<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
>
<channel>
	<title>ThaiPR.NET</title>
	<atom:link href="https://www.thaipr.net/tag/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thaipr.net/tag/กรมวิชาการเกษตร</link>
	<description>Press Release Distribution Center of Thailand</description>
	<lastBuildDate>Fri, 24 Apr 2026 17:45:02 +0700</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.1</generator>
	<item>
		<title><![CDATA[กรมวิชาการเกษตร จับมือ กรมวิทยาศาสตร์บริการ เสริมแกร่งห้องปฏิบัติการทดสอบยางไทยสู่มาตรฐานสากล]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3617497</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 07 Jul 2025 14:09:15 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3617497</guid>

					<description><![CDATA[<p>นางสาวปรียานุช ทิพยะวัฒน์ รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ได้รับมอบหมายจากนายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ให้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “โครงการพัฒนาศักยภาพห้องปฏิบัติการทดสอบด้านยางสู่มาตรฐานสากล” ร่วมกับ นางพจมาน ท่าจีน รองอธิบดีรักษาราชการแทนอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ กรมวิทยาศาสตร์บริการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ซึ่งมีระยะเวลา 3 ปี ตั้งแต่ปี 2568 – 2570 โดยทั้ง 2 หน่วยงานได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการดำเนินงานร่วมกัน ในการพัฒนางานด้านการอนุญาตและรับรองห้องปฏิบัติการทดสอบยางของประเทศไทย การพัฒนาศักยภาพระบบการรับรองคุณภาพสินค้ายาง และการยกระดับมาตรฐานห้องปฏิบัติการทดสอบสู่มาตรฐานสากล เพื่อให้มีมาตรฐานในระดับสากลและเป็นที่ยอมรับ อีกทั้งความร่วมมือในการสนับสนุนห้องปฏิบัติการทดสอบด้านยางของประเทศที่มีมากกว่า 100 แห่ง ให้เข้าสู่ระบบมาตรฐานมาอย่างต่อเนื่องภายใต้กิจกรรมต่างๆ อาทิเช่น กิจกรรมการทดสอบความชำนาญห้องปฏิบัติการ ซึ่งมีห้องปฏิบัติการทดสอบด้านยางทั้งในประเทศและต่างประเทศเข้าร่วมกิจกรรมมากกว่า 90 แห่ง นับได้ว่าเป็นกิจกรรมความร่วมมือที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า กรมวิชาการเกษตรมีพันธกิจสำคัญในการควบคุม กำกับ และดูแลด้านยางพาราให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติควบคุมยาง พ.ศ.2542 ที่มีงานอนุญาตส่งออกและนำเข้ายาง การอนุญาตอื่นๆ ที่เกี่ยวกับการประกอบกิจการยาง รวมทั้งการให้บริการทดสอบและรับรองคุณภาพยางเพื่อการส่งออก พร้อมทั้งพัฒนาระบบตรวจรับรองสินค้าการเกษตรด้านพืชให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล ซึ่งสอดคล้องกับภารกิจของกรมวิทยาศาสตร์บริการที่มีหน้าที่ให้บริการทางวิทยาศาสตร์ ส่งเสริม วิจัย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3617497">กรมวิชาการเกษตร จับมือ กรมวิทยาศาสตร์บริการ เสริมแกร่งห้องปฏิบัติการทดสอบยางไทยสู่มาตรฐานสากล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรมวิชาการเกษตรเปิดมิติใหม่กำจัดแมลงศัตรูหลังเก็บเกี่ยว ชงใช้สารรมอีโคฟูมและเวเปอร์ฟอสกำจัด ใช้เวลาน้อย ปลอดภัย ไม่กระทบคุณภาพผลผลิต]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3603483</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 27 May 2025 16:13:03 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3603483</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมวิชาการเกษตร แนะใช้สารรมอีโคฟูม และสารรมเวเปอร์ฟอสกำจัดแมลงศัตรู หลังการเก็บเกี่ยว หลังวิจัยพบสารรมทั้ง 2 ชนิดสามารถกำจัดแมลงศัตรูหลังการเก็บเกี่ยว ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ชูจุดเด่น ลดระยะเวลาการรม ไม่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพผลผลิต มีความปลอดภัย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นายภัสชญภณ หมื่นแจ้ง รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร ในฐานะโฆษกกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า กรมวิชาการเกษตร ได้ดำเนินการศึกษาวิจัยการป้องกันกำจัดแมลงศัตรูหลังการเก็บเกี่ยว ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่ทำให้เกิดความเสียหายกับผลิตผลเกษตรที่เก็บรักษาในโรงเก็บ โดยแมลงศัตรูหลังการเก็บเกี่ยว จะกัดกินผลิตผลเกษตรส่งผลให้สูญเสียน้ำหนักและคุณภาพ นอกจากนี้ แมลงยังปล่อยมูลออกมาทำให้ผลิตผลเกษตรสกปรก หากนำผลิตผลเกษตรเหล่านี้ไปเป็นวัตถุดิบในการแปรรูปอาหารจะเกิดการปนเปื้อน กรณีที่ประเทศคู่ค้าตรวจพบแมลงหรือเศษชิ้นส่วนของแมลงปนเปื้อนกับผลิตผลเกษตรอาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกได้ ดังนั้นการป้องกันกำจัดแมลงศัตรูหลังการเก็บเกี่ยวจึงมีความสำคัญอย่างมาก กองวิจัยและพัฒนาวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยวและแปรรูปผลิตผลเกษตร (กวป.) กรมวิชาการเกษตร ได้ทำการศึกษาวิจัยการใช้สารรมอีโคฟูม และสารรมเวเปอร์ฟอส ในการกำจัดแมลงศัตรูหลังการเก็บเกี่ยว ที่สำคัญชนิดต่าง ๆ ได้แก่ ด้วงงวงข้าวโพด มอดแป้ง มอดหนวดยาว มอดข้าวเปลือก และมอดฟันเลื่อย สำหรับการรมผลิตผลเกษตรชนิดต่าง ๆ ได้แก่ ข้าวสาร ข้าวเปลือก และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ จนได้อัตราการใช้ที่เหมาะสม ในการกำจัดแมลงศัตรูหลังการเก็บเกี่ยวอย่างมีประสิทธิภาพมีความปลอดภัยต่อผู้ใช้ และไม่กระทบต่อคุณภาพผลผลิตเกษตร โฆษกกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า สารรมอีโคฟูม และสารรมเวเปอร์ฟอส [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3603483">กรมวิชาการเกษตรเปิดมิติใหม่กำจัดแมลงศัตรูหลังเก็บเกี่ยว ชงใช้สารรมอีโคฟูมและเวเปอร์ฟอสกำจัด ใช้เวลาน้อย ปลอดภัย ไม่กระทบคุณภาพผลผลิต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรมวิชาการเกษตร เผย “รมว.นฤมล” สั่งระงับน้ำยางข้นนำเข้าจาก ตปท.ทันที ด้าน “สมาพันธ์สวนยาง” ชม ทำงานรวดเร็ว ขอบคุณที่ให้ความเป็นธรรมกับเกษตรกร 1.7 ล้านคน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3602550</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 26 May 2025 12:22:57 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3602550</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายธรรมรัตน์ ทองมี ผู้อำนวยการกองการยาง กรมวิชาการเกษตร เปิดเผยถึงกรณีที่สมาพันธ์สวนยางฯ ได้ส่งจดหมายเปิดผนึกเพื่อสอบถามถึงสาเหตุที่กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อนุญาตให้นำเข้ายางธรรมชาติ น้ำยางข้นสูตรเฉพาะจากต่างประเทศว่า ศ.ดร. นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีคำสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชุมเพื่อตรวจสอบในเรื่องดังกล่าว จนได้ข้อสรุปว่า สถานการณ์ราคายางตกต่ำเนื่องจากผลกระทบจากมาตรการการเก็บภาษีของสหรัฐอเมริกา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ดำเนินการตามนโยบายที่จะดำเนินการแก้ไขปัญหาราคายางอย่างต่อเนื่อง โดยการบังคับใช้พระราชบัญญัติควบคุมยาง พ.ศ. 2542 ให้มีประสิทธิภาพ “กระทรวงเกษตรฯ ได้ขอความร่วมมือผู้ประกอบการชะลอการนำเข้าน้ำยางข้นที่มีคุณภาพเทียบเท่าและเป็นไปตามมาตรฐานยางที่ประเทศไทยสามารถผลิตได้เข้ามาในราชอาณาจักรไทย ตามมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมยาง พ.ศ. 2542 เพื่อช่วยรักษาเสถียรภาพราคายาง และลดผลกระทบต่อเกษตรกรในประเทศ ซึ่งเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาได้ดำเนินการชี้แจงกับผู้ประกอบการให้ทราบถึงข้อเท็จจริงเรียบร้อยแล้ว และจะมีหนังสือแจ้งเวียนถึงผู้ประกอบการอย่างเป็นทางการด้วย”นายธรรมรัตน์ กล่าว ด้านดร.อุทัย สอนหลักทรัพย์ นายกสมาคมสหพันธ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “ทางกลุ่มเกษตรกรสวนยางต้องขอบคุณ ศ.ดร. นฤมล ที่ทำงานแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว และได้ให้ความเป็นธรรมแก่เกษตรกรไทย 1.7 ล้านคน”</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3602550">กรมวิชาการเกษตร เผย “รมว.นฤมล” สั่งระงับน้ำยางข้นนำเข้าจาก ตปท.ทันที ด้าน “สมาพันธ์สวนยาง” ชม ทำงานรวดเร็ว ขอบคุณที่ให้ความเป็นธรรมกับเกษตรกร 1.7 ล้านคน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรมวิชาการเกษตร แปรรูปวัสดุเหลือทิ้งจากส้มโอเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตั้งเป้าต่อยอดสู่อุตสาหกรรมน้ำหอม และเครื่องสำอาง สร้างมูลค่าเพิ่มเชิงพาณิชย์]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3588975</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 18 Apr 2025 11:17:20 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3588975</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายภัสชญภณ หมื่นแจ้ง รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร ในฐานะโฆษกกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า กรมวิชาการเกษตร ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาผลไม้ที่ขนาดไม่ได้มาตรฐานหรือมีลักษณะที่ไม่สวยงามที่จะนำมาขายได้ทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ ทำให้เกษตรกรต้องขายผลไม้เหล่านี้ในราคาที่ถูกลง หรือนำไปทำอาหารสัตว์ ทำปุ๋ย หรือปล่อยทิ้งไว้จนเน่าเปื่อยย่อยสลายเป็นขยะอาหาร ส่งผลให้เกิดก๊าซเรือนกระจก เช่น ก๊าซมีเทน ซึ่งมีศักยภาพในการทำให้โลกร้อน สูงกว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 25 เท่า สำนักวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการจัดการเปลี่ยนขยะให้เป็นศูนย์ จึงได้ดำเนินโครงการวิจัยพัฒนานวัตกรรมการแปรรูปผลไม้ที่ไม่ได้คุณภาพโดยนำร่องกับส้มโอขาวแตงกวาที่บางฤดูกาลมีขนาดไม่ได้มาตรฐานหรือไม่สวยงามตามความนิยมของผู้บริโภค เช่น ส้มโอที่มีผิวและทรงไม่สวย เปลือกหนา รสชาติไม่หวาน โดยนำเนื้อและเปลือกของส้มโอขาวแตงกวาชัยนาทมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ได้แก่ เม็ดฟู่ส้มโอขาวแตงกวา เยลลี่กัมมี่ส้มโอขาวแตงกวา บาล์มอโรม่าส้มโอขาวแตงกวา และสครับขัดผิวส้มโอขาวแตงกวา เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเนื้อและเปลือกของส้มโอขาวแตงกวาชัยนาท นางสาววรารัตน์ ศรีประพัฒน์ นักวิชาการเกษตรชำนาญการ สำนักวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพ กล่าวว่า จากการวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีในเนื้อส้มโอและเปลือกส้มโอ พบว่าในเนื้อจะถูกนำไปพัฒนาเป็นตำรับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากผลส้มโอพันธุ์ขาวแตงกวาในรูปแบบเม็ดฟู่ และในส่วนเปลือกจะนำไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เยลลี่เพื่อสุขภาพ เนื่องจากในน้ำ เนื้อ และเปลือกของส้มโอที่เหลือทิ้งมีสารสำคัญที่มีคุณค่าและเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ได้แก่ วิตามินซี และสารลีโมนีน ซึ่งจากการศึกษาพบว่าสารดี-ลิโมนีน ที่สกัดได้จากส้ม ส้มโอ มะนาว และมะกรูดได้รับความนิยมมากในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ทั่วโลก เช่น การแปรรูปอาหาร [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3588975">กรมวิชาการเกษตร แปรรูปวัสดุเหลือทิ้งจากส้มโอเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตั้งเป้าต่อยอดสู่อุตสาหกรรมน้ำหอม และเครื่องสำอาง สร้างมูลค่าเพิ่มเชิงพาณิชย์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรมวิชาการเกษตร ลุยถ่ายทอดเทคโนโลยีผลิตผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมันจาวมะพร้าว สู่การผลิตเชิงพาณิชย์ ตั้งเป้าบุกตลาดพรีเมียมภายใต้แบรนด์สินค้าชุมชน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3582603</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 26 Mar 2025 14:26:18 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3582603</guid>

					<description><![CDATA[<p>นางสาวศุภมาศ กลิ่นขจร ผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์เกษตร กองวิจัยพัฒนาวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยวและแปรรูปผลิตผลเกษตร กรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า กองวิจัยและพัฒนาวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยวฯ ร่วมกับ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรชัยภูมิ และหน่วยงานในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ ได้จัดฝึกอบรมการผลิตผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมันจาวมะพร้าวสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ ให้แก่ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงสุขภาพอำเภอหนองบัวระเหว และผู้สนใจ ในจังหวัดชัยภูมิ โดยได้รับเกียรติจาก นายอนันต์ นาคนิยม ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ เป็นประธานในพิธีการอบรม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาคุณภาพการผลิตและความหลากหลายในผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตรแปรรูป โครงการสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มุ่งเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตรท้องถิ่น ยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ด้วยเทคโนโลยีการแปรรูปและการออกแบบบรรจุภัณฑ์ พร้อมผลักดันสินค้าแปรรูปให้สามารถแข่งขันในตลาดระดับพรีเมียมภายใต้ตราสินค้าชุมชน มันจาวมะพร้าวเป็นพืชที่อุดมไปด้วยแคลเซียม แมกนีเซียม โพแทสเซียม วิตามินซี และมีกรดโฟลิกสูงมาก รวมทั้งยังเป็นพืชที่ไม่มีกลูเตน มีปริมาณแป้งต้านทานการย่อยสูง และมีค่าดัชนีน้ำตาลที่ต่ำ ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ดีสำหรับกลุ่มผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพ กองวิจัยพัฒนาวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยวฯ จึงได้นำมันจาวมะพร้าวหัวที่ตกเกรด หัวที่มีขนาดใหญ่มาก และหัวที่เสียหายจากการเก็บเกี่ยวจะขายในราคาที่ต่ำ มาแปรรูปเป็นแป้งฟลาวมันจาวมะพร้าวพร้อมใช้ และนำแป้งที่ได้ไปพัฒนาเป็นต้นแบบผลิตภัณฑ์แปรรูปจากแป้งฟลาวมันจาวมะพร้าว โดยสามารถใช้เป็นวัตถุดิบทดแทนแป้งสาลีได้ เช่น คุกกี้เนย เค้กชิฟฟ่อนใบเตย บราวนี่ โดนัทจิ๋ว ตูเล่ ชีสเค้กหน้าไหม้ อาหารเสริมสุขภาพ และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เป็นการเพิ่มมูลค่าให้มันจาวมะพร้าว และเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรอีกทางเลือกหนึ่ง นางสาวศุภมาศ กล่าวว่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3582603">กรมวิชาการเกษตร ลุยถ่ายทอดเทคโนโลยีผลิตผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมันจาวมะพร้าว สู่การผลิตเชิงพาณิชย์ ตั้งเป้าบุกตลาดพรีเมียมภายใต้แบรนด์สินค้าชุมชน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรมวิชาการเกษตร ปลื้มเทคโนโลยีปลูกมะพร้าวน้ำหอมในพื้นที่ดินเค็ม ให้ผลผลิตคุณภาพรสชาติหอมหวาน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3575470</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 03 Mar 2025 16:34:34 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3575470</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า กรมวิชาการเกษตรได้ดำเนินโครงการศูนย์เรียนรู้การผลิตพืชตามแนวพระราชดำริทฤษฎีใหม่ จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเริ่มดำเนินงานมาตั้งแต่เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2552 เพื่อเผยแพร่หลักการทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริ และเป็นศูนย์ต้นแบบเทคโนโลยีของกรมวิชาการเกษตร ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ของเกษตรกรและผู้ที่สนใจทั่วไป โดยพื้นที่ดำเนินโครงการศูนย์เรียนรู้การผลิตพืชตามแนวพระราชดำริฯ นี้ เริ่มต้นจากพื้นที่ประสบปัญหาดินเค็มทั้งหมดจำนวน 14 ไร่ ระดับความเค็มของดินในพื้นที่อยู่ในช่วง “เค็มน้อยถึงเค็มมาก” ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเพาะปลูกพืชทั่วไปอย่างรุนแรง และการแก้ไขปัญหาดินเค็มยังต้องใช้ต้นทุนสูง อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหาดินเค็มสามารถทำได้หลายวิธีแต่วิธีการหนึ่งที่ไม่ยุ่งยากและลงทุนต่ำ คือการปลูกพืชทนเค็มจัดหรือพืชชอบเกลือที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ ซึ่งได้ใช้ประโยชน์จากพื้นที่ดินเค็มให้เกิดศักยภาพในการผลิตพืชได้อีกด้วย นายขจรวิทย์ พันธุ์ยางน้อย ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตร เขตที่ 4 จังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า เนื่องจากความเค็มของดินทำให้ไม่สามารถปลูกพืชทั่วไปได้ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรโนนสูง จึงได้คัดเลือกพืชที่เหมาะสมกับดินเค็ม จากการศึกษาพบว่า มะพร้าวน้ำหอม เป็นพืชที่สามารถเจริญเติบโตและให้ผลผลิตที่ดีในพื้นที่ดินเค็ม จึงได้นำพันธุ์มะพร้าวน้ำหอม “ก้นจีบ” จากศูนย์วิจัยพืชสวนชุมพร มาทดลองปลูกในพื้นที่โครงการศูนย์เรียนรู้ฯ ซึ่งได้ผลเป็นที่น่าพอใจ เนื่องจากมะพร้าวน้ำหอมไม่เพียงสามารถตอบสนองต่อดินเค็มได้ดี แต่ยังให้ผลผลิตที่มีคุณภาพ รสชาติหอมหวานกว่าการปลูกในพื้นที่ปกติ วัดค่าความหวานได้เฉลี่ย 7.5-9 องศาบริกซ์ ซึ่งอาจเนื่องมาจากพืชที่ทนเค็มจะหลีกเลี่ยงการดึงโซเดียมไปใช้ทำให้ดึงโพแทสเซียมไปใช้ได้มากขึ้น โดยประโยชน์ของโพแทสเซียม จะช่วยสังเคราะห์น้ำตาล แป้ง และโปรตีน ส่งเสริมการเคลื่อนย้ายของน้ำตาลจากใบไปยังผล [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3575470">กรมวิชาการเกษตร ปลื้มเทคโนโลยีปลูกมะพร้าวน้ำหอมในพื้นที่ดินเค็ม ให้ผลผลิตคุณภาพรสชาติหอมหวาน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรมวิชาการเกษตร จัดใหญ่โชว์งานวิจัยใช้ได้จริง พร้อมเปิดเวทีจัดกิจกรรมสาธิตสร้างอาชีพเสริม ดีเดย์พร้อมเปิดงาน 31 ม.ค. นี้]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3565889</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 30 Jan 2025 10:38:21 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3565889</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมวิชาการเกษตร ขนทัพจัดเต็มนำผลผลิตจากผลงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์จัดแสดงนิทรรศการพร้อมโชว์ทีเด็ดกิจกรรมสาธิต เรียนรู้สร้างอาชีพ ต่อยอดเสริมรายได้ ลุ้นรับเมล็ดพันธุ์และพืชพันธุ์ดี ภายในงาน “เผยแพร่ผลงานวิชาการ งานวิจัย และเทคโนโลยีกรมวิชาการเกษตร” ระหว่างวันที่ 31 มกราคม – 8 กุมภาพันธ์ 2568 ณ บริเวณอาคารโภชากรสำนักคุ้มครองพันธุ์พืช กรมวิชาการเกษตร เกษตรกลางบางเขน นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า กรมวิชาการเกษตรเดินหน้าสนับสนุนนโยบาย “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” ของ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อยกระดับการเกษตรสมัยใหม่และสร้างรายได้อย่างยั่งยืนให้กับเกษตรกร ผลักดันการนำผลงานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ในทุกมิติ ทั้งด้านวิชาการ นโยบาย ชุมชน สังคม และเชิงพาณิชย์ เน้นการจัดการเกษตรแบบองค์รวม พร้อมขยายผลโมเดล 3R ไปสู่ ING Model การผลิตพืชและสินค้าเกษตรคาร์บอนต่ำ กรมวิชาการเกษตรจึงได้จัดงานโครงการเผยแพร่ผลงานวิชาการ งานวิจัย และเทคโนโลยีการเกษตรของกรมวิชาการเกษตร ขึ้นในระหว่างวันที่ 31 มกราคม – [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3565889">กรมวิชาการเกษตร จัดใหญ่โชว์งานวิจัยใช้ได้จริง พร้อมเปิดเวทีจัดกิจกรรมสาธิตสร้างอาชีพเสริม ดีเดย์พร้อมเปิดงาน 31 ม.ค. นี้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรมวิชาการเกษตร เปิดพิพิธภัณฑ์พืชชวนผู้สนใจเข้าชม “หนังสือเก็บพันธุ์ตัวอย่างพรรณไม้เล่มแรกของไทย” มรดกแห่งความรู้ด้านพฤกษศาสตร์]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3562058</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 16 Jan 2025 13:30:02 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3562058</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า พิพิธภัณฑ์พืชกรุงเทพ ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักคุ้มครองพันธุ์พืช กรมวิชาการเกษตร มีการเก็บรักษา “หนังสือเก็บพันธุ์ตัวอย่างพรรณไม้เล่มแรกของไทย” โดยเก็บรวบรวมตัวอย่างพรรณไม้ได้มากกว่า 40,000 หมายเลข ซึ่งในจำนวนนี้มีพรรณไม้ที่ได้รับการค้นพบเป็นครั้งแรกของโลกในประเทศไทยจำนวนมาก ถือเป็นมรดกทางวิชาการที่สำคัญในประวัติศาสตร์พฤกษศาสตร์ของประเทศไทย โดยพิพิธภัณฑ์พืชกรุงเทพ ตั้งอยู่ใน “อาคารพิพิธภัณฑ์พืชสิรินธร” กรมวิชาการเกษตร ซึ่งเป็นอาคารที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงวางศิลาฤกษ์และพระราชทานนามให้สถานที่แห่งนี้เมื่อปี พ.ศ. 2543 เป็นศูนย์กลางในการเก็บรวบรวมตัวอย่างพรรณไม้แห้ง พร้อมข้อมูลทางพฤกษศาสตร์และเรื่องราวความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย จุดเริ่มต้นของพิพิธภัณฑ์พืชกรุงเทพ เริ่มจากในปี ๒๔๔๕ นายแพทย์คาร์ (A.F.G. Kerr) ชาวไอริชเดินทางเข้ามาในประเทศไทย มีความสนใจเก็บรวบรวมและสำรวจพรรณไม้ในภาคเหนือ ซึ่งสามารถรวบรวมตัวอย่างพรรณไม้ได้จำนวนหนึ่งซึ่งยังไม่เคยมีการสำรวจรวบรวมมาก่อน พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งกรมตรวจพันธุ์รุกขชาติขึ้น เพื่อทำหน้าที่สำรวจและตรวจสอบงานที่เกี่ยวข้องกับด้านพฤกษศาสตร์สากล โดยมีนายแพทย์คาร์ ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการของกรมตรวจพันธุ์รุกขชาติเป็นคนแรก และใช้พิพิธภัณฑ์พืชกรุงเทพ เป็นสถานที่เก็บรวบรวมตัวอย่างพรรณไม้ที่สำรวจพบและจัดเก็บตัวอย่างพรรณไม้แห้งตามหลักสากล ต่อมากรมตรวจพันธุ์รุกขชาติได้ผนวกรวมกับกรมเพาะปลูก และเปลี่ยนชื่อเป็น กรมตรวจกสิกรรม รวมทั้งงานทางด้านการเกษตรขยายงานเพิ่มเติมมากขึ้น กรมตรวจพันธุ์รุกขชาติเดิม จึงถูกปรับเปลี่ยนสถานะเป็นกลุ่มงานพฤกษศาสตร์ สังกัดอยู่ในกองพฤกษศาสตร์และวัชพืช กรมวิชาการเกษตร อธิบดีกรมวิชาการเกษตร [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3562058">กรมวิชาการเกษตร เปิดพิพิธภัณฑ์พืชชวนผู้สนใจเข้าชม “หนังสือเก็บพันธุ์ตัวอย่างพรรณไม้เล่มแรกของไทย” มรดกแห่งความรู้ด้านพฤกษศาสตร์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรมวิชาการเกษตรเดินสายถ่ายทอดเทคโนโลยี ยกระดับเพาะเลี้ยงไข่ผำ อาหารแห่งอนาคต ด้วยมาตรฐาน GAP]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3561292</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 14 Jan 2025 08:31:21 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3561292</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ปัจจุบัน ไข่ผำได้รับความนิยมจากผู้บริโภค เนื่องจากมีคุณค่าทางโภชนาการสูง อุดมไปด้วยโปรตีน วิตามิน บี 12 และอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์และจำเป็นต่อร่างกาย จึงเหมาะสำหรับนำมาบริโภคและแปรรูปเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริโภคที่รักสุขภาพ มังสวิรัติ นักกีฬา ผู้สูงวัย และผู้ที่ร่างกายไม่สามารถย่อยโปรตีนจากเนื้อสัตว์ได้ ซึ่งผู้บริโภคกลุ่มนี้ต้องการลดการบริโภคโปรตีนจากเนื้อสัตว์ โดยหันมาบริโภคโปรตีนจากพืช (Plant-based protein) เพิ่มมากขึ้น ยิ่งทำให้ไข่ผำได้รับความสนใจทั้งจากผู้ผลิตและผู้บริโภคเพิ่มมาขึ้นไปด้วย ดังนั้น โปรตีนจากไข่ผำ จึงมีศักยภาพใช้ทดแทนโปรตีนเนื้อสัตว์ในปัจจุบันและอนาคต อย่างไรก็ตาม ไข่ผำที่เก็บมาจากแหล่งน้ำธรรมชาติเพื่อนำมาบริโภคนั้น อาจจะไม่สะอาดและไม่ปลอดภัยต่อการบริโภค เนื่องจากมีสิ่งเจือปนติดมาด้วย โดยเฉพาะเชื้อโรคที่เป็นสาหตุโรคทางเดินอาหาร และโลหะหนักที่ปนเปื้อนในแหล่งน้ำ ดังนั้นเพื่อให้การเพาะเลี้ยงไข่ผำได้คุณภาพและผลผลิตปลอดภัยต่อผู้บริโภค จึงได้มอบหมายให้ กองวิจัยพัฒนาพืชเศรษฐกิจใหม่และการจัดการก๊าซเรือนกระจก ดำเนินการวิจัย พัฒนา และถ่ายทอดเทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงไข่ผำที่เหมาะสมกับพันธุ์และสภาพพื้นที่ เพื่อให้ได้ผลผลิตสูง คุณภาพดี และมีคุณค่าทางโภชนาการตรงตามความต้องการของผู้บริโภคและตลาดเพื่อสุขภาพ โดยปัจจุบันสามารถวิจัยและพัฒนาพันธุ์ไข่ผำที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงได้จำนวน 3 สายพันธุ์ ได้แก่ สายพันธุ์ DOA1 เชียงราย (CRI1) มีโปรตีน 48.6 % ไข่ผำสายพันธุ์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3561292">กรมวิชาการเกษตรเดินสายถ่ายทอดเทคโนโลยี ยกระดับเพาะเลี้ยงไข่ผำ อาหารแห่งอนาคต ด้วยมาตรฐาน GAP</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรมวิชาการเกษตร ผนึกความร่วมมือ เจียไต๋ ขับเคลื่อนเกษตรยุคใหม่ เสริมแกร่งภาคเกษตรไทย พัฒนานวัตกรรม และเครื่องจักรกลการเกษตร]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3560274</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 08 Jan 2025 14:29:21 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3560274</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร และนายมนัส เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจียไต๋ จำกัด ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านวิจัย นวัตกรรม และเครื่องจักรกลการเกษตรระหว่างกรมวิชาการเกษตร กับ บริษัท เจียไต๋ จำกัด โดยทั้ง 2 ฝ่ายได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการวิจัย นวัตกรรมและเครื่องจักรกลการเกษตร ซึ่งขอบเขตความร่วมมือทางวิชาการในด้านการวิจัย เน้นหลักแนวคิด “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” ภายใต้การจัดการทรัพยากรทางการเกษตรอย่างสมดุล ตามนโยบายของ ศ.ดร. นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ภายใต้ความร่วมมือดังกล่าว กรมวิชาการเกษตร และ บริษัท เจียไต๋ จำกัด จะดำเนินงานวิจัยและพัฒนานวัตกรรมด้านเมล็ดพันธุ์ที่ทันสมัย การวิจัยพัฒนาการปรับปรุงพันธุ์ด้วยเทคโนโลยีชีวภาพสมัยใหม่ เทคโนโลยีการปรับแต่งจีโนม การทดสอบนวัตกรรมที่ทันสมัย เช่น ผลิตภัณฑ์อารักขาพืช และสารชีวภัณฑ์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากกรมวิชาการเกษตร เทคนิคการใช้โดรนสำรวจ และแปลงต้นแบบการเกษตรผลิตพืชอัจฉริยะ เพื่อส่งเสริมให้ผลผลิตของเกษตรกรมีคุณภาพตามความต้องการของตลาดรวมถึงการให้บริการทางการเกษตร โดยการถ่ายทอดองค์ความรู้และการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางวิชาการ รวมถึงการใช้ทรัพยากรของทั้งสองฝ่าย อาทิ นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ ข้อมูล [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3560274">กรมวิชาการเกษตร ผนึกความร่วมมือ เจียไต๋ ขับเคลื่อนเกษตรยุคใหม่ เสริมแกร่งภาคเกษตรไทย พัฒนานวัตกรรม และเครื่องจักรกลการเกษตร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เกษตรฯ จัดประชุมชงปลดล็อกข้อจำกัด อุปสรรคส่งออกสินค้าเกษตร มุ่งยกระดับความสามารถการแข่งขัน สร้างความมั่นใจในตลาดโลก]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3560008</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 07 Jan 2025 17:03:45 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3560008</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า วันที่ 6 มกราคม 2568 คณะกรรมการพิจารณาทบทวนระเบียบและกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการสร้างความสามารถในการแข่งขันของภาคการเกษตร ได้จัดประชุม ณ ห้องประชุมกรมวิชาการเกษตร โดยมี นายชวลิต ชูขจร ประธานกรรมการพิจารณาทบทวนระเบียบฯ พร้อมด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ สมาคมผู้ประกอบการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุม ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิรูปกฎหมายที่ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาภาคการเกษตรไทย โดยมีเป้าหมายเพื่อขจัดข้อจำกัดที่เป็นอุปสรรคต่อการส่งออกสินค้าเกษตร ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ การปรับลดชนิดพืชที่ต้องตรวจสอบสารพิษตกค้างจาก 15 ชนิด เหลือเพียง 6 ชนิด เพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของประเทศผู้นำเข้า มาตรการนี้ช่วยลดต้นทุน เพิ่มความคล่องตัว และสร้างความมั่นใจให้กับผู้นำเข้าปลายทาง โดยเฉพาะในสหภาพยุโรป นอร์เวย์ และสมาพันธรัฐสวิส ที่ผ่านมากรมวิชาการเกษตรได้ดำเนินงานเชิงรุกอย่างใกล้ชิดกับสมาคมผู้ประกอบการ เพื่อแก้ไขระเบียบที่ล้าสมัย อาทิ การปรับปรุงการออกใบรับรองสุขอนามัยพืช (Phyto Certificate) และการปลดล็อกมาตรการควบคุมพิเศษ (EL) สำหรับพืชบางชนิด เช่น คะน้า ถั่วฝักยาว และกวางตุ้ง ซึ่งช่วยลดภาระผู้ส่งออก สนับสนุนการผลิตพืชคุณภาพ และเพิ่มความมั่นใจแก่ผู้นำเข้าปลายทาง ความสำเร็จเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทเชิงรุกของกรมวิชาการเกษตรในการสนับสนุนภาคการเกษตรอย่างเป็นรูปธรรม โดยการประชุมครั้งนี้ยังพิจารณาครอบคลุมแนวทางการแก้ไขปัญหาและปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับภาคปศุสัตว์และประมง ซึ่งต้องเผชิญกับข้อกำหนดระหว่างประเทศ เช่น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3560008">เกษตรฯ จัดประชุมชงปลดล็อกข้อจำกัด อุปสรรคส่งออกสินค้าเกษตร มุ่งยกระดับความสามารถการแข่งขัน สร้างความมั่นใจในตลาดโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรมวิชาการเกษตร ลุยถ่ายทอดเทคโนโลยีผลิตเห็ดแบบ Low Carbon ช่วยเกษตรกรสร้างรายได้หลักแสนบาทต่อปีอย่างยั่งยืน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3559606</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 06 Jan 2025 12:13:17 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3559606</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า การเพาะเห็ดเป็นการนำวัสดุที่เหลือใช้ในพื้นที่มาใช้ประโยชน์และสร้างรายได้แก่เกษตรกรในพื้นที่ สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตร เขตที่ 1 จังหวัดเชียงใหม่ (สวพ.1) กรมวิชาการเกษตร จึงได้ศึกษาวิจัยการเพาะเห็ดโดยนำเทคโนโลยีของกรมวิชาการเกษตรเกี่ยวข้องกับการผลิตเห็ดมาทดสอบเพื่อหาวิธีการที่เหมาะสมในการผลิตเห็ดชนิดต่าง ๆ มาพัฒนาให้เหมาะสมกับพื้นที่ภายในศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยใช้แนวคิดลดการปลดปล่อยคาร์บอนสู่บรรยากาศ และลดขยะให้เป็นศูนย์ พร้อมกับได้จัดทำโรงเรือนต้นแบบการเพาะเห็ดเศรษฐกิจ ขนาดกว้าง 4 เมตร ยาว 6 เมตร สูง 2.5 เมตร ขึ้นภายในศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ฯ เพื่อใช้สาธิตและเพาะเห็ดเศรษฐกิจที่สามารถเจริญเติบโตให้ผลผลิตเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของพื้นที่โครงการ 8 ชนิด ได้แก่ เห็ดหอม เห็ดนางรมฮังการี เห็ดนางฟ้าภูฏาน เห็ดเป๋าฮื้อ เห็ดขอนขาว เห็ดหูหนู เห็ดหลินจือ และเห็ดหัวลิง โดยมีแผนการผลิตเห็ดตลอดทั้งปีในโรงเรือนต้นแบบตามช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการเจริญเติบโตและให้ผลผลิตของเห็ดแต่ละชนิด จากการศึกษาเทคโนโลยีการผลิตเห็ดที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ฯ พบว่าการผลิตเห็ดให้ได้ผลผลิตที่ดีมีคุณภาพต้องการปัจจัยต่าง ๆ ที่สนับสนุนการเจริญเติบโต ได้แก่ อุณหภูมิในช่วงการเจริญเติบโตของเส้นใย คือ 25-30 องศาเซลเซียส ความชื้นในถุงอาหารเพาะ 55-60 เปอร์เซ็นต์ ในช่วงเปิดดอกต้องการความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศ ประมาณ 70-90 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3559606">กรมวิชาการเกษตร ลุยถ่ายทอดเทคโนโลยีผลิตเห็ดแบบ Low Carbon ช่วยเกษตรกรสร้างรายได้หลักแสนบาทต่อปีอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรมวิชาการเกษตร ใส่เกียร์เดินหน้าพัฒนาพันธุ์พืชด้วยเทคโนโลยีจีโนม เตรียมพร้อมเป็น Seed hub ยกระดับรายได้เกษตรกรไทย]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3559186</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 02 Jan 2025 11:38:00 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3559186</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม เป็นผู้ผลิตสินค้าเกษตรรายใหญ่ และเป็นครัวของโลก ได้มีแนวทางการขับเคลื่อนภาคการเกษตร ยกระดับประเทศไทยสู่ศูนย์กลางภาคเกษตรและอาหารของโลก ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลในการขับเคลื่อนพัฒนาการดำเนินงานให้ทันต่อสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลง ภาวะโลกเดือด หรือศัตรูพืชอุบัติใหม่ โดยภาครัฐมีหน้าที่วิจัยพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ หรือหาแนวทางในการป้องกันและดูแลที่เหมาะสมสำหรับภาคการเกษตรให้รอดพ้นในทุกสถานการณ์ ซึ่งศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบหมายให้ กรมวิชาการเกษตร เดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เทคโนโลยีการปรับปรุงพันธุ์พืช เพื่อเตรียมความพร้อมในการเป็น Seed hub ซึ่งเทคโนโลยีจีโนม (Gene Editing) หรือ GEd จะช่วยยกระดับรายได้ 3 เท่าของ 4 ปี ของเกษตรกรไทยได้อย่างแท้จริง เทคโนโลยี GEd เป็นเทคนิคในการปรับเปลี่ยนและแก้ไขรหัสพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิต ที่มีความจำเพาะและแม่นยำ หรือแก้ไขให้ได้ยีนที่มีลักษณะตามต้องการ ไม่มียีนถ่ายฝากจากสิ่งมีชีวิตอื่น ไม่จัดว่าเป็นพืชดัดแปลงพันธุกรรม หรือ GMOs มีความปลอดภัยสูง มีศักยภาพ ใช้ระยะเวลาสั้น ต้นทุนต่ำ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีการประกาศใช้นโยบาย no transgene = not GMOs โดยถือว่าพืช [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3559186">กรมวิชาการเกษตร ใส่เกียร์เดินหน้าพัฒนาพันธุ์พืชด้วยเทคโนโลยีจีโนม เตรียมพร้อมเป็น Seed hub ยกระดับรายได้เกษตรกรไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรมวิชาการเกษตร อวดโฉม กาแฟอะราบิกาพันธุ์ใหม่ “กวก.เชียงใหม่ 1” ให้ผลผลิตสูง ต้านทานโรคราสนิม รสชาติทิ้งทวนยาวนาน รสสัมผัสนุ่ม]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3558745</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 27 Dec 2024 11:40:53 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3558745</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า กาแฟอะราบิกาเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญที่สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรในพื้นที่สูงของประเทศไทย โดยเฉพาะภาคเหนือ ซึ่งมีสภาพแวดล้อมเหมาะสมต่อการปลูกกาแฟคุณภาพสูง กรมวิชาการเกษตรจึงมุ่งพัฒนาพันธุ์กาแฟที่ตอบโจทย์ทั้งด้านผลผลิต คุณภาพ และความต้านทานโรค จนได้กาแฟพันธุ์ใหม่ใช้ชื่อว่า “กาแฟอะราบิกากวก.เชียงใหม่ 1”ที่พร้อมสนับสนุนเกษตรกรไทยนับเป็นอีกก้าวสำคัญของการพัฒนากาแฟในประเทศไทย ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มผลผลิตและคุณภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นการลดการนำเข้าพันธุ์กาแฟจากต่างประเทศ และความยั่งยืนของอุตสาหกรรมกาแฟของไทย กาแฟอะราบิกาพันธุ์ “กวก.เชียงใหม่ 1” เกิดจากการคัดการผสมพันธุ์ระหว่างพันธุ์ Mundo Novo 1535/33 กับพันธุ์ H.W. 26/14 โดยศูนย์วิจัยโรคราสนิมกาแฟ เมือง Oeiras ประเทศโปรตุเกส ได้ถูกส่งไปปลูกคัดเลือกในประเทศแองโกลา บราซิล โปรตุเกส รวมถึงประเทศไทย โดยการคัดเลือกพันธุ์และเปรียบเทียบในหลายพื้นที่ ได้แก่ ศูนย์วิจัยและส่งเสริมกาแฟอะราบิกาแม่หลอด ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ ศูนย์วิจัยเกษตรที่สูงเพชรบูรณ์ และศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรที่สูงเชียงรายจนได้สายพันธุ์ดีเด่น คือ กาแฟอะราบิกาสายพันธุ์คาร์ติมอร์ H420/9ML2/8KW78KK106ML3/1WW29/10 ซึ่งการปรับปรุงพันธุ์กาแฟอะราบิกาสายพันธุ์คาติมอร์ H420/9ML2/8KW78KK106ML3/1WW29/10 ดำเนินงานโดยศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ สถาบันวิจัยพืชสวน เป็นหลัก จึงตั้งชื่อพันธุ์ว่า “กาแฟอะราบิกาพันธุ์ กวก.เชียงใหม่ 1” อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า อธิบดีกรมวิชาการเกษตร [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3558745">กรมวิชาการเกษตร อวดโฉม กาแฟอะราบิกาพันธุ์ใหม่ “กวก.เชียงใหม่ 1” ให้ผลผลิตสูง ต้านทานโรคราสนิม รสชาติทิ้งทวนยาวนาน รสสัมผัสนุ่ม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรมวิชาการเกษตร นำร่องสร้างกลุ่มแปลงใหญ่ทุเรียนอินทรีย์แห่งแรกในภาคตะวันออก]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3558034</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 25 Dec 2024 09:31:01 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3558034</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า กรมวิชาการเกษตร เล็งเห็นถึงความสำคัญของการผลิตพืชผัก ผลไม้ปลอดภัยโดยเฉพาะทุเรียน ซึ่งเป็นผลไม้เศรษฐกิจสำคัญของประเทศไทย ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของ ศ.ดร. นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งการให้กรมวิชาการเกษตรขับเคลื่อนนโยบายผัก ผลไม้ ต้องมีคุณภาพได้มาตรฐานและปลอดภัย สำหรับการบริโภคทั้งในประเทศและการส่งออก โดยนอกเหนือจากการส่งออกทุเรียนตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับพืชอาหาร หรือ GAP แล้ว“ทุเรียนอินทรีย์” ยังเป็นอีกหนึ่งในสินค้าเกษตรอินทรีย์ที่กรมวิชาการเกษตรให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนมาอย่างต่อเนื่อง โดยมอบหมายให้สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 6 จังหวัดจันทบุรี (สวพ.6) ดำเนินการวิจัยภายใต้แผนงานวิจัยและพัฒนาการผลิตพืชอินทรีย์เพื่อเพิ่มศักยภาพและขยายผลในพื้นที่ภาคตะวันออก โครงการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตทุเรียนอินทรีย์พื้นที่จังหวัดจันทบุรี นายพิทวัฒน์ อ่อนทองหลาง ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 6 กล่าวว่า ระหว่างปี 2565-2567 สวพ.6 ได้ดำเนินการวิจัยและพัฒนาการผลิตทุเรียนอินทรีย์ทั้งในระยะต้นเล็กก่อนให้ผลผลิต และระยะให้ผลผลิต โดยสร้างแปลงต้นแบบจำนวน 8 แปลง และทดสอบเทคโนโลยีแนะนำเปรียบเทียบกับวิธีเกษตรกร พบว่าวิธีการที่เหมาะสมในการเพิ่มผลผลิตทุเรียนอินทรีย์ จังหวัดจันทบุรี ซึ่งมีผลวิเคราะห์สมบัติทางเคมีของดิน ค่าอินทรียวัตถุ ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แคลเซียมและแมกนีเซียม ต่ำกว่าค่าที่เหมาะสม ไม่เคยตัดแต่งกิ่งและฉีดพ่นฮอร์โมนพืช จากการพิจารณาค่าวิเคราะห์ดินและใบทุเรียนร่วมกับวิธีจัดการสวน จึงใช้เทคโนโลยีการตัดแต่งกิ่งหลังเก็บเกี่ยว เพิ่มธาตุอาหารในดินด้วยปุ๋ยอินทรีย์ที่หลากหลายและสารปรับปรุงดิน เพิ่มฮอร์โมนพืช [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3558034">กรมวิชาการเกษตร นำร่องสร้างกลุ่มแปลงใหญ่ทุเรียนอินทรีย์แห่งแรกในภาคตะวันออก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรมวิชาการเกษตร เดินหน้า ถ่ายทอดองค์ความรู้การผลิตอะโวคาโดคุณภาพ สร้างรายได้เพิ่มให้เกษตรกรกว่า 2 แสนบาท/ไร่]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3556981</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 20 Dec 2024 17:17:43 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3556981</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า กรมวิชาการเกษตร ได้ขับเคลื่อนการการดำเนินงานตามนโยบายของ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมุ่งเน้นนโยบายหลักที่จะทำให้“เกษตรกรต้องอยู่ดี สินค้าเกษตรมูลค่าสูง ทรัพยากรเกษตรยั่งยืน” เพื่อสร้างรายได้ โอกาส สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าเดิมให้เกษตรกรไทย โดยศูนย์วิจัยเกษตรที่สูงเพชรบูรณ์ กรมวิชาการเกษตร ได้จัดกิจกรรมถ่ายทอดองค์ความรู้&#8221;การผลิตอะโวคาโดคุณภาพ&#8221; ให้แก่เกษตรกร โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพการผลิตอะโวคาโดในพื้นที่ อ.เขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ให้สามารถผลิตอะโวคาโดคุณภาพสูง และส่งเสริมรายได้ให้แก่เกษตรกรในพื้นที่อย่างยั่งยืน เนื่องจากการปลูกอะโวคาโดในประเทศไทยนั้นมีการปลูกมานานเกือบ 80 ปีโดยเริ่มปลูกจากเมล็ด ทำให้เกิดการกลายพันธุ์ ไม่สามารถจัดการผลผลิตที่มีคุณภาพได้ รวมถึงเกษตรกรยังขาดองค์ความรู้ในการจัดการโรค และแมลงศัตรูพืช การเข้าถึงองค์ความรู้และเทคโนโลยีเรื่องการขยายพันธุ์ การจัดการพันธุ์ดี การดูแลรักษา และการเก็บเกี่ยว นางสาวเมรินทร์ บุญอินทร์ นักวิชาการเกษตรชำนาญการ ศูนย์วิจัยเกษตรที่สูงเพชรบูรณ์ กล่าวว่า ศูนย์วิจัยเกษตรที่สูงเพชรบูรณ์ ได้ร่วมเป็นวิทยากรบรรยายในโครงการส่งเสริมการปลูกอะโวคาโด ณ อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยมีเกษตรกรจากตำบลหนองแม่นา ตำบลสะเดาะพง และตำบลเขาค้อ เข้าร่วมการอบรม โดยเนื้อหาการอบรมครอบคลุมตั้งแต่ ประวัติของอะโวคาโด สายพันธุ์ที่เหมาะสม การปลูกและการดูแลรักษา ไปจนถึงการเก็บเกี่ยวและการขยายพันธุ์ที่เหมาะสม โดยเฉพาะการจัดการโรคและแมลงศัตรูอะโวคาโด [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3556981">กรมวิชาการเกษตร เดินหน้า ถ่ายทอดองค์ความรู้การผลิตอะโวคาโดคุณภาพ สร้างรายได้เพิ่มให้เกษตรกรกว่า 2 แสนบาท/ไร่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรมวิชาการเกษตร ผนึก จังหวัดจันทบุรี จัดประชุมผู้ประกอบการวางแผนเชิงรุก เตรียมความพร้อมฤดูกาลส่งออกลำไยภาคตะวันออกไปจีน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3542432</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 08 Nov 2024 16:38:15 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3542432</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ศ.ดร นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีนโยบายให้กรมวิชาการเกษตรเร่งขับเคลื่อนนโยบายผัก ผลไม้ ต้องปลอดภัยและมีคุณภาพสำหรับการบริโภคทั้งในประเทศและการส่งออก เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงให้ภาคเกษตรไทย จึงได้มอบหมายให้สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 6 จังหวัดจันทบุรี (สวพ.6) จัดการประชุม “ผู้ประกอบการโรงคัดบรรจุลำไยภาคตะวันออก ปี 2567/2568” โดยเน้นย้ำให้ส่งออกสินค้าที่มีคุณภาพและปลอดภัยตรงตามมาตรฐานของประเทศปลายทาง เพื่อร่วมกันรักษาตลาดลำไยให้ยั่งยืน โดยการประชุมในครั้งนี้เพื่อให้ผู้ประกอบการโรงคัดบรรจุลำไย และผู้เกี่ยวข้อง รับทราบสถานการณ์การผลิต การส่งออก ผลการขึ้นทะเบียนสายเก็บลำไยฤดูกาลผลิตปี 2567/2568 ประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขึ้นทะเบียนโรงงานผลิตสินค้าพืช (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2567 เพื่อให้เกิดความเข้าใจในหลักเกณฑ์ กฎระเบียบต่าง ๆ ให้เป็นทิศทางเดียวกัน นายพิทวัฒน์ อ่อนทองหลาง ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 6 กล่าวว่า การประชุมในครั้งนี้ จัดขึ้น ณ ห้องประชุมอาคารอเนกประสงค์ สวพ.6 โดยมีนายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เป็นประธานเปิดการประชุมและมอบนโยบายด้านการส่งออกผลไม้แก่ผู้ประกอบการโรงคัดบรรจุลำไยภาคตะวันออก ปี 2567/2568 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3542432">กรมวิชาการเกษตร ผนึก จังหวัดจันทบุรี จัดประชุมผู้ประกอบการวางแผนเชิงรุก เตรียมความพร้อมฤดูกาลส่งออกลำไยภาคตะวันออกไปจีน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรมวิชาการเกษตร ผนึก สสปน. จังหวัดอุดรธานี จับมือ สมาคมพืชสวนระหว่างประเทศเดินหน้าจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี 2569]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3537475</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 28 Oct 2024 13:44:24 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3537475</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการอำนวยการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 ได้มอบหมายให้กรมวิชาการเกษตร เข้าร่วมพิธีปิดงานมหกรรมพืชสวนโลกนคร เฉิงตู Cheungdu Expo 2024 ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีนายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ สสปน.และพันโทวรายุส์ ตรีวัฒนสุวรรณ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดอุดรธานี เข้าร่วมงานด้วยพร้อมกับได้ประชุมหารือร่วมกับ Mr. Leonardo Capitanio ประธานสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ Mr. Tim Briercliffe เลขาธิการสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ และคณะกรรมการสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ ทั้งนี้ สมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ (AIPH) ได้แนะนำแนวทางการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 ภายใต้ข้อจำกัดในเรื่องของระยะเวลาในการเตรียมการจัดงานที่มีอย่างจำกัดเพียง 1 ปี 4 เดือน โดยเสนอให้มีการปรับแบบผังแม่บทให้ลดความสลับซับซ้อนของโครงสร้างและอาคาร แต่ยังคงสามารถสื่อสารความเป็นไทยและสอดคล้องกับธีมของงาน โดยขอให้กรมวิชาการเกษตรเร่งหารือแนวทางการปรับปรุงผังแม่บทตามข้อแนะนำดังกล่าว รวมถึงแนะนำ Mr. John [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3537475">กรมวิชาการเกษตร ผนึก สสปน. จังหวัดอุดรธานี จับมือ สมาคมพืชสวนระหว่างประเทศเดินหน้าจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี 2569</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรมวิชาการเกษตร เปิดจุดให้บริการซ่อมเครื่องจักรกลการเกษตร ช่วยน้ำท่วม]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3526021</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 24 Sep 2024 16:41:04 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3526021</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า กรมวิชาการเกษตร ได้เปิดจุดบริการซ่อมเครื่องจักรกลการเกษตรขนาดเล็กเพื่อช่วยเหลือประชาชนภาคเหนือที่ประสบภัยน้ำท่วมตามนโยบายของศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดเชียงรายที่ผ่านมา พร้อมกับได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสนับสนุนกำลังพลและเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือกำจัดดินโคลน รวมถึงล้างทำความสะอาดบ้านเรือนประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนประชาชน ซึ่งกรมวิชาการเกษตรได้สนองนโยบายโดยลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ให้กับเกษตรกรตามข้อสั่งการ ทั้งนี้ กรมวิชาการเกษตร ได้ตั้งศูนย์ซ่อมแซมเครื่องจักรกลเกษตรขนาดเล็กที่จมน้ำ ได้แก่ เครื่องตัดหญ้า เครื่องสูบน้ำ เครื่องพ่นหว่านปุ๋ย เครื่องพ่นสารเคมี-ชีวภัณฑ์ และ เครื่องยนต์เล็กทางการเกษตร อื่นๆ ในพื้นที่จังหวัดพะเยา และเชียงราย โดยมีเกษตรกรนำเครื่องมือที่จมน้ำมาให้ซ่อมมากกว่า 100 ราย เครื่องยนต์ทางการเกษตรมากกว่า 120 เครื่อง พร้อมกันนี้ได้ร่วมสนับสนุนผู้ประสบอุทกภัยกับมูลนิธิ ธรรมนัส พรหมเผ่า โดยเปิดให้บริการมาแล้วตั้งแต่วันที่ 23-30 กันยายนนี้ ซึ่งกรมวิชาการเกษตรได้สนับสนุนอะไหล่ น้ำมันหล่อลื่น ชุดซ่อม และสอนวิธีการใช้ และบำรุงรักษาเครื่องมือทางการเกษตรขนาดเล็กให้ถูกตามหลักวิชาการ ให้กับประชาชนโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายทุกรายการ และในวันที่ 25 กันยายน 2567 หลังการประชุมผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะลงพื้นที่จังหวัดเชียงราย และพะเยา ทันที เพื่อให้การดำเนินงานบรรลุผลสัมฤทธิ์โดยเร็วที่สุด</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3526021">กรมวิชาการเกษตร เปิดจุดให้บริการซ่อมเครื่องจักรกลการเกษตร ช่วยน้ำท่วม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรมวิชาการเกษตร ร่วมสนับสนุน กระทรวงเกษตรฯ ส่งโดรนเกษตรช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมเชียงราย พร้อมปล่อยคาราวานเคลื่อนที่ร่วมแบ่งปันน้ำใจ สู้ภัยน้ำท่วม]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3521702</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 13 Sep 2024 13:41:59 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3521702</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนและเกษตรกรในพื้นที่ประสบอุทกภัยในจังหวัดเชียงราย จึงได้สั่งการกรมวิชาการเกษตรเร่งลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วมอย่างเร่งด่วน ซึ่งกรมวิชาการเกษตรได้ดำเนินการเคลื่อนขบวนคาราวานรถปฏิบัติการเคลื่อนที่ “กรมวิชาการเกษตร ร่วมแบ่งปันน้ำใจ สู้ภัยน้ำท่วม” โดยนำโดรนเกษตร จำนวน 4 ลำ ขนาดความจุ 50 ลิตร ที่สามารถขนย้ายสิ่งของได้ครั้งละ 50 กิโลกรัม/เที่ยว/ลำ เพื่อปฏิบัติภารกิจบินสำรวจผู้ประสบภัยที่ตกค้าง พร้อมส่งถุงยังชีพ น้ำ อาหาร ให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วม ในพื้นที่รถและเรือไม่สามารถเข้าไปในพื้นที่ได้ ซึ่งหลายจุดเกิดน้ำท่วมขังจากน้ำในแม่น้ำที่ไหลล้นตลิ่งทำให้การเข้าถึงพื้นที่เป็นไปด้วยความยากลำบาก และเจ้าหน้าที่จากส่วนกลาง ที่ร่วมลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย และพร้อมให้การช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกร และประชาชนที่ประสบอุทกภัยในเบื้องต้น โดยสนับสนุนอาหารกล่อง น้ำดื่ม นอกจากนี้ หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ได้แก่ สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดเชียงราย สำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงราย ศูนย์วิจัยข้าวเชียงราย ปศุสัตว์จังหวัดเชียงราย สำนักงานประมงจังหวัดเชียงราย ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรที่สูงเชียงราย และศูนย์วิจัยพืชสวนเชียงรายบูรณาการการทำงานร่วมกัน โดยร่วมกันจัดตั้งศูนย์พิรุณราชชั่วคราว ณ สำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงราย เพื่อรับรองเรื่องราวร้องทุกข์ และช่วยเหลือประชาชน ที่ประสบภาวะอุทกภัยในครั้งนี้ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมเชียงรายและภาคเหนือตอนบนในครั้งนี้หนักมาก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3521702">กรมวิชาการเกษตร ร่วมสนับสนุน กระทรวงเกษตรฯ ส่งโดรนเกษตรช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมเชียงราย พร้อมปล่อยคาราวานเคลื่อนที่ร่วมแบ่งปันน้ำใจ สู้ภัยน้ำท่วม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
	</channel>
</rss>
