<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
>
<channel>
	<title>ThaiPR.NET</title>
	<atom:link href="https://www.thaipr.net/tag/%e0%b8%8b%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a7-%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b9%87%e0%b8%97-%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%80/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thaipr.net/tag/ซินหัว-เอเชียเน็ท-ดาต้าเ</link>
	<description>Press Release Distribution Center of Thailand</description>
	<lastBuildDate>Tue, 25 Aug 2026 12:05:07 +0700</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.1</generator>
	<item>
		<title><![CDATA[หนานซาศูนย์กลางการค้าข้ามพรมแดน ผนึกกำลังเชื่อมโลก พลิกโฉมระบบนิเวศการค้าระดับโลกในพื้นที่ GBA]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3749888</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 14 Aug 2026 12:11:53 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3749888</guid>

					<description><![CDATA[<p>คลัสเตอร์อุตสาหกรรมการค้าข้ามพรมแดนระดับโลก การประชุมระบบนิเวศคลัสเตอร์อุตสาหกรรมการค้าข้ามพรมแดนระดับโลก (Global Cross-Border Trade Industrial Cluster Ecosystem Conference) ภายใต้แนวคิด “Converging Trade in Nansha, Connecting the Globe” (หนานซาศูนย์กลางการค้าข้ามพรมแดน ผนึกกำลังเชื่อมโลก) ได้มีขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ ณ ศูนย์การประชุมและนิทรรศการนานาชาติเขตหนานซา นครกว่างโจว โดยมีบริษัทและองค์กรชั้นนำในอุตสาหกรรม อาทิ กูเกิล (Google), ไมเดีย (Midea), ท่าเรือกว่างโจว (Guangzhou Port) และเอชเอสบีซี (HSBC) พร้อมผู้แทนจากภาคธุรกิจกว่า 1,000 คนเข้าร่วมงาน ภายในงานมีการประกาศจัดตั้งคลัสเตอร์อุตสาหกรรมการค้าข้ามพรมแดนระดับโลกอย่างเป็นทางการ พร้อมเปิดตัวแพลตฟอร์มบริการแบบครบวงจรสำหรับระบบนิเวศการค้าข้ามพรมแดน รวมถึงเปิดตัวศูนย์บริการและแลกเปลี่ยนโทเคนกวางตุ้ง นอกจากนี้ ยังมีการลงนามในโครงการความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์หลายโครงการ ซึ่งถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนการเปลี่ยนผ่านของเขตหนานซา จากศูนย์กระจายสินค้าสู่ศูนย์กลางระบบนิเวศการค้าข้ามพรมแดนที่ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยหนานซาใช้ประโยชน์จากแนวคิด “ผนึกกำลัง 5 มิติ” (ทั้งในด้านท่าเรือขนส่ง ท่าอากาศยาน ศูนย์กลางการเงิน ศูนย์รวมบุคลากร และศูนย์ข้อมูล) เพื่อให้บริการหลัก 8 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3749888">หนานซาศูนย์กลางการค้าข้ามพรมแดน ผนึกกำลังเชื่อมโลก พลิกโฉมระบบนิเวศการค้าระดับโลกในพื้นที่ GBA</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[วิทยาลัยอาชีวศึกษาชลประทานซานตง ปิดโครงการฝึกอบรมวิชาชีพรุ่นที่ 6 ณ วิทยาลัยปาน-ม่อ ประเทศลาว มุ่งพัฒนาบุคลากรท้องถิ่นตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรม]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3749712</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 13 Aug 2026 12:55:16 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3749712</guid>

					<description><![CDATA[<p>วิทยาลัยอาชีวศึกษาชลประทานซานตง เมื่อวันที่ 8 สิงหาคมที่ผ่านมา โครงการฝึกอบรมวิชาชีพในต่างประเทศ รุ่นที่ 6 ณ วิทยาลัยปาน-ม่อ (Ban-Mo College) ประเทศลาว ซึ่งจัดโดยวิทยาลัยอาชีวศึกษาชลประทานซานตง (Shandong Water Conservancy Vocational College) ได้ปิดโครงการอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ นับตั้งแต่เริ่มดำเนินโครงการเมื่อเดือนมกราคม 2568 ทางวิทยาลัยฯ ได้จัดการฝึกอบรมในประเทศลาวอย่างต่อเนื่องรวม 6 ครั้ง โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาบุคลากรที่มีทักษะและความเชี่ยวชาญ เพื่อรองรับการพัฒนาอย่างมีคุณภาพสูงของบริษัทจีนที่ดำเนินงานในประเทศลาว และนับเป็นก้าวสำคัญของวิทยาลัยฯ ในการขยายความร่วมมือด้านอาชีวศึกษาในระดับนานาชาติ วิทยาลัยปาน-ม่อ ประเทศลาว ถือเป็นหนึ่งในความสำเร็จครั้งสำคัญของวิทยาลัยฯ ในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ &#8220;การจัดการศึกษาเพื่อตอบสนองความต้องการของภาคอุตสาหกรรม&#8221; และ &#8220;การขยายการดำเนินงานด้านการศึกษาในต่างประเทศควบคู่กับการขยายธุรกิจของภาคเอกชน&#8221; โดยวิทยาลัยฯ ได้ร่วมมือกับศูนย์พัฒนาบุคลากรอุตสาหกรรมโลหะนอกกลุ่มเหล็ก (Nonferrous Metals Industry Talent Center) บริษัท เอเชีย-โพแทช อินเตอร์เนชันแนล (ลาว) จำกัด (Asia-Potash International (Laos) Co., Ltd.) และวิทยาลัยเทคนิคคำม่วน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3749712">วิทยาลัยอาชีวศึกษาชลประทานซานตง ปิดโครงการฝึกอบรมวิชาชีพรุ่นที่ 6 ณ วิทยาลัยปาน-ม่อ ประเทศลาว มุ่งพัฒนาบุคลากรท้องถิ่นตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[Yili จัดเวทีความยั่งยืนในการประชุมอุตสาหกรรมนมโลก ร่วมเปิดบทใหม่สู่การพัฒนาอุตสาหกรรมนมหลังปี 2573]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3748610</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 10 Aug 2026 13:00:26 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3748610</guid>

					<description><![CDATA[<p>Yili Group เมื่อวันที่ 2 สิงหาคมที่ผ่านมา Yili Group เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมด้านความยั่งยืน (Sustainability Forum) ในการประชุมอุตสาหกรรมนมโลก (World Dairy Industry Conference) ประจำปี 2569 ณ เมืองฮูฮอต ประเทศจีน ภายใต้แนวคิด &#8220;เชื่อมโยงคุณค่าตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรม สร้างสรรค์อนาคตสีเขียว&#8221; โดยมีแขกผู้มีเกียรติจากทั้งในประเทศและต่างประเทศกว่า 200 คนเข้าร่วมงาน ประกอบด้วยผู้บริหารองค์กรระหว่างประเทศชั้นนำ ตลอดจนผู้แทนจากบริษัทแถวหน้าในห่วงโซ่คุณค่าของอุตสาหกรรมนม เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนและเปิดบทใหม่ของการพัฒนาอุตสาหกรรมนมโลกอย่างยั่งยืนหลังปี 2573 ซึ่งเป็นปีเป้าหมายของวาระการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ ในพิธีเปิดการประชุมอุตสาหกรรมนมโลกเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม สหพันธ์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหารนานาชาติ (IUFoST) ได้มอบป้ายประกาศเกียรติคุณและรางวัลที่ระลึกเพื่อยกย่องเมืองฮูฮอตในฐานะ &#8220;World Dairy Capital&#8221; หรือ เมืองหลวงแห่งอุตสาหกรรมนมโลก โดยในโอกาสนี้ Pan Gang ประธานกรรมการและประธานบริหาร Yili Group ได้เข้าร่วมพิธีในฐานะตัวแทนเพียงหนึ่งเดียวจากภาคอุตสาหกรรมนมระดับโลก ทั้งนี้ นับตั้งแต่เมืองฮูฮอตได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองหลวงแห่งอุตสาหกรรมนมของจีนในปี 2548 จนก้าวขึ้นสู่การเป็นเมืองหลวงแห่งอุตสาหกรรมนมโลกในปี 2569 Yili [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3748610">Yili จัดเวทีความยั่งยืนในการประชุมอุตสาหกรรมนมโลก ร่วมเปิดบทใหม่สู่การพัฒนาอุตสาหกรรมนมหลังปี 2573</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สืบสานตำนานกุ้ยโจว สัมผัสเสน่ห์ “กุนซานจู” นาฏศิลป์พื้นเมืองระดับตำนาน ถอดรหัสประวัติศาสตร์และจิตวิญญาณชนเผ่าเหมียว]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/travel/3747380</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 05 Aug 2026 15:29:16 +0700</pubDate>
				<category>travel</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3747380</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท น่ายง หย่งคัง คัลเจอรัล ทัวริซึม อินเวสต์เมนต์ แอนด์ ดีเวลอปเมนต์ จำกัด ลึกเข้าไปในวงโอบล้อมของขุนเขา ณ ตำบลจู๋ฉ่าง อำเภอน่ายง เมืองปี้เจี๋ย มณฑลกุ้ยโจว ยังคงมีมรดกทางวัฒนธรรมการเต้นรำอันเป็นเอกลักษณ์ของชนเผ่าเหมียว ที่ได้รับการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นมาอย่างยาวนาน ศิลปะการแสดงอันโดดเด่นนี้มีชื่อเรียกว่ากุนซานจู (Gunshanzhu) หรือเจ้าของฉายา “ไข่มุกแห่งที่ราบสูงกุ้ยโจว” ซึ่งทรงคุณค่าเป็นยิ่งกว่าการแสดง เพราะทำหน้าที่จดบันทึกประวัติศาสตร์การอพยพย้ายถิ่นฐาน สะท้อนภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมอันรุ่มรวย และตอกย้ำจิตวิญญาณอันแข็งแกร่งของชนเผ่าเหมียวไว้ได้อย่างงดงาม ตำนานเล่าว่า ยามอพยพย้ายถิ่นฐานในอดีตกาล เส้นทางของชาวเหมียวต้องเผชิญกับเทือกเขาสูงชันและพงหนามรกร้าง เพื่อเปิดทางให้เพื่อนพ้องเดินทางผ่านพงไพร เหล่าผู้กล้าหาญจึงใช้ร่างกายของตนกลิ้งทับพงหนามอย่างไม่เกรงกลัวเพื่อถางทางให้คนในเผ่า ด้วยเหตุนี้ คนรุ่นหลังจึงได้จำลองท่วงท่าการกลิ้งตัวดังกล่าวมาต่อยอดและรังสรรค์เป็นระบำลู่เซิงอันเป็นเอกลักษณ์ เพื่อรำลึกถึงความกล้าหาญและหยาดเหงื่อแรงกายของบรรพบุรุษ โดยทุกท่วงท่าการกลิ้งตัวคือการคารวะต่อบรรพชน และทุกการกระโดดสะท้อนถึงจิตวิญญาณอันแรงกล้าของชนเผ่าเหมียว กุนซานจูถือเป็นหนึ่งในศิลปะการเต้นรำที่ปราบเซียนและท้าทายที่สุดของชนเผ่าเหมียว ผู้แสดงจะสวมเสื้อนอกสีขาวปักลายอันประณีต และสวมหมวกขนไก่ฟ้า พร้อมบรรเลงลู่เซิงแบบ 6 ท่อ จุดที่ท้าทายที่สุดคือเสียงเพลงจะต้องพลิ้วไหวอย่างต่อเนื่อง นักเต้นจึงต้องเป่าลู่เซิงอย่างสม่ำเสมอโดยไม่สะดุด แม้ในยามที่ต้องโลดโผนด้วยท่วงท่าที่ยากและซับซ้อนก็ตาม ในระหว่างการแสดง นักเต้นจะกลิ้งและหมุนตัวผ่านชามใส่น้ำที่วางเรียงเอาไว้ โดยต้องทรงตัวด้วยความแม่นยำอย่างน่าอัศจรรย์ พร้อมรังสรรค์ลีลาท่ารำอันตื่นตาตื่นใจ ไม่ว่าจะเป็นท่านางแอ่นบิน พีระมิดมนุษย์ หรือท่ามังกรพลิกกาย การผสานท่วงทำนอง การเคลื่อนไหว ลมหายใจ และพละกำลังเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบนี้เอง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/travel/3747380">สืบสานตำนานกุ้ยโจว สัมผัสเสน่ห์ “กุนซานจู” นาฏศิลป์พื้นเมืองระดับตำนาน ถอดรหัสประวัติศาสตร์และจิตวิญญาณชนเผ่าเหมียว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[Yili Group เดินหน้านวัตกรรมและความร่วมมือ สร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรมนมโลกอย่างยั่งยืน ในการประชุมนมโลก ประจำปี 2569]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3747085</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 04 Aug 2026 16:27:58 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3747085</guid>

					<description><![CDATA[<p>Yili Group การประชุมนมโลก (World Dairy Congress) ประจำปี 2569 ได้เปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมา ณ เมืองฮูฮอต เขตปกครองตนเองมองโกเลียใน งานนี้มี Yili Group เป็นผู้จัดในธีม Technology-driven, Partnership Oriented, Co-building a Sustainable Global Dairy Ecosystem (ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี มุ่งกระชับความร่วมมือ สร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรมนมโลกอย่างยั่งยืน) ถือเป็นเวทีระดับโลกที่รวบรวมผู้นำจากสมาคมการค้านานาชาติ นักวิชาการ และผู้บริหารระดับสูงตลอดห่วงโซ่คุณค่าของอุตสาหกรรมนมทั่วโลก ฮูฮอตขึ้นแท่นเมืองหลวงแห่งอุตสาหกรรมนมโลกอย่างเป็นทางการ ในพิธีเปิดการประชุม สหพันธ์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหารนานาชาติ (IUFoST) ได้มอบป้ายประกาศเกียรติคุณและรางวัลที่ระลึก เพื่อรับรองให้เมืองฮูฮอตดำรงตำแหน่ง World Dairy Capital หรือเมืองหลวงแห่งอุตสาหกรรมนมโลก อย่างเป็นทางการ ดร.ภาวิณี ชินะโชติ ประธานบริหาร IUFoST กล่าวในพิธีเปิดว่า การมอบตำแหน่งดังกล่าวถือเป็นสัญญาณแห่งความสำเร็จที่สะท้อนความมุ่งมั่นทุ่มเทของเมืองฮูฮอตในการยกระดับอุตสาหกรรมนม พร้อมกล่าวเสริมว่า รางวัลอันทรงเกียรตินี้ยังมุ่งหวังให้เป็นแรงขับเคลื่อนแก่องค์กรระดับแถวหน้าอย่าง Yili Group ในการร่วมยกระดับภาคอุตสาหกรรมอาหารเพื่อสุขภาพในระดับสากล [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3747085">Yili Group เดินหน้านวัตกรรมและความร่วมมือ สร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรมนมโลกอย่างยั่งยืน ในการประชุมนมโลก ประจำปี 2569</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[คณะผู้แทนเศรษฐกิจ-การค้าไห่หนานเยือนไทย-อินโดนีเซีย มุ่งยกระดับความร่วมมืออาเซียน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3746012</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 03 Aug 2026 09:17:51 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3746012</guid>

					<description><![CDATA[<p>สภาส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศแห่งชาติจีน สาขามณฑลไห่หนาน คณะผู้แทนทางเศรษฐกิจและการค้าจากมณฑลไห่หนาน ประเทศจีน เสร็จสิ้นภารกิจเดินทางเยือนไทยและอินโดนีเซียเป็นเวลา 5 วันอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคมที่ผ่านมา การเยือนในครั้งนี้มุ่งชูจุดเด่นของนโยบายท่าเรือการค้าเสรีไห่หนาน พร้อมนำเสนอนิคมอุตสาหกรรมศักยภาพสูงและโอกาสเติบโตทางการลงทุน นอกจากนี้ คณะผู้แทนฯ ยังได้ร่วมหารือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสมาคมการค้าชั้นนำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อกระชับความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนระหว่างมณฑลไห่หนานกับกลุ่มประเทศอาเซียนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ที่กรุงเทพฯ ได้มีการจัดงานประชุมส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าจีน (ไห่หนาน)-ไทย ขึ้นเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยเป็นความร่วมมือระหว่างรัฐบาลมณฑลไห่หนานกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ซึ่งมีผู้แทนหน่วยงานและองค์กรชั้นนำของไทยเข้าร่วมงานนี้ราว 200 คน ภายในงาน ผู้แทนจากเขตพัฒนาอุตสาหกรรมไฮเทคแห่งชาติไห่โข่ว และเขตนำร่องการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์นานาชาติโป๋อ๋าวเล่อเฉิง (Boao Lecheng) ได้ร่วมกันนำเสนอสิทธิประโยชน์และนโยบายที่เอื้อต่อการลงทุนในท่าเรือการค้าเสรีไห่หนาน ตลอดจนทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมในพื้นที่ ขณะที่นางสาวฐนิตา ศิริทรัพย์ รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ได้ฉายภาพรวมของสภาพแวดล้อมทางธุรกิจและโอกาสการลงทุนในไทย นอกจากนี้ สภาส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศแห่งชาติจีน สาขามณฑลไห่หนาน (CCPIT Hainan), สภาหอการค้านานาชาติแห่งประเทศจีน สาขามณฑลไห่หนาน (CCOIC Hainan) และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ยังได้ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อสร้างเวทีกลางในการเชื่อมโยงและส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางธุรกิจระหว่างภาคเอกชนของทั้งสองประเทศ พร้อมทั้งมีการเซ็นสัญญาความร่วมมือในโครงการสำคัญอีก 6 โครงการ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3746012">คณะผู้แทนเศรษฐกิจ-การค้าไห่หนานเยือนไทย-อินโดนีเซีย มุ่งยกระดับความร่วมมืออาเซียน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ถิ่นอาศัยของนกอพยพหมู่เกาะฉางซาน เมืองต้าเหลียน ขึ้นแท่นแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3745673</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 31 Jul 2026 11:20:19 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3745673</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักประชาสัมพันธ์ของคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำเทศบาลเมืองต้าเหลียน เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกแห่งองค์การยูเนสโก ครั้งที่ 48 ณ เมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ &#8220;ถิ่นอาศัยของนกอพยพหมู่เกาะฉางซาน&#8221; ในเมืองต้าเหลียน มณฑลเหลียวหนิง ประเทศจีน ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติอย่างเป็นทางการ โดยสำนักประชาสัมพันธ์ของคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำเทศบาลเมืองต้าเหลียน เปิดเผยว่า การขึ้นทะเบียนครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จครั้งที่สองของเมืองต้าเหลียนในการขยายพื้นที่แหล่งมรดกโลก ภายใต้ชุดแหล่งมรดกโลก &#8220;เขตรักษาพันธุ์นกอพยพตามแนวชายฝั่งทะเลเหลือง-อ่าวโป๋ไห่ของจีน&#8221; ต่อจากการขึ้นทะเบียนเกาะงู-ภูเขาเหลาเถีย เมื่อปี 2567 อีกทั้งยังทำให้มณฑลเหลียวหนิงเป็นมณฑลแรกของจีนที่มีพื้นที่องค์ประกอบของแหล่งมรดกโลกถึง 3 แห่งอยู่ภายใต้ชุดแหล่งมรดกโลกเดียวกัน สำนักประชาสัมพันธ์ของคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำเทศบาลเมืองต้าเหลียน ระบุว่า หมู่เกาะฉางซานตั้งอยู่ทางตอนเหนือของทะเลเหลือง และทางตะวันออกของคาบสมุทรเหลียวตง โดยพื้นที่หลักอยู่ภายใต้การบริหารของอำเภอฉางไห่ เมืองต้าเหลียน แหล่งมรดกโลกแห่งใหม่นี้ครอบคลุมพื้นที่รวม 4,962.62 เฮกตาร์ ประกอบด้วย 4 พื้นที่สำคัญ ได้แก่ ฟานถัวจื่อแห่งเกาะกว่างลู่ โถวถัวจื่อแห่งเกาะเกอเซียน อู่สือแห่งเกาะต้าห่าวจื่อ และแนวปะการังทางตอนใต้ของเกาะปาเส้า ในฐานะจุดแวะพักสำคัญบนเส้นทางอพยพนกเอเชียตะวันออก-ออสตราเลเซีย หมู่เกาะฉางซานมีบทบาทสำคัญในการเป็นแหล่งพักและเติมพลังงาน รวมถึงถิ่นอาศัยของนกอพยพหลายล้านตัวที่เดินทางข้ามทะเลตามฤดูกาล อีกทั้งยังเป็นแหล่งขยายพันธุ์ของนกยางจีน (Egretta eulophotes) โดยมีประชากรนกยางจีนมาทำรังและขยายพันธุ์มากที่สุดในโลก จนได้รับการขนานนามอย่างแพร่หลายว่า &#8220;บ้านเกิดของนกยางจีน&#8221; การขึ้นทะเบียนหมู่เกาะฉางซานเป็นแหล่งมรดกโลกช่วยเติมเต็มความสมบูรณ์ของชุดแหล่งมรดกโลกเขตรักษาพันธุ์นกอพยพตามแนวชายฝั่งทะเลเหลือง-อ่าวโป๋ไห่ของจีน เมื่อรวมกับอีกสองพื้นที่องค์ประกอบของแหล่งมรดกโลกชุดเดียวกัน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3745673">ถิ่นอาศัยของนกอพยพหมู่เกาะฉางซาน เมืองต้าเหลียน ขึ้นแท่นแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[จีนนำสื่อมวลชนนานาชาติเยือนเขตปกครองตนเองอาป้า สัมผัสการอนุรักษ์ธรรมชาติ การพัฒนาเศรษฐกิจ และการสืบสานวัฒนธรรม]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3745268</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 30 Jul 2026 12:15:27 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3745268</guid>

					<description><![CDATA[<p>ศูนย์ข้อมูลและข่าวสารของสำนักข่าวซินหัว ในระหว่างวันที่ 23-27 กรกฎาคมที่ผ่านมา โครงการ &#8220;Discover China: International Media Tour of Aba&#8221; ได้นำคณะผู้แทนสื่อมวลชนนานาชาติเดินทางไปยังเขตปกครองตนเองชนชาติทิเบตและเชียง อาป้า (Aba Tibetan and Qiang Autonomous Prefecture) ในมณฑลเสฉวน ประเทศจีน เพื่อสัมผัสพัฒนาการของพื้นที่ในหลากหลายมิติ &#8220;Discover China&#8221; เป็นโครงการสื่อสารมวลชนระดับนานาชาติที่มีความสำคัญ ริเริ่มโดยศูนย์ข้อมูลและข่าวสารของสำนักข่าวซินหัว โดยผู้แทนสื่อมวลชนจำนวน 10 คน จากสื่อกระแสหลักใน 9 ประเทศ รวมถึงอาเซอร์ไบจานและคีร์กีซสถาน ได้เดินทางเยือนอำเภอหงหยวน อำเภอรัวเอ่อร์ไก อำเภอซงพาน และอำเภอเหมา เพื่อสำรวจและศึกษาพื้นที่เชิงลึก พร้อมถ่ายทอดเรื่องราวการพัฒนาของดินแดนที่ราบสูงอันปกคลุมด้วยหิมะแห่งนี้จากมุมมองของสื่อมวลชนนานาชาติ โดยมุ่งเน้นประเด็นสำคัญ ได้แก่ การอนุรักษ์ระบบนิเวศบนที่ราบสูง การขับเคลื่อนการฟื้นฟูชนบท รวมถึงการสืบสานวัฒนธรรมของชนชาติทิเบตและเชียง ณ ศูนย์การบินระดับต่ำรัวเอ่อร์ไก (Ruoergai Low-Altitude Flight Center) คณะสื่อมวลชนได้สัมผัสพัฒนาการของอุตสาหกรรมบนที่ราบสูงรูปแบบใหม่ โดยอำเภอรัวเอ่อร์ไกเป็นเขตนำร่องเศรษฐกิจการบินระดับต่ำในพื้นที่สูงแห่งแรกของจีน และเป็นหนึ่งในอำเภอแรกของมณฑลเสฉวนที่บุกเบิกการบริหารจัดการการบินระดับต่ำ โดยใช้ประโยชน์จากน่านฟ้าอันกว้างใหญ่และทุ่งหญ้าอันอุดมสมบูรณ์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3745268">จีนนำสื่อมวลชนนานาชาติเยือนเขตปกครองตนเองอาป้า สัมผัสการอนุรักษ์ธรรมชาติ การพัฒนาเศรษฐกิจ และการสืบสานวัฒนธรรม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สถาบันเทคโนโลยีฮาร์บินร่วมเป็นเจ้าภาพการประชุมนานาชาติว่าด้วยภาวะผู้นำด้านสภาพภูมิอากาศ ครั้งที่ 2 พร้อมเปิดตัวโครงการริเริ่มภาวะผู้นำด้านสภาพภูมิอากาศ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3744812</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 27 Jul 2026 14:10:24 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3744812</guid>

					<description><![CDATA[<p>สถาบันเทคโนโลยีฮาร์บิน การประชุมนานาชาติว่าด้วยภาวะผู้นำด้านสภาพภูมิอากาศ (International Conference on Climate Leadership) ครั้งที่ 2 จัดขึ้น ณ เมืองฮาร์บิน ประเทศจีน ระหว่างวันที่ 18-20 กรกฎาคม 2569 โดยมีคณะบริหารธุรกิจของสถาบันเทคโนโลยีฮาร์บิน (Harbin Institute of Technology: HIT), สถาบันการก่อสร้างอย่างยั่งยืน เดอะ บาร์ตเลตต์ (The Bartlett School of Sustainable Construction) แห่งมหาวิทยาลัยคอลเลจลอนดอน (UCL) และสมาคมเศรษฐกิจจีนประจำสหราชอาณาจักรและยุโรป (Chinese Economic Association UK/Europe) เป็นเจ้าภาพร่วม การประชุมครั้งนี้รวบรวมผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการกว่า 300 คน จากมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัย 111 แห่ง ครอบคลุม 23 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก พร้อมด้วยผู้แทนจากองค์กรระหว่างประเทศ อาทิ โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ภาคธุรกิจ และวารสารวิชาการชั้นนำ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3744812">สถาบันเทคโนโลยีฮาร์บินร่วมเป็นเจ้าภาพการประชุมนานาชาติว่าด้วยภาวะผู้นำด้านสภาพภูมิอากาศ ครั้งที่ 2 พร้อมเปิดตัวโครงการริเริ่มภาวะผู้นำด้านสภาพภูมิอากาศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สัปดาห์ดิจิทัลเอเปคชูศักยภาพเฉิงตู สะท้อนเสน่ห์ดึงดูดและพลังแห่งนวัตกรรม]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3744274</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 24 Jul 2026 13:23:59 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3744274</guid>

					<description><![CDATA[<p>รัฐบาลประชาชนเทศบาลนครเฉิงตู การประชุมรัฐมนตรีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์กรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจในเอเชียแปซิฟิก หรือ เอเปค (APEC) ประจำปี 2569 พร้อมด้วยกิจกรรมต่าง ๆ ในช่วงสัปดาห์ดิจิทัล กำลังมีขึ้น ณ นครเฉิงตู มณฑลเสฉวน ระหว่างวันที่ 16 ถึง 29 กรกฎาคมนี้ โดยงานนี้นอกจากจะเป็นเวทีสำคัญในการขับเคลื่อนการแลกเปลี่ยนและความร่วมมือด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกแล้ว ยังเป็นเสมือนหน้าต่างที่สะท้อนนวัตกรรมและความมีชีวิตชีวาของนครเฉิงตูได้อย่างเด่นชัด รัฐบาลประชาชนเทศบาลนครเฉิงตู ในฐานะผู้จัดงาน เปิดเผยว่า สัปดาห์ดิจิทัลครั้งนี้อัดแน่นด้วยกิจกรรมหลากรูปแบบ ครอบคลุม 4 เสาหลักสำคัญ ได้แก่ นวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ การนำเสนอความสำเร็จในภาคอุตสาหกรรม การเผยแพร่วัฒนธรรมเทียนฟู่ ตลอดจนความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้า โดยมีเป้าหมายเพื่อต่อยอดแรงขับเคลื่อนจากการประชุม ในการผลักดันภาคอุตสาหกรรมการผลิตและเศรษฐกิจดิจิทัลของนครเฉิงตูให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ พร้อมทั้งยกระดับภาพลักษณ์เด่นของเมืองนี้ในฐานะมหานครดิจิทัล อัจฉริยะ และมีความเป็นสากล ทำไมต้องเป็นนครเฉิงตู คำตอบสำคัญอยู่ที่ยุทธศาสตร์ในการขยายอาณาเขตเศรษฐกิจดิจิทัลแห่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมุ่งสู่พื้นที่ทางตะวันตก ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ความร่วมมือทางดิจิทัลในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมักกระจุกตัวอยู่ในพื้นที่ชายฝั่งที่พัฒนาแล้วเป็นหลัก ดังนั้น การที่การประชุมนี้จัดขึ้น ณ พื้นที่ตอนในใจกลางแผ่นดินใหญ่ของจีนเป็นครั้งแรก จึงนับเป็นก้าวสำคัญในการปรับเปลี่ยนภูมิทัศน์ความร่วมมือระดับภูมิภาค นครเฉิงตูนำโครงการระดับชาติอย่าง “ข้อมูลตะวันออก ประมวลผลตะวันตก” มาต่อยอด ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่มีความมั่นคงและยืดหยุ่นสูง พร้อมรองรับเวทีเจรจาพหุภาคีระดับสูงอย่างเต็มศักยภาพ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3744274">สัปดาห์ดิจิทัลเอเปคชูศักยภาพเฉิงตู สะท้อนเสน่ห์ดึงดูดและพลังแห่งนวัตกรรม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ภูเขาหนิวโส่วซาน เมืองหนานจิง ชวนสัมผัสมนตร์เสน่ห์ตามแบบฉบับวิถีเซนอันสง่างาม พร้อมพาทุกคนหลบร้อนเยียวยาจิตใจ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/travel/3744248</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 24 Jul 2026 13:02:56 +0700</pubDate>
				<category>travel</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3744248</guid>

					<description><![CDATA[<p>เขตท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมภูเขาหนิวโส่วซาน ท่ามกลางฤดูร้อนอันร้อนระอุที่ปกคลุมทั่วเมืองหนานจิง พร้อมระลอกความร้อนที่แผ่ขยายไปตามท้องถนน เขตท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมภูเขาหนิวโส่วซานได้ผลัดเปลี่ยนความอ่อนโยนของฤดูใบไม้ผลิ สู่ความร่มรื่นของผืนป่าเขียวขจีอันอุดมสมบูรณ์และมวลเมฆที่ลอยล่องอย่างงดงาม ทัศนียภาพขุนเขาและสายน้ำตามวิถีเซนผสานรวมกับมรดกทางวัฒนธรรมอันลึกซึ้งได้อย่างลงตัว โดยยามกลางวันจะเผยทิวทัศน์อันสงบเงียบที่ช่วยเยียวยาจิตใจ ขณะที่ยามค่ำคืนจะตระการตาด้วยแสงไฟเปล่งประกายสว่างไสว มนตร์เสน่ห์คู่ขนานทั้งกลางวันและกลางคืนนี้ ได้ถักทอเป็นภาพม้วนการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่เปี่ยมด้วยชีวิตชีวา รักษาสมดุลระหว่างความเคลื่อนไหวและความสงบเงียบ ทั้งยังเชื่อมโยงอดีตเข้ากับยุคปัจจุบันได้อย่างกลมกลืน ส่งให้ภูเขาหนิวโส่วซานกลายเป็นสถานที่เร้นกายอันงดงามดั่งบทกวี สำหรับการพักผ่อนหย่อนใจและซึมซับเสน่ห์ทางวัฒนธรรมในฤดูร้อนของเมืองหนานจิง สัมผัสธรรมชาติเยียวยาใจในผืนป่า พร้อมสุนทรียภาพทางวัฒนธรรมยามกลางวัน ยามฤดูร้อน ทิวเขาสลับซับซ้อนอันเขียวขจีของภูเขาหนิวโส่วซานจะกลายเป็นดินแดนแห่งความร่มรื่น ที่ช่วยปลีกวิเวกออกจากความวุ่นวายของโลกภายนอก สายลมแห่งขุนเขาที่พัดผ่านแมกไม้ได้หอบนำเอากลิ่นหอมหวานจากสระบัว กลิ่นอายธรรมชาติของพฤกษานานาพันธุ์ และกลิ่นไม้จันทน์หอมอ่อน ๆ ที่ลอยมาจากอารามโบราณ มาช่วยประโลมและผ่อนคลายความว้าวุ่นในจิตใจของผู้มาเยือนได้อย่างนุ่มนวล นักท่องเที่ยวสามารถเลือกนั่งพักผ่อนริมลำธารอันสงบเงียบเพื่อปรับจิตใจให้ผ่อนคลาย หรือร่วมทำสมาธิท่ามกลางแสงแดดรำไรที่ลอดผ่านร่มไม้ นอกจากนี้ ยังสามารถร่วมพิธีบำบัดด้วยขันครวญกลางผืนป่า และกิจกรรมบำบัดด้วยคลื่นเสียงยามค่ำคืนใต้แสงดาว โดยมีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านการทำสมาธิคอยดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อนำพาผู้ร่วมกิจกรรมออกเดินทางสู่การฟื้นฟูร่างกายและจิตใจอย่างอ่อนโยนท่ามกลางอ้อมกอดของธรรมชาติ ปีนี้มีการเปิดอาคารจัดแสดงนิทรรศการทางวัฒนธรรมให้กับสาธารณชนอย่างเป็นทางการ 2 แห่งใหม่ด้วยกัน ได้แก่ พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ ที่ถ่ายทอดเรื่องราวอันทรงคุณค่าตลอดพันปีไว้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นประวัติความเป็นมาของนิกายฉานหนิวโถ่ว มหากาพย์การเดินทางท่องโลกทางทะเลของแม่ทัพเจิ้งเหอ และชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่ของแม่ทัพเย่ว์เฟย ณ ภูเขาหนิวโถ่ว ขณะที่พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมพุทธศาสนาแห่งหนานจิง นำเสนอนิทรรศการพิเศษที่จัดแสดงมรดกทางวัฒนธรรมเซนอันสืบทอดในเมืองหนานจิงยาวนานกว่า 1,800 ปี นอกจากนี้ ยังมีการนำเทคโนโลยีแสงและเงาดิจิทัลมาเติมชีวิตชีวาให้กับงานหัตถกรรมอันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ช่วยเนรมิตภูมิปัญญาโบราณที่เคยซ่อนตัวในประวัติศาสตร์ให้กลับมามีชีวิตและสัมผัสได้อย่างสมจริง ขณะเดียวกัน งานสัปดาห์วัฒนธรรมเส้นทางสายไหมทางทะเล ซึ่งจัดขึ้นในเดือนกรกฎาคม ได้รวบรวมเหล่านักวิชาการด้านวัฒนธรรมทั้งในและต่างประเทศ มาร่วมเจาะลึกประวัติศาสตร์การหลอมรวมทางวัฒนธรรมบนเส้นทางสายการค้าทางทะเลโบราณ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/travel/3744248">ภูเขาหนิวโส่วซาน เมืองหนานจิง ชวนสัมผัสมนตร์เสน่ห์ตามแบบฉบับวิถีเซนอันสง่างาม พร้อมพาทุกคนหลบร้อนเยียวยาจิตใจ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[การประชุมปัญญาประดิษฐ์โลก ประจำปี 2569 ผนึกกำลังข้ามพรมแดน ร่วมพัฒนานวัตกรรม AI เพื่ออนาคต]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3743156</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 22 Jul 2026 15:15:25 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3743156</guid>

					<description><![CDATA[<p>คณะกรรมการผู้จัดการประชุมปัญญาประดิษฐ์โลก การประชุมปัญญาประดิษฐ์โลก (World Artificial Intelligence Conference หรือ WAIC) ประจำปี 2569 ได้เปิดฉากขึ้น ณ นครเซี่ยงไฮ้ เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคมที่ผ่านมา ควบคู่ไปกับการประชุมระดับสูงว่าด้วยธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์โลก การจัดงานในปีนี้มาในแนวคิด “AI Partnership for a Brighter Future” (ผนึกกำลังยกระดับ AI เพื่ออนาคตที่ดีกว่า) โดยได้รับความสนใจจากนานาประเทศและหลากหลายภูมิภาคเข้าร่วมงานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การประชุมครั้งนี้ครอบคลุมมิติความร่วมมือข้ามพรมแดนและการนำเทคโนโลยี AI ไปใช้ในภาคอุตสาหกรรม (AI+) อย่างครบวงจร พร้อมทั้งร่วมกันผลักดันแนวคิดในการพัฒนา AI ที่เน้นมนุษย์เป็นศูนย์กลาง เพื่อเป็นประโยชน์ให้กับทุกคน บรรยากาศในวันเปิดงานเป็นไปอย่างคึกคัก ด้วยพื้นที่จัดแสดงนวัตกรรมเทคโนโลยีขนาดใหญ่เป็นประวัติการณ์ถึง 100,000 ตารางเมตร พร้อมการเปิดตัวนวัตกรรมใหม่ครั้งแรกของโลกมากกว่า 300 รายการ โดยเทรนด์สำคัญที่น่าจับตามองคือการเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยี AI จากโลกดิจิทัลสู่โลกกายภาพ ไม่ว่าจะเป็นหุ่นยนต์ทำงานร่วมกับมนุษย์ (Collaborative Robot) ที่เข้ามาปฏิบัติงานในชีวิตจริง ระบบเอเจนต์อัจฉริยะ (AI Agent) ที่ยกระดับจากการตอบคำถามธรรมดาไปสู่การลงมือปฏิบัติงานที่ซับซ้อน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3743156">การประชุมปัญญาประดิษฐ์โลก ประจำปี 2569 ผนึกกำลังข้ามพรมแดน ร่วมพัฒนานวัตกรรม AI เพื่ออนาคต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สื่อใหญ่กว่า 20 แห่งทั่วโลก ตบเท้าเยือนฮาร์บิน ร่วมสัมผัสชีพจรนวัตกรรมและความมีชีวิตชีวา]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3743067</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 22 Jul 2026 09:25:15 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3743067</guid>

					<description><![CDATA[<p>ศูนย์ข่าวสารและสารสนเทศซินหัว โครงการ “Discover China in the New Era” (เปิดม่านเมืองจีนยุคใหม่) โดยศูนย์ข่าวสารและสารสนเทศซินหัว ได้จัดกิจกรรมนำสื่อใหญ่ทั่วโลกเยือนเมืองฮาร์บิน ประจำปี 2569 ในธีม “Step into the Summer Capital of Ice City, Feel the Pulse of Innovation” (ท่องเมืองหลวงฤดูร้อนแห่งนครน้ำแข็ง สัมผัสชีพจรนวัตกรรม) ระหว่างวันที่ 20-23 กรกฎาคม ในโอกาสนี้ ตัวแทนสื่อมวลชนและอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังจาก 22 ประเทศทั่วโลก อาทิ สหรัฐอเมริกา แคนาดา เกาหลีใต้ ตุรกี อาร์เจนตินา บราซิล และโคลอมเบีย ได้เดินทางมายังเมืองฮาร์บิน เพื่อสัมผัสความก้าวหน้าในด้านนวัตกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เสน่ห์อันโดดเด่นในช่วงฤดูร้อน ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า ตลอดจนบรรยากาศแห่งความเปิดกว้างและพร้อมโอบรับความหลากหลาย ฮาร์บินเป็นเมืองเอกที่อยู่เหนือสุดของจีน รุ่มรวยด้วยประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอันเลื่องชื่อในระดับประเทศ ทั้งยังเป็นถิ่นกำเนิดของแชมเปียนโอลิมปิก เมืองแห่งดนตรีที่ได้รับการรับรองจากยูเนสโก เมืองพื้นที่ชุ่มน้ำโลก และแหล่งท่องเที่ยวหิมะและน้ำแข็งระดับเวิลด์คลาส [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3743067">สื่อใหญ่กว่า 20 แห่งทั่วโลก ตบเท้าเยือนฮาร์บิน ร่วมสัมผัสชีพจรนวัตกรรมและความมีชีวิตชีวา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[การประชุมเศรษฐกิจดิจิทัลโลก ประจำปี 2569 เปิดฟอรัมพิเศษ มุ่งพัฒนา &#8220;เขตใหม่สยงอัน&#8221; สู่เมืองดิจิทัลอัจฉริยะแห่งอนาคต]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3740796</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 15 Jul 2026 08:35:17 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3740796</guid>

					<description><![CDATA[<p>การประชุมเศรษฐกิจดิจิทัลโลก ประจำปี 2569 ฟอรัมดิจิทัลอัจฉริยะแห่งอนาคตสยงอัน เมื่อเร็ว ๆ นี้ การประชุมเศรษฐกิจดิจิทัลโลก ประจำปี 2569 (2026 Global Digital Economy Conference) ฟอรัมดิจิทัลอัจฉริยะแห่งอนาคตสยงอัน (Xiongan Future Digital Intelligence Forum) ได้จัดขึ้น ณ เขตใหม่สยงอัน (Xiong&#8217;an New Area) โดยนับเป็นครั้งแรกที่มีการจัดฟอรัมพิเศษของการประชุมเศรษฐกิจดิจิทัลโลกในสยงอัน ฟอรัมดังกล่าวจัดขึ้นเป็นเวลาสองวัน โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 600 คน ประกอบด้วยนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตัวแทนจากหน่วยงานภาครัฐ สถาบันวิจัย มหาวิทยาลัย บริษัทชั้นนำ และองค์กรทางสังคม ภายในฟอรัมดังกล่าว เขตใหม่สยงอันได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกของกลุ่มพันธมิตรเมืองเศรษฐกิจดิจิทัลโลก (Global Digital Economy Cities Alliance) อย่างเป็นทางการ พร้อมก้าวเข้าสู่เครือข่ายความร่วมมือเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลระดับโลก การเข้าร่วมครั้งนี้ช่วยเปิดโอกาสให้เขตใหม่สยงอันมีเวทีแลกเปลี่ยนในระดับนานาชาติสำหรับการมีส่วนร่วมด้านธรรมาภิบาลดิจิทัลระดับโลก การขยายช่องทางความร่วมมือด้านดิจิทัลระหว่างประเทศ และการยกระดับอิทธิพลในเวทีโลกของ &#8220;เมืองแห่งอนาคต&#8221; แห่งนี้ ในฟอรัมนี้ มีการเปิดตัวโครงการความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระดับภูมิภาคสองโครงการสำคัญอย่างเป็นทางการ โดยโครงการแรกคือ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3740796">การประชุมเศรษฐกิจดิจิทัลโลก ประจำปี 2569 เปิดฟอรัมพิเศษ มุ่งพัฒนา &#8220;เขตใหม่สยงอัน&#8221; สู่เมืองดิจิทัลอัจฉริยะแห่งอนาคต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[งาน CIIE เปิดโอกาสทองสินค้าเกษตรไทยสู่ตลาดจีน ชู &#8220;ทุเรียน&#8221; สื่อกลางเชื่อมสัมพันธ์]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3739210</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 10 Jul 2026 09:16:21 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3739210</guid>

					<description><![CDATA[<p>งานมหกรรมสินค้านำเข้านานาชาติจีน ทุเรียนไทยสีทองเนื้อแน่นซึ่งออกเดินทางจากสวนผลไม้ในประเทศไทยสู่โต๊ะอาหารของครอบครัวชาวจีน ไม่ได้เป็นเพียงผลไม้รสหวานละมุนลิ้นที่สร้างความประทับใจให้แก่ผู้ลิ้มลองเท่านั้น หากยังเป็นสัญลักษณ์ที่สะท้อนถึงความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างจีนและไทยได้อย่างเด่นชัด ตลอดระยะเวลา 13 ปีที่ผ่านมา จีนครองสถานะคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของไทย ขณะที่ไทยเองก็เป็นคู่ค้าสำคัญของจีนในภูมิภาคอาเซียน โดยผลไม้เมืองร้อน สินค้าประมง และสินค้าเกษตรหลากหลายชนิดของไทยได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางในตลาดจีน โดยเฉพาะทุเรียน ซึ่งได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของความร่วมมือด้านการค้าสินค้าเกษตรระหว่างสองประเทศ ทั้งนี้ นับตั้งแต่งานมหกรรมสินค้านำเข้านานาชาติจีน (China International Import Expo: CIIE) จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในปี 2561 ในฐานะเวทีระดับชาติที่เปิดกว้างทางการค้า สินค้าเกษตรคุณภาพสูงของไทยก็หลั่งไหลเข้าสู่ตลาดจีนอย่างต่อเนื่อง โดยผลไม้ไทยที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น เช่น ทุเรียนและมังคุด เข้าถึงผู้บริโภคชาวจีนมากกว่า 1.4 พันล้านคน ขณะเดียวกัน งาน CIIE ยังผลักดันให้การค้าสินค้าเกษตรระหว่างจีนและไทยเติบโตอย่างก้าวกระโดดตลอด 8 ปีที่ผ่านมา ซึ่งตัวเลขการค้าสะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จดังกล่าวอย่างชัดเจน โดยจีนนำเข้าสินค้าเกษตรจากไทยพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งจาก 5,561 ล้านดอลลาร์ในปี 2561 สู่ระดับ 10,821 ล้านดอลลาร์ในปี 2568 ขณะที่การส่งออกทุเรียนไทยสู่ตลาดจีนเติบโตอย่างต่อเนื่องทุกปี และยังคงครองตำแหน่งผลไม้ส่งออกสำคัญของไทยสู่ตลาดจีน งาน CIIE สร้างประโยชน์สำคัญให้แก่สินค้าเกษตรไทยใน 3 ด้าน ได้แก่ การเปิดช่องทางการเข้าถึงตลาดที่สะดวกยิ่งขึ้น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3739210">งาน CIIE เปิดโอกาสทองสินค้าเกษตรไทยสู่ตลาดจีน ชู &#8220;ทุเรียน&#8221; สื่อกลางเชื่อมสัมพันธ์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[จากท่าเรือพันปีสู่เวทีการค้าโลก หนิงโปพลิกโฉมเส้นทางสายไหมทางทะเลด้วยการผลิตอัจฉริยะ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3738192</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 07 Jul 2026 12:41:23 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3738192</guid>

					<description><![CDATA[<p>ศูนย์สื่อสารระหว่างประเทศหนิงโป เมืองหนิงโป ประเทศจีน และกรุงโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา ได้ร่วมจัดงานแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมภายใต้ชื่อ Encounter &#38; Insight: Dialogue Between Ningbo, China and Colombo, Sri Lanka ณ กรุงโคลัมโบ เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคมที่ผ่านมา แม้จะอยู่ห่างไกลกันหลายพันไมล์ แต่เมืองท่าเก่าแก่อายุนับพันปีทั้งสองแห่งได้กลับมาเชื่อมต่อกันอีกครั้ง โดยมีท่าเรือเป็นสายใยเชื่อมสัมพันธ์ และใช้การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมเป็นพลังขับเคลื่อน เพื่อหารือเชิงลึกเกี่ยวกับการพัฒนาเมืองท่าแบบบูรณาการ ตลอดจนความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจและการค้าทวิภาคี การพูดคุยหารือข้ามมหาสมุทรอินเดียในครั้งนี้ ไม่เพียงสะท้อนให้เห็นถึงภาพจำของเส้นทางสายไหมทางทะเลในอดีต แต่ยังเป็นการวางรากฐานการพัฒนาสู่สากลในรูปแบบใหม่ ในฐานะท่าเรือต้นทางสำคัญของเส้นทางสายไหมทางทะเล ปัจจุบันหนิงโปกำลังสร้างภูมิทัศน์การค้าโลกยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยการผลิตอัจฉริยะ เมื่อพันปีก่อน เรือสินค้าจากท่าเรือหมิงโจว (Mingzhou Port) บรรทุกเครื่องเคลือบดินเผาศิลาดล (Celadon Porcelain) จากเตาเผาเยว่ (Yue Kiln) เดินทางมุ่งหน้าลงใต้ผ่านซีลอน (ชื่อเดิมของศรีลังกา) เพื่อนำงานหัตถศิลป์แห่งบูรพาทิศข้ามน้ำข้ามทะเลไปยังชายฝั่งมหาสมุทรอินเดีย ในทางกลับกัน อัญมณีล้ำค่าและเครื่องเทศก็ถูกส่งกลับมายังดินแดนทางใต้ของแม่น้ำแยงซีตามเส้นทางเดียวกัน นับเป็นการวางรากฐานการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมยุคแรกเริ่มผ่านการค้าขาย ทว่าในปัจจุบัน สินค้าที่บรรทุกบนเรือขนส่งลำมหึมาได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง นอกจากสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไปแล้ว อุปกรณ์อัจฉริยะ เครื่องใช้ไฟฟ้าดิจิทัล และหุ่นยนต์อุตสาหกรรม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3738192">จากท่าเรือพันปีสู่เวทีการค้าโลก หนิงโปพลิกโฉมเส้นทางสายไหมทางทะเลด้วยการผลิตอัจฉริยะ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เปิดฉากนิทรรศการสมบัติชาติสุดยิ่งใหญ่ ชูเทคโนโลยีดิจิทัลเปิดประสบการณ์ชมโบราณวัตถุในมิติใหม่]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3738161</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 07 Jul 2026 10:16:41 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3738161</guid>

					<description><![CDATA[<p>งานประชุมวัฒนธรรมราชวงศ์หมิง ประจำปี 2569 เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคมที่ผ่านมา นิทรรศการสำคัญในธีม “World Heritage Splendor, Cultural Renaissance &#8211;&#160;Ming Dynasty Cultural Relics” (วิจิตรตระการตามรดกโลก พลิกฟื้นวัฒนธรรมรุ่งเรือง &#8211; โบราณวัตถุแห่งราชวงศ์หมิง) ได้เปิดประตูต้อนรับสาธารณชนให้เข้าชมอย่างเป็นทางการแล้ว นิทรรศการนี้จัดขึ้นเพื่อเป็นไฮไลต์ส่วนหนึ่งของงานประชุมวัฒนธรรมราชวงศ์หมิง (Ming Dynasty Culture Forum) ประจำปี 2569 ณ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวสุสานหลวงราชวงศ์หมิง และอาคารจัดแสดงนิทรรศการ หมายเลข 1 บริเวณโบราณสถานสุสานติ้งหลิง โดยมีกำหนดจัดแสดงเป็นเวลาหนึ่งเดือนเต็ม ถือเป็นหนึ่งในความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ปูทางสู่การยกระดับคุณค่าทางวัฒนธรรมในงานประชุมครั้งนี้ นิทรรศการในครั้งนี้เป็นการผนึกกำลังข้ามภูมิภาคของ 6 สถาบันทางวัฒนธรรมและพิพิธภัณฑ์ชั้นนำ ได้แก่ พิพิธภัณฑ์พระราชวัง พิพิธภัณฑ์นครปักกิ่ง สุสานบรรพชนราชวงศ์หมิง สุสานหลวงราชวงศ์หมิง สุสานหมิงเสี้ยวหลิง และสุสานเสี่ยนหลิง โดยร่วมมือกับคลังโบราณวัตถุจากสุสานติ้งหลิง เพื่อขนทัพโบราณวัตถุชิ้นเอกแห่งราชวงศ์หมิงมาจัดแสดงรวมกันกว่า 70 ชุด สำหรับไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดอยู่ที่โซน “Five Crowns United” (เบญจมงกุฎ) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3738161">เปิดฉากนิทรรศการสมบัติชาติสุดยิ่งใหญ่ ชูเทคโนโลยีดิจิทัลเปิดประสบการณ์ชมโบราณวัตถุในมิติใหม่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[งานประชุมวัฒนธรรมราชวงศ์หมิง ประจำปี 2569 เปิดฉากยิ่งใหญ่ ณ สุสานหลวงราชวงศ์หมิง ชูแนวคิด “วิจิตรตระการตามรดกโลก พลิกฟื้นวัฒนธรรมรุ่งเรือง”]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3738154</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 07 Jul 2026 10:04:21 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3738154</guid>

					<description><![CDATA[<p>งานประชุมวัฒนธรรมราชวงศ์หมิง ประจำปี 2569 เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคมที่ผ่านมา งานประชุมวัฒนธรรมราชวงศ์หมิง (Ming Dynasty Culture Forum) ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด “World Heritage Splendor, Cultural Renaissance” (วิจิตรตระการตามรดกโลก พลิกฟื้นวัฒนธรรมรุ่งเรือง) ได้เปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการ ณ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว แหล่งท่องเที่ยวสุสานหลวงราชวงศ์หมิงในเขตฉางผิง งานนี้เป็นการรวมตัวครั้งสำคัญของบุคคลระดับแถวหน้า ทั้งนักประวัติศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านมรดกทางวัฒนธรรม บุคลากรในแวดวงการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรม ตลอดจนผู้ที่หลงใหลในวัฒนธรรมราชวงศ์หมิงจากทั่วประเทศ งานประชุมนี้มีขึ้นเพื่อร่วมสำรวจคุณค่าร่วมสมัยของวัฒนธรรมราชวงศ์หมิง ผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย อาทิ การสัมมนาทางวิชาการ นิทรรศการพิเศษ การเสวนาคู่ขนาน และการจัดแสดงด้วยนวัตกรรมดิจิทัล ทั้งยังอาศัยความได้เปรียบอันเป็นเอกลักษณ์ของเขตฉางผิง ซึ่งตั้งอยู่บนจุดตัดของเส้นทางสายวัฒนธรรมหลักทั้ง 3 สาย มาร่วมนำเสนอแนวทางใหม่ในการอนุรักษ์และต่อยอดวัฒนธรรมดั้งเดิมอันล้ำค่าของจีนให้เกิดนวัตกรรมที่สร้างสรรค์ต่อไป งานประชุมระยะเวลา 2 วันนี้ แบ่งออกเป็น 4 ไฮไลต์สำคัญ ได้แก่ พิธีเปิดงาน, การเสวนาคู่ขนาน 4 หัวข้อ, การประชุมสัมมนาทางวิชาการในวาระครบรอบ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3738154">งานประชุมวัฒนธรรมราชวงศ์หมิง ประจำปี 2569 เปิดฉากยิ่งใหญ่ ณ สุสานหลวงราชวงศ์หมิง ชูแนวคิด “วิจิตรตระการตามรดกโลก พลิกฟื้นวัฒนธรรมรุ่งเรือง”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[การประชุมว่าด้วยการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมณฑลเฮยหลงเจียง ครั้งที่ 8 เตรียมเปิดฉาก 8-9 กรกฎาคมนี้]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/travel/3736730</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 02 Jul 2026 12:12:29 +0700</pubDate>
				<category>travel</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3736730</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวมณฑลเฮยหลงเจียง การประชุมว่าด้วยการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมณฑลเฮยหลงเจียง ครั้งที่ 8 มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-9 กรกฎาคม ณ เมืองจีซี เมืองท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่มีชื่อเสียง ภายใต้แนวคิด &#8220;การบูรณาการ นวัตกรรม และโอกาส&#8221; โดยยึดหลักความเรียบง่าย ความปลอดภัย และความเป็นเลิศ การประชุมครั้งนี้มุ่งสร้างเวทีสำคัญสำหรับการแลกเปลี่ยนและความร่วมมือด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว การประยุกต์ใช้นวัตกรรม และการยกระดับการบริโภคด้านการท่องเที่ยว พร้อมนำเสนอเสน่ห์ของมณฑลเฮยหลงเจียงในทุกมิติ ทั้งความงดงามของธรรมชาติ ขีดความสามารถทางอุตสาหกรรม อาหารท้องถิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ และการต้อนรับอันอบอุ่น เพื่อกระตุ้นและปลดล็อกศักยภาพการบริโภคด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวให้เติบโตยิ่งขึ้น ในระหว่างการประชุม เมืองจีซีจะเปิดตัวเส้นทางท่องเที่ยวคุณภาพภายใต้สามธีมหลัก ได้แก่ &#8220;Ignite the Games, Rock the Lakes&#8221; (การท่องเที่ยวเชิงกีฬาและสัมผัสเสน่ห์ของทะเลสาบ) &#8220;Drive the Border, Embrace Wellness&#8221; (การท่องเที่ยวเส้นทางชายแดนควบคู่กับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ) และ &#8220;Explore the Countryside, Learn Through Play&#8221; (การท่องเที่ยวชนบทเชิงเรียนรู้และกิจกรรมสำหรับครอบครัว) พร้อมกันนี้ ยังมีการมอบสิทธิประโยชน์สำหรับนักท่องเที่ยวอย่างครอบคลุม ทั้งส่วนลดร้านอาหาร การรับประกันที่พัก การเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวฟรี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/travel/3736730">การประชุมว่าด้วยการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมณฑลเฮยหลงเจียง ครั้งที่ 8 เตรียมเปิดฉาก 8-9 กรกฎาคมนี้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[การประชุมเศรษฐกิจดิจิทัลโลก ประจำปี 2569 พร้อมนำเสนอ &#8220;มหกรรมดิจิทัล&#8221; ระดับโลก ชูเทคโนโลยี AI และการกำกับดูแลดิจิทัล]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3735847</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 30 Jun 2026 12:50:26 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3735847</guid>

					<description><![CDATA[<p>การประชุมเศรษฐกิจดิจิทัลโลก ประจำปี 2569 เมื่อวันที่ 25 มิถุนายนที่ผ่านมา ได้มีการแถลงข่าวว่า การประชุมเศรษฐกิจดิจิทัลโลก ประจำปี 2569 (Global Digital Economy Conference 2026 หรือ GDEC 2026) จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2-5 กรกฎาคม ภายใต้แนวคิด &#8220;การสร้างเมืองที่เป็นมิตรกับดิจิทัล ความฉลาดทางดิจิทัลไร้พรมแดน&#8221; โดยมุ่งเน้นประเด็นหลักในภาคส่วนสำคัญ เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) การกำกับดูแลดิจิทัล และการใช้ประโยชน์จากข้อมูล การประชุมครั้งนี้จะมีผู้แทนระดับสูงเกือบ 40 คณะ และแขกผู้มีเกียรติกว่า 1,000 คนจากทั่วโลกเข้าร่วม เพื่อส่งเสริมการแบ่งปันความสำเร็จด้านนวัตกรรมดิจิทัล และเสริมสร้างความเชื่อมั่นร่วมกันด้านการกำกับดูแลดิจิทัล พร้อมทั้งนำเสนอมหกรรมดิจิทัลรูปแบบใหม่แก่ผู้เข้าร่วมจากทั่วโลก การประชุมในปีนี้ได้รับการยกระดับสู่กรอบการดำเนินงานแบบ &#8220;1+1+N&#8221; ซึ่งประกอบด้วยพิธีเปิด 1 งาน การประชุมหลัก 1 เวที นั่นคือ การเสวนาระดับโลกว่าด้วยการสร้างเมืองที่เป็นมิตรกับดิจิทัล (Global Dialogue on Building Digital-Friendly Cities) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3735847">การประชุมเศรษฐกิจดิจิทัลโลก ประจำปี 2569 พร้อมนำเสนอ &#8220;มหกรรมดิจิทัล&#8221; ระดับโลก ชูเทคโนโลยี AI และการกำกับดูแลดิจิทัล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
	</channel>
</rss>
