<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
>
<channel>
	<title>ThaiPR.NET</title>
	<atom:link href="https://www.thaipr.net/tag/%e0%b8%8b%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a7-%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b9%87%e0%b8%97-%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%80/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thaipr.net/tag/ซินหัว-เอเชียเน็ท-ดาต้าเ</link>
	<description>Press Release Distribution Center of Thailand</description>
	<lastBuildDate>Fri, 10 Jul 2026 17:57:17 +0700</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.1</generator>
	<item>
		<title><![CDATA[งาน CIIE เปิดโอกาสทองสินค้าเกษตรไทยสู่ตลาดจีน ชู &#8220;ทุเรียน&#8221; สื่อกลางเชื่อมสัมพันธ์]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3739210</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 10 Jul 2026 09:16:21 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3739210</guid>

					<description><![CDATA[<p>งานมหกรรมสินค้านำเข้านานาชาติจีน ทุเรียนไทยสีทองเนื้อแน่นซึ่งออกเดินทางจากสวนผลไม้ในประเทศไทยสู่โต๊ะอาหารของครอบครัวชาวจีน ไม่ได้เป็นเพียงผลไม้รสหวานละมุนลิ้นที่สร้างความประทับใจให้แก่ผู้ลิ้มลองเท่านั้น หากยังเป็นสัญลักษณ์ที่สะท้อนถึงความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างจีนและไทยได้อย่างเด่นชัด ตลอดระยะเวลา 13 ปีที่ผ่านมา จีนครองสถานะคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของไทย ขณะที่ไทยเองก็เป็นคู่ค้าสำคัญของจีนในภูมิภาคอาเซียน โดยผลไม้เมืองร้อน สินค้าประมง และสินค้าเกษตรหลากหลายชนิดของไทยได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางในตลาดจีน โดยเฉพาะทุเรียน ซึ่งได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของความร่วมมือด้านการค้าสินค้าเกษตรระหว่างสองประเทศ ทั้งนี้ นับตั้งแต่งานมหกรรมสินค้านำเข้านานาชาติจีน (China International Import Expo: CIIE) จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในปี 2561 ในฐานะเวทีระดับชาติที่เปิดกว้างทางการค้า สินค้าเกษตรคุณภาพสูงของไทยก็หลั่งไหลเข้าสู่ตลาดจีนอย่างต่อเนื่อง โดยผลไม้ไทยที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น เช่น ทุเรียนและมังคุด เข้าถึงผู้บริโภคชาวจีนมากกว่า 1.4 พันล้านคน ขณะเดียวกัน งาน CIIE ยังผลักดันให้การค้าสินค้าเกษตรระหว่างจีนและไทยเติบโตอย่างก้าวกระโดดตลอด 8 ปีที่ผ่านมา ซึ่งตัวเลขการค้าสะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จดังกล่าวอย่างชัดเจน โดยจีนนำเข้าสินค้าเกษตรจากไทยพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งจาก 5,561 ล้านดอลลาร์ในปี 2561 สู่ระดับ 10,821 ล้านดอลลาร์ในปี 2568 ขณะที่การส่งออกทุเรียนไทยสู่ตลาดจีนเติบโตอย่างต่อเนื่องทุกปี และยังคงครองตำแหน่งผลไม้ส่งออกสำคัญของไทยสู่ตลาดจีน งาน CIIE สร้างประโยชน์สำคัญให้แก่สินค้าเกษตรไทยใน 3 ด้าน ได้แก่ การเปิดช่องทางการเข้าถึงตลาดที่สะดวกยิ่งขึ้น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3739210">งาน CIIE เปิดโอกาสทองสินค้าเกษตรไทยสู่ตลาดจีน ชู &#8220;ทุเรียน&#8221; สื่อกลางเชื่อมสัมพันธ์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[จากท่าเรือพันปีสู่เวทีการค้าโลก หนิงโปพลิกโฉมเส้นทางสายไหมทางทะเลด้วยการผลิตอัจฉริยะ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3738192</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 07 Jul 2026 12:41:23 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3738192</guid>

					<description><![CDATA[<p>ศูนย์สื่อสารระหว่างประเทศหนิงโป เมืองหนิงโป ประเทศจีน และกรุงโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา ได้ร่วมจัดงานแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมภายใต้ชื่อ Encounter &#38; Insight: Dialogue Between Ningbo, China and Colombo, Sri Lanka ณ กรุงโคลัมโบ เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคมที่ผ่านมา แม้จะอยู่ห่างไกลกันหลายพันไมล์ แต่เมืองท่าเก่าแก่อายุนับพันปีทั้งสองแห่งได้กลับมาเชื่อมต่อกันอีกครั้ง โดยมีท่าเรือเป็นสายใยเชื่อมสัมพันธ์ และใช้การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมเป็นพลังขับเคลื่อน เพื่อหารือเชิงลึกเกี่ยวกับการพัฒนาเมืองท่าแบบบูรณาการ ตลอดจนความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจและการค้าทวิภาคี การพูดคุยหารือข้ามมหาสมุทรอินเดียในครั้งนี้ ไม่เพียงสะท้อนให้เห็นถึงภาพจำของเส้นทางสายไหมทางทะเลในอดีต แต่ยังเป็นการวางรากฐานการพัฒนาสู่สากลในรูปแบบใหม่ ในฐานะท่าเรือต้นทางสำคัญของเส้นทางสายไหมทางทะเล ปัจจุบันหนิงโปกำลังสร้างภูมิทัศน์การค้าโลกยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยการผลิตอัจฉริยะ เมื่อพันปีก่อน เรือสินค้าจากท่าเรือหมิงโจว (Mingzhou Port) บรรทุกเครื่องเคลือบดินเผาศิลาดล (Celadon Porcelain) จากเตาเผาเยว่ (Yue Kiln) เดินทางมุ่งหน้าลงใต้ผ่านซีลอน (ชื่อเดิมของศรีลังกา) เพื่อนำงานหัตถศิลป์แห่งบูรพาทิศข้ามน้ำข้ามทะเลไปยังชายฝั่งมหาสมุทรอินเดีย ในทางกลับกัน อัญมณีล้ำค่าและเครื่องเทศก็ถูกส่งกลับมายังดินแดนทางใต้ของแม่น้ำแยงซีตามเส้นทางเดียวกัน นับเป็นการวางรากฐานการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมยุคแรกเริ่มผ่านการค้าขาย ทว่าในปัจจุบัน สินค้าที่บรรทุกบนเรือขนส่งลำมหึมาได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง นอกจากสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไปแล้ว อุปกรณ์อัจฉริยะ เครื่องใช้ไฟฟ้าดิจิทัล และหุ่นยนต์อุตสาหกรรม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3738192">จากท่าเรือพันปีสู่เวทีการค้าโลก หนิงโปพลิกโฉมเส้นทางสายไหมทางทะเลด้วยการผลิตอัจฉริยะ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เปิดฉากนิทรรศการสมบัติชาติสุดยิ่งใหญ่ ชูเทคโนโลยีดิจิทัลเปิดประสบการณ์ชมโบราณวัตถุในมิติใหม่]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3738161</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 07 Jul 2026 10:16:41 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3738161</guid>

					<description><![CDATA[<p>งานประชุมวัฒนธรรมราชวงศ์หมิง ประจำปี 2569 เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคมที่ผ่านมา นิทรรศการสำคัญในธีม “World Heritage Splendor, Cultural Renaissance &#8211;&#160;Ming Dynasty Cultural Relics” (วิจิตรตระการตามรดกโลก พลิกฟื้นวัฒนธรรมรุ่งเรือง &#8211; โบราณวัตถุแห่งราชวงศ์หมิง) ได้เปิดประตูต้อนรับสาธารณชนให้เข้าชมอย่างเป็นทางการแล้ว นิทรรศการนี้จัดขึ้นเพื่อเป็นไฮไลต์ส่วนหนึ่งของงานประชุมวัฒนธรรมราชวงศ์หมิง (Ming Dynasty Culture Forum) ประจำปี 2569 ณ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวสุสานหลวงราชวงศ์หมิง และอาคารจัดแสดงนิทรรศการ หมายเลข 1 บริเวณโบราณสถานสุสานติ้งหลิง โดยมีกำหนดจัดแสดงเป็นเวลาหนึ่งเดือนเต็ม ถือเป็นหนึ่งในความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ปูทางสู่การยกระดับคุณค่าทางวัฒนธรรมในงานประชุมครั้งนี้ นิทรรศการในครั้งนี้เป็นการผนึกกำลังข้ามภูมิภาคของ 6 สถาบันทางวัฒนธรรมและพิพิธภัณฑ์ชั้นนำ ได้แก่ พิพิธภัณฑ์พระราชวัง พิพิธภัณฑ์นครปักกิ่ง สุสานบรรพชนราชวงศ์หมิง สุสานหลวงราชวงศ์หมิง สุสานหมิงเสี้ยวหลิง และสุสานเสี่ยนหลิง โดยร่วมมือกับคลังโบราณวัตถุจากสุสานติ้งหลิง เพื่อขนทัพโบราณวัตถุชิ้นเอกแห่งราชวงศ์หมิงมาจัดแสดงรวมกันกว่า 70 ชุด สำหรับไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดอยู่ที่โซน “Five Crowns United” (เบญจมงกุฎ) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3738161">เปิดฉากนิทรรศการสมบัติชาติสุดยิ่งใหญ่ ชูเทคโนโลยีดิจิทัลเปิดประสบการณ์ชมโบราณวัตถุในมิติใหม่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[งานประชุมวัฒนธรรมราชวงศ์หมิง ประจำปี 2569 เปิดฉากยิ่งใหญ่ ณ สุสานหลวงราชวงศ์หมิง ชูแนวคิด “วิจิตรตระการตามรดกโลก พลิกฟื้นวัฒนธรรมรุ่งเรือง”]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3738154</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 07 Jul 2026 10:04:21 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3738154</guid>

					<description><![CDATA[<p>งานประชุมวัฒนธรรมราชวงศ์หมิง ประจำปี 2569 เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคมที่ผ่านมา งานประชุมวัฒนธรรมราชวงศ์หมิง (Ming Dynasty Culture Forum) ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด “World Heritage Splendor, Cultural Renaissance” (วิจิตรตระการตามรดกโลก พลิกฟื้นวัฒนธรรมรุ่งเรือง) ได้เปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการ ณ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว แหล่งท่องเที่ยวสุสานหลวงราชวงศ์หมิงในเขตฉางผิง งานนี้เป็นการรวมตัวครั้งสำคัญของบุคคลระดับแถวหน้า ทั้งนักประวัติศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านมรดกทางวัฒนธรรม บุคลากรในแวดวงการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรม ตลอดจนผู้ที่หลงใหลในวัฒนธรรมราชวงศ์หมิงจากทั่วประเทศ งานประชุมนี้มีขึ้นเพื่อร่วมสำรวจคุณค่าร่วมสมัยของวัฒนธรรมราชวงศ์หมิง ผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย อาทิ การสัมมนาทางวิชาการ นิทรรศการพิเศษ การเสวนาคู่ขนาน และการจัดแสดงด้วยนวัตกรรมดิจิทัล ทั้งยังอาศัยความได้เปรียบอันเป็นเอกลักษณ์ของเขตฉางผิง ซึ่งตั้งอยู่บนจุดตัดของเส้นทางสายวัฒนธรรมหลักทั้ง 3 สาย มาร่วมนำเสนอแนวทางใหม่ในการอนุรักษ์และต่อยอดวัฒนธรรมดั้งเดิมอันล้ำค่าของจีนให้เกิดนวัตกรรมที่สร้างสรรค์ต่อไป งานประชุมระยะเวลา 2 วันนี้ แบ่งออกเป็น 4 ไฮไลต์สำคัญ ได้แก่ พิธีเปิดงาน, การเสวนาคู่ขนาน 4 หัวข้อ, การประชุมสัมมนาทางวิชาการในวาระครบรอบ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3738154">งานประชุมวัฒนธรรมราชวงศ์หมิง ประจำปี 2569 เปิดฉากยิ่งใหญ่ ณ สุสานหลวงราชวงศ์หมิง ชูแนวคิด “วิจิตรตระการตามรดกโลก พลิกฟื้นวัฒนธรรมรุ่งเรือง”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[การประชุมว่าด้วยการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมณฑลเฮยหลงเจียง ครั้งที่ 8 เตรียมเปิดฉาก 8-9 กรกฎาคมนี้]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/travel/3736730</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 02 Jul 2026 12:12:29 +0700</pubDate>
				<category>travel</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3736730</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวมณฑลเฮยหลงเจียง การประชุมว่าด้วยการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมณฑลเฮยหลงเจียง ครั้งที่ 8 มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-9 กรกฎาคม ณ เมืองจีซี เมืองท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่มีชื่อเสียง ภายใต้แนวคิด &#8220;การบูรณาการ นวัตกรรม และโอกาส&#8221; โดยยึดหลักความเรียบง่าย ความปลอดภัย และความเป็นเลิศ การประชุมครั้งนี้มุ่งสร้างเวทีสำคัญสำหรับการแลกเปลี่ยนและความร่วมมือด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว การประยุกต์ใช้นวัตกรรม และการยกระดับการบริโภคด้านการท่องเที่ยว พร้อมนำเสนอเสน่ห์ของมณฑลเฮยหลงเจียงในทุกมิติ ทั้งความงดงามของธรรมชาติ ขีดความสามารถทางอุตสาหกรรม อาหารท้องถิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ และการต้อนรับอันอบอุ่น เพื่อกระตุ้นและปลดล็อกศักยภาพการบริโภคด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวให้เติบโตยิ่งขึ้น ในระหว่างการประชุม เมืองจีซีจะเปิดตัวเส้นทางท่องเที่ยวคุณภาพภายใต้สามธีมหลัก ได้แก่ &#8220;Ignite the Games, Rock the Lakes&#8221; (การท่องเที่ยวเชิงกีฬาและสัมผัสเสน่ห์ของทะเลสาบ) &#8220;Drive the Border, Embrace Wellness&#8221; (การท่องเที่ยวเส้นทางชายแดนควบคู่กับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ) และ &#8220;Explore the Countryside, Learn Through Play&#8221; (การท่องเที่ยวชนบทเชิงเรียนรู้และกิจกรรมสำหรับครอบครัว) พร้อมกันนี้ ยังมีการมอบสิทธิประโยชน์สำหรับนักท่องเที่ยวอย่างครอบคลุม ทั้งส่วนลดร้านอาหาร การรับประกันที่พัก การเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวฟรี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/travel/3736730">การประชุมว่าด้วยการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมณฑลเฮยหลงเจียง ครั้งที่ 8 เตรียมเปิดฉาก 8-9 กรกฎาคมนี้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[การประชุมเศรษฐกิจดิจิทัลโลก ประจำปี 2569 พร้อมนำเสนอ &#8220;มหกรรมดิจิทัล&#8221; ระดับโลก ชูเทคโนโลยี AI และการกำกับดูแลดิจิทัล]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3735847</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 30 Jun 2026 12:50:26 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3735847</guid>

					<description><![CDATA[<p>การประชุมเศรษฐกิจดิจิทัลโลก ประจำปี 2569 เมื่อวันที่ 25 มิถุนายนที่ผ่านมา ได้มีการแถลงข่าวว่า การประชุมเศรษฐกิจดิจิทัลโลก ประจำปี 2569 (Global Digital Economy Conference 2026 หรือ GDEC 2026) จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2-5 กรกฎาคม ภายใต้แนวคิด &#8220;การสร้างเมืองที่เป็นมิตรกับดิจิทัล ความฉลาดทางดิจิทัลไร้พรมแดน&#8221; โดยมุ่งเน้นประเด็นหลักในภาคส่วนสำคัญ เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) การกำกับดูแลดิจิทัล และการใช้ประโยชน์จากข้อมูล การประชุมครั้งนี้จะมีผู้แทนระดับสูงเกือบ 40 คณะ และแขกผู้มีเกียรติกว่า 1,000 คนจากทั่วโลกเข้าร่วม เพื่อส่งเสริมการแบ่งปันความสำเร็จด้านนวัตกรรมดิจิทัล และเสริมสร้างความเชื่อมั่นร่วมกันด้านการกำกับดูแลดิจิทัล พร้อมทั้งนำเสนอมหกรรมดิจิทัลรูปแบบใหม่แก่ผู้เข้าร่วมจากทั่วโลก การประชุมในปีนี้ได้รับการยกระดับสู่กรอบการดำเนินงานแบบ &#8220;1+1+N&#8221; ซึ่งประกอบด้วยพิธีเปิด 1 งาน การประชุมหลัก 1 เวที นั่นคือ การเสวนาระดับโลกว่าด้วยการสร้างเมืองที่เป็นมิตรกับดิจิทัล (Global Dialogue on Building Digital-Friendly Cities) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3735847">การประชุมเศรษฐกิจดิจิทัลโลก ประจำปี 2569 พร้อมนำเสนอ &#8220;มหกรรมดิจิทัล&#8221; ระดับโลก ชูเทคโนโลยี AI และการกำกับดูแลดิจิทัล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ต้าเหลียนจัดการประชุม Summer Davos 2026 ผู้แทนจากกว่า 90 ประเทศร่วมขับเคลื่อนอนาคตเศรษฐกิจโลก]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3735107</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 29 Jun 2026 10:03:29 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3735107</guid>

					<description><![CDATA[<p>คณะกรรมการเตรียมงานและประสานงานการประชุม Annual Meeting of the New Champions ประจำเทศบาลเมืองต้าเหลียน ในระหว่างวันที่ 23-25 ​​มิถุนายนที่ผ่านมา การประชุม Annual Meeting of the New Champions ครั้งที่ 17 หรือ Summer Davos 2026 ได้จัดขึ้น ณ เมืองต้าเหลียน มณฑลเหลียวหนิง ประเทศจีน โดยผู้เข้าร่วมกว่า 1,700 คน จากกว่า 90 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก เดินทางมารวมตัวกันในเมืองชายฝั่งแห่งนี้ เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและแสวงหาแนวทางใหม่ในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจโลก ภายใต้หัวข้อ &#8220;Innovating at Scale&#8221; การประชุมในปีนี้นำเสนอการจัดงานรูปแบบใหม่เป็นครั้งแรก โดยจัดให้ห้องประชุมทั้งหมดอยู่บนชั้นเดียวกัน เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้เข้าร่วมงาน พร้อมจัดการเสวนาแบบ Interactive Space และจัดรายการพอดแคสต์สดหลายรายการ นอกจากนั้นยังให้ความสำคัญกับการจัดงานอย่างยั่งยืนภายใต้แนวคิดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตลอดทั้งงาน โดยสถานที่จัดงานหลักใช้ไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานหมุนเวียน 100% และวัสดุก่อสร้างรวมถึงวัสดุตกแต่งมากกว่า 85% เป็นวัสดุรีไซเคิล ผู้เข้าร่วมจากทั่วโลกต่างให้ความสนใจและชื่นชมความสำเร็จของจีนในการพัฒนา [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3735107">ต้าเหลียนจัดการประชุม Summer Davos 2026 ผู้แทนจากกว่า 90 ประเทศร่วมขับเคลื่อนอนาคตเศรษฐกิจโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[จีนจัดประกวด AI ภาพถ่ายทางการแพทย์ระดับชาติ ร่อนหนังสือเชิญอาเซียนร่วมโชว์นวัตกรรม]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3731148</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 17 Jun 2026 12:50:31 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3731148</guid>

					<description><![CDATA[<p>คณะกรรมการจัดงานประกวด AI เพื่อการตรวจจับภาพถ่ายทางการแพทย์ กองทุนประกันสุขภาพแห่งชาติจีน คณะกรรมการจัดงานประกวดปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อการตรวจจับและรู้จำภาพถ่ายทางการแพทย์ กองทุนประกันสุขภาพแห่งชาติจีน เปิดเผยว่า ภายหลังความสำเร็จในการจัดงานสัมมนาที่มาเลเซียเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ล่าสุดเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน คณะผู้จัดงานฯ ได้เดินทางเยือนประเทศเวียดนาม เพื่อเปิดฉากความร่วมมือและแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างเจาะลึกร่วมกับหน่วยงานภาครัฐของเวียดนาม ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานสาธารณสุข สำนักงานประกันสังคม หน่วยงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตลอดจนสถาบันทางการแพทย์และผู้ประกอบการในท้องถิ่น การประกวดดังกล่าว ( https://ybystds.ybj.gxzf.gov.cn ) ถือกำเนิดขึ้น ณ ประเทศจีน ซึ่งเป็นศูนย์กลางการพัฒนานวัตกรรม AI ระดับโลก และนับเป็นเวทีแข่งขันระดับมืออาชีพในระดับชาติครั้งแรกของจีนที่มุ่งเน้นด้าน “AI + การตรวจจับและรู้จำภาพถ่าย” โดยได้รับความร่วมมือจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติจีน ร่วมกับรัฐบาลประชาชนเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ในการเทียบเชิญทีมผู้เชี่ยวชาญจากทั่วทุกมุมโลกมาร่วมประชันฝีมือและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ โดยทางผู้จัดงานพร้อมให้การสนับสนุนด้านเทคนิคอย่างเต็มกำลัง ตลอดจนอำนวยความสะดวกในกระบวนการสมัคร การนำผลงานไปประยุกต์ใช้จริง และต่อยอดนวัตกรรมในทางการค้า ด้วยศักยภาพทางภูมิศาสตร์ของเขตปกครองตนเองกว่างซีที่มีพรมแดนเชื่อมต่อกับกลุ่มประเทศอาเซียน ประกอบกับการเป็นเจ้าภาพจัดงานมหกรรมจีน-อาเซียน เป็นประจำทุกปี ณ นครหนานหนิง ซึ่งเป็นเมืองเอกของกว่างซี การประกวดในครั้งนี้จึงเตรียมเปิดฉากขึ้นที่กว่างซี ระหว่างเดือนสิงหาคมถึงตุลาคม 2569 การแข่งขันจะแบ่งออกเป็น 8 สาขา ครอบคลุมการวินิจฉัยกลุ่มโรคสำคัญ อาทิ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3731148">จีนจัดประกวด AI ภาพถ่ายทางการแพทย์ระดับชาติ ร่อนหนังสือเชิญอาเซียนร่วมโชว์นวัตกรรม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[งานสัปดาห์ประมงข้ามช่องแคบ (ฝูโจว) ปี 2569 ต้อนรับผู้เข้าร่วมจาก 6 ทวีปทั่วโลก ก้าวสู่เวทีส่งเสริมเศรษฐกิจสีน้ำเงินระดับสากล]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3731004</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 17 Jun 2026 10:01:39 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3731004</guid>

					<description><![CDATA[<p>คณะกรรมการจัดงานสัปดาห์ประมงข้ามช่องแคบ (ฝูโจว) งานสัปดาห์ประมงข้ามช่องแคบ (ฝูโจว) ประจำปี 2569 (2026 Cross-Strait (Fuzhou) Fisheries Week) เปิดฉากอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน ณ ศูนย์การประชุมและนิทรรศการนานาชาติช่องแคบฝูโจว มณฑลฝูเจี้ยน ทางตะวันออกเฉียงใต้ของจีน โดยจัดขึ้นเป็นเวลา 5 วันภายใต้แนวคิด &#8220;ดินแดนแห่งความอุดมสมบูรณ์ การประมงเชื่อมโลก&#8221; นับเป็นครั้งแรกที่มีผู้เข้าร่วมงานจากทั้ง 6 ทวีปทั่วโลก ภายใต้แนวทางการจัดงานแบบองค์รวมที่ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรม ควบคู่กับรูปแบบการจัดงานสองพื้นที่ โดยมุ่งเน้น 4 ด้านสำคัญ ได้แก่ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี การพัฒนาแบบบูรณาการ การเชื่อมโยงความร่วมมือระดับโลก และการพัฒนาที่ยั่งยืน งานดังกล่าวจัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างรัฐบาลประชาชนเทศบาลนครฝูโจว สำนักงานกิจการมหาสมุทรและการประมงมณฑลฝูเจี้ยน และสมาคมการประมงแห่งประเทศจีน โดยมีสำนักงานกิจการมหาสมุทรและการประมงเทศบาลนครฝูโจว สมาคมอุตสาหกรรมประมงมณฑลฝูเจี้ยน และสมาคมส่งเสริมการพัฒนาการประมงทางทะเลและประมงน้ำลึกมณฑลฝูเจี้ยน ร่วมเป็นผู้จัดงาน ภายในงานแบ่งออกเป็น 4 ส่วนหลัก ได้แก่ &#8220;นวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์&#8221; &#8220;การบูรณาการข้ามช่องแคบ&#8221; &#8220;การเชื่อมโยงความร่วมมือ&#8221; และ &#8220;การพัฒนาที่ยั่งยืน&#8221; พร้อมด้วยกิจกรรมเฉพาะทางรวม 23 รายการ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3731004">งานสัปดาห์ประมงข้ามช่องแคบ (ฝูโจว) ปี 2569 ต้อนรับผู้เข้าร่วมจาก 6 ทวีปทั่วโลก ก้าวสู่เวทีส่งเสริมเศรษฐกิจสีน้ำเงินระดับสากล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[&#8220;ถุงหอมชิงหยาง&#8221; จากจีน เดินทางสู่อุซเบกิสถาน เปิดประตูสู่เอเชียกลางเป็นครั้งแรก]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3730822</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 16 Jun 2026 14:50:24 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3730822</guid>

					<description><![CDATA[<p>ศูนย์สื่อบูรณาการชิงหยาง เมื่อวันที่ 10 มิถุนายนที่ผ่านมา &#8220;ถุงหอมชิงหยาง&#8221; (Qingyang Scented Sachet) จำนวนหนึ่ง มูลค่าประมาณ 2,000 ดอลลาร์สหรัฐ ได้ถูกจัดส่งจากมณฑลกานซูของจีนไปยังประเทศอุซเบกิสถาน นับว่าถุงหอมชิงหยางของจีนได้เข้าสู่ตลาดเอเชียกลางเป็นครั้งแรก ถุงหอมดังกล่าวมีรูปทรง &#8220;บ๊ะจ่าง&#8221; อันเป็นเอกลักษณ์ดั้งเดิม ตัวถุงตัดเย็บจากผ้าไหมสีเขียวมรกต เย็บเก็บขอบอย่างประณีตบรรจง ด้านบนประดับสายห้อยเป็นเชือกถักจีนสีเขียวเข้ม ร้อยด้วยลูกปัดไม้เนื้อแข็งอย่างสวยงาม ส่วนด้านล่างตกแต่งด้วยจี้ไม้แกะสลักอักษรมงคล &#8220;ฝู&#8221; พร้อมพู่สีเขียวโทนเดียวกับสายห้อย บนตัวถุงปักลวดลายมังกรทอง ปลาคาร์ปสีแดง และเกลียวคลื่นด้วยเส้นด้ายหลากสีสัน พร้อมงานปักข้อความ &#8220;ผูกพันด้วยสายใยอันเหนียวแน่น&#8221; ด้วยฝีเข็มอันละเอียดและประณีต ถุงหอมชิงหยาง ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นหนึ่งในมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมระดับชาติชุดแรกของจีน ถือเป็นประเพณีสำคัญในช่วงเทศกาลเรือมังกรที่สืบทอดมานานหลายพันปีบริเวณที่ราบสูงดินลมหอบ (Loess Plateau) ของจีน โดยถุงหอมรูปทรงต่าง ๆ เช่น หัวเสือ สัญลักษณ์พิษทั้งห้า และบ๊ะจ่าง ล้วนสะท้อนความเชื่อพื้นบ้านและความปรารถนาที่เรียบง่ายของชาวจีนในการขับไล่สิ่งชั่วร้าย เสริมความเป็นสิริมงคล พร้อมทั้งอธิษฐานให้มีสุขภาพแข็งแรงและสมบูรณ์พูนสุข ถุงหอมปักลายสำหรับเทศกาลเรือมังกรเหล่านี้ได้เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเล กลายเป็นของที่ระลึกทางวัฒนธรรมที่ถ่ายทอดมิตรภาพและความเข้าใจอันดีระหว่างจีนกับนานาประเทศ ที่มา: ศูนย์สื่อบูรณาการชิงหยาง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3730822">&#8220;ถุงหอมชิงหยาง&#8221; จากจีน เดินทางสู่อุซเบกิสถาน เปิดประตูสู่เอเชียกลางเป็นครั้งแรก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[จากยาอายุวัฒนะยุคโบราณสู่เทรนด์สุขภาพระดับโลก: เจาะลึกการยกระดับอุตสาหกรรมและการเดินทางสู่เวทีสากลของ “เก๋ากี้หนิงเซี่ย”]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3730746</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 16 Jun 2026 12:47:40 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3730746</guid>

					<description><![CDATA[<p>ศูนย์พัฒนาอุตสาหกรรมเก๋ากี้ สังกัดสำนักงานป่าไม้และทุ่งหญ้าเขตปกครองตนเองหนิงเซี่ย ผืนไร่อันเขียวชอุ่มทอประกายระยิบระยับล้อแสงแดดตลอดแนวที่ราบลุ่มแม่น้ำเหลือง บนความสูง 1,100 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ทางทิศตะวันออกของเทือกเขาเหอหลาน ที่นี่คืออำเภอจงหนิง ในเขตปกครองตนเองหนิงเซี่ยหุย ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน ซึ่งในขณะที่พิธีเปิดมหกรรมอุตสาหกรรมเก๋ากี้ (Goji Berry Industry Expo) ครั้งที่ 9 เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ เหล่าเกษตรกรในพื้นที่ต่างก็กำลังง่วนอยู่กับการเก็บเกี่ยวผลเก๋ากี้ (โกจิเบอร์รี) ประจำฤดูกาลแรกของปี 2569 กันอย่างขะมักเขม้น แม้เก๋ากี้จะมีการเพาะปลูกอย่างแพร่หลายทั่วประเทศจีน แต่เก๋ากี้หนิงเซี่ยนั้นโดดเด่นในเรื่องคุณภาพ จนกลายเป็นสินค้าที่มีชื่อเสียงที่สุดของภูมิภาคนี้ โดยเฉพาะในอำเภอจงหนิง ซึ่งเป็นแหล่งปลูกหลักอันเป็นต้นตำรับของเก๋ากี้หนิงเซี่ยแท้ ๆ พื้นที่แห่งนี้เปิดรับแสงแดดปีละกว่า 3,000 ชั่วโมง อีกทั้งสภาพดินยังมีความเป็นด่างอ่อน ๆ จากการบรรจบกันของแม่น้ำเหลืองและแม่น้ำชิงสุ่ย ทำให้อุดมไปด้วยแร่ธาตุและสารอาหารจำเป็น ปัจจัยทางธรรมชาติที่หาไม่ได้จากที่อื่นนี้เองที่หล่อหลอมให้เกิด “ผลไม้มหัศจรรย์” อันเป็นเอกลักษณ์เช่นนี้ “เก๋ากี้ทุกเมล็ดผ่านการเก็บด้วยมืออย่างพิถีพิถัน” คุณพาน ไท่อัน (Pan Tai&#8217;an) ประธานบริษัท หนิงเซี่ย วูล์ฟเบอร์รี โกจิ อินดัสทรี จำกัด (Ningxia Wolfberry Goji Industry Co., [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3730746">จากยาอายุวัฒนะยุคโบราณสู่เทรนด์สุขภาพระดับโลก: เจาะลึกการยกระดับอุตสาหกรรมและการเดินทางสู่เวทีสากลของ “เก๋ากี้หนิงเซี่ย”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[การประชุมการเงินข้ามช่องแคบและการประชุมพัฒนาวิสาหกิจที่ได้รับเงินทุนจากไต้หวัน ครั้งที่ 7 จัดขึ้นที่เมืองเซี่ยเหมิน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3730737</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 16 Jun 2026 12:33:21 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3730737</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท เซี่ยเหมิน ไฟแนนเชียล อินเวสต์เมนต์ กรุ๊ป จำกัด เมื่อวันที่ 12 มิถุนายนที่ผ่านมา การประชุมการเงินข้ามช่องแคบและการประชุมพัฒนาวิสาหกิจที่ได้รับเงินทุนจากไต้หวัน ครั้งที่ 7 (7th Cross-Strait Financial Forum and Taiwan-Funded Enterprise Development Forum) ได้จัดขึ้น ณ เมืองเซี่ยเหมิน มณฑลฝูเจี้ยน ประเทศจีน โดยได้รับความร่วมมือจากสำนักงานกำกับดูแลทางการเงินมณฑลฝูเจี้ยน สำนักงานกำกับดูแลทางการเงินเทศบาลเมืองเซี่ยเหมิน และสมาคมวิสาหกิจไต้หวันที่ลงทุนในจีนแผ่นดินใหญ่ โดยมีบริษัท เซี่ยเหมิน ไฟแนนเชียล อินเวสต์เมนต์ กรุ๊ป จำกัด (XIAMEN Financial Investment Group CO., LTD) รับหน้าที่เป็นเจ้าภาพ และบริษัท จินหยวน เพรสซิเดนท์ ซีเคียวริตีส์ จำกัด (Jinyuan President Securities Co., Ltd.) รับหน้าที่เป็นผู้ดำเนินงาน งานนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด &#8220;สามปีแห่งการบูรณาการ สู่การเริ่มต้นเส้นทางใหม่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3730737">การประชุมการเงินข้ามช่องแคบและการประชุมพัฒนาวิสาหกิจที่ได้รับเงินทุนจากไต้หวัน ครั้งที่ 7 จัดขึ้นที่เมืองเซี่ยเหมิน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เมืองสุยโจวจัดพิธีสักการะจักรพรรดิเหยียนอย่างยิ่งใหญ่ สืบสานมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมระดับชาติ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3729664</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 12 Jun 2026 08:05:23 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3729664</guid>

					<description><![CDATA[<p>คณะกรรมการจัดพิธีสักการะจักรพรรดิเหยียนแห่งสุยโจว เช้าวันที่ 11 มิถุนายน (ตรงกับวันที่ 26 เดือน 4 ตามปฏิทินจันทรคติจีน อันเป็นวันคล้ายวันประสูติของจักรพรรดิเหยียน) ได้มีการจัดพิธีสักการะครั้งยิ่งใหญ่เพื่อรำลึกถึง &#8220;จักรพรรดิเหยียน&#8221; ปฐมบรรพชนแห่งการเกษตรและการแพทย์ของชนชาติจีน ณ เมืองสุยโจว มณฑลหูเป่ย ทางภาคกลางของจีน อันเป็นถิ่นกำเนิดของจักรพรรดิเหยียน ผู้เป็นที่รู้จักในอีกพระนามหนึ่งว่า &#8220;เสินหนง&#8221; หรือ &#8220;เทพกสิกร&#8221; พิธีดังกล่าวจัดขึ้นโดยความร่วมมือของสำนักงานกิจการไต้หวันแห่งคณะมุขมนตรีจีน สหพันธ์วงการวรรณกรรมและศิลปะแห่งประเทศจีน สหพันธ์ชาวจีนโพ้นทะเลที่หวนคืนสู่มาตุภูมิ สมาคมวัฒนธรรมเหยียน-หวงแห่งประเทศจีน และรัฐบาลประชาชนมณฑลหูเป่ย โดยมีชาวจีนจากฮ่องกง มาเก๊า และไต้หวัน รวมถึงผู้แทนชาวจีนโพ้นทะเล ตลอดจนบุคคลจากหลากหลายวงการเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง พิธีเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการท่ามกลางท่วงทำนองอันสง่างามของระฆังโบราณ โดยดำเนินการอย่างเคร่งครัดตามแบบแผนพิธีสักการะเสินหนงแห่งสุยโจว ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมระดับชาติของจีน พิธีประกอบด้วยขั้นตอนสำคัญ 9 ประการ ได้แก่ การประโคมกลองและระฆัง การเปิดประตูศักดิ์สิทธิ์ การจุดเปลวไฟศักดิ์สิทธิ์ การถวายกระเช้าดอกไม้ การถวายธูปสักการะบรรพชน การกล่าวบทสดุดี การแสดงความเคารพต่อบรรพชนร่วมกัน การขับร้องบทสรรเสริญ และการสักการะรูปเคารพศักดิ์สิทธิ์ เมืองสุยโจวได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในแหล่งกำเนิดสำคัญของดนตรีพิธีการ และยังเป็นที่ตั้งของ &#8220;เปียนจง&#8221; หรือชุดระฆังสัมฤทธิ์แห่งเจิงโหวอี้ ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็น &#8220;สิ่งมหัศจรรย์อันดับแปดของโลก&#8221; เสียงประโคมกลองโบราณขนาดใหญ่และเสียงระฆังกังวานขับเน้นบรรยากาศอันสง่างาม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3729664">เมืองสุยโจวจัดพิธีสักการะจักรพรรดิเหยียนอย่างยิ่งใหญ่ สืบสานมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมระดับชาติ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เมืองนิเวศเทียนจิน จีน-สิงคโปร์ ต้นแบบการสร้าง &#8220;บาร์ออกซิเจนตามธรรมชาติ&#8221; ใจกลางเมือง]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3728897</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 10 Jun 2026 13:05:20 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3728897</guid>

					<description><![CDATA[<p>คณะกรรมการบริหารเมืองนิเวศเทียนจิน จีน-สิงคโปร์ รายงานล่าสุดจากคณะกรรมการบริหารเมืองนิเวศเทียนจิน จีน-สิงคโปร์ (China-Singapore Tianjin Eco-City) ระบุว่า ความเข้มข้นของไอออนออกซิเจนประจุลบที่ตรวจวัดได้ในสวนสาธารณะหย่งติ้งโจว (Yongdingzhou Park) ภายในเมืองนิเวศแห่งนี้ อยู่ในระดับสูงถึง 7,100 ไอออนต่อลูกบาศก์เซนติเมตร ในเดือนพฤษภาคม 2569 ซึ่งนับเป็นสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์สำหรับช่วงเวลาดังกล่าว ไอออนออกซิเจนประจุลบ หรือที่เรียกกันว่า &#8220;วิตามินในอากาศ&#8221; เป็นตัวชี้วัดสำคัญด้านคุณภาพอากาศ โดยยิ่งมีความเข้มข้นสูงเท่าใด อากาศก็จะยิ่งรู้สึกสะอาดสดชื่นมากขึ้นเท่านั้น ไอออนออกซิเจนประจุลบสามารถเข้าสู่ร่างกายได้ผ่านระบบทางเดินหายใจและผิวหนัง จึงมีส่วนช่วยส่งเสริมการทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกาย ทั้งระบบทางเดินหายใจ ระบบประสาท ระบบเผาผลาญ ระบบภูมิคุ้มกัน รวมถึงระบบหัวใจและหลอดเลือด ตลอดระยะเวลากว่าทศวรรษที่ผ่านมา เมืองนิเวศเทียนจิน จีน-สิงคโปร์ มุ่งมั่นบูรณาการการพัฒนาเมืองเข้ากับธรรมชาติอย่างกลมกลืน และได้พิสูจน์ให้เห็นว่า &#8220;บาร์ออกซิเจนตามธรรมชาติ&#8221; (Natural Oxygen Bar) หรือพื้นที่สีเขียวที่มีอากาศบริสุทธิ์ มิได้จำกัดอยู่เพียงในพื้นที่ภูเขาสูงหรือป่าทึบเท่านั้น แต่สามารถพัฒนาให้เกิดขึ้นได้ในสวนสาธารณะใจกลางเมืองเช่นเดียวกัน สวนหย่งติ้งโจวเป็นสวนสาธารณะใจกลางเมืองแห่งแรก ๆ ที่เปิดให้บริการในเมืองนิเวศเทียนจิน จีน-สิงคโปร์ สำหรับแนวคิดการออกแบบมุ่งเน้นพื้นที่สีเขียวกว้างใหญ่และการปลูกต้นไม้หนาแน่น โดยครอบคลุมพื้นที่สีเขียวมากถึง 184,000 ตารางเมตร และนับเป็นพื้นที่ที่มีความหนาแน่นของต้นไม้มากที่สุดในเมืองนิเวศแห่งนี้ เมืองนิเวศเทียนจิน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3728897">เมืองนิเวศเทียนจิน จีน-สิงคโปร์ ต้นแบบการสร้าง &#8220;บาร์ออกซิเจนตามธรรมชาติ&#8221; ใจกลางเมือง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[มณฑลเฮยหลงเจียงส่ง “ผลผลิตเลื่องชื่อจากผืนดินดำ” เปิดตัวยิ่งใหญ่ในงานมหกรรมสินค้าเกษตรนิเวศวิทยานานาชาติ ณ นครกวางโจว]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3728361</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 09 Jun 2026 08:38:56 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3728361</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวซินหัว สาขาเฮยหลงเจียง “Black Soil Premium Products” (ผลผลิตเลื่องชื่อจากผืนดินดำ) แบรนด์สินค้าเกษตรเรือธงของมณฑลเฮยหลงเจียง ได้เปิดตัวในงานมหกรรมสินค้าเกษตรนิเวศวิทยาและอุตสาหกรรมอาหารนานาชาติกวางโจว ครั้งที่ 25 โดยนำเสนอความอุดมสมบูรณ์จากผืนดินดำทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน สู่พื้นที่เขตเศรษฐกิจอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า งานแสดงสินค้าครั้งนี้เปิดฉากขึ้นที่นครกวางโจว ถือเป็นเวทีสำคัญในการผลักดันสินค้าเกษตรพรีเมียมจากมณฑลเฮยหลงเจียงเข้าสู่ตลาดจีนตอนใต้ โดยบูธ “ผลผลิตเลื่องชื่อจากผืนดินดำ’ ซึ่งออกแบบมาเพื่อสะท้อนคุณสมบัติของผลผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีคุณภาพสูง และปลอดภัยนั้น ดึงดูดผู้เข้าชม ผู้ซื้อ และผู้ร่วมแสดงสินค้าให้แวะเวียนมาได้ต่อเนื่องตลอดงาน ภายในบูธมีการจัดแสดงผลิตภัณฑ์หลากหลายจากแหล่งดินดำ ตั้งแต่ข้าวสารขัดสีเมล็ดใส ไปจนถึงเนื้อโครสชาติเข้มข้น พืชเศรษฐกิจเฉพาะถิ่น และอาหารสีเขียวที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน สะท้อนบทบาทของมณฑลเฮยหลงเจียงในฐานะเสาหลักด้านความมั่นคงทางอาหารของจีน ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มณฑลเฮยหลงเจียงได้เดินหน้ากลยุทธ์สร้างแบรนด์เกษตรอย่างเข้มข้น มุ่งพลิกโฉมสินค้าเกษตรคุณภาพดีจากการ “ปลูกดี” สู่การ “ขายดี” การเข้าร่วมงานมหกรรมกวางโจวในครั้งนี้จึงเป็นส่วนหนึ่งของแผนดังกล่าว โดยใช้ประโยชน์จากตลาดขนาดใหญ่ของพื้นที่เขตเศรษฐกิจอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า ขยายช่องทางจำหน่ายสินค้าของมณฑลเฮยหลงเจียง และสร้างฐานที่มั่นในภาคใต้ของจีน บริษัทที่เข้าร่วมแสดงสินค้าเผยว่า งานนี้ช่วยสร้างการรับรู้ตัวผลิตภัณฑ์และเปิดโอกาสเชื่อมต่อโดยตรงกับผู้ซื้อในตลาดพรีเมียม โดยผลิตภัณฑ์เกษตรเฮยหลงเจียงได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ผ่านกระบวนการผลิตแบบครบวงจรตามมาตรฐานและการควบคุมคุณภาพที่เข้มงวด กิจกรรมครั้งนี้จัดโดยสำนักข่าวซินหัว สาขาเฮยหลงเจียง และศูนย์ข้อมูลข่าวสารซินหัว ที่มา: สำนักข่าวซินหัว สาขาเฮยหลงเจียง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3728361">มณฑลเฮยหลงเจียงส่ง “ผลผลิตเลื่องชื่อจากผืนดินดำ” เปิดตัวยิ่งใหญ่ในงานมหกรรมสินค้าเกษตรนิเวศวิทยานานาชาติ ณ นครกวางโจว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[มณฑลเฮยหลงเจียงขนทัพ “ผลผลิตเลื่องชื่อจากผืนดินดำ” บุกเช็คอิน ม. HIT วิทยาเขตเซินเจิ้น เสิร์ฟรสชาติท้องถิ่นจากเฮยหลงเจียงสู่เมืองมหาวิทยาลัย]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3728232</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 08 Jun 2026 16:12:21 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3728232</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวซินหัว สาขาเฮยหลงเจียง งานแสดงผลิตภัณฑ์เกษตรพรีเมียมจากมณฑลเฮยหลงเจียงได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจากหมู่คณาจารย์และนักศึกษาของสถาบันเทคโนโลยีฮาร์บิน วิทยาเขตเซินเจิ้น (HIT Shenzhen) ด้วยการนำรสชาติแท้ ๆ จากภูมิภาค “ดินดำ” ทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน มาสู่ศูนย์กลางเทคโนโลยีทางตอนใต้ของประเทศ ภายใต้แบรนด์ “Black Soil Premium Products” (ผลผลิตเลื่องชื่อจากผืนดินดำ) ผู้ประกอบการที่ได้รับการคัดสรรได้นำสินค้าเข้าร่วมจัดแสดงภายในมหาวิทยาลัย ไม่ว่าจะเป็นข้าวอู่ฉางเมล็ดงามและผลิตภัณฑ์เนื้อโครสเข้มข้น ซึ่งล้วนเป็นไฮไลต์สำคัญ “ไม่คิดเลยว่าจะได้ลิ้มรสชาติบ้านเกิดแท้ ๆ ที่เซินเจิ้นได้” นักศึกษาบัณฑิตศึกษารายหนึ่งจากอี้ชุน มณฑลเฮยหลงเจียง กล่าวขณะแวะซื้อบลูเบอร์รีอบแห้งที่บูทจัดแสดง ขณะที่ผู้เข้าร่วมงานจำนวนมากต่างลิ้มรสสินค้าพลางต่อแถวรอซื้ออย่างคึกคัก งานครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งในความพยายามของมณฑลเฮยหลงเจียง ในการสร้างแบรนด์ “ผลผลิตเลื่องชื่อจากผืนดินดำ” เพื่อยกระดับสินค้าเกษตรคุณภาพให้เปลี่ยนจาก “ปลูกดี” ไปสู่ “ขายดี” การจัดแสดงสินค้าครั้งนี้จึงมีเป้าหมายเพื่อขยายช่องทางการจำหน่ายสินค้าเกษตรของเฮยหลงเจียงในจีนตอนใต้ และเพิ่มการรับรู้แบรนด์ในเขตเศรษฐกิจอ่าวกวางตุ้ง–ฮ่องกง–มาเก๊า จากที่ราบกว้างใหญ่ปกคลุมด้วยน้ำค้างแข็งทางตะวันออกเฉียงเหนือ สู่ชายฝั่งทะเลจีนใต้ ผลิตภัณฑ์เกษตรจากเฮยหลงเจียงเดินทางไกลกว่า 3,000 กิโลเมตรเพื่อมาสู่ผู้บริโภคในภาคใต้ ขณะที่ “ผลผลิตเลื่องชื่อจากผืนดินดำ” เริ่มขยายเข้ามหาวิทยาลัย ชุมชน และซูเปอร์มาร์เก็ต ผลผลิตจากผืนดินอันอุดมสมบูรณ์นี้กำลังค่อย ๆ สร้างฐานที่มั่นในตลาดที่ห่างไกลบ้านออกไปทุกที กิจกรรมครั้งนี้จัดโดยสำนักข่าวซินหัว สาขาเฮยหลงเจียง และศูนย์ข้อมูลข่าวสารซินหัว ที่มา: สำนักข่าวซินหัว [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3728232">มณฑลเฮยหลงเจียงขนทัพ “ผลผลิตเลื่องชื่อจากผืนดินดำ” บุกเช็คอิน ม. HIT วิทยาเขตเซินเจิ้น เสิร์ฟรสชาติท้องถิ่นจากเฮยหลงเจียงสู่เมืองมหาวิทยาลัย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เมืองฝูชิงทางตะวันออกเฉียงใต้ของจีน เดินหน้าฟื้นฟูชนบท พลิกโฉมภูมิทัศน์ใหม่ให้มณฑลฝูเจี้ยน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3726268</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 02 Jun 2026 09:04:00 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3726268</guid>

					<description><![CDATA[<p>ศูนย์สื่อสารมวลชนเมืองฝูชิง เมืองฝูชิง มณฑลฝูเจี้ยน ทางตะวันออกเฉียงใต้ของจีน ได้จัดงานประชุมสัมมนาในพื้นที่จริงเมื่อวันที่ 27-28 พฤษภาคม ที่ผ่านมา เพื่อหาแนวทางพัฒนาอุตสาหกรรมที่มีอัตลักษณ์เฉพาะและเร่งขับเคลื่อนการฟื้นฟูชนบท โดยการประชุมครั้งนี้มุ่งขยายผลความสำเร็จจาก “โครงการฟื้นฟูชนบทสีเขียว” เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในวงกว้าง ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เมืองฝูชิงได้ขับเคลื่อนศักยภาพในฐานะเมืองรองของเมืองเอกประจำมณฑลฝูเจี้ยน โดยเร่งจัดสรรพื้นที่ทางการเกษตรให้เกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมนำโมเดลห่วงโซ่อุตสาหกรรมมาปรับใช้ เมืองฝูชิงได้ดำเนินกลยุทธ์ฟื้นฟูที่ตอบโจทย์ความต้องการของแต่ละพื้นที่อย่างตรงจุด ไม่ว่าจะเป็นการยกระดับเกษตรกรรมสมัยใหม่เพื่อวางรากฐานให้มั่นคง สร้างมูลค่าเชิงนิเวศผ่านระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนสีเขียว บูรณาการภาคเกษตรกรรมเข้ากับการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมเพื่อเพิ่มบทบาทที่หลากหลายให้กับท้องถิ่น ตลอดจนสร้างกลไกเชื่อมโยงผลประโยชน์ที่เข้มแข็งเพื่อให้เกษตรกรได้รับส่วนแบ่งอย่างเป็นธรรม การดำเนินงานอย่างเป็นระบบนี้ได้ผลิดอกออกผลจนกลายเป็นภูมิทัศน์ใหม่ที่สะท้อนความสำเร็จได้อย่างรอบด้าน ทั้งอุตสาหกรรมที่เติบโต ระบบนิเวศที่สมบูรณ์ เกษตรกรมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และชุมชนชนบทที่กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ความสำเร็จดังกล่าวส่งผลให้เมืองฝูชิงคว้าเกียรติยศระดับชาติมาครองถึง 15 รางวัล โดยได้รับการยกย่องให้เป็นเขตสาธิตเกษตรกรรมสมัยใหม่ระดับชาติ และนิคมอุตสาหกรรมระดับชาติ พร้อมกันนี้ยังได้จัดตั้งคลัสเตอร์อุตสาหกรรมเด่น 6 กลุ่มหลัก ได้แก่ โลควอท สัตว์ปีก หอยลาย ปลาไหล สุกร และธุรกิจการเกษตรข้ามช่องแคบ ฝูชิงถือเป็นฐานเพาะพันธุ์ลูกหอยลายมะนิลาที่ใหญ่ที่สุดในจีน ทั้งยังเป็นศูนย์กลางการเลี้ยงและแปรรูปปลาไหลเพื่อการส่งออก รวมถึงเป็นผู้นำด้านการส่งออกผลิตภัณฑ์ไข่ นอกจากนี้ เมืองฝูชิงยังได้รับเลือกให้เข้าร่วม “โครงการยกระดับมูลค่าหมื่นล้านหยวน” เพื่อพัฒนาเกษตรกรรมอัตลักษณ์เฉพาะถิ่นของมณฑลฝูเจี้ยนอีกด้วย เมื่อปี 2568 ที่ผ่านมา มูลค่าผลผลิตรวมในภาคเกษตรกรรม การป่าไม้ การปศุสัตว์ และการประมงของเมืองฝูชิง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3726268">เมืองฝูชิงทางตะวันออกเฉียงใต้ของจีน เดินหน้าฟื้นฟูชนบท พลิกโฉมภูมิทัศน์ใหม่ให้มณฑลฝูเจี้ยน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เขตหนานซา นครกว่างโจว เดินหน้ายกระดับสู่ศูนย์กลางวัฒนธรรม การท่องเที่ยว และความบันเทิงระดับโลกแห่ง Greater Bay Area]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3725876</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 29 May 2026 11:30:45 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3725876</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักประชาสัมพันธ์เขตหนานซา เขตหนานซา นครกว่างโจว ได้รับเกียรติเป็นเวทีจัดการแข่งขันมหกรรมกีฬาระดับนานาชาติหลากหลายรายการ ท่ามกลางทัศนียภาพชายฝั่งทะเลอันงดงามชวนหลงใหล อีกทั้งยังเป็นจุดบรรจบระหว่างมรดกวัฒนธรรมหลิงหนานอายุนับพันปีกับอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ดิจิทัลยุคใหม่ได้อย่างกลมกลืน ขณะเดียวกัน เศรษฐกิจเรือสำราญและกีฬาทางน้ำก็กำลังหลอมรวมเข้ากับวิถีชีวิตของผู้คนในเขตเศรษฐกิจอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า (Greater Bay Area: GBA) อย่างลงตัว ส่งให้เมืองชายฝั่งที่เปี่ยมด้วยชีวิตชีวาและเปิดกว้างแห่งนี้ ก้าวขึ้นเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลกที่ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภายในงานมหกรรมการท่องเที่ยวนานาชาติกว่างโจว ครั้งที่ 34 (34th Guangzhou International Travel Fair: GITF) เขตหนานซาได้เปิดพาวิลเลียนของตนเองเป็นครั้งแรก พร้อมจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ภายใต้แนวคิด Shape the Future in Nansha เพื่อสะท้อนอัตลักษณ์ของเมือง พร้อมทั้งดึงดูดการลงทุนด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว โดยให้การต้อนรับภาคธุรกิจ นักลงทุน และนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกอย่างอบอุ่น ภายในงาน หนานซาได้เปิดตัวโครงการ &#8220;1+6+N&#8221; ซึ่งครอบคลุมการจัดอีเวนต์ระดับเรือธง การพัฒนา 10 จุดหมายปลายทางไลฟ์สไตล์สมัยใหม่ การออกแบบเส้นทางท่องเที่ยวตามธีมต่าง ๆ ตลอดจนชุดนโยบายสนับสนุนอุตสาหกรรมวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว เพื่อวางรากฐานสู่การพัฒนาอย่างมีคุณภาพและยั่งยืนของภาคส่วนนี้ในอนาคต หนานซาไม่ได้เป็นเพียง &#8220;เขตใหม่ระดับชาติ&#8221; และ &#8220;เขตการค้าเสรีนำร่อง&#8221; เท่านั้น หากยังมีบทบาทในฐานะ &#8220;เขตสาธิตความร่วมมือเชิงบูรณาการระหว่างกวางตุ้ง ฮ่องกง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3725876">เขตหนานซา นครกว่างโจว เดินหน้ายกระดับสู่ศูนย์กลางวัฒนธรรม การท่องเที่ยว และความบันเทิงระดับโลกแห่ง Greater Bay Area</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[“ซูโจว” โชว์ศักยภาพบนเวที APEC ชูความร่วมมือเศรษฐกิจควบคู่มนต์เสน่ห์แห่งเจียงหนาน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3725252</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 27 May 2026 13:45:05 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3725252</guid>

					<description><![CDATA[<p>การประชุมรัฐมนตรีการค้าความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (APEC) ครั้งที่ 32 ระหว่างวันที่ 22-23 พฤษภาคม 2569 เมืองซูโจวได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมรัฐมนตรีการค้าเอเปค (APEC) ครั้งที่ 32 อย่างยิ่งใหญ่ โดยนครแห่งสายน้ำฝั่งตะวันออกซึ่งเป็นที่รู้จักระดับสากลมายาวนานกว่า 2,500 ปีแห่งนี้ สามารถดึงดูดสายตาจากทั่วโลกได้อีกครั้ง ด้วยเอกลักษณ์การพัฒนาทางเศรษฐกิจที่สอดรับกับวิถีวัฒนธรรมดั้งเดิมอย่างกลมกลืนเสมือน “ภาพปักสองหน้า” อันเลื่องชื่อ แขกผู้มีเกียรติและผู้เข้าร่วมประชุมต่างชื่นชมซูโจวว่าเป็นเมืองที่มีความตื่นตัวทางอุตสาหกรรม ควบคู่ไปกับความงดงามเหนือกาลเวลา โดยปัจจุบัน ซูโจวมีมูลค่าผลผลิตรวมของวิสาหกิจอุตสาหกรรมขนาดใหญ่กว่า 4.9 ล้านล้านหยวน รั้งตำแหน่งเมืองอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองของประเทศจีน ซึ่งสะท้อนถึงฮาร์ดพาวเวอร์ทางเศรษฐกิจ ขณะเดียวกัน ความประณีตงดงามในฐานะนครร้อยสวน ความลึกซึ้งของนครร้อยพิพิธภัณฑ์ และความสุนทรีย์ของนครร้อยงิ้ว ได้หลอมรวมกันเป็นเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ของ “สรวงสวรรค์บนดิน” อันเป็นซอฟต์พาวเวอร์ทางวัฒนธรรม เมืองซูโจวสามารถประยุกต์การจัดวางโครงสร้างอันประณีตของสวนโบราณมาเป็นแนวทางขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่ ทั้งยังใช้ศิลปะการปักผ้าสองหน้าอันเลื่องชื่อเป็นสะพานเชื่อมโลกตะวันออกและตะวันตก ส่งผลให้ก้าวขึ้นเป็นหน้าต่างบานสำคัญในการปฏิรูปและเปิดประเทศของจีน บริเวณต้อนรับภายในงาน แขกผู้มาเยือนต่างตื่นตาตื่นใจกับฉากหลังต้อนรับโทนสีฟ้าอ่อนที่จำลองแบบจากสวนคลาสสิกของซูโจว เพื่อต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุมจากทั่วทุกสารทิศอย่างอบอุ่น พร้อมทั้งถ่ายทอดศิลปะความงดงามและงานฝีมือประณีตของสวนสไตล์เจียงหนาน เผยให้ผู้มาเยือนทั้งชาวจีนและชาวต่างชาติสัมผัสได้ถึงความอ่อนน้อมถ่อมตนและมิตรไมตรีจิตอันเป็นเอกลักษณ์ในแบบฉบับวัฒนธรรมเจียงหนาน งานปักซูโจวอันวิจิตรบรรจงได้ดึงดูดสายตาให้แขกผู้มีเกียรติต่างหยุดชมด้วยความชื่นชม โดย ยฺหวี จฺวินเหยา (Yu Junyao) ช่างปักผ้าชาวซูโจววัย 28 ปี ผู้ช่วยผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ศิลปะงานปักซูโจวเหยาฮุ่ยเฟิน เปิดเผยว่า “ความงามไม่จำเป็นต้องมีคำแปล [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3725252">“ซูโจว” โชว์ศักยภาพบนเวที APEC ชูความร่วมมือเศรษฐกิจควบคู่มนต์เสน่ห์แห่งเจียงหนาน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[&#8220;แคนตันทาวเวอร์&#8221; พลิกบทบาทจากแลนด์มาร์กของกว่างโจว สู่เวทีระดับชาติ จัดงานวันท่องเที่ยวจีน ปี 2569 อย่างยิ่งใหญ่]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3724490</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 26 May 2026 08:15:25 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3724490</guid>

					<description><![CDATA[<p>เขตท่องเที่ยวแคนตันทาวเวอร์ เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 วันท่องเที่ยวจีน (China Tourism Day) ครั้งที่ 16 ได้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในเขตท่องเที่ยวแคนตันทาวเวอร์ (Canton Tower Tourism Area) ภายใต้การบริหารของ Guangzhou City Construction Investment Group โดยนับตั้งแต่มีการจัดงานดังกล่าวในปี 2554 นับเป็นครั้งแรกที่นครกว่างโจวได้รับเกียรติให้เป็นเมืองเจ้าภาพหลักของงานนี้ ในโอกาสสำคัญนี้ Guangzhou City Construction Investment Group ได้เชิญหอคอยสมาชิก 18 แห่งของสหพันธ์หอคอยโลก (WFGT) รวมถึงหอวิทยุและโทรทัศน์กลาง กรุงปักกิ่ง, หอไข่มุกตะวันออก นครเซี่ยงไฮ้ และ Willis Tower/Skydeck Chicago สหรัฐอเมริกา มาร่วมเปิดไฟพร้อมกันในพิธีเปิดงาน นอกจากนี้ ยังจัดการแสดงโดรนสุดตระการตาจำนวน 5,190 ลำ ประดับท้องฟ้ายามค่ำคืนเหนือนครกว่างโจวอย่างสว่างไสวสวยงาม การที่เทศกาลท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมระดับชาติครั้งนี้จัดขึ้น ณ นครกว่างโจว สะท้อนให้เห็นถึงการยอมรับในศักยภาพและสถานะของเมือง ขณะเดียวกันยังเป็นการยกย่องความมุ่งมั่นและความทุ่มเทอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่าทศวรรษของ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3724490">&#8220;แคนตันทาวเวอร์&#8221; พลิกบทบาทจากแลนด์มาร์กของกว่างโจว สู่เวทีระดับชาติ จัดงานวันท่องเที่ยวจีน ปี 2569 อย่างยิ่งใหญ่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
	</channel>
</rss>
