<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
>
<channel>
	<title>ThaiPR.NET</title>
	<atom:link href="https://www.thaipr.net/location/%e0%b8%8b%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b9%82%e0%b8%81/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thaipr.net/location/ซานดิเอโก</link>
	<description>Press Release Distribution Center of Thailand</description>
	<lastBuildDate>Fri, 15 May 2026 17:31:33 +0700</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.1</generator>
	<item>
		<title><![CDATA[อิลลูมินาเปิดตัวโครงการส่งเสริมการเข้าถึงบริการสุขภาพระดับโลก เพื่อช่วยเร่งการหาลำดับเบสในประเทศรายได้ต่ำและปานกลาง]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3408904</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 14 Nov 2023 08:14:00 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3408904</guid>

					<description><![CDATA[<p>โครงการนี้มุ่งจัดการปัญหาต่าง ๆ ที่เป็นอุปสรรคในการจัดลำดับจีโนมในประเทศ อิลลูมินา อิงค์ (Illumina Inc.) (NASDAQ: ILMN) ผู้นำด้านเทคโนโลยีถอดรหัสพันธุกรรมและการหาลำดับเบสของดีเอ็นเอ ประกาศเปิดตัวโครงการส่งเสริมการเข้าถึงบริการสุขภาพระดับโลก (Global Health Access Initiative) เพื่อสนับสนุนการเข้าถึงเครื่องมือหาลำดับเบสเพื่อใช้ในวงการสาธารณสุขในประเทศรายได้ต่ำและปานกลาง (LMIC) โดยได้พัฒนาโครงการดังกล่าวตามคำแนะนำจากลูกค้า ผู้ให้ทุนสนับสนุน และผู้อำนวยความสะดวกในตลาด รวมถึงองค์กรไม่แสวงผลกำไรอย่างไฟนด์ (FIND) เพื่อนำเสนอโครงสร้างราคาที่ถูกลงสำหรับผลิตภัณฑ์หาลำดับเบสที่ร่วมโครงการจากอิลลูมินา ให้กับหน่วยงานผู้ให้ทุนสนับสนุนบริการสุขภาพทั่วโลก พร้อมรับมือกับปัญหาท้าทายต่าง ๆ ในด้านโลจิสติกส์และซัพพลายเชนทั่วโลก &#8220;เราตระหนักว่าการช่วยให้ประเทศต่าง ๆ ตรวจวิเคราะห์หาลำดับเบสของเชื้อโรคในท้องถิ่นได้นั้น เสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบสุขภาพ ช่วยให้มีการเตรียมพร้อมที่ดีขึ้น และให้อำนาจแก่ประเทศต่าง ๆ ในการจัดการกับภัยคุกคามด้านสุขภาพที่มีลำดับความสำคัญสูง&#8221; คุณวาเนสซา โมเดอร์ (Vanessa Moeder) หัวหน้าฝ่ายบริการสุขภาพระดับโลกของอิลลูมินา กล่าว &#8220;นอกจากนี้ยังช่วยให้ไม่ต้องขนส่งตัวอย่างไปต่างประเทศซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงและใช้เวลานาน และทำให้ตอบกลับได้เร็วขึ้น เราจะเสียเวลาในการเตรียมตัวรับมือการแพร่ระบาดครั้งต่อไปอีกไม่ได้แล้ว โดยการเฝ้าระวังจีโนมของเชื้อโรคมาใช้ในทุกประเทศช่วยให้เราก้าวนำหน้าภัยคุกคามจากการติดเชื้อได้&#8221; ปัจจุบัน ราคาเครื่องมือวิเคราะห์หาลำดับและวัสดุสิ้นเปลืองนั้นแตกต่างกันไปตามประเทศหรือภูมิภาค ซึ่งถือเป็นความท้าทายสำหรับผู้ให้ทุนและผู้บริจาค และอาจเข้ามาจำกัดการใช้งานในวงกว้าง จากประสบการณ์ของทีมระดับโลกของอิลลูมินานั้น คุณโมเดอร์เปิดเผยว่า ประเทศหรือภูมิภาคที่มีความพร้อมด้านสาธารณสุขในระดับที่จะได้รับประโยชน์จากจีโนมิกส์ได้มากที่สุดนั้น มักจะขาดทรัพยากรในการนำไปปฏิบัติอย่างยั่งยืน เพื่อเริ่มต้นจัดการกับความท้าทายเหล่านี้ โครงการส่งเสริมการเข้าถึงบริการสุขภาพระดับโลกของอิลลูมินาจะมอบส่วนลดราคาเครื่องมือตรวจหาลำดับเบสต่าง ๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3408904">อิลลูมินาเปิดตัวโครงการส่งเสริมการเข้าถึงบริการสุขภาพระดับโลก เพื่อช่วยเร่งการหาลำดับเบสในประเทศรายได้ต่ำและปานกลาง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สวนสัตว์ซานดิเอโก ซาฟารีพาร์ก ประกาศเปิดตัวโครงการหุบเขาคชสาร พลิกโฉมครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ 50 ปี]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3369385</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 15 Aug 2023 08:00:00 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3369385</guid>

					<description><![CDATA[<p>ผู้นำด้านการอนุรักษ์สัตว์ป่ารายนี้ จะนำแขกมาใกล้ชิดกับช้างผ่านประสบการณ์ใหม่อันน่าจดจำ เครือข่ายพันธมิตรสัตว์ป่าสวนสัตว์ซานดิเอโก (San Diego Zoo Wildlife Alliance) ประกาศว่า การก่อสร้างโครงการที่ใหญ่และพลิกโฉมมากที่สุดในประวัติศาสตร์ 50 ปีของสวนสัตว์ซานดิเอโก ซาฟารีพาร์ก (San Diego Safari Park) กำลังดำเนินการอย่างเป็นทางการ โครงการดังกล่าวคือหุบเขาคชสาร เดนนี แซนฟอร์ด (Denny Sanford Elephant Valley) โฉมใหม่จะพลิกโฉมใจกลางของซาฟารีพาร์ก โดยเปลี่ยนสภาพแวดล้อมของช้างในปัจจุบันให้เป็นทุ่งหญ้าสะวันนาที่มีชีวิตชีวาและเป็นสถานที่สำหรับการสำรวจ หุบเขาคชสารจะเปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมทุกวัยได้สัมผัสประสบการณ์กับช้างอย่างลึกซึ้ง ซึ่งจะส่งเสริมความเห็นอกเห็นใจ ความเข้าใจ และความชื่นชมในสายพันธุ์ที่ยิ่งใหญ่นี้มากขึ้น และจุดประกายความหลงใหลในสัตว์ป่า &#8220;เราตื่นเต้นที่จะประกาศให้ทราบว่า หุบเขาคชสาร เดนนี แซนฟอร์ด เป็นประสบการณ์ที่ดื่มด่ำครั้งแรกสำหรับผู้มาเยือน เพื่อเชื่อมโยงงานสำคัญที่กำลังดำเนินการในซานดิเอโกเข้ากับโครงการความร่วมมืออนุรักษ์ช้างที่เราสนับสนุนในด้านนี้&#8221; คุณพอล เอ บาริโบลต์ (Paul A. Baribault) ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารเครือข่ายพันธมิตรสัตว์ป่าสวนสัตว์ซานดิเอโก กล่าว &#8220;โครงการหุบเขาคชสารนี้ไม่สามารถประสบความสำเร็จได้หากขาดชุมชนที่น่าทึ่ง ทั้งผู้บริจาค สมาชิก รวมถึงพันธมิตรที่สนับสนุนเรา และทำให้งานอนุรักษ์ทั้งหมดของเราเป็นไปได้ร่วมกับพันธมิตรทั่วโลก&#8221; หุบเขาคชสารจะรายล้อมด้วยช้างมากมายรอบทิศ รวมถึงจากด้านล่างบนทางเดินเหนือศีรษะพร้อมทิวทัศน์ของฝูงช้างที่เดินผ่าน ผู้เข้าชมจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับบทบาทสำคัญของช้างในฐานะวิศวกรระบบนิเวศ และเกี่ยวกับพลวัตทางสังคมที่ซับซ้อนของพวกช้าง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3369385">สวนสัตว์ซานดิเอโก ซาฟารีพาร์ก ประกาศเปิดตัวโครงการหุบเขาคชสาร พลิกโฉมครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ 50 ปี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
						<enclosure url="https://mma.prnewswire.com/media/2183084/San_Diego_Zoo_Wildlife_Alliance_PR.mp4" length="0" type="video/mp4" />
			</item>
		<item>
		<title><![CDATA[อย.สหรัฐรับรองอุปกรณ์ทดสอบการกลายพันธุ์ของยีนเอฟแอลที3 ของอินวิโวสไครบ์ เพื่อใช้กับผู้ที่เป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลันชนิดไมอีลอยด์ที่มีผล FLT3-ITD เป็นบวก ในการรักษาด้วยยาแวนฟลายทา]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3361843</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 21 Jul 2023 17:00:00 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3361843</guid>

					<description><![CDATA[<p>อินวิโวสไครบ์ (Invivoscribe) รู้สึกตื่นเต้นในการประกาศว่า อุปกรณ์ทดสอบการกลายพันธุ์ ลูโคสแตรท ซีดีเอ็กซ์ เอฟแอลที3 (LeukoStrat® CDx FLT3 Mutation Assay) ได้รับการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (FDA) ในการนำไปใช้ช่วยเลือกผู้ที่เพิ่งได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลันชนิดไมอีลอยด์ (AML) ที่มีผล FLT3-ITD เป็นบวก ซึ่งอาจมีคุณสมบัติในการรักษาด้วยแวนฟลายทา (VANFLYTA®) ซึ่งเป็นยาควิซาร์ทินิบ (quizartinib) ของไดอิจิ ซังเคียว (Daiichi Sankyo) อุปกรณ์ทดสอบการกลายพันธุ์ ลูโคสแตรท ซีดีเอ็กซ์ เอฟแอลที3 ทำหน้าที่ระบุตัวผู้ที่เป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลันชนิดไมอีลอยด์ที่มีผล FLT3-ITD เป็นบวก ซึ่งอาจได้รับการรักษาด้วยเทคนิคแบบพุ่งเป้าที่เพิ่งได้รับการรับรองนี้ วัตถุประสงค์ในการใช้งานในสหรัฐ อุปกรณ์ทดสอบการกลายพันธุ์ ลูโคสแตรท ซีดีเอ็กซ์ เอฟแอลที3 เป็นอุปกรณ์ตรวจวินิจฉัยภายนอกร่างกายแบบพีซีอาร์ (PCR) ที่ออกแบบมาเพื่อตรวจจับการเพิ่มขึ้นของสารพันธุกรรมในการกลายพันธุ์ชนิดแทนเดม ดูพลิเคชันแบบภายใน (internal tandem duplication หรือ ITD) และการกลายพันธุ์บริเวณไทโรซีนไคเนส (tyrosine kinase domain หรือ TKD) ดี835 (D835) และ ไอ836 (D835) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3361843">อย.สหรัฐรับรองอุปกรณ์ทดสอบการกลายพันธุ์ของยีนเอฟแอลที3 ของอินวิโวสไครบ์ เพื่อใช้กับผู้ที่เป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลันชนิดไมอีลอยด์ที่มีผล FLT3-ITD เป็นบวก ในการรักษาด้วยยาแวนฟลายทา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[อินวิโวสไครบ์ยื่นเอกสารเพิ่มเติมกับอย.สหรัฐ เพื่อขอใช้อุปกรณ์ตรวจสอบการกลายพันธุ์ LeukoStrat CDx FLT3 Mutation Assay กับผู้ป่วยบางกลุ่มที่เพิ่งวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลันชนิดไมอีลอยด์ที่มีการกลายพันธุ์ FLT3-ITD]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3256325</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 26 Oct 2022 08:00:00 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3256325</guid>

					<description><![CDATA[<p>อินวิโวสไครบ์ (Invivoscribe) มีความยินดีในการประกาศว่า บริษัทฯ ได้ยื่นเอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการขออนุมัติก่อนวางตลาด (sPMA) ต่อศูนย์อุปกรณ์และรังสีวิทยา (CDRH) ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐ (FDA) โดยเป็นการยื่นเอกสารเพื่อขอใช้อุปกรณ์ตรวจสอบการกลายพันธุ์ของยีน FLT3 อย่าง LeukoStrat® CDx FLT3 Mutation Assay ในลักษณะกายจำลองทดสอบยา สำหรับยาควิซาร์ทินิบ (quizartinib) ซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษาทดลองของบริษัทไดอิจิ ซังเคียว (Daiichi Sankyo) อุปกรณ์ทดสอบดังกล่าวใช้เพื่อระบุผู้ป่วยที่เพิ่งได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลันชนิดไมอีลอยด์ (AML) ที่มีการกลายพันธุ์ FLT3-ITD การยื่นเอกสารครั้งนี้สนับสนุนการขอขึ้นทะเบียนยาใหม่ (NDA) ให้กับยาควิซาร์ทินิบของบริษัทไดอิจิ ซังเคียว เพื่อนำไปรักษาผู้ป่วยวัยผู้ใหญ่ที่เพิ่งได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลันชนิดไมอีลอยด์ที่มีการกลายพันธุ์ FLT3-ITD ซึ่ง FDA ให้ได้สถานะเร่งทบทวนไปแล้ว โดยก่อนหน้านี้ LeukoStrat CDx FLT3 Mutation Assay ได้รับการอนุมัติจากองค์การเภสัชกรรมและอุปกรณ์การแพทย์แห่งญี่ปุ่น (PMDA) เพื่อใช้เป็นกายจำลองทดสอบยากับผู้ป่วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลันชนิดไมอีลอยด์บางรายที่กลับมาเป็นซ้ำและดื้อต่อการรักษา และเข้าข่ายที่ใช้ยาควิซาร์ทินิบได้ในญี่ปุ่น &#8220;การที่อินวิโวสไครบ์ยื่นเอกสารกับ FDA เพื่อขอใช้ LeukoStrat CDx FLT3 Mutation Assay เป็นกายจำลองทดสอบยาควิซาร์ทินิบนั้นนับเป็นความก้าวหน้าสำคัญ การยื่นเอกสารต่อ FDA ในครั้งนี้ตอกย้ำสถานะของอุปกรณ์ LeukoStrat CDx FLT3 Mutation Assay ในการเป็นมาตรฐานระดับนานาชาติสำหรับการประเมินการกลายพันธุ์ของ FLT3 เรามีความยินดีที่โครงการ Streamlined CDx® ของเรายังคงขยับขยายและเร่งให้เทคนิคการรักษามะเร็งที่สำคัญนี้ได้รับการอนุมัติเร็วขึ้นในระดับโลก&#8221; ดร.เจฟฟรีย์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3256325">อินวิโวสไครบ์ยื่นเอกสารเพิ่มเติมกับอย.สหรัฐ เพื่อขอใช้อุปกรณ์ตรวจสอบการกลายพันธุ์ LeukoStrat CDx FLT3 Mutation Assay กับผู้ป่วยบางกลุ่มที่เพิ่งวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลันชนิดไมอีลอยด์ที่มีการกลายพันธุ์ FLT3-ITD</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[การมีประวัติภาวะความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์ มีความเชื่อมโยงกับความเสี่ยงเกิดภาวะสมองเสื่อมที่เพิ่มขึ้น]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3220559</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 05 Aug 2022 08:16:54 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3220559</guid>

					<description><![CDATA[<p>การมีประวัติภาวะความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์มีความเชื่อมโยงกับความเสี่ยงเพิ่มขึ้นที่จะเกิดภาวะสมองเสื่อมจากโรคหลอดเลือดสมองและการเสื่อมถอยของสมองเร็วกว่าที่ควร จากงานศึกษาวิจัยที่นำเสนอวันนี้ภายในงานประชุมนานาชาติของสมาคมอัลไซเมอร์ ประจำปี 2565 (Alzheimer&#8217;s Association International Conference® (AAIC®) 2022) ซึ่งจัดขึ้นในเมืองซานดิเอโกและทางออนไลน์ ภาวะความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์ ( HDP) ประกอบด้วย ความดันโลหิตสูงเรื้อรัง หรือภาวะความดันโลหิตสูงชั่วคราว และภาวะครรภ์เป็นพิษ (preeclampsia) ได้รับการเชื่อมโยงอย่างมากเข้ากับการเกิดโรคหัวใจในช่วงอายุที่มากขึ้น แต่ก่อนหน้านี้มีงานวิจัยน้อยมากที่เชื่อมโยงภาวะเหล่านี้เข้ากับการทำงานรู้คิดของสมอง ในแง่นี้ ข้อค้นพบสำคัญที่นำเสนอภายในงานประชุม AAIC ประจำปี 2565 มีดังนี้ สตรีที่เคยมีประวัติภาวะความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์มีแนวโน้มสูงกว่าที่จะเกิดภาวะสมองเสื่อมจากโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งหมายถึงการเสื่อมถอยในทักษะการคิดที่เกิดจากภาวะที่ไปอุดตันหรือลดการไหลเวียนของเลือดเข้าสู่สมอง เมื่อมีอายุเพิ่มมากขึ้น โดยเปรียบเทียบกับสตรีที่เคยตั้งครรภ์โดยไม่มีภาวะความดันโลหิตสูง การมีประวัติภาวะความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์ มีความเชื่อมโยงกับพยาธิสภาพของสสารสีขาวในสมอง ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้การเสื่อมถอยของการทำงานรู้คิดของสมองเร็วกว่าที่ควร เมื่อเวลาผ่านไป 15 ปีหลังจากการตั้งครรภ์ สตรีที่เคยมีประวัติครรภ์เป็นพิษขั้นรุนแรงมีระดับของเบตาแอมีลอยด์ ( beta amyloid) สูงกว่าอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงของสมองที่เกี่ยวข้องกับอัลไซเมอร์ซึ่งวัดในโลหิต เมื่อเทียบกับสตรีที่เคยตั้งครรภ์โดยไม่มีภาวะความดันโลหิตสูง ภาวะความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์เกิดขึ้น 1 ใน 7 ของการคลอดบุตรในโรงพยาบาล โดยเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของความเจ็บป่วยและการเสียชีวิตในบุคคลผู้ตั้งครรภ์ให้กำเนิดและตัวอ่อนในครรภ์ในทั่วโลก ภาวะดังกล่าวเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อประชากรชาวผิวดำ ชาวลาติน ชาวเอเชีย/ชาวเกาะในแปซิฟิก และชาวอเมริกันพื้นเมืองในอัตราที่สูงอย่างไม่สมส่วน &#8220;นี่เป็นข้อมูลจากการศึกษาระยะยาวชุดแรก ๆ ที่เชื่อมโยงภาวะความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์เข้ากับภาวะสมองเสื่อมในการศึกษาตามรุ่นในกลุ่มคนที่สัมพันธ์กับการเกิดโรค (cohort [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3220559">การมีประวัติภาวะความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์ มีความเชื่อมโยงกับความเสี่ยงเกิดภาวะสมองเสื่อมที่เพิ่มขึ้น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ไฮไลต์จากการประชุมนานาชาติของสมาคมโรคอัลไซเมอร์ประจำปี 2565]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3220557</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 05 Aug 2022 08:05:34 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3220557</guid>

					<description><![CDATA[<p>งานวิจัยใหม่ในการประชุมนานาชาติของสมาคมโรคอัลไซเมอร์ ( Alzheimer&#8217;s Association International Conference® หรือ AAIC®) ประจำปี 2565 ครอบคลุมงานวิจัยเกี่ยวกับโรคอัลไซเมอร์และภาวะสมองเสื่อมในวงกว้าง ซึ่งรวมถึงชีววิทยาพื้นฐานของการแก่ชราและสมอง ปัจจัยเสี่ยงและกลยุทธ์ในการป้องกัน รวมถึงการดูแลและการใช้ชีวิตร่วมกับโรคอย่างถูกต้อง การประชุมนานาชาติของสมาคมโรคอัลไซเมอร์เป็นการประชุมประจำปีชั้นนำ เพื่อนำเสนอและอภิปรายเกี่ยวกับการวิจัยโรคอัลไซเมอร์และภาวะสมองเสื่อม การประชุมแบบไฮบริดในปีนี้จัดขึ้นแบบออนไลน์และแบบออนไซต์ในเมืองซานดิเอโก ดึงดูดผู้เข้าร่วมประชุมกว่า 9 ,500 คน และการนำเสนอทางวิทยาศาสตร์มากกว่า 4,000 รายการ &#8220;การวิจัยโรคอัลไซเมอร์และภาวะสมองเสื่อมกำลังอยู่ในช่วงที่น่าตื่นเต้นมาก เมื่อภาครัฐและเอกชนทุ่มทุนวิจัยมากเป็นประวัติการณ์&#8221; ดร. ฮีทเธอร์ เอ็ม สไนเดอร์ ( Heather M. Snyder) รองประธานฝ่ายความสัมพันธ์ทางการแพทย์และวิทยาศาสตร์ของสมาคมโรคอัลไซเมอร์ กล่าว &#8220;นักวิจัยกำลังพัฒนาความเข้าใจเกี่ยวกับโรคนี้ โดยการสำรวจตัวบ่งชี้ทางชีวภาพ ค้นหาวิธีที่เป็นไปได้ในการลดความเสี่ยง ทำงานเพื่อขับเคลื่อนการรักษาและเครื่องมือวินิจฉัยที่มีแนวโน้มไปสู่การทดสอบทางคลินิก สมาคมโรคอัลไซเมอร์เป็นผู้นำการต่อสู้ผ่านการระดมทุน การประชุม การเผยแพร่ การเป็นหุ้นส่วน การสนับสนุน และบริการ&#8221; ความก้าวหน้าในการรักษา และผลการทดลองทางคลินิก สมาคมโรคอัลไซเมอร์ ( Alzheimer&#8217;s Association ) ได้เน้นย้ำผลลัพธ์จากการทดลองทางคลินิกที่หลากหลายในการประชุมปีนี้ การสนับสนุนระบบการรักษาที่หลากหลายเป็นสิ่งสำคัญในการบรรลุวิสัยทัศน์ของสมาคมเพื่อนำไปสู่โลกที่ปราศจากโรคอัลไซเมอร์และภาวะสมองเสื่อมอื่น ๆ ดังตัวอย่างผลการศึกษาทั้ง 2 ดังนี้ โครงการ EXERT เป็นการวิจัยเฟส 3 ที่นานที่สุดเท่าที่เคยศึกษาการออกกำลังกายในกลุ่มผู้สูงอายุที่มีความบกพร่องทางการจดจำเล็กน้อย (MCI) ผลลัพธ์ซึ่งถูกรายงานครั้งแรกในการประชุมปีนี้เป็นที่น่าสังเกตเป็นพิเศษ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3220557">ไฮไลต์จากการประชุมนานาชาติของสมาคมโรคอัลไซเมอร์ประจำปี 2565</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ผลวิจัยเผยการมีประสบการณ์เผชิญกับการเหยียดเชื้อชาติเชื่อมโยงกับความจำไม่ดีและการเสื่อมถอยของสมอง]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3219399</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 03 Aug 2022 08:00:00 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3219399</guid>

					<description><![CDATA[<p>การมีประสบการณ์เผชิญกับการเหยียดเชื้อชาติเชิงโครงสร้าง ระหว่างบุคคล และเชิงสถาบัน มีความเชื่อมโยงกับคะแนนความจำที่ต่ำกว่าและการทำงานรู้คิดของสมองที่เสื่อมถอยลงในช่วงวัยกลางคนและวัยชรา โดยเฉพาะในกลุ่มชาวผิวดำ จากการศึกษาวิจัยที่นำเสนอในวันนี้ภายในงานประชุมนานาชาติของสมาคมอัลไซเมอร์ ประจำปี 2565 หรือ Alzheimer&#8217;s Association International Conference® (AAIC®) 2022 ซึ่งจัดขึ้นในเมืองซานดิเอโกและทางออนไลน์ ข้อค้นพบสำคัญที่มีการรายงานภายในงานประชุม AAIC ประจำปี 2565 นี้ ประกอบด้วย ในการศึกษาวิจัยกับผู้ใหญ่วัยกลางคนที่อาศัยอยู่ในชุมชนจำนวนเกือบ 1 ,000 คน (ชาวลาติน 55%, ชาวผิวดำ 23% และชาวผิวขาว 19%) พบว่าการเผชิญกับการเหยียดเชื้อชาติระหว่างบุคคลและเชิงสถาบันมีความเชื่อมโยงกับคะแนนความจำที่ต่ำกว่า และความเชื่อมโยงเหล่านี้พบในกลุ่มบุคคลผิวดำ ขณะที่การมีประสบการณ์เผชิญกับการเหยียดเชื้อชาติเชิงโครงสร้างมีความเชื่อมโยงกับความจำอาศัยเหตุการณ์ (episodic memory) ที่ต่ำกว่าในทุกกลุ่มสีผิวและชาติพันธุ์ที่เกี่ยวข้องในการศึกษาวิจัยนี้ ในการศึกษาวิจัยกับบุคคลชาวเอเชีย ผิวดำ ลาติน ผิวขาว และบุคคลหลายเชื้อชาติอายุ 90 ปีขึ้นไปจำนวน 445 คน พบว่าบุคคลที่เคยประสบกับการเลือกปฏิบัติหลากหลายรูปแบบตลอดชีวิตมีความจำอาศัยความหมาย ( semantic memory) ในตอนปลายของชีวิตต่ำกว่า เมื่อเทียบกับผู้ที่เคยประสบกับการเลือกปฏิบัติในระดับน้อยถึงไม่เคยเลย &#8220;เพื่อที่จะบรรลุความเสมอภาคด้านสุขภาพ เป็นก้าวหนึ่งของการมุ่งสู่การให้ความสำคัญกับทุกกลุ่มคนอย่างสมบูรณ์ ปัจเจกบุคคลและสังคมต้องระบุและลดการเหยียดเชื้อชาติและการเลือกปฏิบัติในรูปแบบอื่น ๆ&#8221; คาร์ล วี ฮิลล์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3219399">ผลวิจัยเผยการมีประสบการณ์เผชิญกับการเหยียดเชื้อชาติเชื่อมโยงกับความจำไม่ดีและการเสื่อมถอยของสมอง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สถานภาพทางสังคมและเศรษฐกิจที่ต่ำกว่าในวัยเด็กและการได้รับค่าแรงต่ำต่อเนื่องยาวนาน เชื่อมโยงกับความเสี่ยงเกิดภาวะสมองเสื่อมและการเสื่อมถอยของความจำที่เกิดขึ้นเร็วกว่า]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3219401</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 03 Aug 2022 08:00:00 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3219401</guid>

					<description><![CDATA[<p>ความขาดแคลนเชิงสังคมและเศรษฐกิจ รวมถึงความเสียเปรียบด้านละแวกที่อยู่อาศัยและค่าแรงต่ำต่อเนื่องยาวนาน มีความเชื่อมโยงกับความเสี่ยงสูงกว่าที่จะเกิดภาวะสมองเสื่อม สมรรถนะการทำงานรู้คิดของสมองที่ต่ำกว่า และการเสื่อมถอยของความจำที่เกิดขึ้นเร็วกว่า จากงานศึกษาวิจัยหลายงานที่นำเสนอในวันนี้ภายในงานประชุมนานาชาติของสมาคมอัลไซเมอร์ ประจำปี 2565 หรือ Alzheimer&#8217;s Association International Conference® (AAIC®) 2022 ซึ่งจัดขึ้นในเมืองซานดิเอโกและทางออนไลน์ สถานภาพทางสังคมและเศรษฐกิจ ( SES) ซึ่งสะท้อนการวัดทั้งในเชิงสังคมและเศรษฐกิจของประสบการณ์การทำงานของบุคคล ตลอดจนการเข้าถึงทรัพยากรเชิงเศรษฐกิจและตำแหน่งทางสังคมของปัจเจกบุคคลหรือของครอบครัว มีความเชื่อมโยงกับทั้งสุขภาพในเชิงกายภาพและเชิงสรีรศาสตร์และสุขภาวะ งานวิจัยที่ศึกษาผลกระทบของสถานภาพทางสังคมและเศรษฐกิจต่อการทำงานรู้คิดของสมองมีเพิ่มมากขึ้น ในการนี้ ข้อค้นพบสำคัญที่นำเสนอภายในงานประชุม AAIC ประจำปี 2565 มีดังต่อไปนี้ ปัจเจกบุคคลที่ประสบกับความขาดแคลนเชิงสังคมและเศรษฐกิจในระดับสูง ซึ่งวัดโดยใช้รายได้/ความมั่งคั่ง อัตราการว่างงาน การเป็นเจ้าของรถยนต์/บ้าน และความแออัดของครัวเรือน มีแนวโน้มสูงกว่าอย่างมีนัยสำคัญที่จะเกิดภาวะสมองเสื่อม เมื่อเทียบกับปัจเจกบุคคลที่มีสถานภาพทางเศรษฐกิจและสังคมสูงกว่า แม้จะมีความเสี่ยงทางกรรมพันธุ์มากกว่าก็ตาม ทรัพยากรคุณภาพต่ำในละแวกที่อยู่อาศัยและความยากลำบากในการจ่ายเพื่อตอบสนองความต้องการขั้นพื้นฐาน มีความเชื่อมโยงกับคะแนนการทดสอบการทำงานรู้คิดของสมองที่ต่ำกว่าในบุคคลชาวผิวดำและชาวลาติน สถานภาพทางสังคมและเศรษฐกิจที่สูงกว่าของพ่อแม่มีความเชื่อมโยงกับความเข้มแข็งที่สูงกว่าต่อผลกระทบเชิงลบของสารบ่งชี้อัลไซเมอร์ พีเทา-181 ( ptau-181) ความสามารถด้านการบริหารจัดการของสมอง (executive function) ระดับเส้นฐานที่ดีกว่า และความเสื่อมถอยของสมองที่ช้ากว่าในช่วงวัยที่สูงขึ้น เมื่อเทียบกับแรงงานที่ได้รับค่าแรงสูงกว่า แรงงานที่ได้รับคำแรงต่ำอย่างต่อเนื่องยาวนานประสบกับการเสื่อมถอยของความจำที่เกิดขึ้นรวดเร็วกว่าอย่างมีนัยสำคัญในช่วงวัยที่สูงขึ้น &#8220;เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่เราต้องมุ่งศึกษาปัจจัยสังคมกำหนดสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับการทำงานรู้คิดของสมอง รวมถึงสถานภาพทางสังคมและเศรษฐกิจ เพื่อที่เราจะได้ดำเนินนโยบายสาธารณสุขและสร้างสภาพแวดล้อมในชุมชนที่จะยกระดับสุขภาพและสุขภาวะของทุกคน&#8221; แมทธิว โบมการ์ท (Matthew Baumgart) รองประธานฝ่ายนโยบายสุขภาพ สมาคมอัลไซเมอร์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3219401">สถานภาพทางสังคมและเศรษฐกิจที่ต่ำกว่าในวัยเด็กและการได้รับค่าแรงต่ำต่อเนื่องยาวนาน เชื่อมโยงกับความเสี่ยงเกิดภาวะสมองเสื่อมและการเสื่อมถอยของความจำที่เกิดขึ้นเร็วกว่า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ผลวิจัยชี้การสูญเสียการรับกลิ่นเพราะโควิด-19 อาจทำให้เกิดปัญหาในกระบวนการรู้คิดระยะยาว]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3218899</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 02 Aug 2022 08:14:43 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3218899</guid>

					<description><![CDATA[<p>ข้อมูลจากการประชุมนานาชาติของสมาคมโรคอัลไซเมอร์ประจำปี 2565 การเข้ารักษาใน ICU อาจทำให้ผู้สูงอายุมีความเสี่ยงเป็นโรคสมองเสื่อมเพิ่มขึ้นเท่าตัว ผลวิจัยต่าง ๆ ที่นำเสนอในการประชุมนานาชาติของสมาคมโรคอัลไซเมอร์ประจำปี 2565 หรือ Alzheimer&#8217;s Association International Conference® (AAIC®) 2022 ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองซานดิเอโกและออนไลน์ เผยให้เห็นข้อมูลเจาะลึกใหม่ ๆ เกี่ยวกับปัจจัยที่อาจช่วยคาดการณ์ เพิ่มโอกาส หรือป้องกันผลกระทบที่โรคโควิด-19 และการระบาดใหญ่มีต่อความจำและทักษะการคิด ข้อค้นพบสำคัญที่รายงานในการประชุม AAIC 2022 มีทั้ง การวิจัยจากอาร์เจนตินาพบว่า การสูญเสียการรับกลิ่นเป็นเวลานานอาจเป็นสิ่งที่บ่งชี้ปัญหาด้านการรู้คิดและการทำกิจวัตรได้ดีกว่าความรุนแรงของโรคโควิด-19 ในระยะเบื้องต้น การเข้ารับการรักษาในหน่วยดูแลผู้ป่วยหนักอาจทำให้ผู้สูงอายุมีความเสี่ยงเป็นโรคสมองเสื่อมเพิ่มขึ้นเท่าตัว จากการศึกษาของศูนย์โรคอัลไซเมอร์รัช (Rush Alzheimer&#8217;s Disease Center) ที่ชิคาโก ในระหว่างที่เกิดการแพร่ระบาด เพศหญิง ผู้ที่ไม่ได้ทำงาน และสถานะทางสังคมและเศรษฐกิจที่น้อยกว่า มีโอกาสที่จะพบอาการทางการรู้คิดมากกว่า ในการวิจัยกลุ่มใหญ่จากประเทศแถบลาตินอเมริกา 9 ประเทศ ผลการศึกษาอาสาสมัครกลุ่มเดียวกันในลาตินอเมริกาพบว่า ประสบการณ์ที่เปลี่ยนชีวิตในทางที่ดีขณะเกิดโรคระบาด (เช่น ได้ใช้เวลาดี ๆ กับเพื่อนและครอบครัวมากขึ้น หรือใช้เวลากับธรรมชาติมากขึ้น) ช่วยลดผลเสียที่การแพร่ระบาดมีต่อความจำและทักษะการคิด &#8220;โควิด-19 ทำให้คนนับล้านทั่วโลกป่วยและเสียชีวิต และสำหรับบางคนแล้ว ผลการวิจัยใหม่บ่งชี้ว่า โรคนี้มีผลกระทบระยะยาวต่อความจำและการคิดด้วยเช่นกัน&#8221; ดร.เฮเธอร์ เอ็ม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3218899">ผลวิจัยชี้การสูญเสียการรับกลิ่นเพราะโควิด-19 อาจทำให้เกิดปัญหาในกระบวนการรู้คิดระยะยาว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[อิลลูมินาผนึกกำลังเมอร์ค เปิดตัวชุดทดสอบทางการวิจัยเพื่อศึกษาข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับจีโนมเนื้องอก]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3205224</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 Jun 2022 08:00:00 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3205224</guid>

					<description><![CDATA[<p>ชุดทดสอบใหม่นี้นำเทคโนโลยีตรวจสอบความบกพร่องของกระบวนการซ่อมแซมจีโนมที่ผ่านการรับรองจากมีเรียด เจเนติกส์ ผสานกับอิลลูมินา ทรูไซต์ ออนโคโลจี 500 ซึ่งเป็นชุดทดสอบแบบแพน-แคนเซอร์ เพื่อระบุตัวแปรที่มีความสำคัญต่อการก่อตัวและการลุกลามของมะเร็ง อิลลูมินา อิงค์ (Illumina, Inc.) (NASDAQ: ILMN) ผู้นำด้านเทคโนโลยีถอดรหัสพันธุกรรมและการหาลำดับเบสของดีเอ็นเอ ประกาศเปิดตัวชุดทดสอบทางการวิจัยที่พัฒนาร่วมกับบริษัทเมอร์ค (Merck) หรือที่รู้จักกันในชื่อเอ็มเอสดี (MSD) นอกสหรัฐและแคนาดา ชุดทดสอบดังกล่าวสร้างขึ้นจากความมุ่งมั่นของอิลลูมินาที่ต้องการระบุลักษณะจีโนมอย่างครอบคลุม และยกระดับการวิจัยทางการแพทย์ที่สำคัญเพื่อความแม่นยำด้านเนื้องอกวิทยา ชุดทดสอบนี้ได้เพิ่มขั้นตอนการประเมินลักษณะเฉพาะของจีโนมใหม่ให้กับชุดทดสอบชั้นนำของตลาดที่วางจำหน่ายไปแล้วอย่างทรูไซต์ ออนโคโลจี 500 (TruSight™ Oncology 500) โดยจะวางจำหน่ายชุดตรวจใหม่นี้ทั่วโลก ยกเว้นที่สหรัฐและญี่ปุ่น และจะช่วยให้นักวิจัยเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับจีโนมของเนื้องอกได้ โดยหาการกลายพันธุ์ของยีนที่ใช้ในการประเมินความบกพร่องของกระบวนการซ่อมแซมจีโนม (HRD) นายแพทย์ฟิล เฟบโบ (Phil Febbo) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการแพทย์ของอิลลูมินา กล่าวว่า &#8220;สภาวะ HRD เป็นตัวบ่งชี้ทางชีวภาพที่สำคัญในเนื้องอกที่มีความเสียหายต่อดีเอ็นเอในระดับสูงเช่น มะเร็งรังไข่ มะเร็งเต้านม มะเร็งต่อมลูกหมาก และมะเร็งตับอ่อน&#8221; และเพิ่มเติมว่า &#8220;ด้วยตัวอย่างหนึ่งชิ้นและการทดสอบเพียงหนึ่งครั้ง การประเมินสภาวะ HRD ในชุดทดสอบทรูไซต์ ออนโคโลจี 500 จะช่วยให้ห้องปฏิบัติการได้รับผลลัพธ์ที่ครอบคลุม แม่นยำ และละเอียดอ่อน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3205224">อิลลูมินาผนึกกำลังเมอร์ค เปิดตัวชุดทดสอบทางการวิจัยเพื่อศึกษาข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับจีโนมเนื้องอก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[Tealium ระดมทุนรอบ Series G ได้ 96 ล้านเหรียญ นำโดย Georgian และ Silver Lake Waterman]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/it/3026091</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 05 Feb 2021 12:15:55 +0700</pubDate>
				<category>it</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/it/3026091</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#8211; การลงทุนนี้จะกระตุ้นให้เกิดนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ใหม่และขยายขอบเขตการให้บริการแก่ลูกค้าระดับองค์กร Tealium ผู้นำที่เชื่อถือได้ด้านการจัดการข้อมูลลูกค้าแบบเรียลไทม์ประกาศว่า บริษัทสามารถระดมทุนในรอบ Series G ได้ทั้งสิ้น 96 ล้านดอลลาร์ ซึ่งนำโดยนักลงทุนปัจจุบันอย่าง Georgian และ Silver Lake Waterman สำหรับเงินจากการระดมทุนครั้งนี้ซึ่งจะเพิ่มมูลค่าของบริษัทขึ้นเป็น 1.2 พันล้านดอลลาร์ จะถูกนำไปใช้เป็นทุนในการพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นสำหรับแพลตฟอร์มข้อมูลลูกค้า (CDP) ที่มอบประสบการณ์ลูกค้าแบบเรียลไทม์, ปรับแต่งตามความต้องการรายบุคคล, มีความสอดคล้อง พร้อมช่องทางที่หลากหลายสู่องค์กรทั่วโลก ในโลกที่มีการแข่งขันและความต้องการสูง ความคาดหวังของผู้บริโภคเกี่ยวกับประสบการณ์เฉพาะบุคคลในหลากหลายช่องทาง ได้สร้างแรงกดดันแก่องค์กรต่าง ๆ ในด้านการใช้ข้อมูลลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งนอกเหนือจากแรงกดดันจากผู้บริโภคแล้ว การเลิกใช้คุกกี้ของบุคคลที่สามและกฎระเบียบที่เพิ่มขึ้นยังสร้างแรงกดดันเพิ่มเติมให้แก่องค์กรในการทำให้แน่ใจว่าพวกเขามีกลยุทธ์ด้านข้อมูลลูกค้าที่เชื่อถือได้ เทรนด์เหล่านี้นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงสู่ข้อมูลของบุคคลที่หนึ่งและความต้องการระบบ CDP เพื่อช่วยให้บริษัทต่าง ๆ สามารถมอบประสบการณ์ของผู้ซื้อที่เกี่ยวข้องแต่ยังอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ข้อบังคับ &#8220;ปัจจัยสำคัญต่าง ๆ ในตลาดได้มารวมกันและสร้างสภาพแวดล้อมที่องค์กรต่าง ๆ จำเป็นต้องนำกลยุทธ์ข้อมูลของบุคคลที่หนึ่งมาใช้ เพื่อให้สามารถแข่งขันและดำเนินกิจการได้ และเทรนด์เหล่านี้ก็ยังมีแนวโน้มที่จะเติบโตมากยิ่งขึ้น&#8221; Jeff Lunsford ซีอีโอของ Tealium กล่าว &#8220;เราได้เห็นความต้องการที่เพิ่มมากขึ้นขององค์กรระดับโลกในระบบ CDP ของ Tealium เนื่องจากเราสามารถช่วยให้พวกเขาตระหนักถึงคุณค่าทางธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในช่วงเวลาที่ไม่หยุดนิ่งนี้ เงินทุนใหม่นี้จะถูกนำไปลงทุนเพื่อขยายความสำเร็จของลูกค้า ตลอดจนทีมพัฒนาระบบนิเวศและทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์ทั่วโลก เรามุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือลูกค้าของเราด้วยความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมระดับสูงของทีมงานและพันธมิตรของเรา [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/it/3026091">Tealium ระดมทุนรอบ Series G ได้ 96 ล้านเหรียญ นำโดย Georgian และ Silver Lake Waterman</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
	</channel>
</rss>
