ข่าวประชาสัมพันธ์กีฬา

ประสบการณ์ยิ่งใหญ่สร้างแรงบันดาลใจและการเปลี่ยนแปลงให้ 4 เยาวชนแข้งโจ๋

          ประสบการณ์ยิ่งใหญ่สร้างแรงบันดาลใจและการเปลี่ยนแปลงให้ 4 เยาวชนแข้งโจ๋ เมื่อเยือนมิวนิค เยอรมนีกับค่าย Allianz Explorer ภายใต้โครงการ "อลิอันซ์ จูเนียร์ ฟุตบอล แคมป์ 2018
          กลับถึงเมืองไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้วพร้อมความสนุกสนานประทับใจและทักษะด้านฟุตบอลที่อัดแน่นมาด้วยเต็มเปี่ยม ของเยาวชน 4 แข้งโจ๋ได้แก่ ได้แก่ นาย-วรรุจน์ นามเวช ฟิล์ม-พัชรพล พงศ์ปัญญา บอย-เกียรติศักดิ์ สนิทขำ และโต้ง-ศักดา นนท์ภักดี ที่ได้รับการคัดเลือกเป็นตัวแทนประเทศไทยไปเก็บเกี่ยวสุดยอดประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิต ณ สนามอลิอันซ์ อารีน่า สโมสรบาเยิร์น มิวนิค ประเทศเยอรมนี ผ่านค่าย Allianz Explorer ภายใต้โครงการ "อลิอันซ์ จูเนียร์ ฟุตบอล แคมป์ 2018" เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา
          โดยความพิเศษของโครงการ "อลิอันซ์ จูเนียร์ ฟุตบอล แคมป์ 2018 ในปีนี้ นอกจากเยาวชนตัวแทนจากทั่วโลกและ 4 เยาวชนไทยจะได้ฝึกซ้อมทักษะฟุตบอลโดยคณะผู้ฝึกสอนทีมเยาวชนสโมสรบาเยิร์น มิวนิค ได้เข้าเยี่ยมชมสนามอลิอันซ์ อารีน่า พบปะนักเตะซุปเปอร์สตาร์ของทีมแล้ว ไฮไลต์สำคัญในปีนี้ คือการได้ชมแมตช์การแข่งขันฟุตบอลนัดพิเศษที่จัดขึ้นเพื่ออำลา บัสทีอัน ชไวน์ชไตเกอร์ ระหว่างทีมเสือใต้ บาเยิร์น มิวนิคกับทีมชิคาโก ไฟร์ ณ สนามอลิอันซ์ อารีนา ซึ่งผลปรากฎว่าทีมบาเยิร์น มิวนิคชนะไป 4-0
          นางสาวพัชรา ทวีชัยวัฒนะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายบริหารการตลาดและสื่อสารองค์กร บมจ. อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต เปิดเผยว่า โครงการ "อลิอันซ์ จูเนียร์ ฟุตบอล แคมป์" ปีนี้จัดภายใต้แนวคิด "อยากได้คนไม่กลัวแพ้" เพื่อสื่อสารและกระตุ้นให้เยาวชนมุ่งมั่นในการเดินตามความฝัน ไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรคและกล้าที่จะเดินหน้าคว้าโอกาสที่มีอยู่ตรงหน้า โดยมี อลิอันซ์ อยุธยา เป็นผู้สนับสนุนตลอดรายการ จนกระทั่งได้ เยาวชน 4 คนที่ไม่กลัวแพ้ คือนาย-วรรุจน์ นามเวช ฟิล์ม-พัชรพล พงศ์ปัญญา บอย-เกียรติศักดิ์ สนิทขำ และโต้ง-ศักดา นนท์ภักดี เป็นตัวแทนประเทศไทยไปร่วมค่าย "อลิอันซ์ จูเนียร์ ฟุตบอล แคมป์" ที่เมืองมิวนิค ประเทศเยอรมนี โดยกิจกรรมในในปีนี้มีความพิเศษกว่าทุกปี จัดขึ้นภายใต้ชื่อ Allianz Explorer ที่กิจกรรมโดยส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นเรื่องของการฝึกซ้อมฟุตบอลเท่านั้น แต่ได้สอดแทรกกิจกรรมเสริมความรู้เพื่อการพัฒนาตนเองด้านอื่นๆ ไปด้วย เพื่อให้เยาวชนได้แลกเปลี่ยนมุมมอง เปิดรับความคิดเห็นและวัฒนธรรมการใช้ชีวิตระหว่างกัน
          "นอกเหนือจากประสบการณ์ด้านฟุตบอล ค่ายปีนี้ยังมุ่งเน้นไปที่หัวข้อการค้นหาแรงบันดาลใจ ได้แก่ การเสริมสร้างความมั่นใจในตนเอง การเตรียมตัวรับมือกับความเปลี่ยนแปลง และการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจกันในทีม นอกจากนี้ ยังได้เชิญวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิอีกหลายคนที่น่าสนใจมาบรรยายเพื่อสร้างแรงบันดาลใจและแบ่งปันประสบการณ์ให้เด็กๆ ได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง อาทิ โอลิเวอร์ คาห์น ตำนานผู้รักษาประตูทีมชาติเยอรมัน ซึ่งมาถ่ายทอดแรงบันดาลใจในเรื่องการเสริมสร้าง "ความเชื่อมั่นในตนเอง" ขณะที่ วาเลเรีย คาจีน่า สาวน้อยชาวอิตาเลียนวัยเพียง 17 ปี แต่มีความสนใจและเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านหุ่นยนต์ มาสร้างแรงบันดาลใจเรื่องความเปลี่ยนแปลง และ มิสเตอร์ เกอร์ฮาด ทีเลอร์ นักฟิสิกส์และนักบินอวกาศจาก European Space Agency ก็ได้รับเชิญให้มาแบ่งปันประสบการณ์และถ่ายทอดความรู้ในเรื่องความไว้วางใจ ซึ่งเป็น ทักษะสำคัญในการทำงานเป็นทีม เหมือนกับที่นักฟุตบอลต้องให้ความไว้วางใจสมาชิกในทีมของตนด้วย"
          บอย-เกียรติศักดิ์ สนิทขำ เล่าถึงวินาทีที่ประกาศว่าได้รับคัดเลือกไปเยอรมันว่า รู้สึกภูมิใจในตัวเองที่สามารถทำให้ตัวเองประสบความสำเร็จและสร้างชื่อเสียงในวงศ์ตระกูล เตรียมความพร้อมไปเยอรมันโดยตั้งใจฝึกซ้อม และแก้ไขข้อบกพร่องของตัวเองที่มีอยู่เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์กลับมาให้มากที่สุด ส่วนสิ่งที่ประทับใจที่สุดคือการชมการแข่งขันฟุตบอลนัดพิเศษที่จัดขึ้นเพื่ออำลา บัสทีอัน ชไวน์ชไตเกอร์ ระหว่างทีมเสือใต้ บาเยิร์น มิวนิคกับทีมชิคาโก ไฟร์ ที่สัมผัสได้ถึงความยิ่งใหญ่ของสนามอลิอันซ์ อารีนา และยังมีโอโกาสได้ยิงประตูต่อหน้า โอลิเวอร์ คาห์น ตำนานผู้รักษาประตูทีมชาติเยอรมัน อยากฝากถึงน้องๆ ทุกคนที่สนใจฟุตบอลอยากให้ตั้งใจซ้อม หากล้มได้ก็ลุกได้ สำหรับตนถือคติว่า ไม่เคยผิดหวังกับสิ่งที่ทำ แต่จะผิดหวังที่ไม่ได้ลงมือทำมากกว่า
โต้ง-ศักดา นนท์ภักดี บอกว่า การได้รับการคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในสี่ของคนที่ได้ไปเยอรมัน เหมือนเป็นรางวัลชีวิตทั้งหมด ที่มาจากการฝึกซ้อมอย่างไม่ย่อท้อแม้จะหนักและเหนื่อยแค่ไหน เพราะการทำอย่างตั้งใจผลตอบแทนจะเป็นรางวัลที่ดีที่สุดของเรา รู้สึกดีใจมากที่ได้รับการคัดเลือกแต่อย่างไรก็ต้องฝึกตัวเองให้ดีกว่านี้ ซึ่งการไปในครั้งนี้ทำให้ได้มีโอกาสได้ทบทวนทักษะของตัวเอง ได้เล่นฟุตบอลกับเพื่อนต่างชาติ ซึ่งทำให้รู้ว่าการเล่นกับคนต่างชาติต้องเล่นแบบไหน อย่างไร ได้ความรู้ในเรื่องฟุตบอลกลับมามากขึ้น อยากให้น้องๆ ที่สนใจพัฒนาตัวเองให้มากๆ และลองเก็บเกี่ยวประสบการณ์แล้วนำกลับมาทดสอบฝีเท้าของตัวเอง คนอ่อนแอไม่แพ้เสมอไป
          ฟิล์ม-พัชรพล พงศ์ปัญญา เสริมว่า เล่นฟุตบอลมาตั้งแต่อายุ 7 ขวบ รู้จักโครงการนี้จากเฟซบุ๊ก ทำให้อยากลองพัฒนาตัวเองจึงมาลองมาสมัครคัดเลือก การไปเยอรมันในครั้งนี้ นอกจากจะได้ประสบการณ์มากมายกลับมาแล้ว ยังมีโอกาสได้เล่นกีฬาพื้นบ้านของเด็กเยอรมัน ได้เรียนรู้วัฒนธรรมของเขา ได้ชมฟุตบอลแข่งขันนัดอำลา ประทับใจในการแข่งทัวร์นาเมนต์อย่างมากเพราะได้เล่นฟุตบอลกับเพื่อนต่างชาติที่เข้าขากันสนุกมากและได้สื่อสารเป็นภาษาอังกฤษ อยากให้ทุกคนที่รักฟุตบอลพยายามตั้งใจฝึกฝน และถ้าเราไม่กลัวแพ้ก็จะทำได้ทุกอย่าง เพราะความขยัน ความมุ่งมั่นจะคอยพัฒนาตัวเราเสมอ
          ปิดท้ายที่ นาย-วรรุจน์ นามเวช บอกว่า การได้รับคัดเลือกเป็นหนึ่งในตัวแทนในครั้งนี้ทำให้พ่อแม่ญาติเพื่อนและคนรอบข้างดีใจไปกับเราเพราะเป็นผู้ที่คอยสนับสนุนมาตลอด ชอบบรรยากาศการฝึกซ้อมของโครงการนี้ตั้งแต่ที่เมืองไทยแล้วเพราะสอนทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยงบอล การโหม่ง ก่อนเดินทางได้เตรียมพร้อมเรื่องสภาพร่างกาย และความแข็งแรงให้ฟิตมากขึ้น การไปเยอรมันได้ประสบการณ์ใหม่ๆ ได้ลองเล่นฟุตบอลที่ต่างแดน ได้ทักษะเพิ่มขึ้น และสร้างมิตรสัมพันธ์กับเพื่อนต่างชาติ ได้พัฒนาการใช้เท้า ทำให้มั่นใจการเล่นเท้าซ้ายมากขึ้น และได้กระทบไหล่นักฟุตบอลดังๆ มากมาย อาจมีปรับตัวเรื่องภาษาในการสื่อสาร สภาพอากาศที่ค่อนข้างหนาวและอาหารการกินบ้างเล็กน้อย เพราะทุกอย่างจะต่างจากที่เมืองไทยแต่ก็ไม่มีปัญหาใดๆ อยากให้น้องๆ ตั้งใจฝักซ้อมและมีระเบียบวินัย อย่ายอมแพ้ในสิ่งที่เรายังไม่ได้ทำ
          วันนี้โอกาสเป็นของน้องๆ ทั้งสี่คนแล้ว หากใครสนใจกีฬาฟุตบอลและอยากมีประสบการณ์แปลกใหม่เหมือนรุ่นพี่บ้าง ขอแค่อย่ากลัวแพ้ อย่าท้อแท้ เพราะวันหนึ่งโอกาสอาจจะเป็นของเรา...