ข่าวประชาสัมพันธ์ไอที

Vertiv เผยผลวิจัยล่าสุดเกี่ยวกับโอกาสด้าน Edge สำหรับผู้ให้บริการโทรคมนาคม

ผู้ให้บริการเครือข่ายจะมีบทบาทสำคัญในการสร้างบริการที่สร้างรายได้ใหม่จาก Edge Computing

Vertiv (NYSE: VRT) ผู้ให้บริการระดับโลกด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิตอลที่สำคัญและโซลูชั่นต่อเนื่อง ร่วมกับ Omdia บริษัทผู้วิเคราะห์ด้านเทคโนโลยี ได้เผยแพร่รายงานฉบับใหม่เกี่ยวกับผลของการเปลี่ยนไปใช้ Edge Computing ที่มีต่อผู้ประกอบการโทรคมนาคมและกลยุทธ์ที่ดีที่สุดสำหรับการลงทุนเพื่อการเติบโตที่รวดเร็ว

รายงานที่มีชื่อว่า Telcos และ Edge Computing: โอกาส ภัยคุกคาม หรือการทำให้ไขว้เขว แสดงให้เห็นว่าการเติบโตของ Edge Computing สามารถทำให้เกิดโอกาสในการสร้างผลกำไรใหม่ๆ ให้กับผู้ประกอบการได้

บริษัท Omdia ชื่อเดิม Ovum กล่าวว่าผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือและระบบเครือข่ายแบบใช้สาย สามารถสร้างแพลตฟอร์มสำหรับการพัฒนาการให้บริการในรูปแบบ Edge ซึ่งจะสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายได้เป็นอย่างมาก โดยการเชื่อมต่อ รวบรวมเครือข่ายของเสาส่งสัญญาณที่ตั้งอยู่จำนวนมาก จุดให้บริการย่อยเช่น Edge Data Center และสำนักงานส่วนกลาง เข้าด้วยกัน

Gary Niederpruem หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์และพัฒนาของ Vertiv กล่าวว่า “การเติบโตของ edge ได้เปิดโอกาสผู้ให้บริการโทรคมนาคมในการพัฒนาบริการใหม่ที่เกี่ยวข้องกับ 5G IoT และเทคโนโลยีนวัตกรรมใหม่ๆ”

”ผู้ประกอบการจำเป็นจะต้องมีพันธมิตรที่สามารถเข้าถึงได้ทั่วโลก รวมถึงมีความกว้างขวางเกี่ยวกับโซลูชั่นและการบริการเพื่อสนับสนุนพวกเขาบนเส้นทางของ edge”

รายงานของ Omdia ยังเผยว่าการเติบโตของ edge ควรเพิ่มพื้นที่การแข่งขันใหม่ โดย 36% ของผู้ตอบแบบสอบถามเชื่อว่า ผู้ให้บริการเครือข่ายเป็นส่วนสำคัญที่สุดที่จะทำให้เกิดการสร้างรายได้จากบริการใหม่ๆ ที่เกิดจาก edge ส่วนอีก 30% มองว่าเป็นนักพัฒนาแอพพลิเคชั่น และอีก 25% มองว่าเป็นผู้ให้บริการคลาวด์สาธารณะที่เป็นผู้เล่นหลัก “ผู้ให้บริการด้านการสื่อสาร (CSPs) เชื่อว่าพวกเขาเห็นโอกาสที่ชัดเจนในตลาด edge computing ที่กำลังเติบโตขึ้น แต่สำหรับผู้เล่นที่มีศักยภาพอื่นๆ ซึ่งได้แก่ ผู้ให้บริการคลาวด์สาธารณะและผู้เล่นแบบ over-the-top (OTT) จะได้รับความสนใจเท่าๆ กันจาก edge” Julian Bright นักวิเคราะห์อาวุโสด้านโทรคมนาคมของ Omdia และเป็นผู้เขียนงานวิจัยกล่าว “ขนาดของส่วนแบ่งที่ผู้ให้บริการสามารถคาดหวังว่าจะได้รับในตลาดสำหรับ edge computing จะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ รวมถึงความสำเร็จในการพัฒนาเครือข่ายเพื่อสนับสนุนกระบวนทัศน์ edge computing และหลีกเลี่ยงที่จะเป็นเพียงผู้ให้บริการการเชื่อมต่อ”

รายงาน Omdia ได้ระบุเน้นไปที่บทบาทของ prefabricated modular data centres (PFM) ซึ่งมีส่วนสำคัญในการช่วยผู้ประกอบการโทรคมนาคมในการส่งมอบโครงสร้างพื้นฐานในอนาคต โดยตลาดของ PFM ถูกคาดการณ์ว่าจะเติบโตจาก 1.2 พันล้านดอลลาร์ในปี 2018 ถึง 4.3 พันล้านดอลลาร์ในปี 2023 ซึ่งการเติบโตที่เกิดขึ้นเป็นผลมาจากการขับเคลื่อนโดยบริษัทโทรคมนาคมและการเติบโตของ edge computing เช่นเดียวกับการเติบโตโดยรวมของผู้ให้บริการคลาวด์

นอกจากการติดตั้งอย่างรวดเร็วแล้ว การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพก็เป็นประเด็นสำคัญสำหรับผู้ให้บริการเครือข่าย Vertiv ได้มีการเผยแพร่แบบสำรวจการตลาด 2019 ที่จัดทำโดยบริษัทวิเคราะห์ด้านเทคโนโลยี 451 Research ล่าสุดเรื่อง 2020: Same Hopes, More Fears โดยระบุว่า ต้นทุนพลังงานที่เกี่ยวข้องกับ Edge และการเชื่อมต่อ 5G นั้นยังเป็นข้อกังวลที่สำคัญสำหรับผู้ให้บริการ

“การใช้พลังงานเป็นข้อกังวลหลักสำหรับเจ้าของเครือข่าย 5G เนื่องจากมันประกอบไปด้วย 20-40% ของ OPEX” Brian Partridge รองประธานฝ่ายวิจัยของ 451 กล่าว “การวิเคราะห์ที่จัดทำโดย Vertiv ได้คาดการณ์ว่า 5G จะทำให้มีการใช้เครือข่ายพลังงานเพิ่มขึ้น 150-170% ภายในปี 2569 ซึ่งในทางอุตสาหกรรมนั้นต้องการโซลูชั่น 5G ที่มีประสิทธิภาพอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเทคโนโลยีที่ต้องใช้พลังงานมาก เช่น MIMO antennas และมาตรการการตอบโต้ที่จำเพาะเจาะจงสำหรับดาต้า เซ็นเตอร์”

Vertiv กำลังพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ซอฟต์แวร์และบริการใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อให้สามารถใช้พลังงานได้อย่างเหมาะสมผ่านเครือข่ายที่ร่วมกันกับคู่ค้าและลูกค้า ซึ่งความพยายามของบริษัทในด้านนี้ได้รับการยอมรับจาก GSMA ผ่านกรณีศึกษาที่ได้รับการรับรองจากงานของ Vertiv กับ Telef?nica ทำให้ทั้งสองบริษัทนี้ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้เข้ารอบสุดท้ายสำหรับ Best Mobile Innovation for Climate Action ในงาน GSMA Global Mobile Awards (GLOMO)

หากคุณต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมโดยตรงเกี่ยวกับแนวโน้มด้านโทรคมนาคมจากคณะผู้เชี่ยวชาญระดับโลกของ Vertiv สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรม LinkedIn Live ในวันที่ 9 มิถุนายน เวลา 21.00 น. GMT+8

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวิจัยล่าสุดจาก Vertiv ในพื้นที่ของโทรคมนาคมสามารถติดตามได้ที่ www.Vertiv.com/5GTelecomAsia

เกี่ยวกับ Vertiv

Vertiv รวบรวมฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ การวิเคราะห์ และการให้บริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าแอปพลิเคชันที่สำคัญของลูกค้าสามารถดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่อง  อย่างเหมาะสม และเติบโตไปพร้อมกับความต้องการทางธุรกิจของพวกเขาได้ ในฐานะสถาปนิกเพื่อการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง Vertiv ได้แก้ไขความท้าทายที่สำคัญที่สุดที่พบได้ในปัจจุบันกับดาต้า เซ็นเตอร์ เครือข่ายการสื่อสารและธุรกิจการค้า และสิ่งอำนวยความสะดวกทางอุตสาหกรรม ด้วยการรวมตัวของพลังงาน ระบบความเย็น และโซลูชั่นโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีและบริการที่ได้ขยายไปถึงคลาวด์และเครือข่าย edge

Vertiv มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองโคลัมบัส รัฐโอไฮโอ ประเทศสหรัฐอเมริกา พร้อมจำนวนพนักงานราว 20,000 คน และดำเนินธุรกิจมากกว่าใน 130 ประเทศ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ข่าวสารล่าสุด และเนื้อหาจาก Vertiv สามารถติดตามได้ที่ Vertiv.com