<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
>
<channel>
	<title>ThaiPR.NET</title>
	<atom:link href="https://www.thaipr.net/location/%e0%b8%8b%e0%b8%b9%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%84/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thaipr.net/location/ซูริค</link>
	<description>Press Release Distribution Center of Thailand</description>
	<lastBuildDate>Fri, 17 Apr 2026 17:23:52 +0700</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.1</generator>
	<item>
		<title><![CDATA[ผลักดันการใช้ด้าย HeiQ AeoniQ ทำจากเซลลูโลสที่เป็นมิตรต่อสภาพภูมิอากาศ มุ่งสร้างการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมสิ่งทอ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3113766</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 26 Oct 2021 15:10:24 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/business/3113766</guid>

					<description><![CDATA[<p>HeiQ ประกาศแผนการที่มีศักยภาพในพลิกอุตสาหกรรมสิ่งทอ ด้วยการเปิดตัว HeiQ AeoniQ ด้ายเซลลูโลสสมรรถนะสูงซึ่งทำจากเส้นใยชนิดใหม่ที่ได้จากวัสดุที่มีปริมาณการปล่อยคาร์บอนติดลบ เส้นใยชนิดใหม่นี้ ซึ่งผลิตจากไบโอโพลีเมอร์เซลลูโลสรุ่นที่สาม กำลังเข้าสู่กระบวนการผลิตนำร่องก่อนขั้นการพัฒนาเชิงพาณิชย์ในตลาดระดับมวลชน ในการนี้ บริษัท The LYCRA Company เป็นรายแรกที่เข้าร่วมเป็นคู่ค้าด้านการพัฒนาของ HeiQ ไม่ว่าจะเป็นฝ้าย ขนสัตว์ หรือโพลีเมอร์สังเคราะห์ การผลิตสิ่งทอระดับโลกได้ก่อผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมาก โดยอุตสาหกรรมสิ่งทอปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นสัดส่วนกว่า 10% และก่อน้ำเสียกว่า 20% ของทั้งโลก[1] การผลิตเส้นใยเซลลูโลสแบบดั้งเดิมใช้พื้นที่เพาะปลูกในระหว่างการเติบโตและมีข้อจำกัดของความหลากหลายในการออกแบบ ขณะที่วัตถุดิบสำหรับวัสดุสังเคราะห์มีอยู่อย่างจำกัด นอกจากนี้ วิธีการที่มีอยู่ในปัจจุบันในการรีไซเคิลผ้าและเครื่องแต่งกายที่ทำจากเส้นใยเหล่านั้น โดยส่วนใหญ่แล้วยังไม่เกิดขึ้นในระดับที่เหมาะสม และเส้นใยส่วนใหญ่ ทั้งเส้นใยสังเคราะห์และเส้นใยธรรมชาติ ต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะย่อยสลายในที่ทิ้งขยะหรือมหาสมุทร ส่งผลให้เกิดการสะสมตัวในสิ่งแวดล้อม ด้ายเซลลูโลส HeiQ AeoniQ ทำจากวัตถุดิบที่เป็นมิตรต่อสภาพภูมิอากาศ ด้าย HeiQ AeoniQ (Aeon: มุ่งสู่การหมุนเวียนชั่วนิรันดร์) ทำจากไบโอโพลีเมอร์เซลลูโลสที่ดึงคาร์บอนจากชั้นบรรยากาศในระหว่างการเติบโตพร้อมทั้งยังผลิตออกซิเจน ด้ายสมรรถนะสูงนี้มีศักยภาพในการทดแทนด้ายใยสังเคราะห์ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนกว่า 60% ของผลผลิตสิ่งทอต่อปีของโลกรวม 108 ล้านเมตริกตัน[2] ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์เซลลูโลสแบบดั้งเดิม ด้าย HeiQ AeoniQ ยังไม่ใช้พื้นที่เพาะปลูก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3113766">ผลักดันการใช้ด้าย HeiQ AeoniQ ทำจากเซลลูโลสที่เป็นมิตรต่อสภาพภูมิอากาศ มุ่งสร้างการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมสิ่งทอ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เปิดตัวโครงการ EdHeroes Movement มุ่งจัดการความท้าทายที่เร่งด่วนที่สุดในแวดวงการศึกษา]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/education/3099122</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 16 Sep 2021 09:10:48 +0700</pubDate>
				<category>education</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/education/3099122</guid>

					<description><![CDATA[<p>โครงการ EdHeroes Movement ซึ่งเปิดตัวเมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างเครือข่ายระดับโลกของบุคคล, องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร, ธุรกิจ และองค์กรภาครัฐ ในการรวบรวมทรัพยากรที่หลากหลายเพื่อสำรวจและบรรลุแนวทางขั้นพื้นฐานใหม่ๆ ในการแก้ปัญหาและความท้าทายที่ระบบการศึกษาทั่วโลกกำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน โครงการดังกล่าวสนับสนุนแนวทางใหม่ๆ ในการแก้ไขปัญหาการศึกษา โดยเน้นที่แนวคิดสองประการ ได้แก่ การยึดเอาผลประโยชน์ทางครอบครัวในด้านการศึกษาเป็นสำคัญ ด้วยการมอบความคุ้มครอง การสนับสนุน และรากฐานที่มั่นคงในเส้นทางสู่ความสำเร็จและความสุข รวมถึงการสร้างชุมชนที่รวมไว้ซึ่งผู้คนที่มีความพยายามร่วมกันในการยกระดับทั้งด้านการเข้าถึงและคุณภาพของการศึกษา คณะกรรมการที่ปรึกษา ของโครงการ EdHeroes Movement ประกอบด้วย Safeena Husain, Educate Girls (อินเดีย), Wendy Kopp, Teach For All (สหรัฐอเมริกา), Mercedes Mayol Lassalle, OMEP (อาร์เจนตินา), Conrad Wolfram, Wolfram Research (สหราชอาณาจักร), Osama Obeidat, Queen Rania Teacher Academy (จอร์แดน), Steven Duggan, UNESCO IITE และ Terawe (ไอร์แลนด์), Harry Patrinos, World Bank Education (สหรัฐอเมริกา) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/education/3099122">เปิดตัวโครงการ EdHeroes Movement มุ่งจัดการความท้าทายที่เร่งด่วนที่สุดในแวดวงการศึกษา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ผลการวิจัยจาก Adecco Group เผยการทำงานแบบไฮบริดช่วยเพิ่มประสิทธิภาพงานได้จริง แต่สร้างแรงกดดันต่อทั้งพนักงานและหัวหน้า]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/it/3093718</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 02 Sep 2021 13:09:00 +0700</pubDate>
				<category>it</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/it/3093718</guid>

					<description><![CDATA[<p>ภาวะปกติใหม่คือการทำงานแบบผสมผสาน และวิธีการทำงานนี้อาจทำให้ต้องคิดหาวิธีการวัดและจัดการผลการปฏิบัติงานของพนักงานในรูปแบบใหม่ 53% ของคนงานทั่วโลกต้องการรูปแบบการทำงานแบบไฮบริด ซึ่งสามารถเลือกทำงานทางไกลได้มากกว่าครึ่งหนึ่งของวันทำงานปกติ การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงาน โดย 82% รู้สึกว่า พวกเขาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ จำนวนชั่วโมงการทำงานเกินเวลาปกติเพิ่มขึ้น 14% ในปีที่แล้ว โดยมากกว่าครึ่งของผู้นำรุ่นใหม่ยอมรับว่า พวกเขาเผชิญกับภาวะเบิร์นเอาท์ พนักงานและผู้นำ 73% เรียกร้องให้ประเมินจากผลลัพธ์มากกว่าจำนวนชั่วโมงการทำงาน ขณะที่ผู้จัดการเพียง 36% เท่านั้นที่ประเมินประสิทธิภาพตามผลลัพธ์ ความพึงพอใจในผู้นำอยู่ในระดับต่ำ ขณะที่ผู้นำขาดการเชื่อมต่อกับพนักงานมากขึ้น โดยมีเพียง 1 ใน 3 ของพนักงานระดับปฏิบัติการที่รู้สึกว่า พวกเขาได้รับการยอมรับอย่างเหมาะสมจากบริษัท ออสเตรเลียมีความกังวลเกี่ยวกับการกลับมาทำงานที่สำนักงานมากที่สุด (53%) ตามมาด้วยสหราชอาณาจักร (52%) และแคนาดา (51%) ผลการวิจัยฉบับใหม่เผยให้เห็นว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังคงส่งผลกระทบต่อรูปแบบการปฏิบัติงานและทัศนคติต่อการทำงานของเรา โดยทั้งพนักงานและผู้นำต่างเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงวิธีการและสถานที่ทำงานอย่างต่อเนื่องและถาวร ตลอดจนวิธีวัดผลการปฏิบัติงาน Adecco Group บริษัทโซลูชันทรัพยากรบุคคลชั้นนำของโลก เปิดเผยผลการศึกษาระดับโลกฉบับล่าสุดและมีความครอบคลุมสูงสุดในหัวข้อ Resetting Normal: Defining the New Era of Work ซึ่งได้ประเมินทัศนคติต่อการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดช่วง 12 เดือน และเน้นย้ำถึงปัญหาสำคัญที่บริษัทต้องจัดการเพื่อให้ปรับตัวในช่วงการเปลี่ยนแปลงนี้ได้อย่างประสบความสำเร็จ ทั้งนี้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/it/3093718">ผลการวิจัยจาก Adecco Group เผยการทำงานแบบไฮบริดช่วยเพิ่มประสิทธิภาพงานได้จริง แต่สร้างแรงกดดันต่อทั้งพนักงานและหัวหน้า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[HeiQ เปิดตัวหน้ากากอนามัยสุดไฮเทค เคลือบเทคโนโลยีทองแดงพิเศษฆ่าเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ใน 5 นาที]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3051324</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 05 May 2021 15:05:00 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3051324</guid>

					<description><![CDATA[<p>HeiQ&#160;ผู้นำนวัตกรรมสิ่งทอและวัสดุระดับโลก ประกาศเปิดตัว&#160;HeiQ MetalliQ&#160;หน้ากากอนามัยสุดไฮเทคดีไซน์ล้ำสมัยที่ฆ่าเชื้อไวรัสและแบคทีเรียที่ได้รับการทดสอบแล้วได้สูงสุดถึง 100% เต็ม HeiQ MetalliQ ไม่ได้มีเพียงแค่สีสันเมทัลลิกเท่านั้น แต่ดีไซน์ของหน้ากากอนามัยสุดล้ำนี้ถูกเคลือบผิวด้วยทองแดงบริสุทธิ์ที่มีความบางพิเศษ จากเทคโนโลยีไฮเทคที่มีชื่อว่า HeiQ MetalliX ซึ่งเปลี่ยนทองแดงให้กลายเป็นไอระเหยขนาดจิ๋ว ส่งผลให้อณูทองแดงเข้าเคลือบใยผ้าอย่างทั่วถึง ทั้งนี้ HeiQ MetalliX เป็นเทคโนโลยีที่อยู่ในระหว่างการรอจดสิทธิบัตรซึ่งพัฒนาโดยพาร์ทเนอร์ด้านนวัตกรรมของ HeiQ อย่าง Xefco บริษัทเทคโนโลยีวัสดุสัญชาติออสเตรเลีย โดยผลการศึกษาซึ่งจัดทำโดยสถาบัน Peter Doherty Institute for Infection and Immunity ในเมลเบิร์น ออสเตรเลีย (Doherty Institute) ระบุว่า เนื้อผ้าที่เคลือบด้วยเทคโนโลยี HeiQ MetalliX สามารถยับยั้งเชื้อไวรัส SARS-CoV-2 ที่ก่อโรคโควิด-19 ได้ในเวลาเพียง 5 นาทีเท่านั้น การทดสอบประสิทธิภาพของหน้ากากอนามัยได้จำลองสถานการณ์จริง เพื่อดูปฏิกิริยาของละอองของเหลวที่ปนเปื้อนในผลิตภัณฑ์ที่ทำจากผ้า เช่น หน้ากากอนามัย โดยตัวอย่างแต่ละชิ้นถูกนำไปสัมผัสกับเชื้อไวรัส SARS-CoV-2 ปริมาณสูงที่เวลา 5 นาที, 15 นาที [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3051324">HeiQ เปิดตัวหน้ากากอนามัยสุดไฮเทค เคลือบเทคโนโลยีทองแดงพิเศษฆ่าเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ใน 5 นาที</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[Hisense เป็นผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการของการแข่งขันฟุตบอล FIFA World Cup Qatar 2022(TM)]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3049888</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 28 Apr 2021 10:30:00 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3049888</guid>

					<description><![CDATA[<p>Hisense บริษัทเทคโนโลยีชื่อดังระดับโลก ประกาศจับมือกับ FIFA เพื่อเป็นผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการของการแข่งขันฟุตบอล FIFA World Cup Qatar 2022™ มอบความเชื่อมโยงสุดพิเศษให้แก่ผู้ชมการแข่งขันทั่วโลกในรูปแบบที่น่าสนใจและไม่เหมือนใคร การเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของรายชื่อผู้สนับสนุนการแข่งขันที่กำลังจะมาถึงนี้ ทำให้ Hisense ได้รับสิทธิพิเศษต่าง ๆ ตั้งแต่โอกาสในการมีส่วนร่วมในสถานที่แข่งขัน ไปจนถึงการแสดงโลโก้บนแพลตฟอร์มต่าง ๆ และแคมเปญโฆษณาระดับโลก ความร่วมมือดังกล่าวซึ่งเริ่มขึ้นในปี 2560 ก่อนการแข่งขันฟุตบอล FIFA World Cup™ ที่รัสเซีย ยังรวมถึงโอกาสที่ Hisense จะได้นำเสนอโปรแกรมวีดิทัศน์ตามคำขอที่สร้างขึ้นเป็นพิเศษให้กับลูกค้า โดยใช้เนื้อหา FIFA World Cup ที่ผ่านมาบนแพลตฟอร์มสมาร์ททีวี VIDAA “เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับ Hisense ในฐานะผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการของ FIFA World Cup และยินดีที่ได้ร่วมมือกับแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลนี้ ซึ่งมีอิทธิพลในตลาดกีฬามากขึ้นเรื่อย ๆ” Fatma Samoura เลขาธิการ FIFA กล่าว “FIFA และ Hisense ต่างให้ความสำคัญกับเทคโนโลยี นวัตกรรม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3049888">Hisense เป็นผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการของการแข่งขันฟุตบอล FIFA World Cup Qatar 2022(TM)</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[Futurity Brands คว้าสิทธิ์ทั่วโลกแบรนด์ &#8220;Paul Frank&#8221; ที่โด่งดังจากคาแรคเตอร์ Julius the Monkey]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/entertain/3009090</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 14 Dec 2020 08:50:45 +0700</pubDate>
				<category>entertain</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/entertain/3009090</guid>

					<description><![CDATA[<p>Futurity Brands Switzerland AG ประกาศว่า บริษัทในเครืออย่าง Paul Frank Limited ได้เข้าครอบครองสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญาทั้งหมดทั่วโลกของ PAUL FRANK แบรนด์ไลฟ์สไตล์-ป๊อปคัลเจอร์อันโด่งดัง โดยทรัพย์สินทางปัญญาทั่วโลกที่ซื้อมาจากบริษัท Paul Frank Industries LLC ในสหรัฐอเมริกา ประกอบด้วยงานดีไซน์มากมาย ครอบคลุมกว่า 150 คาแรคเตอร์ นำโดย Julius the Monkey นับจากนี้ไป Futurity Brands จะรับผิดชอบในส่วนของการบริหาร การอนุญาตให้ใช้สิทธิ์ การจัดจำหน่าย และธุรกิจ Direct to Consumer ทั่วโลก ทั้งนี้ Futurity Brands มีสำนักงานในซูริค ฮ่องกง โตเกียว และซิดนีย์ และทีมบริหารที่จัดตั้งขึ้นใหม่ซึ่งนำโดย Stan Wan ประธานและซีอีโอ จะนำทรัพย์สินทางปัญญาทั้งหมดกลับมาสู่รากเหง้าของเซาท์เทิร์นแคลิฟอร์เนีย พร้อมปรับภาพลักษณ์อันโด่งดังระดับโลกเพื่อสร้างความสุขให้กับคนรุ่นใหม่ต่อไป Paul Frank Industries ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/entertain/3009090">Futurity Brands คว้าสิทธิ์ทั่วโลกแบรนด์ &#8220;Paul Frank&#8221; ที่โด่งดังจากคาแรคเตอร์ Julius the Monkey</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
	</channel>
</rss>
