ข่าวประชาสัมพันธ์ไอที

“ดีป้า” มอบใบประกาศเขตส่งเสริมเมืองอัจฉริยะเพิ่ม 13 พื้นที่ โชว์ความก้าวหน้าการขับเคลื่อนเมืองอัจฉริยะประเทศไทยต่อเนื่อง

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ตอกย้ำความสำคัญและเผยความคืบหน้าผลสัมฤทธิ์การขับเคลื่อนเมืองอัจฉริยะประเทศไทย จัดพิธีมอบใบประกาศเขตส่งเสริมเมืองอัจฉริยะแก่ 13 พื้นที่ในงาน Thailand Smart City Week 2020 พร้อมสานต่อการขับเคลื่อนเมืองอัจฉริยะให้เกิดขึ้น 100 พื้นที่ทั่วประเทศภายในปี 2565

ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า เปิดเผยว่า ภารกิจที่ ดีป้า โดย สำนักงานเมืองอัจฉริยะประเทศไทย ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องคือ การส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ผ่านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ คำแนะนำ และข้อเสนอแนะ โดยบูรณาการการทำงานกับประชาชนเจ้าของพื้นที่ที่จะเข้ามามีส่วนสำคัญในการแก้ไขปัญหาและยกระดับเมือง พร้อมกันนี้ ยังมีหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชนที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการอย่างยั่งยืน เพื่อเป้าหมายเดียวกันคือ การเป็นเมืองน่าอยู่ ทันสมัย ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ล่าสุด ในพิธีเปิดงาน Thailand Smart City Week 2020 เมื่อวันที่ 16 ตุลาคมที่ผ่านมา ดีป้า ได้มอบใบประกาศเขตส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ ทั้งประเภทเมืองเดิมน่าอยู่ (Livable City) และเมืองใหม่ทันสมัย (New City) ให้กับ 13 พื้นที่ ซึ่งถือเป็นการมอบใบประกาศเขตส่งเสริมฯ อีกครั้ง นับตั้งแต่งาน Digital Thailand Big Bang 2019 ที่ได้มอบให้กับ 27 พื้นที่ใน 22 จังหวัด โดย 13 พื้นที่ที่ได้รับใบประกาศเขตส่งเสริมฯ ครั้งนี้ ประกอบด้วย

  1. เมืองจุฬาฯ อัจฉริยะ กรุงเทพมหานคร
  2. เมืองอัจฉริยะย่านพระราม 4 กรุงเทพมหานคร
  3. กระบี่เมืองอัจฉริยะ จังหวัดกระบี่
  4. แสนสุขสมาร์ทซิตี้ จังหวัดชลบุรี
  5. SAHA GROUP SMART CITY จังหวัดชลบุรี
  6. NONGKHAI SMART CITY จังหวัดหนองคาย
  7. จังหวัดพังงาสู่เมืองอัจฉริยะ จังหวัดพังงา
  8. เมืองอัจฉริยะจังหวัดพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก
  9. NU SMART CITY จังหวัดพิษณุโลก
  10. เมืองอัจฉริยะบ้านฉาง จังหวัดระยอง
  11. เมืองอัจฉริยะวังจันทร์วัลเลย์ จังหวัดระยอง
  12. ออริจิ้น สมาร์ทซิตี้ ระยอง จังหวัดระยอง
  13. นครศรีธรรมราชเมืองอัจฉริยะ จังหวัดนครศรีธรรมราช

ดร.ณัฐพล กล่าวว่า การมอบใบประกาศเขตส่งเสริมฯ ในครั้งนี้ถือเป็นการตอกย้ำความสำคัญ พร้อมเผยความคืบหน้าและผลสัมฤทธิ์ของการขับเคลื่อนเมืองอัจฉริยะประเทศไทยที่ ดีป้า ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งเป็นการสร้างขวัญกำลังใจและความเชื่อมั่นให้กับผู้ที่มีความตั้งใจในการพัฒนาเมือง

"เขตส่งเสริมเมืองอัจฉริยะถือเป็นพื้นที่ที่ได้รับการส่งเสริมให้เกิดการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล เพื่อประโยชน์ต่อภาคเศรษฐกิจและสังคม อีกทั้งเป็นแนวทางในการพัฒนาเมืองและเตรียมความพร้อมสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะที่มุ่งเน้นให้เกิดการยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชน โดย 13 เมืองที่ได้รับใบประกาศเขตส่งเสริมฯ ในครั้งนี้ถือเป็นพื้นที่ที่มีความพร้อมที่จะพัฒนาสู่เมืองอัจฉริยะของประเทศไทย มีแผนการดำเนินงานที่ชัดเจน มีผู้นำเมืองที่มีเข้าใจและตั้งใจ อีกทั้งได้รับความร่วมมือจากผู้คนในพื้นที่ที่เห็นพ้องจะร่วมพัฒนาท้องถิ่นของตนให้ดียิ่งขึ้นในทุก ๆ บริบทการดำรงชีวิต โดยผ่านเกณฑ์การพิจารณาขั้นต้นของ สำนักงานเมืองอัจฉริยะประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันมีเขตส่งเสริมเมืองอัจฉริยะรวมทั้งสิ้น 40 พื้นที่ โดย ดีป้า ตั้งเป้าให้ประเทศไทยเกิดการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ จำนวน 100 เมืองกระจายในทุกภูมิภาคทั่วประเทศภายในปี 2565 และคาดหวังให้มีเมืองอัจฉริยะที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก ไม่ต่ำกว่า 3 เมือง" ผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า กล่าว

จากนี้ เขตส่งเสริมเมืองอัจฉริยะทั้งหมดจะได้รับการพิจารณาข้อเสนอโครงการฯ จากที่ประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนและบริหารโครงการเมืองอัจฉริยะ ที่มี นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เป็นประธาน ก่อนนำผลการพิจารณาเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ ซึ่งมี พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เพื่อพิจารณาการเป็นเมืองอัจฉริยะต่อไป