<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
>
<channel>
	<title>ThaiPR.NET</title>
	<atom:link href="https://www.thaipr.net/manufacturing/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thaipr.net/manufacturing</link>
	<description>Press Release Distribution Center of Thailand</description>
	<lastBuildDate>Tue, 27 Oct 2026 17:35:28 +0700</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.1</generator>
	<item>
		<title><![CDATA[ไอ-เทล เข้าซื้อกิจการ Phelps Pet Products เดินหน้าเสริมความแข็งแกร่งในตลาดสหรัฐฯ พร้อมขยายพอร์ตโฟลิโอขนมสัตว์เลี้ยง]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3771971</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 26 Oct 2026 15:20:16 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3771971</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ITC ผู้นำระดับโลกในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยง ประกาศความสำเร็จในการเข้าซื้อกิจการ บริษัท เฟลป์ส อินดัสทรีส์ แอลแอลซี (Phelps Industries, LLC) หรือที่รู้จักในชื่อ เฟลป์ส เพ็ท โปรดักส์ (Phelps Pet Products) ด้วยมูลค่ากิจการ 160 ล้านดอลลาร์สหรัฐ การเข้าซื้อกิจการผู้ผลิตอาหารและขนมสัตว์เลี้ยงในสหรัฐฯ ในครั้งนี้ ช่วยเสริมศักยภาพของไอ-เทลในกลุ่มผลิตภัณฑ์ขนมสัตว์เลี้ยงและโภชนาการสัตว์เลี้ยงเฉพาะด้าน โดยเป็นการผสานความเชี่ยวชาญของเฟลป์สในด้านโภชนาการสุนัขและพอร์ตโฟลิโออาหารสัตว์เลี้ยงอบแห้งด้วยลมในอุณหภูมิต่ำ (Air-Dried) และขนมสัตว์เลี้ยงสไตล์เนื้ออบแห้ง (Jerky-style) เข้ากับความเป็นผู้นำของไอ-เทลในด้านผลิตภัณฑ์อาหารแมวชนิดเปียกระดับพรีเมียม การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ยังเป็นการขยายฐานการผลิตของไอ-เทลสู่สหรัฐฯ ซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของบริษัท พร้อมทั้งเสริมความแข็งแกร่งให้กับเครือข่ายซัพพลายเชน และเพิ่มการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ ผ่านช่องทางค้าปลีกและช่องทางจัดจำหน่ายที่หลากหลาย นายรอย ชาน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ท่ามกลางการเติบโตของเทรนด์ Pet Humanization ซึ่งผู้คนมองสัตว์เลี้ยงเสมือนเป็นสมาชิกในครอบครัว ความต้องการขนมและนวัตกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงในรูปแบบที่หลากหลายจึงมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เฟลป์ส เพ็ท [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3771971">ไอ-เทล เข้าซื้อกิจการ Phelps Pet Products เดินหน้าเสริมความแข็งแกร่งในตลาดสหรัฐฯ พร้อมขยายพอร์ตโฟลิโอขนมสัตว์เลี้ยง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[DronTech Asia 2026 เปิดโลกเทคโนโลยีโดรนแห่งอนาคต รับการเติบโตของอุตสาหกรรมเอเชีย]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/manufacturing/3771766</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 26 Oct 2026 11:31:59 +0700</pubDate>
				<category>manufacturing</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3771766</guid>

					<description><![CDATA[<p>รวมแบรนด์ชั้นนำกว่า 150 แบรนด์ พร้อมการสาธิตเทคโนโลยีโดรนและระบบไร้คนขับในพื้นที่จริง ตลอดจนเวทีประชุมนานาชาติที่รวบรวมผู้เชี่ยวชาญและผู้นำอุตสาหกรรมจากทั่วโลก เพื่อเชื่อมโยงนวัตกรรมสู่การประยุกต์ใช้งานจริง และเปิดโอกาสทางธุรกิจในภาคอุตสาหกรรมและการป้องกันประเทศทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 11–13 พฤศจิกายน 2569 ณ อิมแพ็ค ประเทศไทย เทคโนโลยีโดรนกำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมทั่วโลก ครอบคลุมตั้งแต่เกษตรกรรม การตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐาน โลจิสติกส์ ความปลอดภัยสาธารณะ ไปจนถึงการป้องกันประเทศ โดยมีความก้าวหน้าของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) หุ่นยนต์ ระบบนำทางอัตโนมัติ และระบบสื่อสารขั้นสูง เป็นปัจจัยสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถของโดรนและระบบไร้คนขับให้สามารถตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลายและซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญที่มีศักยภาพการเติบโตของอุตสาหกรรมโดรน จากรายงาน Asia Pacific Drone Market Outlook ของ Grand View Research ระบุว่า ตลาดโดรนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกคาดว่าจะมีมูลค่าประมาณ 30,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2569 และมีแนวโน้มเติบโตถึงประมาณ 62,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2576 คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ที่ 10.9% ในช่วงปี 2569–2576 ขณะเดียวกัน อ้างอิงข้อมูลจาก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/manufacturing/3771766">DronTech Asia 2026 เปิดโลกเทคโนโลยีโดรนแห่งอนาคต รับการเติบโตของอุตสาหกรรมเอเชีย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[อมตะซิตี้ ลองถั่น ดึง ITS ปักหมุดฐานผลิตเทคโนโลยีอุตสาหกรรมขั้นสูงในเวียดนาม]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/manufacturing/3771193</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 22 Oct 2026 11:22:56 +0700</pubDate>
				<category>manufacturing</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3771193</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อเร็ว ๆ นี้ นาย Ho Dang Duy Phuc (คนที่ 3 จากซ้าย) รองกรรมการผู้จัดการทั่วไป บริษัท อมตะ ซิตี้ ลองถั่น จำกัด ร่วมลงนามในสัญญาเช่าช่วงสิทธิการใช้ที่ดินให้กับ นาย Nguyen Cong Minh (คนที่ 3 จากขวา) กรรมการ บริษัท ITS Investment Co., Ltd. เพื่อพัฒนาโรงงานผลิตแห่งใหม่บนพื้นที่ 1 เฮกตาร์ (หรือ 6 ไร่ 1 งาน) ภายในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ลองถั่น เมืองด่งนาย ประเทศเวียดนาม ด้วยมูลค่าการลงทุน 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 335 ล้านบาท โดยมีกำหนดเปิดดำเนินการในเดือนกรกฎาคม 2570 สำหรับโรงงานแห่งนี้จะผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้าและเทคโนโลยีอุตสาหกรรมขั้นสูง ซึ่งเป็นระบบควบคุมและตรวจสอบกระบวนการผลิตอัตโนมัติ (PLC/SCADA) โดยระบบนำความร้อนทิ้ง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/manufacturing/3771193">อมตะซิตี้ ลองถั่น ดึง ITS ปักหมุดฐานผลิตเทคโนโลยีอุตสาหกรรมขั้นสูงในเวียดนาม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[คูลคอนเน็กซ์ จับมือ อมตะ ยู เดินหน้าศึกษาระบบ District Cooling เพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน รองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/manufacturing/3771052</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 21 Oct 2026 16:53:51 +0700</pubDate>
				<category>manufacturing</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3771052</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2569 นายวุฒิชัย ชนปิยางกูร ประธานกรรมการ พร้อมด้วยนายโป ติยง เค็ง และนายพีรพล อำไพวิทย์ กรรมการบริษัท คูลคอนเน็กซ์ จำกัด (CoolConnext) ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจกับนายชวลิต ทิพพาวนิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อมตะ ยู จำกัด (AMATA U) เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาระบบผลิตและจ่ายความเย็นส่วนกลาง (District Cooling System) ในพื้นที่อมตะซิตี้ ชลบุรี โดยมีนายวิกรม กรมดิษฐ์ ประธานกิตติมศักดิ์ บริษัท อมตะ ยู จำกัด และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) และนายจารุวัฒน์ สิงห์สมดี รองประธานเจ้าหน้าที่พัฒนาโครงการ บริษัท อมตะ ยู จำกัด ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนาม ความร่วมมือครั้งนี้ มุ่งศึกษาการพัฒนาระบบ District [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/manufacturing/3771052">คูลคอนเน็กซ์ จับมือ อมตะ ยู เดินหน้าศึกษาระบบ District Cooling เพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน รองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[“อิตัลไทยวิศวกรรม” ชูศักยภาพ Multi-Disciplinary EPC ต่อยอด 59 ปี ขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล-พลังงานหมุนเวียน รับอานิสงส์ BOI สูงถึง 1.47 ล้านล้าน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/energy/3771017</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 21 Oct 2026 16:38:37 +0700</pubDate>
				<category>energy</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3771017</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท อิตัลไทยวิศวกรรม จำกัด (Italthai Engineering Co., Ltd.) ผู้ให้บริการด้านวิศวกรรมแบบครบวงจรในฐานะ Multi-Disciplinary EPC Contractor ประกาศปรับยุทธศาสตร์ต่อยอดประสบการณ์ 59 ปี รับการเติบโตของโครงสร้างพื้นฐานยุคดิจิทัลและพลังงานสะอาดในไทยและภูมิภาค ชูโมเดลการบริหารแบบ Single Point of Responsibility มุ่งเน้น 3กลุ่มธุรกิจเป้าหมายที่มีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ได้แก่ ดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center), พลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) และโรงงานอุตสาหกรรมระดับสากล (MNC Factory) ตอบรับคลื่นการลงทุนที่ได้รับอานิสงส์จากมาตรการส่งเสริมการลงทุนของ BOI การเติบโตของเทคโนโลยี AI บริการคลาวด์ และเป้าหมาย Net Zero ของภาคอุตสาหกรรม ส่งผลให้ประเทศไทยกลายเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและพลังงาน โดยข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ระบุว่า ช่วงครึ่งปีแรก 2569 มีคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนรวม 1.47 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 37% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยอุตสาหกรรมดิจิทัลมีมูลค่าคำขอประมาณ 1.12 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/energy/3771017">“อิตัลไทยวิศวกรรม” ชูศักยภาพ Multi-Disciplinary EPC ต่อยอด 59 ปี ขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล-พลังงานหมุนเวียน รับอานิสงส์ BOI สูงถึง 1.47 ล้านล้าน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[UMI เดินหน้าขับเคลื่อนอุตสาหกรรมกระเบื้องอย่างยั่งยืน ชูแนวคิด Circular Economy เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/manufacturing/3770897</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 21 Oct 2026 14:04:09 +0700</pubDate>
				<category>manufacturing</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3770897</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท สหโมเสคอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ UMI ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายกระเบื้องชั้นนำของประเทศไทย ภายใต้แบรนด์ DURAGRES และ CERGRES เดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้แนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ การลดของเสียจากกระบวนการผลิต และการนำทรัพยากรกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางธุรกิจกับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สำหรับแนวทางสำคัญของ UMI คือการนำหลัก “Circular Economy หรือเศรษฐกิจหมุนเวียน” มาประยุกต์ใช้ในกระบวนการผลิตกระเบื้อง โดยยึดหลัก 3R ได้แก่ Reduce (ลดการใช้ทรัพยากร) Reuse (นำกลับมาใช้ซ้ำ) และ Recycle (นำกลับมาใช้ใหม่) เพื่อเพิ่มคุณค่าของทรัพยากร ลดปริมาณของเสีย และลดการใช้วัตถุดิบใหม่ในกระบวนการผลิต โดยบริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการน้ำ โดยมีระบบบำบัดและนำน้ำในกระบวนการผลิตกลับมาใช้ใหม่ 100% ตามข้อมูลการดำเนินงานที่บริษัทเปิดเผย พร้อมทั้งนำเศษกระเบื้องและฝุ่นจากกระบวนการผลิตกลับมาใช้ประโยชน์ เพื่อลดปริมาณของเสียและสนับสนุนการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า นอกจากนี้ UMI ยังมุ่งพัฒนาประสิทธิภาพการใช้พลังงานและการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก ผ่านการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรและผลิตภัณฑ์ ตลอดจนการพิจารณาแนวทางด้านพลังงานสะอาด เพื่อยกระดับกระบวนการดำเนินงานให้สอดคล้องกับเป้าหมายด้านความยั่งยืนในระยะยาว การดำเนินงานดังกล่าวสอดคล้องกับแนวทาง ESG (Environmental, Social and Governance) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/manufacturing/3770897">UMI เดินหน้าขับเคลื่อนอุตสาหกรรมกระเบื้องอย่างยั่งยืน ชูแนวคิด Circular Economy เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[บรรจุภัณฑ์ชานอ้อย 100% แบรนด์ “อ้อยพลัส” (Evolve Purity) บุกงาน Anuga อินเดีย]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/manufacturing/3770520</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 21 Oct 2026 09:23:03 +0700</pubDate>
				<category>manufacturing</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3770520</guid>

					<description><![CDATA[<p>นางสาวกฤตพร เมฆแมน ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เอ็นไวรอนเม็นท์พัลพ์ แอนด์ แพคเกจจิ้ง จำกัด (EPAC) ในกลุ่มบริษัท เกษตรไทย อินเตอร์เนชั่นแนล ชูการ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือกลุ่ม KTIS ผู้นำในอุตสาหกรรมน้ำตาลและอุตสาหกรรมต่อเนื่องครบวงจรสู่ BCG อย่างยั่งยืน นำบรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อมชานอ้อย 100% แบรนด์ “อ้อยพลัส (Evolve Purity)” ที่ผลิตจากเยื่อชานอ้อยบริสุทธิ์ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ปลอดภัยสำหรับบรรจุอาหารทั้งร้อนและเย็น และสามารถย่อยสลายในธรรมชาติภายในเวลา 45 วัน เข้าร่วมงาน Anuga ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองมุมไบ ประเทศอินเดีย สำหรับงาน Anuga Select India 2026 เป็นงานแสดงสินค้าและการประชุมเจรจาธุรกิจระดับนานาชาติ ด้านอาหาร เครื่องดื่มและธุรกิจบริการด้านอาหาร (HoReCa) ถือเป็นงานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มที่สำคัญในแถบอินเดียตะวันตก โดยการนำผลิตภัณฑ์แบรนด์ “อ้อยพลัส” (Evolve Purity) ไปร่วมงานในครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนจากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งได้รับการตอบรับจากผู้เข้าชมเป็นอย่างดี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/manufacturing/3770520">บรรจุภัณฑ์ชานอ้อย 100% แบรนด์ “อ้อยพลัส” (Evolve Purity) บุกงาน Anuga อินเดีย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เฟดเอ็กซ์เผย บทบาทของไทยในด้านการบรรจุและประกอบเซมิคอนดักเตอร์เติบโตต่อเนื่อง]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/manufacturing/3770464</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 20 Oct 2026 15:55:41 +0700</pubDate>
				<category>manufacturing</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3770464</guid>

					<description><![CDATA[<p>ดีมานด์ชิปยานยนต์ในไทยโต ขณะที่ 35% ของบริษัทเซมิคอนดักเตอร์เล็งขยายฐานผลิตใน APAC เฟดเอ็กซ์ คอร์ปอเรชั่น (Federal Express Corporation) หนึ่งในบริษัทผู้ให้บริการขนส่งสินค้าด่วนที่ใหญ่ที่สุดในโลก เผยผลการศึกษาจากรายงานฉบับใหม่ที่จัดทำร่วมกับ Frost &#38; Sullivan ซึ่งชี้ให้เห็นถึงบทบาทที่เพิ่มขึ้นของประเทศไทยในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ทั้งในด้านการประกอบ การบรรจุ และการทดสอบคุณภาพ ท่ามกลางความต้องการชิปที่เพิ่มขึ้นทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) โดยมีแรงหนุนจากการเติบโตของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระบบประมวลผลประสิทธิภาพสูง ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และเทคโนโลยีการสื่อสารขั้นสูง รายงาน “From AI to EVs: How APAC Semiconductors Drive the Global Innovation Map” ได้ตอกย้ำบทบาทสำคัญของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกในระบบนิเวศเซมิคอนดักเตอร์โลก โดยภูมิภาคนี้มีสัดส่วนรายได้ราว 58% ของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลก[1] การผลิตเซมิคอนดักเตอร์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกระจายตัวอยู่ในหลายตลาดที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน โดยแต่ละประเทศและเขตเศรษฐกิจมีบทบาทในแต่ละขั้นตอนของห่วงโซ่คุณค่าแตกต่างกันไป ซึ่งประเทศไทยก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายด้านการประกอบ การบรรจุ และการทดสอบเซมิคอนดักเตอร์ของภูมิภาค “ทิศทางของนวัตกรรมในทศวรรษหน้าจะไม่ได้ขึ้นอยู่กับความก้าวหน้าของเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์เพียงอย่างเดียว แต่ยัง รวมถึงความแข็งแกร่งและความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทานที่รองรับการเติบโตของ AI และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล” ซาลิล [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/manufacturing/3770464">เฟดเอ็กซ์เผย บทบาทของไทยในด้านการบรรจุและประกอบเซมิคอนดักเตอร์เติบโตต่อเนื่อง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[GEP เตรียมโชว์เครื่องกลึง CNC 3 รุ่นจาก SPARK และ INFROTRONIC ในงาน METALEX 2026]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/manufacturing/3769910</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 19 Oct 2026 12:10:13 +0700</pubDate>
				<category>manufacturing</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3769910</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุ๊ปวิศวภัณฑ์ ชวนผู้ประกอบการอุตสาหกรรมสัมผัสเครื่องกลึง CNC ของจริง ตั้งแต่เครื่องกลึงงานหนักรองรับชิ้นงาน 6 ตัน ไปจนถึงเครื่องกลึง 2 สปินเดิล พร้อมข้อเสนอพิเศษสำหรับเครื่องจัดแสดงภายในงาน บริษัท กรุ๊ป วิศวภัณฑ์ จำกัด (GEP) เตรียมนำเครื่องกลึง CNC จากแบรนด์ SPARK และ INFROTRONIC รวม 3 รุ่น เข้าร่วมจัดแสดงในงาน METALEX 2026 ระหว่างวันที่ 18–21 พฤศจิกายน 2569 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค (BITEC) บางนา กรุงเทพฯ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรม วิศวกรฝ่ายผลิต และผู้ที่กำลังวางแผนลงทุนเครื่องจักร ได้สัมผัสเครื่องจักรจริงและพูดคุยกับทีมวิศวกรเกี่ยวกับการเลือกเครื่องกลึง CNC ให้เหมาะสมกับลักษณะชิ้นงานและกระบวนการผลิต การจัดแสดงครั้งนี้ครอบคลุมเครื่องกลึง CNC สำหรับการผลิตที่แตกต่างกัน ตั้งแต่งานกลึงชิ้นงานขนาดใหญ่และน้ำหนักมาก งานกลึงชิ้นส่วนขนาดเล็กเพื่อการผลิตจำนวนมาก ไปจนถึงงานที่ต้องการกลึงชิ้นงานทั้งสองด้านและรองรับกระบวนการกัด เจาะ และต๊าปภายในเครื่องเดียว SPARK HLC125E เครื่องกลึง CNC [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/manufacturing/3769910">GEP เตรียมโชว์เครื่องกลึง CNC 3 รุ่นจาก SPARK และ INFROTRONIC ในงาน METALEX 2026</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ส.อ.ท. ชู “SME Health Check” ต่อ WTO เดินหน้า FTI SME Funding Connect ปลดล็อก SMEs ไทยเข้าถึงแหล่งทุน ยกระดับศักยภาพสู่ตลาดโลก]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/manufacturing/3769668</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 16 Oct 2026 16:53:04 +0700</pubDate>
				<category>manufacturing</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3769668</guid>

					<description><![CDATA[<p>สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ผลักดันการเพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนของ SMEs ไทย ในเวทีหารือกับผู้อำนวยการใหญ่องค์การการค้าโลก (WTO) ชูแนวคิด SME Health Check ช่วยผู้ประกอบการประเมินความพร้อมทางธุรกิจและค้นหาแหล่งเงินทุนที่เหมาะสม ผ่านแพลตฟอร์ม FTI SME Funding Connect ซึ่งพัฒนาร่วมกับเครือข่ายสถาบันการเงิน 8 แห่ง มุ่งลดข้อจำกัดด้านเงินทุน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างโอกาสให้ SMEs ไทยเติบโตในห่วงโซ่อุปทานโลก โดย WTO แสดงความสนใจและพร้อมหารือแนวทางความร่วมมือเพื่อสนับสนุนการเข้าถึงเงินทุนของ SMEsไทย ล่าสุดเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2569 นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ส.อ.ท. เข้าร่วมหารือกับ Dr. Ngozi Okonjo-Iweala ผู้อำนวยการใหญ่องค์การการค้าโลก (World Trade Organization: WTO) ณ โรงแรมดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก โดยหนึ่งในประเด็นสำคัญที่ ส.อ.ท. [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/manufacturing/3769668">ส.อ.ท. ชู “SME Health Check” ต่อ WTO เดินหน้า FTI SME Funding Connect ปลดล็อก SMEs ไทยเข้าถึงแหล่งทุน ยกระดับศักยภาพสู่ตลาดโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สยามกลการอุตสาหกรรมจัดกอล์ฟเชื่อมสัมพันธ์ลูกค้าและพันธมิตร เปิดตัวรถฟอร์คลิฟท์ไฟฟ้า ยูนิแคริเออร์ รุ่น Silver Series]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/auto/3769655</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 16 Oct 2026 16:37:14 +0700</pubDate>
				<category>auto</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3769655</guid>

					<description><![CDATA[<p>สยามกลการอุตสาหกรรม จัดกอล์ฟ “Siam Motors Industries Golf 2026” เชื่อมความสัมพันธ์ลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ พร้อมเปิดตัวรถฟอร์คลิฟท์ไฟฟ้า ยูนิแคริเออร์ “Silver Series” ชูจุดเด่นนวัตกรรมพลังงานสะอาดสู่เป้าหมาย ZERO Carbon พร้อมความปลอดภัยที่ครบครัน ตอบโจทย์งานเคลื่อนย้ายสินค้าทุกรูปแบบ และมอบความคุ้มค่าต่อธุรกิจด้วยรถฟอร์คลิฟท์มาตรฐานญี่ปุ่น บจก. สยามกลการอุตสาหกรรม ร่วมกับ WELOVEGOLF ผู้เชี่ยวชาญงาน Event Golf ครบวงจร จัดงานกอล์ฟในการแข่งขันกอล์ฟกระชับมิตรประจำปี 2026 “Siam Motors Industries Golf 2026” ณ สนามกอล์ฟสยามคันทรีคลับ แบงคอก เพื่อกระชับความสัมพันธ์และขอบคุณลูกค้าผู้มีอุปการคุณ รวมถึงพันธมิตรทางธุรกิจที่ให้การสนับสนุนบริษัทมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมเปิดตัวรถฟอร์คลิฟท์ไฟฟ้า ยูนิแคริเออร์ รุ่น Silver Series รุ่นใหม่ล่าสุด และเปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานสัมผัสสมรรถนะจริงของรถฟอร์คลิฟท์รุ่นใหม่ โดยใช้กีฬากอล์ฟเป็นสื่อกลางในการพบปะและสร้างความสัมพันธ์ระหว่างบริษัท ลูกค้า และพันธมิตรทางธุรกิจ ควบคู่กับการนำเสนอเทคโนโลยีสำหรับภาคอุตสาหกรรม เชื่อมการดูแลเครือข่ายธุรกิจเข้ากับการสร้างประสบการณ์ร่วมกับผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ โดยผู้ร่วมงานสามารถชมรถฯพร้อมอุปกรณ์เสริมที่นำมาจัดแสดง เพื่อประกอบการพิจารณาโซลูชันที่เหมาะกับลักษณะงานของตน ไฮไลต์ด้านผลิตภัณฑ์คือ รถฟอร์คลิฟท์ไฟฟ้า ยูนิแคริเออร์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/auto/3769655">สยามกลการอุตสาหกรรมจัดกอล์ฟเชื่อมสัมพันธ์ลูกค้าและพันธมิตร เปิดตัวรถฟอร์คลิฟท์ไฟฟ้า ยูนิแคริเออร์ รุ่น Silver Series</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[TRT เปิดเกมโตระลอกใหม่ รุกส่งออก หลังตุน Backlog หม้อแปลงทะลุ 3.4 พันล้านบาท]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/manufacturing/3769553</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 16 Oct 2026 13:59:25 +0700</pubDate>
				<category>manufacturing</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3769553</guid>

					<description><![CDATA[<p>พร้อมคว้ารางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ ตอกย้ำศักยภาพวิศวกรรมไทยสู่ตลาดโลก บริษัท ถิรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TRT ผู้ผลิตหม้อแปลงไฟฟ้าของไทย เดินหน้าสู่การเติบโตรอบใหม่ วางยุทธศาสตร์เพิ่มสัดส่วนตลาดต่างประเทศ ควบคู่การบริหาร Portfolio งานให้มีคุณภาพมากขึ้น หลังความต้องการหม้อแปลงไฟฟ้าในตลาดโลกอยู่ในระดับสูง เปิดโอกาสให้บริษัทขยับ ไปสู่การ “เลือกตลาด” ที่เหมาะสมกับศักยภาพการผลิตและสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีขึ้น พร้อมตั้งเป้าผลักดันธุรกิจสู่การเติบโตแบบ Profitable Growth มากกว่าการมุ่งเพิ่มยอดขายเพียงอย่างเดียว นายสัมพันธ์ วงษ์ปาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ถิรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TRT เปิดเผยว่า ทิศทางของธุรกิจหม้อแปลงไฟฟ้าในปัจจุบันแตกต่างจากอดีตอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะตลาดต่างประเทศที่มีความต้องการเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทำให้บริษัทมีโอกาสบริหารกำลังการผลิตและคัดเลือกโครงการที่เหมาะสมมากขึ้น ทั้งในแง่ของมูลค่างาน ระยะเวลาการส่งมอบ ความต่อเนื่องของลูกค้า และผลตอบแทนจากแต่ละโครงการ “วันนี้ TRT ไม่ได้มองเพียงว่าจะรับงานเข้ามาให้มากที่สุด แต่เรามองถึงคุณภาพของงานและคุณภาพของรายได้ด้วย เมื่อ Demand ในตลาดเพิ่มขึ้น ขณะที่กำลังการผลิตมีจำกัด เราจึงสามารถบริหาร Portfolio ให้เหมาะสมมากขึ้น เลือกงานที่สอดคล้องกับความเชี่ยวชาญของเรา เลือกลูกค้าที่มีโอกาสเติบโตไปด้วยกันในระยะยาว และเลือกงานที่สร้าง Margin [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/manufacturing/3769553">TRT เปิดเกมโตระลอกใหม่ รุกส่งออก หลังตุน Backlog หม้อแปลงทะลุ 3.4 พันล้านบาท</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[อมตะ ชงรัฐเร่งฟื้นฟูโรงงานหลังน้ำท่วม เสนอ 6 มาตรการ ยกระดับแผนป้องกันอุทกภัยระยะยาว สร้างความเชื่อมั่นภาคผลิต]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/manufacturing/3768870</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 15 Oct 2026 09:56:23 +0700</pubDate>
				<category>manufacturing</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3768870</guid>

					<description><![CDATA[<p>กลุ่มอมตะเสนอภาครัฐบูรณาการความร่วมมือเร่งฟื้นฟูผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย พร้อมผลักดัน 6 มาตรการช่วยเหลือครอบคลุมการประสานงาน การพัฒนาเส้นทางน้ำ สิทธิประโยชน์ทางภาษี และการสนับสนุนทางการเงิน ควบคู่ข้อเสนอช่วยลดค่าบำรุงรักษา 50% และลดค่าน้ำประปา 50% เป็นเวลา 1 ปี สำหรับโรงงานที่ได้รับผลกระทบการผลิตอย่างมีนัยสำคัญ ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2569 เป็นต้นไป พร้อมเดินหน้าเพิ่มเติมการบริหารจัดการน้ำ ฟื้นฟูพื้นที่ และศึกษาแนวทางป้องกันน้ำท่วมระยะยาว เพื่อเสริมความพร้อมของนิคมอุตสาหกรรมและลดความเสี่ยงต่อภาคการผลิตในอนาคตจากสถานการณ์อุทกภัย นายวิกรม กรมดิษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 8 ตุลาคมที่ผ่านมา อมตะได้เข้าร่วมหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี และผู้แทนผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรม เพื่อหาแนวทางบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และยกระดับการบริหารจัดการน้ำให้มีประสิทธิภาพ รองรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ  อมตะกำหนดมาตรการลดค่าบำรุงรักษารายเดือน 50% และลดค่าน้ำประปารายเดือน 50% เป็นระยะเวลา 1 ปี สำหรับโรงงานที่ได้รับผลกระทบการผลิตอย่างมีนัยสำคัญ โดยเริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคม เพื่อช่วยลดต้นทุน และสนับสนุนผู้ประกอบการ ตลอดจนเข้าช่วยเหลือลูกค้าและชุมชนในพื้นที่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/manufacturing/3768870">อมตะ ชงรัฐเร่งฟื้นฟูโรงงานหลังน้ำท่วม เสนอ 6 มาตรการ ยกระดับแผนป้องกันอุทกภัยระยะยาว สร้างความเชื่อมั่นภาคผลิต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[Yamaha Marine เดินหน้าขยายเครือข่ายธุรกิจทางน้ำในประเทศไทย]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/auto/3767987</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 12 Oct 2026 13:31:12 +0700</pubDate>
				<category>auto</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3767987</guid>

					<description><![CDATA[<p>รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมทางน้ำและกลุ่มลูกค้าองค์กร พร้อมแต่งตั้ง SEAT GROUP เป็นผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด เดินหน้าขยายเครือข่ายธุรกิจยานยนต์ทางน้ำในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ด้วยการแต่งตั้ง SEAT GROUP เป็นผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์ Yamaha Marine อย่างเป็นทางการ เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมทางน้ำ และยกระดับมาตรฐานการจำหน่าย การบริการ และการดูแลลูกค้าให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น พร้อมส่งมอบประสบการณ์การใช้งานที่เหนือกว่าให้กับลูกค้าทั่วประเทศ ปัจจุบัน Yamaha Marine มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมความต้องการของตลาดทางน้ำหลากหลายประเภท ทั้ง Yamaha Outboard Motors (เครื่องยนต์ติดท้ายเรือ) และ Yamaha WaveRunner ซึ่งยามาฮ่าเป็นแบรนด์ที่มียอดขายอันดับ 1 ของโลก เดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีทางน้ำที่ตอบโจทย์การใช้งานตั้งแต่ภาคการประมง การขนส่งทางน้ำ ธุรกิจท่องเที่ยวทางทะเล เรือพาณิชย์ ไปจนถึงกิจกรรมนันทนาการทางน้ำ โดยยามาฮ่ายังคงมุ่งมั่นพัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่ายและการบริการหลังการขาย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมทางน้ำไทยอย่างยั่งยืน Yamaha Marine ยังคงเดินหน้าขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายและศูนย์บริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการเติบโตของตลาด Marine ในประเทศไทย โดยมีพันธมิตรหลักในพื้นที่สำคัญ ได้แก่ บริษัท วัชรมารีน จำกัด จังหวัดชลบุรี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/auto/3767987">Yamaha Marine เดินหน้าขยายเครือข่ายธุรกิจทางน้ำในประเทศไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ส.อ.ท. จับมือ SME D Bank ลงนาม MOU “เชื่อมทุน เชื่อมอุตสาหกรรม ขับเคลื่อน SME ไทย” หนุน SMEs ไทยเข้าถึงทุน ยกระดับขีดความสามารถการแข่งขัน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/manufacturing/3767165</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 08 Oct 2026 12:23:18 +0700</pubDate>
				<category>manufacturing</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3767165</guid>

					<description><![CDATA[<p>สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ร่วมกับธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือภายใต้โครงการ “เชื่อมทุน เชื่อมอุตสาหกรรม ขับเคลื่อน SME ไทย” โดยมีนายวีรชัย มั่นสินธร รองประธาน ส.อ.ท. และประธานสถาบันวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอุตสาหกรรมการผลิต (SMI) และนายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ SME D Bank เป็นผู้ลงนาม พร้อมด้วยนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และนางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธาน ส.อ.ท. ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ ลานไทยเบฟ ชั้น 10 ส.อ.ท. ความร่วมมือครั้งนี้มุ่งเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการ SMEs ที่เป็นสมาชิก ส.อ.ท. เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้สะดวกและเหมาะสมกับความต้องการทางธุรกิจ ทั้งในรูปแบบสินเชื่อและเงินร่วมลงทุน ควบคู่กับการเสริมองค์ความรู้และทักษะที่จำเป็นต่อการดำเนินธุรกิจ ทั้งด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม การบริหารจัดการ ระบบการเงิน ระบบขนส่ง และการตลาด รวมถึงการประชาสัมพันธ์ข้อมูลและกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการ นายวราวุธ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/manufacturing/3767165">ส.อ.ท. จับมือ SME D Bank ลงนาม MOU “เชื่อมทุน เชื่อมอุตสาหกรรม ขับเคลื่อน SME ไทย” หนุน SMEs ไทยเข้าถึงทุน ยกระดับขีดความสามารถการแข่งขัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[Material Supply Planning สำคัญอย่างไร? ลดความเสี่ยงเหล็กขาดกลาง Project และ Production สะดุด]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/manufacturing/3767056</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 08 Oct 2026 11:44:44 +0700</pubDate>
				<category>manufacturing</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3767056</guid>

					<description><![CDATA[<p>การบริหารวัตถุดิบสำหรับภาคอุตสาหกรรมไม่ควรจบเพียงการจัดซื้อให้ได้ราคาและสเปกตามต้องการ แต่ควรวางแผน Material Supply ให้สอดคล้องกับ Production Schedule โดยเฉพาะงานที่ใช้ Stainless Steel, Free Cutting Steel รวมถึงเหล็กเกรดและขนาดเฉพาะ เพราะหากวัตถุดิบมาไม่ทัน อาจส่งผลต่อเนื่องตั้งแต่คิวเครื่องจักร กำลังคน แผนการผลิต ไปจนถึงกำหนดส่งมอบสินค้า Hara Metal เป็นผู้จำหน่าย Stainless Steel, Free Cutting Steel และวัสดุโลหะสำหรับงานอุตสาหกรรม รองรับความต้องการทั้งด้านเกรด ขนาด และปริมาณตามลักษณะงานของแต่ละโครงการ โรงงานและฝ่ายจัดซื้อสามารถส่ง Material List พร้อมรายละเอียดความต้องการ เพื่อสอบถามราคาและตรวจสอบความพร้อมในการจัดหาได้ล่วงหน้า ช่วยให้การวางแผนวัตถุดิบเชื่อมต่อกับ Production Schedule ได้อย่างเหมาะสม และลดความเสี่ยงจากการจัดหาวัสดุไม่ทันต่อแผนการผลิต ในภาคการผลิตที่ต้องเดินเครื่องจักรและบริหารงานหลายล็อตต่อเนื่อง ความพร้อมของวัตถุดิบถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญต่อความต่อเนื่องของ Production เพราะแม้โรงงานจะเตรียมเครื่องจักร เครื่องมือ และกำลังคนไว้พร้อมแล้ว แต่หาก Raw Material ที่ต้องใช้ยังมาไม่ถึงตามกำหนด แผนการผลิตที่วางไว้ก็อาจต้องปรับเปลี่ยนทันที ผลกระทบที่เกิดขึ้นจึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงค่าเหล็กหรือค่าขนส่งเพิ่มเติม โรงงานอาจต้องย้ายคิวเครื่องจักร นำงานอื่นขึ้นมาผลิตแทน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/manufacturing/3767056">Material Supply Planning สำคัญอย่างไร? ลดความเสี่ยงเหล็กขาดกลาง Project และ Production สะดุด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[“จีเอ็มแอล” ชี้อุตสาหกรรมโดรนถึงจุดเปลี่ยน สู่ยุค AI–ซอฟต์แวร์–ระบบอัจฉริยะ เตรียมจัด DronTech Asia 2026 พฤศจิกายนนี้ รวมกว่า 150 บริษัทไทย–ต่างประเทศ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/manufacturing/3766501</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 07 Oct 2026 09:33:14 +0700</pubDate>
				<category>manufacturing</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3766501</guid>

					<description><![CDATA[<p>“จีเอ็มแอล เอ็กซิบิชั่น” ชี้อุตสาหกรรมโดรนกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ จากการแข่งขันที่มุ่งเน้นตัวอากาศยานเป็นหลัก สู่เทคโนโลยีซอฟต์แวร์ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระบบอัจฉริยะ และระบบตรวจจับและต่อต้านโดรน (Anti-Drone) ขณะที่กฎระเบียบและโครงสร้างพื้นฐานจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตในระยะต่อไป พร้อมสะท้อนทิศทางการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมผ่านการจัดงาน DronTech Asia 2026 วันที่ 11–13 พฤศจิกายน 2569 ณ ฮอลล์ 5 อิมแพ็ค เมืองทองธานี เชื่อมโยงผู้เล่นในอุตสาหกรรมโดรนจากไทยและต่างประเทศ พร้อมนำเสนอเทคโนโลยีและแลกเปลี่ยนมุมมองต่อทิศทางอุตสาหกรรมโดรนและโอกาสทางเศรษฐกิจของไทย น.ส.เยาวลักษณ์ ชูวิเชียร ผู้อำนวยการโครงการ บริษัท จีเอ็มแอล เอ็กซิบิชั่น (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมโดรนกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วตามการพัฒนาของเทคโนโลยี โดยเฉพาะ AI ระบบอัจฉริยะ ซอฟต์แวร์ และระบบบริหารจัดการข้อมูล ส่งผลให้การใช้งานโดรนไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะการเกษตรหรือการสำรวจอีกต่อไป แต่ขยายไปสู่ภาคอุตสาหกรรม การตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐาน โลจิสติกส์ ความปลอดภัย การป้องกันประเทศ และภารกิจกู้ภัย การขยายตัวดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าโดรนกำลังก้าวเข้ามามีบทบาทในเชิงพาณิชย์มากขึ้น จากความสามารถในการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดระยะเวลาและต้นทุนในการดำเนินงาน ครอบคลุมตั้งแต่การเกษตรอัจฉริยะ การตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐาน การสำรวจและจัดทำแผนที่ ไปจนถึงโลจิสติกส์และการจัดส่งสินค้าในพื้นที่ห่างไกลหรือเข้าถึงได้ยาก ขณะที่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/manufacturing/3766501">“จีเอ็มแอล” ชี้อุตสาหกรรมโดรนถึงจุดเปลี่ยน สู่ยุค AI–ซอฟต์แวร์–ระบบอัจฉริยะ เตรียมจัด DronTech Asia 2026 พฤศจิกายนนี้ รวมกว่า 150 บริษัทไทย–ต่างประเทศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[UNIX เดินเกม ESG ร่วมเครือข่าย R-Cycle ปีที่ 3 หนุนมาตรฐานข้อมูลดิจิทัล–บรรจุภัณฑ์ยั่งยืน วางรากฐาน Growth ระยะยาว]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/manufacturing/3766421</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 06 Oct 2026 17:19:07 +0700</pubDate>
				<category>manufacturing</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3766421</guid>

					<description><![CDATA[<p>บมจ.ยูนิคพลาสติก อินดัสตรี (UNIX) เดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน ตอกย้ำแนวทาง ESG ด้วยการเป็นสมาชิก R-Cycle Community ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 พร้อมได้รับใบรับรองสถานะสมาชิกประจำปี 2026 เชื่อมโยงเครือข่ายระดับนานาชาติจากประเทศเยอรมนี เดินหน้าต่อยอดองค์ความรู้ด้านข้อมูลดิจิทัลและบรรจุภัณฑ์ยั่งยืน รองรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการทำงานร่วมกับลูกค้าในอนาคต นายโสฬส ยอดมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยูนิคพลาสติก อินดัสตรี จำกัด (มหาชน) หรือ UNIX เปิดเผยว่า การเข้าร่วม R-Cycle Community อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการเตรียมความพร้อมธุรกิจบรรจุภัณฑ์ของ UNIX สู่เศรษฐกิจหมุนเวียน โดยบริษัทสามารถแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวทางการจัดการข้อมูลผลิตภัณฑ์ร่วมกับพันธมิตรในห่วงโซ่คุณค่าพลาสติก เพื่อนำมาต่อยอดการพัฒนาผลิตภัณฑ์และเตรียมความพร้อมด้านข้อมูลให้สอดรับกับทิศทางของอุตสาหกรรมในระยะต่อไป ทั้งนี้ R-Cycle สนับสนุนการพัฒนา Digital Product Passport หรือหนังสือเดินทางดิจิทัลของผลิตภัณฑ์ บนพื้นฐานมาตรฐาน GS1 เพื่อบันทึกและแลกเปลี่ยนข้อมูลผลิตภัณฑ์พลาสติกตลอดวงจรชีวิต ช่วยเชื่อมโยงข้อมูลที่จำเป็นต่อการตรวจสอบย้อนกลับและการรีไซเคิล ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน “การเป็นสมาชิก R-Cycle อย่างต่อเนื่อง ช่วยให้ UNIX ได้เรียนรู้เทคโนโลยีและแนวทางการประยุกต์ใช้ข้อมูลจากเครือข่ายอุตสาหกรรม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/manufacturing/3766421">UNIX เดินเกม ESG ร่วมเครือข่าย R-Cycle ปีที่ 3 หนุนมาตรฐานข้อมูลดิจิทัล–บรรจุภัณฑ์ยั่งยืน วางรากฐาน Growth ระยะยาว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[‘TIPAK’ วางกลยุทธ์ Product Mix พัฒนาบรรจุภัณฑ์มูลค่าสูง ดันการเติบโต ปักหมุดเป็นหุ้น “Value Stock” โบรกฯ ให้ราคาเป้าหมาย 2.40-2.51 บาทต่อหุ้น]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/manufacturing/3766375</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 06 Oct 2026 17:04:37 +0700</pubDate>
				<category>manufacturing</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3766375</guid>

					<description><![CDATA[<p>‘บมจ.อุตสาหกรรมไทยบรรจุภัณฑ์’ หรือ TIPAK หนึ่งในผู้นำการพัฒนา ผลิตและจำหน่ายบรรจุภัณฑ์ของประเทศไทย วางกลยุทธ์พัฒนานวัตกรรมที่มีมูลค่าสูง (High Value) ขับเคลื่อนผลประกอบการเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว ปี 2570 ทุ่มงบ 100 ล้านบาท อัปเกรดโรงงานสู่ระบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบ ชูจุดยืนเป็นหุ้น “Value Stock” จ่ายปันผลโดดเด่น ด้านโบรกฯ ให้ราคาเป้าหมาย 2.40-2.51 บาทต่อหุ้น นายวีรชัย มั่นสินธร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อุตสาหกรรมไทยบรรจุภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) (“บริษัท” หรือ “TIPAK”) เปิดเผยว่า บริษัทฯ วางกลยุทธ์พัฒนานวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง (High Value) เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตและก้าวสู่ผู้นำการให้บริการด้านบรรจุภัณฑ์ครบวงจรของประเทศไทย โดยในปี 2570 ได้เตรียมงบลงทุน 100 ล้านบาท เดินหน้ายกระดับกระบวนการผลิตที่โรงงานสมุทรสาครและปราจีนบุรีสู่ระบบอัตโนมัติอย่างเต็มรูปแบบ รวมทั้งวางระบบการติดตามและวิเคราะห์ประสิทธิภาพการผลิตแบบเรียลไทม์ เพื่อเพิ่มศักยภาพการบริหารต้นทุนและความรวดเร็วในกระบวนการผลิต รวมถึงขับเคลื่อนการเติบโตในระยะยาว “บริษัทฯ ต้องการเป็นหุ้นที่เติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว โดยชูจุดยืนเป็นหุ้นคุณค่าหรือ Value Stock ที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง มีกระแสเงินสดที่ดี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/manufacturing/3766375">‘TIPAK’ วางกลยุทธ์ Product Mix พัฒนาบรรจุภัณฑ์มูลค่าสูง ดันการเติบโต ปักหมุดเป็นหุ้น “Value Stock” โบรกฯ ให้ราคาเป้าหมาย 2.40-2.51 บาทต่อหุ้น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[4 ปี วีซ่า LTR บีโอไอดึงต่างชาติคุณภาพสูง 1.2 หมื่นคน สร้างมูลค่าเศรษฐกิจกว่า 4 หมื่นล้านบาท]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/manufacturing/3765852</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 05 Oct 2026 15:46:00 +0700</pubDate>
				<category>manufacturing</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3765852</guid>

					<description><![CDATA[<p>บีโอไอ เผยผลสำเร็จวีซ่า LTR ครบ 4 ปี ดึงชาวต่างชาติคุณภาพสูงจากทั่วโลกเข้าไทยกว่า 12,000 คน สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจกว่า 43,000 ล้านบาท ชูบทบาท LTR เป็นกลไกสำคัญดึงดูดผู้บริหารและบุคลากรทักษะสูง เพื่อรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต พร้อมสร้างกำลังซื้อ กระตุ้นการใช้จ่ายและกิจกรรมเศรษฐกิจในประเทศ ล่าสุดเปิดระบบออนไลน์ใหม่ เชื่อมโยงบริการ 4 หน่วยงานแบบครบวงจร นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า นับตั้งแต่ประเทศไทยเปิดตัวมาตรการวีซ่าประเภทพิเศษสำหรับผู้พำนักระยะยาว หรือ Long-Term Resident Visa (LTR Visa) โดยมอบให้บีโอไอเป็นผู้รับผิดชอบ ตั้งแต่เดือนกันยายน 2565 เป็นต้นมา เพื่อดึงดูดชาวต่างชาติศักยภาพสูงให้เข้ามาพำนักและดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศไทย ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา มีผู้ได้รับอนุมัติวีซ่า LTR ทั้งสิ้น 12,010 คน ก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจประมาณ 43,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นมูลค่าเฉลี่ยกว่า 3.6 ล้านบาทต่อคน โดยคำนวณจากค่าธรรมเนียมวีซ่า ค่าใช้จ่ายในประเทศไทยของผู้ถือวีซ่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/manufacturing/3765852">4 ปี วีซ่า LTR บีโอไอดึงต่างชาติคุณภาพสูง 1.2 หมื่นคน สร้างมูลค่าเศรษฐกิจกว่า 4 หมื่นล้านบาท</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
	</channel>
</rss>
