ข่าวประชาสัมพันธ์Uncategorized

กระทรวงดิจิทัลฯ เผยผลสำเร็จขับเคลื่อนตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 โชว์ความคืบหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลฯ เร่งต่อยอดเครือข่ายเน็ตอาสาประชารัฐ” สร้างรายได้ชุมชนกว่า 24,700 หมู่บ้าน

          กระทรวงดิจิทัลฯ เผยผลสำเร็จขับเคลื่อนตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 โชว์ความคืบหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลฯ เร่งต่อยอดเครือข่ายเน็ตอาสาประชารัฐ" สร้างรายได้ชุมชนกว่า 24,700 หมู่บ้าน เร่งเครื่อง Big Data บูรณาการความพร้อมของทุกกระทรวงมุ่งให้บริการประชาชนแบบ One Stop Service ชงทุกหน่วยงานภาครัฐเตรียมความพร้อมปรับองค์กรรับมือ หลัง กม.ไซเบอร์ และข้อมูลส่วนบุคคลผ่านครม.
          นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเผยภายหลังการประชุม คณะกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีครั้งที่5 /2561 ว่า ที่ประชุมพิจารณาวาระเพื่อทราบและรายงานความคืบหน้าผลการดำเนินงานที่สำคัญของกระทรวงฯ ที่ได้รับมอบนโยบาย และเรื่องที่ดำเนินการตามข้อสั่งการของนายกฯ ประเด็นแรก Big data ที่เกี่ยวข้องกับทุกกระทรวง มีความคืบหน้าในการขับเคลื่อน Big Data โดยได้จัดทำมาตรฐานและแนวทางปฏิบัติการออกแบบโครงสร้างพื้นฐานทางด้านสารสนเทศเพื่อการประมวลผลข้อมูลภาครัฐ และจัดทีมให้คำปรึกษาแก่หน่วยงานภาครัฐเพื่อประเมินสถานะความพร้อมขององค์กร ทั้งในเชิงโครงสร้างพื้นฐาน ข้อมูล เครื่องมือ และบุคลากร
          ทั้งนี้ กระทรวงดิจิทัลฯ มอบหมาย ให้สำนักงานสถิติแห่งชาติจัดทำแนวทางการใช้ประโยชน์จากข้อมูลขนาดใหญ่ (Big data) ศูนย์บริการร่วม ณ จุดเดียว (One Stop Service) การจัดตั้งศูนย์ข้อมูลภาครัฐ (Government Data Center) และขับเคลื่อนด้วยการดำเนินการของคณะกรรมการบูรณาการฐานข้อมูล 4 คณะ ประกอบด้วย (1) คณะกรรมการบูรณาการฐานข้อมูลด้านความมั่นคง (2) คณะกรรมการบูรณาการฐานข้อมูลน้ำและภูมิอากาศแห่งชาติ (3) การขับเคลื่อนแนวทางการบูรณาการฐานข้อมูลประชาชนและการบริการภาครัฐ ( Linkage Center) (4) คณะกรรมการบูรณาการฐานข้อมูลด้านทรัพยากรและบริหารโครงสร้างภาครัฐ
          ด้านความคืบหน้าเกี่ยวกับกฎหมายสำคัญของกระทรวงดิจิทัลฯ ล่าสุด พ.ร.บ.ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ได้ผ่านการพิจารณาจาก ครม. เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2561 หลังจากนี้หน่วยงานภาครัฐทุกหน่วยต้องให้ความสำคัญในเรื่องการดูแลไม่ให้ถูกโจมตีจากภัยไซเบอร์เป็นอันดับแรก และทุกกระทรวงควรมีแผนรองรับเร่งด่วน ซึ่งต้องมีการลงทุนในด้าน Network Cyber Security และตระหนักถึงข้อมูลส่วนบุคคล การจะนำมาใช้ต้องแจ้งประชาชน จะต้องมีการยินยอมจากประชาชน พ.ร.บ. ทั้ง 2 ฉบับ จะเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ทุกกระทรวงจะต้องมีส่วนเกี่ยวข้อง
          นอกจากนี้ยังมีการสรุปความคืบหน้าของโครงการสำคัญ ที่หน่วยงานในสังกัดกระทรวงดิจิทัลดำเนินการเพื่อขับเคลื่อนนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ได้แก่ 1.โครงการเน็ตประชารัฐ ได้ดำเนินการในพื้นที่เป้าหมายแล้ว ๒๔,๗๐๐ หมู่บ้าน เพื่อให้บริการที่ทั่วถึง เท่าเทียม ทั่วประเทศไทย ทั้งด้านการศึกษา การสาธารณสุข การเกษตร และเศรษฐกิจ มุ่งเน้นเพื่อให้เกิดการค้าขายออนไลน์ ปัจจุบันมีผู้ลงทะเบียนใช้งานแล้วประมาณ 4.7 ล้านคน (ข้อมูล ณ วันที่ 18 ธ.ค. 61) แผนงานต่อจากนี้จะเป็นการขยายต่อโครงข่ายเน็ตประชารัฐเพื่อคุณภาพชีวิต อาทิ รร. รพ.สต. สุขศาลาพระราชทาน นอกจากนี้ได้จัดอบรมยสร้างการรับรู้และส่งเสริมการใช้ประโยชน์ไปสู่ภาคประชาชนเพิ่มขึ้น
          โครงการ จำนวน
          1. โดยจัดอบรมวิทยากรแกนนำ (ครู กศน.) 1,000 คน (1พันคน)
          2. กลุ่มผู้นำชุมชน 100,000 (1แสนคน)
          3. โครงการอบรมร่วมกับกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย (อบรมประชาชน) 1.000,000 (1 ล้านคน)
          4. โครงการเครือข่ายเน็ตอาสาประชารัฐ 77 แห่งทั่วประเทศ
          2. โครงการดิจิทัลชุมชนด้าน e-Commerce (POS) โดย บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เพื่อส่งเสริมให้ชาวบ้านสามารถเป็นผู้ประกอบการที่สามารถขายสินค้าท้องถิ่นผ่านช่องทางออนไลน์ ปัจจุบัน มีผู้ประกอบการ 851 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ต.ค. 61) สามารถเข้าเยี่ยมชมและสนับสนุนสินค้าของชาวบ้านผ่านช่องทาง www.thailandpostmart.com เป็นเว็บไซต์ขายของชุมชนเกษตร
          3.การพัฒนาเมืองอัจฉริยะ กระทรวงดิจิทัลฯ โดย สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) ได้มีการจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาเมืองอัจฉริยะประเทศไทย ร่วมกับสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน รวมทั้งขับเคลื่อน ASEAN Smart Cities ภายใต้กรอบอาเซียน ปัจจุบัน กระทรวงดิจิทัลฯ ได้จัดทำมาตรการส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการให้เกิดการพัฒนาและประยุกต์ใช้งานเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล
          4. โครงการเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล (ดิจิทัลพาร์ค) กระทรวงดิจิทัลฯ โดย บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ดำเนินการจัดทำเพื่อเป็นศูนย์กลางการลงทุน การพัฒนานวัตกรรม และการเรียนรู้ด้านดิจิทัล ผ่านมาตรการดึงดูดนักลงทุน ผู้ประกอบการ และนักวิจัย เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการลงทุนและพัฒนานวัตกรรมด้านดิจิทัล โดยจัดตั้งในพื้นที่การพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี)
          5. โครงการศูนย์ดิจิทัลชุมชน โดยสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) จะเป็น"ศูนย์บริการของชุมชนที่มีการบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐทั้งส่วนกลางและพื้นที่ สามารถให้บริการประชาชนแบบเบ็ดเสร็จ โดยเน้นบริการด้านการศึกษา การเกษตร การดูแลสุขภาพการค้าขาย การบริการท่องงเที่ยว และสวัสดิการสังคม" ศึกษาแนวทางการจัดหางบประมาณสนับสนุนจากกองทุน USO และกองทุน DE เพื่อใช้ในพัฒนาศูนย์ฯ ซึ่งปัจจุบันมีจำนวน ๒,๒๘๐ แห่งกระจายอยู่ทั่วประเทศ โดยปรับเปลี่ยนมาจากศูนย์การเรียนรู้ไอซีทีชุมชน
          ทั้งนี้ กระทรวงดิจิทัลฯ อยู่ระหว่างพัฒนาให้เป็นจุดให้บริการแบบครบวงจรของภาครัฐ และความต้องการการสนับสนุนและความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐต่าง ๆ คือ 1) การร่วมกันใช้ประโยชน์จากศูนย์ดิจิทัลชุมชนในการให้บริการ (e-Service) เพื่อเป็นศูนย์การให้บริการภาครัฐแบบครบวงจร 2) การนำศูนย์ดิจิทัลชุมชนเป็นศูนย์ถ่ายทอดองค์ความรู้ในด้านต่างๆ ของภาครัฐ สู่ประชาชน และ 3) การให้สถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาในท้องถิ่นของจังหวัด มีส่วนร่วมในการสนับสนุน และส่งเสริมการดำเนินงานของศูนย์ในพื้นจังหวัดตนเอง