ข่าวประชาสัมพันธ์ไลฟ์สไตล์

อนาคตที่เราฝันถึง “Thailand Young Artists: Our Country, Our Future” งานนิทรรศการภาพจากใจเยาวชนทั่วประเทศไทย

          ในช่วงสัปดาห์ที่ฟ้ากรุงเทพฯ ขมุกขมัวที่สุดในรอบปี ฝุ่นพิษ PM 2.5 ปกคลุมไปทั่ว ช่วงเวลาดังกล่าวอาจทำให้หลายคนหดหู่หมดวังต่อสถานการณ์สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และการเมือง ในสังคมไทย แต่แท้จริงความเป็นไปได้มีอยู่เสมอ เริ่มจากเสียงของเราเอง ในวันที่ 21 มกราคมที่ผ่านมา ธนาคารโลกได้ชักชวนเยาวชนคนรุ่นใหม่มามีส่วนร่วมกับงานนิทรรศการ "Thailand Young Artists: Our Country, Our Future Art Exhibition: ความฝันของเยาวชนไทย อนาคตแบบไหนที่อยากเห็น" พร้อมชวนเยาวชนที่ได้รับรางวัลพูดคุยถึงความเป็นไปได้และอนาคตที่พวกเขาใฝ่ฝัน
          ริเริ่มจาก ธนาคารโลกเปิดให้เยาวชนทั่วประเทศส่งงานศิลปะเข้าร่วมโครงการ Thailand Young Artists: Our Country, Our Future โดยมีโจทย์คือให้วาดภาพอนาคตที่เยาวชนไทยอยากเห็น เยาวชนทั่วประเทศกว่า 300 คนจึงได้ส่งงานเข้าประกวด งานที่ส่งมามีความหลากหลายทั้งอายุ ถิ่นกำเนิด และเนื้อหา ตั้งแต่ปัญหาสิ่งแวดล้อม ความรักและความสัมพันธ์ในครอบครัว เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ฯลฯ คณะกรรมการได้พิจารณาจากความสวยงาม ความคิดสร้างสรรค์ และเนื้อหา และได้นำผลงาน 50 ชิ้นมาจัดแสดง โดยชวนเยาวชนที่ได้รับรางวัลร่วมพูดคุยถึงความฝันของพวกเขา
          นางสาวอัญชลิกา แก้วจันทร์ นักศึกษาคณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เข้าร่วมโครงการนี้เพราะคิดว่านี่เป็นโอกาสได้แสดงออกถึงความสามารถที่มีอยู่และได้พูดถึงปัญหาสังคมที่สนใจ เธอวาดภาพเด็กชายคนหนึ่งซึ่งถือสมุดวาดรูปที่เป็นความฝันของเขา 
          "เราตอนเด็กๆ เวลาฝันอะไรจะวาดสิ่งที่ฝันลงในสมุด เด็กคนนี้เหมือนกัน เขาวาดสิ่งที่เขาฝันลงสมุดจด แต่ข้างหลังเด็กเป็นบ้านไม้สังกะสี แสดงถึงสถานะครอบครัวที่ยากจน ภาพนี้เราอยากพูดถึงความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ที่เด็กแต่ละคนเป็นมนุษย์เหมือนกัน แต่ได้รับโอกาสในชีวิตไม่เท่ากัน เด็กบางคนอาจต้องเดินเท้าไปโรงเรียน ไม่มีหนังสือ ไม่มีโอกาสได้เรียนต่อ ฉะนั้นภาพนี้ไม่ได้บอกว่าเขาจะได้เป็นตามที่ฝันไว้หรือไม่ แต่ชวนคนมองภาพคิดว่า เราจะทำอย่างไรให้เด็กทำตามฝันตัวเองไว้ได้ โดยที่เขาไม่ต้องดั้นด้นด้วยตัวเองเท่านั้น"
          นางสาวพันธหทัย บางขุนเทียน วาดภาพโลกสองด้านที่เป็นกระจกเงาสะท้อนซึ่งกันและกัน ด้านหนึ่งสดใสสวยงามด้วยธรรมชาติและเทคโนโลยี อีกด้านหม่นหมองด้วยกลุ่มควัน เธอวาดภาพเนื่องจากตระหนักในปัญหาสิ่งแวดล้อมและอยากจะสื่อถึง butterfly effect ที่ทุกกระทำของเราไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ล้วนส่งผลต่ออนาคตแน่นอน
          "เราอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงในสังคม อยากเห็นการเดินทางที่ใช้รถน้อยลง มีขนส่งสาธารณะที่สะดวกมากขึ้น ทุกวันนี้กรุงเทพฯ มีปัญหารถติดและฝุ่นควันมาก ทำอย่างไรก็แก้ไม่ได้ จึงอยากให้ทุกคนเห็นความสำคัญ"
          ด้าน นายปราชญ์ ธรรมาวุฒิกุล นักศึกษาชั้นสาขาวิชาออกแบบกราฟิกและอินโฟร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ได้วาดรูปชาวนากำลังเกี่ยวข้าว รวงข้าวชูช่อออกมาเป็นธนบัตร 100 บาท เพื่อสื่อว่าทุกวันนี้ชาวนาทำงานแลกเงิน แม้ว่าจะทำอย่างเต็มร้อย แต่ก็อาจจะไม่ได้กลับคืนมาเต็มร้อย เพราะต้องให้ส่วนแบ่งกับโรงสีข้าว ค่าขนส่ง บริษัทต่าง ๆ ทำให้ชาวนายังคงลำบากและยากจน
          สำหรับสิ่งที่ควรเปลี่ยนแปลงในสังคมไทย ปราชญ์คิดว่าสังคมควรเคารพกฎหมายและสิทธิมนุษยชนมากขึ้น หยุดคิดว่าเรื่องแบบนี้ ใคร ๆ ก็ทำกัน ฉะนั้นทำได้ "มันมีตั้งแต่เรื่องเล็ก ๆ เช่น มอเตอร์ไซค์ขี่บนฟุตบาท คนเดินเท้าเดินลัดสนาม ไปจนถึงเรื่องใหญ่ๆ สิ่งเหล่านี้อาจไม่เป็นไรในสายตาคนทำ แต่ความจริงมันไม่ถูกต้องและก่อความเสียหายมาก ผมเลยอยากให้เคารพกันมากขึ้น ถ้าสังคมมีความเคารพกันมากขึ้น ปัญหาต่าง ๆ น่าจะน้อยลง"
          สุดท้ายคือ นางสาวปฏิมา แซ่บู่ อายุ 18 ปี ได้วาดภาพการอยู่ร่วมกันของความหลากหลายทั้งชาติพันธุ์ ถิ่นกำเนิด อายุ สีผิว และเพศ โดยใช้สีสันสดใสเพื่อบอกว่าเราอยู่ร่วมกันได้บนความแตกต่าง 
          "หนูคิดว่ามันมีปัญหาที่คนยังไม่เคารพความต่างของกันและกัน ตำหนิ ตีตราคนที่ต่างออกจากเรา สิ่งนี้แก้ไขได้เลย โดยที่เรายอมรับและเข้าใจคนอื่นว่ามีเงื่อนไขชีวิตต่างจากเรา มันจะทำให้เราอยู่ร่วมกันอย่างสบายใจ ไม่กังวลเวลาออกไปไหน ใส่ชุดนี้ มีอัตลักษณ์แบบนี้ ใครจะว่าอะไรไหม ทุกคนจะรู้สึกปลอดภัยมากขึ้น"
          อาจารย์จิรวัฒน์ เอื้อสังคมเศรษฐ์ คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร คณะกรรมการผู้ตัดสินผลงานและผู้นำเสวนากล่าวว่า ตอนที่เห็นงานของเด็ก ๆ เขารู้สึกว่ามันน่าสนใจมาก เพราะมีทั้งงานที่พูดถึงเรื่องใกล้ตัวที่เป็นรูปธรรม และงานที่สื่อสารเรื่องไกลตัวที่เป็นนามธรรม เมื่อมีโอกาสได้คุยกับเยาวชนในวันนี้พบว่าเด็ก ๆ มีความคิดอ่านน่าสนใจและผู้ใหญ่ควรรับฟัง
          ด้าน Dr. Birgit Hansl ผู้จัดการธนาคารโลกประจำประเทศไทย กล่าวเปิดงานครั้งนี้ว่า ธนาคารโลกอยากร่วมสร้างการพัฒนาอย่างยั่งยืนและสร้างการเปลี่ยนแปลงแง่บวกในประเทศไทย จึงเริ่มต้นปีด้วยการฟังเสียงเยาวชนผ่านการจัดนิทรรศการครั้งนี้ ซึ่งในอาทิตย์หน้าจะพาเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการจำนวนหนึ่งไปพูดคุยกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังที่ทำเทียบรัฐบาลในสัปดาห์หน้าเพื่อสะท้อนเสียงของเยาวชนคนรุ่นใหม่ต่อไป
 
          ล้อมกรอบ
          นิทรรศการ "Thailand: The Future We Want : ความฝันของเยาวชนไทยอนาคตแบบไหนที่อยากเห็น" เป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลองครบรอบ 70 ปีสัมพันธภาพระหว่างประเทศไทยและธนาคารโลก และเป็นกรอบความร่วมมือระดับประเทศฉบับใหม่ระหว่างรัฐบาลไทยและกลุ่มธนาคารโลก (พ.ศ. 2562-2565) โดยจัดแสดงภาพวาดจากเยาวชนทั่วประเทศ 50 ภาพ ณ ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) ตั้งแต่วันที่ 21-26 มกราคมนี้
          หมายเหตุ : สามารถย้อนดูงานเสวนาได้ที่ FB : World Bank Thailand