<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
>
<channel>
	<title>ThaiPR.NET</title>
	<atom:link href="https://www.thaipr.net/location/%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%99-%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%8b%e0%b8%b1%e0%b8%aa/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thaipr.net/location/ออสติน-เท็กซัส</link>
	<description>Press Release Distribution Center of Thailand</description>
	<lastBuildDate>Tue, 12 May 2026 09:57:33 +0700</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.1</generator>
	<item>
		<title><![CDATA[ออโตเมชัน เอนีแวร์ เปิดตัวแพลตฟอร์มระบบอัตโนมัติขับเคลื่อนด้วยเอไอสร้างเนื้อหา มอบพลังให้แก่ผู้คนและทีมงาน พร้อมเร่งการเพิ่มผลิตภาพขององค์กรธุรกิจ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/it/3386203</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 20 Sep 2023 17:19:00 +0700</pubDate>
				<category>it</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/it/3386203</guid>

					<description><![CDATA[<p>โมเดลระบบอัตโนมัติด้วยเอไอสร้างเนื้อหาแบบปรับแต่งเฉพาะเป็นครั้งแรกซึ่งสร้างขึ้นเพื่อขับเคลื่อนการทำงาน จะเร่งการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจและขยายระดับระบบอัตโนมัติขององค์กรธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ เพื่อมอบพลังให้แก่พนักงาน เพิ่มผลิตภาพ และเพิ่มคุณภาพของการทำงาน อิแมจิน 2023 (Imagine 2023) &#8212; ออโตเมชัน เอนีแวร์ (Automation Anywhere) ผู้นำด้านระบบอัตโนมัติอัจฉริยะ ประกาศยกระดับแพลตฟอร์มออโตเมชัน ซัคเซส (Automation Success Platform) ของบริษัทฯ ครั้งใหญ่ ซึ่งเอื้อให้องค์กรธุรกิจสามารถเร่งกระบวนการเปลี่ยนแปลง และทำให้เอไอทำงานได้อย่างมั่นคงปลอดภัยในทั่วทั้งองค์กร เครื่องมือและการปรับปรุงใหม่ของออโตเมชัน เอนีแวร์มอบระบบอัตโนมัติที่ขับเคลื่อนด้วยเอไอในทุกทีม ระบบ และกระบวนการ ระหว่างงานอิแมจิน 2023 บริษัทฯ ได้เปิดตัวเลเยอร์เอไอที่มีความรับผิดชอบ (Responsible AI Layer) ใหม่ พร้อมทั้งประกาศการอัปเดตผลิตภัณฑ์หลักสี่รายการ รวมถึงออโตไพล็อต (Autopilot) โฉมใหม่ ซึ่งรองรับการพัฒนาระบบอัตโนมัติครบวงจรอย่างรวดเร็วตั้งแต่ขั้นโพรเซส ดิสคัฟเวอรี (Process Discovery) โดยใช้ขุมพลังของเอไอสร้างเนื้อหา (generative AI) ในการนี้ บริษัทฯ ยังประกาศเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ ๆ ที่ได้รับการขยายเพิ่มเติมในออโตเมชัน โคไพล็อต สำหรับผู้ใช้ธุรกิจ (Automation Co-Pilot for [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/it/3386203">ออโตเมชัน เอนีแวร์ เปิดตัวแพลตฟอร์มระบบอัตโนมัติขับเคลื่อนด้วยเอไอสร้างเนื้อหา มอบพลังให้แก่ผู้คนและทีมงาน พร้อมเร่งการเพิ่มผลิตภาพขององค์กรธุรกิจ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[&#8220;ดิจิทัล เรียลตี้&#8221; เปิดตัวศูนย์ข้อมูลแห่งแรกที่ได้รับการรับรองอินวิเดีย ดีจีเอ็กซ์ เอช100]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/it/3357891</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 12 Jul 2023 16:15:00 +0700</pubDate>
				<category>it</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/it/3357891</guid>

					<description><![CDATA[<p>สภาวะแวดล้อมที่ได้รับการรับรองจากอินวิเดียที่ศูนย์ข้อมูลเคไอเอ็กซ์13 มอบการเข้าถึงที่รวดเร็ว เพื่อเร่งนำปัญญาประดิษฐ์มารองรับการทำงานบนจุดรวมตัวอย่างแพลตฟอร์มดิจิทัล ดิจิทัล เรียลตี้ (Digital Realty) (NYSE: DLR) ผู้ให้บริการคลาวด์และศูนย์ข้อมูลที่อนุญาตให้ใช้ผู้ให้บริการโทรคมนาคมได้หลายราย ผู้ให้บริการให้เช่าพื้นที่วางเซิร์ฟเวอร์ และผู้ให้บริการเชื่อมต่อโครงข่ายรายใหญ่ที่สุดในโลก ประกาศว่า ศูนย์ข้อมูลแห่งใหม่ล่าสุดอย่างเคไอเอ็กซ์13 (KIX13) ที่โอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น ได้รับการรับรองอินวิเดีย ดีจีเอ็กซ์ เอช100 (NVIDIA DGX H100-ready) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในโครงการศูนย์ข้อมูลที่พร้อมทำงานกับอินวิเดีย ดีจีเอ็กซ์ (NVIDIA DGX-Ready Data Center) เคไอเอ็กซ์13 ได้รับการรับรองที่ว่านี้ อันเป็นผลจากความสามารถในการมอบสภาพแวดล้อมที่มีความเฉพาะเจาะจง แข็งแกร่ง และยืดหยุ่น ซึ่งปรับให้เหมาะกับการปรับใช้ระบบคอมพิวเตอร์จำนวนมากในระดับต่าง ๆ ดีจีเอ็กซ์ เอช100 (DGX H100) เป็นโครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์ (AI) เจ็นสี่ที่สร้างขึ้นตามวัตถุประสงค์ของอินวิเดีย (NVIDIA) โดยเป็นรากฐานของอินวิเดีย ดีจีเอ็กซ์ ซูเปอร์พ็อด (NVIDIA DGX SuperPOD™) ที่ให้พลังการคำนวณที่จำเป็น ในการฝึกอบรมโมเดลปัญญาประดิษฐ์แบบดีปเลิร์นนิงที่ทันสมัย พร้อมกระตุ้นการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ ๆ สู่อนาคต [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/it/3357891">&#8220;ดิจิทัล เรียลตี้&#8221; เปิดตัวศูนย์ข้อมูลแห่งแรกที่ได้รับการรับรองอินวิเดีย ดีจีเอ็กซ์ เอช100</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เซฟการ์ด โกลบอล เปิดตัว &#8220;ChatSG&#8221; เจเนอเรทีฟเอไอตัวแรกสำหรับธุรกิจบริการจัดจ้างพนักงาน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/it/3355218</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 06 Jul 2023 08:05:29 +0700</pubDate>
				<category>it</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/it/3355218</guid>

					<description><![CDATA[<p>ช่วยให้เข้าถึงข้อมูลเชิงลึกและความเชี่ยวชาญด้านทรัพยากรบุคคลและค่าจ้างทั่วโลกได้ทันที เซฟการ์ด โกลบอล (Safeguard Global) ผู้ให้บริการโซลูชันสนับสนุนพนักงานชั้นนำ ประกาศเปิดตัว แชตเอสจี (ChatSG) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเจเนอเรทีฟเอไอ (Generative AI) ตัวแรกของโลกสำหรับตลาดทรัพยากรบุคคล มอบข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับแรงงานทั่วโลกอย่างรวดเร็ว แชตเอสจีสามารถบูรณาการเข้ากับชุดข้อมูลที่เป็นเอกสิทธิ์และความสามารถด้านการวิเคราะห์ของเซฟการ์ด โกลบอล ทำให้ผู้ใช้งานสามารถตั้งคำถามด้วยภาษาธรรมชาติได้กว่า 40 ภาษา แชตเอสจีเป็นเทคโนโลยีสนับสนุนพนักงานตัวแรกที่ใช้สถาปัตยกรรมแชตจีพีที (ChatGPT) ของโอเพนเอไอ (OpenAI) และใช้ประโยชน์จากเทคนิคการเรียนรู้เชิงลึก (Deep Learning) เพื่อทำความเข้าใจและสร้างภาษาที่เหมือนมนุษย์ เทคโนโลยีนี้มีศักยภาพในการปฏิวัติธุรกิจบริการจัดจ้างพนักงาน (Employer of Record) ด้วยการนำเสนอข้อมูลเชิงลึกที่นำไปสู่การตัดสินใจที่รวดเร็วและมีข้อมูลอ้างอิง พร้อมขับเคลื่อนพันธกิจของเซฟการ์ด โกลบอล ในการเปลี่ยนวิธีการทำงานของคนทั่วโลก การปรับตัวให้เท่าทันต่อกฎหมายด้านทรัพยากรบุคคลและการจ้างงานทั่วโลกยังคงเป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่สำหรับฝ่ายทรัพยากรบุคคลและค่าจ้างทั่วโลก เทคโนโลยีใหม่ดังกล่าวทำให้คำถามที่ปกติต้องใช้เวลาหลายวันในการหาคำตอบสามารถตอบได้ภายในไม่กี่วินาที นอกจากนี้ เซฟการ์ด โกลบอล ยังมีความรู้ครอบคลุมในเรื่องทรัพยากรบุคคลและค่าจ้าง รวมถึงกฎหมายแรงงาน ผลประโยชน์และค่าตอบแทน กระบวนการจ้างงาน นโยบายพนักงาน และอีกมากมาย &#8220;แชตเอสจีเป็นตัวพลิกเกมสำหรับใครก็ตามที่ต้องดูแลพนักงานทั่วโลก&#8221; คุณบียอร์น เรย์โนลด์ส (Bjorn Reynolds) ซีอีโอของเซฟการ์ด โกลบอล กล่าว &#8220;แชตเอสจีสามารถเรียนรู้และพัฒนาได้ด้วยการป้อนข้อมูลและฟีดแบกอย่างต่อเนื่องจากผู้เชี่ยวชาญของเรา [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/it/3355218">เซฟการ์ด โกลบอล เปิดตัว &#8220;ChatSG&#8221; เจเนอเรทีฟเอไอตัวแรกสำหรับธุรกิจบริการจัดจ้างพนักงาน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[แพทย์จากสถาบันโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะเท็กซัสเป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการระดับนานาชาติว่าด้วยโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3257698</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 28 Oct 2022 08:03:37 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3257698</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อไม่นานมานี้ นายแพทย์อันเดรอา นาตาเล ( Andrea Natale, M.D., F.A.C.C., F.H.R.S., F.E.S.C.) ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายการแพทย์ของสถาบันโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะเท็กซัสแห่งศูนย์การแพทย์เซนต์เดวิด ( Texas Cardiac Arrhythmia Institute (TCAI) at St. David&#8217;s Medical Center ) ได้เป็นประธานการประชุมเวนิส อาร์ริทเมีย ประจำปี 2565 ( Venice Arrhythmias  2022) ซึ่งเป็นการประชุมเชิงปฏิบัติการระดับนานาชาติว่าด้วยโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะที่จัดขึ้นทุก ๆ สองปี ที่เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี โดยปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-15 ตุลาคม 2565 และนายแพทย์นาตาเลได้รับหน้าที่เป็นผู้จัดโปรแกรมการประชุม ซึ่งมีผู้เข้าร่วมมากกว่า 600 คน จากกว่า 40 ประเทศ ตลอดการประชุมสามวัน นายแพทย์นาตาเลได้นำเสนอเคสการรักษาสด ๆ ด้วยการจี้หัวใจด้วยสนามไฟฟ้า ( Pulsed Field Ablation) ตลอดจนพูดคุยเกี่ยวกับเทคโนโลยีและแนวทางที่ล้ำสมัยในการจี้ไฟฟ้าเพื่อรักษาภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว (Atrial Fibrillation) สำหรับวิทยากรคนสำคัญในงานคือคุณแฟรงก์ ไบเดน (Frank Biden) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3257698">แพทย์จากสถาบันโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะเท็กซัสเป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการระดับนานาชาติว่าด้วยโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สถาบันโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะเท็กซัสแห่งศูนย์การแพทย์เซนต์เดวิด จัดการประชุมนานาชาติว่าด้วยภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะแบบเชิงซ้อน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3202954</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 17 Jun 2022 08:05:49 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3202954</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 2-3 มิถุนายน 2565 สถาบันโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะเท็กซัสแห่งศูนย์การแพทย์เซนต์เดวิด (Texas Cardiac Arrhythmia Institute (TCAI) at St. David&#8217;s Medical Center) ได้จัดการประชุมนานาชาติว่าด้วยภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะแบบเชิงซ้อน (Complex Arrhythmias) ครั้งที่ 6 หรือการประชุมอีพีไลฟ์ ประจำปี 2565 (EPLive 2022) โดยมีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมการประชุมกว่า 1,250 คน ซึ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และมีผู้เข้าร่วมงานในสถานที่จริงกว่า 150 คน โดยผู้เข้าร่วมการประชุมมาจากหลายประเทศทั่วโลก เช่น สิงคโปร์ ไทย ตูนิเซีย เยอรมนี เกาหลี และกรีซ เป็นต้น ผู้เข้าร่วมการประชุมประกอบด้วยนักสรีรวิทยาไฟฟ้าหัวใจ แพทย์ประจำบ้านต่อยอดด้านสรีรวิทยาไฟฟ้าหัวใจ และแพทย์โรคหัวใจทั่วไปที่สนใจเรื่องการรักษาภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะแบบเชิงซ้อน ซึ่งเป็นภาวะที่หัวใจเต้นไม่สม่ำเสมอหรือผิดปกติ สำหรับสื่อการสอนหลักประกอบด้วยเคสสด ๆ ซึ่งถ่ายทอดจากศูนย์สรีรวิทยาไฟฟ้าหัวใจแห่งศูนย์การแพทย์เซนต์เดวิด (Electrophysiology Center at St. David&#8217;s Medical Center) ที่เพิ่งเปิดใหม่ พร้อมการบรรยายของผู้เชี่ยวชาญ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3202954">สถาบันโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะเท็กซัสแห่งศูนย์การแพทย์เซนต์เดวิด จัดการประชุมนานาชาติว่าด้วยภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะแบบเชิงซ้อน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สถาบันโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะเท็กซัสแห่งศูนย์การแพทย์เซนต์เดวิด เตรียมจัดการประชุมนานาชาติว่าด้วยภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะแบบเชิงซ้อน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3193181</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 24 May 2022 08:00:16 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3193181</guid>

					<description><![CDATA[<p>การประชุมอีพีไลฟ์ ประจำปี 2565 ระยะเวลาสองวัน จะดึงดูดผู้เชี่ยวชาญด้านสรีรวิทยาไฟฟ้าหัวใจระดับแนวหน้าจากทั่วโลก ในวันที่ 2-3 มิถุนายน 2565 สถาบันโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะเท็กซัสแห่งศูนย์การแพทย์เซนต์เดวิด (Texas Cardiac Arrhythmia Institute (TCAI) at St. David&#8217;s Medical Center) เตรียมจัดการประชุมนานาชาติว่าด้วยภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะแบบเชิงซ้อน (Complex Arrhythmias) ครั้งที่ 6 หรือการประชุมอีพีไลฟ์ ประจำปี 2565 (EPLive 2022) อีพีไลฟ์เป็นการประชุมเชิงวิชาการอย่างเข้มข้นระยะเวลาสองวัน สำหรับนักสรีรวิทยาไฟฟ้าหัวใจ แพทย์ประจําบ้านต่อยอดด้านสรีรวิทยาไฟฟ้าหัวใจ และแพทย์โรคหัวใจทั่วไปที่สนใจเรื่องการรักษาภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะแบบเชิงซ้อน ซึ่งเป็นภาวะที่หัวใจเต้นไม่สม่ำเสมอหรือผิดปกติ โดยการประชุมจะถ่ายทอดสดจากศูนย์สรีรวิทยาไฟฟ้าหัวใจแห่งศูนย์การแพทย์เซนต์เดวิด (Electrophysiology Center at St. David&#8217;s Medical Center) ที่เพิ่งเปิดใหม่ และมีการบรรยายของผู้เชี่ยวชาญเป็นเครื่องมือหลักในการให้ความรู้ นายแพทย์อันเดรอา นาตาเล (Andrea Natale, M.D., F.H.R.S., F.A.C.C., F.E.S.C.) นักสรีรวิทยาไฟฟ้าหัวใจ ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายการแพทย์ประจำสถาบัน TCAI [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3193181">สถาบันโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะเท็กซัสแห่งศูนย์การแพทย์เซนต์เดวิด เตรียมจัดการประชุมนานาชาติว่าด้วยภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะแบบเชิงซ้อน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[อย. สหรัฐไฟเขียว &#8220;ไดเรกต์ ไบโอโลจิกส์&#8221; เดินหน้าทดลองยาระยะที่ 3 เพื่อรักษาภาวะระบบหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3184357</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 28 Apr 2022 08:30:07 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3184357</guid>

					<description><![CDATA[<p>ไดเรกต์ ไบโอโลจิกส์ ( Direct Biologics ) บริษัทเทคโนโลยีชีวภาพเพื่อการฟื้นฟูร่างกาย ผู้คิดค้นเทคโนโลยีเอ็กซ์ตราเซลลูลาร์เวสิเคิล ( Extracellular Vesicle หรือ EV) ประกาศว่า องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA) ได้อนุมัติให้บริษัทดำเนินการทดลองทางคลินิกระยะที่ 3 กับยาเอ็กโซโฟล (ExoFlo) เพื่อใช้รักษาภาวะระบบหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน (ARDS) ที่เกิดจากการติดเชื้อโควิด-19  โดยจนถึงปัจจุบัน ไดเรกต์ ไบโอโลจิกส์ เป็นบริษัทยา EV แห่งแรกและแห่งเดียวที่ได้รับการอนุมัติจากองค์การอาหารและยาสหรัฐให้ทำการทดลองระยะที่ 3 กับยาใหม่ชนิดนี้ การทดลองระยะที่ 3 จะดำเนินการในสถานะการบำบัดขั้นสูงด้วยเวชศาสตร์ฟื้นฟู (Regenerative Medicine Advanced Therapy หรือ RMAT) ซึ่งถือเป็นยา EV ตัวแรกที่ได้รับการอนุมัติสถานะดังกล่าวจากองค์การอาหารและยาสหรัฐ ส่งผลให้ไดเรกต์ ไบโอโลจิกส์เป็นหนึ่งในบริษัทเพียง 70 แห่งในประวัติศาสตร์ขององค์การอาหารและยาสหรัฐที่ได้รับการรับรองสถานะ RMAT อย่างเป็นทางการ โดยการรับรองสถานะ RMAT ถูกกำหนดขึ้นโดยองค์การอาหารและยาสหรัฐ เพื่อเร่งอนุมัติยาสำหรับฟื้นฟูร่างกายที่มีแนวโน้มว่าจะได้ผลและแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการรักษาโรคที่มีอันตรายร้ายแรงถึงชีวิต ซึ่งคล้ายคลึงกับสถานะ Fast Track และสถานะ Breakthrough คุณมาร์ก อดัมส์ ( Mark [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3184357">อย. สหรัฐไฟเขียว &#8220;ไดเรกต์ ไบโอโลจิกส์&#8221; เดินหน้าทดลองยาระยะที่ 3 เพื่อรักษาภาวะระบบหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[“ควอลี” เสริมแกร่งฟีเจอร์ชั้นการควบคุมโครงสร้างพื้นฐานสำหรับทีมเดฟออปส์และทีมไอทีด้วย “ทอร์ก” รุ่นล่าสุด]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/it/3181155</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 20 Apr 2022 10:01:10 +0700</pubDate>
				<category>it</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/it/3181155</guid>

					<description><![CDATA[<p>ฟีเจอร์ชุดใหม่เพิ่มความสามารถด้านการทำงานอัตโนมัติและการประสานรวม ปรับปรุงการควบคุมต้นทุน พร้อมเสริมเสถียรภาพการรักษาความปลอดภัย เมื่อวันที่ 19 เม.ย. ที่งานประชุมเอดับเบิลยูเอส ซัมมิต (AWS Summit) ในซานฟรานซิสโก ควอลี (Quali) ผู้ให้บริการโซลูชันโครงสร้างพื้นฐานอัตโนมัติแบบ Environments-as-a-Service ประกาศเปิดตัวฟีเจอร์ชั้นการควบคุมแบบยกระดับสำหรับแพลตฟอร์มทอร์ก (Torque) ซึ่งช่วยให้มืออาชีพเดฟออปส์ (DevOps) สามารถประสานรวมและรักษาความปลอดภัยของสภาพแวดล้อมแอปพลิเคชันที่ซับซ้อนได้ โดยทำให้การจัดเตรียมโครงสร้างพื้นฐานง่ายขึ้น ขจัดโครงสร้างพื้นฐานแบบไซโล ตลอดจนจัดการกับปัญหาคอขวดในการจัดเตรียมโครงสร้างพื้นฐาน ฟีเจอร์ชุดใหม่นี้จะขยายความสามารถด้านการทำงานอัตโนมัติและการประสานรวมสำหรับสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานแบบสาธารณะ, แบบส่วนตัว, แบบไฮบริด และแบบคอนเทนเนอร์ ยกระดับการมองเห็นต้นทุน พร้อมเสริมสร้างการกำกับดูแลโปรโตคอลด้านความปลอดภัยและการปฏิบัติตามข้อกำหนด ซึ่งรวมถึง การประสานรวมในสภาพแวดล้อมแอปพลิเคชันที่แตกต่างกัน:ทอร์กช่วยลดความยุ่งยากในการประสานรวมและการจัดการคอนเทนเนอร์, IaC และเทคโนโลยีไพรเวทคลาวด์ ด้วยการสนับสนุนเฮล์ม (Helm), เทอร์ราฟอร์ม (Terraform) และวีเซ็นเตอร์ (vCenter) ทั้งหมดในพิมพ์เขียวแบบโมดูลาร์ที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ ทำให้ผู้ใช้สามารถกำหนดและจัดเตรียมสภาพแวดล้อมที่เพียบพร้อมด้วยการกำกับดูแลและการกำหนดนโยบาย และเมื่อลดความซับซ้อนของสภาพแวดล้อมให้เป็นพิมพ์เขียวแบบบริการตัวเองแล้ว ทีมเดฟออปส์ก็จะสามารถคงการควบคุมทรัพยากรระบบคลาวด์ได้โดยไม่ทำให้นักพัฒนาเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานช้าลง การมองเห็นและควบคุมต้นทุน:ตอนนี้ทอร์กจะมีความสามารถในการมองเห็นและควบคุมต้นทุนได้ดีขึ้น ซึ่งรวมถึงความสามารถในการกำหนดขีดจำกัดระยะเวลาสูงสุดและจำนวนสภาพแวดล้อมที่เกิดขึ้นพร้อมกันสูงสุด ขีดจำกัดสำหรับต้นทุนรวมของสภาพแวดล้อม การรายงานต้นทุนคูเบอร์เนทิส (Kubernetes) ตลอดจนยกระดับการคาดการณ์และนโยบายการใช้ทรัพยากรต่อพิมพ์เขียว, แซนด์บ็อกซ์ และพื้นที่ เสถียรภาพการรักษาความปลอดภัยแบบยกระดับ:การยกระดับการรักษาความปลอดภัยจะรวมถึงการเข้าถึงพิมพ์เขียวตามบทบาทที่กำหนดเองได้แบบใหม่ การควบคุมโทเค็นเอพีไอ (API) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/it/3181155">“ควอลี” เสริมแกร่งฟีเจอร์ชั้นการควบคุมโครงสร้างพื้นฐานสำหรับทีมเดฟออปส์และทีมไอทีด้วย “ทอร์ก” รุ่นล่าสุด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[&#8220;โอเพน คอมพิวต์ โปรเจกต์ ฟาวน์เดชัน&#8221; ประกาศกลยุทธ์ร่วมออกแบบฮาร์ดแวร์-ซอฟต์แวร์ใหม่]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3180572</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 19 Apr 2022 08:00:00 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3180572</guid>

					<description><![CDATA[<p>ซอฟต์แวร์ที่รู้การทำงานของฮาร์ดแวร์ช่วยเพิ่มสมรรถนะฮาร์ดแวร์ให้ถึงขีดสุด ย่นระยะเวลาในการนำสินค้าเข้าตลาด และปรับปรุงผลกระทบต่อระบบนิเวศ วันนี้ โอเพน คอมพิวต์ โปรเจกต์ ฟาวน์เดชัน (Open Compute Project Foundation) หรือโอซีพี ฟาวน์เดชัน (OCP Foundation) องค์กรไม่แสวงผลกำไรที่มีเป้าหมายเพื่อนำนวัตกรรมระดับไฮเปอร์สเกลมาให้ทุกคน ประกาศกลยุทธ์ร่วมออกแบบฮาร์ดแวร์-ซอฟต์แวร์ใหม่ ซึ่งสะท้อนให้เห็นแล้วจากที่เมื่อไม่นานมานี้ไมโครซอฟท์ (Microsoft) และอินเทล (Intel) ได้เข้ามามีบทบาทกับโอซีพีในเรื่องสเปคของ Scalable I/O (Input/Output) Virtualization (SIOV) รวมถึงความร่วมมือครั้งใหม่กับโซนิก โปรเจกต์ (SONiC Project) ที่มูลนิธิลินุกซ์ (Linux Foundation) คุณจอร์จ ทีชาพาเรียน (George Tchaparian) ซีอีโอของโอเพน คอมพิวต์ โปรเจกต์ ฟาวน์เดชัน กล่าวว่า &#8220;การร่วมออกแบบฮาร์ดแวร์-ซอฟต์แวร์ให้ความสำคัญกับซอฟต์แวร์ที่มีความรู้อย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับฮาร์ดแวร์ เพื่อเพิ่มสมรรถนะฮาร์ดแวร์ให้ถึงขีดสุด พร้อมย่นระยะเวลาในการนำสินค้าเข้าตลาดสำหรับฮาร์ดแวร์ที่สมรรถนะการทำงานของระบบและผลกระทบต่อระบบนิเวศนั้นขึ้นอยู่กับการโต้ตอบระหว่างซอฟต์แวร์กับฮาร์ดแวร์ และในฐานะส่วนหนึ่งในกลยุทธ์ร่วมออกแบบฮาร์ดแวร์-ซอฟต์แวร์ของโอซีพี เราจึงมีความยินดีที่ไมโครซอฟท์และอินเทลได้เข้ามามีบทบาท และมีโอกาสสานต่อความร่วมมือกับโซนิก โปรเจกต์ ที่มูลนิธิลินุกซ์&#8221; การร่วมออกแบบฮาร์ดแวร์-ซอฟต์แวร์ได้เข้ามามีความสำคัญ เมื่อปริมาณงานในซอฟต์แวร์มีความหลากหลายมากขึ้น ทำให้จำเป็นต้องใช้ซิลิคอนเฉพาะทางเพื่อมอบสมรรถนะสูงสุดในต้นทุนด้านพลังงานและระบบนิเวศที่ยอมรับได้ โดยซอฟต์แวร์ของระบบ หรือเฟิร์มแวร์นั้น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3180572">&#8220;โอเพน คอมพิวต์ โปรเจกต์ ฟาวน์เดชัน&#8221; ประกาศกลยุทธ์ร่วมออกแบบฮาร์ดแวร์-ซอฟต์แวร์ใหม่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[&#8220;ควอลี&#8221; สนับสนุน &#8220;เฮล์ม&#8221; ยกระดับการจัดการคอนเทนเนอร์พร้อมส่งเสริมการใช้งานให้แพร่หลาย]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/it/3168297</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 16 Mar 2022 08:20:54 +0700</pubDate>
				<category>it</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/it/3168297</guid>

					<description><![CDATA[<p>แพลตฟอร์มโครงสร้างพื้นฐานอัตโนมัติของควอลีช่วยเพิ่มมูลค่าและช่วยให้ภาคธุรกิจบรรลุผลสำเร็จในการพัฒนาซอฟต์แวร์ด้วย DevOps ผ่านการลดความซับซ้อนของการใช้งานและการจัดการเฮล์มชาร์ตส์ ควอลี (Quali) ผู้ให้บริการโซลูชันโครงสร้างพื้นฐานอัตโนมัติแบบ Environments-as-a-Service ประกาศว่า ตอนนี้แพลตฟอร์มทอร์ก (Torque) ของบริษัทรองรับการบูรณาการอย่างไร้รอยต่อกับแพลตฟอร์มของเฮล์ม (Helm) โดยเฮล์มชาร์ตส์ (Helm Charts) ช่วยให้วิศวกรสามารถกำหนดการใช้งานสำหรับคูเบอร์เนทิส (Kubernetes) พร้อมด้วยไมโครเซอร์วิสและส่วนประกอบของเครือข่ายที่จำเป็นทั้งหมด หรือสรุปได้ว่าทำหน้าที่เป็นตัวจัดการแพ็กเกจสำหรับคูเบอร์เนทิสนั่นเอง  &#8220;องค์กรด้านไอทีจำนวนมากกำลังประสบกับความยุ่งยากในการจัดการความซับซ้อน ต้นทุน และความรับผิดชอบของโครงสร้างพื้นฐานคอนเทนเนอร์&#8221; เอดัน เอแวนทัล (Edan Evantal) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของควอลี กล่าว &#8220;เป้าหมายของเราคือการช่วยให้องค์กรต่าง ๆ ได้รับประโยชน์มากขึ้นและมีอำนาจในการควบคุมมากขึ้นด้วยการใช้แพลตฟอร์มเฮล์มในการเพิ่มความเร็วและความน่าเชื่อถือของกระบวนการพัฒนาและทดสอบ ในขณะเดียวกัน เราช่วยให้องค์กรต่าง ๆ ยังคงมีความสามารถในการจัดการและลดแรงเสียดทานด้วยการนำเฮล์มชาร์ตส์ที่มีอยู่เดิมกลับมาใช้ใหม่ เพื่อให้องค์กรสามารถพัฒนาได้เร็วขึ้นและบรรเทาความเสี่ยงทางธุรกิจอันเนื่องมาจากการขยายขนาด&#8221; การที่แพลตฟอร์มทอร์กรองรับการทำงานร่วมกับเฮล์มชาร์ตส์ช่วยให้ลูกค้าสามารถ ปกป้องและขยายการลงทุนในเฮล์มที่มีอยู่เดิม ด้วยสภาพการใช้งานที่ครบถ้วนสมบูรณ์ มีอำนาจควบคุมมากขึ้นทั้งเฮล์มชาร์ตส์ส่วนที่มีอยู่เดิมและส่วนใหม่ ในสภาพการใช้งานแบบเดียวหรือมากกว่านั้น สร้างคุณค่าจากการขยายการใช้งานคอนเทนเนอร์ด้วยการทำให้เฮล์มชาร์ตส์นำกลับมาใช้ใหม่ได้ง่ายขึ้น และการผสานส่วนประกอบโครงสร้างพื้นฐานที่อยู่นอกคอนเทนเนอร์เข้ากับสภาพแวดล้อมที่สามารถจัดการได้ เพิ่มอำนาจในการควบคุมการใช้งานเฮล์ม ด้วยการแสดงภาพและรายงานการใช้เฮล์ม และเชื่อมการใช้งานคอนเทนเนอร์กับผลลัพธ์โดยไม่ขัดขวางความสามารถของเฮล์ม ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรได้มากขึ้น ด้วยการช่วยให้ทุกคนใช้งานคอนเทนเนอร์ได้ไม่ว่าจะมีทักษะมากน้อยเพียงใดก็ตาม ซึ่งช่วยให้นักพัฒนาจำนวนมากขึ้นสามารถสร้างเฮล์มชาร์ตส์และขยายสภาพการใช้งานให้ครอบคลุมส่วนประกอบอื่น ๆ นอกเหนือจากคอนเทนเนอร์ พร้อมคว้าประโยชน์จากความสามารถในการจัดการและการควบคุมด้วยแพลตฟอร์มทอร์ก สร้างคอนเทนเนอร์ตามต้องการด้วยความสามารถในการบริการตัวเอง ซึ่งช่วยลดอุปสรรคในการสร้างและจัดการชาร์ต แพลตฟอร์มทอร์กถูกนำไปใช้งานโดยองค์กรชั้นนำมากมายเพื่อเร่งกระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์และส่งเสริมการใช้งานให้แพร่หลาย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/it/3168297">&#8220;ควอลี&#8221; สนับสนุน &#8220;เฮล์ม&#8221; ยกระดับการจัดการคอนเทนเนอร์พร้อมส่งเสริมการใช้งานให้แพร่หลาย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[แพทย์จาก St. David&#8217;s Medical Center เป็นกลุ่มแรก ๆ ในสหรัฐที่ได้ใส่อุปกรณ์เทคโนโลยีกระตุ้นเส้นประสาทสำหรับการรักษาภาวะหัวใจล้มเหลวระยะสุดท้าย]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3133323</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 14 Dec 2021 10:15:00 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3133323</guid>

					<description><![CDATA[<p>แพทย์จาก St. David&#8217;s Medical Center เป็นกลุ่มแรก ๆ ในสหรัฐที่ได้ใส่อุปกรณ์เทคโนโลยีกระตุ้นประสาทตัวใหม่เพื่อช่วยรักษาภาวะหัวใจล้มเหลวระยะสุดท้าย ระบบ Barostim System นี้เป็นเทคโนโลยีตัวเดียวที่ได้รับการอนุมัติโดยองค์การอาหารและยาสหรัฐ (FDA) เพื่อใช้ระบบประสาทควบคุมภาวะหัวใจล้มเหลวและปรับปรุงการทำงานของระบบหัวใจและหลอดเลือด ระบบของเทคโนโลยีดังกล่าวนี้มาพร้อมอุปกรณ์ที่ตั้งค่าโปรแกรมได้ โดยจะอยู่ในบริเวณใต้กระดูกไหปลาร้าของผู้ป่วยและส่งสัญญาณไฟฟ้าไปยังตัวรับแรงดัน (baroreceptor) ซึ่งเป็นตัวรับรู้การเปลี่ยนแปลงความดันในหลอดเลือดแดงคาโรติด การทำเช่นนี้จะกระตุ้นให้เกิด baroreflex ซึ่งเป็นการตอบสนองหลักในระบบหลอดเลือดและหัวใจของร่างกาย ทำให้เกิดการตอบสนองต่อหัวใจที่เป็นไปโดยอัตโนมัติ &#8220;เมื่ออุปกรณ์ทำงาน อุปกรณ์จะส่งสัญญาณกระแสประสาทผ่านอิเล็กโทรดไปยังตัวรับในหลอดเลือดแดงคาโรติด&#8221; ดร. Jeffrey Apple ศัลยแพทย์หลอดเลือดจาก Cardiothoracic and Vascular Surgeons ที่เป็นผู้ดำเนินกระบวนการดังกล่าวนี้ที่ St. David&#8217;s Medical Center กล่าว &#8220;การทำเช่นนี้จะหลอกให้ร่างกายคิดว่าระบบประสาทซิมพาเทติกและระบบประสาทพาราซิมพาเทติกทำงานอย่างถูกต้อง จากนั้นสมองจะตอบสนองและส่งสัญญาณบอกร่างกายว่าหัวใจทำงานอย่างเหมาะสม ซึ่งจะช่วยคลายหลอดเลือด ชะลออัตราการเต้นของหัวใจ และลดของเหลวในร่างกาย&#8221; การรักษาด้วยวิธีนี้ออกแบบมาเพื่อปรับสมดุลของระบบประสาทอัตโนมัติ ซึ่งจะลดอาการของภาวะหัวใจล้มเหลว &#8220;การรักษาภาวะหัวใจล้มเหลวด้วยวิธีนี้ออกแบบมาเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย รวมถึงผู้ที่ยังมีอาการแม้จะได้รับยาและไม่มีทางเลือกในการรักษาด้วยอุปกรณ์อื่นใด&#8221; นายแพทย์ Andrea Natale, F.A.C.C., F.H.R.S., F.E.S.C แพทย์ด้านการตรวจสรีรวิทยาไฟฟ้าหัวใจและกรรมการบริหารฝ่ายการแพทย์ Texas [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3133323">แพทย์จาก St. David&#8217;s Medical Center เป็นกลุ่มแรก ๆ ในสหรัฐที่ได้ใส่อุปกรณ์เทคโนโลยีกระตุ้นเส้นประสาทสำหรับการรักษาภาวะหัวใจล้มเหลวระยะสุดท้าย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[Oracle for Research เปิดตัวบริการคลาวด์และรางวัลใหม่ มุ่งผลักดันการพัฒนานวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/it/3122332</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 16 Nov 2021 09:20:30 +0700</pubDate>
				<category>it</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/it/3122332</guid>

					<description><![CDATA[<p>Oracle for Research ชุมชนระดับโลกของบริษัทออราเคิลซึ่งใช้เทคโนโลยีคลาวด์คอมพิวติ้งเพื่อเร่งการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ ประกาศเปิดตัวแหล่งข้อมูลใหม่ที่จะช่วยเปิดทางให้นักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ และนักพัฒนา สามารถแก้ปัญหาที่ซับซ้อนที่สุดในโลก นั่นคือ Oracle Open Data บริการคลาวด์ใหม่ล่าสุดซึ่งทำหน้าที่เก็บรวบรวมข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นไฟล์ภาพจากอวกาศ ลำดับโปรตีน หรือบันทึกหมายเหตุต่าง ๆ ที่ได้มาจากฐานข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ชั้นนำระดับโลก โดยคลังข้อมูลนี้จะเชื่อมโยงนักวิจัย นักพัฒนา นักศึกษา และนักการศึกษาเข้ากับข้อมูลแบบเปิดจำนวนมหาศาลซึ่งล้วนมาจากแหล่งที่เชื่อถือได้ นอกจากนี้ Oracle for Research ยังเปิดตัวสองรางวัลใหม่ที่จะช่วยปูทางไปสู่การพัฒนาทางวิทยาศาสตร์ และสนับสนุนชุมชนนักวิจัยทั่วโลกในระบบนิเวศคลาวด์ของออราเคิล หรือ Oracle Cloud &#8220;วันนี้ถือเป็นก้าวแห่งความสำเร็จอันน่าตื่นเต้นของ Oracle for Research&#8221; อลิสัน เดอร์เบนวิค มิลเลอร์ รองประธาน Oracle for Research กล่าว &#8220;การเปิดตัวโปรแกรม ผลิตภัณฑ์ และบริการใหม่ที่มุ่งเน้นคลาวด์ ได้ทำให้วิสัยทัศน์ของ Oracle for Research ในการเร่งให้เกิดการค้นพบและผลลัพธ์ทางวิทยาศาสตร์กลายเป็นความจริง พร้อมช่วยเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ให้ดียิ่งขึ้นผ่านชุมชนนักวิจัยที่ทำงานร่วมกับกับออราเคิล และ Oracle Cloud&#8221; Oracle Open Data เป็นคลังข้อมูลที่ครอบคลุมในส่วนของจีโนมิกส์และชีวสารสนเทศ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/it/3122332">Oracle for Research เปิดตัวบริการคลาวด์และรางวัลใหม่ มุ่งผลักดันการพัฒนานวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ออราเคิลเปิดศูนย์ฝึกอาชีพระดับโลก หวังช่วยให้นักศึกษาพร้อมทำงานในอนาคต]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/it/3122282</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 16 Nov 2021 09:06:09 +0700</pubDate>
				<category>it</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/it/3122282</guid>

					<description><![CDATA[<p>มอบสื่อการเรียนรู้จากประสบการณ์ฟรีสำหรับผู้เรียนและผู้สอน พร้อมโอกาสในการได้รับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ออราเคิล (Oracle) ประกาศเปิดศูนย์ฝึกอาชีพผ่านทางออนไลน์ &#8220;Oracle Academy Career Center&#8221; เปิดโอกาสให้ผู้เรียนและผู้สอนได้เข้าถึงบริการต่าง ๆ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ทั้งการฝึกอาชีพ การรับประกาศนียบัตรวิชาชีพ หลักสูตรเชิงวิชาการ รวมถึงสื่อการเรียนรู้จากประสบการณ์ทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียน โดย Oracle Academy Career Center พร้อมให้ความรู้ทางวิชาชีพแก่นักศึกษาในหลากหลายสาขา ซึ่งรวมถึงวิศวกรรมและการพัฒนา ทรัพยากรมนุษย์ การเงิน และการขาย &#8220;ทักษะด้านคอมพิวเตอร์มีความจำเป็นในหลากหลายอุตสาหกรรม และผลวิจัยระบุว่าผู้ที่มีทักษะดังกล่าวซึ่งเป็นที่ต้องการอย่างสูงจะได้งานที่มีรายได้ดีกว่า&#8221; เอลิซาเบธ สไนเดอร์ รองประธานฝ่ายทรัพยากรมนุษย์และกิจกรรมการกุศลของออราเคิล กล่าว &#8220;Oracle Academy Career Center นำเสนอสื่อการเรียนรู้ทางวิชาชีพ พร้อมเปิดคอร์สฟรีเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับคลาวด์แก่ผู้เรียนทั่วโลก โดยมีเป้าหมายเพื่อมอบพลังให้แก่นักนวัตกรรมและผู้นำรุ่นใหม่ที่จะเข้ามากำหนดอนาคตของธุรกิจและเทคโนโลยี&#8221; Oracle Academy Career Center เกิดจากความพยายามร่วมกับ Oracle University และ Oracle Learning Library รวมถึงทีมพัฒนาของออราเคิล เพื่อฝึกอาชีพและให้ความรู้เกี่ยวกับคลาวด์แก่นักศึกษาจากสถาบันอุดมศึกษาที่เป็นสมาชิกของ Oracle Academy จากปกติที่นำเสนอให้แก่ผู้ประกอบวิชาชีพด้านคลาวด์เท่านั้น โดยจะช่วยให้ผู้เรียนจากทั่วโลกสามารถเชื่อมโยงหลักสูตรเชิงวิชาการของ Oracle Academy กับโอกาสในการทำงาน ผ่านการฝึกอาชีพและโอกาสในการได้รับประกาศนียบัตรวิชาชีพจากออราเคิล &#8220;ทั่วโลกต่างต้องการผู้ประกอบวิชาชีพด้านคลาวด์ที่มีคุณวุฒิ&#8221; ดร. เหวิน เป่ย คณบดีวิทยาลัยการจัดการ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/it/3122282">ออราเคิลเปิดศูนย์ฝึกอาชีพระดับโลก หวังช่วยให้นักศึกษาพร้อมทำงานในอนาคต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[LightWare มอบดวงตาให้เครื่องจักร ด้วยเซ็นเซอร์ microLiDAR™ ขนาดเล็กที่สุดในโลก]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/it/3086913</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 17 Aug 2021 08:00:00 +0700</pubDate>
				<category>it</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/it/3086913</guid>

					<description><![CDATA[<p>LightWare LiDAR LLC  ประกาศวางจำหน่ายเซ็นเซอร์ LiDAR ขนาดเล็กที่สุดและเบาที่สุดในตลาด LightWare เป็นบริษัทจากสหรัฐอเมริกาที่มีความเชี่ยวชาญในการออกแบบและผลิตเซ็นเซอร์ LiDAR สำหรับยานยนต์ไร้คนขับและเครื่องจักรกลอัตโนมัติ โดยบริษัทเป็นผู้ผลิตเซ็นเซอร์ SF45 microLiDAR™ ที่ได้รับรางวัลการันตีมาแล้ว ด้วยน้ำหนักที่เบาเพียง 59 กรัม แต่มอบประสิทธิภาพแบบเดียวกับเซ็นเซอร์ที่มีขนาดใหญ่กว่ามาก &#8220;SF45 สร้างการรับรู้ของเครื่องจักรอย่างเท่าเทียม เพราะแม้แต่ระบบไร้คนขับที่มีขนาดเล็กที่สุดก็สามารถทำงานได้อย่างปลอดภัยและมองเห็นทัศนวิสัย ด้วยเหตุที่เครื่องจักรไม่มีการรับรู้แบบ 3 มิติ ดังนั้นจึงไม่สามารถเข้าใจอุปสรรคที่เกิดขึ้นแบบไม่คาดคิด ภารกิจของเราคือช่วยให้เครื่องจักรกลต่าง ๆ บนโลกใบนี้ทำงานได้อย่างปลอดภัยด้วย microLiDAR™&#8221; ฟิลิป คอนสแตนติน ซีอีโอของ LightWare LiDAR LLC กล่าว SF45 เปิดโลกใหม่ของการใช้งานโดรนและอากาศยานไร้คนขับ (UGV) ด้วยการตรวจจับตำแหน่ง ระยะทาง และระยะห่างที่แม่นยำ โดย SF45 สามารถตรวจจับสิ่งกีดขวางในแสงแดดจ้าที่ระยะ 50 เมตร จึงช่วยให้ทั้งระบบออโตไพลอตบนอากาศยาน และผู้ควบคุมเครื่อง มีความเข้าใจที่ชัดเจนเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมของอากาศยาน คอนสแตนตินกล่าวเสริมว่า &#8220;ระบบ GPS แบบธรรมดาทั่วไป มักถูกใช้เพื่อให้ข้อมูลตำแหน่ง เพื่อให้โดรนสามารถปฏิบัติตามแผนการบินที่กำหนดไว้ล่วงหน้าได้ แต่โชคไม่ดีที่ในโลกแห่งความจริงมักมีอุปสรรคที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นในระหว่างทาง ทำให้เกิดการชนและเกิดความเสียหายทั้งกับตัวโดรนและสัมภาระที่บรรทุกซึ่งมีราคาแพง อย่างไรก็ดี SF45 จะคอยระวังอันตรายเหล่านี้ตลอดการเดินทาง พร้อมกับแจ้งเตือนเพื่อให้ระบบออโตไพลอตมีเวลามากพอที่จะหลีกเลี่ยงการชนที่อาจเกิดขึ้น&#8221; นอกจาก SF45 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/it/3086913">LightWare มอบดวงตาให้เครื่องจักร ด้วยเซ็นเซอร์ microLiDAR™ ขนาดเล็กที่สุดในโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ผู้นำสถาบัน Texas Cardiac Arrhythmia Institute ร่วมการทดลองใช้เทคโนโลยี AI รักษาภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะที่ซับซ้อนเป็นครั้งแรกของโลก]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3079367</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 27 Jul 2021 08:20:24 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3079367</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อไม่นานมานี้ ผู้นำสถาบัน Texas Cardiac Arrhythmia Institute (TCAI) ณ St. David&#8217;s Medical Center ได้ทำการทดลองทางคลินิกเพื่อประเมินประสิทธิภาพของแพลตฟอร์ม AI ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มแรกของโลกที่ใช้ในการทำหัตถการทางสรีรวิทยาไฟฟ้าหัวใจ โดยนายแพทย์ Andrea Natale (F.H.R.S., F.A.C.C., F.E.S.C.) นักสรีรวิทยาไฟฟ้าหัวใจ และผู้อำนวยการทางการแพทย์ประจำสถาบัน TCAI ได้ทำการทดลองในมนุษย์เป็นครั้งแรกในยุโรป แพลตฟอร์มดังกล่าวมีชื่อว่า NeuTrace EP Platform ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยนำทางนักสรีรวิทยาไฟฟ้าหัวใจในระหว่างการทำหัตถการทางสรีรวิทยาไฟฟ้าหัวใจที่มีความซับซ้อน เพื่อช่วยเพิ่มความปลอดภัยและลดเวลาในการทำหัตถการ &#8220;แพลตฟอร์มสรีรวิทยาไฟฟ้าหัวใจเทคโนโลยี AI สุดล้ำแพลตฟอร์มแรกของโลกนี้ ช่วยยกระดับการทำหัตถการจี้ไฟฟ้าหัวใจด้วยการนำเสนอตัวชี้วัดขั้นสูงและข้อมูลผู้ป่วยที่ครอบคลุมแบบเรียลไทม์ เพื่อช่วยให้การทำหัตถการจี้ไฟฟ้าหัวใจที่มีความซับซ้อนเป็นไปอย่างแม่นยำมากขึ้น&#8221; นายแพทย์ Natale กล่าว &#8220;เทคโนโลยีการทำแผนที่หัวใจด้วย AI ได้รับการออกแบบมาเพื่อมอบทางเลือกที่ปลอดภัยมากขึ้นให้แก่ผู้ป่วย และรับประกันผลลัพธ์การรักษาที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้&#8221; แพลตฟอร์มสรีรวิทยาไฟฟ้าหัวใจนี้พัฒนาขึ้นจากพื้นฐานของ &#8220;Data Biome&#8221; และใช้เทคโนโลยี AI ในการมอบสัญญาณความแม่นยำสูงสุด ตัวชี้วัดขั้นสูง ภาพคมชัดมากขึ้น และข้อมูลผู้ป่วยครบถ้วนสมบูรณ์ นอกจากนั้นยังมีระบบนำทางด้วยสัญญาณไฟฟ้า 3 มิติแบบเรียลไทม์ ช่วยให้มองเห็นลักษณะของหัวใจได้อย่างแม่นยำมากขึ้นในทุกขั้นตอนของการทำหัตถการจี้ไฟฟ้าหัวใจ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3079367">ผู้นำสถาบัน Texas Cardiac Arrhythmia Institute ร่วมการทดลองใช้เทคโนโลยี AI รักษาภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะที่ซับซ้อนเป็นครั้งแรกของโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[CAE เปิดตัวบริการตรวจสอบระดับโลก มุ่งให้ข้อมูลสินทรัพย์ที่ถูกต้อง]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3062219</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 08 Jun 2021 08:00:00 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3062219</guid>

					<description><![CDATA[<p>CAE จัดการกับปัญหาขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลก ด้วยการเผยให้เห็นทรัพย์สินต่าง ๆ ผ่านทีมวิจัย ตรวจสอบ และวิเคราะห์สถานะภายในองค์กรอย่าง GIS CAE ซึ่งเป็นเทรดเดอร์ physical commodity ในตลาดเซมิคอนดักเตอร์ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและซอฟต์แวร์รายแรกในอุตสาหกรรม ประกาศเปิดตัวทีมวิจัย ตรวจสอบ และวิเคราะห์สถานะภายในองค์กรอย่าง Global Inspection Services (GIS) เพื่อให้การสนับสนุนถึงสถานที่จริงทั่วโลก บริการ GIS เปิดตัวพร้อมกันในสหรัฐ ยุโรป และเอเชีย ออกแบบมาเพื่อเร่งระยะเวลาวงจรของการดำเนินการต่าง ๆ ลดความเสี่ยงของผู้ซื้อ และยกระดับกระบวนการขายอุปกรณ์หรือสินค้าโภคภัณฑ์สำหรับซัพพลายเออร์ของ CAE CAE เป็นแหล่งซื้อขายอุปกรณ์การผลิตและสินค้าในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ที่น่าเชื่อถือและวางใจได้ การเข้ามาของ CAE ในตลาดได้ก่อให้เกิดพื้นที่อันปลอดภัยสำหรับเหล่าผู้ผลิตอุปกรณ์ ในการซื้อขายอุปกรณ์โดยที่บริษัทคู่แข่งไม่ทราบความเคลื่อนไหวในแต่ละวันของบริษัทนั้น ทั้งยังไม่ต้องเข้าโรงงาน หรือดึงทรัพยากรภายในออกจากการทำธุรกิจหลัก CAE ช่วยให้ผู้ขายเข้าถึงชุมชนผู้ซื้อที่มีจำนวนรวมกันกว่าหลายหมื่นรายได้อย่างรวดเร็ว พร้อมติดต่อธุรกิจในสภาพแวดล้อมที่เป็นไปตามระเบียบกำกับดูแล ขณะที่บริการ GIS ก็ช่วยให้ไม่ต้องลงแรงรวบรวมและกระจายข้อมูลทรัพย์สิน ปัจจุบัน GIS ให้บริการลูกค้า CAE โดยตอบสนองความต้องการได้อย่างรวดเร็ว และให้ข้อมูลทรัพย์สินได้แบบเรียลไทม์ทั่วโลก ด้วยการเจาะลึกทรัพย์สินและซัพพลายเออร์ที่มีข้อมูลอยู่แล้ว และค้นหาทรัพย์สินและซัพพลายเออร์ใหม่ ๆ ทุกวัน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3062219">CAE เปิดตัวบริการตรวจสอบระดับโลก มุ่งให้ข้อมูลสินทรัพย์ที่ถูกต้อง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ผู้นำสถาบัน Texas Cardiac Arrhythmia Institute เข้าร่วมการทดลองสายสวน ที่อาจช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนขณะจี้ไฟฟ้าหัวใจ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3059116</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 28 May 2021 09:30:00 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3059116</guid>

					<description><![CDATA[<p>ผู้นำสถาบัน Texas Cardiac Arrhythmia Institute (TCAI) ณ St. David&#8217;s Medical Center ได้เข้าร่วมการวิจัยทางคลินิก เพื่อประเมินความปลอดภัยและประสิทธิภาพของสายสวนทรงกลมโครงตาข่ายรูปแบบใหม่ ที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและผลลัพธ์ในการรักษาภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะประเภทต่าง ๆ โดยนายแพทย์อันเดรอา นาตาเล (F.H.R.S., F.A.C.C., F.E.S.C.) แพทย์ผู้ชำนาญด้านสรีรวิทยาไฟฟ้าหัวใจ และผู้อำนวยการบริหารฝ่ายการแพทย์ประจำสถาบัน TCAI ได้เข้าร่วมการทดลองสายสวนดังกล่าวในมนุษย์ครั้งแรกในยุโรปเมื่อไม่นานมานี้ &#8220;เทคโนโลยีพลิกวงการใหม่นี้ เปิดโอกาสให้เราส่งพลังงานขณะดำเนินการจี้ไฟฟ้าหัวใจที่มีความซับซ้อนได้เร็วและแม่นยำขึ้น&#8221; นายแพทย์นาตาเล กล่าว &#8220;การรักษาแบบนี้เป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยกว่าสำหรับผู้ป่วย เพราะอาจช่วยป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายข้างเคียงต่อเนื้อเยื่อโดยรอบ เพื่อให้มั่นใจว่าผลลัพธ์จะออกมาดีที่สุดเท่าที่เป็นไปได้&#8221; สายสวนแบบใหม่ที่ขยายได้และใช้กับหัวใจโดยเฉพาะนี้ ใช้ในการจี้หัวใจด้วยสนามไฟฟ้า (PFA) และ/หรือจี้ไฟฟ้าหัวใจด้วยคลื่นความถี่วิทยุ (RFA) โดย PFA จะส่งพัลส์สนามไฟฟ้า ซึ่งเป็นรูปแบบพลังงานไม่มีความร้อน ไปจี้เนื้อเยื่อหัวใจผ่านกระบวนการที่เรียกว่าการจี้ด้วยไฟฟ้าความต่างศักย์สูง (IRE) ขณะที่ RFA ใช้ความร้อนจี้เนื้อเยื่อด้วยคลื่นความถี่วิทยุ สายสวนสำหรับการจี้หัวใจนี้ มีโครงตาข่ายทรงกลมที่ขยายได้บริเวณปลายสาย ทำให้แพทย์สร้างแผนผังความละเอียดสูงได้ และทำให้จี้ไฟฟ้าด้วยเทคนิค PFA หรือ RFA โดยควบคุมได้ง่ายขึ้นและตรงตามความต้องการ นอกจากนี้ ตัวอุปกรณ์ยังมาพร้อมกับระบบทำแผนผัง ทำให้จำลองลักษณะไฟฟ้าออกมาเป็นลักษณะกายวิภาคอย่างละเอียดได้อย่างรวดเร็ว ช่วยให้มีความแม่นยำมากขึ้นและผู้ป่วยได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3059116">ผู้นำสถาบัน Texas Cardiac Arrhythmia Institute เข้าร่วมการทดลองสายสวน ที่อาจช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนขณะจี้ไฟฟ้าหัวใจ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[CAE เปิดสำนักงานใหม่ 7 แห่ง เสริมแกร่งธุรกิจในเอเชีย]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3043205</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 31 Mar 2021 08:00:21 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3043205</guid>

					<description><![CDATA[<p>CAE ขยายธุรกิจทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกด้วยการเปิดสำนักงานใหม่ในญี่ปุ่น ไต้หวัน จีน เกาหลี สิงคโปร์ อินเดีย และออสเตรเลีย CAE ซึ่งเป็นเทรดเดอร์ physical commodity ในตลาดเซมิคอนดักเตอร์ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและซอฟต์แวร์รายแรกในอุตสาหกรรม ประกาศเสริมแกร่งธุรกิจในเอเชียแปซิฟิกด้วยการเปิดสำนักงานใหม่ในญี่ปุ่น ไต้หวัน จีน เกาหลี สิงคโปร์ อินเดีย และออสเตรเลีย โดยบริษัทตั้งเป้าเติบโตสามเท่าในภูมิภาคเอเชียตลอดสามปีข้างหน้า ด้วยการเปิดสำนักงานและสร้างทีมงานเต็มรูปแบบในทุกประเทศ ปัจจุบัน CAE มีผู้เชี่ยวชาญกว่า 130 คนทั่วเอเชีย โดยมีการเพิ่มจำนวนผู้เชี่ยวชาญ 24 คนในปีนี้ CAE มีสำนักงานใหญ่ในสหรัฐอเมริกา และมีประวัติความสำเร็จอันยาวนานในการดำเนินธุรกิจทั่วเอเชีย โดยเริ่มจ้างบุคลากรในเอเชียครั้งแรกเมื่อปี 2553 และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา CAE ได้พัฒนาแผนการขยายธุรกิจอิงตลาดที่มีประสิทธิภาพเพื่อรองรับการดำเนินงานในเอเชีย และเดินหน้าลงทุนจ้างบุคลากรมากความสามารถในภูมิภาค สำหรับปี 2564 CAE คาดการณ์ว่า 60% ของการจ้างงานทั้งหมดจะเกิดขึ้นในเอเชีย ครอบคลุมทีมงานด้านการเทรด ผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์ข้อมูลและการตัดสินใจ บุคลากรด้านโลจิสติกส์และการขนส่ง และผู้จัดการระดับเวิลด์คลาส นอกจากนี้ เพื่อรองรับการเทรดที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในเอเชีย CAE ยังคงบูรณาการการดำเนินงานของสำนักงานทั่วโลกอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงสินทรัพย์และดีมานด์จากทั่วเอเชีย ยุโรป และสหรัฐอเมริกาแบบเรียลไทม์ ขณะเดียวกัน Global Inspection Services (GIS) ซึ่งเป็นทีมวิจัย ตรวจสอบ และสอบทานธุรกิจของ CAE ก็พร้อมให้บริการสนับสนุนหน้างานทั่วเอเชีย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3043205">CAE เปิดสำนักงานใหม่ 7 แห่ง เสริมแกร่งธุรกิจในเอเชีย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ผู้บริหารสถาบัน TCAI เข้าร่วมการทดลองสายสวนหัวใจชนิดใหม่ กรุยทางสู่การป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายถึงชีวิตระหว่างการรักษาด้วยการจี้หัวใจ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3029109</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 16 Feb 2021 11:30:12 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3029109</guid>

					<description><![CDATA[<p>แพทย์จากสถาบัน Texas Cardiac Arrhythmia Institute (TCAI) ณ St. David&#8217;s Medical Center เป็นหนึ่งในแพทย์กลุ่มแรกของโลกที่ได้เข้าร่วมการทดลองทางคลินิกเพื่อประเมินประสิทธิภาพและความปลอดภัยของสายสวนหัวใจชนิดใหม่ที่ใช้ในการจี้หัวใจด้วยสนามไฟฟ้า (pulsed field ablation: PFA) ซึ่งเป็นวิธีการใหม่ในการรักษาผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว (A Fib) โดยนายแพทย์อันเดรอา นาตาเล (F.H.R.S., F.A.C.C., F.E.S.C.) แพทย์ผู้ชำนาญด้านสรีรวิทยาไฟฟ้าหัวใจ และผู้อำนวยการบริหารฝ่ายการแพทย์ประจำสถาบัน TCAI ได้เข้าร่วมการทดลองในมนุษย์ครั้งแรกในยุโรปเมื่อไม่นานมานี้ วิธีการที่เรียกว่า PFA ใช้สนามไฟฟ้าแทนพลังงานความร้อนในการจี้เนื้อเยื่อหัวใจระหว่างการรักษาด้วยการจี้หัวใจทั้งแบบทั่วไปและแบบที่มีความซับซ้อน ผ่านกระบวนการที่เรียกว่าการจี้ด้วยไฟฟ้าความต่างศักย์สูง (irreversible electroporation: IRE) โดยเทคนิคนี้อาจช่วยป้องกันความเสียหายที่เกิดขึ้นกับเนื้อเยื่อโดยรอบระหว่างการจี้หัวใจ  &#8220;กระบวนการ IRE เป็นวิธีการใหม่ที่น่าตื่นตาตื่นใจในแวดวงของเรา เนื่องจากว่าอาจช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ เช่น ลิ้นหัวใจหลอดเลือดแดงปอดตีบแคบ หรือแผลทะลุระหว่างหัวใจกับหลอดอาหาร ซึ่งพบได้ยากแต่มีอันตรายถึงชีวิต&#8221; นายแพทย์นาตาเล กล่าว &#8220;นอกจากนี้ วิธีการรักษาดังกล่าวอาจช่วยลดหรือขจัดอาการเจ็บหน้าอกซึ่งมักเกิดขึ้นหลังการรักษา ซึ่งจะส่งผลให้ผู้ป่วยใช้เวลาในการฟื้นตัวน้อยลงด้วย&#8221; ทั้งนี้ คณะแพทย์จะทำการทดสอบสายสวนชนิดใหม่นี้กับผู้ป่วยราว 40 คนในยุโรป ขณะที่การทดลองในมนุษย์ในสหรัฐอเมริกาคาดว่าจะเริ่มขึ้นในช่วงฤดูร้อนปีนี้ สื่อมวลชนกรุณาติดต่อStacy SlaydenElizabeth [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3029109">ผู้บริหารสถาบัน TCAI เข้าร่วมการทดลองสายสวนหัวใจชนิดใหม่ กรุยทางสู่การป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายถึงชีวิตระหว่างการรักษาด้วยการจี้หัวใจ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[FTC Solar เปิดตัวระบบติดตามแสงอาทิตย์รุ่น Voyager+ รองรับโมดูลโซลาร์เซลล์กำลังผลิตเกิน 500 วัตต์]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/energy/3026980</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 09 Feb 2021 11:10:00 +0700</pubDate>
				<category>energy</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/energy/3026980</guid>

					<description><![CDATA[<p>FTC Solar กำลังเปิดรับคำสั่งซื้อระบบ  Voyager+ รองรับโมดูลโซลาร์เซลล์ที่มีกำลังการผลิตสูงกว่าเดิม FTC Solar ประกาศเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่อย่าง Voyager+ ซึ่งเป็นระบบติดตามแสงอาทิตย์แบบแกนเดียวที่ต่อยอดมาจากรุ่น Voyager โดยผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่นี้ได้รับการออกแบบเพื่อให้ทำงานได้กับโมดูลโซลาร์เซลล์รุ่นใหม่ ๆ ที่กำลังเข้าสู่ตลาด ซึ่งโมดูลเหล่านี้มีกำลังการผลิตมากกว่าเดิม โมดูลใหม่ ๆ ที่กำลังเข้าสู่ตลาดนั้นผนวกรวมโซลาร์เซลล์กำลังการผลิตสูงกว่าเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งนับเป็นหัวใจหลักในการผลิตพลังงานของแผงโซลาร์แต่ละชุด โมดูลเหล่านี้ประกอบด้วยเซลล์ขนาดใหญ่กว่า ทั้งขนาด 182 มม. และ 210 มม. ทำให้มีกำลังการผลิตเกิน 500 วัตต์ โดย Voyager+ รองรับโมดูลขนาดใหญ่กว่าเหล่านี้ และในอนาคตจะรองรับโมดูลขนาดต่าง ๆ จากผู้ผลิตโมดูลแสงอาทิตย์ได้หลายราย &#8220;โมดูลที่มีกำลังการผลิตสูงนั้นกำลังได้รับความสนใจมากขึ้น และเรามีความยินดีในการเปิดตัวผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ในตระกูล Voyager เพื่อสนับสนุนลูกค้าของเรา&#8221; คุณ Tony Etnyre ซีอีโอของ FTC Solar กล่าว &#8220;ในขณะที่ภาคอุตสาหกรรมกำลังหันไปใช้โมดูลที่ใหญ่กว่าเดิม FTC Solar ก็พร้อมมอบระบบติดตามแสงอาทิตย์ที่ทำงานได้กับโมดูลขนาดต่าง ๆ ที่มีโครงแบบแตกต่างกัน โดยยังคงไว้ซึ่งรูปแบบ two-in-portrait และความรวดเร็วในการติดตั้งที่ขึ้นแท่นชั้นนำในอุตสาหกรรม&#8221; [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/energy/3026980">FTC Solar เปิดตัวระบบติดตามแสงอาทิตย์รุ่น Voyager+ รองรับโมดูลโซลาร์เซลล์กำลังผลิตเกิน 500 วัตต์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
	</channel>
</rss>
