<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
>
<channel>
	<title>ThaiPR.NET</title>
	<atom:link href="https://www.thaipr.net/originalcode/med/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thaipr.net/originalcode/med</link>
	<description>Press Release Distribution Center of Thailand</description>
	<lastBuildDate>Tue, 25 Aug 2026 17:27:57 +0700</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.1</generator>
	<item>
		<title><![CDATA[แพทย์ชี้ เป้าหมายการรักษาโรค SLE มุ่งสู่ “ภาวะโรคสงบ” ด้วยนวัตกรรมการรักษาที่ตรงจุด ยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ป่วย]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3753760</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 25 Aug 2026 16:05:42 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3753760</guid>

					<description><![CDATA[<p>โรคแพ้ภูมิตัวเอง SLE (Systemic Lupus Erythematosus) ยังคงเป็นปัญหาสุขภาพสำคัญของคนไทย พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายเกือบ 10 เท่า โดยเฉพาะในวัยเรียน วัยทำงาน และวัยสร้างครอบครัว แพทย์ชี้แนวทางการรักษาโรค SLE ในปัจจุบันมุ่งให้ผู้ป่วยสามารถควบคุมโรคเข้าสู่ภาวะ “โรคสงบ” ลดอาการกำเริบ ลดความเสี่ยงต่อการทำลายอวัยวะ และยกระดับคุณภาพชีวิตในระยะยาว ขณะที่ความก้าวหน้าของนวัตกรรมการรักษาช่วยเปิดทางเลือกใหม่ในการดูแลผู้ป่วยได้ตรงต่อกลไกของโรคมากขึ้น จากการศึกษาฐานข้อมูลระดับชาติพบว่า ประเทศไทยมีผู้ป่วยโรค SLE ประมาณ 85.8 คนต่อประชากร 100,000 คน โดยมีผู้ป่วยรายใหม่ปีละประมาณ 15,000-16,000 คน และพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายเกือบ 10 เท่า พบได้บ่อยในผู้หญิงอายุ 20-49 ปี ซึ่งเป็นวัยเรียน วัยทำงาน และวัยสร้างครอบครัว โรคแพ้ภูมิตัวเอง SLE (Systemic Lupus Erythematosus) หรือที่คนไทยรู้จักกันในชื่อ โรคเอสแอลอี หรือ โรคพุ่มพวง เป็นโรคที่ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานผิดปกติ และหันมาทำลายอวัยวะของตนเอง ส่งผลให้เกิดการอักเสบได้หลายระบบ ไม่ว่าจะเป็นผิวหนัง ข้อ ไต [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3753760">แพทย์ชี้ เป้าหมายการรักษาโรค SLE มุ่งสู่ “ภาวะโรคสงบ” ด้วยนวัตกรรมการรักษาที่ตรงจุด ยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ป่วย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[อย่ามองข้าม! แพทย์หัวใจ รพ.ไทยนครินทร์ แนะสังเกตอาการเตือน ‘โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ’ ก่อนสาย พร้อมวิธีตรวจวินิจฉัยอย่างตรงจุด]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3753539</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 25 Aug 2026 08:28:39 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3753539</guid>

					<description><![CDATA[<p>โรงพยาบาลไทยนครินทร์ เตือนประชาชนอย่ามองข้ามสัญญาณผิดปกติของร่างกาย ชวนเช็กอาการเตือน ‘โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ’ ภัยเงียบที่อาจอันตรายถึงชีวิต พร้อมเผยแนวทางการตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์ที่แม่นยำและตรงจุดตามระดับความเสี่ยง เพื่อการรักษาอย่างทันท่วงทีก่อนสายเกินแก้ นพ.อุฬาร วงศ์แกล้ว แพทย์ประจำศูนย์หัวใจ โรงพยาบาลไทยนครินทร์ เปิดเผยว่า โรคหลอดเลือดหัวใจตีบเป็นภาวะที่เกิดจากการสะสมของคราบไขมันภายในผนังหลอดเลือด ทำให้เลือดและออกซิเจนไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจไม่เพียงพอ ซึ่งคนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดว่าจะมีเพียงอาการเจ็บแน่นหน้าอกเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง มาตรฐานสากลด้านโรคหัวใจและหลอดเลือด (AHA/ACC) ระบุว่า อาการเตือนอาจส่งผ่านไปยังบริเวณไหล่ แขน คอ กราม หรือหลัง รวมถึงมีอาการเหนื่อยง่าย หายใจไม่อิ่มร่วมด้วย ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่สังเกตสัญญาณเตือน อาจนำไปสู่ภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันได้ ทั้งนี้ การตรวจหาความผิดปกติไม่ได้มีเพียงวิธีเดียว และไม่จำเป็นต้องตรวจทุกรายการ อ้างอิงตามแนวทางสมาคมโรคหัวใจแห่งยุโรป (ESC Guidelines 2024) แพทย์จะประเมินจากปัจจัยเสี่ยง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง ประวัติครอบครัว พฤติกรรมการสูบบุหรี่ และอายุ เพื่อเลือกแนวทางการตรวจวินิจฉัยที่ตรงจุด ได้แก่ การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG / ECG): ประเมินการทำงานทางไฟฟ้าและจังหวะการเต้นของหัวใจเบื้องต้น การตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง (Echocardiogram): ตรวจเช็กโครงสร้าง การบีบตัวของกล้ามเนื้อหัวใจ และการทำงานของลิ้นหัวใจ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3753539">อย่ามองข้าม! แพทย์หัวใจ รพ.ไทยนครินทร์ แนะสังเกตอาการเตือน ‘โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ’ ก่อนสาย พร้อมวิธีตรวจวินิจฉัยอย่างตรงจุด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เช็กสุขภาพตามศาสตร์ไทย! พาราไดซ์พาร์ค ร่วมกับ สภาการแพทย์แผนไทย จัดงาน &#8220;มหกรรมการแพทย์แผนไทย” 26–30 ส.ค. นี้]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3753179</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 24 Aug 2026 11:39:58 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3753179</guid>

					<description><![CDATA[<p>สายรักสุขภาพต้องไป! พาราไดซ์ พาร์ค ศูนย์การค้าในเครือเอ็ม บี เค ร่วมมือกับ สภาการแพทย์แผนไทย จัดงาน มหกรรมการแพทย์แผนไทย  ภายในงานพบกับการรวมสุดยอดองค์ความรู้นวัตกรรมการแพทย์แผนไทยมากมาย อาทิ เสวนาความรู้โดยผู้เชี่ยวชาญ ผู้ทรงคุณวุฒิ ด้านการแพทย์แผนไทย การตรวจวินิจฉัยและการนวดไทย พร้อมให้คำแนะนำการรักษา ช้อปจุใจกับสินค้าคุณภาพ และอาหารสุขภาพ รวมทั้งเวิร์กชอปดี ๆ มากมาย อาทิ การปรุงยาน้ำธาตุอบเชย การปรุงยาน้ำรักษาโรคเหงือกและฟัน การปรุงยาน้ำมันนวด ยาหม่อง การปรุงน้ำหอมสุคนธบำบัดศาสตร์ และการปรุงยาดมสมุนไพร นพเก้า พิเศษ! สมาชิก MBK PLUS เพียงแสดงใบเสร็จมูลค่า 500 บาทขึ้นไป + 1 MBK Point รับสิทธิ์เข้าร่วมกิจกรรม Workshop ฟรี  มาเติมความรู้ เติมสุขภาพ เติมแรงบันดาลใจ เรียนรู้นวัตกรรมการแพทย์แผนไทยในการดูแลตัวเองกับ งาน มหกรรมการแพทย์แผนไทย ในวันพุธที่ 26 – วันอาทิตย์ 30 สิงหาคม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3753179">เช็กสุขภาพตามศาสตร์ไทย! พาราไดซ์พาร์ค ร่วมกับ สภาการแพทย์แผนไทย จัดงาน &#8220;มหกรรมการแพทย์แผนไทย” 26–30 ส.ค. นี้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[BKGI จับมือ BGI &#8211; MGI เปิดเวทีเสวนาวิชาการ &#8220;Thailand Clinical Genomics &#038; Precision Medicine Forum 2026&#8221; ขับเคลื่อนการแพทย์แม่นยำของไทยสู่มาตรฐานสากล]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3753146</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 24 Aug 2026 11:22:56 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3753146</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท แบงคอกจีโนมิกส์อินโนเวชั่น จำกัด (มหาชน) (BKGI) ร่วมกับ BGI Genomics Co., Ltd. และ MGI Tech Co., Ltd. จัดงาน Thailand Clinical Genomics &#38; Precision Medicine Forum 2026 เวทีเสวนาสำหรับแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านจีโนมิกส์ โดยมีผู้เชี่ยวชาญและพันธมิตรร่วมรับฟัง เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์สร้างเครือข่ายความร่วมมือ ในการขับเคลื่อนการพัฒนาการแพทย์แม่นยำของไทยสู่มาตรฐานสากล ดร.เสาวลักษณ์ ด่านสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แบงคอกจีโนมิกส์อินโนเวชั่น จำกัด (มหาชน) (BKGI) เปิดเผยว่า การประชุมวิชาการ Thailand Clinical Genomics &#38; Precision Medicine Forum 2026 จะเป็นประโยชน์ต่อหน่วยงานของพันธมิตรและบุคลากรที่เกี่ยวข้อง ในการรับฟังองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญในหลากหลายสาขาได้แก่ เวชปฏิบัติ ห้องปฏิบัติการ การวิจัย และระบบสาธารณสุข ตลอดจนแลกเปลี่ยนประสบการณ์สร้างเครือข่ายความร่วมมือ ส่งเสริมการนำองค์ความรู้ด้านจีโนมิกส์ และการประยุกต์ใช้งานวิจัยสู่การปฏิบัติ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3753146">BKGI จับมือ BGI &#8211; MGI เปิดเวทีเสวนาวิชาการ &#8220;Thailand Clinical Genomics &amp; Precision Medicine Forum 2026&#8221; ขับเคลื่อนการแพทย์แม่นยำของไทยสู่มาตรฐานสากล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เข่าฝืด เข่าบวม เดินแล้วมีเสียงกรอบแกรบ&#8230; อาการนี้ไม่ควรปล่อยผ่าน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3753143</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 24 Aug 2026 11:22:11 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3753143</guid>

					<description><![CDATA[<p>เคยไหม? ตื่นเช้ามาแล้วรู้สึกเข่าตึงๆ ฝืดๆ พอลุกเดินแล้วได้ยินเสียงกรอบแกรบ หรือเริ่มมีอาการบวมร้อนบริเวณข้อ&#8230; อาการเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงสัญญาณตามวัย แต่อาจเป็นสัญญาณเตือนแรกๆ ของ ภาวะข้อเข่าเสื่อม จากการสึกหรอของกระดูกอ่อนผิวข้อ เมื่อกระดูกอ่อนผิวข้อสึกหรอ การทานยาหรือฉีดเข่าอาจไม่ออกฤทธิ์ได้ผลดีในระยะรุนแรงการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมถือเป็นหนึ่งในแนวทางการรักษาที่ช่วยคืนคุณภาพชีวิตให้กลับมาใช้งานข้อเข่าได้ดีอีกครั้ง ปัจจุบันการเพิ่มความแม่นยำและนุ่มนวลด้วย &#8220;เทคโนโลยีหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด&#8221; (Robotic-Assisted Surgery) คือ การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมมีการนำเทคโนโลยีหุ่นยนต์เข้ามาทำงานร่วมกับระบบคอมพิวเตอร์และ AI เพื่อเป็นผู้ช่วยแพทย์ในการวางแผนและดำเนินการผ่าตัด ซึ่งมีส่วนช่วยตอบโจทย์ความกังวลของผู้ป่วยได้ดียิ่งขึ้น: การจำลองโครงสร้างแบบ 3 มิติ เฉพาะบุคคล: ช่วยให้แพทย์วางแผนกำหนดตำแหน่งและขนาดของข้อเทียมได้อย่างเหมาะสมในระดับมิลลิเมตร เพื่อให้การเคลื่อนไหวใกล้เคียงธรรมชาติที่สุด ประเมินสมดุลเนื้อเยื่อดิจิทัล (Real-time): ช่วยวัดค่าความตึงของเส้นเอ็นและเนื้อเยื่อรอบข้อเข่าขณะผ่าตัด เพื่อการปรับแนวข้อเข่าที่ลงตัว ถนอมเนื้อเยื่อโดยรอบ: ระบบควบคุมความปลอดภัยของหุ่นยนต์จะช่วยจำกัดขอบเขตการตัดกระดูกให้ตรงจุด ลดการรบกวนเนื้อเยื่อดีและเส้นเลือดข้างเคียง จึงช่วยลดการเสียเลือดและความบอบช้ำของเนื้อเยื่อ (หมายเหตุ: เทคโนโลยีหุ่นยนต์ทำหน้าที่เป็นเครื่องมือช่วยเพิ่มความแม่นยำ โดยการผ่าตัดและการตัดสินใจทั้งหมดอยู่ภายใต้การดูแลและควบคุมของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง) การฟื้นตัวและการดูแลตัวเองหลังผ่าตัดผู้ป่วยหลายท่านกังวลเรื่องระยะเวลาการฟื้นตัว ซึ่งในปัจจุบันด้วยเทคนิคการผ่าตัดที่บอบช้ำน้อยลง ร่วมกับโปรแกรมฟื้นฟูร่างกายอย่างถูกวิธี ทำให้กระบวนการกลับไปใช้ชีวิตประจำวันเป็นไปได้อย่างราบรื่นขึ้น 1. การฝึกเคลื่อนไหวและการลุกเดิน:โดยทั่วไป แพทย์และนักกายภาพบำบัดจะแนะนำให้ผู้ป่วยเริ่มฝึกเหยียด-งอเข่า (ตั้งเป้าหมายประมาณ 90 องศา) และ เริ่มฝึกลุกเดินด้วยอุปกรณ์ช่วยเดินได้ภายในไม่กี่วันหลังผ่าตัด เพื่อให้ผู้ป่วยพร้อมและมั่นใจก่อนเตรียมตัวกลับบ้าน 2. การกลับไปใช้ชีวิตประจำวัน:ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถค่อยๆ กลับไปทำกิจกรรมเบาๆ ในชีวิตประจำวันได้ภายในไม่กี่สัปดาห์ 3. [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3753143">เข่าฝืด เข่าบวม เดินแล้วมีเสียงกรอบแกรบ&#8230; อาการนี้ไม่ควรปล่อยผ่าน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[PReMA เปิดยุทธศาสตร์ใหม่ ดันไทยสู่ศูนย์กลางสุขภาพและชีววิทยาศาสตร์แห่งภูมิภาค]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3753135</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 24 Aug 2026 11:01:20 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3753135</guid>

					<description><![CDATA[<p>สมาคมผู้วิจัยและผลิตเภสัชภัณฑ์ (PReMA) เปิดยุทธศาสตร์ใหม่ ปักหมุดขับเคลื่อนไทยสู่ศูนย์กลางด้านสุขภาพและชีววิทยาศาสตร์แห่งภูมิภาค เน้นย้ำการเปลี่ยนผ่านระบบสาธารณสุขจาก &#8220;การตั้งรับเพื่อรักษา&#8221; มาเป็น &#8220;การดูแลเชิงรุกตั้งแต่ระยะแรก&#8221; พร้อมยกระดับงานวิจัยและพัฒนา (R&#38;D) ทั้งระบบ ทิศทางดังกล่าวสอดรับกับนโยบาย MOPH PLUS+ และยุทธศาสตร์เศรษฐกิจสุขภาพ (Health Economy) ของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่ง PReMA พร้อมเดินหน้าจับมือทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ สถาบันวิจัย และภาคเอกชน เพื่อสร้างความมั่นคงทางสุขภาพ ต่อยอดนวัตกรรม และเพิ่มโอกาสให้คนไทยเข้าถึงการรักษาได้ดียิ่งขึ้น การผลักดันยุทธศาสตร์ครั้งนี้ถือเป็นเรื่องเร่งด่วน เมื่อประเทศไทยก้าวเข้าสู่ &#8220;สังคมสูงวัยสมบูรณ์&#8221; (Aged Society) ปัจจุบันคนไทยกว่า 1 ใน 5 มีอายุ 60 ปีขึ้นไป และคาดว่าจะพุ่งสูงถึง 28% ในปี 2576 ในอนาคตเมื่อโครงสร้างประชากรเปลี่ยนแปลง ประชากรมีอายุยืนยาวขึ้น และจำนวนผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) สูงขึ้น ทำให้ความต้องการบริการทางการแพทย์ขยายตัวตามไปด้วย เห็นได้จากค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของประเทศที่ทะยานจาก 712,000 ล้านบาทในปี 2563 มาเป็น 871,800 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3753135">PReMA เปิดยุทธศาสตร์ใหม่ ดันไทยสู่ศูนย์กลางสุขภาพและชีววิทยาศาสตร์แห่งภูมิภาค</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กระทรวงสาธารณสุข เร่งฟื้นฟู “น่าน” หลังน้ำลด ส่งทีม SEhRT ประเมินสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม ลดเสี่ยงโรค]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3752984</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 24 Aug 2026 08:06:44 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3752984</guid>

					<description><![CDATA[<p>กระทรวงสาธารณสุข ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพประชาชนในระยะฟื้นฟูหลังสถานการณ์อุทกภัย โดยเฉพาะจังหวัดน่านที่สถานการณ์มีแนวโน้มดีขึ้นและเริ่มเข้าสู่ระยะฟื้นฟู ตามข้อมูลจากการประชุมติดตาม สถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 โดยยังคงเฝ้าระวังพื้นที่อำเภอเวียงสา อำเภอทุ่งช้าง และพื้นที่เสี่ยงดินสไลด์บริเวณตอนบน พร้อมเฝ้าระวังโรคหลังน้ำลดและสื่อสารความเสี่ยงแก่ประชาชน อย่างต่อเนื่อง นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ช่วงหลังน้ำลด เป็นระยะสำคัญที่ต้องเร่งฟื้นฟูสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อมและป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพ เพื่อให้ประชาชนสามารถ กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัย โดยเน้นการจัดการขยะ สิ่งปฏิกูล น้ำสะอาด และการดูแลสุขอนามัย เพื่อลดความเสี่ยงจากเชื้อโรคและสิ่งปนเปื้อนที่อาจตกค้างหลังน้ำลด พร้อมมอบหมายให้นายแพทย์ดิเรก สุดแดน ผู้ช่วยปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยนายแพทย์ภุชงค์ ชื่นชม นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดน่าน นำทีมปฏิบัติการอนามัยสิ่งแวดล้อม SEhRT กรมอนามัยร่วมกับหน่วยงานสาธารณสุข องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สนับสนุนการฟื้นฟูด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวเสริมว่า ในระยะฟื้นฟูหลังน้ำลด ขอให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเร่งจัดการ ขยะและสิ่งปฏิกูล ที่ตกค้าง พร้อมกำหนดจุดรวบรวมและกำจัดอย่างเหมาะสม รวมถึงสำรวจระบบสุขาภิบาลที่ได้รับผลกระทบ เพื่อป้องกันการหมักหมม แหล่งเพาะพันธุ์สัตว์และแมลงนำโรค กลิ่นเหม็น และการปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3752984">กระทรวงสาธารณสุข เร่งฟื้นฟู “น่าน” หลังน้ำลด ส่งทีม SEhRT ประเมินสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม ลดเสี่ยงโรค</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[แอมเวย์ประเทศไทย เปิดมุมมองอนาคตสุขภาพ จัดงาน “Health &#038; Wellbeing Summit”]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3752956</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 21 Aug 2026 17:29:37 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3752956</guid>

					<description><![CDATA[<p>รวมผู้เชี่ยวชาญระดับโลก ถอดรหัส “ไมโครไบโอมและโภชนาการ” สู่สุขภาพดีในระยะยาว แอมเวย์ประเทศไทย ผู้นำธุรกิจขายตรงอันดับ 1 ของประเทศไทย สานต่อวิสัยทัศน์การเป็นผู้นำด้าน Health &#38; Wellbeing ที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนผ่านการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม จัดงาน “Health &#38; Wellbeing Summit” เวทีด้านสุขภาพครั้งสำคัญ โดยมี มิสเตอร์ไมเคิล เนลสัน (Mr. Michael Nelson) ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แอมเวย์ และนายทศพร นิษฐานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมเปิดงาน และย้ำบทบาทของแบรนด์ที่มุ่งมั่นด้าน Health &#38; Wellbeing หนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตของแอมเวย์ในอนาคต ควบคู่ไปกับการสร้างโอกาสทางธุรกิจและส่งเสริมแนวคิด Healthspan หรือการมีช่วงชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีสุขภาพดี  มิสเตอร์ไมเคิล เนลสัน (Mr. Michael Nelson) ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แอมเวย์ กล่าวว่า “ปัจจุบัน Health &#38; Wellbeing ได้ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในเมกะเทรนด์สำคัญของโลก ผู้บริโภคหันมาให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและการมี Healthspan [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3752956">แอมเวย์ประเทศไทย เปิดมุมมองอนาคตสุขภาพ จัดงาน “Health &amp; Wellbeing Summit”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[Amway Thailand unlocks the Future of Wellness at “Health &#038; Wellbeing Summit”, a Conference where Global Experts explore the Power of “Microbiome and Nutrition” for Long-Term Health]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/en/health_en/3752952</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 21 Aug 2026 17:29:29 +0700</pubDate>
				<category>health_en</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3752952</guid>

					<description><![CDATA[<p>Amway Thailand, the number one direct selling business in Thailand, is advancing its vision as a Health &#38; Wellbeing leader dedicated to enhancing quality of life through holistic care through its recently hosted major health forum entitled &#8220;Health &#38; Wellbeing Summit.&#8221; The event was presided by Mr. Michael Nelson, President &#38; Chief Executive Officer of [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/en/health_en/3752952">Amway Thailand unlocks the Future of Wellness at “Health &amp; Wellbeing Summit”, a Conference where Global Experts explore the Power of “Microbiome and Nutrition” for Long-Term Health</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สธ. ห่วงสุขาภิบาลและสุขอนามัยจากน้ำท่วม เร่งส่งทีม SEhRT ดูแลสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ประสบภัย]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3752949</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 21 Aug 2026 17:27:43 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3752949</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ห่วงใยประชาชนที่ประสบภัยจากสถานการณ์น้ำป่าไหลหลากและอุทกภัยในจังหวัดน่าน ส่งผลให้ประชาชนหลายครัวเรือนอาจได้รับผลกระทบด้านสุขภาพ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงกลุ่มเปราะบางที่ต้องเฝ้าระวังและดูแลเป็นพิเศษ จึงได้มอบหมายให้กรมอนามัยเร่งสนับสนุนภารกิจสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ โดยส่งทีมปฏิบัติการอนามัยสิ่งแวดล้อม (SEhRT) พร้อมสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับเจ้าหน้าที่และประชาชน นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ห่วงใยประชาชนที่ประสบภัยจากสถานการณ์ฝนตกหนักในจังหวัดน่าน ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน เบื้องต้นได้รับผลกระทบ 11 ตำบล 3 อำเภอ และมีการเปิดศูนย์อพยพและจุดช่วยเหลือประชาชน จำนวน 7 แห่ง ในพื้นที่อำเภอปัว จึงได้กำชับหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่และกรมอนามัยติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมจัดทีมปฏิบัติการดูแลสุขภาพประชาชนในศูนย์พักพิง และประสานการสนับสนุนด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมจากกรมอนามัย เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชน แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า จากข้อสั่งการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและปลัดกระทรวงสาธารณสุข กรมอนามัยได้มอบหมายให้ทีม SEhRT ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ เข้าสนับสนุนการจัดการด้านสุขาภิบาล สุขอนามัย และอนามัยสิ่งแวดล้อม ร่วมกับหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่อย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมวัสดุและอุปกรณ์สำหรับประเมินและเฝ้าระวังความเสี่ยงด้านสุขภาพ รวมทั้งประสานความพร้อมกับทีม SEhRT สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดน่านและหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อสนับสนุนการประเมินศูนย์พักพิงตามหลักการจัดการสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม 7 มิติ โดยครอบคลุมการจัดการน้ำสะอาดและน้ำบริโภค การจัดการสุขาภิบาลอาหาร การจัดการห้องน้ำ ห้องส้วม สิ่งปฏิกูล [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3752949">สธ. ห่วงสุขาภิบาลและสุขอนามัยจากน้ำท่วม เร่งส่งทีม SEhRT ดูแลสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ประสบภัย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[12 ปี “TOETVA” นวัตกรรมผ่าตัดไทรอยด์ส่องกล้องทางช่องปากไร้แผล จากฝีมือศัลยแพทย์ไทย สู่การยอมรับกว่า 45 ประเทศทั่วโลก]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3752810</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 21 Aug 2026 15:55:04 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3752810</guid>

					<description><![CDATA[<p>ครบรอบ 12 ปี TOETVA (Transoral Endoscopic Thyroidectomy Vestibular Approach) เทคนิคการผ่าตัดไทรอยด์ส่องกล้องทางช่องปากแบบไร้แผลบนผิวหนัง ซึ่งถือกำเนิดขึ้นที่โรงพยาบาลตำรวจ ก่อนพัฒนาและเผยแพร่จนได้รับการยอมรับจากศัลยแพทย์ในกว่า 45 ประเทศทั่วโลก ที่นำเทคนิคนี้ไปประยุกต์ใช้ในการรักษาผู้ป่วย สะท้อนความสำเร็จของวงการแพทย์ไทยในการพัฒนาองค์ความรู้ที่ก้าวสู่การยอมรับในระดับนานาชาติ ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จดังกล่าวคือ พ.ต.อ.นพ.อังกูร อนุวงศ์ ศัลยแพทย์อนุสาขาศัลยศาสตร์ผ่านกล้อง หัวหน้าหน่วยผ่าตัดส่องกล้องศัลยกรรม กลุ่มงานศัลยกรรม โรงพยาบาลตำรวจ ผู้ได้รับการบันทึกในวารสารการแพทย์นานาชาติว่าเป็นผู้รายงานเทคนิคการผ่าตัดไทรอยด์ส่องกล้องทางช่องปาก (TOETVA) เป็นรายแรกของโลกเมื่อปี พ.ศ. 2557 ปัจจุบันมีประสบการณ์การรักษาสะสมมากกว่า 7,000 ราย พร้อมผลงานวิจัยตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์นานาชาติ 67 เรื่อง ได้รับการอ้างอิงทางวิชาการกว่า 3,232 ครั้ง และมีค่า h-index 29 (ข้อมูลปี 2569)  จุดเริ่มต้นของ การผ่าตัดไทรอยด์ส่องกล้องทางช่องปาก (TOETVA) มาจากคำถามง่ายๆ “ทำไมผู้ป่วยต้องมีแผลเป็นที่คอไปตลอดชีวิต?” เนื่องจากในอดีตการผ่าตัดต่อมไทรอยด์แบบเปิดมักทิ้งรอยแผลบริเวณลำคอ ซึ่งส่งผลต่อความมั่นใจและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย โดยเฉพาะผู้หญิง คำถามนี้จึงนำไปสู่การศึกษากายวิภาคอย่างละเอียด ก่อนพัฒนาเทคนิคการเข้าถึงต่อมไทรอยด์ผ่านเยื่อบุด้านในของริมฝีปากล่าง โดยเปิดแผลขนาดเล็กเพียง 3 จุด [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3752810">12 ปี “TOETVA” นวัตกรรมผ่าตัดไทรอยด์ส่องกล้องทางช่องปากไร้แผล จากฝีมือศัลยแพทย์ไทย สู่การยอมรับกว่า 45 ประเทศทั่วโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ทำไมบางครั้งการตรวจหัวใจต้องผ่านทาง&#8230;หลอดอาหาร?]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3752772</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 21 Aug 2026 15:31:13 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3752772</guid>

					<description><![CDATA[<p>Transesophageal Echocardiogram (TEE) เป็นอีกวิธีหนึ่งของการตรวจอัลตราซาวด์หัวใจ ด้วยการส่องผ่านหลอดอาหาร เนื่องจากเป็นบริเวณที่อยู่ใกล้กับหัวใจ จึงทำให้เห็นภาพการทำงานของหัวใจได้ชัดเจนกว่า ทำไมต้องตรวจผ่านหลอดอาหารเนื่องจากหลอดอาหารอยู่ด้านหลังของหัวใจ การตรวจด้วยวิธีนี้จึงเป็นการตรวจหัวใจจากด้านในของทางเดินอาหาร ทำให้เครื่องมือตรวจอยู่ใกล้หัวใจมากขึ้น โดยไม่มีปอดหรือกระดูกซี่โครงมาบัง ส่งผลให้เห็นภาพการทำงานของหัวใจได้ชัดเจนกว่าการตรวจผ่านผนังหน้าอกทั่วไป ประโยชน์ของการตรวจด้วยวิธีนี้ การเตรียมตัวก่อนตรวจ ขั้นตอนขณะตรวจ เจ้าหน้าที่จะพ่นยาชาบริเวณคอ และให้ยาคลายเครียดในกรณีที่ผู้เข้ารับการตรวจรู้สึกกังวลหรือมีอาการเกร็ง จากนั้นแพทย์จะให้ผู้เข้ารับการตรวจนอนตะแคง แล้วค่อยๆ สอดท่อตรวจเข้าทางปาก โดยผู้เข้ารับการตรวจจะค่อยๆ กลืนจนท่อตรวจลงไปถึงหลอดอาหาร ระหว่างการตรวจ เจ้าหน้าที่จะวัดชีพจร ความดันโลหิต และการหายใจอยู่ตลอดเวลา ใช้เวลาตรวจประมาณ 20-40 นาที สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 1512 ต่อ 2999 Line Official : @ramhospital</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3752772">ทำไมบางครั้งการตรวจหัวใจต้องผ่านทาง&#8230;หลอดอาหาร?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ตัดติ่งเนื้อในทางเดินอาหาร โดยไม่ต้องผ่าตัด ด้วยเทคนิค ESD]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3752765</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 21 Aug 2026 15:29:16 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3752765</guid>

					<description><![CDATA[<p>เทคนิค ESD (Endoscopic Submucosal Dissection) คือ เทคนิคการส่องกล้องตัดติ่งเนื้อที่มีขนาดตั้งแต่ 2 ซม. ขึ้นไป จากผนังทางเดินอาหารผ่านกล้อง เช่น หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ลำไส้ใหญ่ หากแพทย์ตรวจพบรอยโรคหรือติ่งเนื้อ แพทย์จะใช้ ESD เพื่อตัดชิ้นเนื้อออกมาตรวจสอบโดยละเอียดอีกครั้งเพื่อวางแผนการรักษาต่อไป โดยไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ คนไข้จะไม่มีแผลหน้าท้อง เจ็บตัวน้อยกว่า และสามารถฟื้นตัวได้รวดเร็วกว่าการผ่าตัดปกติ เจ็บน้อย ฟื้นตัวไว เพิ่มโอกาสการรักษาให้หายขาด ลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำ เหมาะกับกลุ่มที่มีความเสี่ยงมะเร็ง ติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่หากปล่อยทิ้งไว้ อาจลุกลามกลายเป็นมะเร็งได้ การตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอจึงสำคัญมาก เพราะหากเจอเร็ว แพทย์จะสามารถส่องกล้องตัดออกได้ทันที ช่วยลดความเสี่ยงโรคร้ายและปกป้องสุขภาพของคุณในระยะยาว สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 1512 ต่อ 2999Line Official : @ramhospital</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3752765">ตัดติ่งเนื้อในทางเดินอาหาร โดยไม่ต้องผ่าตัด ด้วยเทคนิค ESD</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[พาสุข เดนทัล @ เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ ติวานนท์ จัดโปรโมชั่น รีเทนเนอร์คู่ใหม่ ราคาพิเศษ 2,888 บาท ตลอดเดือนสิงหาคม 2569]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3752667</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 21 Aug 2026 13:52:08 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3752667</guid>

					<description><![CDATA[<p>คลินิกทันตกรรมพาสุข ที่เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ ติวานนท์ ศูนย์การค้าในเครือเอ็ม บี เค  จัดโปรโมชั่นพิเศษสำหรับผู้ที่ทำรีเทนเนอร์หาย หรือมีความจำเป็นต้องเปลี่ยนรีเทนเนอร์ใหม่ โดยมอบสิทธิ์ทำรีเทนเนอร์คู่บนและล่างในราคาเพียง 2,888 บาท จากราคาปกติ 4,000 บาท พร้อม ฟรีค่าพิมพ์ฟัน ระหว่างวันนี้ถึง 31 สิงหาคม 2569 การใส่รีเทนเนอร์อย่างต่อเนื่องมีความสำคัญต่อการคงสภาพฟันหลังจัดฟัน หากรีเทนเนอร์สูญหายหรือหยุดใส่เป็นเวลานาน อาจทำให้ฟันเคลื่อนตัวหรือล้มได้ ซึ่งอาจส่งผลให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการแก้ไขที่สูงกว่าการทำรีเทนเนอร์ใหม่หลายเท่า ผู้ที่สนใจสามารถจองคิวออนไลน์เพื่อรับสิทธิ์โปรโมชั่นได้ทันที เงื่อนไขการรับสิทธิ์ สำหรับลูกค้าที่จองคิวออนไลน์เท่านั้น ร่วมกิจกรรมกด Like และ Share โพสต์ Facebook ของสาขาที่เข้ารับบริการ ราคาพิเศษ 2,888 บาท สำหรับรีเทนเนอร์คู่บน-ล่าง รวมค่าพิมพ์ฟันแล้ว กรณีเพิ่มลวดลายหรือสติกเกอร์ อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมตามเงื่อนไขของแต่ละสาขา ไม่สามารถใช้ร่วมกับโปรโมชั่นอื่นได้ โปรโมชั่นมีผลตั้งแต่วันที่ 1-31 สิงหาคม 2569 เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3752667">พาสุข เดนทัล @ เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ ติวานนท์ จัดโปรโมชั่น รีเทนเนอร์คู่ใหม่ ราคาพิเศษ 2,888 บาท ตลอดเดือนสิงหาคม 2569</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[แค่หลงลืมตามวัย หรือสัญญาณเตือน “ภาวะสมองเสื่อม”]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3752664</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 21 Aug 2026 13:51:40 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3752664</guid>

					<description><![CDATA[<p>นพ.พลากร เลิศศักดิ์วรกุล (ว.55376) อายุรแพทย์เฉพาะทางสมองและระบบประสาท ศูนย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลหัวเฉียว กล่าวว่า.. หากคุณหรือคนใกล้ชิดเริ่มมีอาการหลงลืมบ่อยขึ้น สับสนเรื่องทิศทาง วางแผนหรือตัดสินใจลำบาก สมาธิลดลง การใช้ภาษาเปลี่ยนไปหรือบุคลิกภาพแตกต่างไปจากเดิม อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของภาวะสมองเสื่อมซึ่งแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ กลุ่มที่เกิดจากความเสื่อมของสมอง เช่น โรคอัลไซเมอร์และกลุ่มที่เกิดจากโรคซึ่งสามารถรักษา และแก้ไขได้ เช่น เนื้องอกในสมอง ภาวะน้ำคั่งในโพรงสมอง ภาวะขาดวิตามิน B12 หรือกรดโฟลิก ภาวะโลหิตจางความผิดปกติของฮอร์โมนไทรอยด์ ภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ รวมถึงการติดเชื้อในสมอง แม้ปัจจุบันจะยังไม่มีวิธีรักษาภาวะสมองเสื่อมให้หายขาด แต่สามารถชะลอการดำเนินของโรคโดยการการตรวจประเมินภาวะสมองเสื่อมตั้งแต่เนิ่นๆผ่านการดูแลควบคู่กันทั้งการใช้ยาชะลออาการตามแพทย์สั่งอย่างสม่ำเสมอและการดูแลแบบไม่ใช้ยา เช่น การออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ งดสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ควบคุมน้ำหนัก และหมั่นกระตุ้นสมองด้วยการคิดคำนวณหรือเล่นเกมภาษา โดยศูนย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลหัวเฉียวพร้อมให้บริการชุดตรวจคัดกรองภาวะสมองเสื่อม เพื่อการดูแลสุขภาพสมองของคุณและคนที่คุณรักได้อย่างทันท่วงที สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. 08-1234-1361</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3752664">แค่หลงลืมตามวัย หรือสัญญาณเตือน “ภาวะสมองเสื่อม”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรม อ. ยกระดับศักยภาพผู้บริหาร สสอ. รุ่นใหม่ ขับเคลื่อนนโยบายสุขภาพสู่ชุมชน รับมือ NCDs]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3752509</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 21 Aug 2026 09:07:07 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3752509</guid>

					<description><![CDATA[<p>แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย เป็นประธานในพิธีปิดการอบรมเสริมสร้างศักยภาพผู้บริหารสาธารณสุขอำเภอระดับสูง รุ่นที่ 4 ครั้งที่ 4 โดยมี แพทย์หญิงนงนุช ภัทรอนันตนพ รองอธิบดีกรมอนามัย เป็นผู้กล่าวรายงาน พร้อมด้วย ผู้บริหารกรมอนามัย ผู้บริหารสาธารณสุขอำเภอ และผู้บริหารหน่วยงานต่าง ๆ ร่วมงาน ณ โรงแรมพูลแมน เขาหลัก รีสอร์ท จังหวัดพังงา แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ประเทศไทยยังกำลังเผชิญความท้าทายด้านสุขภาพหลายมิติ ทั้งการเตรียมรับโรคอุบัติใหม่ การเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ และการเพิ่มขึ้นของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตกว่า 3 ใน 4 ของคนไทยทั้งหมด หรือประมาณ 4 แสนคนต่อปี เป็นปัญหาสาธารณสุขที่กรมอนามัยยังคงให้ความสำคัญและดำเนินการขับเคลื่อนนโยบายการป้องกันโรค NCDs อย่างต่อเนื่อง ผ่านการส่งเสริมสุขภาพประชาชนทุกกลุ่มวัย การป้องกันโรค และการพัฒนาระบบบริการ โดยผลักดันการดำเนินงานศูนย์ป้องกันโรคไม่ติดต่อ (NCDs Prevention Center) ระดับอำเภอ ตามนโยบายสุขภาพที่มุ่งลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการดูแลสุขภาพอย่างครอบคลุม ซึ่งสาธารณสุขอำเภอทั่วประเทศ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3752509">กรม อ. ยกระดับศักยภาพผู้บริหาร สสอ. รุ่นใหม่ ขับเคลื่อนนโยบายสุขภาพสู่ชุมชน รับมือ NCDs</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[มิติใหม่! พลิกโมเดลหน่วยแพทย์อาสาสู่ “Digital Field Hospital”ทรู อินโนเวชัน เซ็นเตอร์ จับมือแพทยสภา เปิดตัว “M-ARSA” แพลตฟอร์มโรงพยาบาลสนามดิจิทัล]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3752334</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 20 Aug 2026 14:09:44 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3752334</guid>

					<description><![CDATA[<p>จาก “ประชาชนไปหาโรงพยาบาล” สู่ “บริการสุขภาพไปหาประชาชน”ขับเคลื่อนการดูแลครบวงจรด้วย Data และ AI เพราะการเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพไม่ควรถูกจำกัดด้วยระยะทาง สถานที่ หรือข้อจำกัดของระบบ ท่ามกลางความต้องการด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ทรัพยากร บุคลากร เวลา และสถานที่ให้บริการมีจำกัด หน่วยแพทย์เคลื่อนที่และหน่วยแพทย์อาสาจึงมีบทบาทสำคัญในการนำบริการสุขภาพออกไปหาประชาชน แต่กระบวนการจำนวนมากยังต้องพึ่งพาการทำงานด้วยคนและเอกสาร ตั้งแต่ลงทะเบียน คัดกรอง บริหารคิว ส่งต่อระหว่างคลินิก บันทึกผลการรักษา ไปจนถึงสรุปข้อมูลหลังจบภารกิจ ส่งผลให้เกิดขั้นตอนซ้ำซ้อน การรอคอย และข้อมูลที่ยากต่อการเชื่อมโยง โจทย์จึงไม่ใช่เพียง “จะทำให้หน่วยแพทย์อาสาทำงานเร็วขึ้นอย่างไร” แต่คือ “จะทำอย่างไรให้บริการสุขภาพออกไปหาประชาชน พร้อมกระบวนการดูแลและบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพเช่นเดียวกับในโรงพยาบาล” ทรู คอร์ปอเรชั่น โดย ทรู อินโนเวชัน เซ็นเตอร์ จึงร่วมกับแพทยสภา เปิดตัว “M-ARSA (หมอ-อาสา)” แพลตฟอร์ม Digital Field Hospital ยกระดับหน่วยแพทย์อาสาสู่ระบบการดูแลสุขภาพนอกโรงพยาบาลแบบครบวงจร เชื่อมผู้ป่วย แพทย์ พยาบาล บุคลากร ข้อมูลสุขภาพ และการบริหารจัดการไว้บนระบบเดียวแบบเรียลไทม์ เปลี่ยนจากกระดาษสู่ดิจิทัล ลดขั้นตอนและเวลารอ พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลอย่างเป็นระบบ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3752334">มิติใหม่! พลิกโมเดลหน่วยแพทย์อาสาสู่ “Digital Field Hospital”ทรู อินโนเวชัน เซ็นเตอร์ จับมือแพทยสภา เปิดตัว “M-ARSA” แพลตฟอร์มโรงพยาบาลสนามดิจิทัล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เครือ รพ.พญาไทและเครือ รพ.เปาโล เปิดตัว “Addwise Comorbid”แพลตฟอร์มผู้ช่วยแพทย์อัจฉริยะครั้งแรกในไทยเติมเต็ม Intelligent Health Ecosystem ดูแลสุขภาพแบบไร้รอยต่อ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3752317</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 20 Aug 2026 13:47:48 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3752317</guid>

					<description><![CDATA[<p>เครือโรงพยาบาลพญาไทและเครือโรงพยาบาลเปาโล เดินหน้ายกระดับนวัตกรรมสุขภาพ เปิดตัว “Addwise Comorbid” แพลตฟอร์มผู้ช่วยแพทย์อัจฉริยะ หรือ Clinical Intelligence Platform ที่พัฒนาขึ้นเพื่อช่วยแพทย์ประเมินและค้นหาความเสี่ยงของโรคร่วม (Comorbidity) อย่างเป็นระบบ ครอบคลุม 9 ระบบสำคัญของร่างกาย ช่วยให้แพทย์มองเห็นข้อมูลสุขภาพของผู้ป่วยได้รอบด้านยิ่งขึ้น พร้อมเชื่อมต่อการดูแลไปยังแพทย์เฉพาะทางและทีมสหสาขาวิชาชีพ (Multidisciplinary Team: MDT) ตามความเหมาะสม เพื่อยกระดับการดูแลให้แม่นยำ ปลอดภัย และต่อเนื่องมากขึ้น การเปิดตัว Addwise Comorbid ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการเปลี่ยนผ่านระบบสุขภาพที่เครือโรงพยาบาลฯ ขับเคลื่อนมาอย่างต่อเนื่อง และเป็นอีกพัฒนาการสำคัญของวงการแพทย์ไทย โดยต่อยอดจากรากฐาน Digital Health Ecosystem ที่เชื่อมโยงการดูแลผู้ป่วยในหลากหลายมิติ ตั้งแต่ Health Up ที่ช่วยให้ผู้ป่วยเข้าถึงบริการสุขภาพในโรงพยาบาลเครือข่ายได้สะดวกและต่อเนื่องยิ่งขึ้น ไปจนถึง Telecare ที่ขยายการเข้าถึงแพทย์ผ่านบริการปรึกษาแพทย์ออนไลน์ ทำให้การดูแลสุขภาพสามารถเชื่อมต่อกับผู้ป่วยได้ทั้งในและนอกโรงพยาบาล หนึ่งในหมุดหมายสำคัญของการเดินทางครั้งนี้ คือ Health Up ที่มียอดดาวน์โหลดสะสมทะลุ 1 ล้านครั้ง&#160;สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตของการเข้าถึงบริการสุขภาพผ่านช่องทางดิจิทัล และบทบาทของเทคโนโลยีที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวันมากขึ้น จากรากฐานที่ทำให้การดูแลสุขภาพ “เข้าถึงและเชื่อมต่อ” ได้มากขึ้น วันนี้เครือโรงพยาบาลฯ กำลังก้าวไปอีกขั้น จาก Digital [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3752317">เครือ รพ.พญาไทและเครือ รพ.เปาโล เปิดตัว “Addwise Comorbid”แพลตฟอร์มผู้ช่วยแพทย์อัจฉริยะครั้งแรกในไทยเติมเต็ม Intelligent Health Ecosystem ดูแลสุขภาพแบบไร้รอยต่อ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สบส.เดินหน้าตำบลจัดการสุขภาพ ชูพลัง อสม.–Gen-H เปลี่ยนค่านิยม “เลิกกินปลาดิบ” ลดเสี่ยงพยาธิใบไม้ตับ–มะเร็งท่อน้ำดี]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3752303</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 20 Aug 2026 13:36:14 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3752303</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข เดินหน้าขับเคลื่อนการป้องกันโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดีผ่านตำบลจัดการสุขภาพปลอดภัยจากโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี ครอบคลุมพื้นที่เป้าหมาย 30 จังหวัดในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพชรบูรณ์และสระบุรี ผนึกพลังคนรุ่นใหม่ อสม.-Gen-H สื่อสารข้อมูลให้เข้าถึงประชาชนทุกช่วงวัย มุ่งเปลี่ยนค่านิยม เลิกกินปลาดิบ และปรับพฤติกรรมการบริโภคอย่างยั่งยืน นายสมศักดิ์ กรีชัย รองอธิบดีกรม สบส. กล่าวว่า โรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดีเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทย โดยมีสาเหตุหลักจากพฤติกรรมการบริโภคปลาน้ำจืดดิบหรือปรุงไม่สุก ซึ่งการแก้ไขปัญหาดังกล่าวถือเป็นวาระสำคัญระดับชาติ ภายใต้ยุทธศาสตร์ทศวรรษกำจัดพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี ที่มีเป้าหมายลดอัตราความชุกของโรคให้เหลือไม่เกินร้อยละ 1 และลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งท่อน้ำดีลง 2 ใน 3 ภายในปี 2578 กรม สบส. จึงมุ่งเน้นความสำคัญต่อการป้องกันโรค โดยเฉพาะการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพให้ประชาชนสามารถเข้าถึง เข้าใจ และนำข้อมูลสุขภาพไปใช้ในการตัดสินใจปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเองได้อย่างเหมาะสมซึ่งการให้ความรู้เพียงอย่างเดียวอาจจะไม่เพียงพอ จึงต้องสร้างกลไกให้เกิดการมีส่วนร่วมของประชาชนและชุมชนอย่างเป็นรูปธรรมควบคู่ไปด้วย โดยการนำ Gen-H ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ เข้ามาเสริมทัพร่วมกับ อสม. ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพในชุมชน ใช้พลังความคิดสร้างสรรค์ เทคโนโลยี และเทคนิคการสื่อสารรูปแบบใหม่ที่เข้าถึงคนทุกกลุ่มวัยเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินของคนในชุมชนอย่างจริงจัง นอกจากนี้ กรม สบส.เตรียมพัฒนาเครื่องมือสำรวจความรู้และพฤติกรรมสุขภาพ เพื่อเริ่มใช้ในปี 2570 สำหรับคัดกรองพฤติกรรมของประชาชนกลุ่มเสี่ยง นำข้อมูลมาวางแผนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้ตรงจุด ตัดวงจรการติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3752303">สบส.เดินหน้าตำบลจัดการสุขภาพ ชูพลัง อสม.–Gen-H เปลี่ยนค่านิยม “เลิกกินปลาดิบ” ลดเสี่ยงพยาธิใบไม้ตับ–มะเร็งท่อน้ำดี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เตือน &#8220;ก้มดูจอ-นั่งไขว่ห้าง&#8221; ทำวัยทำงานปวดเรื้อรังไม่รู้ตัวแพทย์ รพ.วิมุต พหลโยธิน ชี้ ไม่รักษาที่ต้นเหตุ อาจปวดซ้ำไม่จบ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3752267</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 20 Aug 2026 11:46:44 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3752267</guid>

					<description><![CDATA[<p>วัยทำงานหลายคนมาพร้อม &#8220;อาการปวด&#8221; ตามร่างกาย จนต้องนวดหรือทำกายภาพบำบัดแทบทุกสัปดาห์ ซึ่งอาจช่วยให้ดีขึ้นจริง แต่ผ่านไปไม่กี่วันก็กลับมาปวดที่เดิมอีก วงจรแบบนี้คือชีวิตประจำวันของคนวัยทำงานจำนวนมาก สอดคล้องกับข้อมูลของกรมอนามัยที่ระบุว่าคนวัยทำงานราวร้อยละ 60 มีภาวะออฟฟิศซินโดรม ส่วนหนึ่งเพราะหลายคนยังไม่รู้ว่าต้นเหตุที่แท้จริงคือพฤติกรรมที่ทำอยู่ทุกวันโดยไม่รู้ตัว และหากปล่อยไว้นานไม่ดูแล ในระยะยาวอาจลุกลามเป็นภาวะปวดเรื้อรังและข้อเสื่อมก่อนวัยได้ วันนี้ พญ.พิชชาพร เมฆินทรพันธุ์ แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู รพ.วิมุต พหลโยธิน จะมาไขข้อสงสัยว่าทำไมการนวดถึงเป็นการรักษาที่ปลายเหตุ พร้อมแชร์แนวทางการตรวจด้วยเทคโนโลยี Posture Analysis ที่ช่วยให้ชาวออฟฟิศรู้ต้นเหตุของอาการปวดและรับการรักษาได้อย่างเหมาะสม ทำไม “นวด-กายภาพ” แล้วหาย แต่ไม่กี่วันก็ปวดเหมือนเดิม พญ.พิชชาพร เมฆินทรพันธุ์ อธิบายว่า อาการปวดหลัง คอ บ่า ไหล่ ของคนวัยทำงาน ส่วนใหญ่เกิดจากการเกร็งกล้ามเนื้อในท่าเดิมซ้ำ ๆ จนเกิดปมตึงตัวขึ้นมา เมื่อนวดหรือทำกายภาพบำบัด ปมเหล่านี้จะคลายตัวและปวดน้อยลง แต่ไม่ได้ช่วยให้หายขาดหากยังมีพฤติกรรมเดิม ๆ ที่เป็นต้นเหตุของอาการปวด นอกจากนี้ จุดที่ปวดก็อาจไม่ใช่ต้นเหตุ เพราะกล้ามเนื้อและเส้นประสาททำงานเชื่อมโยงกันทั้งร่างกาย จึงอาจเกิด อาการปวดสะท้อน ขึ้นได้ เช่น ปมตึงตัวที่บ่าส่งสัญญาณปวดขึ้นไปที่ศีรษะ หรือหมอนรองกระดูกคอกดทับเส้นประสาท แต่กลับไปแสดงอาการปวดร้าวและชาที่แขนแทน เช็ก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3752267">เตือน &#8220;ก้มดูจอ-นั่งไขว่ห้าง&#8221; ทำวัยทำงานปวดเรื้อรังไม่รู้ตัวแพทย์ รพ.วิมุต พหลโยธิน ชี้ ไม่รักษาที่ต้นเหตุ อาจปวดซ้ำไม่จบ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
	</channel>
</rss>
