<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
>
<channel>
	<title>ThaiPR.NET</title>
	<atom:link href="https://www.thaipr.net/location/%e0%b8%9e%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%8d-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%b9%e0%b8%8a%e0%b8%b2/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thaipr.net/location/พนมเปญ-กัมพูชา</link>
	<description>Press Release Distribution Center of Thailand</description>
	<lastBuildDate>Tue, 21 Apr 2026 16:08:52 +0700</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.1</generator>
	<item>
		<title><![CDATA[กัมพูชาออกกฎหมายสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ อาศัยพลังแห่งสันติภาพและการเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นแรงผลักดันความก้าวหน้าด้านสิ่งแวดล้อม]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3343499</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 02 Jun 2023 08:50:00 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3343499</guid>

					<description><![CDATA[<p>กระทรวงสิ่งแวดล้อมของกัมพูชาประกาศใช้ประมวลกฎหมายสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ (Environment and Natural Resources Code หรือ ENRC) ซึ่งเป็นกฎหมายฉบับบุกเบิกที่จะขับเคลื่อนประเทศไปสู่ความเป็นผู้นำของภูมิภาคในด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศ ความสำเร็จครั้งสำคัญนี้สะท้อนถึงการเดินทางอันน่าทึ่งของกัมพูชา จากประเทศที่ถูกทำลายเพราะสงครามสู่การเป็นผู้นำความก้าวหน้าด้านสิ่งแวดล้อม โดยได้รับแรงหนุนจากเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ประมวลกฎหมายสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติของกัมพูชามีความคล้ายคลึงกับหลักการสำคัญของกฎหมายต่างประเทศ เช่น กฎหมายนโยบายสิ่งแวดล้อมแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา รวมถึงกฎหมายอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและคุ้มครองความหลากหลายทางชีวภาพของออสเตรเลียปี 2542 นับว่าเป็นการก้าวเข้าสู่ยุคแห่งความยั่งยืนอย่างแท้จริงของกัมพูชา ประมวลกฎหมายสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของกัมพูชาในการสร้างอนาคตบนพื้นฐานของความหลากหลายทางนิเวศวิทยา สุขภาพ และความเจริญรุ่งเรือง โดยให้ความสำคัญกับประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมที่หลากหลาย ได้แก่ การประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม การควบคุมมลพิษ การจัดการพื้นที่คุ้มครอง การอนุรักษ์ป่าไม้และความหลากหลายทางชีวภาพ การวางแผนและบริหารการใช้ที่ดิน การจัดการของเสียอันตราย การจัดการทรัพยากรน้ำ รวมถึงการปรับตัวเพื่อรับมือและบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยในส่วนของการจัดการและปกป้องพื้นที่คุ้มครองนั้น มีการให้ความสำคัญกับประเด็นต่าง ๆ เช่น มรดกทางวัฒนธรรม การจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน การจัดการป่าไม้และการประมง รวมถึงการจัดการเหมืองและพลังงาน ประมวลกฎหมายสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติมุ่งส่งเสริมการรับรู้และการวิจัยด้านสิ่งแวดล้อมผ่านการศึกษา การเผยแพร่ข้อมูล และการฝึกอบรม เพื่อส่งเสริมความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับความท้าทายและโอกาสในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติของกัมพูชา นายกรัฐมนตรีฮุนเซนกล่าวว่า &#8220;กัมพูชาเคยเป็นที่รู้จักจากสงครามและการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ แต่ปัจจุบันเราเป็นผู้บุกเบิกด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ประมวลกฎหมายสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ รวมถึงอาเซียน กรีนดีล (ASEAN Green Deal) เป็นเครื่องยืนยันถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงลึกของเรา เราได้ก้าวข้ามปัญหาในอดีตและเดินหน้าไปสู่อนาคตที่ยั่งยืนในวันนี้ และนี่คือความมุ่งมั่นทุ่มเทของเราที่มีต่อประชาชน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3343499">กัมพูชาออกกฎหมายสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ อาศัยพลังแห่งสันติภาพและการเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นแรงผลักดันความก้าวหน้าด้านสิ่งแวดล้อม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กัมพูชาดำเนินการเชิงรุกเพื่อเป็นผู้นำด้านการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ปูทางไปสู่การบรรลุข้อตกลงพลังงานหมุนเวียนกับสิงคโปร์]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3324107</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 07 Apr 2023 08:08:00 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3324107</guid>

					<description><![CDATA[<p>กัมพูชาเป็นผู้นำของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในด้านการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาด และกำลังก้าวไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่กัมพูชาได้นำเสนอแผนยุทธศาสตร์ระยะยาวเพื่อบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนต่อองค์การสหประชาชาติ รัฐบาลกัมพูชาก็ได้ประกาศแผนแม่บทการพัฒนาพลังงานไฟฟ้า ( Power Development Masterplan หรือ PDP) และนโยบายประสิทธิภาพพลังงานแห่งชาติ (National Energy Efficiency Policy หรือ NEEP) ต่อสาธารณชน ซึ่งข้อริเริ่มเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจของรัฐบาลกัมพูชาที่มีต่อการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน และถือเป็นแผนพลังงานระยะยาวฉบับแรกของประเทศที่มีการกำหนดทิศทางเชิงยุทธศาสตร์อย่างสอดประสานกัน &#8220;การนำแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดมาใช้ทำให้เราสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สร้างตำแหน่งงานใหม่ และผลักดันกัมพูชาให้ก้าวขึ้นเป็นผู้นำในภูมิภาค&#8221; นายกรัฐมนตรี ฮุน เซน ของกัมพูชา กล่าว &#8220;การลงทุนในด้านประสิทธิภาพพลังงานและพลังงานหมุนเวียนเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนมากขึ้นสำหรับผู้คนและโลกของเรา&#8221; การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพเป็นสิ่งสำคัญสำหรับกัมพูชาในการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาด โดยรัฐบาลมุ่งมั่นที่จะลดการใช้พลังงานลง 19% ในส่วนของการทำธุรกิจตามปกติภายในปี 2573 ด้วยเหตุนี้ นโยบายประสิทธิภาพพลังงานแห่งชาติจึงได้มีการกำหนดทิศทางเชิงกลยุทธ์ จุดสนใจสำคัญ และเป้าหมายในแต่ละภาคส่วน โดยนายสุย แสม ( Suy Sem) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเหมืองแร่และพลังงานของกัมพูชา กล่าวว่า &#8220;ในการคว้าประโยชน์สูงสุดจากการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพนั้น การพัฒนานโยบายและกรอบการกำกับดูแลที่เข้มแข็ง การเสริมสร้างขีดความสามารถของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การสร้างความตระหนักรู้ถึงประโยชน์ และการสนับสนุนการลงทุนของภาคเอกชน ล้วนเป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง&#8221; นอกจากนี้ กัมพูชากำลังอยู่ระหว่างการทำงานร่วมกับสิงคโปร์เพื่อก้าวขึ้นเป็นผู้ส่งออกพลังงานสะอาดรายใหญ่ในภูมิภาค ภายใต้ข้อตกลงซึ่งยังอยู่ในขั้นตอนของการเจรจาเชิงพาณิชย์นั้น สิงคโปร์จะนำเข้าไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน 1 กิกะวัตต์ต่อปีจากกัมพูชา [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3324107">กัมพูชาดำเนินการเชิงรุกเพื่อเป็นผู้นำด้านการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ปูทางไปสู่การบรรลุข้อตกลงพลังงานหมุนเวียนกับสิงคโปร์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กัมพูชาเดินหน้าสร้างชาติ-ต่อสู้โลกร้อน มุ่งปกป้อง &#8220;บ้าน&#8221; ของทุกคน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3204213</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 21 Jun 2022 08:25:34 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3204213</guid>

					<description><![CDATA[<p>ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งทางอาวุธทั่วโลก สมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้กล่าวในนามของประเทศที่ฟื้นคืนจากเถ้าถ่านแห่งความขัดแย้งที่รุนแรงจนไม่อาจอธิบายออกมาเป็นคำพูด โดยระบุว่า &#8220;กัมพูชาร่ำไห้ให้กับฝูงชนที่กำลังทุกข์ทรมาน การเลือกทำสงครามไม่อาจทำให้สงครามยุติลงได้ เราต้องยืนหยัดในความพยายามที่จะเติบโตและมุ่งมั่นเพื่ออนาคตที่ดีกว่าเดิม&#8221; &#8220;อนาคตที่ดีกว่าต้องอาศัยสิ่งแวดล้อมที่ดี ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศควรเป็นสมรภูมิเดียวที่เราต้องต่อสู้และเอาชนะ&#8221; นายไสย สมาล รัฐมนตรีกระทรวงสิ่งแวดล้อมของกัมพูชา กล่าว พร้อมกับระบุว่า การสร้างชาติและการต่อสู้กับภาวะโลกร้อนเป็นงานที่ยากลำบากและต้องทำควบคู่กันไป &#8220;จากผืนดินที่อาบไปด้วยเลือดของผู้บริสุทธิ์มากมายนับไม่ถ้วน กัมพูชาได้ฟื้นตัวและก้าวขึ้นมาเป็นผู้ถือธงนำเศรษฐกิจของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อประเทศสงบเราก็พบกับความเจริญรุ่งเรือง และความเจริญรุ่งเรืองก็ทำให้เราสามารถจัดการกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเป็นศัตรูที่คุกคามเราทุกคน&#8221; ในปี 2558 กัมพูชากลายเป็นประเทศที่มีรายได้ปานกลางในระดับต่ำ (Lower Middle-Income) และถึงแม้เศรษฐกิจจะชะลอตัวเพราะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โรคระบาด แต่กัมพูชายังคงเดินหน้าสู่การเป็นประเทศที่มี &#8220;รายได้ปานกลาง&#8221; ภายในทศวรรษหน้า โดยเศรษฐกิจกัมพูชาเติบโตเฉลี่ยต่อปีเกิน 7% ในช่วงปี 2541-2562 และในขณะที่เศรษฐกิจกำลังฟื้นตัวจากโรคระบาด กัมพูชาคาดว่าจะฟื้นสถานะเป็นหนึ่งในประเทศที่เติบโตอย่างรวดเร็วในระดับโลก ขณะเดียวกัน ธนาคารโลกระบุว่า &#8220;กัมพูชามีความก้าวหน้าอย่างมากในด้านการยกระดับสุขภาพแม่และเด็ก พัฒนาการเด็กปฐมวัย และการศึกษาขั้นพื้นฐานในพื้นที่ชนบท&#8221; โดยความก้าวหน้าเหล่านี้เกิดขึ้นได้เพราะประเทศมีความสงบสุขและมีการวางแผนเศรษฐกิจที่ดี ซึ่งเป็นรากฐานของการเติบโตอย่างยั่งยืน สถานการณ์โรคระบาดครั้งใหญ่ตอกย้ำถึงความจำเป็นในการยกระดับการฟื้นตัว และย้ำเตือนว่าสิ่งแวดล้อมของเราจะเปราะบางมากขึ้นเพียงใดหากไม่มีการดูแล สถานการณ์โรคระบาดครั้งนี้หนักหน่วงมากและจะยังคงส่งผลกระทบต่อการเติบโตต่อไปอีกสักระยะ แต่ท้ายที่สุดก็จะผ่านพ้นไปได้ &#8220;เศรษฐกิจที่สดใสและยั่งยืนเป็นรากฐานสำคัญให้เราเดินหน้าสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีต่อไป&#8221; นายไสย สมาล กล่าว &#8220;กว่า 70% ของชาวกัมพูชาที่เป็นหัวเรือหลักในการหาเลี้ยงครอบครัว สามารถต้านทานพายุและยังคงมีงานทำอยู่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3204213">กัมพูชาเดินหน้าสร้างชาติ-ต่อสู้โลกร้อน มุ่งปกป้อง &#8220;บ้าน&#8221; ของทุกคน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ธนาคารหงเหลียงสาขากัมพูชา เซ็นเอ็มโอยูกับสมาคมเอสเอ็มอีแห่งมาเลเซีย หวังเร่งภาคเอสเอ็มอีกัมพูชาให้เติบโต]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3185503</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 03 May 2022 08:00:00 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/finance/3185503</guid>

					<description><![CDATA[<p>ธนาคารหงเหลียง (Hong Leong Bank) สาขากัมพูชา (“HLBCAM” หรือ “ธนาคาร”) ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MoU) กับสมาคมเอสเอ็มอีแห่งมาเลเซีย (SME Association of Malaysia) เพื่อแบ่งปันองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญ ให้คำปรึกษาและเปิดโอกาสในการจับคู่ธุรกิจเพื่อสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ในกัมพูชา พร้อมส่งเสริมธุรกิจและการลงทุนระหว่างสองประเทศ บันทึกความเข้าใจฉบับนี้ลงนามโดยคุณเทอร์เรนซ์ ทีโอห์ (Terrence Teoh) กรรมการผู้จัดการและซีอีโอธนาคารหงเหลียง สาขากัมพูชา และคุณดิง ฮง ซิง ประธานสมาคมเอสเอ็มอีแห่งมาเลเซีย โดยมีคุณอัลดีน ฮูไซนี (Eldeen Husaini) เอกอัครราชทูตมาเลเซียประจำกัมพูชา และคุณฉุย วิเชต (Cheuy Vichet) เอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำมาเลเซีย เป็นสักขีพยาน คุณทีโอห์ได้ขับเน้นความมุ่งมั่นของธนาคารหงเหลียง สาขากัมพูชา ในการสนับสนุนธุรกิจเอสเอ็มอี เพื่อเสริมสร้างความยืดหยุ่นทางธุรกิจในขณะที่กำลังฟื้นฟูจากการระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19 ผ่านโอกาสและการลงทุนต่าง ๆ เพราะธุรกิจเอสเอ็มอีมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการเติบโตของเศรษฐกิจกัมพูชา คุณทีโอห์ กล่าวว่า “เรามีจุดมุ่งหมายเดียวกับกัมพูชาในการกระตุ้นจิตวิญญาณความเป็นผู้ประกอบการและยกระดับการพัฒนาเศรษฐกิจ ผมเชื่อว่า บันทึกความเข้าใจฉบับนี้จะเปิดทางให้เราได้ใช้ขีดความสามารถและข้อมูลเชิงลึกที่เรามีร่วมกันทั้งสองตลาด ในการช่วยลูกค้าภาคเอสเอ็มอีในกัมพูชาและมาเลเซียได้พบกับโอกาสในการจับคู่ทางธุรกิจ พร้อมช่วยให้เชื่อมต่อกับโซลูชันทางธุรกิจและการเงินได้มากขึ้น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3185503">ธนาคารหงเหลียงสาขากัมพูชา เซ็นเอ็มโอยูกับสมาคมเอสเอ็มอีแห่งมาเลเซีย หวังเร่งภาคเอสเอ็มอีกัมพูชาให้เติบโต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ธนาคารโอเรียนเต็ลเลือกบีพีซีผู้ให้บริการเพย์เทคระดับโลกเสริมประสบการณ์ธนาคารดิจิทัลในกัมพูชา]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3161828</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 28 Feb 2022 16:42:00 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/finance/3161828</guid>

					<description><![CDATA[<p>ธนาคารโอเรียนเต็ล (Oriental Bank Plc.) ธนาคารใหม่ในกัมพูชาที่ใช้กลยุทธ์ดิจิทัลก้าวนำ (Digital-first) ประกาศในวันนี้ว่า ธนาคารได้เลือกบีพีซี (BPC) ผู้ให้บริการชำระเงินระดับโลก เพื่อเสริมพลังให้ประสบการณ์ธนาคารดิจิทัลของธนาคาร กัมพูชามีเงินตราหมุนเวียนในระบบมากกว่า 2.2 หมื่นล้านดอลลาร์  และความรู้ความเข้าใจด้านดิจิทัลในประเทศกำลังเพิ่มขึ้น โดยคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมสำหรับเอเชียแปซิฟิกแห่งสหประชาชาติรายงานว่า มีประชากร 15.6% ทำการชำระเงินหรือได้รับชำระเงินดิจิทัลในปี 2562 ซึ่งแสดงว่า ความต้องการโครงสร้างพื้นฐานระบบดิจิทัลกำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ธนาคารพาณิชย์ใหม่ของกัมพูชาแห่งนี้ตั้งเป้าที่จะชิงส่วนแบ่งตลาดจำนวนมากในกลุ่มผู้บริโภคที่เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี รวมทั้งผู้ที่ชื่นชอบประสบการณ์ธนาคารที่สาขาด้วย โดยแผนยุทธศาสตร์นี้จะส่งผลให้ธนาคารโอเรียนเต็ลใช้นโยบายการธนาคารระบบดิจิทัล 60% และธนาคารแบบดั้งเดิม 40% แพลตฟอร์มสมาร์ทวิสต้า (SmartVista) ของบีพีซีจะถูกนำไปใช้เสริมประสบการณ์ธนาคารดิจิทัลนับตั้งแต่ระบบการยืนยันตัวตนลูกค้า (Know Your Customer onboarding), การเปิดบัญชีเงินฝาก และการโอนเงิน นอกจากนี้ แพลตฟอร์มนี้จะถูกนำไปใช้เสริมประสบการณ์การชำระเงินแบบครบวงจรที่ไร้รอยต่อ และปลอดภัย อาทิ คิวอาร์โค้ด, การออกบัตร, การสมัครขอสินเชื่อดิจิทัล และช่องทางการธนาคารแบบบริการตัวเองอื่นๆ เช่น บริการตู้เอทีเอ็ม ดาโต๊ะ ฟาน หยิง ตง (Datuk Phan Ying Tong) ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการธนาคารโอเรียนเต็ลกล่าวว่า: &#8220;ธนาคารโอเรียนเต็ลนำเทคโนโลยีและการปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์มาผสมผสานกันเพื่อรับประกันว่า เราสามารถยื่นมือออกไปหาผู้บริโภคไม่ว่าพวกเขาจะใช้ช่องทางติดต่อลูกค้าจุดใด [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3161828">ธนาคารโอเรียนเต็ลเลือกบีพีซีผู้ให้บริการเพย์เทคระดับโลกเสริมประสบการณ์ธนาคารดิจิทัลในกัมพูชา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กัมพูชาตั้งเป้าบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2593]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3145241</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 18 Jan 2022 08:30:30 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3145241</guid>

					<description><![CDATA[<p>กัมพูชาเริ่มต้นปีใหม่ในฐานะประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ประกาศแผนการบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี พ.ศ. 2593 โดยโรดแมปที่มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า &#8220;ยุทธศาสตร์ระยะยาวเพื่อบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน&#8221; หรือ Long-term Strategy for Carbon Neutrality (LTS4CN) ได้รับการนำเสนอต่ออนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ UNFCCC เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2564 นับว่านายกรัฐมนตรีฮุนเซนได้ทำตามคำมั่นสัญญาในการนำเสนอแผนการดังกล่าวภายในสิ้นปี 2564 หลังจากที่รัฐบาลกัมพูชาได้ให้คำมั่นในการประชุม COP26 ที่เมืองกลาสโกว์เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วว่า กัมพูชาจะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากกว่า 40% จากค่ากลางภายในปี พ.ศ. 2573   &#8220;การใช้ยุทธศาสตร์เพื่อบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนในกัมพูชา คาดว่าจะช่วยเพิ่ม GDP ของประเทศได้เกือบ 3% และสร้างงานราว 449,000 ตำแหน่งภายในปี 2593&#8221; นายไสย สมาล รัฐมนตรีกระทรวงสิ่งแวดล้อมของกัมพูชา กล่าว &#8220;การปฏิรูปอุตสาหกรรมป่าไม้ การลดคาร์บอนจากระบบขนส่ง การส่งเสริมเกษตรกรรมคาร์บอนต่ำ และการสนับสนุนกระบวนการผลิตสินค้าคาร์บอนต่ำ จะนำไปสู่เศรษฐกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้นและความมั่งคั่งที่ยั่งยืนมากขึ้นสำหรับทุกคน&#8221; นายไสย สมาล ได้กล่าวยกย่องความพยายามของรัฐบาลกัมพูชา กระทรวงสิ่งแวดล้อม และสภาแห่งชาติเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของกัมพูชา ที่มุ่งมั่นลงมือทำอย่างเป็นรูปธรรมมากกว่าการจรดปากกาเซ็นเอกสาร &#8220;ทั้งในช่วงเวลาที่ดีและไม่ดี ท่านนายกรัฐมนตรีฮุนเซนได้พิสูจน์ให้เห็นว่าท่านเป็นคนรักษาคำพูด และผมรู้สึกภูมิใจที่ได้ทำตามแบบอย่างของท่าน&#8221; นายไสย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3145241">กัมพูชาตั้งเป้าบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2593</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[รัฐบาลกัมพูชาส่งยาเหลียนฮัว ชิงเวิน ให้ประชาชนใช้ควบคุมการระบาดของโควิด-19]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3120350</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 11 Nov 2021 09:35:00 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3120350</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ประชาชนราว 600 ครัวเรือนในเขตวีลเวียง จังหวัดโพธิสัตว์ ประเทศกัมพูชา ได้รับยาเหลียนฮัว ชิงเวิน (Lianhua Qingwen) ซึ่งผลิตโดยบริษัท Yiling Pharmaceutical จากคุณซุย เซม รัฐมนตรีกระทรวงเหมืองแร่และพลังงานของกัมพูชา ผู้เป็นประธานคณะกรรมการช่วยเหลือประจำจังหวัดโพธิสัตว์ นอกจากนี้ สำนักข่าวเฟรชนิวส์รายงานว่า คุณเชียฟ เตย์ ผู้ว่าการจังหวัดโพธิสัตว์ ยังได้มีส่วนช่วยกระจายยาดังกล่าวด้วย รวมถึงเจ้าหน้าที่รัฐบาลในพื้นที่รายอื่น ๆ อีกจำนวนมาก คุณซุย เซม เปิดเผยว่า ยาเหลียนฮัว ชิงเวินที่ได้แจกจ่ายให้กับประชาชนนั้นเป็นยาที่ได้รับบริจาคมา พร้อมเน้นย้ำว่า ยาเหลียนฮัว ชิงเวิน ที่ได้รับบริจาคมาทั้งหมดจะส่งต่อให้กับประชาชนในพื้นที่ เพื่อให้แน่ใจว่าทุกครอบครัวจะมียาเหลียนฮัว ชิงเวิน ครอบครัวละ 3 กล่อง เผื่อไว้ในกรณีที่สงสัยว่าตนเองมีอาการของโรคโควิด-19 เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา กระทรวงสาธารณสุขกัมพูชาได้เลือกยาเหลียนฮัว ชิงเวิน ซึ่งผลิตโดยบริษัท Yiling Pharmaceutical เป็นยาใช้รักษาผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในกรณีที่ดูแลรักษาตัวเองที่บ้าน โดยคุณแมม บุญเฮง รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขกัมพูชา ได้ชี้ให้เห็นว่า การใช้วัคซีนโควิด-19 ควบคู่ไปกับยาเหลียนฮัว [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3120350">รัฐบาลกัมพูชาส่งยาเหลียนฮัว ชิงเวิน ให้ประชาชนใช้ควบคุมการระบาดของโควิด-19</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[Pizza Hut International เปิดสาขาแรกในกัมพูชา เปิดประสบการณ์การทานพิซซ่าระดับโลกให้ชาวกัมพูชาได้สัมผัส]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3082740</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 05 Aug 2021 09:00:00 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/business/3082740</guid>

					<description><![CDATA[<p>Pizza Hut International เตรียมเปิดสาขาแรกของกัมพูชาในเดือนสิงหาคมนี้ พร้อมให้ชาวกัมพูชาได้ลิ้มลองพิซซ่ารสชาติระดับโลก ท่ามกลางกระแสการบริโภคสมัยใหม่ในกัมพูชาที่กำลังเติบโต ร้าน Pizza Hut สาขาแรกจะเปิดที่กรุงพนมเปญใกล้กับแหล่งธุรกิจและย่านชาวต่างชาติอย่างตลาดรัสเซียที่ขึ้นชื่อ และจะเปิดตัวอีกสองสาขาในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้า โดยบริษัท United Food Group (UFG) ซึ่งเป็นพันธมิตรธุรกิจแฟรนไชส์ วางแผนที่จะเปิดสาขาให้ได้ 30 แห่งในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า ทั้งนี้ UFG เป็นบริษัทของกัมพูชาและเป็นเจ้าของร้านอาหารชื่อดังอย่าง Park Café ในกัมพูชา ซึ่งปัจจุบันมี 20 สาขา คุณ Unnat Varma กรรมการผู้จัดการ Pizza Hut ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า &#8220;Pizza Hut International ภาคภูมิใจที่ได้ร่วมกับ United Food Group เปิดร้าน Pizza Hut แห่งแรกของกัมพูชา&#8221; และเพิ่มเติมว่า &#8220;เราตื่นเต้นกับการเจาะตลาดกัมพูชา ซึ่งเป็นประเทศที่รุ่มรวยมรดกทางวัฒนธรรม สำหรับร้าน Pizza [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3082740">Pizza Hut International เปิดสาขาแรกในกัมพูชา เปิดประสบการณ์การทานพิซซ่าระดับโลกให้ชาวกัมพูชาได้สัมผัส</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
	</channel>
</rss>
