<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
>
<channel>
	<title>ThaiPR.NET</title>
	<atom:link href="https://www.thaipr.net/location/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%94-%e0%b8%8b%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b8%a2/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thaipr.net/location/รียาด-ซาอุดีอาระเบีย</link>
	<description>Press Release Distribution Center of Thailand</description>
	<lastBuildDate>Fri, 15 May 2026 17:31:33 +0700</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.1</generator>
	<item>
		<title><![CDATA[เตอร์กิชแอร์ไลน์ และริยาด แอร์ เซ็นบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือทางกลยุทธ์]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/travel/3419246</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 06 Dec 2023 08:00:00 +0700</pubDate>
				<category>travel</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/travel/3419246</guid>

					<description><![CDATA[<p>ทั้งสองสายการบินได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ เพื่อมอบสิทธิประโยชน์ที่ครอบคลุมสำหรับผู้โดยสารที่เดินทางระหว่างราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย ตุรกี และจุดอื่น ๆ เตรียมมอบสิทธิประโยชน์ทางกลยุทธ์ในวงกว้างตลอดห่วงโซ่คุณค่า ทั้งบริการที่เกี่ยวข้องกับการบิน การขนส่งสินค้า และความก้าวหน้าทางดิจิทัล สายการบินเตอร์กิชแอร์ไลน์ (Turkish Airlines หรือ TK) และริยาด แอร์ (Riyadh Air หรือ RX) ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือทางกลยุทธ์ เพื่อมอบสิทธิประโยชน์ที่ครอบคลุมสำหรับผู้โดยสารที่เดินทางระหว่างราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย ตุรกี และจุดต่าง ๆ นอกเหนือจากศูนย์กลางที่รียาดและอิสตันบูล พร้อมทั้งวางรากฐานรองรับความร่วมมือในอนาคตที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ซึ่งผู้โดยสารของทั้งสองสายการบินจะใช้ประโยชน์จากเครือข่ายทั่วโลกของสายการบินแต่ละรายได้อย่างเต็มที่ ผ่านข้อตกลงอินเตอร์ไลน์และโค้ดแชร์ ซึ่งจะช่วยให้ลูกค้าเชื่อมต่อและรวมส่วนที่ดำเนินการโดยริยาด แอร์ หรือเตอร์กิชแอร์ไลน์ ได้อย่างราบรื่น เลเวนต์ โคนุกคู (Levent Konukcu) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนและเทคโนโลยีของเตอร์กิชแอร์ไลน์ และโทนี ดักลาส (Tony Douglas) ซีอีโอของริยาด แอร์ ได้ลงนามในข้อตกลงดังกล่าว ในพิธีนอกรอบการประชุมเจรจาการบินขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAN 2023) ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงรียาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย ทั้งสองสายการบินมีความตั้งใจในการเปิดโอกาสให้ผู้โดยสารได้รับสิทธิประโยชน์โดยเร็วที่สุด หลังจากที่ริยาด แอร์ เปิดดำเนินการในกลางปี 2568 และหลังจากที่ได้รับการอนุมัติตามกฎระเบียบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/travel/3419246">เตอร์กิชแอร์ไลน์ และริยาด แอร์ เซ็นบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือทางกลยุทธ์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[หรือเราจะติดอยู่ใน &#8220;ฟองสบู่การเดินทางท่องเที่ยว&#8221; เผยพฤติกรรมการเดินทางท่องเที่ยวในการสำรวจระดับโลก]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/travel/3389221</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 28 Sep 2023 08:15:00 +0700</pubDate>
				<category>travel</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/travel/3389221</guid>

					<description><![CDATA[<p>นักท่องเที่ยวทั่วโลกมีแนวโน้มน้อยกว่าในการคิดจะไปสำรวจจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวที่ไม่คุ้นเคย โดยเลือกที่จะเดินทางไปยังที่ที่ตนเองคุ้นเคยมากกว่า จากการสำรวจที่ยูโกฟ (YouGov) ได้ดำเนินการเอาไว้ทั่วโลก และเผยแพร่วันนี้ การสำรวจของยูโกฟกับกว่า 17,500 คน จัดทำภายใต้องค์การท่องเที่ยวซาอุดีอาระเบีย (Saudi Tourism Authority) และเผยแพร่ก่อนงานวันท่องเที่ยวโลก (World Tourism Day) ประจำปีนี้ ณ กรุงรียาด ดำเนินการใน 15 ประเทศในเอเชีย แอฟริกา อเมริกา ยุโรป และตะวันออกกลาง แม้ว่าผลจะแตกต่างกันระหว่างตำแหน่งที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ต่าง ๆ การศึกษาเผยว่า 66% ของนักท่องเที่ยวเลือกที่จะเดินทางไปยังประเทศที่มอบความรู้สึกคุ้นเคย โดย 67% มีแนวโน้มที่จะเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางที่ตนเคยไปหรือเคยได้ยินผ่านเครือข่ายอย่างครอบครัวและเพื่อน เมื่อประเมินตามภูมิภาคแล้วผลที่ได้มีความแตกต่างกัน โดย 90% ของนักท่องเที่ยวจากประเทศในตะวันออกกลางเห็นว่าความคุ้นเคยกับจุดหมายปลายทางเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจเดินทางท่องเที่ยว ขณะที่นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ (62%) ชาวฝรั่งเศส (75%) ชาวจีน (68%) และชาวญี่ปุ่น (74%) รู้สึกสบายใจมากกว่าที่จะเดินทางไปยังที่ที่ตนไม่ค่อยรู้จัก ข้อค้นพบดังกล่าวบ่งชี้ว่า จุดหมายปลายทางที่ภาคการท่องเที่ยวกำลังอยู่ระหว่างการพัฒนาโดยมีงบโปรโมทระดับนานาชาติน้อยกว่า จะขาดความสามารถที่จะสร้างความคุ้นเคย ซึ่งเป็นที่ชัดเจนว่าเป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกจุดหมายปลายทางของการเดินทาง ในอีกแง่หนึ่ง สำหรับจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวที่อิ่มตัวมากกว่า ความท้าทายอยู่ที่การชักจูงนักท่องเที่ยวออกจากสถานที่ยอดนิยมไปสู่ภูมิภาคภายในแห่งอื่น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/travel/3389221">หรือเราจะติดอยู่ใน &#8220;ฟองสบู่การเดินทางท่องเที่ยว&#8221; เผยพฤติกรรมการเดินทางท่องเที่ยวในการสำรวจระดับโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[รางวัลความเจริญรุ่งเรืองทางดิจิทัลได้รับการยอมรับจากทั่วโลก โดยมีผู้ส่งผลงานเข้าประกวดหลายร้อยรายการ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/it/3389219</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 28 Sep 2023 08:00:00 +0700</pubDate>
				<category>it</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/it/3389219</guid>

					<description><![CDATA[<p>ขยายเวลาเปิดรับสมัคร เพื่อส่งเสริมการไม่แบ่งแยกและนวัตกรรมระดับโลก องค์การความร่วมมือทางดิจิทัล (DCO) ได้ขยายกำหนดเวลาการส่งผลงานเข้าชิงรางวัลความเจริญรุ่งเรืองทางดิจิทัล (Digital Prosperity Awards) รางวัลนี้ได้รับความสนใจและความชื่นชอบอย่างมากจากชุมชนดิจิทัลทั่วโลก ครอบคลุมหน่วยงานภาครัฐ องค์กรภาคเอกชน และกลุ่มประชาสังคม ความสนใจนี้ส่งผลให้มีการขยายกำหนดเวลารับสมัคร ซึ่งจะทำให้หน่วยงานต่าง ๆ มีโอกาสเข้าร่วมมากขึ้น เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา องค์การความร่วมมือทางดิจิทัลได้เริ่มกระบวนการลงทะเบียนชิงรางวัลความเจริญรุ่งเรืองทางดิจิทัล โดยเชิญชวนให้ภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรภาคประชาสังคมจากทั่วทุกมุมโลกเข้าร่วม โดยรางวัลเหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อยกย่องการมีส่วนร่วมทางดิจิทัลที่โดดเด่น ซึ่งขับเคลื่อนความก้าวหน้าและความเจริญรุ่งเรือง โดยเน้นไปที่การพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นตัวเร่งสำคัญสำหรับการเติบโตที่ยั่งยืนในระดับโลก จนถึงวันนี้ มีการส่งผลงานเข้าประกวดรางวัลดังกล่าวจากทั่วทุกมุมโลก รวมถึงประเทศต่าง ๆ เช่น ชิลี คอสตาริกา มาลาวี เซเนกัล และอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงแรงผลักดันระดับนานาชาติที่อยู่เบื้องหลังความคิดริเริ่มนี้ รางวัลนี้ยังได้รับการสนับสนุนอย่างมากจากบรรดารัฐมนตรีและคณะผู้แทนของประเทศสมาชิกขององค์การความร่วมมือทางดิจิทัล เพื่อตอบสนองต่อความสนใจในวงกว้างนี้ องค์การความร่วมมือทางดิจิทัลจึงได้ตัดสินใจขยายกำหนดเวลาส่งเข้าประกวดจนถึง 31 ตุลาคม ฯพณฯ ดร. กีตา เมซซัวร์ (H.E. Dr. Ghita Mezzour) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัลและการปฏิรูปการบริหารของโมร็อกโก ได้ตอกย้ำถึงการสนับสนุนจากภาครัฐ โดยกล่าวว่า &#8220;ที่โมร็อกโก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/it/3389219">รางวัลความเจริญรุ่งเรืองทางดิจิทัลได้รับการยอมรับจากทั่วโลก โดยมีผู้ส่งผลงานเข้าประกวดหลายร้อยรายการ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ผู้นำและผู้เชี่ยวชาญในภาคการท่องเที่ยวทั่วโลกมารวมตัวกันในซาอุดีอาระเบีย เพื่อฉลองวันท่องเที่ยวโลกปี 2566]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/travel/3385736</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 20 Sep 2023 08:16:00 +0700</pubDate>
				<category>travel</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/travel/3385736</guid>

					<description><![CDATA[<p>ผู้นำจากภาคการท่องเที่ยวทั่วโลกจะรวมตัวกันในกรุงรียาดสำหรับงานวันท่องเที่ยวโลก (World Tourism Day หรือ WTD) ขององค์กรการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ (UNWTO) ประจำปีนี้ ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 ถึง 28 กันยายน ด้วยหลากหลายอีเวนท์ที่สร้างผลกระทบ รัฐมนตรีทั่วโลก ตลอดจนผู้นำและผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม จะชูพลังของการท่องเที่ยว พร้อมทั้งสำรวจพื้นที่สำหรับการทำงานร่วมกันเพื่อส่งเสริมการเติบโตของภาคการท่องเที่ยว โดยมุ่งเน้นผู้คน สิ่งแวดล้อม และความมั่งคั่ง เป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกและเป็นศูนย์กลางของการดำเนินการ วันท่องเที่ยวโลกประจำปี 2566 มาในธีม &#8220;การท่องเที่ยวและการลงทุนสีเขียว&#8221; จะสำรวจบทบาทของการลงทุนในผู้คนและสิ่งแวดล้อมเพื่อสร้างความมั่นคงให้กับการดำรงชีวิตและเสริมสร้างความเข้าใจร่วมกัน พร้อมทั้งสำรวจโอกาสในการขยายการสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้เข้าถึงผู้คนจำนวนมากขึ้นในทั่วโลก เพื่อคุ้มครองความมั่งคั่งสำหรับคนทั้งมวล มีการคาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของโลกจะมีมูลค่าตามจีดีพีแตะ 9.5 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2566 จากการพยากรณ์ของสภาการเดินทางและท่องเที่ยวโลก (WTTC) ซึ่งสอดคล้องกับการพยากรณ์ของ UNWTO ว่าการท่องเที่ยวจะมีสัดส่วนถึง 80% ถึง 95% ของระดับก่อนเกิดวิกฤตโรคระบาดในปีนี้ และมีการคาดการณ์อย่างแพร่หลายว่าจะสูงกว่าระดับของปี 2562 ในปี 2567 ในการเป็นกลจักรขับเคลื่อนเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดเป็นอันดับต้น ๆ ของเศรษฐกิจโลก ภาคการท่องเที่ยวมีโอกาสทางธุรกิจและการจ้างงานมากมาย อีกทั้งยังมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมต่อวัฒนธรรม เชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกัน และยกระดับความเข้าใจร่วมกัน ในการสะท้อนศักยภาพของภาคการท่องเที่ยวในการเป็นตัวขับเคลื่อนหลักสำหรับการเปลี่ยนแปลง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/travel/3385736">ผู้นำและผู้เชี่ยวชาญในภาคการท่องเที่ยวทั่วโลกมารวมตัวกันในซาอุดีอาระเบีย เพื่อฉลองวันท่องเที่ยวโลกปี 2566</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เจ้าชายมุฮัมมัด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารซาอุดีอาระเบีย ทรงเปิดตัวแผนแม่บทปั้นศูนย์โลจิสติกส์ เพื่อพลิกโฉมซาอุดีอาระเบียให้เป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ระดับโลก]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3375546</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 29 Aug 2023 08:25:00 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/business/3375546</guid>

					<description><![CDATA[<p>เจ้าชายมุฮัมมัด บิน ซัลมาน บิน อับดุลอะซีซ อาล ซะอูด (His Royal Highness Prince Mohammed bin Salman bin Abdulaziz Al Saud) มกุฎราชกุมารแห่งราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย นายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการสูงสุดด้านบริการขนส่งและโลจิสติกส์ ทรงเปิดตัวแผนแม่บทสร้างศูนย์โลจิสติกส์ เพื่อยกระดับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของภาคโลจิสติกส์ในราชอาณาจักรนี้ พร้อมกระจายความเสี่ยงให้กับเศรษฐกิจของประเทศ และส่งเสริมบทบาทของซาอุดีอาระเบียในฐานะแหล่งการลงทุนชั้นนำและศูนย์กลางโลจิสติกส์ระดับโลก เจ้าชายมุฮัมมัด บิน ซัลมาน ทรงรับว่าแผนแม่บทในการสร้างศูนย์โลจิสติกส์นี้ เป็นการต่อยอดโครงการริเริ่มที่กำลังดำเนินการอยู่เพื่อเสริมแกร่งภาคโลจิสติกส์ของราชอาณาจักรฯ ซึ่งสอดรับกับวัตถุประสงค์ของยุทธศาสตร์การขนส่งและโลจิสติกส์แห่งชาติ (NTLS) โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาภาคโลจิสติกส์ เพื่อรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจและเสริมสร้างการเชื่อมต่อในระดับท้องถิ่น ภูมิภาค และนานาชาติ ให้กับเครือข่ายการค้าระหว่างประเทศและซัพพลายเชนระดับโลก นอกจากนี้ แผนดังกล่าวยังมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมความร่วมมือกับภาคเอกชน ขยายโอกาสในการทำงาน และส่งเสริมบทบาทของราชอาณาจักรฯ ให้เป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ระดับโลก โดยใช้ประโยชน์จากทำเลเชิงยุทธศาสตร์ที่เชื่อมโยง 3 ทวีปหลัก ได้แก่ เอเชีย ยุโรป และแอฟริกา แผนแม่บทในการสร้างศูนย์โลจิสติกส์นี้เตรียมสร้างศูนย์โลจิสติกส์รวม 59 แห่ง กระจายอยู่ในภูมิภาคสำคัญตามยุทธศาสตร์ของซาอุดีอาระเบีย โดยมีพื้นที่รวมกว่า 100 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3375546">เจ้าชายมุฮัมมัด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารซาอุดีอาระเบีย ทรงเปิดตัวแผนแม่บทปั้นศูนย์โลจิสติกส์ เพื่อพลิกโฉมซาอุดีอาระเบียให้เป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ระดับโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ซาอุดีอาระเบียเตรียมเสนอตัวเป็นเจ้าภาพฟุตบอลหญิงเอเชียนคัพ 2026]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/sport/3221485</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 05 Aug 2022 16:58:00 +0700</pubDate>
				<category>sport</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/sport/3221485</guid>

					<description><![CDATA[<p>ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียได้ประกาศความตั้งใจที่จะเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลหญิงเอเชียนคัพ (AFC Women&#8217;s Asian Cup) 2026 อย่างเป็นทางการ ความเคลื่อนไหวนี้นับเป็นช่วงเวลาสำคัญของวงการฟุตบอลหญิงในซาอุดีอาระเบียและเอเชีย การเสนอชื่อครั้งนี้มีขึ้นหลังจากที่ซาอุดีอาระเบียมีความคืบหน้ามากมายในการผลักดันวงการฟุตบอลหญิง ได้มีการจัดตั้งแผนกฟุตบอลหญิงในสหพันธ์ฟุตบอลซาอุดีอาระเบีย (SAFF) ขึ้นเมื่อปี 2562 ได้จัดการแข่งขันฟุตบอลหญิงระดับภูมิภาคขึ้นเป็นครั้งแรกในซาอุดีอาระเบียเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2564 ตามมาด้วยการแข่งขันชิงแชมป์ระดับประเทศในเดือนมกราคม 2565 ได้มีการจัดตั้งฟุตบอลหญิงทีมชาติขึ้นเมื่อปี 2564 และได้ลงนัดกระชับมิตรระดับนานาชาติเป็นครั้งแรกเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2565 ที่มัลดีฟส์ ได้มีการจัดตั้งฟุตซอลหญิงทีมชาติขึ้นเมื่อปี 2562 และลงแข่งมาแล้ว 3 ครั้ง ซาอุดีอาระเบียเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตซอลหญิงชิงแชมป์สหพันธ์ฟุตบอลเอเชียตะวันตกครั้งที่ 3 ในปี 2565 ซาอุดีอาระเบียได้จัดตั้งศูนย์กีฬาฟุตบอลระดับภูมิภาคแห่งแรกสำหรับผู้เล่นหญิงรุ่น U17 ได้มีการเปิดหลักสูตร D License รวม 40 หลักสูตรตามโรงเรียนต่าง ๆ ทั่วราชอาณาจักรฯ โดยมอบประกาศนียบัตรผู้ฝึกสอนให้ครู 857 คน นอกจากนี้ยังมีหลักสูตรผู้ตัดสินการแข่งขันอีก 15 หลักสูตร มีครูได้รับการรับรองเป็นผู้ตัดสินทั้งสิ้น 544 คน ทั้งหมดนี้เพื่อเตรียมเปิดการแข่งขันระดับนักเรียนหญิงในเดือนกันยายน 2565 ซาอุดีอาระเบียมีโค้ชที่ได้รับใบรับรองระดับ C รวมกว่า 100 ราย หลักสูตรฝึกสอน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/sport/3221485">ซาอุดีอาระเบียเตรียมเสนอตัวเป็นเจ้าภาพฟุตบอลหญิงเอเชียนคัพ 2026</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ซาอุดีอาระเบียเปิดตัวกลุ่มพันธมิตรใหม่ หวังเร่งอุตสาหกรรมท่องเที่ยวบรรลุเป้าหมายปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/travel/3113373</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 26 Oct 2021 08:00:00 +0700</pubDate>
				<category>travel</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/travel/3113373</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#8211; HRH Crown Prince Mohammed Bin Salman ประกาศเปิดตัวกลุ่มพันธมิตรที่มีหลายประเทศเข้าร่วมและมีสมาชิกจากหลายฝ่าย &#8211; Sustainable Tourism Global Center จะสนับสนุนผู้มีส่วนร่วมกว่าหลายล้านราย ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจ SME นักท่องเที่ยว รัฐบาล ภาควิชาการ หน่วยงาน NGO และภาคเอกชน  เพื่อบรรลุเป้าหมายปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ รัฐบาลซาอุดีอาระเบียได้เปิดตัว Sustainable Tourism Global Centre (STGC) ซึ่งเป็นกลุ่มพันธมิตรที่มีหลายประเทศเข้าร่วมและมีสมาชิกจากหลายฝ่าย เพื่อเร่งอุตสาหกรรมท่องเที่ยวบรรลุเป้าหมายปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ พร้อมขับเคลื่อนการคุ้มครองธรรมชาติและสนับสนุนชุมชน กลุ่ม Sustainable Tourism Global Center เปิดตัวในวันนี้โดย HRH Crown Prince Mohammed Bin Salman เพื่อสนับสนุนนักท่องเที่ยว รัฐบาล และภาคเอกชน ในการทำให้แน่ใจว่า การท่องเที่ยวก่อให้เกิดการเติบโตและสร้างงาน พร้อมดำเนินบทบาทในการบรรลุเป้าหมายด้านสภาพอากาศตามที่ระบุไว้ในความตกลงปารีส ซึ่งรวมถึงการทำให้โลกร้อนขึ้นไม่ถึง 1.5 องศาเซลเซียส อุตสาหกรรมการเดินทางและท่องเที่ยวทั่วโลกปล่อยก๊าซเรือนกระจกคิดเป็นสัดส่วน 8% ของทั้งโลก รัฐบาลซาอุดีอาระเบียจึงให้ความสำคัญในการสนับสนุนภาคส่วนสำคัญนี้เพื่อบรรลุเป้าหมายปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์อย่างเร่งด่วน Global Center จะเป็นแพลตฟอร์มรวมความรู้และความเชี่ยวชาญทั้งหมด ทางศูนย์ฯ มีเป้าหมายในการเป็น &#8220;ดาวเหนือ&#8221; ให้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในขณะที่กำลังฟื้นตัวจากการระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19 และเปลี่ยนผ่านสู่อนาคตที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น โดยทั่วโลกนั้น ภาคการท่องเที่ยวสนับสนุนความเป็นอยู่ของผู้คนกว่า 330 ล้านชีวิต และก่อนเกิดการแพร่ระบาดก็มีส่วนสร้างงานใหม่ถึง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/travel/3113373">ซาอุดีอาระเบียเปิดตัวกลุ่มพันธมิตรใหม่ หวังเร่งอุตสาหกรรมท่องเที่ยวบรรลุเป้าหมายปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[Dar Al Arkan ผนึกกำลัง ELIE SAAB เปิดตัววิลล่าสุดหรูในโครงการ Shams Ar Riyadh สร้างมาตรฐานใหม่สำหรับที่พักอาศัยระดับพรีเมี่ยม]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3051978</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 07 May 2021 08:00:00 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/finance/3051978</guid>

					<description><![CDATA[<p>ภายใต้ความร่วมมือครั้งพิเศษนี้ Dar Al Arkan บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับชั้นนำในซาอุดีอาระเบีย ได้เปิดตัววิลลาสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ผนึกกำลังกับดีไซน์เนอร์ระดับโลก Elie Saab ซึ่งจะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในโครงการ Shams Ar Riyadh ของราชอาณาจักรซาอุดิอาระเบีย เพื่อสะท้อนถึงรายละเอียดการออกแบบที่แสนหรูหราและยอดเยี่ยมของ ELIE SAAB ซึ่งได้รับการยอมรับในแวดวงโอต์กูตูร์ วิลลาหลังงามจึงเปี่ยมไปด้วยสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ของ ELIE SAAB ด้วยการออกแบบอันแสนประณีต ซึ่งเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่สำหรับที่อยู่อาศัยสไตล์โมเดิร์นลักซูรีในราชอาณาจักรนี้ ดีไซเนอร์ชื่อก้องโลกจะมอบคำแนะนำและรังสรรค์องค์ประกอบด้านการออกแบบอันละเมียดละไมให้กับโครงการอสังหาริมทรัพย์แห่งนี้ นอกเหนือจากคอนเซปต์การออกแบบภายนอกอาคารแล้ว ความงามสไตล์ ELIE SAAB ก็ยังอัดแน่นและสะท้อนให้เห็นอยู่ในรูปแบบการตกแต่งภายใน เพื่อรังสรรค์เสน่ห์และความโอ่อ่าไร้ที่ติทุกมุมมองให้กับวิลลาแต่ละหลัง นอกจากนี้ Elie Saab ยังนำรสนิยมและความรู้ทางศิลปะของเขามาใช้ในโครงการแห่งนี้ เพื่อยกระดับมาตรฐานของที่พักอาศัยซึ่งมีความโดดเด่นและหรูหราระดับไฮเอนด์ วิลลาที่เกิดจากความร่วมมือระหว่าง Dar Al Arkan กับ ELIE SAAB มีจำนวนจำกัดเพียงไม่กี่หลัง โดยมีทำเลที่ตั้งที่เป็นส่วนตัวและอนุญาตให้ผู้พักอาศัยเข้ามาได้เท่านั้น ด้วยภูมิทัศน์ที่โอบล้อมด้วยต้นพันธุ์ไม้เขียวชอุ่มและธารน้ำที่ไหลเย็นใน Wadi Hanifa ผู้พักอาศัยจึงสามารถพักผ่อนหย่อนใจริมลำธาร เพียงเดินออกจากวิลลาไม่กี่ก้าว เพื่อสัมผัสกับความงดงามของธรรมชาติที่นำมาซึ่งความสุขและความสงบใจ โครงการ Shams Ar Riyadh ตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ทางตอนเหนือของกรุงรียาดโดยมีพื้นที่กว่า 5 ล้านตารางเมตร [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3051978">Dar Al Arkan ผนึกกำลัง ELIE SAAB เปิดตัววิลล่าสุดหรูในโครงการ Shams Ar Riyadh สร้างมาตรฐานใหม่สำหรับที่พักอาศัยระดับพรีเมี่ยม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[องค์การความร่วมมือทางดิจิทัล ยินดีต้อนรับไนจีเรียและโอมานเป็นสมาชิกผู้ก่อตั้ง และเปิดตัวโครงการริเริ่มอีกหลายอย่าง]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3046828</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 16 Apr 2021 10:05:00 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/business/3046828</guid>

					<description><![CDATA[<p>องค์การความร่วมมือทางดิจิทัล (DCO) ซึ่งตั้งอยู่ในกรุงริยาด ประกาศการเข้าร่วมเป็นสมาชิกผู้ก่อตั้งของสหพันธสาธารณรัฐไนจีเรียและรัฐสุลต่านโอมาน ร่วมกับบาห์เรน จอร์แดน คูเวต ปากีสถาน และซาอุดีอาระเบีย โดยทั้งเจ็ดประเทศรวมกันมีมูลค่าทางเศรษฐกิจเท่ากับ 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ในรูปของ GDP ฐานประชากรของ เจ็ดประเทศ มีจำนวนประมาณ 480 ล้านคน โดย 80% มีอายุน้อยกว่า 35 ปี  DCO ได้จัดการประชุมระดับรัฐมนตรีเป็นครั้งแรก โดยมี ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศ อับดุลลาห์ บิน อาเม อัล-สวาฮา เป็นประธาน โดยมีรัฐมนตรีของประเทศในกลุ่ม DCO เข้าร่วม การประชุมครั้งนี้ยังได้รับเกียรติจาก ฯพณฯ เลขาธิการแห่งสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ ท่าน โฮ่วหลิน จ้าวประธานสภาเศรษฐกิจโลก นายเบอร์เก เบรนเด เลขาธิการคณะมนตรีความร่วมมือเพื่อรัฐ อ่าวอาหรับ  ฯพณฯ ดร. นาเยฟ ฟาลาห์ เอ็ม อัล-ฮัจราฟ และตัวแทนจากองค์การสหประชาชาติหน่วยงานอื่น ๆ ในระหว่างการประชุม มีการบรรลุข้อตกลงเพื่อดำเนินโครงการที่ส่งผลกระทบในวงกว้างห้าโครงการ โครงการเหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อก่อตั้งศูนย์ที่เน้นย้ำความสำคัญของความร่วมมือในด้านการส่งต่อข้อมูลข้ามเขตแดน การเพิ่มศักยภาพและบทบาทสตรีในตลาดแรงงานดิจิทัล นอกเหนือจากการสนับสนุนผู้ประกอบการและวิสาหกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง (SMEs) เพื่อการเติบโตและมุ่งสู่อนาคตแห่งดิจิทัล  ทั้งยังบรรลุข้อตกลงให้ซาอุดีอาระเบียเป็นประธานองค์การจนกว่าจะสิ้นสุดวาระปัจจุบัน นอกเหนือจากการแต่งตั้งนางสาว ดีมาห์ อัล-ยาห์ยา จากซาอุดิอาระเบียให้เป็นเลขาธิการใหญ่ขององค์กร การประชุมนี้ได้อภิปรายแนวทางต่าง ๆ ในการส่งเสริมความร่วมมือในทุกด้านที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและการเร่งความเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล ทั้งยังได้อภิปรายเรื่องการกำกับดูแล โครงสร้างองค์กร และแผนงานในอนาคต DCO ก่อตั้งขึ้นเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2020 เพื่อมุ่งสู่คุณค่าและเป้าหมายร่วมกันด้านเศรษฐกิจดิจิทัลระหว่างซาอุดีอาระเบีย คูเวต บาห์เรน ปากีสถาน และจอร์แดน โดยจะส่งเสริมปณิธานด้านดิจิทัลที่มีร่วมกันในกลุ่มประเทศสมาชิก เพื่อความหลากหลายทางเศรษฐกิจและการเติบโตทางสังคมผ่านโอกาสที่มีพร้อมในเศรษฐกิจดิจิทัล และการปฏิรูปดิจิทัลของภาครัฐ โลโก้ &#8211; https://mma.prnewswire.com/media/1485682/DCO_Logo.jpg หมายเหตุสำหรับบรรณาธิการ :ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ DCO ได้ที่: www.DCO.org ช่องทางติดต่อสื่อ: media@dco.org</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3046828">องค์การความร่วมมือทางดิจิทัล ยินดีต้อนรับไนจีเรียและโอมานเป็นสมาชิกผู้ก่อตั้ง และเปิดตัวโครงการริเริ่มอีกหลายอย่าง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[Dar Al Arkan แบรนด์อสังหาฯ จากซาอุดีอาระเบีย ประกาศบุกตลาดต่างประเทศพร้อมเปิดตัวโครงการ Sidra บ้านระดับหรูในบอสเนีย]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/estate/3038834</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 17 Mar 2021 13:34:00 +0700</pubDate>
				<category>estate</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/estate/3038834</guid>

					<description><![CDATA[<p>โครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของบอสเนีย ด้วยเม็ดเงินลงทุนถึง 500,000,000 ริยัล Dar Al Arkan บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับชั้นนำในซาอุดีอาระเบีย ได้ประกาศขายบ้านพักตากอากาศและพักอาศัยในโครงการระดับหรูหราแห่งใหม่มูลค่า 500,000,000 ริยัลในบอสเนีย โครงการนี้เปิดโอกาสให้ได้เป็นเจ้าของบ้านหลังที่สองในสถานที่ที่เต็มไปด้วยความสงบสุขและความเงียบสงบใจกลางยุโรป และกำลังกลายเป็นจุดหมายยอดนิยมสำหรับการลงทุนและการพักผ่อนอย่างรวดเร็ว โครงการนี้จะเริ่มการก่อสร้างในฤดูร้อนนี้ โดยมีโครงสร้างพื้นฐานและคลับเฮาส์ที่มีกำหนดก่อสร้างแล้วเสร็จภายใน 36 เดือน ผู้ที่สนใจซื้อจะได้รับเชิญให้เลือกทำเลที่พวกเขาต้องการ และเลือกรูปแบบของวิลลาจากทางเลือกต่าง ๆ โครงการนี้มีชื่อว่า Sidra ซึ่งมีความหมายว่าชีวิตท่ามกลางผืนป่า โครงการพัฒนาพื้นที่ 500,000 ตารางเมตรแห่งนี้โอบล้อมไปด้วยพันธุ์ไม้ดั้งเดิมราว 20,000 ต้น และยังเป็นโครงการอสังหาริมทรัพย์เดี่ยวที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในบอสเนีย โครงการนี้จะเป็นหมู่บ้านที่มีรั้วรอบขอบชิดที่ประกอบไปด้วยวิลลาที่ใช้วัสดุก่อสร้างชั้นดี ซึ่งได้รับการออกแบบเพื่อการใช้ชีวิตแบบสมัยใหม่ในพื้นที่ที่ได้รับการจัดอันดับว่าดีต่อสุขภาพมากที่สุดและสะอาดที่สุดแห่งหนึ่งในคาบสมุทรบอลข่าน คุณ Yousef Bin Abdullah Al Shalash ประธาน Dar Al Arkan กล่าวว่า &#8220;เราภูมิใจที่แบรนด์ท้องถิ่นของซาอุฯ บุกต่างประเทศและแข่งขันอย่างมีประสิทธิภาพได้ รวมทั้งทำให้ชื่อของซาอุดิอาระเบียแผ่ขยายออกไป หลังจากเปิดตัวโครงการของเราในดูไบ เราก็กำลังขยายธุรกิจเข้าไปในบอสเนีย ซึ่งนับเป็นโอกาสทองในการซื้ออสังหาฯ สุดหรู ในจุดหมายอันเป็นที่ต้องการอย่างยิ่งในยุโรป เราเชื่อว่า โครงการนี้จะดึงดูดนักลงทุนชาวบอสเนีย ชาวซาอุฯ และจากนานาประเทศเข้ามา เราดีใจที่ได้ร่วมมือกับสถาปนิก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/estate/3038834">Dar Al Arkan แบรนด์อสังหาฯ จากซาอุดีอาระเบีย ประกาศบุกตลาดต่างประเทศพร้อมเปิดตัวโครงการ Sidra บ้านระดับหรูในบอสเนีย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
	</channel>
</rss>
