<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
>
<channel>
	<title>ThaiPR.NET</title>
	<atom:link href="https://www.thaipr.net/tag/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thaipr.net/tag/กระทรวงการคลัง</link>
	<description>Press Release Distribution Center of Thailand</description>
	<lastBuildDate>Fri, 24 Apr 2026 17:45:02 +0700</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.1</generator>
	<item>
		<title><![CDATA[คลัง ร่วมกับ 4 สถาบันการเงินรัฐ จัดงาน มหกรรมร่วมใจแก้หนี้ ครั้งที่ 5 สัญจรภาคใต้ จ.สงขลา ระหว่างวันที่ 27-29 มกราคม 2566]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/exhibition/3294113</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 24 Jan 2023 10:10:44 +0700</pubDate>
				<category>exhibition</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/exhibition/3294113</guid>

					<description><![CDATA[<p>กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทยและสมาคมสถาบันการเงินของรัฐ ขนทัพสถาบันการเงินของรัฐลงพื้นที่ภาคใต้ เร่งคลายปัญหาภาระหนี้ จัดงาน “มหกรรมร่วมใจแก้หนี้มีหนี้ต้องแก้ไข เริ่มต้นใหม่อย่างยั่งยืน” ครั้งที่ 5 ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ระหว่างวันที่ 27-29 มกราคม 2566 ภายในงานมีให้บริการคำปรึกษาทางการเงินผ่านมาตรการดูแลแก้ไขปัญหาหนี้สินประชาชนแบบครบวงจร ควบคู่กับการเติมความรู้ เติมทุน ในการสร้างอาชีพสร้างรายได้อย่างยั่งยืนพร้อมแคมเปญโปรโมชันพิเศษกับผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินมากมาย สำหรับงานมหกรรมร่วมใจแก้หนี้ สัญจรครั้งที่ 5 ณ จังหวัดสงขลา ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank) ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ได้รับมอบหมายในการเป็นเจ้าภาพหลักในการจัดงาน โดยนำสถาบันการเงินของรัฐทุกแห่ง อาทิ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารกรุงไทย รวมถึงส่วนงานต่างๆ หลายภาคส่วนจะมีมาตรการแก้ไขปัญหาหนี้ เพื่อเข้าไปช่วยเหลือลูกหนี้ของสถาบันการเงินภายใต้เงื่อนไขแต่ละแห่ง ไม่ว่าจะเป็นการลดภาระการผ่อนชำระ การลดอัตราดอกเบี้ย การลดอัตรากำไรสำหรับลูกหนี้ไอแบงก์ การขยายเวลาการชำระหนี้ ยกเว้นดอกเบี้ยค้างชำระ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/exhibition/3294113">คลัง ร่วมกับ 4 สถาบันการเงินรัฐ จัดงาน มหกรรมร่วมใจแก้หนี้ ครั้งที่ 5 สัญจรภาคใต้ จ.สงขลา ระหว่างวันที่ 27-29 มกราคม 2566</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ภาวะเศรษฐกิจการคลังภูมิภาคประจำเดือนเมษายน 2565]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3196228</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 31 May 2022 09:36:20 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/finance/3196228</guid>

					<description><![CDATA[<p>“เศรษฐกิจภูมิภาคในเดือนเมษายน 2565 ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการท่องเที่ยวที่ปรับตัวดีขึ้นในทุกภูมิภาค อีกทั้งการบริโภคภาคเอกชนปรับตัวดีขึ้นในภาคใต้ และภาคตะวันออก อย่างไรก็ดี ความเชื่อมั่นของผู้บริโภค และภาคอุตสาหกรรมปรับตัวลดลง เนื่องจากความกังวลต่อค่าครองชีพ และต้นทุนการผลิตที่ปรับตัวสูงขึ้น” นายวุฒิพงศ์ จิตตั้งสกุล ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง และนายพิสิทธิ์ พัวพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายเศรษฐกิจมหภาค เปิดเผยภาวะเศรษฐกิจภูมิภาคประจำเดือนเมษายน 2565 ว่า “เศรษฐกิจภูมิภาคในเดือนเมษายน 2565 ได้รับปัจจัยปัจจัยสนับสนุนจากการท่องเที่ยวที่ปรับตัวดีขึ้นในทุกภูมิภาค อีกทั้งการบริโภคภาคเอกชนปรับตัวดีขึ้นในภาคใต้ และภาคตะวันออก อย่างไรก็ดี ความเชื่อมั่นของผู้บริโภค และภาคอุตสาหกรรมปรับตัวลดลง เนื่องจากความกังวลต่อค่าครองชีพ และต้นทุนการผลิตที่ปรับตัวสูงขึ้น” โดยมีรายละเอียดดังนี้ เศรษฐกิจภาคใต้ในเดือนเมษายน 2565 ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากภาคการท่องเที่ยว การบริโภคภาคเอกชน และการลงทุนภาคเอกชน ขณะที่ความเชื่อมั่นของผู้บริโภค และภาคอุตสาหกรรมปรับตัวลดลง ด้านอุปสงค์ พบว่าเครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการบริโภคภาคเอกชน สะท้อนจากการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ ราคาคงที่ ขยายตัวร้อยละ 9.9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เช่นเดียวกับจำนวนรถยนต์นั่งจดทะเบียนใหม่ และจำนวนรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ขยายตัวร้อยละ 19.0 และ 5.6 ต่อปี ตามลำดับ สอดคล้องกับรายได้เกษตรกรขยายตัวร้อยละ 30.2 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3196228">ภาวะเศรษฐกิจการคลังภูมิภาคประจำเดือนเมษายน 2565</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[รัฐวิสาหกิจโชว์ผลงานเบิกจ่ายงบลงทุนปี 2564 สูงกว่า 3 แสนล้านบาท ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจหลังการแพร่ระบาดของ COVID &#8211; 19 ในปีที่ผ่านมา]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3151272</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 01 Feb 2022 15:25:42 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/finance/3151272</guid>

					<description><![CDATA[<p>นางปานทิพย์ ศรีพิมล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า ในปี 2564 รัฐวิสาหกิจมีผลการเบิกจ่ายงบลงทุนสะสมจำนวน 307,185 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 88 ของกรอบการลงทุนทั้งปี โดย สคร. ได้ติดตามการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจอย่างใกล้ชิด รวมถึงเร่งรัดการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจ เพื่อให้เกิดการลงทุนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจภายหลังการแพร่ระบาดของ COVID-19 ในปีที่ผ่านมา นางสาวปิยวรรณ ล่ามกิจจา ที่ปรึกษาด้านพัฒนารัฐวิสาหกิจ กล่าวเพิ่มเติมในรายละเอียดว่า การเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจปี 2564 ของรัฐวิสาหกิจปีปฏิทิน จำนวน 9 แห่ง ได้สิ้นสุดการดำเนินการแล้ว โดยมีผลการเบิกจ่ายสะสมตั้งแต่เดือนมกราคม &#8211; ธันวาคม 2564 จำนวน 161,724 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 92 ของกรอบการลงทุนทั้งปี ส่งผลให้ภาพรวมการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจจำนวน 43 แห่ง ในปี 2564 สูงถึง 307,185 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2563 กว่า 53,363 ล้านบาท ผลการเบิกจ่ายของรัฐวิสาหกิจ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3151272">รัฐวิสาหกิจโชว์ผลงานเบิกจ่ายงบลงทุนปี 2564 สูงกว่า 3 แสนล้านบาท ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจหลังการแพร่ระบาดของ COVID &#8211; 19 ในปีที่ผ่านมา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กระทรวงการคลังยังอยู่ระหว่างการพิจารณาการดำเนิน “โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4”]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3144563</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 14 Jan 2022 17:28:12 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/finance/3144563</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ตามที่ได้มีกระแสข่าวว่า จะมีการเปิดรับลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 ในวันที่ 16 มกราคม 2565 โดยให้ประชาชนกลุ่มเก่าที่เคยได้รับสิทธิกดยืนยันสิทธิ และให้ประชาชนกลุ่มใหม่จำนวน 5 ล้านคนลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการนั้นไม่เป็นความจริง ขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ โฆษกกระทรวงการคลัง ขอชี้แจงว่า ขณะนี้กระทรวงการคลังยังอยู่ระหว่างการพิจารณารายละเอียดการดำเนินโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 อาทิ จำนวนสิทธิที่จะเข้าร่วมโครงการ วันแรกที่จะเปิดรับลงทะเบียนซึ่งเบื้องต้นคาดว่าจะสามารถเปิดรับลงทะเบียนได้ในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2565 และสำหรับวันเริ่มใช้สิทธิโครงการคาดว่าจะอยู่ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2565 เป็นต้น ดังนั้น ขอให้ทุกท่านติดตามข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับรายละเอียดโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 ผ่านช่องทางการประชาสัมพันธ์ต่างๆ ของกระทรวงการคลังต่อไป</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3144563">กระทรวงการคลังยังอยู่ระหว่างการพิจารณาการดำเนิน “โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สร้างขุมทรัพย์ลงทุนตั้งแต่ต้นปี กับพันธบัตรออมทรัพย์พิเศษ “รุ่นส่งความสุข” เริ่มจำหน่าย 17 มกราคม 2565 นี้]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3139897</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 29 Dec 2021 13:04:52 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/finance/3139897</guid>

					<description><![CDATA[<p>นางแพตริเซีย มงคลวนิช ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า ต้นปี 2565 นี้ สบน. จะมีการจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์พิเศษ “รุ่นส่งความสุข” เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งกระทรวงการคลังจะนำเงินที่ได้ ไปใช้เพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม และบรรเทาผลกระทบจากการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ภายใต้โครงการมาตรการต่างๆ เช่น การจัดหาวัคซีน เยียวยาผู้ประกันตน โดยจะจำหน่ายวงเงิน 30,000 ล้านบาท ให้กับประชาชนเท่านั้น ผ่านช่องทาง Counter Internet Banking และ Mobile Banking ของธนาคารตัวแทนจำหน่าย 4 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารไทยพาณิชย์ การจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์พิเศษ รุ่นส่งความสุข เริ่มจำหน่ายวันที่ 17-31 มกราคม 2565 เวลา 8.30 น. รุ่นอายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ยแบบขั้นบันไดเฉลี่ยร้อยละ 1.90 ต่อปี (ปีที่ 1 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3139897">สร้างขุมทรัพย์ลงทุนตั้งแต่ต้นปี กับพันธบัตรออมทรัพย์พิเศษ “รุ่นส่งความสุข” เริ่มจำหน่าย 17 มกราคม 2565 นี้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[นายกฯ และ รมว.กลาโหม มอบ รมช.คลัง เกาะติดสถานการณ์น้ำท่วมเพชรบูรณ์ เร่งหน่วยงานระดมช่วยเหลือ 11 ตำบล จัดถุงยังชีพถึงมือ ปชช.]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3098575</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 15 Sep 2021 10:06:55 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3098575</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายกฯ และ รมว.กลาโหม มอบ รมช.คลัง ลงพื้นที่ตรวจสถานการณ์น้ำท่วม อ.หล่มสัก จ.เพชรบรูณ์ หลังฝนตกต่อเนื่อง พร้อมนำสารและถุงยังชีพจากนายกฯ และ รมว.กลาโหม ส่งความห่วงใย มอบกำลังใจให้ประชาชน และเจ้าหน้าที่ปฎิบัติงาน ร่วมแก้ปัญหาน้ำเอ่อล้นท่วม กว่า 2,000 ครัวเรือน ใน 11 ตำบล อำเภอหล่มสัก และเขตเทศบาล กำชับหน่วยงานท้องถิ่นเข้าช่วยเหลือจัดทำแผนเร่งระบายน้ำ เพื่อให้สถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจผู้ประสบภัยในพื้นที่ ตำบลตาลเดี่ยว อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบรูณ์ พร้อมมอบเครื่องอุปโภคบริโภคและสิ่งของจำเป็น จำนวน 1,000 ชุด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน หลังจากเกิดภาวะน้ำท่วมขัง ในหลายพื้นที่ของอำเภอ จากปริมาณฝนที่ตกมาอย่างต่อเนื่องในช่วง 9 -11 กันยายน 2564 ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้บ้านเรือนได้รับผลกระทบจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นชุมชนที่อยู่ริมแม่น้ำป่าสัก เป็นผลทำให้ปริมาณน้ำเอ่อล้นในพื้นที่วงกว้าง การสัญจรของประชาชนเป็นไปอย่างยากลำบาก มีผลต่อการประกอบอาชีพ ซึ่งรัฐบาลจะเร่งดำเนินการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการวางแผนแก้ไขปัญหาเพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาดำเนินชีวิตได้ตามปกติ นายสันติ กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3098575">นายกฯ และ รมว.กลาโหม มอบ รมช.คลัง เกาะติดสถานการณ์น้ำท่วมเพชรบูรณ์ เร่งหน่วยงานระดมช่วยเหลือ 11 ตำบล จัดถุงยังชีพถึงมือ ปชช.</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[Fitch Ratings คงอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยที่ BBB+ และคงมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทยอยู่ในระดับมีเสถียรภาพ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3066905</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 21 Jun 2021 08:48:44 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/finance/3066905</guid>

					<description><![CDATA[<p>นางแพตริเซีย มงคลวนิช ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ เปิดเผยว่า บริษัท Fitch Ratings (Fitch) ได้คงอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทย (Sovereign Credit Rating) ที่ BBB+ และคงมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทย (Outlook) อยู่ในระดับมีเสถียรภาพ (Stable Outlook) โดยมีรายละเอียดดังนี้ 1) ภาคการคลังสาธารณะ (Public Finance) มีความแข็งแกร่งเป็นผลจากการบริหารจัดการทางการคลังอย่างรอบคอบและเป็นไปตามพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 เพื่อรักษาวินัยทางการคลัง แม้ว่าหนี้สาธารณะจะเพิ่มขึ้นจากการกู้เงินเพื่อสนับสนุนการดำเนินมาตรการทางการคลังเพื่อช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการ และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของ COVID-19 เช่น การจัดทำงบประมาณรายจ่ายขาดดุล การตราพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ. 2563 วงเงินไม่เกิน 1 ล้านล้านบาท และพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม จากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพิ่มเติม พ.ศ. 2564 วงเงินไม่เกิน 500,000 ล้านบาท แต่ Fitch เชื่อมั่นว่า รัฐบาลไทย สามารถบริหารจัดการความเสี่ยงหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้นได้เป็นอย่างดี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3066905">Fitch Ratings คงอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยที่ BBB+ และคงมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทยอยู่ในระดับมีเสถียรภาพ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[“รัฐวิสาหกิจยังคงเบิกจ่ายงบลงทุนได้ตามเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง  ดันการลงทุนภาครัฐกระตุ้นเศรษฐกิจ”]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3059228</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 28 May 2021 11:14:53 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/finance/3059228</guid>

					<description><![CDATA[<p>นางปานทิพย์ ศรีพิมล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า ณ สิ้นเดือนเมษายน 2564 รัฐวิสาหกิจ 43 แห่ง ที่ สคร. กำกับดูแลโดยตรงมีผลการเบิกจ่ายงบลงทุนสะสม เป็นไปตามแผน โดยสามารถเบิกจ่ายได้ 130,423 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 101 ของแผนการเบิกจ่ายสะสม ประกอบด้วยการเบิกจ่ายงบลงทุน 7 เดือนของรัฐวิสาหกิจระบบปีงบประมาณ (ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2563 &#8211; เดือนเมษายน 2564) 34 แห่ง จำนวน 95,168 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 100 ของแผนการเบิกจ่ายสะสม และการเบิกจ่ายงบลงทุน 4 เดือนของรัฐวิสาหกิจระบบปีปฏิทิน (เดือนมกราคม 2564 – เดือนเมษายน 2564 ) 9 แห่ง จำนวน 35,255 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 105 ของแผนเบิกจ่ายสะสม นางสาวปิยวรรณ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3059228">“รัฐวิสาหกิจยังคงเบิกจ่ายงบลงทุนได้ตามเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง  ดันการลงทุนภาครัฐกระตุ้นเศรษฐกิจ”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม จากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพิ่มเติม พ.ศ. 2564 มีผลบังคับใช้แล้ว]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3058270</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 25 May 2021 15:59:13 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3058270</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพิ่มเติม พ.ศ. 2564 (พ.ร.ก. กู้เงิน COVID-19 ฉบับที่ 2) ได้ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาและมีผลบังคับใช้วันนี้ (วันที่ 25 พฤษภาคม 2564) โดย พ.ร.ก. ดังกล่าวให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินบาทหรือเงินตราต่างประเทศ หรือออกตราสารหนี้ในนามรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกรอบวงเงินไม่เกิน 500,000 ล้านบาท โดยต้องลงนามในสัญญากู้เงิน หรือออกตราสารหนี้ภายในวันที่ 30 กันยายน 2565 การกู้เงิน¬ภายใต้ พ.ร.ก. กู้เงิน COVID-19 ฉบับที่ 2 นี้ จะต้องนำไปใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์ภายใต้แผนงานหรือโครงการตามบัญชีแนบท้ายพระราชกำหนด ซึ่งประกอบด้วย 3 แผนงาน ได้แก่ (1) แผนงานหรือโครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาการระบาดของ COVID-19 วงเงิน 30,000 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการแพทย์และสาธารณสุข(2) แผนงานหรือโครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือ เยียวยา หรือชดเชยให้แก่ประชาชน ในทุกสาขาอาชีพ ซึ่งได้รับผลกระทบจากการระบาดของ COVID-19 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3058270">พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม จากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพิ่มเติม พ.ศ. 2564 มีผลบังคับใช้แล้ว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กระทรวงการคลังมีแหล่งเงินและเครื่องมือการกู้เงินเพียงพอในการเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3052549</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 10 May 2021 14:10:35 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3052549</guid>

					<description><![CDATA[<p>ตามที่เวปไซต์มติชนออนไลน์ (https://www.matichon.co.th/politics/news_2712734) ได้เผยแพร่ประเด็นคำถามของนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับแหล่งเงินกู้เพิ่มเติมเพื่อใช้ในการเยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจ นั้น นางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล รองผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ ในฐานะโฆษกสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ ขอเรียนดังนี้ พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (พ.ร.ก. COVID-19) กำหนดให้กระทรวงการคลังโดยอนุมัติคณะรัฐมนตรีมีอำนาจกู้เงินบาทหรือเงินตราต่างประเทศ โดยจะต้องลงนามในสัญญากู้เงินหรือออกตราสารหนี้ไม่เกินวันที่ 30 กันยายน 2564 ในวงเงินไม่เกิน 1,000,000 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายด้านการแพทย์และสาธารณสุข การช่วยเหลือเยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม โดย ณ วันที่ 6 พฤษภาคม 2564 กระทรวงการคลังโดยสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะได้ดำเนินการจัดหาเงินกู้ภายใต้กรอบวงเงินโครงการที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติแล้วจำนวน 703,841 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 92 ของกรอบวงเงินที่คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะวางแผนและดำเนินการกู้เงินภายใต้ พ.ร.ก. COVID-19 อย่างรอบคอบ โดยใช้กลยุทธ์การระดมทุนที่เป็นการกู้เงินในประเทศเป็นหลัก เพื่อให้ได้วงเงินกู้ที่ครบถ้วนภายใต้ต้นทุนที่เหมาะสม และความเสี่ยงที่ยอมรับได้ รวมทั้งไม่ก่อให้เกิดการแย่งสภาพคล่องจากภาคเอกชน และส่งเสริมการพัฒนาตลาดราสารหนี้ในประเทศ โดยใช้เครื่องมือทางการเงินที่ผสมผสานทั้งระยะสั้นและระยะยาว อาทิ ตั๋วเงินคลัง (Treasury [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3052549">กระทรวงการคลังมีแหล่งเงินและเครื่องมือการกู้เงินเพียงพอในการเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[การเปิดใช้งานเว็บไซต์ศูนย์รวมความรู้ทางการเงินเพื่อคนไทย www.รู้เรื่องเงิน.com]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3029386</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 17 Feb 2021 09:00:32 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/finance/3029386</guid>

					<description><![CDATA[<p>นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เปิดเผยว่า สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ได้ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่มีพันธกิจด้านการส่งเสริมความรู้ทางการเงินให้กับประชาชน รวม 12 หน่วยงาน จัดทำเว็บไซต์ www.รู้เรื่องเงิน.com (เว็บไซต์ฯ) ซึ่งเป็นเว็บศูนย์รวม (Web Portal) ข้อมูล ความรู้ แนวคิดและวิธีการพัฒนาทักษะพื้นฐานทางการเงินสำหรับประชาชนในด้านต่าง ๆ ที่เชื่อมโยงจากเว็บไซต์ของหน่วยงานดังกล่าวข้างต้น เพื่อสร้างฐานช่องทาง (Platform) ให้ประชาชนทุกช่วงวัย หลากหลายอาชีพรวมถึงผู้ประกอบการ สามารถเข้าถึงข้อมูลและข่าวสารทางการเงินที่เชื่อถือได้ สะดวก ในแหล่งเดียว ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการเรียนรู้และพัฒนาทักษะทางการเงินด้วยตนเองของประชาชน รวมถึงรองรับแนวทางการพัฒนาทักษะทางการเงินของกระทรวงการคลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในอนาคตด้วย การจัดทำเว็บไซต์ฯ ดังกล่าวเป็นหนึ่งในโครงการภายใต้แผนงานด้านการพัฒนาทักษะทางการเงิน (Financial Literacy) ของแผนพัฒนาตลาดทุนไทย ปี 2560-2564 โดยความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวม 12 แห่ง ประกอบด้วย สศค. กระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นหน่วยงานกลางในการกำหนดนโยบายและแนวทางการจัดทำเว็บไซต์ฯ และบูรณาการการดำเนินการระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งได้รับมอบหมายให้จัดทำและเป็นผู้ดูแลเว็บไซต์ฯ (Web Master) ให้มีข้อมูลถูกต้องและทันสมัย ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3029386">การเปิดใช้งานเว็บไซต์ศูนย์รวมความรู้ทางการเงินเพื่อคนไทย www.รู้เรื่องเงิน.com</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ความคืบหน้าโครงการเราชนะและการเปิดรับลงทะเบียนออนไลน์วันสุดท้ายในวันพรุ่งนี้]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3028249</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 11 Feb 2021 16:44:03 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3028249</guid>

					<description><![CDATA[<p>นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยความคืบหน้าเกี่ยวกับการเปิดรับลงทะเบียนโครงการเราชนะ (โครงการฯ) สำหรับกลุ่มประชาชนทั่วไปในระหว่างวันที่ 29 มกราคม – 12 กุมภาพันธ์ 2564 ทางเว็บไซต์ www.เราชนะ.com ว่า จากข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2564 มีประชาชนสนใจลงทะเบียนแล้วมากกว่า 10.73 ล้านคน โดยมีผู้ที่ผ่านการคัดกรองขอคุณสมบัติเบื้องต้นก่อนยืนยันรับสิทธิ์โครงการฯ แล้วกว่า 6.8 ล้านคน โฆษกกระทรวงการคลังเน้นย้ำว่า ในวันพรุ่งนี้ (12 กุมภาพันธ์ 2564) จะเป็นวันสุดท้ายของการเปิดรับลงทะเบียนโครงการฯ สำหรับกลุ่มประชาชนทั่วไป จึงขอเชิญชวนประชาชนที่สนใจให้มาลงทะเบียนได้ทางเว็บไซต์ www.เราชนะ.com อย่างไรก็ดี สำหรับประชาชนที่ลงทะเบียนแล้ว แต่ได้รับข้อความสั้น (SMS) แจ้งเตือนสถานะ “ลงทะเบียนไม่สำเร็จ” สามารถลงทะเบียนใหม่ทางเว็บไซต์ www.เราชนะ.com ได้ทันทีหลังจากที่ได้รับ SMS แจ้งเตือนและต้องดำเนินการให้เสร็จภายในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2564 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายในการเปิดรับลงทะเบียนโครงการฯ สำหรับกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (กลุ่มผู้ถือบัตรฯ) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3028249">ความคืบหน้าโครงการเราชนะและการเปิดรับลงทะเบียนออนไลน์วันสุดท้ายในวันพรุ่งนี้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ความคืบหน้าการใช้จ่ายวงเงินสิทธิ์ในโครงการเราชนะของประชาชนและการรับสมัครผู้ประกอบการร้านค้าและผู้ให้บริการรายย่อยที่สนใจเข้าร่วมโครงการ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3027266</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 10 Feb 2021 09:33:46 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3027266</guid>

					<description><![CDATA[<p>นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยความคืบหน้าการใช้จ่ายวงเงินสิทธิ์ในโครงการเราชนะของกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (กลุ่มผู้ถือบัตรฯ) ที่ได้รับการโอนวงเงินสิทธิ์เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2564 ที่ผ่านมา จากข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2564มียอดการใช้จ่ายวงเงินสิทธิ์สะสมหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยแล้วมากกว่า 6,400ล้านบาท โฆษกกระทรวงการคลังเน้นย้ำสำหรับผู้ประกอบการร้านค้าในกลุ่มร้านอาหารและเครื่องดื่ม และร้านจำหน่ายสินค้าทั่วไปสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการเราชนะได้ทางเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com หรือติดต่อที่สาขาของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (ธนาคารกรุงไทย) สำหรับผู้ให้บริการรายย่อยที่มีสถานประกอบการเป็นหลักแหล่งและตรวจสอบได้หรือบริการขนส่งสาธารณะสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการเราชนะได้ทางเว็บไซต์ www.เราชนะ.com หรือติดต่อที่สาขาของธนาคารกรุงไทย โดยจะมีการแจ้งผลการสมัครเข้าร่วมโครงการผ่านข้อความสั้น (SMS)ซึ่งผู้ประกอบการร้านค้าและผู้ให้บริการรายย่อยที่ได้รับสิทธิ์เข้าร่วมโครงการสามารถดาวน์โหลด (Download) และยืนยันตัวตนผู้ใช้งาน(User Verification) บนแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” เพื่อใช้เป็นช่องทางในการรับชำระค่าสินค้าและบริการต่อไป จากข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2564 มีผู้ประกอบการร้านค้าและผู้ให้บริการรายย่อยที่สมัครเข้าร่วมโครงการและผ่านการตรวจสอบแล้วประมาณ 9 แสนรายที่พร้อมรองรับการใช้จ่ายวงเงินสิทธิ์ของประชาชนที่ได้รับสิทธิ์จากโครงการเราชนะ สำหรับกลุ่มประชาชนที่อยู่ในระบบฐานข้อมูลของแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง”และกลุ่มประชาชนที่ลงทะเบียนทางเว็บไซต์ www.เราชนะ.com สามารถเริ่มตรวจสอบการคัดกรองคุณสมบัติได้ทางเว็บไซต์ www.เราชนะ.com ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปซึ่งจะมีการทยอยประกาศผลการคัดกรองคุณสมบัติตามลำดับของวันที่ลงทะเบียน ทั้งนี้ ประชาชนที่ตรวจสอบคุณสมบัติแล้วพบว่า “ไม่ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติ” [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3027266">ความคืบหน้าการใช้จ่ายวงเงินสิทธิ์ในโครงการเราชนะของประชาชนและการรับสมัครผู้ประกอบการร้านค้าและผู้ให้บริการรายย่อยที่สนใจเข้าร่วมโครงการ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[8,000 ล้านบาทสุดท้ายกับพันธบัตรออมทรัพย์พิเศษ “เราชนะ”]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3027239</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 10 Feb 2021 09:03:25 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3027239</guid>

					<description><![CDATA[<p>นางแพตริเซีย มงคลวนิช ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ เปิดเผยว่า ขณะนี้วงเงินจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์พิเศษรุ่น “เราชนะ” คงเหลือเพียง 8,000 ล้านบาทสุดท้าย จากวงเงินรวม 55,000 ล้านบาท จึงขอให้ผู้สนใจรีบติดต่อสอบถามไปยังธนาคารตัวแทนจำหน่ายทั้ง 4 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพฯ ธนาคารกรุงไทยฯ ธนาคารกสิกรไทยฯ และธนาคารไทยพาณิชย์ฯ โดยกระทรวงการคลังจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์พิเศษรุ่น “เราชนะ” จำนวน 2 รุ่น ได้แก่ รุ่นอายุ 5 ปี และ 10 ปี อัตราดอกเบี้ยแบบขั้นบันได (Step Up) เฉลี่ยร้อยละ 2.00 ต่อปี และ 2.50 ต่อปี ตามลำดับ ซึ่งผู้ที่มีบัญชีพันธบัตร (Bond Book) แล้ว สามารถซื้อผ่าน Mobile Banking ที่ท่านมี Bond Book ได้ทันทีแบบไม่จำกัดวงเงิน ทั้งนี้ สบน. [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3027239">8,000 ล้านบาทสุดท้ายกับพันธบัตรออมทรัพย์พิเศษ “เราชนะ”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[พันธบัตรออมทรัพย์วอลเล็ต สบม. เปิดตัวแรง สามารถจำหน่ายได้สูงถึง 3,500 ล้านบาท ในครึ่งวันแรก]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3024222</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 01 Feb 2021 14:11:10 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/finance/3024222</guid>

					<description><![CDATA[<p>พันธบัตรออมทรัพย์รุ่น “เราชนะบนวอลเล็ต สบม.” จำหน่ายแล้ว 3,500 ล้านบาท จากวงเงิน 5,000 ล้านบาท ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันเป๋าตัง เปิดใช้งานและโอนเงินเข้าวอลเล็ต สบม. ได้ตั้งแต่บัดนี้ นางแพตริเซีย มงคลวนิช ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ เปิดเผยว่า การจำหน่ายในรอบนี้ได้รับการตอบรับที่ดีตั้งแต่วันแรก โดยมีผู้ลงทะเบียนวอลเล็ต สบม. เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ก่อนจำหน่าย จึงขอเชิญผู้สนใจรีบดาวน์โหลดแอปพลิเคชันตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปและสอบถามรายละเอียดการใช้งานวอลเล็ต สบม. ได้ที่ Call Center โทร. 02-111-1111 หรือธนาคาร กรุงไทยทุกสาขา</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3024222">พันธบัตรออมทรัพย์วอลเล็ต สบม. เปิดตัวแรง สามารถจำหน่ายได้สูงถึง 3,500 ล้านบาท ในครึ่งวันแรก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[โครงการคนละครึ่งจะเปิดลงทะเบียนเพิ่มเติมในวันที่ 20 มกราคม 2564]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3020231</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 19 Jan 2021 15:30:49 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3020231</guid>

					<description><![CDATA[<p>นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงาน เศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังจะนำสิทธิที่เหลือของโครงการคนละครึ่งและโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 2 จำนวนรวม 1.34 ล้านสิทธิ มาเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนเพิ่มเติมในวันพุธที่ 20 มกราคม 2564 สำหรับการลงทะเบียนรอบเพิ่มเติมนี้ ผู้ที่ถูกตัดสิทธิโครงการคนละครึ่งและโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 2 จากการไม่ใช้สิทธิภายใน 14 วัน สามารถลงทะเบียนได้ โดยลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com ระหว่างเวลา 06.00 น. &#8211; 23.00 น. จนกว่าจะครบจำนวน ซึ่งผู้ที่ลงทะเบียนสำเร็จและได้รับข้อความ SMS แจ้งยืนยันการได้รับสิทธิแล้วจะต้องติดตั้งแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” รวมทั้งยืนยันตัวตนให้เรียบร้อยจึงจะสามารถใช้จ่ายกับร้านค้าที่มีแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ที่เข้าร่วมโครงการได้ ทั้งนี้ จะเริ่มใช้จ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 25 มกราคม 2564 จนถึง วันที่ 31 มีนาคม 2564 นอกจากนี้ สำหรับความคืบหน้าล่าสุด ณ วันที่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3020231">โครงการคนละครึ่งจะเปิดลงทะเบียนเพิ่มเติมในวันที่ 20 มกราคม 2564</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อข่าวเกี่ยวกับเรื่อง “แอปพลิเคชันลงทะเบียนเราชนะ”]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3019331</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 18 Jan 2021 08:44:01 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3019331</guid>

					<description><![CDATA[<p>นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ตามที่ได้ปรากฏว่ามีการเผยแพร่ “แอปพลิเคชันลงทะเบียนเราชนะ” ตามสื่อต่างๆ นั้น กระทรวงการคลัง ขอเรียนว่า แอปพลิเคชันดังกล่าว ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับโครงการเราชนะของรัฐบาลและกระทรวงการคลังแต่อย่างใด ดังนั้น เพื่อมิให้เกิดความสับสน และความเข้าใจผิดเกี่ยวกับโครงการเราชนะของรัฐบาล จึงขอให้ประชาชนระมัดระวังในการอ่าน ส่ง หรือแชร์ข้อมูลต่าง ๆ ที่มิได้ถูกเผยแพร่อย่างเป็นทางการจากกระทรวงการคลัง นอกจากนี้ กระทรวงการคลังขอเตือนผู้ที่มีพฤติกรรมแอบอ้างโดยมีเจตนาหลอกลวงหรือทำให้ประชาชนเข้าใจผิด ขอให้หยุดการกระทำดังกล่าวโดยหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องจะมีการตรวจสอบอย่างเข้มงวดและหากพบว่ามีการกระทำความผิดจะดำเนินการตามกฎหมายทันที ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรีจะพิจารณาโครงการเราชนะในวันอังคารที่ 19 มกราคม 2564 นี้ และจะมีการแถลงข้อมูลที่เป็นทางการอย่างชัดเจน โดยสามารถติดตามสืบค้นข้อมูลข่าวสารและความคืบหน้าที่ถูกต้องเกี่ยวกับโครงการเราชนะ ได้จากแถลงข่าวกระทรวงการคลัง ในเว็บไซต์ www.mof.go.th หรือในเฟซบุ๊ก “สถานีข่าวกระทรวงการคลัง”</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3019331">เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อข่าวเกี่ยวกับเรื่อง “แอปพลิเคชันลงทะเบียนเราชนะ”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[การขยายระยะเวลาให้นายจ้างและลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3017416</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 11 Jan 2021 10:35:52 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/finance/3017416</guid>

					<description><![CDATA[<p>การขยายระยะเวลาให้นายจ้างและลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 สามารถหยุดหรือเลื่อนการนำส่งเงินเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพเป็นการชั่วคราว นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังได้มีมาตรการขยายระยะเวลาการช่วยเหลือนายจ้างและลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ให้สามารถหยุดหรือเลื่อนการนำส่งเงินเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (กองทุนฯ) เป็นการชั่วคราว ตั้งแต่งวดนำส่งเงินของเดือนมกราคม 2564 จนถึงงวดนำส่งเงินของเดือนมิถุนายน 2564 โดยนับอายุการเป็นสมาชิกกองทุนฯ ต่อเนื่อง และคงสมาชิกภาพไว้ จากเดิมที่ผ่อนผันให้จนถึงงวดนำส่งเงินของเดือนธันวาคม 2563 ที่ผ่านมา ภายใต้หลักการและแนวปฏิบัติเดิม ทั้งนี้ เพื่อบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของลูกจ้างและนายจ้างที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของของโรค COVID-19 ในปัจจุบัน โดยมุ่งหวังให้ลูกจ้างที่เป็นแรงงานในระบบยังคงสถานะการเป็นสมาชิกกองทุนฯ และสามารถออมผ่านกองทุนฯ หลังจากที่สถานการณ์การระบาดของของโรค COVID-19 ได้คลี่คลาย เพื่อเป็นหลักประกันรายได้และนำไปสู่ความมั่นคงทางการเงินเมื่อแรงงานในระบบเหล่านั้นผ่านพ้นวัยทำงาน ทั้งนี้ กระทรวงการคลังได้ออกประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง กำหนดประเภทธุรกิจ ระยะเวลา และเงื่อนไขให้ลูกจ้างหรือนายจ้างหยุดหรือเลื่อนการส่งเงินสะสม หรือเงินสมทบเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพในท้องที่ที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจ สาธารณภัย หรือเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2564 ซึ่งได้ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2564 และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3017416">การขยายระยะเวลาให้นายจ้างและลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ผู้ได้รับสิทธิโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 2 รีบยืนยันตัวตน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3015052</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 29 Dec 2020 08:51:39 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3015052</guid>

					<description><![CDATA[<p>นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ตามที่ได้เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 2 จำนวน 5 ล้านสิทธิ เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2563 นั้น กระทรวงการคลังได้ส่งข้อความ SMS แจ้งยืนยันสิทธิให้แก่ผู้ได้รับสิทธิแล้วทุกราย ซึ่งหากติดตั้งแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” และยืนยันตัวตนครบถ้วนตามขั้นตอนแล้ว จึงจะสามารถใช้จ่ายในโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 2 ได้ระหว่างวันที่ 1 มกราคม &#8211; 31 มีนาคม 2564 โดยได้รับสิทธิในวงเงินร่วมจ่ายจากรัฐวันละไม่เกิน 150 บาท รวมไม่เกิน 3,500 บาท ตลอดระยะเวลาโครงการ ทั้งนี้ ปัจจุบันพบว่า มีผู้เข้ามายืนยันตัวตนสำเร็จแล้วประมาณร้อยละ 75 จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ผู้ได้รับสิทธิจำนวนที่เหลือรีบยืนยันตัวตนโดยเร็ว โฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ผู้ได้รับสิทธิโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 2 สามารถเลือกยืนยันตัวตนได้หลายช่องทางตามความสะดวก ได้แก่ (1) ยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3015052">ผู้ได้รับสิทธิโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 2 รีบยืนยันตัวตน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[พันธบัตรออมทรัพย์ รุ่นวอลเล็ต สบม. พร้อมแล้ว!! กับการโอนดอกเบี้ยงวดแรกและการซื้อขายในตลาดรองบนแอปเป๋าตัง]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3014174</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 25 Dec 2020 09:21:00 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/finance/3014174</guid>

					<description><![CDATA[<p>นางแพตริเซีย มงคลวนิช ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่าผู้ลงทุนวอลเล็ต สบม. จะได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ 2 เรื่อง ได้แก่ 1) ดอกเบี้ยจ่ายงวดแรกของวอลเล็ต สบม. โอนเข้าวอลเล็ตผู้ลงทุนแล้ว 2) การเปิดตัวตลาดรอง โดยเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่ผู้ลงทุนสามารถซื้อขายพันธบัตรได้ด้วยตนเองผ่านโทรศัพท์มือถือ รวมถึงเช็คราคาพันธบัตรและรับเงินจากการขายได้ทันทีตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม 2563 เป็นต้นไป ซึ่งนวัตกรรมนี้จะช่วยเพิ่มความมั่นใจว่าพันธบัตรออมทรัพย์สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ง่ายโดยไม่มีค่าธรรมเนียม และดึงดูดความสนใจของผู้ลงทุนในพันธบัตรออมทรัพย์ได้มากขึ้น นอกเหนือจากการซื้อได้ง่ายและทำทุกอย่างได้สะดวกผ่านปลายนิ้ว สบน. ได้เปิดจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์วอลเล็ต สบม. แล้ว 2 รุ่น วงเงินรวม 5,200 ล้านบาท โดยรุ่นที่สามารถขายคืนบนตลาดรองได้ คือ รุ่น SB236A อายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ย 1.7% ต่อปี ที่จำหน่ายเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2563 วงเงิน 200 ล้านบาท ในขณะที่พันธบัตรออมทรัพย์ รุ่นวอลเล็ต สบม.-2 อายุ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3014174">พันธบัตรออมทรัพย์ รุ่นวอลเล็ต สบม. พร้อมแล้ว!! กับการโอนดอกเบี้ยงวดแรกและการซื้อขายในตลาดรองบนแอปเป๋าตัง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
	</channel>
</rss>
