<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
>
<channel>
	<title>ThaiPR.NET</title>
	<atom:link href="https://www.thaipr.net/location/%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%95%e0%b8%b2-%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a2/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thaipr.net/location/จาการ์ตา-อินโดนีเซีย</link>
	<description>Press Release Distribution Center of Thailand</description>
	<lastBuildDate>Fri, 10 Apr 2026 17:30:46 +0700</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.1</generator>
	<item>
		<title><![CDATA[ซานตง เฮฟวี อินดัสตรี และ เหว่ยฉาย พาวเวอร์ เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมพันธมิตรทั่วโลกครั้งที่ 3 และงานแสดงผลิตภัณฑ์ใหม่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ณ กรุงจาการ์ตา]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/auto/3435010</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 23 Jan 2024 15:50:00 +0700</pubDate>
				<category>auto</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/auto/3435010</guid>

					<description><![CDATA[<p>ผนึกกำลังกันเพื่อเพิ่มมูลค่าสูงสุดให้แก่ลูกค้า ในวันที่ 23 มกราคม ซานตง เฮฟวี อินดัสตรี (Shandong Heavy Industry) และ เหว่ยฉาย พาวเวอร์ (Weichai Power) ได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมพันธมิตรทั่วโลกครั้งที่ 3 และงานแสดงผลิตภัณฑ์ใหม่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ณ กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย โดยมีผู้จัดจำหน่ายและลูกค้ารายใหญ่กว่า 1,000 รายทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียตะวันออก ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ฯลฯ เข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง อินโดนีเซียซึ่งเป็นประเทศเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นตลาดสำคัญสำหรับซานตง เฮฟวี อินดัสตรี มานานกว่าสามทศวรรษ และเป็นจุดหมายปลายทางที่สามของการประชุมพันธมิตรทั่วโลกที่จัดโดยซานตง เฮฟวี อินดัสตรี และ เหว่ยฉาย พาวเวอร์ หลังจากที่มีการจัดงานในเอเชียกลางและตะวันออกกลางไปเมื่อเร็ว ๆ นี้ โดยการประชุมมีเป้าหมายเพื่อสำรวจลู่ทางใหม่สำหรับความร่วมมือระหว่างประเทศ กำหนดกรอบการทำงานระดับภูมิภาคใหม่เพื่อประโยชน์ร่วมกัน และแสวงหาโอกาสเพื่อการพัฒนาต่อไปในอนาคต ในโอกาสนี้ คุณถัน สวี่กวง (Tan Xuguang) ประธานและผู้จัดการทั่วไปของซานตง เฮฟวี อินดัสตรี กรุ๊ป [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/auto/3435010">ซานตง เฮฟวี อินดัสตรี และ เหว่ยฉาย พาวเวอร์ เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมพันธมิตรทั่วโลกครั้งที่ 3 และงานแสดงผลิตภัณฑ์ใหม่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ณ กรุงจาการ์ตา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ประธานาธิบดีอินโดนีเซียให้เกียรติร่วมพิธีเปิดงาน UMKM EXPO(RT) BRILIANPRENEUR 2023 พร้อมยกย่องบทบาทของธนาคารบีอาร์ไอในการสนับสนุนธุรกิจ MSME]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3420998</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 08 Dec 2023 15:42:40 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3420998</guid>

					<description><![CDATA[<p>โจโค วิโดโด (Joko Widodo) ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ได้ให้เกียรติร่วมพิธีเปิดงาน UMKM EXPO(RT) BRILIANPRENEUR 2023 ของธนาคารบีอาร์ไอ (BRI) ซึ่งจัดขึ้นที่ศูนย์การประชุมจาการ์ตา (JCC) เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2566 ที่ผ่านมา งานนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลองครบรอบ 128 ปีของทางธนาคาร โดยทำหน้าที่เป็นเวทีให้กลุ่มธุรกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และขนาดเล็ก (MSME) ของอินโดนีเซียได้เข้ามามีส่วนร่วมกับผู้ซื้อจากต่างประเทศ ทั้งยังส่งเสริมการเติบโตของภาค MSME ในธีม “Crafting Global Connection” (กระชับสัมพันธ์โลก) ซึ่งธุรกิจ MSME กว่า 700 รายได้เข้าร่วมงานที่จัดขึ้นเป็นระยะเวลา 3 วัน ซึ่งงานอันทรงเกียรติครั้งนี้มีขึ้นเป็นครั้งที่ 5 แล้ว ประธานาธิบดีอินโดนีเซียได้กล่าวชมเชยความมุ่งมั่นของธนาคารบีอาร์ไอในการเพิ่มศักยภาพให้กลุ่มธุรกิจ MSME ของอินโดนีเซียว่า “ภาค MSME ของเราต้องยกระดับสถานะของตนเองต่อไป ไปสู่ระบบดิจิทัล ก้าวไปสู่ระดับสากล และครองตลาดท้องถิ่นของเราเพราะตลาดของเราใหญ่มาก แต่ก็ต้องไม่มองข้ามตลาดส่งออกและตลาดโลกด้วย” เอริค [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3420998">ประธานาธิบดีอินโดนีเซียให้เกียรติร่วมพิธีเปิดงาน UMKM EXPO(RT) BRILIANPRENEUR 2023 พร้อมยกย่องบทบาทของธนาคารบีอาร์ไอในการสนับสนุนธุรกิจ MSME</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[โครงการแนวทางการลงทุนสีเขียวเปิดสำนักงานประจำภูมิภาคอาเซียนที่จาการ์ตา]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3417971</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 01 Dec 2023 12:00:32 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3417971</guid>

					<description><![CDATA[<p>โครงการแนวทางการลงทุนสีเขียว (Green Investment Principles หรือ GIP) ภายใต้ข้อริเริ่มสายแถบและเส้นทาง ได้ขยายความครอบคลุมมาสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยการเปิดสำนักงานประจำภูมิภาคอาเซียน หรือ อาเซียน แชปเตอร์ (ASEAN Chapter) อาเซียน แชปเตอร์ ถือเป็นส่วนสำคัญภายใต้วิสัยทัศน์ในการสร้างเครือข่ายท้องถิ่นที่มีประสิทธิภาพเพื่อเผยแพร่ความรู้และแนวปฏิบัติที่ดีที่สุด ตลอดจนช่วยสร้างโอกาสการลงทุนสีเขียวในประเทศกำลังพัฒนา โดยถือเป็นสำนักงานประจำภูมิภาคแห่งที่สามต่อจากเอเชียกลางและแอฟริกา โดยมีนางมารี ปันเกสตู (Mari Pangestu) อดีตรัฐมนตรีว่าการทระทรวงพาณิชย์อินโดนีเซีย และอดีตกรรมการผู้จัดการธนาคารโลก และนายริโน โดโนเซโปเอโตร (Rino Donosepoetro) รองประธานประจำอาเซียนของธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด นั่งเก้าอี้ประธานร่วมกัน นายหม่า จุน (Ma Jun) ประธานร่วมของคณะกรรมการอำนวยการโครงการแนวทางการลงทุนสีเขียว และประธานคณะกรรมการการเงินสีเขียวแห่งประเทศจีน (China Green Finance Committee) กล่าวว่า “เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีเศรษฐกิจที่ต้องพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นอย่างมากในอดีต กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในด้านการเงินที่ยั่งยืน และอาเซียน แชปเตอร์ จะมีส่วนส่งเสริมการเติบโตของการเงินที่ยั่งยืนในอาเซียนผ่านการแบ่งปันความรู้และการเสริมสร้างขีดความสามารถ” เซอร์ วิลเลียม รัสเซลล์ (William Russell) ประธานร่วมของคณะกรรมการอำนวยการโครงการแนวทางการลงทุนสีเขียว และอดีตนายกเทศมนตรีกรุงลอนดอน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3417971">โครงการแนวทางการลงทุนสีเขียวเปิดสำนักงานประจำภูมิภาคอาเซียนที่จาการ์ตา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[งาน UMKM EXPO(RT) BRILIANPRENEUR 2023 ปูทางสู่ความสำเร็จระดับโลกให้กับ MSME อินโดนีเซีย 700 ราย]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3416713</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 29 Nov 2023 12:25:00 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3416713</guid>

					<description><![CDATA[<p>ธนาคารรักยัตอินโดนีเซีย (PT Bank Rakyat Indonesia (BRI) Persero Tbk.) (IDX: BBRI) กลับมาอีกครั้งกับการจัดงาน UMKM EXPO(RT) BRILIANPRENEUR 2023 เพื่อเปิดโอกาสให้วิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และขนาดย่อย (MSME) ของอินโดนีเซียจำนวน 700 ราย ได้จัดแสดงสินค้าในระหว่างวันที่ 7-10 ธันวาคม 2566 ณ ศูนย์การประชุมจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ในโอกาสนี้ คุณซูนาร์โซ (Sunarso) ประธานกรรมการของธนาคารรักยัตอินโดนีเซีย กล่าวว่า “งาน UMKM EXPO(RT) BRILIANPRENEUR 2023 ถือเป็นการฉลองให้กับการฟื้นตัวของผู้ประกอบการอินโดนีเซีย ด้วยการเปิดเวทีให้ MSME รวม 700 รายได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ของตนในเวทีระดับโลก ซึ่ง 75% ในจำนวนนี้เพิ่งเข้าร่วมงานเป็นครั้งแรก” สำหรับปีนี้ มี MSME ที่ผ่านการคัดเลือกรวม 700 ราย จากผู้สมัครทั้งหมด [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3416713">งาน UMKM EXPO(RT) BRILIANPRENEUR 2023 ปูทางสู่ความสำเร็จระดับโลกให้กับ MSME อินโดนีเซีย 700 ราย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[โกลบอล แอสซิสแทนซ์ แอนด์ เฮลธ์แคร์ รุกขยายธุรกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3413341</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 22 Nov 2023 14:03:51 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3413341</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในยุคหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 และเงินเฟ้อ บริษัทต่าง ๆ ต้องเผชิญกับแรงกดดันทั้งในการขยายตลาดในภูมิภาคและควบคุมต้นทุน โกลบอล แอสซิสแทนซ์ แอนด์ เฮลธ์แคร์ (Global Assistance and Healthcare หรือ GAH) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการชั้นนำด้านบริการช่วยเหลือฉุกเฉินทางการแพทย์ระดับโลก มีความพร้อมที่จะตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของภูมิทัศน์ธุรกิจระดับโลกนี้ ขณะที่ฟูลเลอร์ตัน เฮลธ์ (Fullerton Health) ขยายธุรกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริการสุขภาพแบบองค์รวมภายในระบบนิเวศนี้ช่วยให้ GAH นำเสนอบริการที่ครอบคลุมมากขึ้นแก่ลูกค้าได้ คุณอลัง ดูรองด์ (Alain Durand) ประธานกรรมการของโกลบอล แอสซิสแทนซ์ แอนด์ เฮลธ์แคร์ (ส่วนหนึ่งของบริษัทฟูลเลอร์ตัน เฮลธ์ คอร์ปอเรชัน) นำเสนอข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับอุตสาหกรรมและการเติบโตของ GAH โดยตัวเลขจากองค์การการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ (UNWTO) ระบุว่า การเดินทางทั่วโลกเติบโตอย่างก้าวกระโดดจากนักท่องเที่ยวเพียง 25 ล้านรายในปี 2493 แตะ 1.5 พันล้านรายในปี 2562 (ก่อนการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19) ข้อมูลนี้ตอกย้ำถึงความสำคัญที่เพิ่มมากขึ้นของบริการช่วยเหลือ ซึ่งอาศัยความเชี่ยวชาญในท้องถิ่นที่แข็งแกร่ง ยั่งยืน และเป็นมืออาชีพ เพื่อรองรับชุมชนธุรกิจระดับโลกที่กำลังเติบโต [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3413341">โกลบอล แอสซิสแทนซ์ แอนด์ เฮลธ์แคร์ รุกขยายธุรกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[หัวเว่ย ชูการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสีเขียวและดิจิทัล พร้อมเปิดตัวศูนย์นวัตกรรมร่วมกับ PLN ที่งาน Enlit Asia]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/it/3412742</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 21 Nov 2023 14:08:20 +0700</pubDate>
				<category>it</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/it/3412742</guid>

					<description><![CDATA[<p>ผ่านพ้นไปเป็นที่เรียบร้อยกับงาน Enlit Asia ซึ่งจัดขึ้นร่วมกับงานวันไฟฟ้าแห่งชาติอินโดนีเซีย ครั้งที่ 78 ณ กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย โดยมีผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 12,000 คน หัวเว่ย (Huawei) ในฐานะผู้สนับสนุนระดับเพชร (Diamond Sponsor) ของงานนี้ ได้ร่วมนำเสนอโซลูชันนวัตกรรมพลังงานไฟฟ้า และเปิดตัวศูนย์นวัตกรรมร่วมกับเปรูซาฮาน ลิสตริก เนการา (Perusahaan Listrik Negara หรือ PLN) รัฐวิสาหกิจไฟฟ้ายักษ์ใหญ่ของอินโดนีเซีย นิโคลัส หม่า (Nicholas Ma) ประธานกลุ่มธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรส์ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของหัวเว่ย ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ด้วยการให้ความกระจ่างเกี่ยวกับความก้าวหน้าด้านการพัฒนาสีเขียวและดิจิทัลของประเทศต่าง ๆ ในเอเชียแปซิฟิก และชี้ให้เห็นว่าเรากำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจสีเขียวและดิจิทัล อันจะเป็นการส่งเสริมความยั่งยืนควบคู่ไปกับการเติบโตที่แข็งแกร่ง การเปลี่ยนผ่านพลังงานไปพร้อม ๆ กับการเปลี่ยนผ่านดิจิทัลนั้น จะต้องอาศัยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างรัฐบาล หน่วยงานภาครัฐ นักลงทุน และธุรกิจทุกขนาด นิโคลัสกล่าวต่อไปว่า หัวเว่ย ในฐานะผู้ให้บริการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) ชั้นนำระดับโลกที่มีรากฐานอยู่ในตลาดเอเชียแปซิฟิก จะยังคงมีส่วนร่วมสร้างสรรค์นวัตกรรมเทคโนโลยีดิจิทัลและพลังงาน บ่มเพาะบุคลากรคนเก่งด้านดิจิทัลสำหรับอุตสาหกรรมพลังงานไฟฟ้า และเร่งการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลผ่านความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับผู้เล่นชั้นนำในอุตสาหกรรม เช่น PLN เพื่อสร้างแบบอย่างที่ดีให้กับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ในงานนี้ หัวเว่ยและ PLN [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/it/3412742">หัวเว่ย ชูการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสีเขียวและดิจิทัล พร้อมเปิดตัวศูนย์นวัตกรรมร่วมกับ PLN ที่งาน Enlit Asia</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[พีแอนด์จีจัดงานประชุมวิชาการ #KNOWTHESIGNS รวมผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพชั้นแนวหน้า รณรงค์สังเกตอาการผู้ป่วยเพื่อให้พบอาการปลายประสาทอักเสบได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3411116</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 17 Nov 2023 08:25:56 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3411116</guid>

					<description><![CDATA[<p>พีแอนด์จี เฮลท์ (P&#38;G Health) ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพที่มีชื่อเสียงมารวมตัวกันใน &#8216;งานประชุมวิชาการ #KNOWTHESIGNS รู้ก่อนลดเสี่ยง&#8217; (#KNOWTHESIGNS Scientific Forum) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวันเบาหวานโลกปี พ.ศ. 2566 งานดังกล่าวเป็นการหารือเกี่ยวกับคำแนะนำทางคลินิกล่าสุดเกี่ยวกับการวินิจฉัยและการรักษาภาวะปลายประสาทอักเสบ (Peripheral Neuropathy: PN) ในผู้ป่วยเบาหวานและภาวะก่อนเป็นเบาหวาน ผลการวิจัยใหม่ของการศึกษาวิจัยทางคลินิกนีโนอิน (NENOIN Clinical Study) ได้รับการเปิดเผยในงานนี้ โดยสรุปว่าการรักษาด้วยวิตามินบี 1 บี 6 และบี 12 ในปริมาณคงที่ทำให้การทำงานของเส้นประสาทมีการพัฒนาอย่างมีนัยสำคัญ โดยวัดจากการตอบสนองของข้อเท้าและเข่า ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และการรับรู้ทางประสาทสัมผัสในนิ้วเท้าและนิ้วมือของผู้ป่วยโรคปลายประสาทอักเสบ เนื่องจากโรคเบาหวานชนิดที่ 2 (Diabetes Mellitus Type 2) เป็นสาเหตุหลักของภาวะปลายประสาทอักเสบ ความชุกของโรคที่เพิ่มขึ้นจึงเชื่อมโยงกับการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ป่วยโรคเบาหวาน เป็นอย่างมากอาการของโรคปลายประสาทอักเสบ ได้แก่ อาการชา รู้สึกซู่ซ่าเหมือนเป็นเหน็บ แปลบปลาบคล้ายเข็มตำและรู้สึกแสบร้อนที่มือและเท้า การขาดวิตามินบีและการใช้ยาหลายขนานร่วมกัน (polymedication) เป็นอีกปัจจัยที่มีความเสี่ยงสูง ร่วมกับโรคเบาหวาน ซึ่งนำไปสู่ความเสียหายของเส้นประสาทส่วนปลาย อาล็อก อากราวัล (Aalok Agrawal) รองประธานอาวุโสของพีแอนด์จี เฮลท์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3411116">พีแอนด์จีจัดงานประชุมวิชาการ #KNOWTHESIGNS รวมผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพชั้นแนวหน้า รณรงค์สังเกตอาการผู้ป่วยเพื่อให้พบอาการปลายประสาทอักเสบได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[มิตรา บูกาลาปัก ยกระดับผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจและสังคม ด้วยการเปลี่ยนแปลงบทบาทของวิสาหกิจรายย่อยในอินโดนีเซีย]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3404688</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 03 Nov 2023 12:00:00 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/business/3404688</guid>

					<description><![CDATA[<p>มิตรา บูกาลาปัก (Mitra Bukalapak) บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของอินโดนีเซียซึ่งให้การสนับสนุนบรรดาวิสาหกิจรายย่อย ได้ขยายขอบเขตของการสนับสนุนไปไกลกว่าแค่การจัดหาเทคโนโลยีและแพลตฟอร์มเพื่อให้เจ้าของธุรกิจเหล่านี้เติบโต แต่บริษัทยังตั้งเป้าที่จะช่วยเพิ่มพูนความรู้ทางการเงินและดิจิทัล ตลอดจนสร้างโอกาสในการยกระดับทักษะทางดิจิทัลให้แก่บรรดาเจ้าของธุรกิจเล็ก ๆ อีกด้วย เพื่อให้มั่นใจว่าเทคโนโลยีที่มีอยู่จะถูกนำไปใช้ประโยชน์ในการสร้างชีวิตที่ดีขึ้นในสังคม วัตถุประสงค์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของมิตรา บูกาลาปัก ในการสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ ด้วยการทำให้เป้าหมายของบริษัทสอดคล้องกับเสาหลักด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG) มิตรา บูกาลาปัก ก่อตั้งขึ้นในปี 2561 โดยเป็นกำลังสำคัญในการบุกเบิกธุรกิจออนไลน์สู่ออฟไลน์ (O2O) และปฏิวัติร้านแผงลอยดั้งเดิมหลายล้านแห่งทั่วประเทศอินโดนีเซีย ด้วยการเปลี่ยนร้านเล็ก ๆ เหล่านี้จากผู้จำหน่ายขนมและของชำธรรมดา ๆ ให้กลายเป็นศูนย์รวมสินค้าในรูปแบบเสมือนจริง อีกทั้งยังจัดหาสินค้าให้วารุง (warung) หรือร้านค้าเล็ก ๆ ในชุมชนอีกด้วย &#8220;การเดินทางเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงของมิตราเป็นการพัฒนาต่อยอดมาจากความมุ่งมั่นอันแน่วแน่ของเราในการเพิ่มขีดความสามารถให้กับวารุง เราสร้างเทคโนโลยีที่ช่วยให้พวกเขาสามารถดำเนินธุรกิจอย่างมีจิตสำนึกมากขึ้น ทำความดีเพื่อสังคม และมอบผลลัพธ์ที่ยั่งยืน ตั้งแต่รายได้ที่เพิ่มขึ้นไปจนถึงทักษะความรู้ทางดิจิทัลที่ดีขึ้น&#8221; คุณโฮวาร์ด กานี (Howard Gani) ซีอีโอของมิตรา บูกาลาปัก กล่าว แอปของมิตรา บูกาลาปัก จะช่วยให้เจ้าของวารุงกลายเป็นผู้ค้าปลีกสมัยใหม่ที่นำเสนอสินค้าเสมือนจริงมากกว่า 42 รายการ รวมถึงบริการดิจิทัลและการเงิน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3404688">มิตรา บูกาลาปัก ยกระดับผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจและสังคม ด้วยการเปลี่ยนแปลงบทบาทของวิสาหกิจรายย่อยในอินโดนีเซีย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เฟพอนจับมือฮาโลด็อกเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ มุ่งขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมการตรวจวินิจฉัยภายในร่างกายของอินโดนีเซีย]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3396794</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 17 Oct 2023 09:59:32 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3396794</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในวันที่ 12 ตุลาคม 2566 เฟพอน (Fapon) องค์กรชีววิทยาศาสตร์ชั้นนำ ได้ลงนามในความตกลงร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับฮาโลด็อก (Halodoc) แพลตฟอร์มบริการสุขภาพทางไกลรายใหญ่ที่สุดในอินโดนีเซีย ความร่วมมือเป็นพันธมิตรดังกล่าวนี้นำความเชี่ยวชาญของเฟพอนในด้านเทคโนโลยีและโซลูชันเชิงบูรณาการสำหรับการตรวจวินิจฉัยภายในร่างกาย (IVD) มาผนวกรวมเข้ากับช่องทางการจำหน่ายและการให้บริการในท้องถิ่นที่แข็งแกร่งของฮาโลด็อก ความร่วมมือครั้งนี้มุ่งยกระดับมาตรฐานบริการสุขภาพในอินโดนีเซีย ก่อประโยชน์ให้แก่ชุมชนท้องถิ่น และขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการตรวจวินิจฉัยภายในร่างกายของอินโดนีเซีย ภายใต้ความตกลงดังกล่าวนี้ เฟพอนจะร่วมมือกับฮาโลด็อกในด้านการตรวจวินิจฉัยภายในร่างกาย โดยก่อตั้งกิจการร่วมค้าเพื่อขยายธุรกิจการตรวจวินิจฉัยภายในร่างกาย ตลอดจนเพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์การตรวจวินิจฉัยและโซลูชันสุขภาพที่มีคุณภาพสูงและเป็นมิตรต่อผู้ใช้ในอินโดนีเซีย เฟพอนมีประสบการณ์ด้านการตรวจวินิจฉัยภายในร่างกายระยะเวลา 22 ปี จึงมีรากฐานทางเทคโนโลยีที่แข็งแกร่ง ประกอบกับพอร์ตฟอลิโอผลิตภัณฑ์เชิงนวัตกรรมที่ครอบคลุม ด้วยการทำงานร่วมกันในครั้งนี้ เฟพอนจะสนับสนุนฮาโลด็อกในการวิจัยและผลิตผลิตภัณฑ์ตรวจวินิจฉัยภายในร่างกายในท้องถิ่นด้วยการจัดหาวัตถุดิบที่สำคัญ สารตัวทำปฏิกิริยา และแพลตฟอร์มเครื่องมือแบบเปิด ขณะที่ฮาโลด็อก ซึ่งเป็นบริษัทบริการสุขภาพทางไกลรายใหญ่ที่สุดในอินโดนีเซีย จะใช้ประโยชน์จากความแข็งแกร่งในด้านช่องทาง วิชาการ และความสัมพันธ์ในอุตสาหกรรม เพื่อเร่งการขยายตลาด ขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจอย่างมั่นคง ตลอดจนบรรลุผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์สำหรับทุกฝ่าย คุณเจี๋ยหลุน จู (Jielun ZHU) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของเฟพอน ระบุว่าประชากรขนาดใหญ่ของอินโดนีเซีย ประกอบกับการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างมั่นคง ได้ส่งผลเป็นความต้องการที่เพิ่มขึ้นสำหรับผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี และบริการตรวจวินิจฉัยภายในร่างกาย ในการนี้ เฟพอนจะใช้ประโยชน์จากความได้เปรียบทางเทคโนโลยีของตน ในการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับฮาโลด็อก เพื่อขยายการเติบโตของอุตสาหกรรมการตรวจวินิจฉัยภายในร่างกายของอินโดนีเซีย ความร่วมมือครั้งนี้จะบูรณาการเทคโนโลยีการตรวจวินิจฉัยเชิงนวัตกรรมเข้ากับพลังของบริการออนไลน์ โดยมุ่งรองรับความต้องการด้านบริการสุขภาพที่หลากหลายของประชากรท้องถิ่น ในการแสดงการความมุ่งมั่นในตลาดอินโดนีเซีย เฟพอนได้ตั้งสำนักงานในอินโดนีเซีย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3396794">เฟพอนจับมือฮาโลด็อกเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ มุ่งขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมการตรวจวินิจฉัยภายในร่างกายของอินโดนีเซีย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[อินโดนีเซียจัดการประชุมอาเซียนเพื่อผู้พิการ ประจำปี 2566 ประกาศข้อเสนอแนะมากัซซาร์ มุ่งยกระดับการดูแลผู้พิการ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3396323</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 16 Oct 2023 10:57:56 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3396323</guid>

					<description><![CDATA[<p>การประชุมอาเซียนเพื่อผู้พิการ (ASEAN Disability Forum) ได้ประกาศ “ข้อเสนอแนะมากัซซาร์” (Makassar Recommendations) เพื่อผลักดันความมุ่งมั่นในการเพิ่มขีดความสามารถให้กับผู้พิการ โดยมุ่งสร้างความเสมอภาคและยกระดับศักดิ์ศรีของผู้พิการ ข้อเสนอแนะนี้มีขึ้นในการประชุมเจ้าหน้าที่ระดับสูงอาเซียน ว่าด้วยการพัฒนาที่ครอบคลุมผู้พิการและความร่วมมือหลังปี 2568 (ASEAN High Level Forum on Disability Inclusive Development and Partnership beyond 2025) ณ เมืองมากัซซาร์ เมื่อวันที่ 10-12 ตุลาคม 2566 ที่ผ่านมา ข้อเสนอแนะดังกล่าวถูกส่งมา หลังจากที่ประเทศสมาชิกอาเซียนที่เข้าร่วมการประชุมนี้โดยมีอินโดนีเซียรับหน้าที่เป็นผู้นำ ได้จัดทำร่างข้อเสนอแนะขึ้นมา การประชุมดังกล่าวมีผู้เข้าร่วมประมาณ 200 ราย เป็นหนึ่งในการประชุมสุดยอดอาเซียนภายใต้การดูแลของอินโดนีเซียในฐานะประธาน ซึ่งนอกเหนือจากประเทศสมาชิกอาเซียนแล้ว การประชุมนี้ยังมีผู้เข้าร่วมจากสหรัฐอเมริกา อังกฤษ ออสเตรเลีย ตลอดจนจากสำนักเลขาธิการอาเซียน องค์กรดูแลผู้พิการ การประชุมอาเซียนเพื่อผู้พิการ และพันธมิตรรายอื่น ๆ อีกมากมาย ผู้เข้าร่วมการประชุมนี้ได้ร่วมกันกำหนดกลยุทธ์ที่มีความแปลกใหม่ เพื่อก่อให้เกิดความครอบคลุมทางสังคมและภูมิภาค เพิ่มศักยภาพให้กับผู้พิการ และเสริมสร้างความร่วมมือ การประชุมครั้งนี้คาดหวังว่า อาเซียนจะกลายเป็นศูนย์กลางของความเสมอภาคที่เติบโตอย่างยั่งยืน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3396323">อินโดนีเซียจัดการประชุมอาเซียนเพื่อผู้พิการ ประจำปี 2566 ประกาศข้อเสนอแนะมากัซซาร์ มุ่งยกระดับการดูแลผู้พิการ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[หัวเว่ย วางเครือข่ายที่เชื่อถือได้เพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพของรถไฟความเร็วสูงจาการ์ตา-บันดุง]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/it/3390610</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 02 Oct 2023 13:05:00 +0700</pubDate>
				<category>it</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/it/3390610</guid>

					<description><![CDATA[<p>รถไฟความเร็วสูงสายจาการ์ตา-บันดุงของอินโดนีเซีย หรือที่รู้จักกันในชื่อ &#8220;WHOOSH&#8221; ได้เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการแล้ว โดยรถไฟสายนี้ช่วยลดระยะเวลาการเดินทางระหว่างกรุงจาการ์ตาและเมืองบันดุงจากเดิม 3 ชั่วโมงครึ่ง เหลือเพียงแค่ 40 นาทีเท่านั้น ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการพัฒนาเศรษฐกิจตลอดเส้นทาง ในโอกาสนี้ หัวเว่ย (Huawei) ได้ผนึกกำลังกับ ไชน่า เรลเวย์ ซิกนัล แอนด์ คอมมิวนิเคชัน (China Railway Signal &#38; Communication หรือ CRSC) และไชน่า เทเลคอม (China Telecom) วางเครือข่ายรถไฟสำหรับ WHOOSH โดยเฉพาะ เครือข่ายนี้ช่วยอำนวยความสะดวกด้านการสื่อสาร การควบคุม และการเดินขบวนรถไฟแบบเรียลไทม์ นับเป็นการมอบการสนับสนุนทางเทคนิคที่แข็งแกร่งและเชื่อถือได้ เพื่อการเดินรถไฟอย่างชาญฉลาด ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ WHOOSH เป็นรถไฟความเร็วสูงสายแรกของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งทอดยาวเป็นระยะทาง 142.3 กิโลเมตร ระหว่างกรุงจาการ์ตาเมืองหลวงของอินโดนีเซียกับเมืองบันดุงซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม โดยมีความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 350 กิโลเมตรต่อชั่วโมง นอกจากนี้ WHOOSH ยังเป็นโครงการแรกนอกประเทศจีนที่ใช้ระบบรถไฟความเร็วสูงของจีน ซึ่งครอบคลุมองค์ประกอบทั้งหมดของห่วงโซ่คุณค่าอุตสาหกรรมรถไฟความเร็วสูงของจีน และถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนถึงการเข้าสู่ยุครถไฟความเร็วสูงของอินโดนีเซียอย่างเต็มตัว WHOOSH [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/it/3390610">หัวเว่ย วางเครือข่ายที่เชื่อถือได้เพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพของรถไฟความเร็วสูงจาการ์ตา-บันดุง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[MiL.k แพลตฟอร์มลอยัลตี้บนบล็อกเชน จับมือผู้พัฒนาเกมรายใหญ่ที่สุดในอินโดนีเซียอย่างอาเกต เซ็น MoU เพื่อร่วมกันพัฒนาอีโคซิสเต็มเว็บ3]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/it/3383986</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 18 Sep 2023 09:00:00 +0700</pubDate>
				<category>it</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/it/3383986</guid>

					<description><![CDATA[<p>มิลค์ พาร์ทเนอร์ส (Milk Partners) ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการแพลตฟอร์มลอยัลตี้บนบล็อกเชนอย่าง &#8220;MiL.k&#8221; ได้ประกาศลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MoU) กับอาเกต (Agate) ผู้พัฒนาเกมชั้นนำอันดับต้น ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และผู้พัฒนาเกมรายใหญ่อันดับหนึ่งของอินโดนีเซีย ความร่วมมือครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อขยายอีโคซิสเต็มเว็บ3 (Web3) โดยอาศัยความเชี่ยวชาญของทั้งสองบริษัทในด้านโซลูชันเกมมิฟิเคชัน (gamification) และอีโคซิสเต็มลอยัลตี้บนบล็อกเชน อาเกตเป็นบริษัทผู้พัฒนาเกมรายใหญ่ที่สุดในอินโดนีเซีย โดยได้เติบโตอย่างรวดเร็ว จากผลงานเกมฮิตอย่างเอิร์ล เกรย์ แอนด์ ดิส รูเพิร์ต กาย (Earl Grey and this Rupert Guy) ฟุตบอล ซากา ทู เดอะ เลเจนด์ รีบอร์น (Football Saga 2: The Legend Reborn) เมโมรีส์ มาย สตอรี มาย ชอยส์ (Memories: My Story, My Choice) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/it/3383986">MiL.k แพลตฟอร์มลอยัลตี้บนบล็อกเชน จับมือผู้พัฒนาเกมรายใหญ่ที่สุดในอินโดนีเซียอย่างอาเกต เซ็น MoU เพื่อร่วมกันพัฒนาอีโคซิสเต็มเว็บ3</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ยูนิลูมินสร้างความสว่างไสวให้ FIBA 2023 ด้วยจอ LED ขนาด 600 ตารางเมตร]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/it/3379313</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 06 Sep 2023 10:27:33 +0700</pubDate>
				<category>it</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/it/3379313</guid>

					<description><![CDATA[<p>การแข่งขันบาสเกตบอลชิงแชมป์โลก 2023 (FIBA Basketball World Cup 2023) เปิดฉากขึ้นที่ฟิลิปปินส์, ญี่ปุ่น และอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม ในฐานะซัพพลายเออร์ด้านจอแอลอีดี (LED) อย่างเป็นทางการของสหพันธ์บาสเกตบอลนานาชาติ (FIBA) ยูนิลูมิน (Unilumin) ได้จัดหาจอแอลอีดีคิดเป็นพื้นที่รวม 600 ตารางเมตร และโซลูชันแบบครบวงจรให้กับสนามแข่งขัน 5 แห่ง ได้แก่ ฟิลิปปินส์ สเตเดียม (Philippines Stadium), อาราเนตา สเตเดียม (Araneta Stadium), มอลล์ ออฟ เอเชีย คอมเพล็กซ์ (Mall of Asia Complex), อินโดนีเซีย สเตเดียม (Indonesia Stadium) และโอกินาวะ สเตเดียม (Okinawa Stadium) เมื่อสนามแข่งขันผ่านการอัปเกรดทางดิจิทัล จอแสดงผลแอลอีดีระดับมืออาชีพจึงกลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการแสดงข้อมูลและการถ่ายทอดสด โดยขอบสนามแบบจอแอลอีดีได้เข้ามาแทนขอบสนามแบบเดิม ๆ และสามารถแสดงข้อมูลการแข่งขันและโฆษณาในเชิงพาณิชย์ได้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/it/3379313">ยูนิลูมินสร้างความสว่างไสวให้ FIBA 2023 ด้วยจอ LED ขนาด 600 ตารางเมตร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[รัฐมนตรีคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางอาเซียน มุ่งมั่นเสริมสร้างความร่วมมือในฐานะศูนย์กลางการเติบโตของโลก]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3377863</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 01 Sep 2023 17:20:11 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/finance/3377863</guid>

					<description><![CDATA[<p>อินโดนีเซียเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางอาเซียน (ASEAN Finance Ministers and Central Bank Governors Meeting หรือ AFMGM) ครั้งที่ 10 เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2566 ณ กรุงจาการ์ตา การประชุมครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อจัดการกับความท้าทายระดับโลกหลังยุคโควิด-19 ด้วยการกำหนดนโยบายร่วมกันเพื่อแก้ไขข้อกังวลต่าง ๆ อย่างเร่งด่วน ตลอดจนสานต่อความพยายามเพื่อรักษาระดับการพัฒนาเศรษฐกิจในระยะยาวของภูมิภาคอาเซียน การประชุม AFMGM ได้ติดตามความก้าวหน้าของประเด็นสำคัญด้านเศรษฐกิจที่อินโดนีเซียในฐานะประธานอาเซียนผลักดันให้บรรลุผลสำเร็จ (Priority Economic Deliverables) ตลอดจนจัดการกับปัญหาเร่งด่วนในปัจจุบัน ซึ่งรวมถึงการฟื้นตัวและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ (การฟื้นฟู-การสร้างใหม่) การเข้าถึงบริการทางการเงินดิจิทัลเพื่อการเติบโต (เศรษฐกิจดิจิทัล) และการส่งเสริมการเงินสีเขียว (ความยั่งยืน) เศรษฐกิจอาเซียนมีความโดดเด่นท่ามกลางความไม่แน่นอนทั่วโลก โดยคาดการณ์ว่าจะเติบโต 4.5% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลก อาเซียนสามารถบริหารจัดการอัตราดอกเบี้ยและอัตราแลกเปลี่ยนได้เป็นอย่างดี ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก การอภิปรายหลักในการประชุม AFMGM ประกอบด้วยประเด็นการรักษาแรงผลักดันเชิงกลยุทธ์ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ แรงกดดันจากหนี้สิน และความท้าทายด้านความยั่งยืน นอกจากนี้ การเสริมสร้างความเข้มแข็งในการประสานงานด้านนโยบายเศรษฐกิจมหภาคและการบริหารความเสี่ยง ก็ถือเป็นประเด็นสำคัญในระดับภูมิภาคเช่นกัน นางศรี มุลยานี (Sri Mulyani) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3377863">รัฐมนตรีคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางอาเซียน มุ่งมั่นเสริมสร้างความร่วมมือในฐานะศูนย์กลางการเติบโตของโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[การแข่งขันแฮกกาธอน “Bio Farma x MIT Hacking Medicine” ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม ช่วยจุดประกายนวัตกรรม-กระตุ้นการเปลี่ยนแปลง]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3376591</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 30 Aug 2023 17:34:27 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3376591</guid>

					<description><![CDATA[<p>ไบโอ ฟาร์มา (Bio Farma) บริษัทเภสัชกรรมของรัฐบาลอินโดนีเซีย ประสบความสำเร็จในการจัดการแข่งขันแฮกกาธอน “ไบโอ ฟาร์มา x เอ็มไอที แฮกกิง เมดิซีน” (Bio Farma x MIT Hacking Medicine) ระหว่างวันที่ 24-27 สิงหาคม 2566 ณ เกาะบาหลี โดยตลอดระยะเวลาสี่วัน มีผู้เข้าร่วมการแข่งขันรวม 200 คน จาก 11 ประเทศ ซึ่งได้รับการคัดเลือกมาจากผู้สมัครกว่า 1,000 คนจากกลุ่มประเทศ G20 และประเทศสมาชิกอาเซียน เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการแข่งขันแฮกกาธอนได้ที่ https://hackathon.biofarma.co.id/ การแข่งขันแฮกกาธอนครั้งนี้ให้การต้อนรับผู้เชี่ยวชาญและผู้นำอุตสาหกรรมหลายท่าน เช่น นายบูดี กูนาดี ซาดิกิน (Budi Gunadi Sadikin) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขอินโดนีเซีย, นายเทดี ภารตะ (Tedi Bharata) รัฐมนตรีช่วยด้านทรัพยากรมนุษย์ เทคโนโลยี และสารสนเทศ กระทรวงรัฐวิสาหกิจอินโดนีเซีย, [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3376591">การแข่งขันแฮกกาธอน “Bio Farma x MIT Hacking Medicine” ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม ช่วยจุดประกายนวัตกรรม-กระตุ้นการเปลี่ยนแปลง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เหลียนเหลียน โกลบอล ร่วมงานไอเอสเอสอี ประจำปี 2566 ที่อินโดนีเซีย พร้อมขยายธุรกิจในระดับสากล]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3376540</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 30 Aug 2023 16:00:00 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/business/3376540</guid>

					<description><![CDATA[<p>เตรียมรุกตลาดอินโดนีเซียด้วยโซลูชั่นชำระเงินข้ามพรมแดนที่ปลอดภัยในระดับแถวหน้า การประชุมสุดยอดและมหกรรมภาคเอสเอ็มอีอินโดนีเซีย (Indonesia SME Summit &#38; Expo) หรืองานไอเอสเอสอี (ISSE) ประจำปี 2566 กำลังมีขึ้นระหว่างวันที่ 29-31 สิงหาคม ณ ศูนย์นิทรรศการการประชุมอินโดนีเซีย (Indonesia Convention Exhibition หรือ ICE) โดยเป็นการรวมตัวกันของยักษ์ใหญ่อย่างติ๊กต๊อก (TikTok) ช้อปปี้ (Shopee) และลาซาด้า (Lazada) ขณะที่ผู้เล่นรายสำคัญ ๆ ในวงการฟินเทค โลจิสติกส์ และบริการซอฟต์แวร์ ก็จะกระโจนเข้าสู่ทิศทางเกิดใหม่ที่จะกำหนดรูปแบบเศรษฐกิจดิจิทัลของอินโดนีเซียด้วย ทีมงานในอินโดนีเซียของเหลียนเหลียน ดิจิเทค (LianLian DigiTech) เข้าร่วมในงานนี้ในฐานะผู้อำนวยความสะดวกด้านการค้าข้ามพรมแดนระดับชั้นนำสำหรับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซหลายแพลตฟอร์มของอินโดนีเซีย ซึ่งในงานนี้ เหลียนเหลียน โกลบอล (LianLian Global) จะแบ่งปันผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์และโซลูชันที่ล้ำสมัยของบริษัทฯ ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อส่งเสริมบริษัทของจีน ขณะที่บริษัทจีนเหล่านี้กำลังขยายธุรกิจไปทั่วโลก รวมทั้งเพื่อรองรับผู้ค้าท้องถิ่นของอินโดนีเซียในการเปลี่ยนแปลงไปสู่ดิจิทัล จีดีพีของอินโดนีเซียเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในอัตรา 5% ในรอบทศวรรษที่ผ่านมา ตอกย้ำสถานะของอินโดนีเซียในฐานะประเทศชั้นนำที่มีการขยายตัวเร็วที่สุดประเทศหนึ่งของโลก อินโดนีเซียเป็นแหล่งลงทุนทางเลือกสำหรับผู้ค้าข้ามพรมแดน ธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ และธุรกิจฟินเทคที่กำลังแสวงหาโอกาสในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บทบาทสำคัญเช่นนี้ทำให้เหลียนเหลียน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3376540">เหลียนเหลียน โกลบอล ร่วมงานไอเอสเอสอี ประจำปี 2566 ที่อินโดนีเซีย พร้อมขยายธุรกิจในระดับสากล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[แวดวงการผลิตพลังงานหมุนเวียนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อาจสร้างรายได้ที่ยั่งยืนได้ถึง 90,000 ถึง 100,000 ล้านดอลลาร์ภายในปี 2573]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3373815</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 24 Aug 2023 11:11:00 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3373815</guid>

					<description><![CDATA[<p>ผลวิเคราะห์ใหม่เผย การผลิตพลังงานหมุนเวียนมอบหนทางในการกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ สร้างงาน 6 ล้านตำแหน่งภายในปี 2593 และบรรเทาผลกระทบของภาวะโลกรวนทั่วทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อาจสูญเสียผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศมากถึง 30% ภายในปี 2593 เมื่ออุณหภูมิโลกเพิ่มขึ้นและเกิดเหตุการณ์รุนแรงทางสภาพอากาศ แต่การส่งเสริมสมรรถนะการผลิตพลังงานหมุนเวียนของภูมิภาคนี้ จะทำให้ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้พร้อมที่จะสร้างตำแหน่งงานใหม่และรองรับความต้องการด้านพลังงานที่กำลังขยายตัว พร้อมทั้งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมหาศาล จากงานวิจัยใหม่ที่เผยแพร่นอกรอบการประชุมรัฐมนตรีการคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางอาเซียน (ASEAN Finance Ministers and Central Bank Governors Meeting) โดยธนาคารพัฒนาเอเชีย หรือ เอดีบี (Asian Development Bank หรือ ADB) มูลนิธิบลูมเบิร์กเพื่อสาธารณประโยชน์ (Bloomberg Philanthropies) มูลนิธิไคลเมทเวิร์คส์ (ClimateWorks Foundation) และซัสเทนอะเบิล เอเนอร์จี ฟอร์ ออล (Sustainable Energy for All หรือ SEforALL) อุตสาหกรรมเซลล์แสงอาทิตย์ (PV) แบตเตอรี่ และยานพาหนะสองล้อไฟฟ้าที่กำลังเติบโตของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีโอกาสสร้างรายได้ราว 90,000 ถึง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3373815">แวดวงการผลิตพลังงานหมุนเวียนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อาจสร้างรายได้ที่ยั่งยืนได้ถึง 90,000 ถึง 100,000 ล้านดอลลาร์ภายในปี 2573</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[“พลูโก” แพลตฟอร์มโซลูชันอีคอมเมิร์ซของอินโดนีเซีย ประกาศบุกตลาดไทย สะท้อนเป้าหมายสำคัญในปี 2566]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3373561</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 23 Aug 2023 16:29:16 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/finance/3373561</guid>

					<description><![CDATA[<p>พลูโก (Plugo) ผู้บุกเบิกวงการอีคอมเมิร์ซจากอินโดนีเซีย ประสบความสำเร็จในการปั้นตลาดเฉพาะกลุ่ม ในตลาดช่องทางขายถึงผู้บริโภคโดยตรง (D2C) ในยุคดิจิทัลที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว ในระหว่างงานพลูโก แบรนด์ แอปพรีชิเอชัน เดย์ (Plugo Brand Appreciation Day) ประจำปี 2566 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2566 ณ โรงแรม เดอะ แลงแฮม จาการ์ตา (The Langham Jakarta) นั้น พลูโกได้ประกาศความพร้อมในการก้าวเข้าสู่ตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างมั่นใจ โดยภายในงานมีผู้นำในอุตสาหกรรม ตัวแทนแบรนด์ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรายต่าง ๆ เข้าร่วมเป็นสักขีพยานด้วย ความสำเร็จอันน่าทึ่งของพลูโกในปี 2566 บ่งบอกถึงความโดดเด่นที่เพิ่มขึ้นในภาคอีคอมเมิร์ซ ไม่ว่าจะเป็น ภายในงานนี้ คุณอิซกิ อัลดริน อิสวาร์นา (Izki Aldrin Iswarna) ผู้อำนวยการประจำประเทศของพลูโก กล่าวว่า “เหตุการณ์สำคัญในปี 2566 ของเราได้เน้นย้ำความมุ่งมั่นของพลูโก ในการให้บริการแบรนด์ต่าง ๆ และช่วยให้เติบโตได้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3373561">“พลูโก” แพลตฟอร์มโซลูชันอีคอมเมิร์ซของอินโดนีเซีย ประกาศบุกตลาดไทย สะท้อนเป้าหมายสำคัญในปี 2566</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[SSAB และ Cargotec จับมือกันเพื่อนำเหล็กกล้ารีไซเคิลที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์มาใช้ในอุตสาหกรรมการขนส่งและขนถ่ายสินค้า]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/energy/3370163</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 16 Aug 2023 09:00:00 +0700</pubDate>
				<category>energy</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/energy/3370163</guid>

					<description><![CDATA[<p>SSAB และ Cargotec กำลังยกระดับความร่วมมือระหว่างกันไปอีกขั้นด้วยการนำเสนอ SSAB Zero™ ซึ่งเป็นเหล็กกล้ารีไซเคิลที่ปราศจากการปล่อยคาร์บอนและปลอดฟอสซิลให้กับอุตสาหกรรมการขนส่งและขนถ่ายสินค้า โดย Cargotec มีแผนจะค่อย ๆ เริ่มใช้เหล็กกล้านี้ในผลิตภัณฑ์ของตนในปีนี้ ความร่วมมือเรื่อง SSAB Zero™ นั้นเป็นขั้นต่อไปโดยอัตโนมัติ ซึ่ง SSAB และ Cargotec จะทำงานร่วมกัน เพื่อลดผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศในการขนส่งและขนถ่ายสินค้า ความร่วมมือนี้ส่งผลให้มีการเปิดตัวอุปกรณ์ขนถ่ายสินค้าเครื่องแรกของโลกที่ทำจากเหล็กไร้ฟอสซิล นั่นคือ ฮุกลิฟท์แบรนด์ MULTILIFT โดย Hiab ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ Cargotec เป็นผู้เปิดตัวสินค้าต้นแบบของฮุกลิฟท์ในเดือนกันยายน 2022 &#8220;เรายินดีที่ได้ต้อนรับ Cargotec ในฐานะพาร์ทเนอร์สำหรับ SSAB Zero™ อีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ และรอคอยที่จะได้ทำงานร่วมกันต่อไปเพื่อลดรอยเท้าคาร์บอนในห่วงโซ่คุณค่า&#8221; Thomas Hörnfeldt หัวหน้าฝ่ายธุรกิจยั่งยืนของ SSAB กล่าว &#8220;ความต้องการเหล็กกล้าที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์กำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และ SSAB Zero™ ช่วยให้เราสามารถส่งมอบเหล็กกล้าประเภทนี้ให้ลูกค้าของเราได้มากขึ้นแล้วในปีนี้&#8221; &#8220;ในฐานะที่เราเป็นผู้ให้บริการขนส่งสินค้าหนักและอุปกรณ์ขนถ่ายสินค้า ทำให้เราเป็นผู้ใช้เหล็กกล้ารายใหญ่ เมื่อใดก็ตามที่เป็นไปได้ เราจะเลือกใช้วัสดุที่มีรอยเท้าคาร์บอนน้อยลงเมื่อเทียบกับทางเลือกดั้งเดิม และ SSAB [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/energy/3370163">SSAB และ Cargotec จับมือกันเพื่อนำเหล็กกล้ารีไซเคิลที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์มาใช้ในอุตสาหกรรมการขนส่งและขนถ่ายสินค้า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[‘เนต้า ออโต้’ ลงหลักปักฐาน สร้างความยั่งยืนในตลาดอินโดนีเซีย]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/auto/3368916</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 11 Aug 2023 10:18:19 +0700</pubDate>
				<category>auto</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/auto/3368916</guid>

					<description><![CDATA[<p>สวัสดีอินโดนีเซีย นี่เนต้าเอง หลังจากเปิดตัวในตลาดต่างประเทศมาแล้วหนึ่งปี ในปีนี้ เนต้า (NETA) ก็ได้ลงหลักปักฐานและเปิดตัวเป็นทางการในประเทศอินโดนีเซียในงานไกกินโด อินโดนีเซีย อินเตอร์เนชั่นแนล ออโต้ โชว์ (Gaikindo Indonesia International Auto Show) หรือ GIIAS ประจำปี 2566 เนต้าเป็นแบรนด์ยานยนต์ที่เปิดตัวสู่ตลาดมวลชน (mass market) ในประเทศจีนเป็นครั้งแรกในเดือนมิถุนายน 2561 และเปิดตัวรถยนต์ที่มีการผลิตจำนวนมากรุ่นแรกในเดือนพฤศจิกายน 2561 ปัจจุบันเนต้าเป็นแบรนด์ยานยนต์ที่นำเสนอนวัตกรรมคุณภาพสูงระดับพรีเมียมสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลก ในงาน GIIAS ปีนี้ เนต้าเปิดตัวยานยนต์พร้อมกัน 3 รุ่น ได้แก่ เนต้า เอส (NETA S) ซึ่งเป็นรถสปอร์ตคูเป้อัจฉริยะ เนต้า ยู (NETA U) ซึ่งเป็นรถเอสยูวีอัจฉริยะที่ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่เพียงอย่างเดียว (BEV-SUV) แบบทนทานยาวนานเป็นพิเศษ และเนต้า วี (NETA V) ซึ่งเป็นยานยนต์อัจฉริยะทันสมัยที่เกิดมาเพื่อคนรุ่นใหม่ การเข้าร่วมงาน GIIAS ประจำปี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/auto/3368916">‘เนต้า ออโต้’ ลงหลักปักฐาน สร้างความยั่งยืนในตลาดอินโดนีเซีย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
	</channel>
</rss>
