<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
>
<channel>
	<title>ThaiPR.NET</title>
	<atom:link href="https://www.thaipr.net/location/%e0%b8%a7%e0%b8%ad%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%99/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thaipr.net/location/วอชิงตัน</link>
	<description>Press Release Distribution Center of Thailand</description>
	<lastBuildDate>Fri, 24 Apr 2026 17:45:02 +0700</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.1</generator>
	<item>
		<title><![CDATA[ครบรอบ 10 ปี การประชุมมะเร็งวิทยาของเบอร์จีล โฮลดิงส์ ชูความเสมอภาคในการรักษาโรคมะเร็ง]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3425158</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 20 Dec 2023 14:40:38 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3425158</guid>

					<description><![CDATA[<p>เหล่าผู้เชี่ยวชาญเน้นย้ำความสำคัญของการทำงานร่วมกันและการพัฒนานวัตกรรมเพื่อให้เกิดความก้าวหน้าในการรักษาโรคมะเร็ง การประชุมมะเร็งวิทยาของเบอร์จีล โฮลดิงส์ (Burjeel Holdings Oncology Conference) จัดขึ้นเป็นปีที่ 10 ร่วมกับนิตยสาร ฟอเรน โพลิซี (Foreign Policy) โดยได้มีการรวบรวมผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้าของโลกเพื่อจัดการกับปัญหาความท้าทายที่ซับซ้อนในด้านการดูแลรักษาโรคมะเร็ง พร้อมกับเน้นย้ำความจำเป็นของการทำงานร่วมกันระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลากหลายกลุ่ม เนื่องจากโรคมะเร็งคร่าชีวิตผู้ป่วยหลายล้านคนทั่วโลก และส่งผลกระทบต่อกลุ่มประเทศรายได้ต่ำและปานกลางมากเป็นพิเศษ การประชุมครั้งนี้จึงตอกย้ำความเร่งด่วนของการรับมือในระดับนานาชาติ และความเสมอภาคในการเข้าถึงการรักษาที่สามารถช่วยชีวิตผู้ป่วยได้ ดร.แคทธารีน ยัง (Catharine Young) ผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านนโยบายและการมีส่วนร่วมของโครงการแคนเซอร์ มูนช็อต (Cancer Moonshot) ของทำเนียบขาว ได้ชูความสำคัญของการทำงานร่วมกันและการพัฒนานวัตกรรม เพื่อบรรลุเป้าหมายอันยิ่งใหญ่ของโครงการแคนเซอร์ มูนช็อต นั่นคือ การลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งให้ได้ 50% ภายใน 25 ปี คุณไมค์ เคลลี (Mike Kelly) สมาชิกสภาคองเกรส และประธานร่วมของคณะทำงานด้านโรคมะเร็งแห่งสภาคองเกรส (Congressional Cancer Caucus) ได้เน้นย้ำถึงบทบาทสำคัญของสภาคองเกรสในการสนับสนุนการวิจัยและการดูแลรักษาผู้ป่วย พร้อมกับเรียกร้องให้มีการสนับสนุนเงินทุนให้แก่สถาบันมะเร็งแห่งชาติ (National Cancer Institute) รวมทั้งจัดการกับความท้าทายด้านการเข้าถึงการรักษาและความสามารถในการจ่ายค่ารักษา นอกจากนี้ เขาได้เน้นย้ำความจำเป็นของการ &#8220;เชื่อมโยงผู้คน&#8221; และคำนึงถึงประสบการณ์ของผู้คน ขณะที่คุณแฮนนาห์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3425158">ครบรอบ 10 ปี การประชุมมะเร็งวิทยาของเบอร์จีล โฮลดิงส์ ชูความเสมอภาคในการรักษาโรคมะเร็ง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[CGTN AMERICA &#038; CGTN UN: ไชน่า มีเดีย กรุ๊ป จัดกิจกรรมการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชนจีนกับสหรัฐอเมริกา ณ นครซานฟรานซิสโก]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3411666</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 20 Nov 2023 08:00:00 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3411666</guid>

					<description><![CDATA[<p>CGTN AMERICA และ CGTN UN รายงานว่า บริษัท ไชน่า มีเดีย กรุ๊ป หรือ ซีเอ็มจี (China Media Group หรือ CMG) ได้จัดกิจกรรมการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชนจีนกับสหรัฐอเมริกา ณ นครซานฟรานซิสโก เนื่องในโอกาสที่ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ผู้นำจีน เดินทางเยือนสหรัฐอเมริกาเพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดจีน-สหรัฐอเมริกา และการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ครั้งที่ 30 ตามคำเชิญของประธานาธิบดี โจ ไบเดน ทางบริษัท ไชน่า มีเดีย กรุ๊ป ร่วมด้วยสมาคมแลกเปลี่ยนนักเรียนและเยาวชนสหรัฐอเมริกา-จีน (U.S.-China Youth and Student Exchange Association) ได้จัดกิจกรรม &#8220;มิตรภาพที่ยั่งยืน&#8221; (Enduring Friendship) เพื่อหารือเรื่องการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชนจีนกับสหรัฐอเมริกา ณ นครซานฟรานซิสโก เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ในโอกาสนี้ นายเสิน ไห่เซียง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3411666">CGTN AMERICA &amp; CGTN UN: ไชน่า มีเดีย กรุ๊ป จัดกิจกรรมการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชนจีนกับสหรัฐอเมริกา ณ นครซานฟรานซิสโก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[รายงานใหม่ &#8216;โลกหนึ่งเดียว สุขภาพหนึ่งเดียว&#8217; บ่งชี้ความจำเป็นเร่งด่วนให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรายหลักทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกว่าเดิม ในด้านสุขภาพมนุษย์ สัตว์ และสิ่งแวดล้อม]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3404529</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 03 Nov 2023 08:05:00 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3404529</guid>

					<description><![CDATA[<p>เจพีเอ เฮลธ์ เผยคะแนนความเชื่อมโยงเพื่อวัดความสัมพันธ์ระหว่างผู้เล่นรายสำคัญ รายงานฉบับใหม่จากเจพีเอ เฮลธ์ (JPA Health) ชื่อว่า &#8220;โลกหนึ่งเดียว สุขภาพหนึ่งเดียว: สำรวจความเชื่อมโยงระหว่างสุขภาพมนุษย์ สัตว์ และสิ่งแวดล้อม&#8221; (One World, One Health: Exploring the Connectability between Human, Animal and Environmental Health) เผยปัญหาที่น่ากังวลเกี่ยวกับการขาดการสื่อสารและการทำงานร่วมกันระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่ทรงอิทธิพลระดับโลกในด้านสุขภาพมนุษย์ สัตว์ และสิ่งแวดล้อม แนวคิดสุขภาพหนึ่งเดียว (One Health) ซึ่งสนับสนุนโดยองค์การอนามัยโลก (World Health Organization) และศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ (Centers for Disease Control and Prevention) ตระหนักถึงความจำเป็นของการทำงานร่วมกันมากขึ้นระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในด้านสุขภาพมนุษย์ สัตว์ และสิ่งแวดล้อม[1],[2] หลักการสุขภาพหนึ่งเดียวยังสะท้อนอยู่ในเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ ทั้งการยุติความหิวโหย (เป้าหมายที่ 2) สุขภาวะและความเป็นอยู่ที่ดี (เป้าหมายที่ 3) น้ำสะอาดและสุขาภิบาล (เป้าหมายที่ 6) ระบบนิเวศชีวิตใต้น้ำ (เป้าหมายที่ 14) และระบบนิเวศชีวิตบนบก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3404529">รายงานใหม่ &#8216;โลกหนึ่งเดียว สุขภาพหนึ่งเดียว&#8217; บ่งชี้ความจำเป็นเร่งด่วนให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรายหลักทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกว่าเดิม ในด้านสุขภาพมนุษย์ สัตว์ และสิ่งแวดล้อม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[GENERATION และ OECD ระบุแรงงานอายุ 45 ปีขึ้นไปเป็นส่วนสำคัญของตลาดแรงงาน และเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพสำหรับนายจ้างที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่โลกดิจิทัลที่ยั่งยืนมากขึ้น]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/it/3394101</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 10 Oct 2023 08:08:37 +0700</pubDate>
				<category>it</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/it/3394101</guid>

					<description><![CDATA[<p>เจเนอเรชัน (Generation) เครือข่ายไม่แสวงหาผลกำไรระดับโลกที่มุ่งส่งเสริมการจ้างงาน และองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) เสนอแนะว่า นายจ้างจำเป็นต้องเปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับผู้สมัครงานในช่วงกลางของอาชีพ (midcareer) และผู้สมัครงานสูงวัย รายงานในหัวข้อ &#8220;โอกาสในช่วงกลางของอาชีพ รับมือกับความท้าทายของแรงงานสูงวัย&#8221; (Midcareer Opportunity: Meeting the challenges of an ageing workforce) ได้สรุปข้อมูลเชิงลึกที่ได้มาจากการรวบรวมข้อมูลโดย OECD และจากการสำรวจนายจ้าง ผู้สมัครงาน และลูกจ้างหลายพันคนใน 8 ประเทศในยุโรปและสหรัฐอเมริกา โดยการวิจัยในยุโรปได้รับทุนจาก Google.org และการวิจัยในสหรัฐอเมริกาได้รับทุนจาก Clayton, Dubilier &#38; Rice ผู้ที่มีอายุระหว่าง 45-64 ปี คิดเป็นสัดส่วน 40% ของแรงงานทั้งหมดในประเทศสมาชิก OECD ณ ปี 2563 เทียบกับเพียง 28% ในปี 2533 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าบุคลากรมากความสามารถในช่วงอายุดังกล่าวมีสัดส่วนเพิ่มขึ้น &#8220;แรงงานสูงวัยถือเป็นทรัพยากรที่มีค่า เมื่อพิจารณาจากทักษะ ประสบการณ์ และความมุ่งมั่นตั้งใจของแรงงานกลุ่มนี้&#8221; คุณสเตฟาโน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/it/3394101">GENERATION และ OECD ระบุแรงงานอายุ 45 ปีขึ้นไปเป็นส่วนสำคัญของตลาดแรงงาน และเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพสำหรับนายจ้างที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่โลกดิจิทัลที่ยั่งยืนมากขึ้น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ICBA: WHO และ FAO ยืนยันว่าแอสพาร์เทมมีความปลอดภัย]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3358624</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 14 Jul 2023 10:02:06 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3358624</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากการค้นพบใหม่ที่สรุปขั้นสุดท้ายตามแถลงการณ์ร่วมกันระหว่างองค์การอนามัยโลก (WHO) และองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ในวันนี้ (วันพฤหัสบดี) ได้มีการยืนยันว่าอาหารและเครื่องดื่มที่มีแอสพาร์เทมเป็นสารให้ความหวานนั้นมีความปลอดภัย  คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญร่วมด้านสารเติมแต่งในอาหารจากองค์การอนามัยโลกและองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (JECFA) ได้ทำการตรวจสอบหลักฐานและข้อมูลการบริโภคในโลกแห่งความจริงที่มีคุณภาพสูงซึ่งเก็บรวบรวมเป็นเวลาหลายทศวรรษ และกำหนดหลักเกณฑ์ปริมาณที่สามารถบริโภคได้ต่อวัน (ADI) ในการบริโภคแอสพาร์เทมได้อย่างปลอดภัยทุกวันตลอดทั้งชีวิต  Kate Loatman ผู้อำนวยการบริหารของ ICBA กล่าวชื่นชมการค้นพบของ WHO และ FAO โดยให้ความเห็นว่า: &#8220;ข้อสรุปที่ชัดเจนโดยผู้เชี่ยวชาญด้านสุขอนามัยและความปลอดภัยของอาหารชั้นนำระดับโลกนี้เป็นการยืนยันอีกครั้งว่าแอสพาร์เทมเป็นสารที่มีความปลอดภัย หลังจากการตรวจสอบอย่างเข้มงวด การค้นพบที่สำคัญของ WHO และ FAO นี้ช่วยเพิ่มความมั่นใจในความปลอดภัยของแอสพาร์เทม และจะมีบทบาทสำคัญในการแจ้งให้ผู้บริโภคทราบเพื่อประกอบการพิจารณาตัวเลือกทั้งหมดในการลดน้ำตาลและแคลอรีในอาหารของตน ข้อสรุปที่ครอบคลุมของ JECFA ที่ระบุว่าแอสพาร์เทมมีความปลอดภัยนั้นมาจากหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่มีน้ำหนักตลอดระยะเวลามากกว่าสี่ทศวรรษ ซึ่งสอดคล้องกับข้อพิจารณาในเชิงบวกโดยหน่วยงานด้านความปลอดภัยของอาหารในมากกว่า 90 ประเทศ&#8221; Ms. Loatman กล่าวเสริมเกี่ยวกับความคิดเห็นที่ได้รับการเผยแพร่พร้อมกันโดยองค์การการวิจัยโรคมะเร็งระหว่างประเทศ (IARC) ซึ่งมีข้อมูลรั่วเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 29 มิถุนายนว่า &#8220;IARC ซึ่งไม่ใช่หน่วยงานด้านความปลอดภัยของอาหาร ได้ยอมรับอย่างเป็นทางการแล้วว่าแอสพาร์เทมไม่ก่อให้เกิดอันตรายมากไปกว่าว่านหางจระเข้และสารอื่นๆ อีกหลายร้อยชนิดที่จัดอยู่ในหมวดหมู่เดียวกัน โดยอ้างอิงจากหลักฐานที่ทาง IARC เองได้อธิบายว่า &#8216;มีอย่างจำกัด&#8217; และ &#8216;ต่ำกว่าความเพียงพอ&#8217; ถึงแม้ว่าความคิดเห็นของ IARC ที่รั่วออกมาก่อนหน้านี้อาจทำให้ผู้บริโภคเกิดความสับสนด้วยการคาดหวังโดยไม่จำเป็น แต่ IARC ก็ทำให้คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญร่วมของ WHO และ FAO ในฐานะหน่วยงานระดับโลกที่มีความเหมาะสมในการประเมินความปลอดภัยของการบริโภคแอสพาร์เทมอย่างครอบคลุม ต้องใช้เวลาเพิ่ม โดยได้ค้นพบอีกครั้งว่าแอสพาร์เทมมีความปลอดภัย&#8221; เกี่ยวกับสภาสมาคมเครื่องดื่มระหว่างประเทศ :  ICBA เป็นองค์กรนอกภาครัฐระหว่างประเทศที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2538 เพื่อดูแลผลประโยชน์ของอุตสาหกรรมเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ในทั่วโลก สมาชิกของ ICBA ประกอบด้วยสมาคมเครื่องดื่มระดับชาติและระดับภูมิภาค ตลอดจนบริษัทเครื่องดื่มข้ามชาติที่ดำเนินธุรกิจในมากกว่า 200 ประเทศและเขตปกครอง และผลิต จัดจำหน่าย และขายเครื่องดื่มฟองซาบซ่าและเครื่องดื่มไม่มีฟองซาบซ่าที่ไม่มีแอลกอฮอล์หลากหลายชนิด ซึ่งรวมไปถึงน้ำอัดลม เครื่องดื่มเกลือแร่ เครื่องดื่มชูกำลัง น้ำดื่มบรรจุขวด น้ำดื่มเพิ่มรสชาติและ/หรือน้ำดื่มเสริม ชาและกาแฟพร้อมดื่ม น้ำผักหรือผลไม้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3358624">ICBA: WHO และ FAO ยืนยันว่าแอสพาร์เทมมีความปลอดภัย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[CGTN UN: จีนจับมือสหประชาชาติจัดนิทรรศการ &#8220;Journey through Civilizations&#8221;]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/entertain/3353911</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 03 Jul 2023 11:40:20 +0700</pubDate>
				<category>entertain</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/entertain/3353911</guid>

					<description><![CDATA[<p>สถานีโทรทัศน์ซีจีทีเอ็น (CGTN) ในเครือสถานีโทรทัศน์ซีซีทีวี (CCTV) ของทางการจีน จัดนิทรรศการ &#8220;Journey through Civilizations&#8221; ที่สำนักงานใหญ่ขององค์การสหประชาชาติ นิทรรศการ &#8220;Journey through Civilizations&#8221; หรือ การเดินทางผ่านอารยธรรม โดยสถานีโทรทัศน์ซีซีทีวี ประจำสหประชาชาติ (CCTV United Nations Bureau) ได้ทำพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน ณ องค์การสหประชาชาติ และจะจัดไปจนถึงวันที่ 7 กรกฎาคมนี้ นายเสิน ไห่เซียง (Shen Haixiong) ประธานของไชน่า มีเดีย กรุ๊ป หรือ ซีเอ็มจี (China Media Group หรือ CMG) กล่าวสุนทรพจน์เปิดงานผ่านทางวิดีโอว่า &#8220;อารยธรรมจีนส่งเสริมการไม่แบ่งแยก และเจริญรุ่งเรืองด้วยการแลกเปลี่ยนและการเรียนรู้ร่วมกันกับผู้อื่น&#8221; นอกจากนี้ เขายังเน้นย้ำว่า ไชน่า มีเดีย กรุ๊ป จะยึดมั่นพันธกิจของสื่อในการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างประเทศและสนับสนุนการเสวนาทั่วโลก &#8220;ดังที่คุณกูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/entertain/3353911">CGTN UN: จีนจับมือสหประชาชาติจัดนิทรรศการ &#8220;Journey through Civilizations&#8221;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[Xinhua Silk Road: เอสอีจี โซลาร์ และเคไอทีบี ลงนามในสัญญาเช่าที่ดินระยะยาว เพื่อสร้างโรงงานผลิตเซลล์และโมดูลแสงอาทิตย์]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3351640</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 27 Jun 2023 10:39:08 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3351640</guid>

					<description><![CDATA[<p>เอสอีจี โซลาร์ (SEG Solar) หรือเอสอีจี (SEG) และพีที คาวาซัน อินดัสตรี เตอร์ปาดู บาตัง (PT Kawasan Industri Terpadu Batang) หรือเคไอทีบี (KITB) ประกาศทำข้อตกลงที่มีผลผูกพัน ในการเช่าที่ดินขนาดราว 41 เฮกตาร์ในอำเภอบาตัง จังหวัดชวากลาง ประเทศอินโดนีเซีย เป็นระยะเวลา 80 ปี เอสอีจีตั้งใจที่จะลงทุนรวม 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อพัฒนาที่ดินไว้สร้างโรงงานผลิตเซลล์แสงอาทิตย์ขนาด 5 กิกะวัตต์ และโรงงานผลิตโมดูลแสงอาทิตย์ขนาด 3 กิกะวัตต์ โดยดำเนินงานผ่านบริษัทดำเนินโครงการซึ่งเป็นกิจการร่วมค้าอย่างพีที เอสอีจี เอทีดับเบิลยู โซลาร์ แมนูแฟคเตอร์ อินโดนีเซีย (PT SEG ATW Solar Manufaktur Indonesia) ทั้งนี้ เอสอีจีได้ร่วมมือกับพีที เอทีดับเบิลยู อินเวสตาซี เซลาราส (PT ATW [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3351640">Xinhua Silk Road: เอสอีจี โซลาร์ และเคไอทีบี ลงนามในสัญญาเช่าที่ดินระยะยาว เพื่อสร้างโรงงานผลิตเซลล์และโมดูลแสงอาทิตย์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[รายงานใหม่จากเจเนอเรชันเผย ผู้ว่าจ้างต้องปรับวิถีปฏิบัติในการจ้างงาน เพื่อดึงดูดบุคลากรผู้มีความสามารถสายเทคโนโลยีในตำแหน่งระดับเริ่มต้น]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/it/3350160</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 23 Jun 2023 08:03:00 +0700</pubDate>
				<category>it</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/it/3350160</guid>

					<description><![CDATA[<p>แม้จะมีกระแสแนวทางการจ้างงานโดยมุ่งเน้นทักษะ แต่ผู้ว่าจ้าง 61% ได้เพิ่มข้อกำหนดการคัดกรองคุณสมบัติด้านการทำงานหรือการศึกษาสำหรับการจ้างงานตำแหน่งระดับเริ่มต้นในช่วงสามปีที่ผ่านมา บริษัทที่ยกเลิกการกำหนดคุณสมบัติด้านวุฒิการศึกษาหรือการทำงานมีจำนวนผู้สมัครเพิ่มขึ้นโดยมีคุณภาพการดำเนินงานในการทำงานที่เทียบเคียงกันได้ ข้อมูลใหม่จากเจเนอเรชัน (Generation) เครือข่ายไม่แสวงกำไรระดับโลกด้านการจ้างงาน เผยว่าองค์กรต่าง ๆ ต้องปรับวิถีปฏิบัติในการจ้างงานสำหรับบุคลากรผู้มีความสามารถสายเทคโนโลยีในตำแหน่งระดับเริ่มต้น พร้อมเสนอสิ่งที่ต้องดำเนินการในขั้นแรก ๆ บริษัทจำนวนหนึ่งได้ทลายกรอบเดิม ๆ และยกเลิกการกำหนดคุณสมบัติด้านวุฒิการศึกษาหรือการทำงานแล้วในช่วงสามปีที่ผ่านมานี้ และขณะนี้กำลังได้รับประโยชน์ เกือบ 60% ขององค์กรที่ยกเลิกการกำหนดคุณสมบัติเช่นนั้นมีจำนวนผู้สมัครเพิ่มขึ้น ทำให้สามารถจ้างบุคลากรจำนวนมากขึ้นได้รวดเร็วขึ้น อีกทั้งยังได้เข้าถึงกลุ่มผู้สมัครที่สามารถส่งเสริมความหลากหลายของบุคลากร ยิ่งไปกว่านั้น องค์กรเหล่านี้ยังเผชิญกับการได้อย่างเสียอย่างเพียงเล็กน้อยในแง่ของคุณภาพการดำเนินงานเมื่อผู้สมัครเข้าทำงาน โดยบริษัท 84% ระบุว่าบุคลากรที่บริษัทจ้างโดยไม่มีการกำหนดคุณสมบัติด้านวุฒิการศึกษาหรือการทำงานมีการดำเนินงานในระดับเดียวกันหรือดีกว่าบุคลากรที่จ้างโดยใช้แนวทางแบบเดิม ข้อค้นพบเหล่านี้มาจากรายงานเริ่มการปฏิวัติการจ้างงานวงการเทคโนโลยี (Launching a Tech Hiring Revolution) ซึ่งเป็นการศึกษาผู้ว่าจ้าง พนักงานสายเทคโนโลยีตำแหน่งระดับเริ่มต้น และผู้หางานหลายพันราย ครอบคลุม 8 ประเทศ ได้แก่ บราซิล แคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมนี อินเดีย เม็กซิโก สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา งานศึกษาวิจัยนี้ได้รับการสนับสนุนโดยมูลนิธิเดอะเอชจี (The Hg Foundation) ร่วมกับแบงก์ ออฟ อเมริกา (Bank of [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/it/3350160">รายงานใหม่จากเจเนอเรชันเผย ผู้ว่าจ้างต้องปรับวิถีปฏิบัติในการจ้างงาน เพื่อดึงดูดบุคลากรผู้มีความสามารถสายเทคโนโลยีในตำแหน่งระดับเริ่มต้น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สมาคมวิจัยชีวการแพทย์แห่งชาติยื่นคำร้องคัดค้านการระบุสถานะลิงแสมโดยองค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3347943</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 16 Jun 2023 13:28:33 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3347943</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในการร่วมมือกับนักวิทยาศาสตร์อิสระซึ่งเป็นที่ยอมรับนับถือ สมาคมวิจัยชีวการแพทย์แห่งชาติ (National Association for Biomedical Research หรือ NABR) ยื่นคำร้องต่อองค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (International Union for Conservation of Nature หรือ IUCN) เพื่อคัดค้านการระบุสถานะลิงแสม (Cynomolgus macaque) เป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ภายใต้เกณฑ์การจัดประเภทสถานะของ IUCN ที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่นานนี้ ทั้งนี้ การระบุสถานะครั้งนี้เป็นผลจากการใช้ข้อมูลอย่างไม่เหมาะสมซึ่งไม่ได้สนับสนุนว่าสปีชีส์ดังกล่าวเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ ในการนี้ NABR เรียกร้องให้มีการตรวจสอบโดยทันที ประธานสมาคมวิจัยชีวการแพทย์แห่งชาติ คุณแมทธิว อาร์. เบลีย์ (Matthew R. Bailey) กล่าวว่า &#8220;วานรที่ไม่ใช่มนุษย์มีสัดส่วนไม่ถึง 0.5% ของสัตว์ทั้งหมดที่ใช้ในการวิจัย แต่กระนั้นก็มีบทบาทสำคัญในการพัฒนายา อุปกรณ์ และวัคซีนใหม่ ๆ สำหรับคนและสัตว์เลี้ยง ยาและวิธีการรักษาหลายหมื่นรายการอาจไม่สามารถผ่านกระบวนการวิจัยและพัฒนาได้เลยหากไม่มีลิงแสมในการวิจัย การจัดสถานะลิงแสม ตลอดจนมาตรการจำกัดการนำเข้าใด ๆ ที่จะตามมา ต้องอิงกับหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ดีที่สุดที่มีอยู่ การจำกัดการนำเข้าลิงแสมโดยพลการอาจส่งผลให้ชีวิตมนุษย์หลายล้านคนตกอยู่ในอันตรายและก่อภัยคุกคามด้านสาธารณสุขระดับโลก&#8221; &#8220;การจัดประเภทลิงแสมเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์โดย IUCN เป็นการสร้างแบบอย่างที่อันตราย เพราะการระบุสถานะครั้งนี้ไม่ได้อิงกับข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่ผ่านการตรวจทานผลงานโดยผู้เชี่ยวชาญ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3347943">สมาคมวิจัยชีวการแพทย์แห่งชาติยื่นคำร้องคัดค้านการระบุสถานะลิงแสมโดยองค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[รายงานใหม่เผยข้อมูลลับเชิงลึกอันล้ำค่าเกี่ยวกับผลการดำเนินงานทางการเงินของรัฐบาลยุโรปตอนใต้ 5 แห่ง ช่วงปี 2555-2565 และ 2560-2565]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3341269</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 26 May 2023 13:54:32 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3341269</guid>

					<description><![CDATA[<p>เจไอ-อนาไลติกส์ (JI-Analytics) ได้เผยแพร่รายงานวิเคราะห์เพิ่มมูลค่าสูง (HVA) พร้อมข้อมูลลับเชิงลึกอันล้ำค่าเกี่ยวกับผลการดำเนินงานทางการเงินของรัฐบาลยุโรปตอนใต้ รายงานวิเคราะห์เพิ่มมูลค่าสูง #577 (HVA #577) นำเสนอข้อมูลลับเชิงลึกอันล้ำค่าเกี่ยวกับผลการดำเนินงานทางการเงินของรัฐบาลยุโรปตอนใต้ 5 แห่งหลักในช่วงสิบปีและช่วงห้าปีที่ผ่านมา (2555-2565 และ 2560-2565) โดยใช้กรอบความมั่งคั่งของพลเมืองและ KPI 10 ตัว ทั้งนี้ ห้าประเทศหลักทางตอนใต้ของยุโรป ได้แก่ ฝรั่งเศส, กรีซ, อิตาลี, โปรตุเกส และสเปน (รวมเรียกว่า กลุ่มประเทศ) ผู้มีอำนาจตัดสินใจระดับสูงควรใส่ใจเรื่องผลการดำเนินงานและฐานะทางการเงินของรัฐบาล เนื่องจากการตัดสินใจทางการเงินของรัฐบาลส่งผลโดยตรงต่อความเป็นไปได้ที่จะเกิดวิกฤตหนี้, วิกฤตสกุลเงิน และวิกฤตการเงิน ซึ่งมีผลกระทบมากต่อกลุ่มที่ด้อยโอกาสทางสังคมมากที่สุด หากคุณเป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจระดับสูงที่ใส่ใจเรื่องผลการดำเนินงานและฐานะทางการเงินของรัฐบาลแห่งใดในกลุ่มประเทศทั้งห้านี้ คุณสามารถรับสำเนารายงานวิเคราะห์เพิ่มมูลค่าสูง #577 (HVA #577) ได้ฟรี ผู้มีอำนาจตัดสินใจระดับสูงที่ต้องการขอรับสำเนารายงานดังกล่าวฟรีสามารถติดต่อได้ที่ info@jianalytics.com ดูข้อมูลสรุปของ HVA #577 ในหน้าเดียวได้ที่ร้านเจไอ-อนาไลติกส์: Powerful Hidden Insights into Southern European Governments Financial Performance: 2012-2022 and 2017-2022 เกี่ยวกับเจไอ-อนาไลติกส์เจไอ-อนาไลติกส์ (JI-Analytics) เป็นบริษัทระดับโลกผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์เกณฑ์เปรียบเทียบและแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดเพื่อช่วยเพิ่มมูลค่าสูงให้กับลูกค้า ภารกิจของเราคือการสร้างสุดยอดเครื่องมือวิเคราะห์ระดับโลกบน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3341269">รายงานใหม่เผยข้อมูลลับเชิงลึกอันล้ำค่าเกี่ยวกับผลการดำเนินงานทางการเงินของรัฐบาลยุโรปตอนใต้ 5 แห่ง ช่วงปี 2555-2565 และ 2560-2565</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[บังกลาเทศยกเลิกข้อกำหนดรมยาฝ้ายของสหรัฐ หลังคณะผู้แทนกระทรวงเกษตรเดินทางเยือนสหรัฐ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3338798</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 22 May 2023 08:00:00 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3338798</guid>

					<description><![CDATA[<p>คณะผู้แทนกระทรวงเกษตรบังกลาเทศเดินทางเยือนสหรัฐระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม &#8211; 5 พฤศจิกายน 2565 โดยได้รับการสนับสนุนจากคอตตอน เคาน์ซิล อินเตอร์เนชั่นแนล (Cotton Council International) พร้อมด้วยความพยายามที่สำคัญจากสำนักงานบริการด้านการเกษตรต่างประเทศ (FAS) สังกัดกระทรวงเกษตรสหรัฐ (USDA) ในกรุงธากา จนในที่สุด ก็สามารถโน้มน้าวให้รัฐบาลบังกลาเทศผ่อนปรนข้อกำหนดการรมยาที่บังคับใช้กับฝ้ายนำเข้าจากสหรัฐมายาวนานเกือบ 5 ทศวรรษ การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะขจัดอุปสรรคสำหรับการส่งออกฝ้ายของสหรัฐไปยังบังกลาเทศได้เป็นอย่างมาก ตลอดจนช่วยประหยัดเวลาและเงินของโรงงานในบังกลาเทศ เนื่องจากโรงงานเหล่านี้ต้องการให้สหรัฐเข้ามาเติมเต็มความต้องการนำเข้าเส้นใยฝ้าย อีกทั้งโรงงานในบังกลาเทศต้องจ่ายเงินกว่าล้านดอลลาร์ต่อปีเพื่อให้ครอบคลุมต้นทุนการรมยาที่ไม่จำเป็นสำหรับฝ้ายที่นำเข้าจากสหรัฐ ผู้ส่งออกของสหรัฐจะยังคงใช้ใบรับรองสุขอนามัยพืชที่สร้างโดย APHIS ต่อไป แต่ภายใต้กฎระเบียบใหม่ ใบรับรองนี้จะมีข้อกำหนดเพิ่มเติมเพื่อยืนยันว่าไม่มีด้วงงวงเจาะสมอฝ้ายที่มีชีวิตอยู่ในฝ้ายมัดของสหรัฐ อีกทั้ง APHIS จะออกคำแนะนำฉบับแก้ไขสำหรับผู้ส่งออก การตัดสินใจของกระทรวงเกษตรและพาณิชย์ของบังกลาเทศในการยกเลิกข้อกำหนดการรมยา มีขึ้นหลังจากที่สมาชิกคณะผู้แทนกระทรวงเกษตรของบังกลาเทศ 6 ท่านเดินทางเยือนสหรัฐเพื่อดูฝ้าย โดยการเดินทางครั้งนั้นได้รับการสนับสนุนจาก CCI ร่วมกับสภาฝ้ายแห่งชาติ (NCC) คณะผู้แทนฯ ได้รับรู้สาเหตุว่าทำไมจึงไม่มีด้วงงวงเจาะสมอฝ้ายที่มีชีวิตในฝ้ายมัดของสหรัฐ รวมทั้งการทบทวนโครงการกำจัดด้วงงวงเจาะสมอฝ้าย (Boll Weevil Eradication Program) ที่ประสบความสำเร็จในอุตสาหกรรมฝ้ายของสหรัฐ ตลอดจนเทคนิคการเก็บเกี่ยวฝ้ายที่ทันสมัยและกระบวนการหีบฝ้ายที่ได้มาตรฐาน จากการวิเคราะห์ตลาดโลกของหน่วยงานบริการด้านการเกษตร สังกัดกระทรวงเกษตรสหรัฐ ในเดือนพฤษภาคม 2566 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3338798">บังกลาเทศยกเลิกข้อกำหนดรมยาฝ้ายของสหรัฐ หลังคณะผู้แทนกระทรวงเกษตรเดินทางเยือนสหรัฐ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สมาพันธ์ลูปัสโลกรณรงค์สร้างความตระหนักรู้เนื่องในวันลูปัสโลก 10 พฤษภาคม 2566]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3333374</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 08 May 2023 09:30:24 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3333374</guid>

					<description><![CDATA[<p>นำเสนอเครื่องมือสนับสนุน ข้อเท็จจริง และแหล่งข้อมูลผ่านทางเว็บไซต์ WorldLupusDay.org/tool-kit  วันลูปัสโลก (World Lupus Day) ซึ่งตรงกับวันที่ 10 พฤษภาคมของทุกปี ริเริ่มขึ้นโดยสมาพันธ์ลูปัสโลก (World Lupus Federation หรือ WLF) โดยมีเป้าหมายเพื่อผนึกกำลังชุมชนโรคลูปัสทั่วโลกในเดือนแห่งการรณรงค์ตระหนักรู้โรคลูปัส และเรียกร้องให้ทั่วโลกหันมาสนใจผลกระทบของโรคลูปัสที่มีต่อผู้ป่วยมากกว่า 5 ล้านคนทั่วโลก และเนื่องในวันลูปัสโลกปีนี้ สมาพันธ์ลูปัสโลกได้เชิญชวนให้ประชาชนทั่วโลก รวมถึงผู้ป่วยโรคลูปัสและญาติมิตรมาร่วมรณรงค์สร้างความตระหนักรู้และแบ่งปันข้อเท็จจริงเกี่ยวกับโรคลูปัสบนสื่อสังคมออนไลน์และในชุมชนของตนเอง โรคลูปัสเป็นโรคแพ้ภูมิตนเองเรื้อรังที่อาจทำให้เกิดการอักเสบและความเจ็บปวดตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย รวมทั้งหัวใจ ไต ปอด เลือด ข้อต่อ และผิวหนัง โรคลูปัสทำให้ระบบภูมิคุ้มกันที่ทำหน้าที่ต่อสู้กับการติดเชื้อ หันมาโจมตีเนื้อเยื่อที่แข็งแรง ทุกคนมีโอกาสเป็นโรคลูปัสได้ แต่ 90% ของผู้ป่วยเป็นเพศหญิง จนถึงปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุของโรคหรือวิธีการรักษา และผู้ป่วยอาจพิการหรือเสียชีวิตได้ การเข้าถึงการดูแลและยารักษาโรคยังคงเป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่สำหรับผู้ป่วยโรคลูปัสทั่วโลก ผลสำรวจล่าสุดของสมาพันธ์ลูปัสโลกพบว่า 1 ใน 4 ของผู้ตอบแบบสำรวจได้รับการรักษาล่าช้าหรือไม่ได้รับการรักษาที่จำเป็นในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา โดยเหตุผลหลักประกอบด้วย ระยะเวลาที่ต้องรอ (44%) ความเหนื่อยล้า (22%) และค่าใช้จ่าย (22%) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3333374">สมาพันธ์ลูปัสโลกรณรงค์สร้างความตระหนักรู้เนื่องในวันลูปัสโลก 10 พฤษภาคม 2566</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[&#8220;เพนตา&#8221; ซื้อกิจการ &#8220;ฮูม โบรฟี&#8221; มุ่งขยายธุรกิจทั่วโลก]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3289565</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 11 Jan 2023 08:00:00 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/business/3289565</guid>

					<description><![CDATA[<p>ส่งเสริมการเข้าถึงในระดับโลก เพื่อช่วยให้บริษัทนำเสนอโซลูชันสำหรับผู้มีส่วนร่วมที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลอย่างเหนือชั้นแก่บริษัทชั้นนำทั่วโลก เพนตา (Penta) ประกาศเข้าซื้อกิจการฮูม โบรฟี (Hume Brophy) บริษัทระดับโลกด้านกลยุทธ์ การสื่อสาร และการประชาสัมพันธ์ ผู้ให้บริการให้คำปรึกษา บริการดิจิทัล และการจัดการชื่อเสียงที่ทันสมัยแก่ลูกค้าองค์กร ภาครัฐ และองค์กรไม่แสวงหากำไร การซื้อกิจการครั้งนี้จะขยายขอบเขตการเข้าถึงในระดับโลกของเพนตา และเสริมสถานะของบริษัทในฐานะบริษัทด้านโซลูชันสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่ครอบคลุมรายแรกของโลก ซึ่งผนวกรวมการวิเคราะห์และการวิจัยเข้ากับความเชี่ยวชาญเชิงลึก เพื่อขับเคลื่อนผลลัพธ์ที่ประเมินได้สำหรับลูกค้า ฮูม โบรฟี ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2548 และสั่งสมชื่อเสียงจนเป็นหนึ่งในบริษัทด้านรัฐกิจสัมพันธ์และการสื่อสารเชิงบูรณาการระดับชั้นนำของโลก โดยมีสำนักงานในลอนดอน บรัสเซลส์ ดับลิน แฟรงก์เฟิร์ต ปารีส ฮ่องกง และสิงคโปร์ ทีมงานมืออาชีพเกือบ 100 คนทั่วโลกมาจากภูมิหลังที่หลากหลาย และจะช่วยยกระดับบริการกลยุทธ์ของเพนตาในตลาดหลัก ๆ หลายแห่งทั่วโลก มอบความเชี่ยวชาญเพิ่มเติมในภาคส่วนต่าง ๆ เช่น พลังงาน การขนส่งและการเดินทาง ธุรกิจการเกษตร และบริการทางการเงิน แมตต์ แมคโดนัลด์ (Matt McDonald) ประธานเพนตา กล่าวว่า &#8220;ผู้นำจำเป็นต้องแก้ปัญหาความท้าทายที่ซับซ้อนมากขึ้นโดยมีประชาชนสอดส่อง และมีส่วนร่วมกับกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เพิ่มมากขึ้น ขณะที่เราส่งมอบข้อมูลที่นำไปใช้ได้จริงที่ธุรกิจจำเป็นต้องใช้ประกอบการตัดสินใจของพวกเขา เรารู้สึกตื่นเต้นที่ได้ต้อนรับทีมฮูม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3289565">&#8220;เพนตา&#8221; ซื้อกิจการ &#8220;ฮูม โบรฟี&#8221; มุ่งขยายธุรกิจทั่วโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[&#8220;เจเนอเรชัน&#8221; ภูมิใจมีผู้สำเร็จหลักสูตรเกิน 25,000 คนนับตั้งแต่โควิด-19 เริ่มแพร่ระบาด]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3267517</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 16 Nov 2022 08:00:00 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/finance/3267517</guid>

					<description><![CDATA[<p>เจเนอเรชันได้ร่วมมือกับเดอะ แบล็คร็อค ฟาวน์เดชัน, แมคคินซี่ แอนด์ คอมพานี, ไมโครซอฟท์ คอร์ป และเวอไรซอน เพื่อแก้ไขปัญหาว่างงานทั่วโลก ทำให้ผู้คนหลายพันรายมีงานทำ ซึ่งสร้างรายได้รวมกันกว่า 140 ล้านดอลลาร์นับจนถึงปัจจุบัน เจเนอเรชัน (Generation) เครือข่ายไม่แสวงผลกำไรระดับโลกที่มุ่งส่งเสริมการจ้างงาน ประกาศมีผู้สำเร็จหลักสูตรเกินหลัก 25,000 รายใน 16 ประเทศนับตั้งแต่ที่โรคโควิด-19 เริ่มแพร่ระบาดเมื่อเดือนมีนาคม 2563 ทำให้ผู้คนหลายพันรายมีงานทำ และส่งผลให้มีผู้สำเร็จหลักสูตรรวมกัน 65,000 รายนับตั้งแต่ที่เปิดตัวเมื่อกว่า 7 ปีที่ผ่านมา ด้วยพันธสัญญาที่ให้ไว้ร่วมกันจากกลุ่มพันธมิตรโกลบอล จ็อบส์ รีคอฟเวอรี (Global Jobs Recovery) ของเจเนอเรชัน ซึ่งประกอบด้วยเดอะ แบล็คร็อค ฟาวน์เดชัน (The BlackRock Foundation), แมคคินซี่ แอนด์ คอมพานี (McKinsey &#38; Company), ไมโครซอฟท์ คอร์ป (Microsoft Corp.) และเวอไรซอน (Verizon) ทางองค์กรได้ฝึกฝน จัดหา และสนับสนุนคนทุกวัยเข้าไปทำงานที่แต่ก่อนเข้าไม่ถึง โดยในตำแหน่งงานใหม่เหล่านี้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3267517">&#8220;เจเนอเรชัน&#8221; ภูมิใจมีผู้สำเร็จหลักสูตรเกิน 25,000 คนนับตั้งแต่โควิด-19 เริ่มแพร่ระบาด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[งานวิจัยใหม่เผย มีคนตายมากกว่า 100,000 คนต่อปี ในภาคการประมงทั่วโลก]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3262128</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 07 Nov 2022 08:00:00 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3262128</guid>

					<description><![CDATA[<p>การทำประมงที่ผิดกฎหมาย, การทำประมงเกินขนาด และภาวะโลกรวน มีส่วนทำให้อัตราการเสียชีวิตสูง ในอาชีพที่อันตรายที่สุดอาชีพหนึ่งของโลก ผลการศึกษาใหม่พบว่าในแต่ละปีมีผู้เสียชีวิตจากการประมงมากกว่า 100,000 คน โดยจากการวิจัยของมูลนิธิความปลอดภัยด้านการประมง (FISH Safety Foundation หรือ FSF) ซึ่งได้รับมอบหมายจากทรัสต์การกุศลพิว (The Pew Charitable Trusts) ระบุว่า ในแต่ละวันมีชาวประมงเสียชีวิตเกือบ 300 คน ซึ่งสูงกว่าการประเมินครั้งก่อน ๆ ทั้งหมด ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นชาวประมงที่มีรายได้ต่ำ ซึ่งรวมถึงเด็กที่ถูกบังคับใช้แรงงาน และส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบจากสภาพการทำงานที่เป็นอันตรายและเรือที่ไม่ปลอดภัย FSF ระบุว่า มีหลายปัจจัยที่ทำให้เกิดการเสียชีวิตของชาวประมง อาทิ ความยากจน, ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์, การทำประมงเกินขนาด, การทำประมงที่ผิดกฎหมาย, การทำประมงที่ไม่ได้รายงานและไม่เป็นไปตามระเบียบ (การทำประมงแบบ IUU หรือ illegal, unreported and unregulated fishing) และภาวะโลกรวน ทั้งนี้ การทำประมงแบบ IUU ถือเป็นปัจจัยขับเคลื่อนที่สำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อความต้องการโปรตีนจากปลาเพิ่มขึ้นทั่วโลก และผู้ประกอบการที่ทำผิดกฎหมายในระดับอุตสาหกรรมมักดำเนินงานแบบมักง่ายและเพิกเฉยต่อกฎความปลอดภัย ขณะเดียวกันก็หาประโยชน์จากการทำประมงที่มุ่งกำไรเกินควร ผลักดันให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า &#8220;การทำประมงแบบ IUU ด้วยความจำเป็น&#8221; ที่ชาวประมงรายย่อยฝีมือดีต้องแหกกฎหรือมีส่วนร่วมในกิจกรรมที่ไม่ได้รับการควบคุมและเป็นอันตราย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3262128">งานวิจัยใหม่เผย มีคนตายมากกว่า 100,000 คนต่อปี ในภาคการประมงทั่วโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[&#8220;คอตตอน ยูเอสเอ&#8221; เฉลิมฉลองคุณค่าและคุณประโยชน์ของฝ้ายสหรัฐอเมริกา เนื่องในวันฝ้ายโลก]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3249875</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 10 Oct 2022 08:25:35 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3249875</guid>

					<description><![CDATA[<p>เนื่องในวันฝ้ายโลก (World Cotton Day) ซึ่งตรงกับวันที่ 7 ตุลาคม คอตตอน ยูเอสเอ (COTTON USA™) ได้เฉลิมฉลองคุณประโยชน์มากมายของฝ้ายและอิทธิพลของฝ้ายสหรัฐอเมริกาที่มีต่อชุมชนฝ้ายทั่วโลก การอุทิศตนเพื่อคุณภาพและความโปร่งใสของคอตตอน ยูเอสเอ ส่งผลบวกต่ออุตสาหกรรมฝ้ายในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การปลูกเมล็ดพันธุ์ไปจนถึงการผลิตเครื่องนุ่งห่ม &#8220;ด้วยคุณสมบัติของเส้นใยธรรมชาติ ไปจนถึงข้อดีของการผลิต ฝ้ายสหรัฐอเมริกาจึงมีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อุปทานโลก&#8221; คุณบรู๊ซ แอเธอลีย์ (Bruce Atherley) ผู้อำนวยการบริหารของ คอตตอน เคาน์ซิล อินเตอร์เนชั่นแนล (Cotton Council International) กล่าว &#8220;ความสามารถของเราในการจับคู่ฝ้ายคุณภาพดีที่สุดกับความเชี่ยวชาญด้านเทคนิคการผลิตที่ดีที่สุดได้สร้างความไว้วางใจอย่างมากให้กับพันธมิตรของเราซึ่งเป็นผู้ผลิตและโรงงานฝ้าย และจะเป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมในท้ายที่สุด เราจับมือกับชุมชนฝ้ายเพื่อเฉลิมฉลองให้กับอิทธิพลของฝ้ายและความร่วมมือระดับโลกในระบบนิเวศนี้&#8221; เกษตรกรผู้ปลูกฝ้ายของคอตตอน ยูเอสเอ มุ่งมั่นที่จะยกระดับการทำเกษตรด้วยความรับผิดชอบ ควบคู่ไปกับการปรับปรุงสิ่งแวดล้อมเพื่อคนรุ่นหลัง เกษตรกรผู้ปลูกฝ้ายสหรัฐอเมริกาเหล่านี้ได้มอบคุณภาพและความโปร่งใสอย่างที่ไม่มีใครเทียบได้ พร้อมกับใช้ประโยชน์จากเทคนิคการทำเกษตรที่ทันสมัย ซึ่งส่งผลบวกต่อสิ่งแวดล้อมและห่วงโซ่อุปทานโลก นอกจากนี้ เทคโนโลยีใหม่ การเกษตรที่แม่นยำ และแนวปฏิบัติด้านแรงงานที่เป็นธรรม ยังส่งผลให้ฝ้ายสหรัฐอเมริกาเป็นผู้นำในการสร้างโลกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและต่อผู้คนมากขึ้นมานานหลายปีแล้ว เพื่อแสดงความทุ่มเทที่มีต่ออุตสาหกรรมฝ้ายทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง คอตตอน ยูเอสเอ มีบริการให้คำปรึกษาทางเทคนิคที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้ผลิตและโรงงานฝ้ายก้าวไปสู่ความสำเร็จอีกขั้นด้วยคอตตอน ยูเอสเอ โซลูชันส์ (COTTON USA SOLUTIONS™) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3249875">&#8220;คอตตอน ยูเอสเอ&#8221; เฉลิมฉลองคุณค่าและคุณประโยชน์ของฝ้ายสหรัฐอเมริกา เนื่องในวันฝ้ายโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สมาพันธ์ลูปัสโลกเผยผลสำรวจล่าสุด พบผู้ป่วยโรคลูปัส 87% มีอวัยวะสำคัญอย่างน้อยหนึ่งส่วนได้รับผลกระทบจากโรค]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3186802</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 06 May 2022 08:30:36 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3186802</guid>

					<description><![CDATA[<p>ผลสำรวจนี้ได้รับการเผยแพร่ก่อนถึงวันลูปัสโลกในวันที่ 10 พฤษภาคม สมาพันธ์ลูปัสโลก (World Lupus Federation) เปิดเผยผลการสำรวจระดับโลกครั้งล่าสุด โดยพบว่า 87% ของผู้ตอบแบบสำรวจที่เป็นโรคลูปัสรายงานว่าโรคนี้ส่งผลกระทบต่อระบบอวัยวะหรืออวัยวะสำคัญอย่างน้อยหนึ่งส่วน โดยการสำรวจนี้มีผู้ที่ป่วยโรคลูปัสกว่า 6,700 คน จากกว่า 100 ประเทศ ร่วมตอบแบบสำรวจ โรคลูปัสเป็นโรคแพ้ภูมิตนเองเรื้อรังที่อาจทำให้เกิดการอักเสบและความเจ็บปวดในส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายที่ระบบภูมิคุ้มกันโจมตีเนื้อเยื่อที่แข็งแรงแทนที่จะต่อสู้กับการติดเชื้ออย่างที่ควรจะเป็น เกือบสามในสี่ของผู้ตอบแบบสำรวจรายงานว่าอวัยวะหลายส่วนได้รับผลกระทบ โดยเฉลี่ยแล้วมีอวัยวะที่ได้รับผลกระทบ 3 ส่วน โดยผิวหนัง (60%) และกระดูก (45%) เป็นอวัยวะที่ได้รับผลกระทบจากโรคลูปัสมากที่สุด นอกจากนี้ อวัยวะและระบบอวัยวะที่ได้รับผลกระทบอันดับต้น ๆ ยังรวมไปถึงไต (36%) ทางเดินอาหาร/ระบบย่อยอาหาร (34%) ดวงตา (31%) และระบบประสาทส่วนกลาง (26%) &#8220;โชคไม่ดีที่ผู้ป่วยโรคลูปัสมักถูกมองว่า &#8220;ดูเหมือนไม่ป่วย&#8221; ทั้งที่ในความเป็นจริงพวกเขากำลังต่อสู้กับโรคที่สามารถโจมตีอวัยวะใด ๆ ก็ได้ในร่างกาย จนก่อให้เกิดอาการนับไม่ถ้วนและภาวะแทรกซ้อนทางสุขภาพที่ร้ายแรงอื่น ๆ&#8221; คุณสเตวาน ดับเบิลยู. กิบสัน (Stevan W. Gibson) ประธานและซีอีโอของมูลนิธิลูปัสแห่งอเมริกา (Lupus Foundation of America) ซึ่งเป็นกองเลขาธิการของสมาพันธ์ลูปัสโลก กล่าว [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3186802">สมาพันธ์ลูปัสโลกเผยผลสำรวจล่าสุด พบผู้ป่วยโรคลูปัส 87% มีอวัยวะสำคัญอย่างน้อยหนึ่งส่วนได้รับผลกระทบจากโรค</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[องค์กรชั้นแนวหน้าในแวดวงอินเทอร์เน็ตผนึกกำลังยกระดับการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตในเอเชียแปซิฟิก]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/it/3167785</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 15 Mar 2022 08:10:00 +0700</pubDate>
				<category>it</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/it/3167785</guid>

					<description><![CDATA[<p>อินเทอร์เน็ต โซไซตี และองค์กรชั้นนำทั่วเอเชียแปซิฟิก ให้คำมั่นในการพัฒนาศูนย์แลกเปลี่ยนข้อมูลอินเทอร์เน็ต เพื่อทำให้อินเทอร์เน็ตมีราคาเอื้อมถึงมากขึ้น คุณภาพดีขึ้น และน่าเชื่อถือกว่าเดิม องค์กรอินเทอร์เน็ตทั่วเอเชียแปซิฟิกและอินเทอร์เน็ต โซไซตี (Internet Society) ประกาศลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MoU) เพื่อเสริมความแข็งแกร่งและสนับสนุนการพัฒนาศูนย์แลกเปลี่ยนข้อมูลอินเทอร์เน็ต (IXP) ในเอเชียแปซิฟิก ศูนย์แลกเปลี่ยนข้อมูลอินเทอร์เน็ตเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางเทคนิคที่ทำให้อินเทอร์เน็ตเร็วขึ้น ถูกลง และน่าเชื่อถือกว่าเดิม โดยนำเครือข่ายต่าง ๆ จากภาคเอกชน ภาครัฐ และภาคการศึกษามารวมไว้ด้วยกัน เพื่อเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนทราฟิกอินเทอร์เน็ต ศูนย์แลกเปลี่ยนข้อมูลอินเทอร์เน็ตที่ว่านี้ช่วยให้ประเทศต่าง ๆ ใช้ประโยชน์จากเศรษฐกิจอินเทอร์เน็ตระดับโลกได้ ด้วยการยกระดับการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของประเทศนั้น นับเป็นการเปิดโลกแห่งความเป็นไปได้แม้ลงทุนเพียงน้อยนิด บันทึกความเข้าใจฉบับนี้นอกจากจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกแล้ว ยังจะให้ประโยชน์ต่อประเทศที่แลกเปลี่ยนทราฟิกอินเทอร์เน็ตผ่านลิงก์ระหว่างประเทศด้วย ไม่ว่าจะเป็นประเทศที่ไม่มีทางออกทะเล เศรษฐกิจเกิดใหม่ที่จำเป็นต้องปรับทราฟิกอินเทอร์เน็ตให้เข้ากับท้องถิ่นมากขึ้น และประเทศกำลังพัฒนาที่เป็นเกาะเล็ก ๆ ผู้ที่ลงนามในบันทึกความเข้าใจนี้มีความมุ่งมั่นในการนำทรัพยากรที่มีร่วมกันไปสนับสนุนการพัฒนาศูนย์แลกเปลี่ยนข้อมูลอินเทอร์เน็ตในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยผู้ที่ลงนามประกอบด้วย อินเทอร์เน็ต โซไซตี &#8211; องค์กรไม่แสวงผลกำไรระดับโลกที่มีพันธกิจในการสนับสนุนและส่งเสริมการพัฒนาอินเทอร์เน็ต ในฐานะโครงสร้างพื้นฐานทางเทคนิคระดับโลก ทรัพยากรที่ทำให้ชีวิตของผู้คนดีขึ้น และพลังสร้างความดีในสังคม สมาคมแลกเปลี่ยนอินเทอร์เน็ตแห่งเอเชียแปซิฟิก (APIX) &#8211; แหล่งรวมศูนย์แลกเปลี่ยนข้อมูลอินเทอร์เน็ตในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยทำหน้าที่เป็นแหล่งแบ่งปันข้อมูลความรู้และความร่วมมือทางเทคนิค ศูนย์สารสนเทศเครือข่ายแห่งเอเชียแปซิฟิก ( APNIC) &#8211; ผู้รับจดทะเบียนอินเทอร์เน็ตระดับภูมิภาค (RIR) สำหรับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยนอกเหนือจากการกระจายและบริหารจัดการทรัพยากรหมายเลขอินเทอร์เน็ตแล้ว APNIC ยังสนับสนุนการวางโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตและสร้างขีดความสามารถในภูมิภาคนี้มาเป็นเวลากว่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/it/3167785">องค์กรชั้นแนวหน้าในแวดวงอินเทอร์เน็ตผนึกกำลังยกระดับการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตในเอเชียแปซิฟิก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[แลนนี เจ เดวิส ทนายทีมกฎหมายประจำสหรัฐ ออกแถลงการณ์ในนามของดีมิโทร เฟอร์แทช นักธุรกิจชาวยูเครน เพื่อขอให้ปล่อยตัวนายดีมิโทรกลับยูเครนชั่วคราวโดยไม่ต้องเปลี่ยนสถานภาพของข้อกล่าวหาที่สหรัฐได้ยื่นฟ้องเอาไว้]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3161936</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 01 Mar 2022 08:00:00 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3161936</guid>

					<description><![CDATA[<p>แลนนี เจ เดวิส ( Lanny J. Davis) ทนายความสหรัฐและที่ปรึกษาทางกฎหมายของนายดีมิโทร เฟอร์แทช (Dmytro Firtash) ได้ออกแถลงการณ์ในนามของนายดีมิโทร เฟอร์แทช นักธุรกิจชาวยูเครน ในวันนี้ คุณดีมิโทร เฟอร์แทช ขอแสดงจุดยืนคัดค้านอย่างชัดเจน ในกรณีที่รัสเซียรุกรานยูเครนซึ่งเป็นบ้านเกิดของเขาเอง คุณเฟอร์แทชกำลังทำทุกวิถีทางที่เขาทำได้ เพื่อปกป้องอำนาจอธิปไตยของยูเครน รัฐบาลที่ได้รับเลือกตามระบอบประชาธิปไตยของยูเครน และเพื่อนร่วมชาติในยูเครน โดยขณะนี้คุณเฟอร์แทชถูกกักตัวอยู่ในออสเตรีย โดยกำลังใช้สิทธิ์คัดค้านคำขอส่งผู้ร้ายข้ามแดนจากรัฐบาลสหรัฐ สืบเนื่องจากข้อกล่าวหาของสหรัฐที่เขาปฏิเสธ คุณเฟอร์แทชไม่ได้ต้องการให้เปลี่ยนสถานะของกระบวนการพิจารณาส่งตัวในออสเตรีย โดยต้องการเพียงแค่ขอให้ทางการออสเตรียอนุญาตให้ตนเดินทางกลับยูเครนได้ชั่วคราว เพื่อให้เขาได้เข้ามามีส่วนช่วยปกป้องยูเครน ซึ่งเขาได้แจ้งให้ทางการออสเตรียทราบแล้วว่า เขาจะเดินทางกลับออสเตรียเมื่อสถานการณ์ฉุกเฉินในยูเครนสิ้นสุดลง หรือเมื่อทางการออสเตรียร้องขอ ทั้งนี้ คุณเฟอร์แทชเพียงแค่ต้องการกลับประเทศบ้านเกิดเพื่อยื่นมือช่วยเหลือในยามวิกฤติ คุณเฟอร์แทชคัดค้านการกระทำของรัสเซียที่ได้เข้ารุกรานโดยไม่มีเหตุกระตุ้นและไม่เหมาะสม เขาเชื่อว่าชาวรัสเซียไม่มีเหตุผลที่อยากให้เกิดสงครามนี้ และในทำนองเดียวกัน เขาเชื่อว่าชาวยูเครนก็ไม่ต้องการสงครามนี้เช่นกัน ยูเครนไม่ใช่ภัยคุกคามของรัสเซีย ประชาคมโลกควรทำทุกวิถีทางที่ทำได้ เพื่อเปิดโอกาสให้ยูเครนและชาวยูเครนยังคงเข้มแข็งและเป็นเอกราช เผยแพร่โดยเดวิส โกลด์เบิร์ก แอนด์ กาลเปอร์ พีแอลแอลซี ( DAVIS, GOLDBERG &#38; GALPER PLLC) ตัวแทนต่างชาติที่จดทะเบียนแล้ว ในนามของคุณดีมิโทร เฟอร์แทช ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ในเอกสารที่ยื่นให้กับกระทรวงยุติธรรมสหรัฐ กรุงวอชิงตันดีซี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3161936">แลนนี เจ เดวิส ทนายทีมกฎหมายประจำสหรัฐ ออกแถลงการณ์ในนามของดีมิโทร เฟอร์แทช นักธุรกิจชาวยูเครน เพื่อขอให้ปล่อยตัวนายดีมิโทรกลับยูเครนชั่วคราวโดยไม่ต้องเปลี่ยนสถานภาพของข้อกล่าวหาที่สหรัฐได้ยื่นฟ้องเอาไว้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ลิเบอร์ตี สแตรทีจิค แคปิตอล เป็นแกนนำเข้าลงทุนในบลูวอแยนท์ แพลตฟอร์มรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ระดับแนวหน้าของวงการ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3160760</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 25 Feb 2022 08:00:34 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/finance/3160760</guid>

					<description><![CDATA[<p>ลิเบอร์ตี สแตรทีจิค แคปิตอล (Liberty Strategic Capital) บริษัทไพรเวทอิควิตี้ที่ก่อตั้งและบริหารโดยสตีเวน ที มนูชิน (Steven T. Mnuchin) อดีตรัฐมนตรีกระทรวงการคลังสหรัฐ ประกาศว่า บริษัทได้บรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายกับบลูวอแยนท์ (BlueVoyant) แพลตฟอร์มรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรม เพื่อลงทุนมูลค่า 125 ล้านดอลลาร์ในบลูวอแยนท์ และเป็นแกนนำในการระดมทุนรอบซีรีส์ ดี (Series D) วงเงิน 250 ล้านดอลลาร์ของบลูวอแยนท์ โดยนับเป็นการลงทุนครั้งที่ 4 ของลิเบอร์ตี สแตรทีจิค แคปิตอล นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท และเป็นการลงทุนครั้งที่ 3 ในอุตสาหกรรมความปลอดภัยทางไซเบอร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในภาคส่วนที่ลิเบอร์ตีให้ความสำคัญ บลูวอแยนท์เป็นบริษัทรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ซึ่งดำเนินธุรกิจใน 4 สายงาน ได้แก่ บริการรักษาความปลอดภัย ซึ่งพร้อมตรวจจับและตอบสนองต่อภัยคุกคามทางไซเบอร์ในเครือข่ายของลูกค้าตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน, การจัดการความเสี่ยงทางไซเบอร์ของบุคคลที่สาม เพื่อปกป้องห่วงโซ่อุปทาน และเครือข่าย, การป้องกันความเสี่ยงทางดิจิทัล เพื่อปกป้องแบรนด์ สืบข้อมูลภัยคุกคาม และตอบสนองต่อเหตุการณ์ สุดท้ายคือบริการระดับมืออาชีพ ซึ่งให้บริการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่สำคัญต่อภารกิจ โดยแพลตฟอร์มและบริการของบลูวอแยนท์ ซึ่งมีทั้งแบบอัตโนมัติและสามารถปรับแต่งได้ ได้รับการสนับสนุนจากนักวิเคราะห์ความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่มีประสบการณ์มากมายจากหน่วยงานด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ของรัฐบาลทั่วโลก อาทิ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3160760">ลิเบอร์ตี สแตรทีจิค แคปิตอล เป็นแกนนำเข้าลงทุนในบลูวอแยนท์ แพลตฟอร์มรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ระดับแนวหน้าของวงการ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
	</channel>
</rss>
