซีมีเส้นทางการบินระหว่างประเทศ 8 เส้นทาง เชื่อมต่อกับเมืองต่าง ๆ เช่น โอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น, อินชอน ประเทศเกาหลีใต้, ญาจาง ประเทศเวียดนาม, สิงคโปร์ และกรุงเทพฯ ประเทศไทย โดยมีเที่ยวบินระหว่างประเทศเฉลี่ย 22 เที่ยวบินต่อวัน ข้อมูลล่าสุดระบุว่า ในปีนี้ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองอู๋ซีได้ตรวจสอบเที่ยวบินขาเข้าและขาออกกว่า 7,400 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 125% เมื่อเทียบรายปี และมีผู้โดยสารมากกว่า 820,000 คน เพิ่มขึ้น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3556005">จีนประกาศให้สนามบินชั่วฟ่างในอู๋ซีเป็นจุดผ่านแดนปลอดวีซ่า 240 ชั่วโมง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เมืองเวินโจวของจีนพลิกโฉมสู่ศูนย์กลางเส้นทางสายไหมทางทะเลยุคใหม่ เดินหน้าสร้างนวัตกรรมและจับมือพันธมิตรทั่วโลก]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3549314</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 29 Nov 2024 10:48:03 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3549314</guid>

					<description><![CDATA[<p>คณะกรรมการบริหารการประชุมแลกเปลี่ยนระดับนายกเทศมนตรีว่าด้วยอิทธิพลของเมืองบนเส้นทางสายไหมทางทะเล ประจำปี 2567 ในขณะที่ปี 2567 กำลังจะสิ้นสุดลง เส้นทางสายไหมทางทะเลกำลังจะได้เห็นบทใหม่อันเป็นหมุดหมายสำคัญของการพัฒนาอันรุ่งเรืองตลอดปีที่ผ่านมา โดยการประชุมแลกเปลี่ยนระดับนายกเทศมนตรีว่าด้วยอิทธิพลของเมืองบนเส้นทางสายไหมทางทะเล ประจำปี 2567 มีกำหนดจัดขึ้นที่เมืองท่าอันทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์อย่างเวินโจว ในมณฑลเจ้อเจียงทางตะวันออกของจีน ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน ถึง 1 ธันวาคม การประชุมครั้งนี้นับเป็นเวทีสำคัญในการส่งเสริมจิตวิญญาณเส้นทางสายไหม อันประกอบด้วยสันติภาพและความร่วมมือ การเปิดกว้างและการอยู่ร่วมกัน การเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ผลประโยชน์ร่วมกัน และการได้ประโยชน์ทุกฝ่าย โดยจะเปิดเผยรายชื่อ 10 เมืองทรงอิทธิพลบนเส้นทางสายไหมทางทะเลประจำปี 2567 ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จและเสน่ห์ของเมืองต่าง ๆ ของจีนที่ตั้งอยู่บนเส้นทางสายไหมทางทะเลในรอบปีที่ผ่านมา เมืองเวินโจวตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์กลางแนวชายฝั่งตะวันออกของจีน ด้วยทำเลทองที่แม่น้ำบรรจบทะเล ทำให้มีท่าเรือที่เหมาะแก่การค้าขาย นับตั้งแต่ก่อตั้งเมืองในสมัยราชวงศ์จิ้นตะวันออกเมื่อกว่า 2,200 ปีก่อน เวินโจวก็เติบโตเป็นศูนย์กลางการค้าและการขนส่งที่คึกคักมาโดยตลอด แหล่งท่าเรือโบราณซั่วเหมิน (Shuomen Ancient Port) ที่ค้นพบจากการขุดค้นทางโบราณคดีในปี 2564 เป็นประจักษ์พยานอันโดดเด่นถึงบทบาทสำคัญของเวินโจวในเส้นทางสายไหมทางทะเลโบราณ ด้วยระบบที่ผสมผสานทั้งเมือง ท่าเรือ และเส้นทางน้ำ แหล่งโบราณคดีแห่งนี้นับเป็นสิ่งมหัศจรรย์ทางโบราณคดีที่หาได้ยากยิ่งทั้งในจีนและทั่วโลก และเป็นหลักฐานชัดเจนที่แสดงถึงความรุ่งเรืองและความต่อเนื่องของเส้นทางสายไหมทางทะเลโบราณ การพัฒนาเส้นทางสายไหมทางทะเลไม่เพียงช่วยส่งเสริมการแลกเปลี่ยนด้านเศรษฐกิจและการค้าระหว่างเวินโจวกับโลกภายนอก แต่ยังกระตุ้นให้เกิดการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและเทคโนโลยีอีกด้วย ตลอดเส้นทางที่พระสงฆ์และพ่อค้าได้บุกเบิกไว้ สมบัติทางวัฒนธรรมมากมาย ทั้งงานหัตถศิลป์อันประณีตอย่างเครื่องเขินและเครื่องลายคราม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3549314">เมืองเวินโจวของจีนพลิกโฉมสู่ศูนย์กลางเส้นทางสายไหมทางทะเลยุคใหม่ เดินหน้าสร้างนวัตกรรมและจับมือพันธมิตรทั่วโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กว่างซีเสริมแกร่งแบรนด์สินค้าเกษตร บุกตลาดทั้งในและต่างประเทศ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3547645</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 25 Nov 2024 09:29:56 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3547645</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมการเกษตรและกิจการชนบทเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน งานส่งเสริมชาลิ่วเป่า (Liubao) ภายใต้แนวคิด “ชาลิ่วเป่าเจิดจรัสในแดนมังกร” ได้เปิดฉากขึ้นที่มหกรรมแสดงสินค้าเกษตรนานาชาติกว่างซี ประจำปี 2567 โดยมีผู้ประกอบการในวงการชาจากทั่วประเทศมารวมตัวกัน เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และโอกาสใหม่ ๆ ในการพัฒนาอุตสาหกรรมชา ชาลิ่วเป่าเมืองอู๋โจวเป็นชาที่มีชื่อเสียงและเป็นที่นิยมในหมู่ชาวจีนโพ้นทะเล โดยได้ส่งออกไปยังภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และภูมิภาคอื่น ๆ ซึ่งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานั้น เมืองอู๋โจวได้ทุ่มเทสร้างแบรนด์สาธารณะระดับภูมิภาคอย่าง “ชาลิ่วเป่าอู๋โจว” และแบรนด์วัฒนธรรม “เส้นทางเรือชาโบราณ” ส่งผลให้อิทธิพลของแบรนด์ชาลิ่วเป่าเพิ่มสูงขึ้น ในงานฟอรัมว่าด้วยการสร้างแบรนด์ชาจีน ประจำปี 2567 ซึ่งจัดโดยสมาคมการตลาดชาจีนและองค์กรอื่น ๆ นั้น ชาลิ่วเป่าอู๋โจวอยู่อันดับ 13 ใน “20 อันดับแบรนด์สาธารณะระดับภูมิภาคที่มีมูลค่าสูงสุดในวงการชาจีนปี 2567” ด้วยมูลค่าแบรนด์สูงถึง 4.973 พันล้านหยวน โดยอุตสาหกรรมชาลิ่วเป่าสร้างงานให้กับประชาชนกว่า 83,000 คน มอบประโยชน์ให้ชาวบ้านราว 310,000 คน และมีมูลค่าผลผลิตรวมมากกว่า 2 หมื่นล้านหยวน ข้อมูลจากกรมการเกษตรและกิจการชนบทเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงระบุว่า แบรนด์สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ของกว่างซีได้รับการจัดอันดับอยู่ใน 100 แบรนด์ชั้นนำของจีนอยู่ 14 รายการ ซึ่งมีจำนวนมากเป็นอันดับ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3547645">กว่างซีเสริมแกร่งแบรนด์สินค้าเกษตร บุกตลาดทั้งในและต่างประเทศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เปิดตัว “สี่หยางหยาง-เล่อหรงหรง” คู่หูมาสคอตสุดคิ้วท์ประจำการแข่งขันกีฬาแห่งชาติจีน ครั้งที่ 15]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/sport/3544512</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 15 Nov 2024 10:40:42 +0700</pubDate>
				<category>sport</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3544512</guid>

					<description><![CDATA[<p>คณะกรรมการจัดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติจีน ครั้งที่ 15 เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายนที่ผ่านมา มณฑลกวางตุ้ง เขตบริหารพิเศษฮ่องกง และเขตบริหารพิเศษมาเก๊า ได้ร่วมกันจัดงานนับถอยหลังหนึ่งปีสู่การแข่งขันกีฬาแห่งชาติจีน ครั้งที่ 15 การแข่งขันกีฬาคนพิการแห่งชาติ ครั้งที่ 12 และการแข่งขันกีฬาสเปเชียลโอลิมปิกแห่งชาติ ครั้งที่ 9 การแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 15 มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-21 พฤศจิกายน 2568 โดยจะจัดขึ้นทั่วเขตอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า ตามด้วยการแข่งขันกีฬาคนพิการแห่งชาติ ครั้งที่ 12 และการแข่งขันกีฬาสเปเชียลโอลิมปิกแห่งชาติ ครั้งที่ 9 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-15 ธันวาคม 2568 ทั้งสามภูมิภาคต่างมุ่งมั่นที่จะจัดการแข่งขันภายใต้แนวคิด “เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เสมอภาค เปิดกว้าง และใสสะอาด” พร้อมทั้งรับประกันว่าจะเป็นการแข่งขันที่ “เรียบง่าย ปลอดภัย และยิ่งใหญ่” ขณะนี้ทุกฝ่ายกำลังร่วมมือกันอย่างแข็งขัน และการเตรียมการต่าง ๆ กำลังดำเนินไปอย่างรอบคอบและก้าวหน้า ในวันเดียวกันนี้ยังได้มีการเปิดตัวสโลแกน ตราสัญลักษณ์ และมาสคอตประจำการแข่งขันอย่างเป็นทางการ โดยสโลแกนประจำการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 15 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/sport/3544512">เปิดตัว “สี่หยางหยาง-เล่อหรงหรง” คู่หูมาสคอตสุดคิ้วท์ประจำการแข่งขันกีฬาแห่งชาติจีน ครั้งที่ 15</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เวทีความร่วมมือทางเศรษฐกิจอาเซียน อ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า (เฉียนไห่) ประจำปี 2567 เปิดฉากแล้ว]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3544441</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 15 Nov 2024 09:34:23 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3544441</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักงานเขตความร่วมมืออุตสาหกรรมบริการสมัยใหม่เซินเจิ้น-ฮ่องกง เฉียนไห่ เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ได้มีการจัดพิธีเปิดเวทีความร่วมมือทางเศรษฐกิจอาเซียน อ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า (เฉียนไห่) หรือ ASEAN-China Greater Bay Area (GBA) Economic Cooperation (Qianhai) Forum ประจำปี 2567 ณ เขตเฉียนไห่ นครเซินเจิ้น ประเทศจีน งานนี้มีขึ้นภายใต้แนวคิด “ความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี การผนึกกำลังในภาคอุตสาหกรรม” ประกอบด้วยเวทีย่อย 5 เวที นิทรรศการแลกเปลี่ยนระหว่างผู้ประกอบการ และกิจกรรมจับคู่ความร่วมมือในภาคอุตสาหกรรม โดยมีผู้แทนกว่า 1,000 คนเข้าร่วมพิธีเปิดและกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งจากหน่วยงานภาครัฐ สมาคมธุรกิจ สถาบันคลังสมอง และภาคเอกชนจากจีนและประเทศสมาชิกอาเซียน ด้วยความใกล้ชิดทั้งทางภูมิศาสตร์และวัฒนธรรม เขตเศรษฐกิจพิเศษอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า (GBA) และอาเซียน ต่างเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของกันและกัน โดยมีความร่วมมือที่เอื้อประโยชน์ร่วมกันมาอย่างยาวนาน ในการนี้ นายเจิ้ง หย่งเหนียน (Zheng Yongnian) ประธานสถาบันการต่างประเทศเฉียนไห่ และศาสตราจารย์ประจำมหาวิทยาลัยจีนแห่งฮ่องกง วิทยาเขตเซินเจิ้น ได้ขึ้นกล่าวปาฐกถาพิเศษ และเน้นย้ำว่าเขตเศรษฐกิจพิเศษอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3544441">เวทีความร่วมมือทางเศรษฐกิจอาเซียน อ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า (เฉียนไห่) ประจำปี 2567 เปิดฉากแล้ว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[“ชาลิ่วเป่า” มรดกชาจีนที่หอมกรุ่นไกลทั่วโลก]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3543091</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 12 Nov 2024 09:39:41 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3543091</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักงานวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวเมืองอู๋โจว เมื่อร้อยปีก่อน เส้นทางการเดินเรือขนาดใหญ่ได้ลำเลียงชาลิ่วเป่า (Liubao) มาจากเทือกเขาห่างไกล เชื่อมโยงผืนแผ่นดินและท้องทะเลด้วยเส้นทางการค้า ปัจจุบัน ด้วยแรงขับเคลื่อนจากโครงการสายแถบและเส้นทาง (Belt and Road Initiative) อุตสาหกรรมชาลิ่วเป่าในเมืองอู๋โจวก็ได้ก้าวสู่การพลิกโฉมและยกระดับครั้งใหญ่ ชาคุณภาพเยี่ยมที่มีกลิ่นหอมละมุนได้เดินทางไปตามเส้นทางสายไหมทางทะเลแห่งศตวรรษที่ 21 นำพากลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ของชาจีนไปสู่ผู้คนในดินแดนแสนไกล ที่ชุมชนลิ่วเป่าในเมืองอู๋โจว ท่ามกลางเทือกเขาสูงตระหง่าน มีอุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปี 21.2 องศาเซลเซียส และปริมาณน้ำฝนแตะหลัก 1,500 มิลลิเมตรต่อปี สภาพแวดล้อมเช่นนี้เอื้ออำนวยอย่างยิ่งต่อการเพาะปลูกชา ชาที่ผลิตในแถบนี้มีชื่อว่า “ชาลิ่วเป่า” ขึ้นชื่อด้วยคุณลักษณะเด่นอย่าง “สีแดง รสเข้มข้น นุ่มละมุน และบ่มเก่า” พร้อมกลิ่นหอมเฉพาะตัวคล้ายหมาก ในอดีตนั้น การค้าส่งออกชาลิ่วเป่าเคยรุ่งเรืองอย่างมาก ตามที่ปรากฏในหนังสือประจำปีมณฑลกวางซีที่ตีพิมพ์ในปี 2483 ระบุว่า ในปี 2478 มีการส่งออกชาลิ่วเป่าจากกวางซีมากถึง 1,100 ตัน โดย “เส้นทางเรือชาโบราณ” ที่เริ่มต้นจากชุมชนลิ่วเป่า อำเภอฉางอู๋ เมืองอู๋โจว ก็ได้กลายเป็นเส้นทางสำคัญในการแลกเปลี่ยนทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมระหว่างจีนตอนใต้กับประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อกาลเวลาเปลี่ยนแปลงไป อุตสาหกรรมชาลิ่วเป่าในเมืองอู๋โจวได้ผ่านร้อนผ่านหนาวมาไม่น้อย แต่ความมุ่งมั่นของผู้ผลิตชาลิ่วเป่าที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคนยังคงไม่เปลี่ยนแปลง ปัจจุบัน อุตสาหกรรมชาลิ่วเป่ากำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยสถิติของสำนักงานวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวเมืองอู๋โจวพบว่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3543091">“ชาลิ่วเป่า” มรดกชาจีนที่หอมกรุ่นไกลทั่วโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เซี่ยเหมินจัดการประชุมทะเลเอเชียตะวันออก ประจำปี 2567 และสัปดาห์มหาสมุทรโลก]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3543086</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 12 Nov 2024 08:57:32 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3543086</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักเลขาธิการสัปดาห์มหาสมุทรโลกแห่งเซี่ยเหมิน การประชุมทะเลเอเชียตะวันออก (East Asian Seas Congress หรือ EASC) ประจำปี 2567 และสัปดาห์มหาสมุทรโลกในเซี่ยเหมิน (World Ocean Week in Xiamen) ได้เริ่มขึ้นแล้วที่เมืองเซี่ยเหมินในมณฑลฝูเจี้ยนทางตะวันออกของจีนเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยมีกลุ่มความร่วมมือด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมสำหรับทะเลเอเชียตะวันออก (PEMSEA) เป็นเจ้าภาพ และจัดโดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติของจีน ร่วมกับรัฐบาลประชาชนนครเซี่ยเหมิน ทางสำนักเลขาธิการสัปดาห์มหาสมุทรโลกแห่งเซี่ยเหมินเปิดเผยว่า งานนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ผนึกกำลังสีคราม สร้างอนาคตร่วมกัน สู่มหาสมุทรที่ยั่งยืนและเข้มแข็งหนึ่งเดียว” (Blue Synergy for a Shared Future: One Sustainable and Resilient Ocean) โดยมีเจ้าหน้าที่ระดับรัฐมนตรี 26 ท่านจาก 15 ประเทศ และแขกผู้มีเกียรติทั้งในและต่างประเทศกว่าพันคนเข้าร่วมพิธีเปิดและการประชุมนานาชาติต่าง ๆ งานนี้จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-12 พฤศจิกายน ในพิธีเปิดงานนั้น ทาง PEMSEA ได้มอบ “รางวัลความสำเร็จด้านแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศในการอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเล” [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3543086">เซี่ยเหมินจัดการประชุมทะเลเอเชียตะวันออก ประจำปี 2567 และสัปดาห์มหาสมุทรโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ดอกโบตั๋นจากเหอเจ๋อเบ่งบานในบัลแกเรีย “ดินแดนแห่งกุหลาบ” สร้างความกลมเกลียวและการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างอารยธรรม]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3542372</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 08 Nov 2024 15:52:51 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3542372</guid>

					<description><![CDATA[<p>คณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำเมืองเหอเจ๋อ เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม ถึง 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา สถานทูตจีนประจำสาธารณรัฐบัลแกเรีย ร่วมกับคณะผู้แทนจากคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำเมืองเหอเจ๋อและรัฐบาลเมืองเหอเจ๋อ ได้จัดงานเฉลิมฉลองพิธีเปิดสวนดอกโบตั๋น ภายใต้แนวคิด “ความกลมเกลียวและการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างอารยธรรม” เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 75 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างจีนกับบัลแกเรีย ณ กรุงโซเฟียและเมืองปลอฟดิฟ โดยในช่วงเวลาดังกล่าว ดอกโบตั๋นจำนวน 700 ต้นจากเหอเจ๋อได้เดินทางข้ามทวีปเพื่อมาปลูก ณ สถานที่ต่าง ๆ อาทิ ทำเนียบประธานาธิบดีบัลแกเรีย สวนพฤกษศาสตร์สถาบันวิทยาศาสตร์บัลแกเรีย สวนสาธารณะเซาธ์ปาร์กในกรุงโซเฟีย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ปลอฟดิฟ และศูนย์วัฒนธรรมจีนในกรุงโซเฟีย เพื่อกระชับความร่วมมือระหว่างสองประเทศ พิธีเปิดครั้งแรกได้มีขึ้น ณ สวนสาธารณะเซาธ์ปาร์กในกรุงโซเฟีย เมืองหลวงของบัลแกเรีย โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของทั้งสองประเทศเข้าร่วมงาน ประกอบด้วย สถานทูตจีนประจำสาธารณรัฐบัลแกเรีย สภาแห่งชาติบัลแกเรีย สถาบันไม้ประดับและพืชสมุนไพรบัลแกเรีย ศาลาว่าการกรุงโซเฟีย และคณะผู้แทนจากเมืองเหอเจ๋อ ระหว่างพิธีนี้ คณะผู้แทนจากเมืองเหอเจ๋อได้แลกเปลี่ยนของที่ระลึกกับผู้แทนฝ่ายบัลแกเรีย พร้อมทั้งจัดการแสดงและนิทรรศการหลากหลายรูปแบบ ซนโช กาเนฟ (Tsoncho Ganev) รองประธานสภาแห่งชาติบัลแกเรีย เปิดเผยว่า ดอกโบตั๋นเป็นสัญลักษณ์แห่งสันติภาพ เกียรติยศ ความรัก และความมั่งคั่ง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3542372">ดอกโบตั๋นจากเหอเจ๋อเบ่งบานในบัลแกเรีย “ดินแดนแห่งกุหลาบ” สร้างความกลมเกลียวและการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างอารยธรรม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[&#8220;แม่น้ำเหลียงหม่า&#8221; ส่องประกายงดงามในเทศกาลไฟประดับนานาชาติ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3539705</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 01 Nov 2024 10:53:08 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3539705</guid>

					<description><![CDATA[<p>ศูนย์สื่อครบวงจรของเขตเฉาหยาง กรุงปักกิ่ง ในเทศกาลไฟประดับนานาชาติเขตเฉาหยาง กรุงปักกิ่ง ประจำปี 2567 (2024 Beijing Chaoyang International Light Festival) ที่เพิ่งเปิดฉากไปเมื่อไม่นานนี้ เขตเศรษฐกิจและวัฒนธรรมแม่น้ำเหลียงหม่า (Liangma River Cultural and Economic Belt) ได้ติดตั้งไฟประดับมากกว่า 50 ชุดในธีม &#8220;Following Light, Beautiful Shadows&#8221; พร้อมจัดกิจกรรมความบันเทิงและงานออกร้านมากกว่า 10 รายการในสามพื้นที่หลัก ได้แก่ พื้นที่ริมแม่น้ำเหลียงหม่า ในธีม &#8220;Flowing Light and Color&#8221; สวนสาธารณะเฉาหยาง ในธีม &#8220;A Light Adventure&#8221; และโรงแรมจวินหวังฟู่ (คฤหาสน์เจ้าชายซุนเฉิง) ในธีม &#8220;The Art of Light and Shadow of the National Style&#8221; [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3539705">&#8220;แม่น้ำเหลียงหม่า&#8221; ส่องประกายงดงามในเทศกาลไฟประดับนานาชาติ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เขตผิงกู่ของกรุงปักกิ่งเปิดฉากการประชุม WAFI ประจำปี 2567]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3533211</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 15 Oct 2024 12:44:25 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3533211</guid>

					<description><![CDATA[<p>การประชุม WAFI ประจำปี 2567 เมื่อช่วงเช้าวันที่ 11 ตุลาคม 2567 การประชุมนวัตกรรมการเกษตรและอาหารโลก (World AgriFood Innovation Conference หรือ WAFI) ประจำปี 2567 ได้เปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่ ณ ศูนย์การประชุมและแสดงสินค้านานาชาติทะเลสาบจินไห่ (Jinhai Lake International Convention and Exhibition Center) ที่เขตผิงกู่ของกรุงปักกิ่ง โดยมีแขกผู้ทรงเกียรติเข้าร่วมเกือบ 800 คนจาก 76 ประเทศและภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็นนักวิทยาศาสตร์ชื่อดัง อธิการบดีมหาวิทยาลัย นักการศึกษา ผู้ประกอบการ และตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่โดดเด่นในภาคการเกษตร มาร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในหัวข้อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการปฏิรูประบบเกษตรและอาหาร ผู้เข้าร่วมงานได้แบ่งปันความสำเร็จล่าสุดในด้านนวัตกรรมการเกษตร หารือเกี่ยวกับปัญหาท้าทายต่าง ๆ ในแวดวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการเกษตร รวมถึงมาตรการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและทิศทางการปฏิรูประบบอาหารโลกในอนาคต การประชุมครั้งนี้มุ่งส่งเสริมนวัตกรรมด้านนโยบายและโมเดลวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการเกษตรในระดับโลก สร้างแรงขับเคลื่อนใหม่ ๆ ในการพัฒนาการเกษตรระดับโลก กระชับความร่วมมือระหว่างภาคอุตสาหกรรม วิชาการ และการวิจัย ตลอดจนส่งเสริมการเผยแพร่ผลงานความสำเร็จ เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์ปัญญาและพลังในการรักษาความมั่นคงทางอาหารของโลก จาง ซิงหวัง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3533211">เขตผิงกู่ของกรุงปักกิ่งเปิดฉากการประชุม WAFI ประจำปี 2567</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เมืองไหโข่วของจีนเปิดตัว “ทัวร์ศิลปะ” หวังดึงดูดนักท่องเที่ยว]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/travel/3531858</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 09 Oct 2024 16:19:42 +0700</pubDate>
				<category>travel</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3531858</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักงานประชาสัมพันธ์คณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์ประจำเมืองไหโข่ว ในช่วงวันหยุดวันชาติจีนที่ผ่านมา เมืองไหโข่ว เมืองหลวงของมณฑลไห่หนานทางตอนใต้ของจีน ได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวเกือบหนึ่งล้านคน ด้วยประสบการณ์ทางวัฒนธรรมและศิลปะอันหลากหลาย โดยเป็นส่วนหนึ่งของ “สัปดาห์ศิลปะเมืองไหโข่ว” ที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรก อัดแน่นด้วยกิจกรรมทางวัฒนธรรมมากมายให้ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัส ตลอดทั้งสัปดาห์มีการจัดกิจกรรมมากมาย ไม่ว่าจะเป็นคอนเสิร์ตดนตรี นิทรรศการศิลปะพู่กันจีนและภาพวาด การแสดงสตรีทอาร์ต รวมถึงแฟชั่นโชว์แสดงมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมกีฬาชายหาด เทศกาล SUP การแข่งขันบาสเกตบอล และกิจกรรมนันทนาการอื่น ๆ อีกมากมาย ทำให้ทั้งนักท่องเที่ยวชาวจีนและชาวต่างชาติได้เพลิดเพลินกับความหลากหลายทั้งทางวัฒนธรรมและความบันเทิง “ไหโข่วคือเมืองแห่งดนตรี” Jong May Urbonya บล็อกเกอร์ชาวอเมริกัน ได้เข้าร่วมชมการแสดงคอนเสิร์ตและการแสดงอุปรากรไห่หนานแบบดั้งเดิม เธอประทับใจอย่างมากกับความหลากหลายทางวัฒนธรรมและวิถีชีวิตอันผ่อนคลายของเมืองไหโข่ว โดย Jong May กล่าวว่า “ถ้ามีโอกาส ฉันอยากกลับมาที่นี่อีกครั้งแน่นอนค่ะ” Irina จากรัสเซีย กล่าวว่า “ดิฉันรู้สึกทึ่งมากที่ได้เห็นนิทรรศการภาพวาดที่งดงามขนาดนี้ แสดงให้เห็นถึงจิตวิญญาณของชาวจีนได้อย่างชัดเจน” โดยเธอมาชมนิทรรศการนี้กับเพื่อน ๆ และหลงใหลในผลงานม้วนภาพ “กุ้งและปู” ของ Qi Baishi จิตรกรชื่อดังชาวจีน นอกจากนี้ การท่องเที่ยวในเมืองไหโข่วยังคึกคักเป็นอย่างมาก อันเป็นผลจากการแสดงคอนเสิร์ตทัวร์ระดับโลกของ Kanye West ซึ่งดึงดูดแฟนเพลงได้ถึง 40,000 คน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/travel/3531858">เมืองไหโข่วของจีนเปิดตัว “ทัวร์ศิลปะ” หวังดึงดูดนักท่องเที่ยว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[จีนจัดการประชุมพัฒนาอุตสาหกรรมซุปเปรี้ยวไขหลี่ ประจำปี 2567 เปิดโอกาสผลักดันความร่วมมือและการพัฒนาเศรษฐกิจให้กับเขตเฉียนตงหนาน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/travel/3525961</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 24 Sep 2024 14:11:00 +0700</pubDate>
				<category>travel</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3525961</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักงานอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศแห่งเขตปกครองตนเองชนชาติเหมียวและชนชาติต้ง เฉียนตงหนาน มณฑลกุ้ยโจว การประชุมพัฒนาอุตสาหกรรมซุปเปรี้ยวไขหลี่ ประเทศจีน (China·Kaili Sour Soup Industry Development Conference) ประจำปี 2567 ได้เปิดฉากขึ้นเมื่อวันที่ 22 กันยายนที่ผ่านมา โดยมีผู้นำจากสมาคมอาหารจีนและสมาคมอาหารอื่น ๆ จากทั่วประเทศ พร้อมด้วยตัวแทนจากอุตสาหกรรมอาหารและบริษัทผลิตซุปเปรี้ยว รวมถึงเชฟผู้เชี่ยวชาญในอาหารรูปแบบต่าง ๆ มารวมตัวกันที่อำเภอไขหลี่ เพื่อเป็นสักขีพยานในช่วงเวลาสำคัญนี้ และร่วมสำรวจโอกาสในการสร้างความร่วมมือ ซุปเปรี้ยวไขหลี่เลื่องชื่อว่าเป็นอาหารเลิศรสที่โดดเด่น มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าพันปีในเขตเฉียนตงหนานทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมซุปเปรี้ยวไขหลี่ได้พัฒนาก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว โดยมีนโยบายและเทคโนโลยีต่าง ๆ คอยสนับสนุน ซึ่งในปี 2566 นั้นอุตสาหกรรมซุปเปรี้ยวในอำเภอไขหลี่มีผลผลิตรวมคิดเป็น 35% ของผลผลิตรวมทั้งหมดในเขตนี้ ปัจจุบัน พื้นที่เพาะปลูกวัตถุดิบทำซุปเปรี้ยวในอำเภอไขหลี่และพื้นที่โดยรอบนั้นมีประมาณ 16,474 เอเคอร์ ขณะที่ซุปเปรี้ยวไขหลี่มีเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนอยู่ 65 รายการ และมีผลิตภัณฑ์ซุปเปรี้ยวในตลาดอยู่ 137 ชนิด ซึ่งดึงดูดความสนใจจากบริษัทและนักลงทุนได้เป็นจำนวนมาก ในพิธีเปิดการประชุมซึ่งจัดโดยสำนักงานอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศแห่งเขตปกครองตนเองชนชาติเหมียวและชนชาติต้ง เฉียนตงหนาน ตัวแทนจากบริษัท 25 แห่งได้ลงนามในข้อตกลงด้วยเงินลงทุนรวม 1.6 พันล้านหยวน ครอบคลุมตั้งแต่การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีไปจนถึงการขยายตลาด [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/travel/3525961">จีนจัดการประชุมพัฒนาอุตสาหกรรมซุปเปรี้ยวไขหลี่ ประจำปี 2567 เปิดโอกาสผลักดันความร่วมมือและการพัฒนาเศรษฐกิจให้กับเขตเฉียนตงหนาน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเส้นทางสายไหม ครั้งที่ 11 เปิดฉากแล้วที่ซีอาน เผยเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ของราชธานีโบราณแห่งแดนมังกร]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/travel/3525469</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 23 Sep 2024 16:08:52 +0700</pubDate>
				<category>travel</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3525469</guid>

					<description><![CDATA[<p>เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเส้นทางสายไหม ครั้งที่ 11 เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเส้นทางสายไหม ครั้งที่ 11 ได้เปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่เมื่อวันที่ 21 กันยายน ณ สวนสนุกถังพาราไดซ์ (Tang Paradise) ในเมืองซีอานของมณฑลส่านซีทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน เทศกาลนี้จัดขึ้นเป็นเวลา 5 วัน โดยจะนำเสนอมหกรรมแสงเงาอันตระการตาให้แก่คอหนังจากทั่วทุกมุมโลก เทศกาลภาพยนตร์ครั้งนี้มีขึ้นภายใต้แนวคิด “เส้นทางสายไหมเชื่อมโยงโลก แสงและเงาเปล่งประกายในฉางอาน” โดยมาพร้อมกิจกรรมหลักมากมาย อาทิ รางวัลเส้นทางสายไหมทองคำ (Golden Silk Road Award) การฉายภาพยนตร์ การจัดเสวนาด้านภาพยนตร์ และกิจกรรมแลกเปลี่ยนภาพยนตร์เส้นทางสายไหม ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้เป็นเวทีให้บรรดาผู้สร้างภาพยนตร์จากทั่วโลกได้แลกเปลี่ยนความคิดและร่วมกันสำรวจศิลปะแห่งวงการภาพยนตร์ ในพิธีเปิดงานนั้น มีการผสมผสานศิลปะหลากหลายรูปแบบ ทั้งการแสดงละคร ดนตรีและการเต้นรำ รวมถึงแสงสีและวิชวลเอฟเฟกต์อันน่าทึ่ง สะท้อนให้เห็นถึงอารยธรรมต่าง ๆ ตลอดเส้นทางสายไหม และสร้างสรรค์ภาพแห่งแสงและเงาที่มีชีวิตชีวาและยิ่งใหญ่อลังการ การแสดงเหล่านี้ล้วนก้าวข้ามพรมแดนทางภาษา เชื้อชาติ และวัฒนธรรม สื่อถึงแนวคิดเรื่องความกลมเกลียวจากวัฒนธรรมจีน พร้อมทั้งสะท้อนให้เห็นถึงมรดกทางประวัติศาสตร์อันลึกซึ้งและมุมมองอันกว้างไกลในระดับสากลของเมืองโบราณซีอาน เทศกาลภาพยนตร์ปีนี้มีอุซเบกิสถานเป็นประเทศเกียรติยศ โดยได้นำเสนอการแสดงสุดพิเศษในพิธีเปิดงาน เล่าขานมิตรภาพอันยาวนานระหว่างจีนกับอุซเบกิสถานที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน และทั้งสองฝั่งก็ได้เยือนซึ่งกันและกันมาตั้งแต่ยุคราชวงศ์ถังจวบจนปัจจุบัน เทศกาลภาพยนตร์ครั้งนี้ได้ดึงดูดผลงานเข้าประกวดถึง 2,065 เรื่องจาก 136 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก เพื่อชิงรางวัลเส้นทางสายไหมทองคำ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/travel/3525469">เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเส้นทางสายไหม ครั้งที่ 11 เปิดฉากแล้วที่ซีอาน เผยเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ของราชธานีโบราณแห่งแดนมังกร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
	</channel>
</rss>
