<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
>
<channel>
	<title>ThaiPR.NET</title>
	<atom:link href="https://www.thaipr.net/manufacturing/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thaipr.net/manufacturing</link>
	<description>Press Release Distribution Center of Thailand</description>
	<lastBuildDate>Mon, 27 Jul 2026 17:38:55 +0700</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.1</generator>
	<item>
		<title><![CDATA[SNPS ร่วมขับเคลื่อน “Positive Lists Health Claims” หนุนปลดล็อกนวัตกรรมอาหารอนาคตไทย ยกระดับการแข่งขันสู่ตลาดโลก]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/manufacturing/3744950</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 27 Jul 2026 17:37:43 +0700</pubDate>
				<category>manufacturing</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3744950</guid>

					<description><![CDATA[<p>ดร.ธีรญา กฤษฎาพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สเปเชียลตี้ เนเชอรัล โปรดักส์ จำกัด (มหาชน) (SNPS) เข้าร่วมงานแถลงความร่วมมือและเวทีเสวนา “From Science to Shelf: Positive Lists เร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ ลดต้นทุน และยกระดับอุตสาหกรรมอาหารอนาคตไทยสู่มูลค่าสูง” ซึ่งจัดขึ้นเพื่อผลักดันกลไกการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคตของประเทศไทยผ่านระบบ Positive Lists Health Claims ในโอกาสนี้ ดร.ธีรญา ได้รับเกียรติร่วมเสวนาในหัวข้อ “Winning the Claim Game: Positive Lists สินค้าผ่านเคลมไว เพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยได้เร็วขึ้น โดยสะท้อนมุมมองจากภาคอุตสาหกรรมว่า การมีระบบ Positive Lists Health Claims ที่ชัดเจนและอ้างอิงหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ จะช่วยลดระยะเวลาและต้นทุนในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพิ่มความคล่องตัวในการนำผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาด และเสริมศักยภาพการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในตลาดโลก ความร่วมมือครั้งนี้เกิดจากการบูรณาการของ สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ร่วมกับภาคีเครือข่ายภาครัฐ ภาคเอกชน และภาควิชาการ เพื่อร่วมกันพัฒนากลไก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/manufacturing/3744950">SNPS ร่วมขับเคลื่อน “Positive Lists Health Claims” หนุนปลดล็อกนวัตกรรมอาหารอนาคตไทย ยกระดับการแข่งขันสู่ตลาดโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เอสเอสไอ ประสบความสำเร็จผลิตเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วนสะสมครบ 45 ล้านตัน มุ่งช่วยลูกค้าแข่งขันได้และยั่งยืนด้วยห่วงโซ่อุปทานเหล็กสีเขียว]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/manufacturing/3744582</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 27 Jul 2026 09:34:18 +0700</pubDate>
				<category>manufacturing</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3744582</guid>

					<description><![CDATA[<p>บมจ.สหวิริยาสตีลอินดัสตรี (SSI) เปิดเผยว่า โรงงานผลิตเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วนเอสเอสไอบางสะพาน บรรลุยอดการผลิตเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วนสะสมครบ 45 ล้านตัน ในวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 ตั้งแต่เริ่มการผลิตเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วนในปี 2537 นับเป็นโรงงานที่ผลิตเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วนสะสมมากที่สุดในประเทศไทย ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนศักยภาพการดำเนินธุรกิจตลอดกว่า 3 ทศวรรษของ SSI ในการพัฒนาเหล็กคุณภาพสูงเพื่อตอบสนองความต้องการของอุตสาหกรรมสำคัญ ทั้งยานยนต์ พลังงาน เครื่องใช้ไฟฟ้า การก่อสร้าง และโครงสร้างพื้นฐาน ตลอดจนการสร้างความมั่นคงให้กับห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมเหล็กของประเทศ พร้อมยกระดับอุตสาหกรรมเหล็กไทยสู่ Green Steel Supply Chain ครอบคลุมตั้งแต่วัตถุดิบ กระบวนการผลิต การใช้พลังงานสะอาด การรีไซเคิล และการบริหารจัดการคาร์บอนอย่างโปร่งใสตามมาตรฐานสากล การประสบความสำเร็จดังกล่าวเกิดขึ้นจากความร่วมมือของพนักงานรวมถึงความไว้วางใจ และสนับสนุนด้วยดีเสมอมาของลูกค้า คู่ค้า สถาบันการเงินที่เกี่ยวข้อง เอสเอสไอเชื่อมั่นว่าด้วยการดำเนินงานตามวิสัยทัศน์ “บริษัทเหล็กแผ่นรีดร้อนชั้นนำเป็นที่เชื่อมั่นในการสร้างสรรค์แห่งนวัตกรรมและเป็นที่ไว้วางใจด้านความปลอดภัยตลอดห่วงโซ่อุปทานเหล็กสีเขียว” และพันธกิจ “สร้างสรรค์นวัตกรรมผลิตภัณฑ์เหล็กและบริการที่มีคุณค่าเพิ่มพิเศษ ช่วยลูกค้าและผู้ใช้ผลิตภัณฑ์สุดท้ายอย่างแข่งขันได้และยั่งยืน ด้วยห่วงโซ่อุปทานเหล็กสีเขียว นำการพัฒนาตลาด บุคลากรและอุตสาหกรรมเหล็กสู่อนาคต และสร้างคุณค่าร่วมและความไว้วางใจอย่างยั่งยืนสำหรับผู้มีส่วนได้เสีย“ รวมถึงการสนับสนุนของทุกภาคส่วนจะส่งผลให้บริษัทเจริญเติบโตและสนับสนุนให้อุตสาหกรรมเหล็กไทยก้าวไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/manufacturing/3744582">เอสเอสไอ ประสบความสำเร็จผลิตเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วนสะสมครบ 45 ล้านตัน มุ่งช่วยลูกค้าแข่งขันได้และยั่งยืนด้วยห่วงโซ่อุปทานเหล็กสีเขียว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[โฮมโปร จับมือ UMI ร่วมขับเคลื่อน Circular Economy เปลี่ยนทรัพยากรให้เกิดคุณค่าใหม่ สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/manufacturing/3744446</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 24 Jul 2026 17:37:21 +0700</pubDate>
				<category>manufacturing</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3744446</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) จับมือกับ บริษัท สหโมเสคอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ UMI ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายกระเบื้องชั้นนำของประเทศไทย ภายใต้แบรนด์ดูราเกรสและเซอเกรส ในโครงการ HomePro Circular Economy Movement ภายใต้แนวคิด “CHANGE FOR BETTER LIVING” เดินหน้าขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ผ่านการซ่อม รับคืน และรีไซเคิลสินค้า เพื่อนำทรัพยากรกลับมาใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า พร้อมผนึกความร่วมมือจากภาครัฐ ภาคเอกชน และพันธมิตรต่าง ๆ เพื่อร่วมสร้างสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน โดย คุณอุไรวรรณ ตันติพิริยะกิจ (ซ้าย) รองกรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจปฏิบัติการและการตลาด บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) และ คุณกรรณสุดา สมภพกุลเวช (ขวา) ผู้จัดการส่วนพัฒนาสินค้าและสื่อสารองค์กร บริษัท [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/manufacturing/3744446">โฮมโปร จับมือ UMI ร่วมขับเคลื่อน Circular Economy เปลี่ยนทรัพยากรให้เกิดคุณค่าใหม่ สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ภาครัฐ-เอกชนจับมือหนุนงาน “ASEAN Tools Expo 2026” ขับเคลื่อน Smart Industry และนวัตกรรมการผลิตไทยสู่เวทีอาเซียน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/manufacturing/3743734</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 Jul 2026 14:17:25 +0700</pubDate>
				<category>manufacturing</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3743734</guid>

					<description><![CDATA[<p>เปิดแล้วอย่างเป็นทางการ! งาน “ASEAN Tools Expo 2026” งานแสดงสินค้าด้านอุปกรณ์และเครื่องมือสำหรับโรงงานอุตสาหกรรมของอาเซียน ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22–24 กรกฎาคม 2569 ณ ฮอลล์ 6 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สมาคมวิชาชีพ และพันธมิตรทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมเครื่องมือและเทคโนโลยีการผลิตของไทย พร้อมสร้างโอกาสทางการค้า การลงทุน และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในระดับภูมิภาคอาเซียน โดยพิธีเปิดงานนี้ได้รับเกียรติจากนายเศรษฐรัฐ เลือดสกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานในพิธี พร้อมด้วยผู้แทนจากสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ สสปน. ตลอดจนคณะผู้บริหารจากหน่วยงานภาครัฐ สมาคมอุตสาหกรรม ผู้ประกอบการ และผู้แทนจากนานาประเทศเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง กระทรวงอุตสาหกรรมผลักดัน Smart Industry เพิ่มศักยภาพการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย นายเศรษฐรัฐ เลือดสกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานในพิธี กล่าวว่า อุตสาหกรรมเครื่องมือช่างและเครื่องมืออุตสาหกรรม เป็นอุตสาหกรรมสนับสนุนที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาภาคการผลิตของประเทศ เพราะเป็นกลไกที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ยกระดับคุณภาพสินค้า ลดต้นทุน และเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในระยะยาว  รัฐบาลและกระทรวงอุตสาหกรรมให้ความสำคัญกับการยกระดับภาคอุตสาหกรรมไทยสู่ Smart Industry โดยมุ่งส่งเสริมการประยุกต์ใช้ระบบอัตโนมัติ เทคโนโลยีดิจิทัล [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/manufacturing/3743734">ภาครัฐ-เอกชนจับมือหนุนงาน “ASEAN Tools Expo 2026” ขับเคลื่อน Smart Industry และนวัตกรรมการผลิตไทยสู่เวทีอาเซียน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[EA–AMITA ผนึก กระทรวงอุตสาหกรรม พัฒนาเทคโนโลยีรีไซเคิลแบตเตอรี่ เปลี่ยนของเสียเป็นวัตถุดิบ วางรากฐานอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดและเศรษฐกิจหมุนเวียนไทย]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/manufacturing/3743526</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 Jul 2026 11:51:19 +0700</pubDate>
				<category>manufacturing</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3743526</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท อมิตา เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด หรือ AMITA บริษัทในกลุ่มบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA ร่วมกับกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) กระทรวงอุตสาหกรรม ลงนามบันทึกความเข้าใจ เพื่อร่วมกันต่อยอดเทคโนโลยีรีไซเคิลแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนเสื่อมสภาพไปสู่การประยุกต์ใช้ในระดับอุตสาหกรรม พิธีลงนามได้รับเกียรติจาก นายอดิทัต วะสีนนท์ อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ พร้อมด้วย นายกิตติพันธุ์ บางยี่ขัน ผู้อำนวยการกองนวัตกรรมวัตถุดิบและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง ตลอดจนคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่จากทั้งสองฝ่ายเข้าร่วม ความร่วมมือครั้งนี้จะผสานองค์ความรู้ด้านการคัดแยกและรีไซเคิลของ กพร. เข้ากับประสบการณ์ด้านการพัฒนาและผลิตแบตเตอรี่ของ AMITA โดยนำแบตเตอรี่เสื่อมสภาพและวัสดุจากกระบวนการผลิตมาศึกษาและพัฒนา เพื่อให้ได้สารตั้งต้นหรือ Precursor ที่สามารถนำไปทดลองผลิตเป็นแบตเตอรี่ใหม่ รวมถึงร่วมประเมินความเป็นไปได้ของเทคโนโลยี พัฒนาบุคลากร และจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อสนับสนุนระบบรีไซเคิลแบตเตอรี่ของประเทศอย่างครบวงจร นายฉัตรพล ศรีประทุม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ความร่วมมือครั้งนี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงการจัดการแบตเตอรี่ที่เสื่อมสภาพ แต่เป็นการเปลี่ยนของเสียให้กลับมาเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่า สร้างองค์ความรู้และความมั่นคงด้านวัตถุดิบให้แก่ประเทศไทย เมื่ออุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและระบบกักเก็บพลังงานเติบโต ปริมาณแบตเตอรี่ที่สิ้นอายุจะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย หากไม่มีการเตรียมระบบรองรับตั้งแต่วันนี้ อาจกลายเป็นทั้งปัญหาสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย และต้นทุนของประเทศในอนาคต” [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/manufacturing/3743526">EA–AMITA ผนึก กระทรวงอุตสาหกรรม พัฒนาเทคโนโลยีรีไซเคิลแบตเตอรี่ เปลี่ยนของเสียเป็นวัตถุดิบ วางรากฐานอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดและเศรษฐกิจหมุนเวียนไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[มาห์เลพัฒนาระบบนิเวศเพื่อธุรกิจอู่ซ่อมรถแห่งอนาคต]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3743416</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 Jul 2026 09:20:28 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3743416</guid>

					<description><![CDATA[<p>มาห์เล ไลฟ์ไซเคิล แอนด์ โมบิลิตี้ (MAHLE Lifecycle and Mobility) สนับสนุนให้อู่ซ่อมรถยนต์อิสระก้าวข้ามจากอู่ซ่อมแบบดั้งเดิมสู่การเป็นศูนย์บริการดิจิทัลอย่างเต็มตัว โดยแผนกชิ้นส่วนอะไหล่และบริการของบริษัทผู้จัดจำหน่ายชิ้นส่วนและเทคโนโลยียานยนต์จากเมืองชตุทท์การ์ทรายนี้ กำลังพัฒนาระบบนิเวศแบบบูรณาการที่เชื่อมโยงชิ้นส่วนยานยนต์ อุปกรณ์ในอู่ซ่อม ความเชี่ยวชาญทางเทคนิค และระบบตรวจวิเคราะห์เข้าด้วยกันอย่างชาญฉลาด หัวใจของระบบนี้คือ MAHLE Workshop Portal แพลตฟอร์มบนระบบคลาวด์ที่ทันสมัย รวบรวมข้อมูลทางเทคนิค โอกาสในการฝึกอบรม โซลูชันการซ่อมแซม และการสนับสนุนเฉพาะบุคคลไว้ในที่เดียว นอกจากนี้ยังมี MAHLE Battery Workshop Support ที่จะช่วยให้อู่ซ่อมรถตัดสินใจซ่อมแบตเตอรี่แรงดันสูงได้อย่างปลอดภัย รวดเร็ว และคุ้มค่า ส่วน MAHLE Mobile Service จะช่วยให้อู่ซ่อมรถมืออาชีพให้บริการนอกสถานที่แก่ลูกค้าทั่วไปหรือผู้ประกอบการฟลีตรถยนต์ได้โดยตรง ยิ่งไปกว่านั้น ความร่วมมือกับโรเด้อร์ แอนด์ ชวาร์ส (Rohde &#38; Schwarz) ยังทำให้มาห์เลสามารถเปิดตัวระบบทดสอบเซนเซอร์เรดาร์หลังการซ่อมแซมที่ได้มาตรฐานเป็นครั้งแรก ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีในตลาดอะไหล่ทดแทน ทั้งนี้ มาห์เลตั้งเป้าเติบโตผ่านการจัดหาชิ้นส่วนอะไหล่สำหรับระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า โดยมีแผนจะขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับยานยนต์ไฟฟ้าจาก 1,000 รายการในปัจจุบัน เป็นมากกว่า 2,000 รายการภายในปี 2573 ขณะที่ล่าสุด [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3743416">มาห์เลพัฒนาระบบนิเวศเพื่อธุรกิจอู่ซ่อมรถแห่งอนาคต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[JARTON ร่วมยกระดับความปลอดภัยอัจฉริยะสู่อนาคต ในงาน Maintenance Forum 2026]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/manufacturing/3743311</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 Jul 2026 08:40:44 +0700</pubDate>
				<category>manufacturing</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3743311</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท จาร์ตัน กรุ๊ป จำกัด ผู้นำด้านนวัตกรรมระบบความปลอดภัยอัจฉริยะและเทคโนโลยีสำหรับอาคาร ได้รับเกียรติเข้าร่วมงาน Maintenance Forum 2026 ณ กองทัพอากาศ ดอนเมือง ในฐานะพันธมิตรทางเทคโนโลยีร่วมกับบริษัท โอเรียลเต็ล (Oriental) ภายใต้แนวคิดหลักของกองทัพอากาศ “Connected Workforce 2026” จาร์ตันในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมความปลอดภัยฝีมือคนไทย มีความเชี่ยวชาญครอบคลุมทั้งด้านการตรวจจับ การเฝ้าระวัง และความปลอดภัยทางไซเบอร์ครบวงจร ตลอดหลายปีที่ผ่านมา จาร์ตันได้พัฒนาและยกระดับผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง จนได้รับความไว้วางใจจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนในการนำเทคโนโลยีไปใช้งานจริง การได้รับเชิญเข้าร่วมงานสำคัญเช่นนี้ ตอกย้ำให้เห็นถึงศักยภาพของจาร์ตันในฐานะผู้ให้บริการโซลูชันความปลอดภัยแบบครบวงจร ที่พร้อมตอบโจทย์ทุกภารกิจด้านความมั่นคง ทั้งในระดับองค์กรและระดับปฏิบัติการภาคสนาม ภายในงาน จาร์ตันได้นำเสนอเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยที่ครอบคลุมทุกมิติ ได้แก่ -JARTON Cyber Guard: บริการด้าน Cyber Security ครบวงจร ครอบคลุมการป้องกัน ตรวจจับ และรับมือภัยคุกคามทางไซเบอร์ ช่วยปกป้องระบบเทคโนโลยีสารสนเทศขององค์กรจากการโจมตีในทุกรูปแบบ พร้อมทีมผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลระบบอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ในยุคดิจิทัลที่ทุกอุปกรณ์เชื่อมต่อถึงกัน -Body Camera: กล้องติดตัวบุคคล บันทึกภาพและเสียงคมชัดแบบเรียลไทม์ ทนทานต่อการใช้งานภาคสนาม เพิ่มความโปร่งใส ความปลอดภัย และเป็นหลักฐานสำคัญในการปฏิบัติงาน เหมาะสำหรับหน่วยงานที่ต้องปฏิบัติภารกิจในพื้นที่และต้องการระบบบันทึกข้อมูลที่เชื่อถือได้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/manufacturing/3743311">JARTON ร่วมยกระดับความปลอดภัยอัจฉริยะสู่อนาคต ในงาน Maintenance Forum 2026</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[CIVIL มองครึ่งหลัง 69 แนวโน้มดี เดินหน้ารับรู้รายได้ ประมูลงานใหม่ 4,000 ลบ.]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/manufacturing/3743181</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 22 Jul 2026 17:10:33 +0700</pubDate>
				<category>manufacturing</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3743181</guid>

					<description><![CDATA[<p>CIVIL เผยทิศทางธุรกิจครึ่งปีหลัง 2569 คาดดีกว่าครึ่งปีแรก เตรียมส่งมอบ 9 โครงการ มูลค่า 4,100 ล้านบาท เดินหน้าประมูลงานใหม่ 4,000 ล้านบาท หนุน Backlog 14,600 ล้านบาท โฟกัสบริหารต้นทุนในภาวะผันผวน ธุรกิจ Non-Construction โตดี ต่อยอดงานภาคอุตสาหกรรมและบริหารจัดการน้ำ เพิ่มโอกาสทางธุรกิจ ยึดกลยุทธ์ FAST รักษาเสถียรภาพการดำเนินงาน นายปิยะดิษฐ์ อัศวศิริสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีวิลเอนจีเนียริง จำกัด (มหาชน) หรือ CIVIL ผู้นำบริษัทก่อสร้างครบวงจรชั้นนำของไทย เปิดเผยว่า ทิศทางการดำเนินธุรกิจช่วงครึ่งปีหลัง 2569 มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงครึ่งปีแรก โดยมีแผนส่งมอบงาน 9 โครงการ มูลค่าโครงการรวมกว่า 4,100 ล้านบาท และยังมีโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินงาน ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ตามความก้าวหน้าของงาน ส่งผลให้บริษัททยอยรับรู้รายได้อย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันบริษัทมีงานในมือ (Backlog) มูลค่า 14,600 ล้านบาท รองรับการรับรู้รายได้ถึงปี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/manufacturing/3743181">CIVIL มองครึ่งหลัง 69 แนวโน้มดี เดินหน้ารับรู้รายได้ ประมูลงานใหม่ 4,000 ลบ.</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ฮิตาชิ เอนเนอร์ยี่ และ กฟผ.ร่วมพัฒนาโครงการ EconiQ® Retrofill แห่งแรกของโลกที่ระดับแรงดันไฟฟ้า 550 kV พร้อมใช้งานอุปกรณ์เดิมให้เกิดประโยชน์สูงสุด]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3743153</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 22 Jul 2026 15:14:16 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3743153</guid>

					<description><![CDATA[<p>โครงการ EconiQ Retrofill แห่งแรกของโลกที่ระดับแรงดันไฟฟ้า 550 กิโลโวลต์ จะช่วยลดการปล่อยก๊าซซัลเฟอร์เฮกซะฟลูออไรด์ (SF₆) พร้อมคงประสิทธิภาพและความเชื่อถือได้ของระบบโครงข่ายไฟฟ้าแรงสูง ฮิตาชิ เอนเนอร์ยี่ ผู้นำระดับโลกด้านระบบไฟฟ้ากำลัง ร่วมกับ กฟผ. เตรียมดำเนินการโครงการ EconiQ® Retrofill แห่งแรกของโลก สำหรับระดับแรงดันไฟฟ้า 550 กิโลโวลต์ในประเทศไทย ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยนำมาประยุกต์ใช้กับอุปกรณ์ที่ใช้งานอยู่เดิม ซึ่งออกแบบมาสำหรับก๊าซ SF₆ โครงการนี้จะช่วยคงประสิทธิภาพการทำงานของระบบโครงข่ายไฟฟ้าของประเทศไทย พร้อมทั้งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยโครงการมีกำหนดแล้วเสร็จในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2569 กฟผ. จะดำเนินการปรับปรุงสายส่งก๊าซฉนวนไฟฟ้าแรงสูง (Gas-Insulated Lines GIL) ระดับแรงดัน 550 กิโลโวลต์ ระยะทางรวม 130 เมตร ณ สถานีไฟฟ้าแรงสูงน่าน โดยใช้เทคโนโลยีแรงดันสูง EconiQ ของฮิตาชิ เอนเนอร์ยี่ ซึ่งเป็นการทดแทนก๊าซซัลเฟอร์เฮกซะฟลูออไรด์ (SF₆) ที่ใช้อยู่เดิม ด้วยก๊าซผสมที่มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมยิ่งขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนหรือทดแทนอุปกรณ์หลักใดๆ ของระบบ การปรับปรุงครั้งนี้จะช่วยให้ กฟผ. [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3743153">ฮิตาชิ เอนเนอร์ยี่ และ กฟผ.ร่วมพัฒนาโครงการ EconiQ® Retrofill แห่งแรกของโลกที่ระดับแรงดันไฟฟ้า 550 kV พร้อมใช้งานอุปกรณ์เดิมให้เกิดประโยชน์สูงสุด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[มาห์เล เร่งผลักดันภาคอุตสาหกรรมขนส่งทางถนนเปลี่ยนผ่านสู่ระบบไฟฟ้า]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3743110</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 22 Jul 2026 10:53:35 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3743110</guid>

					<description><![CDATA[<p>มาห์เล (MAHLE) ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์จากเมืองชตุทท์การ์ท กำลังเร่งเครื่องผลักดันให้ภาคอุตสาหกรรมขนส่งทางถนนเปลี่ยนผ่านสู่ระบบไฟฟ้าเร็วขึ้นด้วยระบบเปลี่ยนน้ำมันเป็นพลังงานไฟฟ้าเข้าสู่แบตเตอรี่ หรือเรนจ์เอ็กซ์เทนเดอร์ (Range Extender) รุ่นใหม่สำหรับรถบรรทุกไฟฟ้า (BEV) ขนาดใหญ่ เทคโนโลยีนี้จะช่วยปูทางให้ตลาดเปลี่ยนจากรถบรรทุกดีเซลซึ่งครองตลาดอยู่ในปัจจุบัน ไปสู่รถบรรทุกไฟฟ้าเต็มรูปแบบได้เร็วขึ้น รถบรรทุกไฟฟ้าที่ติดตั้ง เรนจ์เอ็กซ์เทนเดอร์จะผสานความยั่งยืนของระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าเข้ากับความยืดหยุ่นและระยะทางวิ่งแบบรถเครื่องยนต์สันดาปภายใน ช่วยให้ภาคการขนส่งทางถนนซึ่งแบกรับต้นทุนสูงอยู่แล้ว สามารถลดต้นทุนรวมการเป็นเจ้าของ (Total Cost of Ownership) ตลอดอายุการใช้งานของรถ และช่วยให้การตัดสินใจลงทุนที่เป็นมิตรกับสภาพอากาศเป็นเรื่องง่ายขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น รถไฟฟ้า BEV ที่ติดตั้งเรนจ์เอ็กซ์เทนเดอร์ยังช่วยสนับสนุนยุโรปในการบรรลุเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากกลุ่มยานพาหนะอีกด้วย ปัจจุบันมาห์เลเป็นหนึ่งในผู้นำตลาดผลิตภัณฑ์ระบบไฟฟ้าสำหรับยานยนต์เชิงพาณิชย์ในยุโรป และกำลังขยายธุรกิจร่วมกับผู้ผลิตรถยนต์เชิงพาณิชย์ของจีนที่กำลังรุกตลาดยุโรปด้วยรถบรรทุกไฟฟ้า “เราตั้งเป้าเติบโตต่อเนื่องด้วยเทคโนโลยีสมรรถนะสูงและผลิตภัณฑ์ระบบไฟฟ้าที่พร้อมเข้าสู่สายการผลิตจริง” อาร์นด์ ฟรานซ์ (Arnd Franz) ประธานคณะกรรมการบริหารและซีอีโอของมาห์เล กล่าวในงาน Media Tech Day ที่จัดขึ้นในเมืองชตุทท์การ์ท สำหรับงาน IAA Transportation ประจำปีนี้ ซึ่งจะจัดขึ้นที่เมืองฮันโนเวอร์ ระหว่างวันที่ 15-20 กันยายน มาห์เลจะเข้าร่วมงานภายใต้แนวคิด “Electrified. Efficient. Economical.” (ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า มีประสิทธิภาพ คุ้มค่า) โดยบริษัทจะเปิดตัวเรนจ์เอ็กซ์เทนเดอร์รุ่นใหม่เป็นครั้งแรกของโลกที่งานนี้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3743110">มาห์เล เร่งผลักดันภาคอุตสาหกรรมขนส่งทางถนนเปลี่ยนผ่านสู่ระบบไฟฟ้า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กลุ่มธุรกิจ TCP เผย 4 มิติการลงทุนที่สร้างคุณค่าร่วม ทั้งด้านเศรษฐกิจ นวัตกรรม ผู้คน และชุมชน บนเวที Thailand – China (Sichuan) Investment and Economic Forum ณ เมืองเฉิงตู]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3742898</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 21 Jul 2026 14:10:48 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3742898</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายสราวุฒิ อยู่วิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ TCP ร่วมคณะภาครัฐ และภาคเอกชนไทยเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน พร้อมร่วมงาน “การประชุมสัมมนาการลงทุนและความร่วมมือทางเศรษฐกิจจีน (เสฉวน) &#8211; ไทย ประจำปี 2569” (Thailand &#8211; China (Sichuan) Investment and Economic Forum) ณ เมืองเฉิงตู มณฑลเสฉวน นำโดย นายกรัฐมนตรีและสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI เนื่องในโอกาสเปิดสำนักงานแห่งใหม่ของ BOI ณ เมืองเฉิงตู มณฑลเสฉวน พร้อมขยายความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศไทยกับจีน โดยเฉพาะในภูมิภาคตะวันตกของจีนซึ่งมี มณฑลเสฉวน เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจที่สำคัญ นายสราวุฒิ อยู่วิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ TCP ในโอกาสนี้ นายสราวุฒิได้ขึ้นกล่าวในงานประชุมสัมมนาฯ หัวข้อ “Growing with China: Why TCP Group Chose Sichuan” ถ่ายทอดประสบการณ์ของกลุ่มธุรกิจ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3742898">กลุ่มธุรกิจ TCP เผย 4 มิติการลงทุนที่สร้างคุณค่าร่วม ทั้งด้านเศรษฐกิจ นวัตกรรม ผู้คน และชุมชน บนเวที Thailand – China (Sichuan) Investment and Economic Forum ณ เมืองเฉิงตู</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[FPI ปักธงเร่งขยายฐานการผลิตซาอุฯ พร้อมตั้งศูนย์กลางส่งออกสู่ตะวันออกกลาง-แอฟริกาเหนือ ช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์กว่า 30% หนุนเติบโตระยะยาว]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/manufacturing/3742856</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 21 Jul 2026 12:30:01 +0700</pubDate>
				<category>manufacturing</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3742856</guid>

					<description><![CDATA[<p>บมจ.ฟอร์จูน พาร์ท อินดัสตรี้ (FPI) เร่งขยายฐานการผลิตต่างประเทศ เดินหน้าก่อสร้างโรงงานในซาอุดีอาระเบีย ฟากบิ๊กบอส “สมพล ธนาดำรงศักดิ์”ระบุคาดเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ได้ในเดือนพ.ย. 69 วางเป็นศูนย์กลางผลิตและกระจายสินค้าสู่กลุ่มประเทศในตะวันออกกลางและแอฟริกาเหือ หรือ MENA (Middle East and North Africa) ชูจุดแข็งทำเลยุทธศาสตร์ในเขตเศรษฐกิจพิเศษ ช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์กว่า 30% พร้อมรองรับคำสั่งซื้อจากลูกค้ารายใหญ่ และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในตลาดโลก นายสมพล ธนาดำรงศักดิ์ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟอร์จูน พาร์ท อินดัสตรี้ จำกัด (มหาชน) (FPI) เปิดเผยว่า บริษัทฯเดินหน้าขยายเครือข่ายการผลิตในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเร่งก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ในประเทศซาอุดีอาระเบีย เพื่อยกระดับเป็นศูนย์กลางการผลิตและกระจายสินค้าสู่ภูมิภาคตะวันออกกลาง และแอฟริกาเหนือ หรือ MENA รองรับแผนขยายตลาดในระยะยาว พร้อมเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของบริษัทในระดับสากล สำหรับความคืบหน้าการก่อสร้างโรงงานเป็นไปตามแผน โดยงานฐานรากและโครงสร้างอาคารแล้วเสร็จเรียบร้อย และอยู่ระหว่างทยอยติดตั้งเครื่องจักร คาดว่าจะสามารถเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ภายในเดือนพฤศจิกายน 2569 ทั้งนี้ บริษัทฯเลือกลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษ King Abdullah Economic City (KAEC) ซึ่งถือเป็นทำเลยุทธศาสตร์ด้านการผลิตและการขนส่งของภูมิภาค [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/manufacturing/3742856">FPI ปักธงเร่งขยายฐานการผลิตซาอุฯ พร้อมตั้งศูนย์กลางส่งออกสู่ตะวันออกกลาง-แอฟริกาเหนือ ช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์กว่า 30% หนุนเติบโตระยะยาว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[มาเลเซียเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเทคโนโลยีแบตเตอรี่แห่งอาเซียน ครั้งที่ 4 ตอกย้ำความพร้อมของอาเซียนในการยกระดับอุตสาหกรรมแบตเตอรี่]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/energy/3742716</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 21 Jul 2026 09:58:40 +0700</pubDate>
				<category>energy</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3742716</guid>

					<description><![CDATA[<p>การประชุมเทคโนโลยีแบตเตอรี่แห่งอาเซียน ABTC 2026 เป็นงานที่รวบรวมผู้กำหนดนโยบาย ผู้ผลิต นักลงทุน และนักวิจัยที่เมืองเซปัง เพื่อขับเคลื่อนการผลิต ความปลอดภัย การลงทุน และการใช้งานจริงของแบตเตอรี่ทั่วภูมิภาค  มาเลเซียเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเทคโนโลยีแบตเตอรี่แห่งอาเซียน ครั้งที่ 4 (ABTC 2026 &#8211; Asean Battery Technology Conference 2026 ) ระหว่างวันที่ 19-21 สิงหาคม 2569 ณ โรงแรมโมเวนพิค แอนด์ คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ เคแอลไอเอ เมืองเซอปัง ตอกย้ำบทบาทของมาเลเซียในฐานะศูนย์กลางของอาเซียนว่าด้วยการพัฒนาอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ในระยะต่อไป  งานในครั้งนี้จัดขึ้นโดยองค์การนาโนมาเลเซีย (NMB: NanoMalaysia Berhad) ภายใต้แนวคิด &#8220;Industrialising Battery Technologies: Strengthening ASEAN&#8217;s Battery Value Chain for Global Competitiveness” หรือ การพัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่สู่อุตสาหกรรม: เสริมสร้างซัพพลายเชนแบตเตอรี่ของอาเซียนเพื่อก้าวสู่ระดับโลก ท่ามกลางความต้องการด้านยานยนต์ไฟฟ้า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/energy/3742716">มาเลเซียเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเทคโนโลยีแบตเตอรี่แห่งอาเซียน ครั้งที่ 4 ตอกย้ำความพร้อมของอาเซียนในการยกระดับอุตสาหกรรมแบตเตอรี่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[วว. โชว์ศักยภาพ MPAD ร่วมขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมในงาน Oil &#038; Gas Roadshow 2026]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/manufacturing/3742144</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 20 Jul 2026 10:55:20 +0700</pubDate>
				<category>manufacturing</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3742144</guid>

					<description><![CDATA[<p>  กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย ศูนย์พัฒนาและวิเคราะห์สมบัติของวัสดุ (MPAD) สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)  ร่วมจัดนิทรรศการและถ่ายทอดความรู้เสริมแกร่งภาคอุตสาหกรรม ในงาน Oil &#38; Gas Roadshow 2026  งานแสดงสินค้าและเทคโนโลยีด้านอุตสาหกรรมน้ำมันและปิโตรเคมีอย่างครบวงจร ระหว่างวันที่ 16-17 กรกฎาคม 2569 ณ โรงแรมโกลเด้น ซิตี้ จังหวัดระยอง  ภายในงาน Oil &#38; Gas Roadshow 2026 มีการจัดแสดงสินค้าผ่านการนำเสนอเทคโนโลยีและโซลูชั่นล่าสุดในอุตสาหกรรมน้ำมัน ก๊าซ และปิโตรเคมี กว่า 100 แบรนด์ จากทั้งภายในและต่างประเทศ รวมทั้งการสัมมนาทางเทคนิคที่นำเสนอโดยผู้เชี่ยวชาญจากองค์กรชั้นนำ โอกาสนี้ นายกิตติพงค์ นิมากร นักวิชาการ MPAD บรรยายพิเศษหัวข้อเรื่อง “การพัฒนาของรอยร้าวสู่ความเสียหาย : การทำความเข้าใจการเติบโตของรอยร้าวจากความล้าในท่อส่งน้ำมันและก๊าซ ในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 โดย วว. [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/manufacturing/3742144">วว. โชว์ศักยภาพ MPAD ร่วมขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมในงาน Oil &amp; Gas Roadshow 2026</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[Thailand Success Stories กลับมาอีกครั้ง เดินหน้าสู่บทใหม่ของอุตสาหกรรมภาพยนตร์และคอนเทนต์ไทยบนเวทีโลก]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/manufacturing/3742032</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 20 Jul 2026 09:07:11 +0700</pubDate>
				<category>manufacturing</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3742032</guid>

					<description><![CDATA[<p>สมาคมภาพยนตร์แห่งสหรัฐอเมริกา ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (Motion Picture Association – Asia Pacific หรือ MPA) ร่วมกับ พันธมิตรเพื่อความคิดสร้างสรรค์และความบันเทิง (Alliance for Creativity and Entertainment หรือ ACE) โดยได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงวัฒนธรรม จัดงาน Thailand Success Stories ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จของประเทศไทยในฐานะหนึ่งในจุดหมายปลายทางด้านการผลิตภาพยนตร์ และรายการโทรทัศน์ชั้นนำของโลก พร้อมรวบรวมผู้กำกับ ผู้อำนวยการสร้าง ผู้บริหารสตูดิโอ ผู้แทนภาครัฐ และผู้เชี่ยวชาญด้านการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับอนาคตของอุตสาหกรรม  สานต่อความสำเร็จจากการจัดงานครั้งแรกในปีที่ผ่านมา Thailand Success Stories 2026 ไม่เพียงสะท้อนความสำเร็จของอุตสาหกรรมในปัจจุบัน แต่ยังมุ่งหาแนวทางในการขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านการลงทุนอย่างต่อเนื่อง การพัฒนาบุคลากร นโยบายที่มองไปข้างหน้า ความร่วมมือระดับนานาชาติ และการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาที่เข้มแข็ง  &#8220;งานในวันนี้ไม่เพียงเป็นการเฉลิมฉลองความสำเร็จที่ผ่านมา แต่ยังเป็นการมองไปข้างหน้าถึงอนาคตของอุตสาหกรรมร่วมกัน&#8221; คุณเออร์มิลา เวนูโกปาลัน ประธานและกรรมการผู้จัดการ ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก สมาคมภาพยนตร์แห่งสหรัฐอเมริกา กล่าว &#8220;ตลอดหลายปีที่ผ่านมา [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/manufacturing/3742032">Thailand Success Stories กลับมาอีกครั้ง เดินหน้าสู่บทใหม่ของอุตสาหกรรมภาพยนตร์และคอนเทนต์ไทยบนเวทีโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[TCMA เปิดเกม “The NEXT Chapter” เร่ง 5 Engines ดันอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์สู่ Net Zero 2050]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/manufacturing/3741348</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 16 Jul 2026 14:55:37 +0700</pubDate>
				<category>manufacturing</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3741348</guid>

					<description><![CDATA[<p>สมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA) เดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ “The NEXT Chapter to Net Zero 2050” ผ่าน 5 กลไกหลัก (5 Engines to Net Zero) ภายใต้แนวคิด ‘Accelerating Collaborative Action towards Net Zero 2050’ เร่งการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมสู่อุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ พร้อมยกระดับบทบาทสู่ Climate Solution Partner ตามแผนที่นำทาง Thailand 2050 Net Zero Cement and Concrete Roadmap ซึ่งเป็นคำมั่นร่วมของทั้งอุตสาหกรรม  ท่ามกลางแรงกดดันด้านสภาพภูมิอากาศและการแข่งขันในเวทีโลก อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ของไทยเร่งปรับรูปแบบการขับเคลื่อน โดยบูรณาการนโยบาย เทคโนโลยี นวัตกรรม พลังงาน เศรษฐกิจหมุนเวียน และดิจิทัล สู่การปฏิบัติจริง เพื่อยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันควบคู่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก  นายสุรชัย นิ่มละออ นายกสมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย กล่าวว่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/manufacturing/3741348">TCMA เปิดเกม “The NEXT Chapter” เร่ง 5 Engines ดันอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์สู่ Net Zero 2050</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ไทยลดจริง 3.8 ล้านตัน CO2 จาก “ปูนลดโลกร้อน” เร็วกว่าเป้า NDC สู่โมเดลความร่วมมือขับเคลื่อน Net Zero]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/manufacturing/3741192</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 16 Jul 2026 11:09:56 +0700</pubDate>
				<category>manufacturing</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3741192</guid>

					<description><![CDATA[<p>ประเทศไทยสร้างความสำเร็จสำคัญด้านการลดก๊าซเรือนกระจกในภาคอุตสาหกรรม จากความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อน “มาตรการทดแทนปูนเม็ด (Clinker Substitution)” ภายใต้สาขากระบวนการทางอุตสาหกรรมและการใช้ผลิตภัณฑ์ (Industrial Process and Product Use: IPPU) สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสะสมกว่า 3.8 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ตั้งแต่ปี 2562 จนถึงปัจจุบัน เร็วกว่ากรอบเป้าหมายของ Thailand NDC Roadmap โดยมี “ปูนซีเมนต์ไฮดรอลิก” เป็นกลไกสำคัญในการเปลี่ยนผ่านสู่การก่อสร้างคาร์บอนต่ำ พิธีมอบรางวัลเกียรติยศแก่ภาคีร่วมดำเนินการ จัดขึ้นในงาน “TCMA at 20” โดยได้รับเกียรติจาก นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานและมอบรางวัล เพื่อเชิดชูความร่วมมือของ 34 ภาคีร่วมดำเนินการ ภายใต้การสนับสนุนของ 6 กระทรวง ที่ร่วมกันผลักดันนโยบายประเทศสู่การปฏิบัติจริง นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ความสำเร็จของมาตรการทดแทนปูนเม็ดสะท้อนถึงพลังของความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และภาคีที่เกี่ยวข้อง ในการขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ พร้อมสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมสีเขียว ควบคู่กับการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม “การลดก๊าซเรือนกระจกจะเกิดขึ้นได้ เมื่อทุกภาคส่วนร่วมมือกันตั้งแต่นโยบาย เทคโนโลยี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/manufacturing/3741192">ไทยลดจริง 3.8 ล้านตัน CO2 จาก “ปูนลดโลกร้อน” เร็วกว่าเป้า NDC สู่โมเดลความร่วมมือขับเคลื่อน Net Zero</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[Bosch ร่วมงาน Mobility Tech Asia Bangkok 2026]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/auto/3740731</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 15 Jul 2026 07:55:22 +0700</pubDate>
				<category>auto</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3740731</guid>

					<description><![CDATA[<p>บ๊อช ชูโซลูชันการขับเคลื่อนที่ครบวงจร จากระบบยานยนต์แบบบูรณาการสู่บริการวิเคราะห์ข้อมูลและขยายสู่ระดับอุตสาหกรรม แสดงการบูรณาการโซลูชันด้านการคมนาคมขนส่งผสานรวมกันตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่ระบบยานยนต์อัจฉริยะ การใช้พลังงานไฟฟ้า ไปจนถึงบริการเชื่อมต่อและความสามารถในการขยายขนาดในระดับอุตสาหกรรม ยกระดับการสัญจรให้ก้าวข้ามขีดจำกัดของยานพาหนะด้วยระบบที่กำหนดโดยซอฟต์แวร์และบริการที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล เพื่อสร้างมูลค่าอย่างต่อเนื่องตลอดวงจรชีวิต เน้นย้ำบทบาทของวิศวกรรมและการผลิตในการแปลงนวัตกรรมไปสู่การใช้งานจริงที่สามารถขยายขนาดได้ โดยอาศัยความร่วมมือของระบบนิเวศ ในอดีต ประสบการณ์การขับขี่ถูกกำหนดโดยฮาร์ดแวร์เป็นหลัก แต่ในปัจจุบัน ซอฟต์แวร์มีบทบาทสำคัญในการกำหนดสมรรถนะ การปรับแต่ง และการตอบสนองของยานยนต์กับพฤติกรรมการขับขี่ของผู้ใช้งาน ผู้ขับขี่จำนวนมากในปัจจุบันคาดหวังให้รถยนต์สามารถเชื่อมต่อเข้ากับชีวิตดิจิทัลได้อย่างไร้รอยต่อ พร้อมด้วยคุณสมบัติที่พัฒนาและปรับเปลี่ยนได้ตามกาลเวลา รวมถึงตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะบุคคลได้ดียิ่งขึ้น การเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์ โดยสถาปัตยกรรม E/E ที่เกิดขึ้นได้จริงจากการเปลี่ยนโครงสร้างระบบไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ในรถยนต์ให้เป็นแบบศูนย์รวมและข้ามขอบเขตการทำงาน ไม่เพียงเปลี่ยนแปลงประสบการณ์การใช้งานรถยนต์ แต่ยังพลิกโฉมแนวทางการพัฒนาและการส่งมอบโซลูชันการคมนาคมขนส่งอีกด้วย ปัจจุบัน การสัญจรไม่ได้ถูกกำหนดด้วยเทคโนโลยีแบบแยกชิ้นส่วนอีกต่อไป แต่ผสานการทำงานร่วมกันกับซอฟต์แวร์ ระบบไฟฟ้า และการเชื่อมต่อ ซึ่งช่วยกำหนดสมรรถนะของยานยนต์ มูลค่าตลอดวงจรชีวิต และความสามารถในการต่อยอดเทคโนโลยี ขณะเดียวกัน ศักยภาพด้านอุตสาหกรรมกลายเป็นปัจจัยสำคัญ เนื่องจากนวัตกรรมในปัจจุบันขึ้นอยู่กับความสามารถในการนำเทคโนโลยีไปใช้งานและขยายสู่ระดับอุตสาหกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในงาน บ๊อช ได้นำเสนอการเปลี่ยนผ่านนี้อย่างชัดเจน โดยการเชื่อมโยงเทคโนโลยีที่มีผลต่อการตอบสนองของยานพาหนะ ประสิทธิภาพของระบบส่งกำลังและวิธีการบำรุงรักษายานยนต์ในระยะยาว “โซลูชันการขนส่งคมนาคมถูกกำหนดโดยการผสานกันระหว่างซอฟต์แวร์ ระบบพลังงานไฟฟ้า บริการเชื่อมต่อ และศักยภาพด้านการผลิต” มร. โจเซฟ ฮง กรรมการผู้จัดการ บ๊อช ประเทศไทย กล่าว “ที่ บ๊อช [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/auto/3740731">Bosch ร่วมงาน Mobility Tech Asia Bangkok 2026</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[รมว.อุตฯ ชมโครงการโซลาร์รูฟท็อปใหญ่ที่สุดในอีสาน ปลุกภาคอุตสาหกรรมเติบโต เพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจ ดันไทยเป็นฐานการผลิต-การลงทุนของโลก]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/manufacturing/3740431</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 14 Jul 2026 11:34:55 +0700</pubDate>
				<category>manufacturing</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3740431</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานพิธีเปิดโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคาที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ของบริษัท ซีเกท เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด ที่จังหวัดนครราชสีมา โดยได้กล่าวในตอนหนึ่งว่า พลังงานสะอาดไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของสิ่งแวดล้อม แต่เป็นปัจจัยสำคัญต่อการลงทุน การส่งออก และขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศในระยะยาว กระทรวงอุตสาหกรรมจึงให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดควบคู่ไปกับการพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงเซมิคอนดักเตอร์ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ดาต้าเซ็นเตอร์และยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อให้ประเทศไทยยังคงเป็นฐานการผลิตและการลงทุนที่สำคัญของโลก ความร่วมมือของบริษัท ซีเกท ในโครงการดังกล่าว เป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนของการพัฒนาอุตสาหกรรมไทยที่สามารถเดินหน้าสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ ควบคู่กับการสร้างความยั่งยืนด้านพลังงานและจะเป็นต้นแบบสำคัญให้กับภาคอุตสาหกรรมไทยในอนาคต สำหรับประเทศไทย ภาคอุตสาหกรรมมีสัดส่วนใช้พลังงานคิดเป็นร้อยละ 40 ของการใช้พลังงานทั้งหมดของประเทศ ดังนั้น การยกระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การส่งเสริมพลังงานสะอาด และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ในปัจจุบันได้กลายเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการลดต้นทุนการผลิต และสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยที่ผ่านมากระทรวงอุตสาหกรรมได้ดำเนินมาตรการสนับสนุนผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง ทั้งการส่งเสริมการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) การปรับปรุงกฎระเบียบเพื่อเอื้อต่อการลงทุนด้านพลังงานสะอาด การส่งเสริมการใช้เครื่องจักรและอุปกรณ์ประสิทธิภาพสูง ตลอดจนการพัฒนาบุคลากรและผู้เชี่ยวชาญด้านระบบพลังงานสมัยใหม่ และยังผลักดันการใช้มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ด้านประสิทธิภาพพลังงาน โดยปัจจุบันมี 41 มาตรฐานครอบคลุมผลิตภัณฑ์ด้านแผงเซลล์แสงอาทิตย์ พลังงานลม ระบบกักเก็บพลังงานไฟฟ้า รวมถึงเครื่องกำเนิดไฟฟ้าจากชีวมวลและขยะ ขณะที่สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/manufacturing/3740431">รมว.อุตฯ ชมโครงการโซลาร์รูฟท็อปใหญ่ที่สุดในอีสาน ปลุกภาคอุตสาหกรรมเติบโต เพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจ ดันไทยเป็นฐานการผลิต-การลงทุนของโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[TFM ขานรับแนวทางภาครัฐ ลดต้นทุนด้วยพลังงานสะอาด ชูโมเดลฟาร์มกุ้งแห่งอนาคต]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/manufacturing/3740192</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 13 Jul 2026 16:07:24 +0700</pubDate>
				<category>manufacturing</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3740192</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TFM เดินหน้าขับเคลื่อนกลยุทธ์ธุรกิจภายใต้แนวคิดการเติบโตอย่างยั่งยืน (Sustainability-driven Growth) เพื่อรับมือกับความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทวีความรุนแรงขึ้นและส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในระดับโครงสร้าง ทั้งด้านผลผลิต ต้นทุน และเสถียรภาพของรายได้เกษตรกร ซึ่งกำลังกลายเป็นโจทย์สำคัญของการพัฒนาอุตสาหกรรมกุ้งไทยในระยะยาว ขณะเดียวกัน ภาครัฐได้เร่งขับเคลื่อนการยกระดับอุตสาหกรรมกุ้งไทยอย่างเป็นระบบ ทั้งการขยายช่องทางการตลาด การปรับโครงสร้างต้นทุนการผลิตผ่านการส่งเสริมการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Cell) ในฟาร์มเลี้ยงกุ้ง การสร้างแบรนด์ “Thai Shrimp” เพื่อเพิ่มมูลค่าและยกระดับภาพลักษณ์สินค้า ตลอดจนการขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมกุ้งไทยในระยะยาว ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของ TFM ที่มุ่งนำนวัตกรรม เทคโนโลยี และองค์ความรู้มาช่วยลดต้นทุนการเลี้ยง เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และยกระดับศักยภาพของเกษตรกรไทยอย่างต่อเนื่อง นายพีระศักดิ์ บุญมีโชติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างมีนัยสำคัญ วันนี้การยกระดับความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรม ไม่ได้อาศัยเพียงการควบคุมต้นทุน แต่ต้องผสานองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และสร้างความแข็งแกร่งให้กับเกษตรกรและอุตสาหกรรม ควบคู่กับการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว” [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/manufacturing/3740192">TFM ขานรับแนวทางภาครัฐ ลดต้นทุนด้วยพลังงานสะอาด ชูโมเดลฟาร์มกุ้งแห่งอนาคต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
	</channel>
</rss>
