<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
>
<channel>
	<title>ThaiPR.NET</title>
	<atom:link href="https://www.thaipr.net/symbol/ram/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thaipr.net/symbol/ram</link>
	<description>Press Release Distribution Center of Thailand</description>
	<lastBuildDate>Fri, 10 Apr 2026 17:30:46 +0700</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.1</generator>
	<item>
		<title><![CDATA[เรื่องลับๆ ของผู้ชาย ที่ควรรู้ : หูดข้าวสุก]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3559350</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 03 Jan 2025 12:09:26 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3559350</guid>

					<description><![CDATA[<p>หูดข้าวสุก เป็นโรคติดต่อชนิดหนึ่งเกิดจากเชื้อไวรัสกลุ่ม poxviridae โรคนี้ติดต่อทางการสัมผัส นอกจากการมีเพศสัมพันธ์แล้ว การสัมผัสโดยตรงก็สามารถทำให้ติดโรคได้ โรคนี้ไม่สามารถป้องกันได้ด้วยการใช้ถุงยางอนามัย ในผู้ใหญ่มักเป็นเฉพาะที่บริเวณอวัยวะเพศ แต่ในเด็กอาจแสดงอาการได้ทั่วร่างกาย เช่น ข้อพับแขน-ขา และ ลำตัว เป็นต้น อาการของหูดข้าวสุกในระยะแรกจะเริ่มจากมีจุดสีแดง ต่อมาเป็นตุ่มเล็กๆ สีแดง และอาจมีตุ่มคล้ายมีสารสีขาวอยู่ภายใน บางครั้งจะมองเห็นเป็นจุดบุ๋มอยู่ตรงกลาง ลักษณะคล้ายเม็ดสิวแต่ไม่มีการอักเสบ เวลาบีบออกจะได้สารสีขาวข้นเป็นเม็ดคล้ายเม็ดข้าวสุก โดยปกติอาการของโรคหูดข้าวสุกสามารถดีขึ้นได้เองภายใน 6–12 เดือน แต่ในบางครั้งอาจอยู่นานถึง 5 ปี ควรทำการรักษาตั่งแต่ต้นเพื่อลดการแพร่เชื้อสู่ผู้อื่นและการเพิ่มจำนวนขึ้น การรักษาทำได้หลายวิธี ทั้งการทายา พ่นไอเย็น หรือการทำ laser สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่แผนกผิวหนัง ศัลยกรรมเลเซอร์และความงาม &#62;&#62; https://bit.ly/3OwPJdFโทร.1512 ต่อ 1290, 1299Line Official : @ramhospital</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3559350">เรื่องลับๆ ของผู้ชาย ที่ควรรู้ : หูดข้าวสุก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[โรงพยาบาลรามคำแหง ได้รับรางวัล &#8220;Creativity and Innovation Silver Award&#8221; ในงาน Muang Thai Life Assurance Hospital Awards 2023]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3488311</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 27 Jun 2024 10:59:43 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3488311</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) จัดงานมอบรางวัลเกียรติยศ &#8220;Muang Thai Life Assurance Hospital Awards 2023&#8221; ณ โรงแรมสยาม เคมปินสกี้ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2567 ที่ผ่านมา เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติโรงพยาบาลที่ให้บริการอย่างมีมาตรฐาน และมุ่งมั่นพัฒนาประสิทธิภาพการทำงานอย่างต่อเนื่อง ริเริ่มสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ พร้อมรองรับและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า เพื่อมอบความพึงพอใจสูงสุดแก่ผู้ใช้บริการ โอกาสนี้โรงพยาบาลรามคำแหง ได้รับรางวัลประเภท Creativity and Innovation Silver Award รางวัลด้านริเริ่ม เปิดรับ ตอบรับนวัตกรรมใหม่ รางวัลนี้มอบให้แก่โรงพยาบาลที่มีกระบวนการคิดสร้างสรรค์อย่างต่อเนื่อง มุ่งมั่นหาแนวทางใหม่ๆ ที่แตกต่าง เพื่อนำมาพัฒนางาน ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ใช้บริการ โดยมี ทันตแพทย์เจิมพล ภูมิตระกูล กรรมการบริหารโรงพยาบาลรามคำแหง เป็นตัวแทนรับมอบรางวัลจาก นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) และ คุณสาระ ล่ำซำ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3488311">โรงพยาบาลรามคำแหง ได้รับรางวัล &#8220;Creativity and Innovation Silver Award&#8221; ในงาน Muang Thai Life Assurance Hospital Awards 2023</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[อบรมครรภ์คุณภาพ 2024 &#8221; Healthy Moms and Babies&#8221; อายุครรภ์ 1-6 เดือน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3480368</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 07 Jun 2024 08:33:16 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3480368</guid>

					<description><![CDATA[<p>อบรมครรภ์คุณภาพ 2024 &#8221; Healthy Moms and Babies&#8221; อายุครรภ์ 1-6 เดือน เตรียมพร้อมสู่การเป็นคุณแม่มืออาชีพ เพราะความปลอดภัยและพัฒนาการของลูกน้อยในครรภ์คือสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับคุณพ่อคุณแม่โรงพยาบาลรามคำแหง จึงขอเชิญคุณแม่ตั้งครรภ์ที่มีอายุครรภ์ 1-6 เดือน ที่สนใจเข้าร่วมอบรมครรภ์คุณภาพ 2024 “Healthy Moms and Babies&#8221; ในวันเสาร์ที่ 29 มิถุนายน 2567 เวลา 08.00-12.00 น. ณ ห้องประชุมอาคาร 3 ชั้น 10 โรงพยาบาลรามคำแหง มาร่วมเตรียมความพร้อมเพื่อสุขภาพที่ดีของคุณแม่และลูกน้อยตลอดการตั้งครรภ์ เรียนรู้การดูแลครรภ์และเสริมสร้างพัฒนาการของลูกน้อยตั้งแต่อยู่ในครรภ์ การเตรียมตัวคลอดอย่างปลอดภัย รวมถึงวิธีการดูแลทารกหลังคลอด เวิร์กชอปเรียนรู้การเป็นคุณแม่มืออาชีพ โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางและพยาบาลวิชาชีพ ที่พร้อมตอบทุกข้อสงสัยในเรื่องที่คุณแม่อยากรู้ รายละเอียดกิจกรรม 08.00 &#8211; 08.45 น. ลงทะเบียน 08.45 &#8211; 09.00 น. กล่าวเปิดงานอบรมครรภ์คุณภาพ 2024 “Healthy Moms [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3480368">อบรมครรภ์คุณภาพ 2024 &#8221; Healthy Moms and Babies&#8221; อายุครรภ์ 1-6 เดือน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ผ่าตัดผ่านกล้องทางโพรงจมูก รักษาเนื้องอกต่อมใต้สมอง]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3477064</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 29 May 2024 11:21:39 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3477064</guid>

					<description><![CDATA[<p>เนื้องอกต่อมใต้สมอง คือกลุ่มเนื้องอกที่เกิดขึ้นบริเวณต่อมใต้สมอง ซึ่งเป็นต่อมขนาดเล็กที่อยู่บริเวณฐานของสมอง ทำหน้าที่ผลิตฮอร์โมนควบคุมการทำงานของร่างกาย สาเหตุของการเกิดเนื้องอกต่อมใต้สมองนั้นยังไม่แน่ชัด แต่ส่วนใหญ่เนื้องอกต่อมใต้สมองไม่ใช่เนื้อร้าย มีลักษณะโตช้าและไม่แสดงอาการ ยกเว้นเมื่อเริ่มมีความผิดปกติ มีขนาดโตไวและไปกดเบียดบริเวณรอบข้าง อาการของเนื้องอกต่อมใต้สมอง จะขึ้นอยู่กับตำแหน่ง ขนาด และชนิดของเนื้องอก โดยทั่วไปมักพบปัญหาเกี่ยวกับสายตา เช่น มองเห็นภาพไม่ชัด ตาพร่ามัว ฮอร์โมนผิดปกติ เช่น ประจำเดือนมาไม่ปกติ มีขนขึ้นผิดปกติ ปวดศีรษะ อาเจียน อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร การรักษาเนื้องอกต่อมใต้สมอง ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น อายุ สุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย ชนิด ขนาด และตำแหน่งของเนื้องอก เนื้องอกชนิดที่โตช้า แพทย์อาจแนะนำให้ติดตามอาการด้วยการตรวจ MRI เป็นระยะๆ หรือให้ยาเพื่อรักษาภาวะฮอร์โมนผิดปกติที่เกิดจากเนื้องอก รวมถึงการผ่าตัด ** การผ่าตัดเป็นวิธีหลักในการรักษาเนื้องอกต่อมใต้สมอง ปัจจุบันนิยมใช้เทคนิคการผ่าตัดส่องกล้องทางโพรงจมูก การผ่าตัดส่องกล้องทางโพรงจมูก เป็นการผ่าตัดโดยใช้กล้องขนาดเล็กสอดผ่านโพรงจมูกเข้าไปยังต่อมใต้สมอง เพื่อทำการผ่าตัดเนื้องอกออก ข้อดีของวิธีนี้คือ แผลผ่าตัดเล็ก ผู้ป่วยเจ็บตัวน้อย ฟื้นตัวเร็ว ช่วยรักษาเนื้อเยื่อโดยรอบไม่ให้เสียหาย และลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน หากสงสัยว่าตนเองมีเนื้องอกต่อมใต้สมอง หรือพบอาการผิดปกติ เช่น ปวดหัวรุนแรง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3477064">ผ่าตัดผ่านกล้องทางโพรงจมูก รักษาเนื้องอกต่อมใต้สมอง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ทำไม?&#8230; ผู้หญิงถึงเสี่ยงเป็น “มะเร็งเต้านม”]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3475451</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 24 May 2024 12:01:06 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3475451</guid>

					<description><![CDATA[<p>ทำไม?&#8230; ผู้หญิงถึงเสี่ยงเป็น “มะเร็งเต้านม” สาเหตุหลัก ที่ผู้หญิงมีความเสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านม เกิดจากอิทธิพลของฮอร์โมนเอสโตรเจน ฮอร์โมนเพศหญิงนี้ทำหน้าที่กระตุ้นให้เซลล์ในเนื้อเยื่อเต้านมแบ่งตัวและเพิ่มจำนวนขึ้น ดังนั้นเซลล์เต้านมจะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาตามระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนดังนั้น ถ้าเต้านมใครมีระยะเวลาการอยู่ภายใต้อิทธิพลของฮอร์โมนเอสโตรเจนนาน ก็ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านม เช่น คนที่มีประจำเดือนครั้งแรกเร็วกว่าปกติ คือมีประจำเดือนก่อนอายุ 12 ปี และหมดช้ากว่าอายุ 55 ปี คนที่ไม่มีลูก หรือมีลูกหลังอายุ 30 ปี จะมีความเสี่ยงสูงในการเป็นมะเร็งเต้านม อย่างไรก็ตาม มะเร็งเต้านมสามารถรักษาได้ หากพบและรักษาเร็วตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ดังนั้นการรู้ตัวก่อนว่ามีก้อนมะเร็งอยู่ในเต้านมจึงเป็นเรื่องสำคัญ การตรวจเต้านมด้วยตัวเองเป็นประจำ เพื่อทำความคุ้นเคยกับเต้านม จะทำให้เราสามารถค้นพบสิ่งผิดปกติได้ง่าย แนะนำให้คุณผู้หญิง อายุ 20 ปีขึ้นไป ควรสังเกตความผิดปกติและตรวจเต้านมด้วยตัวเองเป็นประจำ อายุ 40 ปีขึ้นไป ควรตรวจเต้านมด้วยตัวเอง ควบคู่กับการตรวจเต้านมโดยแพทย์ และตรวจเอกซเรย์เต้านมด้วยเครื่องดิจิตอลแมมโมแกรมและอัลตราซาวนด์อย่างน้อยปีละครั้ง การตรวจพบมะเร็งเต้านมในระยะเริ่มต้น จะช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาหาย และป้องกันไม่ให้โรคร้ายลุกลามไปยังอวัยวะอื่นๆ&#8230; วิธีตรวจเต้านมด้วยตัวเองและแมมโมแกรมเพื่อคัดกรองมะเร็งเต้านม คลิกอ่าน &#62;&#62; https://www.ram-hosp.co.th/news_detail/251 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่แผนกสูติ-นรีเวช โรงพยาบาลรามคำแหง &#62;&#62; https://bit.ly/3vzY4Xrโทร. 1512 ต่อ 2220, [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3475451">ทำไม?&#8230; ผู้หญิงถึงเสี่ยงเป็น “มะเร็งเต้านม”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ผู้สูงอายุเบื่ออาหาร? 5 วิธีง่ายๆ ช่วยให้ทานอาหารได้อร่อยขึ้น]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3473402</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 17 May 2024 11:22:54 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3473402</guid>

					<description><![CDATA[<p>ผู้สูงอายุเบื่ออาหาร? 5 วิธีง่ายๆ ช่วยให้ทานอาหารได้อร่อยขึ้น เคยสังเกตไหมว่า? ผู้สูงอายุที่เรารัก ทานอาหารน้อยลง เบื่ออาหาร ไม่อยากทานอะไร แม้แต่เมนูโปรดที่เคยชอบก็ไม่ทาน อาการเบื่ออาหารนี้ ไม่ใช่เรื่องเล็กนะ เพราะอาจส่งผลต่อสุขภาพ ทำให้ร่างกายขาดสารอาหาร ผอมแห้ง อ่อนเพลีย ภูมิคุ้มกันต่ำ และอาจนำไปสู่โรคต่างๆ ได้ แล้วจะทำอย่างไรดี? วันนี้เรามี 5 วิธีง่ายๆ ที่จะช่วยให้ผู้สูงอายุทานอาหารได้อร่อยขึ้น มาดูกันเลย… 1. ตรวจสุขภาพช่องปากและฟัน ฟันและเหงือกที่ดี ช่วยให้ทานอาหารได้อร่อย พาผู้สูงอายุไปพบทันตแพทย์เป็นประจำ รักษาความสะอาดช่องปาก แปรงฟันอย่างถูกวิธี เลือกแปรงสีฟันที่มีขนอ่อนๆ เหมาะกับผู้สูงอายุ ใช้ไหมขัดฟันเพื่อทำความสะอาดซอกฟัน บ้วนปากด้วยน้ำเกลือหรือน้ำยาบ้วนปากที่ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์หลังทานอาหาร 2. อาหารที่เหมาะกับผู้สูงอายุ เลือกอาหารที่ย่อยง่าย- เน้นผักและผลไม้ที่มีน้ำเยอะ เช่น แตงกวา มะระ ผักโขม ตำลึง ฟักเขียว- เลือกโปรตีนจากปลาหรือเต้าหู้ ย่อยง่าย ดีต่อสุขภาพ- หลีกเลี่ยงเนื้อหมู เนื้อแดง เนื้อสัตว์ที่มีไขมันสูง- ปรุงอาหารด้วยวิธีต้ม ผัด แกง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3473402">ผู้สูงอายุเบื่ออาหาร? 5 วิธีง่ายๆ ช่วยให้ทานอาหารได้อร่อยขึ้น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ศูนย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลรามคำแหง ชวนร่วมฟังสัมมนา ปวดหัวบ่อยๆ เรื้อรัง ต้องระวังอะไร? &#038; ปวดหัวแบบไหนเสี่ยงเนื้องอกในสมอง?]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3473032</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 16 May 2024 12:48:22 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3473032</guid>

					<description><![CDATA[<p>ศูนย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลรามคำแหง ชวนร่วมฟังสัมมนา ปวดหัวบ่อยๆ เรื้อรัง ต้องระวังอะไร? &#38; ปวดหัวแบบไหนเสี่ยงเนื้องอกในสมอง? เพราะอาการปวดหัว พบได้บ่อยในคนทุกเพศทุกวัย แล้วสงสัยไหมว่าทำไมถึงปวดหัวบ่อย? และ ปวดหัวแบบไหนที่อันตราย?&#8230; มาฟังคำตอบพร้อมวิธีดูแลสุขภาพสมองไปด้วยกัน วันเสาร์ที่ 8 มิถุนายน 2567 เวลา 13.00 &#8211; 16.00 น. ณ ห้องประชุม อาคาร 3 ชั้น 10 โรงพยาบาลรามคำแหง ไม่เสียค่าใช้จ่าย!!&#8230; 13.00 &#8211; 13.30 น. ลงทะเบียน พร้อมรับบริการสุขภาพ- ตรวจวัดความดันโลหิตด้วยระบบดิจิตอล- ตรวจวัดความดันตาอัตโนมัติชนิดไม่สัมผัส- ตรวจน้ำตาลปลายนิ้ว (ไม่ต้องงดน้ำ &#38; อาหาร) 13.30 &#8211; 14.10 น. สัมมนาความรู้เรื่อง “ปวดหัวบ่อยๆ เรื้อรัง ต้องระวังอะไร?” ได้รับเกียรติจาก พญ.สุธิดา เย็นจันทร์ ผู้ชำนาญการด้านสมองและระบบประสาท [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3473032">ศูนย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลรามคำแหง ชวนร่วมฟังสัมมนา ปวดหัวบ่อยๆ เรื้อรัง ต้องระวังอะไร? &amp; ปวดหัวแบบไหนเสี่ยงเนื้องอกในสมอง?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ปวดหัวไม่ใช่เรื่องเล็ก.. ระวัง! &#8220;เนื้องอกในสมอง&#8221;]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3469382</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 07 May 2024 11:06:57 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3469382</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปวดหัวไม่ใช่เรื่องเล็ก.. ระวัง! &#8220;เนื้องอกในสมอง&#8221; เนื้องอกในสมอง เมื่อโตขึ้นจะไปเบียดเนื้อสมองและเพิ่มความดันในกะโหลกศีรษะ ส่งผลให้เกิดอาการปวดหัวรุนแรง ผู้ป่วยมักปวดหัวตลอดเวลา แม้จะทานยาแก้ปวดก็ไม่บรรเทา อาการปวดมักเกิดขึ้นตอนเช้าหลังตื่นนอน หรือช่วงเวลากลางคืน มักมีอาการมากกว่า 15 วันต่อเดือน อย่างน้อย 3 เดือนติดต่อกัน นอกจากอาการปวดหัวแล้ว เนื้องอกในสมองอาจทำให้เกิดอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น ชา อ่อนแรง หน้าเบี้ยว ชัก ความจำหรือพฤติกรรมผิดปกติ อาการเหล่านี้ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของเนื้องอกในสมอง ** ปัจจุบันการตรวจและการรักษาเนื้องอกในสมองได้มีการนำเทคโนโลยีและวิธีการรักษาที่ทันสมัยมาใช้ ทำให้ได้ผลการรักษามีประสิทธิภาพและปลอดภัยมากขึ้น** เนื้องอกในสมองอันตรายแค่ไหน รักษาได้หรือไม่? คลิกอ่าน &#62;&#62; https://www.ram-hosp.co.th/news_detail/519 Fiber tractography เทคโนโลยีที่จะเปลี่ยนความไม่มั่นใจ ให้เป็นความปลอดภัยในการผ่าตัดสมอง คลิกอ่าน &#62;&#62; https://www.ram-hosp.co.th/news_detail/2210 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์รักษาเนื้องอกในสมองโรงพยาบาลรามคำแหง &#62;&#62; https://bit.ly/4aVgNgtโทร. 1512 ต่อ 2130, 2138, 2139 Line Official : https://lin.ee/dED0pj2</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3469382">ปวดหัวไม่ใช่เรื่องเล็ก.. ระวัง! &#8220;เนื้องอกในสมอง&#8221;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[LIVE สด หัวข้อ หน้าร้อน..ร้อนตับแตกระวัง!.. ปวดท้องบ่อยๆ ท้องเสีย ท้องร่วง เมื่อไหร่ต้องส่องกล้อง?]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3469357</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 07 May 2024 10:43:29 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3469357</guid>

					<description><![CDATA[<p>ท้องเสีย ท้องร่วง ปวดท้อง อาจดูเป็นปัญหาสุขภาพที่พบบ่อยในหน้าร้อน แต่รู้หรือไม่ว่า!.. อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคร้ายได้!! มาไขข้อสงสัย? เรียนรู้วิธีป้องกันและดูแลตัวเองให้ห่างไกลจากปัญหาเหล่านี้ พร้อมคำแนะนำเรื่องการตรวจส่องกล้อง กับ นพ.ดนัย ลิ้มมธุรสกุล แพทย์ผู้ชำนาญการด้านโรคระบบทางเดินอาหาร LIVE สดวันที่ 9 พฤษภาคม เริ่มตั้งแต่เวลา 12.30-13.00 น. ทาง Facebook,YouTube และ TikTok สำหรับผู้ที่กดไลค์ กดแชร์ และร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านหน้าเพจ ตั้งแต่เวลา 12.30-20.00 น. และลงทะเบียนนัดพบแพทย์ระบบทางเดินอาหาร ท่านจะได้รับบัตรกำนัลเงินสด E-Voucher มูลค่า 500 บาท (จำนวน 10 ท่าน) เพื่อใช้เป็นส่วนลดเมื่อเข้ารับบริการพบแพทย์ ลงทะเบียนนัดพบแพทย์ คลิก &#62;&#62; https://forms.gle/zx5D9oKx2E6jAw5z9 ทัก Inbox แจ้งสิทธิ์ขอรับ E-Voucher สามารถใช้สิทธิ์ได้ในวันที่เข้ามารับบริการไม่เกิน 31 พ.ค.2567 เงื่อนไขเป็นไปตามที่โรงพยาบาลกำหนด สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่Call Center 1512 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3469357">LIVE สด หัวข้อ หน้าร้อน..ร้อนตับแตกระวัง!.. ปวดท้องบ่อยๆ ท้องเสีย ท้องร่วง เมื่อไหร่ต้องส่องกล้อง?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[แผลเบาหวาน” ติดเชื้อง่ายหายยาก &#8230; รักษาถูกวิธี “ไม่ต้องตัดขา”]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3469174</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 07 May 2024 09:00:28 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3469174</guid>

					<description><![CDATA[<p>แผลเบาหวาน” ติดเชื้อง่ายหายยาก &#8230; รักษาถูกวิธี “ไม่ต้องตัดขา”  ผู้ป่วยโรคเบาหวาน มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดแผลที่เท้าและอาจนำไปสู่การถูกตัดขา สถิติที่น่าตกใจคือ ผู้ป่วยที่ถูกตัดขาข้างแรก มีโอกาสสูงถึง 50% ที่จะต้องถูกตัดขาอีกข้าง ในระยะเวลาเพียง 3-5 ปี สาเหตุหลักของแผลเบาหวานที่เท้าเกิดจากระดับน้ำตาลในเลือดสูง ส่งผลต่อระบบต่างๆ ดังนี้ เส้นประสาทส่วนปลายเสื่อม ทำให้เท้าชา รู้สึกเสียวซ่าน หรือไม่มีความรู้สึ ผิวหนังแห้งคัน เกิดรอยแตก เกาจนเป็นแผล หลอดเลือดตีบ เลือดไปเลี้ยงเท้าไม่เพียงพอ แผลหายช้า ติดเชื้อง่าย เมื่อเกิดแผลที่เท้าผู้ป่วยเบาหวานมักไม่รู้สึกเจ็บ ทำให้ไม่รู้ตัว รู้สึกอีกทีแผลก็ลุกลามติดเชื้อยากต่อการรักษา สำหรับผู้ป่วยเบาหวาน การดูแลเท้าจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรละเลย หากสังเกตเห็นว่ามีอาการ เท้าชา ผิวหนังบริเวณเท้ามีสีคล้ำลง หรือเป็นแผลเรื้อรังไม่หาย ควรมาพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุและรับการรักษาก่อนที่จะเป็นมากขึ้นและอาจต้องถูกตัดเท้า การรักษาแผลเบาหวานที่เท้าตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้ไม่ต้องตัดขาและลดความเสี่ยงการติดเชื้อ ดังนั้นผู้ป่วยและญาติควรเรียนรู้วิธีการดูแลแผลและป้องกันการเกิดแผล ซึ่งการตระหนักถึงความร้ายแรงของแผลเบาหวานจะช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดี ปัจจุบันมีการรักษาที่ช่วยลดโอกาสการสูญเสียเท้าจากแผลเบาหวานได้ ด้วยการขยายหลอดเลือดที่ตีบตัน พร้อมสวนหลอดเลือดเพื่อขยายและใส่โครงค้ำยัน เลือดก็จะไหลเวียนไปเลี้ยงเท้าได้สะดวก ทำให้แผลเรื้อรังหายเร็วขึ้น ช่วยให้รักษาเท้าเอาไว้ได้… “แผลเบาหวานที่เท้า รักษาถูกวิธีก็ไม่จำเป็นต้องตัดขา” คลิกอ่าน &#62;&#62; https://www.ram-hosp.co.th/news_detail/2378 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์รักษาแผลเบาหวานที่เท้า โรงพยาบาลรามคำแหง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3469174">แผลเบาหวาน” ติดเชื้อง่ายหายยาก &#8230; รักษาถูกวิธี “ไม่ต้องตัดขา”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เด็กอ้วน น่ารักจริงหรือ?]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3468718</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 03 May 2024 09:57:33 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3468718</guid>

					<description><![CDATA[<p>เด็กอ้วน น่ารักจริงหรือ?หลายคนคงเคยได้ยินคำพูดที่ว่า &#8220;เด็กอ้วนน่ารัก จ้ำม้ำ น่าฟัด&#8221; แต่รู้หรือไม่ว่าภายใต้ความน่ารักนั้น อาจแฝงอันตรายต่อสุขภาพของลูกน้อยของคุณ แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าลูกอยู่ในเกณฑ์อ้วน?วิธีง่ายๆ คือการคำนวณค่าดัชนีมวลกาย (BMI) โดยใช้สูตร BMI = น้ำหนัก (กก.) / ความสูงยกกำลังสอง (ม.) หากคำนวณออกมาแล้วมีค่าเฉลี่ยมากกว่า 30 นั่นถือว่าลูกของคุณอยู่ในเกณฑ์อ้วนแล้ว ซึ่งเด็กที่มีน้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐานอาจมีความเสี่ยงต่อโรคต่างๆ เช่น เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง นอนกรน ฯลฯ และ อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาวของเด็กในอนาคตได้ ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ควรให้ความสำคัญกับสุขภาพของลูก โดยการเลือกอาหารที่มีประโยชน์ให้ลูกทาน ส่งเสริมให้ลูกออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และพาลูกไปตรวจสุขภาพกับแพทย์เป็นประจำ การดูแลสุขภาพลูกให้ดีตั้งแต่เด็ก จะช่วยให้ลูกมีสุขภาพแข็งแรง เติบโตสมวัย มีความสุข และห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บ.. เด็กอ้วนสำคัญอย่างไร? คลิกอ่าน &#62;&#62; https://www.ram-hosp.co.th/news_detail/161 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่แผนกเด็กและคลินิกเด็กสุขภาพดี โรงพยาบาลรามคำแหง &#62;&#62; https://bit.ly/3INV0KH&#160;โทร.1512 ต่อ 3240-3244Line Official : @ramhospital</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3468718">เด็กอ้วน น่ารักจริงหรือ?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ปวดหลัง ร้าวลงขา ชา อ่อนแรง?&#8230; ระวัง &#8220;หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท&#8221;]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3465918</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 24 Apr 2024 13:27:44 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3465918</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปวดหลัง ร้าวลงขา ชา อ่อนแรง?&#8230; ระวัง &#8220;หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท&#8221; จริงอยู่ที่โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทมักพบในผู้สูงอายุ แต่ปัจจุบันไม่ว่าใครก็มีโอกาสเป็นโรคนี้ได้ เพราะสาเหตุหลักของโรคนี้คือ ความเสื่อมของกระดูกตามอายุที่มากขึ้น รวมถึงพฤติกรรมการใช้งานกระดูกสันหลังผิดวิธี เช่น การก้มๆ เงยๆ ขณะทำงาน ยกของหนักเป็นประจำ นั่งทำงานหรือขับรถติดต่อกันหลายชั่วโมง หรือปล่อยให้น้ำหนักตัวมากเกินไปต่างก็มีโอกาสที่หมอนรองกระดูกจะเสื่อมสภาพ และเสี่ยงกับโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทได้ เมื่อเส้นประสาทที่ไขสันหลังถูกกดทับ เส้นประสาทจะเกิดการอักเสบส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการ ดังนี้ ปวดหลังหรือสะโพกร้าวลงขาข้างใดข้างหนึ่ง อาการปวดมักจะรุนแรงขึ้นเมื่อ ไอ จาม ก้มตัว ยกของหนัก ชาหรืออ่อนแรงขาและอาจมีอาการชาเท้าร่วมด้วย ผู้ป่วยอาจรู้สึกเหมือนมีเข็มทิ่ม หรือรู้สึกเสียวที่ขา หากรุนแรงจะมีอาการของระบบขับถ่ายร่วมด้วย เช่น ปัสสาวะไม่ออก ท้องผูก ในระยะที่รุนแรงขึ้น อาการปวด ชา และอ่อนแรงจะเป็นมากขึ้นเรื่อยๆ จนเส้นประสาทบาดเจ็บเสี่ยงทำให้พิการได้ การรักษาโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ทำได้หลายวิธีแพทย์จะพิจารณาเป็นรายๆ ไป โดยดูหลายอย่างตั้งแต่ตำแหน่ง ความรุนแรงของการกดทับ ความเสื่อมของตัวกระดูกสันหลัง หรือหมอนรองกระดูกสันหลังของผู้ป่วย การรักษาสามารถทำได้ตั้งแต่การทานยาร่วมกับการทำกายภาพบำบัด หรือการฉีดยาสเตียรอยด์เข้าไปในโพรงประสาท เพื่อลดอาการปวด ในผู้ป่วยบางคนที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษา และยังมีอาการปวดมากจนไม่สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ แพทย์อาจจำเป็นต้องทำการรักษาด้วยวิธีการผ่าตัด “การผ่าตัดกระดูกสันหลังผ่านกล้องเอ็นโดสโคป” ข้อมูลเพิ่มเติม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3465918">ปวดหลัง ร้าวลงขา ชา อ่อนแรง?&#8230; ระวัง &#8220;หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท&#8221;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[หน้าร้อน ระวัง!&#8230; อาหารเป็นพิษ อาการแบบไหน?]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3462998</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 10 Apr 2024 17:23:24 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3462998</guid>

					<description><![CDATA[<p>ที่ควรพบแพทย์ด่วน!!อาหารเป็นพิษ ภัยใกล้ตัวที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน ทุกวัย โดยเฉพาะในประเทศเขตร้อนอย่างประเทศไทยที่เชื้อโรคเจริญเติบโตได้ดี ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักมีอาการท้องเสีย อาเจียน เวียนหัว อาหารเป็นพิษเกิดจากการทานอาหารหรือน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อโรค เช่น แบคทีเรีย ไวรัส หรือไข่ตัวอ่อนของหนอนพยาธิที่ปนเปื้อนอยู่ในอาหาร เช่น อาหารค้างคืน, เนื้อสัตว์ที่ปรุงไม่สุก หรือน้ำดื่มที่ไม่สะอาด เมื่อร่างกายได้รับเชื้อโรคเหล่านี้เข้าไป ก็จะพยายามขับเอาเชื้อโรคออก ทำให้เกิดอาการต่างๆ ความรุนแรงของอาการจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับชนิดของเชื้อโรค ปริมาณเชื้อโรคที่ได้รับ รวมถึงสุขภาพของตัวผู้ป่วยเองด้วย อาหารเป็นพิษไม่ได้มีแค่อาการท้องเสียเพียงอย่างเดียว ผู้ป่วยบางคนอาจมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น เวียนศีรษะ อาเจียน ปวดท้อง คอแห้งกระหายน้ำ ปวดหัว และมีไข้ อาการมักเกิดขึ้นทันทีหลังทานอาหาร หรือภายใน 4-30 ชั่วโมง หลังจากทานอาหารมื้อนั้น โดยทั่วไปอาหารเป็นพิษเป็นภาวะไม่รุนแรง และสามารถหายได้เองภายใน 24-48 ชั่วโมง โดยการรักษาตามอาการเบื้องต้น เช่น ดื่มน้ำเกลือแร่ (ORS) เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำและเกลือแร่ งดทานอาหารรสจัด, นม หรือผลไม้ ทานอาหารปรุงสุก สะอาด ย่อยง่าย ดื่มน้ำสะอาดมากๆ พักผ่อน และงดทำกิจกรรมหนักๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3462998">หน้าร้อน ระวัง!&#8230; อาหารเป็นพิษ อาการแบบไหน?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[อย่าคิดว่าโรคหัวใจเป็นเรื่องของผู้สูงอายุเท่านั้น!!!]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3462777</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 10 Apr 2024 14:37:58 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3462777</guid>

					<description><![CDATA[<p>อย่าคิดว่าโรคหัวใจเป็นเรื่องของผู้สูงอายุเท่านั้น!!!เพราะพฤติกรรมการใช้ชีวิตในยุคปัจจุบัน ส่งผลให้คนอายุน้อยเสี่ยงเป็นโรคหัวใจกันมากขึ้น สาเหตุหลักๆ ก็มาจากกรรมพันธุ์หรือมีความผิดปกติของหัวใจมาตั้งแต่กำเนิด พฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ พักผ่อนน้อย ไม่ออกกำลังกาย ทานอาหารไม่ดีต่อสุขภาพ ส่งผลให้เป็นโรคอ้วน เบาหวาน ไขมัน ความดัน ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงให้เกิดโรคหัวใจตามมาได้แม้แต่คนที่ร่างกายแข็งแรง เป็นนักกีฬาก็มีความเสี่ยงเป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจหนาผิดปกติได้ โดยเฉพาะนักกีฬาอาชีพหรือผู้ที่ใช้ร่างกายหนักๆ แนะนำให้ตรวจเช็กสุขภาพหัวใจเพื่อดูว่าสามารถเล่นกีฬาหรือทำกิจกรรมที่หักโหมได้หรือไม่ อาการของโรคหัวใจ ที่สังเกตได้ หลักๆ เลยก็คือ แน่นหน้าอก ใจสั่น หน้ามืด เป็นลม วูบ หมดสติ หรือ เหนื่อยง่ายกว่าปกติ อาการเหล่านี้เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงการทำงานที่ผิดปกติของหัวใจ&#8230; ดังนั้นใครที่สังเกตเห็น หรือสงสัยว่าตัวเองหรือคนรอบข้าง มีอาการผิดปกติดังกล่าว ควรรีบไปพบแพทย์เฉพาะทางโรคหัวใจ ตรวจวินิจฉัยให้ละเอียดและรับการรักษา เพราะหากปล่อยไว้นานอาจเป็นอันตรายและทำให้เสียชีวิตได้ โรคหัวใจไม่เลือกวัย การดูแลสุขภาพให้ดีและตรวจเช็กหัวใจสม่ำเสมอหรืออย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจลงได้ ดูแลตัวเองตั้งแต่อายุน้อยเพื่อสุขภาพหัวใจที่ดีกันดีกว่า “อายุน้อยก็เสี่ยงโรคหัวใจได้” คลิกชม &#62;&#62; http://www.youtube.com/watch?v=MI7aPWgGYRo สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์หัวใจ โรงพยาบาลรามคำแหง &#62;&#62; https://bit.ly/43oIkDmโทร. 1512 ต่อ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3462777">อย่าคิดว่าโรคหัวใจเป็นเรื่องของผู้สูงอายุเท่านั้น!!!</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ตรวจวัดความเสี่ยง “แผลเบาหวานที่เท้า” ด้วยเครื่อง ABI]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3462035</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 09 Apr 2024 10:07:42 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3462035</guid>

					<description><![CDATA[<p>ผู้ป่วยเบาหวานมักมีภาวะหลอดเลือดส่วนปลายตีบ ทำให้รู้สึกชาที่เท้า เวลาเป็นแผลเลยไม่รู้สึกเจ็บปวดอะไร หลายคนรู้ตัวอีกทีก็เมื่อแผลลุกลามติดเชื้อถึงขั้นต้องตัดเท้าแล้ว เทคโนโลยี ABI เป็นตัวช่วยประเมินภาวะอุดตันของหลอดเลือดส่วนปลายได้เป็นอย่างดี มีความแม่นยำ นอกจากนี้ยังสามารถบอกแนวโน้มของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดได้อีกด้วย เป็นการตรวจที่ไม่เจ็บ ปลอดภัย ตรวจง่ายไม่จำเป็นต้องงดน้ำ งดอาหาร ก่อนเข้ารับการตรวจ สำหรับผู้ป่วยเบาหวาน การดูแลเท้าเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรละเลย ให้หมั่นสังเกตอาการต่างๆ อย่างใกล้ชิด หากมีอาการเท้าชา ผิวหนังบริเวณเท้ามีสีคล้ำลง หรือเป็นแผลเรื้อรังไม่หาย ให้รีบมาพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุและรับการรักษา หากปล่อยไว้อาจถึงขั้นสูญเสียเท้าได้ แผลเบาหวานที่เท้า ถ้าหากรักษาถูกวิธีก็ไม่จำเป็นต้องตัดขา คลิกอ่านข้อมูล &#62;&#62; https://bit.ly/3uZVeLs สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์รักษาแผลเบาหวานที่เท้า &#62;&#62; https://bit.ly/3M6OLUxโทร.1512 ต่อ 2110, 2119Line Official : https://lin.ee/dED0pj2</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3462035">ตรวจวัดความเสี่ยง “แผลเบาหวานที่เท้า” ด้วยเครื่อง ABI</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[“มะเร็งเต้านม” ตรวจพบเร็ว มีโอกาสหายสูง]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3461134</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 04 Apr 2024 12:29:04 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3461134</guid>

					<description><![CDATA[<p>มะเร็งเต้านม พบได้บ่อยเป็นอันดับ 1 ในผู้หญิงไทย การตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมเป็นวิธีที่ดีในการพบมะเร็งเต้านมในระยะเริ่มต้น ซึ่งจะช่วยให้การรักษาได้ผลดีและมีโอกาสรอดชีวิตสูง ** สมาคมโรคมะเร็งแห่งประเทศไทย แนะนำให้ผู้หญิงอายุ 40 ปีขึ้นไป ตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยแมมโมแกรมทุก 1 ปี และตรวจเต้านมโดยแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์ทุก 1 ปี ผู้หญิงที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป ควรตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมอย่างสม่ำเสมอ และควรเข้ารับการตรวจเพิ่มเติมหากได้รับคำแนะนำจากแพทย์ วิธีตรวจเต้านมด้วยตัวเอง และแมมโมแกรมเพื่อคัดกรองมะเร็งเต้านม คลิกอ่าน &#62;&#62; https://bit.ly/3u2Ogon สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่แผนกสูติ-นรีเวช โรงพยาบาลรามคำแหง  &#62;&#62; https://bit.ly/3vzY4Xrโทร. 1512 ต่อ 2220, 2229Line Official : @ramhospital</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3461134">“มะเร็งเต้านม” ตรวจพบเร็ว มีโอกาสหายสูง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สภากาชาดไทย ร่วมกับ โรงพยาบาลรามคำแหง เชิญร่วมบริจาคโลหิต ครั้งที่ 47 ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3460867</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 04 Apr 2024 08:49:20 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3460867</guid>

					<description><![CDATA[<p>สภากาชาดไทย ร่วมกับ โรงพยาบาลรามคำแหง เชิญร่วมบริจาคโลหิต ครั้งที่ 47 วันอังคารที่ 9 เมษายน 2567 เวลา 09.00-15.00 น. (พักเที่ยง 12.00-13.00 น.) ณ ห้องประชุมใหญ่ อาคาร 3 ชั้น 10 โรงพยาบาลรามคำแหง &#8220;โดยหน่วยรับบริจาคโลหิตเคลื่อนที่ของสภากาชาดไทยมารับบริจาคโลหิตของท่านเอง&#8221; โรงพยาบาลรามคำแหงขอเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการรับบริจาคเลือดนอกพื้นที่ให้กับสภากาชาดไทย โลหิตทุกยูนิตที่ได้รับบริจาคจากท่าน สภากาชาดไทย จะนำไปใช้ในการรักษาพยาบาลผู้ป่วยทั่วประเทศ คำแนะนำการเตรียมตัวก่อนบริจาคโลหิต 5 ขั้นตอนในวันมาบริจาคโลหิต Q &#38; A เพิ่งฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ หรือ วัคซีนป้องกันโควิด บริจาคโลหิตได้ไหม? คลิกอ่าน &#62;&#62; https://www.ram-hosp.co.th/news_detail/1000 เตรียมร่างกายให้พร้อมแล้วมาบริจาคเลือดกันเยอะๆ นะครับ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่Call center โทร.1512Line Official : @ramhospital</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3460867">สภากาชาดไทย ร่วมกับ โรงพยาบาลรามคำแหง เชิญร่วมบริจาคโลหิต ครั้งที่ 47 </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[“ตับ” คุณยังแข็งแรงดีอยู่ไหม?&#8230; มาเช็กกันสัญญาณเตือนว่าตับอาจมีปัญหา&#8230;]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3459951</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 01 Apr 2024 17:47:45 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3459951</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ตับ” คุณยังแข็งแรงดีอยู่ไหม?&#8230; มาเช็กกันสัญญาณเตือนว่าตับอาจมีปัญหา&#8230; อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย เบื่ออาหาร น้ำหนักลด ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน ตาเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม ผิวแห้ง คัน ประจำเดือนมาไม่ปกติ ** หากมีอาการเหล่านี้ ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุและรับการรักษาอย่างเหมาะสม ภาวะตับอักเสบเรื้อรังเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น ภาวะไขมันพอกตับ ดื่มแอลกอฮอล์เป็นเวลานาน ใช้ยาเกินความจำเป็น ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ เมื่อตับอักเสบเป็นเวลานานจะส่งผลทำให้เกิดภาวะตับแข็งได้ ปัจจุบันเราสามารถตรวจเช็กการทำงานของตับได้ละเอียดมากขึ้น ด้วยอุปกรณ์ที่เรียกว่าเครื่อง Liver Scan หน้าตาของเครื่องก็จะมีลักษณะเหมือนเครื่องอัลตราซาวนด์ เข้ามาทดแทนการเจาะตรวจชิ้นเนื้อตับ สามารถตรวจวัดปริมาณไขมันในตับและพังผืดในตับได้พร้อมกัน วิธีการตรวจทำได้ง่ายโดยการใช้หัวตรวจแตะที่บริเวณผิวหนังของคนไข้และส่งคลื่นเสียงสะท้อนไปยังบริเวณตับ ซึ่งสะดวกรวดเร็ว โดยที่ไม่ต้องมีความเสี่ยงจากการโดนเจาะตับ แล้วก็ไม่เจ็บตัวอีกด้วย ตรวจตับ แบบไม่เจ็บด้วย Liver Scan อ่านข้อมูลเพิ่มเติม &#62;&#62; https://bit.ly/3vzNwaR สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่แผนกโรคทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลรามคำแหง &#62;&#62; https://bit.ly/4bar1cLโทร.1512 ต่อ 2280, 2288, 2289Line Official : @ramhospital</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3459951">“ตับ” คุณยังแข็งแรงดีอยู่ไหม?&#8230; มาเช็กกันสัญญาณเตือนว่าตับอาจมีปัญหา&#8230;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[อาการ “ปวดศีรษะ” จาก “เนื้องอกในสมอง”]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3457432</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 25 Mar 2024 11:32:52 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3457432</guid>

					<description><![CDATA[<p>เนื้องอกในสมอง คือ ก้อนเนื้อที่เจริญเติบโตผิดปกติในสมองหรือบริเวณใกล้เคียง มักทำให้เกิดอาการปวดศีรษะเป็นอาการหลัก เนื่องจากเนื้องอกจะเบียดเนื้อสมองและเพิ่มความดันในกะโหลกศีรษะ อาการปวดศีรษะจากเนื้องอกในสมอง มักมีลักษณะดังนี้   ปวดศีรษะรุนแรง ปวดตลอดเวลา ปวดศีรษะมากขึ้นเรื่อยๆ แม้จะทานยาแก้ปวดก็ไม่สามารถบรรเทาได้ ปวดศีรษะมักเกิดตอนเช้าหลังตื่นนอน หรือช่วงเวลากลางคืน ปวดศีรษะมากกว่า 15 วันต่อเดือน อย่างน้อย 3 เดือนติดต่อกัน นอกจากอาการปวดศีรษะแล้ว หากเนื้องอกไปกดเบียดหรือทำลายเนื้อสมอง ผู้ป่วยอาจมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น ชา อ่อนแรง หน้าเบี้ยว ชัก ความจำหรือพฤติกรรมผิดปกติ การตรวจหาความผิดปกติของเนื้องอกในสมอง สามารถทำได้ด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) ซึ่งช่วยให้แพทย์สามารถตรวจวินิจฉัยได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ และวางแผนการรักษาได้ทันทีก่อนที่จะลุกลาม เนื้องอกในสมองอันตรายแค่ไหน รักษาได้หรือไม่? คลิกอ่าน &#62;&#62; https://bit.ly/3u0Thhp ปัจจุบันยังไม่มีวิธีป้องกันโรคเนื้องอกในสมองได้อย่างสมบูรณ์ แต่สามารถลดความเสี่ยงในการเกิดโรคได้ เช่น หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดเนื้องอก เช่น การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ ฯลฯ และที่สำคัญควรตรวจสุขภาพเป็นประจำ เพื่อตรวจหาความผิดปกติของร่างกายตั้งแต่เนิ่นๆ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์รักษาเนื้องอกในสมอง โรงพยาบาลรามคำแหง &#62;&#62; https://bit.ly/4aVgNgtโทร 0 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3457432">อาการ “ปวดศีรษะ” จาก “เนื้องอกในสมอง”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ปวดท้องประจำเดือน&#8230; อาจไม่ใช่เรื่องปกติ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3456903</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 22 Mar 2024 14:00:26 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3456903</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปวดท้องประจำเดือน&#8230; อาจไม่ใช่เรื่องปกติ ผู้หญิงหลายคนคงคุ้นเคยกับอาการปวดท้องก่อนและระหว่างมีประจำเดือน บางคนอาจรู้สึกปวดหน่วง ปวดเกร็ง ไปจนถึงปวดรุนแรงบริเวณท้องน้อย บางรายมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น ปวดหลัง คลื่นไส้ ท้องเสีย ท้องผูก หรือปวดศีรษะ หลายคนมักเข้าใจว่าเป็นเรื่องปกติของผู้หญิง แต่รู้หรือไม่? ว่าอาการปวดท้องประจำเดือนอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคร้ายแรงได้ หากคุณมีอาการเหล่านี้ แนะนำให้ไปพบแพทย์ ทานยาแล้วไม่หาย แม้จะทานยาแก้ปวดแล้ว แต่อาการปวดไม่ดีขึ้น หรือมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น มีไข้ร่วมด้วย อาการปวดท้องประจำเดือนที่มาร่วมกับไข้ อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อ เลือดออกมากผิดปกติ เลือดประจำเดือนออกมากจนต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อย หรือมีลิ่มเลือดขนาดใหญ่ เลือดมีสีแปลก เลือดประจำเดือนมีสีคล้ำ ดำ หรือมีกลิ่นเหม็น ปวดท้องน้อยแม้ไม่มีประจำเดือน อาการปวดท้องน้อยเรื้อรัง อาจเป็นสัญญาณของโรคอื่นๆ ตกขาวมีกลิ่น คัน อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อในช่องคลอด ปวดท้องประจำเดือนรุนแรง ปวดจนรบกวนกิจวัตรประจำวัน ส่งผลต่อการทำงาน เรียน หรือทำกิจกรรมอื่นๆ การปวดท้องประจำเดือนที่รุนแรง หรือมีอาการผิดปกติร่วมด้วย อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคร้ายแรง เช่น เนื้องอกมดลูก, ถุงน้ำรังไข่, เยื่อบุมดลูกเจริญผิดที่, ช็อกโกแลตซีสต์ ฯลฯ ดังนั้น คุณผู้หญิงควรใส่ใจกับสัญญาณเตือนของร่างกายตัวเอง หากมีอาการปวดท้องประจำเดือนที่ผิดปกติ ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุที่แท้จริง และรับการรักษาอย่างถูกต้องอย่ามัวแต่ทนปวดเลยครับ!! การรักษาที่ทันท่วงที [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3456903">ปวดท้องประจำเดือน&#8230; อาจไม่ใช่เรื่องปกติ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
	</channel>
</rss>
