<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
>
<channel>
	<title>ThaiPR.NET</title>
	<atom:link href="https://www.thaipr.net/health/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thaipr.net/health</link>
	<description>Press Release Distribution Center of Thailand</description>
	<lastBuildDate>Wed, 06 May 2026 17:21:28 +0700</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.1</generator>
	<item>
		<title><![CDATA[“แบรนด์รังนกแท้” เปิดตัว “Youthfulnest Club – ก้าวแรกมั่นใจกับแบรนด์รังนกแท้”]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3718338</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 06 May 2026 17:21:28 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3718338</guid>

					<description><![CDATA[<p>คอมมูนิตี้สำหรับคนรักสุขภาพ ชวนคนรุ่นใหม่เริ่มต้นดูแลตัวเอง ผ่านกิจกรรมที่ “สนุก ดูแลสุขภาพแบบง่ายๆ เพื่อใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ และเป็นตัวเองได้เต็มที่” ครั้งแรกของคอมมูนิตี้สำหรับคนรักสุขภาพที่ตอบโจทย์การดูแลตัวเองของคนรุ่นใหม่กับแบรนด์รังนกแท้ โดยบริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัว “Youthfulnest Club – ก้าวแรกมั่นใจกับแบรนด์รังนกแท้” ตอบเทรนด์ Wellness Community ที่กำลังเติบโต มุ่งสร้างแรงบันดาลใจและยกระดับการดูแลตัวเองให้เป็นเรื่อง “สนุก มีความสุข และเป็นตัวเองได้เต็มที่” ผ่านคลาสออกกำลังกายที่หลากหลาย อินเทรนด์ ไม่ว่าจะเป็น คลาสพิลาทิส, กิจกรรมวิ่งในเมือง, คลาสบ็อกเซอร์ไซส์และอีกมากมาย โดยเปลี่ยนนิยามของการออกกำลังกายให้เป็น “พื้นที่ของคนรักสุขภาพยุคใหม่ ที่อยากเริ่มดูแลตัวเองในแบบที่ใช่” เพื่อชวนทุกคนเริ่มต้นดูแลตัวเองอย่างมั่นใจ พร้อมเชื่อมต่อและแบ่งปันประสบการณ์ร่วมกัน ต่อยอดสู่แนวทางในการดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวันอย่างยั่งยืน  นางสาวธันยาภา พัฒนะโชติกุล ผู้จัดการฝ่ายการตลาดกลุ่มผลิตภัณฑ์แบรนด์รังนกแท้ บริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) กล่าวว่า “ปัจจุบันเทรนด์ Wellness Community กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มคนเมืองและคนรุ่นใหม่ที่หันมาให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเองมากขึ้น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3718338">“แบรนด์รังนกแท้” เปิดตัว “Youthfulnest Club – ก้าวแรกมั่นใจกับแบรนด์รังนกแท้”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ไวทัลไลฟ์–หัวเว่ย ผนึกความร่วมมือด้านเทคโนโลยีสุขภาพ พัฒนาโครงการศึกษาการประเมินความเสี่ยงภาวะน้ำตาลในเลือดสูงผ่านอุปกรณ์สวมใส่]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3718283</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 06 May 2026 16:26:09 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3718283</guid>

					<description><![CDATA[<p>ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ในเครือโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ประกาศความร่วมมือกับ หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป ประเทศไทย ในการต่อยอดศักยภาพของเทคโนโลยีสุขภาพดิจิทัล ผ่านโครงการศึกษาการประเมินความเสี่ยงภาวะน้ำตาลในเลือดสูงโดยใช้นาฬิกาอัจฉริยะของหัวเว่ยเพื่อสนับสนุนการดูแลสุขภาพเชิงรุกและขับเคลื่อนการประยุกต์ใช้นวัตกรรมด้านสุขภาพใน ประเทศไทย ความร่วมมือครั้งนี้ ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนวิสัยทัศน์ของหัวเว่ยในการยกระดับเทคโนโลยีอุปกรณ์สวมใส่ให้ ก้าวข้ามบทบาทของการเป็นเพียงเครื่องมือในการติดตามสุขภาพประจำวัน สู่การเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐาน ด้านสุขภาพดิจิทัลที่สามารถสนับสนุนการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันได้อย่างมีประสิทธิภาพและเข้าถึงได้มากขึ้น ด้วยการ ผสานเทคโนโลยีเซนเซอร์ขั้นสูง การวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพและความเชี่ยวชาญทางการแพทย์จากพันธมิตรชั้นนำ โครงการศึกษาการประเมินความเสี่ยงภาวะน้ำตาลในเลือดสูงจึงเป็น อีกก้าวสำคัญในการนำเทคโนโลยี มาเสริมศักยภาพให้ผู้บริโภคสามารถรับรู้ เข้าใจและตระหนักถึงความเสี่ยงด้านสุขภาพของตนเองได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น พร้อมส่งเสริมแนวทางการดูแลสุขภาพเชิงรุกที่เชื่อมโยงใช้งานได้จริงและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่มากยิ่งขึ้น ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการผสานความเชี่ยวชาญของทั้งสองฝ่ายได้แก่ หัวเว่ย ในฐานะผู้พัฒนาเทคโนโลยี อุปกรณ์สวมใส่และแพลตฟอร์มสุขภาพดิจิทัลสุขภาพ เพื่อรองรับกระบวนการลงทะเบียนการเข้าร่วมโครง การการจัดการอุปกรณ์ ฟังก์ชันการประเมินความเสี่ยงและบริการด้านสุขภาพที่เกี่ยวข้อง ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ป้องกันและการดูแลสุขภาพเชิงลึกที่มีมาตรฐาน การดูแลรักษาในระดับสากล เพื่อร่วมกันศึกษาศักยภาพของข้อมูลจากอุปกรณ์สวมใส่ในการสนับสนุน การประเมินความเสี่ยงด้านสุขภาพในเบื้องต้น รวมถึงจะมีบทบาทในการสนับสนุนกระบวนการคัดเลือกผู้ เข้าร่วมโครงการรวมถึงการประเมินข้อมูลสุขภาพพื้นฐาน โดยโครงการนี้เกิดมาจากการที่หัวเว่ยได้ดำเนินงานวิจัยด้านสุขภาพในประเทศจีนมาอย่างต่อเนื่องผ่าน Huawei Research Platform ครอบคลุมการศึกษาในหลายมิติ อาทิ สุขภาพหัวใจ การหายใจ สุขภาพตับ ความดันโลหิตสูง และหัวข้อด้านสุขภาพอื่น ๆ โดยหัวเว่ยได้ร่วมมือกับองค์กรวิจัยมากกว่า 170 แห่ง และเข้าถึงผู้ใช้งานมากกว่า 17 ล้านรายซึ่งช่วยเสริมความเชื่อมั่นว่าข้อมูลจากอุปกรณ์สวมใส่สามารถสร้างคุณค่าได้มากกว่าการติดตามการออก กำลังกาย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3718283">ไวทัลไลฟ์–หัวเว่ย ผนึกความร่วมมือด้านเทคโนโลยีสุขภาพ พัฒนาโครงการศึกษาการประเมินความเสี่ยงภาวะน้ำตาลในเลือดสูงผ่านอุปกรณ์สวมใส่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ผ่าตัดดึงหน้า Deep Plane Facelift ปลอดภัยไหม? ทำไมถึงฮิต?]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3718267</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 06 May 2026 15:42:04 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3718267</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น ปัญหาความหย่อนคล้อยและริ้วรอยร่องลึกย่อมตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำให้หลายคนมองหาวิธีการคืนความอ่อนเยาว์ให้กับใบหน้า ซึ่งในปัจจุบันการผ่าตัดดึงหน้า Facelift โดยเฉพาะ Deep Plane Facelift กำลังได้รับความสนใจอย่างมาก เพราะเป็นวิธีการที่สามารถตอบโจทย์การยกกระชับโครงสร้างผิวได้อย่างล้ำลึกและดูเป็นธรรมชาติ บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับการผ่าตัดดึงหน้าด้วยเทคนิคนี้กันให้มากขึ้น ว่าแท้จริงแล้วคืออะไร มีความปลอดภัยมากน้อยแค่ไหน และทำไมถึงกลายมาเป็นเทคนิคที่หลายคนเลือกใช้ ผ่าตัดดึงหน้า Deep Plane Facelift คืออะไร การผ่าตัดดึงหน้าแบบ Deep Plane Facelift เป็นเทคนิคการศัลยกรรมยกกระชับใบหน้าที่ลงลึกไปถึงใต้ชั้นเนื้อเยื่อเกี่ยวพันและกล้ามเนื้อ หรือที่เรียกว่าชั้น SMAS โดยแพทย์จะทำการปรับโครงสร้างเนื้อเยื่อในระดับลึกให้กลับไปอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม พร้อมกับตัดแต่งผิวหนังส่วนเกินที่หย่อนคล้อยออก เทคนิคนี้ไม่เพียงช่วยจัดการกับปัญหาริ้วรอยแห่งวัยบริเวณร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก และกรอบหน้าได้อย่างตรงจุด แต่ยังช่วยลดแรงตึงของผิวหนังชั้นนอก ทำให้ผลลัพธ์ของการผ่าตัดดึงหน้าดูเป็นธรรมชาติ ใบหน้าไม่ดูตึงรั้งจนเกินไป Deep Plane Facelift ต่างจากแบบอื่นอย่างไร ความแตกต่างที่ชัดเจนของการผ่าตัดดึงหน้าด้วยเทคนิค Deep Plane เมื่อเทียบกับเทคนิคการดึงหน้าแบบดั้งเดิม คือระดับความลึกของการจัดการเนื้อเยื่อ การดึงหน้าแบบทั่วไปมักจะเน้นที่การดึงชั้นผิวหนังหรือชั้นใต้ผิวหนังตื้นๆ ซึ่งในบางกรณีอาจทำให้ใบหน้าดูตึงแบน แต่เทคนิค Deep Plane จะเข้าไปจัดการและยกกระชับเนื้อเยื่อแบบองค์รวมถึงชั้นกล้ามเนื้อ SMAS ร่วมกับการปลดล็อกเส้นเอ็นที่จำกัดระยะการดึง ซึ่งเปรียบเสมือนการขยับฐานรากของใบหน้าใหม่ ทำให้การผ่าตัดดึงหน้าด้วยวิธีนี้ช่วยแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยที่เกิดจากวัยได้ลึกกว่า ให้กรอบหน้าและโครงหน้าดูมีมิติที่ชัดเจนขึ้น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3718267">ผ่าตัดดึงหน้า Deep Plane Facelift ปลอดภัยไหม? ทำไมถึงฮิต?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[พญาไท–เปาโล จับมือ Jaymart Group เปิดดีลสุขภาพเชิงรุก สร้าง ‘เกราะป้องกันสุขภาพครบวงจร’ ยกระดับการรับมือไข้เลือดออกเพื่อคนไทย]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3718182</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 06 May 2026 11:39:24 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3718182</guid>

					<description><![CDATA[<p>เครือโรงพยาบาลพญาไท–เปาโล เดินหน้าขับเคลื่อนการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ประกาศความร่วมมือกับ Jaymart Group เปิดตัวแคมเปญ “วัคซีนช่วยไทย” เพื่อพัฒนารูปแบบการดูแลสุขภาพแนวใหม่ที่ผสาน “การป้องกันโรค” ควบคู่กับ “ความคุ้มครองทางการเงิน” ช่วยให้คนไทยเข้าถึงบริการสุขภาพได้อย่างมั่นใจ ครอบคลุม และยั่งยืนมากยิ่งขึ้น ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการต่อยอดจุดแข็งของทั้งสององค์กร โดยเครือโรงพยาบาลพญาไท–เปาโล นำความเชี่ยวชาญด้านการแพทย์และวัคซีนผสานกับระบบสิทธิประโยชน์และการบริหารความเสี่ยงผ่านประกันของ&#160;เจมาร์ท อินชัวรันซ์ โบรกเกอร์&#160; เพื่อยกระดับ “การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน” ให้เกิดขึ้นได้จริงในชีวิตประจำวัน วัคซีนที่นำเสนอในแคมเปญนี้คือวัคซีนไข้เลือดออกตัวล่าสุด (Qdenga) ครอบคลุม 4 สายพันธุ์ สามารถฉีดได้ทั้งเด็กอายุ 4 ปีขึ้นไปและผู้ใหญ่ รวมถึงผู้ที่ไม่เคยเป็นโรคมาก่อน โดยไม่ต้องตรวจภูมิคุ้มกัน ให้ประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อกว่า 80% และช่วยลดโอกาสการนอนโรงพยาบาลได้มากกว่า 90% โดยฉีดทั้งหมด 2 เข็ม ห่างกัน 3 เดือน นายศุภกร พะวันนา ผู้อำนวยการสายการตลาด เครือโรงพยาบาลพญาไท–เปาโล กล่าวว่า&#160; “ไข้เลือดออกไม่ใช่เรื่องไกลตัว ทุกปีเราเห็นครอบครัวคนไทยจำนวนมากต้องสลับกันลางานมาเฝ้าลูก เฝ้าพ่อแม่ที่โรงพยาบาล มีภาระค่ารักษาที่ไม่ได้วางแผนไว้ และเผชิญความกังวลที่ไม่มีใครอยากเจอ โดยเฉพาะภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ ความร่วมมือกับ&#160;Jaymart&#160;ครั้งนี้ เราจึงไม่ได้ออกแบบแค่แพ็กเกจวัคซีน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3718182">พญาไท–เปาโล จับมือ Jaymart Group เปิดดีลสุขภาพเชิงรุก สร้าง ‘เกราะป้องกันสุขภาพครบวงจร’ ยกระดับการรับมือไข้เลือดออกเพื่อคนไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ไข้ต่ำ ตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม&#8230; สงสัย ‘ไวรัสตับอักเสบเอ’]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3718140</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 06 May 2026 10:55:49 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3718140</guid>

					<description><![CDATA[<p>โรคใกล้ตัวที่มากับอาหารและน้ำที่ปนเปื้อน!แม้ไวรัสตับอักเสบเอ จะต่างจากชนิดบีและซีตรงที่ไม่ก่อให้เกิดโรคตับเรื้อรังแต่ในบางรายที่มีอาการรุนแรง อาจนำไปสู่ภาวะ #ตับวายเฉียบพลัน ได้ สงสัยอาการ&#8230; ควรทำอย่างไร? หากเริ่มมีอาการผิดปกติ การตรวจเลือดหาภูมิคุ้มกัน (IgG / IgM)จะช่วยให้การวินิจฉัยโรคได้ชัดเจนขึ้น เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลรักษาที่เหมาะสมและวางแผนการป้องกันต่อไป ไวรัสตับอักเสบเอป้องกันได้ด้วยวัคซีน -เด็กอายุ 1 ปีขึ้นไป -ผู้ที่เป็นโรคตับเรื้อรัง -ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง -ผู้สูงอายุ -ผู้ที่ต้องเดินทางไปในพื้นที่ระบาด -ผู้ประกอบอาหาร และผู้ที่ทำงานใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3718140">ไข้ต่ำ ตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม&#8230; สงสัย ‘ไวรัสตับอักเสบเอ’</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[BDMS เดินหน้าส่งเสริมสุขภาพเชิงป้องกัน เปิดตัวโปรแกรมตรวจคัดกรองระบบทางเดินอาหาร “BDMS Gastro &#038; Colonoscopy Package”]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3717990</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 05 May 2026 16:22:46 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3717990</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS เดินหน้าส่งเสริมแนวคิดการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน (Preventive Healthcare) ด้วยการเปิดตัวโปรแกรมตรวจคัดกรองโรคระบบทางเดินอาหารและลำไส้ใหญ่ ภายใต้แพ็กเกจ Gastro &#38; Colonoscopy Package กับแนวคิด “Check Early Be Sure – ส่องกล้องตรวจชัด สกัดความเสี่ยง ระบบทางเดินอาหาร” เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการตรวจคัดกรองตั้งแต่ระยะเริ่มต้น โรคในระบบทางเดินอาหารและลำไส้ใหญ่สามารถตรวจพบได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น หากได้รับการตรวจคัดกรองอย่างเหมาะสม ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ และลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว โปรแกรมดังกล่าวครอบคลุมการส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ ราคา 16,500 &#8211; 23,500 บาท และการส่องกล้องตรวจกระเพาะอาหารและลำไส้ใหญ่ ราคา 25,000 &#8211; 33,500 บาท แบบใช้ยาระงับความรู้สึกเฉพาะที่ เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายแก่ผู้เข้ารับบริการ ทั้งนี้ BDMS มอบสิทธิพิเศษสำหรับผู้เข้ารับบริการโปรแกรมส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ รับฟรี Triple Biotic จำนวน 1 กล่อง และสำหรับผู้เข้ารับบริการโปรแกรมส่องกล้องตรวจทั้งกระเพาะอาหารและลำไส้ใหญ่ รับฟรี Triple [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3717990">BDMS เดินหน้าส่งเสริมสุขภาพเชิงป้องกัน เปิดตัวโปรแกรมตรวจคัดกรองระบบทางเดินอาหาร “BDMS Gastro &amp; Colonoscopy Package”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[รพ.หัวเฉียว ฉลอง 88 ปี มอบสิทธิพิเศษแทนคำขอบคุณ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3717883</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 05 May 2026 15:12:57 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3717883</guid>

					<description><![CDATA[<p>โรงพยาบาลหัวเฉียว โรงพยาบาลเอกชนเพื่อสังคม ในสังกัดมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ฉลองวาระพิเศษ &#8220;ครบรอบ 88 ปีแห่งความไว้วางใจ&#8221; พร้อมเดินหน้าพันธกิจการดูแลสุขภาพด้วยหัวใจ ในอัตราค่าบริการที่สมเหตุสมผล จัดแคมเปญพิเศษเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายและยกระดับการพักฟื้นของผู้ป่วยใน (IPD) ตลอดเดือนพฤษภาคม 2569 ให้เข้าถึงบริการที่มีคุณภาพ โดยมอบสิทธิประโยชน์ครอบคลุมทั้งกลุ่มผู้ป่วยที่ชำระเงินเองและกลุ่มผู้ใช้สิทธิประกันชีวิต กลุ่มผู้ป่วยชำระเงินเอง : มอบส่วนลด 30% สำหรับค่าห้องพักและค่าอาหาร (ประเภทห้องพักVVIP VIP พิเศษเดี่ยว และห้องรวม) กลุ่มผู้ใช้สิทธิประกันชีวิต : ไม่ต้องชำระส่วนเกินหลัง Fax Claim สำหรับค่าห้องพักและค่าอาหารเฉพาะห้องพักพิเศษเดี่ยวมาตรฐาน เงื่อนไขเป็นไปตามที่โรงพยาบาลกำหนด (ส่วนลดนี้ไม่รวมค่าบริการพยาบาล ค่าบริการโรงพยาบาลห้องสังเกตอาการ และห้องผู้ป่วยวิกฤต) ตั้งแต่วันที่ 1 &#8211; 31 พฤษภาคม 2569 สอบถามเพิ่มเติมโทร. 0-2223-1351 ต่อ 3126</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3717883">รพ.หัวเฉียว ฉลอง 88 ปี มอบสิทธิพิเศษแทนคำขอบคุณ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[คู่หูอาหารเพื่อสุขภาพ เปลี่ยนมื้อธรรมดาให้ได้ประโยชน์ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3717876</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 05 May 2026 15:10:06 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3717876</guid>

					<description><![CDATA[<p>โภชนาการที่ดีไม่ได้หมายถึงสารอาหารเพียงชนิดเดียว หรือการกินตามกระแส “ซูเปอร์ฟู้ด” ตัวล่าสุดเท่านั้น แต่หัวใจสำคัญของการกินเพื่อสุขภาพคือการได้รับสารอาหารอย่างสมดุล เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโต การเผาผลาญพลังงาน และการซ่อมแซมส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ด้าน ซูซาน โบเวอร์แมน ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการศึกษาและฝึกอบรมด้านโภชนาการระดับโลกจากเฮอร์บาไลฟ์ ระบุว่า อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่หลายคนอาจมองข้ามคือ “การจับคู่อาหาร” เพราะอาหารบางชนิดเมื่อรับประทานร่วมกัน สามารถช่วยให้ร่างกายดูดซึมและนำสารอาหารไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น  วิทยาศาสตร์โภชนาการพบว่า การกินอาหารบางประเภทร่วมกันสามารถส่งผลต่อการดูดซึมและการนำสารอาหารไปใช้ของร่างกายได้ หมายความว่าเราสามารถช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นได้ ผ่านการเลือกจัดมื้ออาหารอย่างเหมาะสม โดยหนึ่งในวิธีที่ง่ายที่สุดคือ การรับประทานอาหารที่หลากหลาย แทนที่จะกินอาหารชนิดเดิมซ้ำ ๆ ทุกวัน และรู้จักจับคู่อาหารบางประเภทที่ช่วยให้ร่างกายได้รับประโยชน์มากกว่าการกินแยกกัน  รวม 5 คู่อาหารที่กินด้วยกันแล้วปัง ได้ประโยชน์จัดเต็ม ผักหลากสีกับไขมันดี ผักที่มีสีเข้ม เช่น ผักโขม แครอท พริกหยวก และมะเขือเทศ มีสาร &#8220;แคโรทีนอยด์&#8221; (Carotenoids) ซึ่งเป็นสารสกัดจากพืชตามธรรมชาติที่ไม่เพียงแต่ให้สีสันที่สวยงาม แต่ยังทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระอีกด้วย สารเหล่านี้ละลายได้ดีในไขมัน หมายความว่าร่างกายจะดูดซึมได้ดีขึ้นเมื่อทานคู่กับไขมัน  แนะนำเมนูง่ายๆ: ลองใช้น้ำมันมะกอกเป็นน้ำสลัด โรยถั่วหรือเมล็ดพืชในผักต้ม หรือใส่เนื้ออะโวคาโดลงในสมูทตี้ผักโขม เมนูนี้จะช่วยให้ร่างกายดึงสารต้านอนุมูลอิสระไปใช้ได้เต็มที่มากขึ้น  วิตามินซีกับธาตุเหล็ก ธาตุเหล็กมีหน้าที่สำคัญในการลำเลียงออกซิเจนและช่วยระบบเผาผลาญพลังงาน พบได้ทั้งในพืชและสัตว์ โดยธาตุเหล็กจากเนื้อสัตว์ (Heme Iron) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3717876">คู่หูอาหารเพื่อสุขภาพ เปลี่ยนมื้อธรรมดาให้ได้ประโยชน์ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ไข้กาฬหลังแอ่นยังต้องจับตา ผู้ป่วยเพิ่มในหลายประเทศ ไทยพบตลอดทั้งปีและอัตราเสียชีวิตสูง]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3717863</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 05 May 2026 15:07:24 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3717863</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ไข้กาฬหลังแอ่น” ยังคงเป็นโรคติดเชื้อรุนแรงที่ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หลังหลายประเทศรายงานผู้ป่วยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ล่าสุด เวียดนามพบผู้ป่วย 24 ราย และเสียชีวิต 4 ราย สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน และเกือบครึ่งหนึ่งเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ขณะที่ประเทศไทยพบประปรายตลอดปี และมีอัตราการเสียชีวิตในระดับที่น่ากังวล จึงควรให้ความสำคัญกับการป้องกันและเข้าถึงการรักษาอย่างทันท่วงที กระทรวงสาธารณสุขเวียดนามได้เตือนประชาชนให้เฝ้าระวังโรคไข้กาฬหลังแอ่น หลังแนวโน้มผู้ป่วยเพิ่มขึ้นจากปีก่อน โดยต้นปีนี้มีรายงานผู้ป่วย 24 ราย สูงกว่าปีก่อนที่พบเพียง 14 ราย และผู้เสียชีวิต 4 ราย โดยมีผู้ป่วยเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีคิดเป็น 46% ของผู้ป่วยทั้งหมด สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยง โดยเฉพาะในกลุ่มเด็ก หน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ได้ดำเนินมาตรการควบคุมโรคเชิงรุก เช่น การทำความสะอาดและฆ่าเชื้อในพื้นที่เสี่ยง ควบคู่กับการรณรงค์ให้ประชาชนดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคล และเข้ารับการตรวจรักษาโดยเร็วเมื่อมีอาการ โดยย้ำว่าการวินิจฉัยเร็วและรักษาทันทีจะช่วยลดความรุนแรงและการเสียชีวิตได้อย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่การฉีดวัคซีนเป็นวิธีป้องกันที่ได้ผลที่สุด ด้านสถานการณ์ในประเทศไทย ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า ในปี 2569 พบผู้ป่วยสะสมเพียง 5 ราย แต่เสียชีวิตถึง 3 ราย คิดเป็นอัตราการเสียชีวิต [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3717863">ไข้กาฬหลังแอ่นยังต้องจับตา ผู้ป่วยเพิ่มในหลายประเทศ ไทยพบตลอดทั้งปีและอัตราเสียชีวิตสูง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สบส. จับมือ สคบ. ใช้ AI ตั้งศูนย์ Digital Command Center ยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3717734</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 05 May 2026 11:35:30 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3717734</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) กระทรวงสาธารณสุข ผนึกกำลังสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และหน่วยงานด้านการคุ้มครองผู้บริโภค เดินหน้าพัฒนาระบบ Enforcement Digital Command Center ยกระดับการจัดการเรื่องร้องเรียนและเพิ่มประสิทธิภาพในการคุ้มครองประชาชน โดยนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาร่วมเฝ้าระวังการกระทำผิดของสถานพยาบาลและสถานประกอบการเพื่อสุขภาพอย่างเป็นระบบ ทันตแพทย์อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรม สบส. เผยว่า การแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานเป็นฐานรากสำคัญของการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (Digital Government) ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดความซ้ำซ้อนของกระบวนการ โดยเฉพาะการดำเนินงานจัดการข้อร้องเรียน ซึ่งจะต้องเป็นไปด้วยความรวดเร็ว โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ สามารถตอบโจทย์ของผู้ร้อง ดังนั้น กรม สบส. จึงร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และหน่วยงานด้านการคุ้มครองผู้บริโภค บูรณาการความร่วมมือในการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน อาทิ ข้อมูลใบอนุญาตสถานพยาบาล ข้อมูลใบอนุญาตสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ข้อมูลการโฆษณาสถานพยาบาล และข้อมูลเรื่องร้องเรียนของผู้บริโภค โดยมีการจัดตั้งคณะทำงานร่วมเพื่อกำหนดรูปแบบและแนวทางการเชื่อมโยงข้อมูลอย่างเป็นระบบ ในการรวบรวมและนำชุดข้อมูลเข้าสู่ระบบศูนย์แลกเปลี่ยนข้อมูลกลางภาครัฐ (GDX) พร้อมประสานให้ สคบ. ดำเนินการขอสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลผ่านสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (สพร.) เพื่อให้การเชื่อมโยงข้อมูลเป็นไปอย่างสมบูรณ์ นอกจากนี้ ยังมีแผนพัฒนาระบบ AI เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันการกระทำผิด [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3717734">สบส. จับมือ สคบ. ใช้ AI ตั้งศูนย์ Digital Command Center ยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ร่วมแสดงความยินดีกับ ศ.นพ.กุลวี เนตรมณี ในโอกาสได้รับการยกย่องเป็นผู้บุกเบิกด้านการกระตุ้นหัวใจและสรีรวิทยาไฟฟ้าหัวใจคนแรกในเอเชีย]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3717730</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 05 May 2026 11:34:43 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3717730</guid>

					<description><![CDATA[<p>ดร.อาทิรัตน์ จารุกิจพิพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ รศ.นพ.ทวีสิน ตันประยูร ประธานปฏิบัติการด้านการแพทย์ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ นำทีมแพทย์และผู้บริหารร่วมแสดงความยินดีกับ ศ.นพ.กุลวี เนตรมณี ผู้อำนวยการสถาบันโรคหัวใจ และอายุรแพทย์โรคหัวใจ ผู้เชี่ยวชาญด้านสรีรวิทยาไฟฟ้าหัวใจ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ในโอกาสที่ได้รับการยกย่องให้เป็นผู้บุกเบิกด้านการกระตุ้นหัวใจและสรีรวิทยาไฟฟ้าหัวใจ (Pioneer in Cardiac Pacing and Electrophysiology Award) ประจำปี 2026 จาก Heart Rhythm Society คนแรกในเอเชีย  การค้นพบทางการแพทย์ที่เปลี่ยนชีวิตผู้ป่วย ศ.นพ.กุลวี เป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสรีรวิทยาไฟฟ้าหัวใจ (Cardiac Electrophysiology) ระดับแนวหน้าของโลก ผู้มีบทบาทสำคัญในการยกระดับความเข้าใจและการรักษาภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะที่ซับซ้อนในระดับสากล ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติจากการเป็นผู้บุกเบิกความก้าวหน้าด้านสรีรวิทยาไฟฟ้าหัวใจ ได้แก่ การบุกเบิกการจี้ไฟฟ้าหัวใจ (Catheter Ablation): เป็นผู้ค้นพบสัญญาณไฟฟ้าหัวใจห้องบนที่ซับซ้อนผิดปกติ (CFAEs) ซึ่งเป็นสาเหตุของภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว (Atrial Fibrillation) และพัฒนาแนวทางการรักษารูปแบบใหม่ด้วยการจี้ไฟฟ้าหัวใจ ซึ่งกลายเป็นผลงานพื้นฐานสำคัญของวงการแพทย์ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายทั่วโลก การรักษาโรคไหลตาย (Brugada Syndrome): เป็นผู้บุกเบิกเทคนิคการจี้ไฟฟ้าบริเวณโครงสร้างผิดปกติของกล้ามเนื้อหัวใจ (Substrate Ablation) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3717730">โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ร่วมแสดงความยินดีกับ ศ.นพ.กุลวี เนตรมณี ในโอกาสได้รับการยกย่องเป็นผู้บุกเบิกด้านการกระตุ้นหัวใจและสรีรวิทยาไฟฟ้าหัวใจคนแรกในเอเชีย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[Mother Class เตรียมพร้อมก่อนคลอดอย่างเหมาะสม ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3717692</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 05 May 2026 11:27:22 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3717692</guid>

					<description><![CDATA[<p>โรงพยาบาลซีจีเอช ลำลูกกา จัดกิจกรรม “Mother Class สายใยรักสู่ลูกน้อย” ภายใต้แนวคิดการดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) เพื่อส่งเสริมความรู้และความเข้าใจในการเตรียมความพร้อมก่อนคลอด สำหรับสตรีตั้งครรภ์และครอบครัวในชุมชน โดย นพ.สินาท พรหมมาศ สูตินรีแพทย์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ โรงพยาบาลซีจีเอช ลำลูกกา   นพ.สินาท กล่าวว่า การเตรียมตัวก่อนคลอดเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้สตรีตั้งครรภ์สามารถดูแลตนเองได้อย่างเหมาะสม ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ รวมถึงช่วยให้เข้าใจกระบวนการคลอดและการดูแลทารกแรกเกิดได้ดียิ่งขึ้น กิจกรรม Mother Class จึงมุ่งเน้นการให้ความรู้ที่ครอบคลุมในประเด็นสำคัญต่าง ๆ ภายในกิจกรรม ผู้เข้าร่วมจะได้รับความรู้เกี่ยวกับการปฏิบัติตนระหว่างตั้งครรภ์ การออกกำลังกายที่เหมาะสม การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ การเตรียมอุปกรณ์สำหรับทารก สัญญาณเตือนก่อนคลอด รวมถึงแนวทางการดูแลตนเองเมื่อมีอาการไม่สบาย นอกจากนี้ ยังมีการให้ข้อมูลเกี่ยวกับการจัดการความเจ็บปวดในระยะคลอด พร้อมกิจกรรมฝึกปฏิบัติ เช่น การอาบน้ำทารกแรกเกิด เพื่อให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง จากการดำเนินงานที่ผ่านมา พบว่าสตรีตั้งครรภ์บางส่วนอาจเข้ารับการฝากครรภ์จากสถานพยาบาลอื่น หรือยังไม่ได้ฝากครรภ์ล่วงหน้า ส่งผลให้ขาดโอกาสในการเข้าถึงข้อมูลที่จำเป็น โรงพยาบาลจึงเปิดโอกาสให้สตรีตั้งครรภ์ทุกกลุ่ม รวมถึงคู่สมรสและสมาชิกในครอบครัว สามารถเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว เพื่อร่วมเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์&#160; นอกจากนี้ โรงพยาบาลยังมีการขยายการให้ความรู้ไปยังสถานประกอบการในพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อสนับสนุนให้สตรีตั้งครรภ์สามารถเข้าถึงข้อมูลด้านสุขภาพ และดูแลตนเองได้อย่างเหมาะสมตลอดช่วงการตั้งครรภ์ สำหรับปี 2569 กิจกรรม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3717692">Mother Class เตรียมพร้อมก่อนคลอดอย่างเหมาะสม </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[อว. ปลดล็อก ‘Medical AI Platform’ ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ Wellness Thailand ดันนวัตกรรมสุขภาพ ช่วยตรวจเจอโรคร้ายได้ไวขึ้น จาก AI ฝีมือคนไทย]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3717636</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 05 May 2026 11:02:08 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3717636</guid>

					<description><![CDATA[<p>กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) ผนึกกำลังเครือข่ายโรงเรียนแพทย์และหน่วยงานพันธมิตร อันจะเป็นจุดเริ่มต้นของการเปิดผลงานของเครือข่าย Medical AI Consortium ให้บริการชุดข้อมูลทางการแพทย์ของเครือข่าย เพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถขอเข้าถึง นำไปทดลองใช้ได้ สร้างการรับรู้เกี่ยวกับแพลตฟอร์ม ส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาและใช้ประโยชน์ร่วมกันระหว่างหน่วยงาน ตั้งแต่งานวิจัยและพัฒนา การทดสอบ ไปจนถึงการนำไปใช้ประโยชน์ สอดรับกับการสร้างระบบนิเวศปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์ (Medical AI Ecosystem) อย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้โครงการ &#8220;Medical AI Consortium&#8221; ในงานสัมมนาเชิงวิชาการ Medical AI Consortium เครือข่ายเพื่อพัฒนาและส่งเสริมการใช้ Medical AI เพื่อให้ผลงาน Medical AI ไปจนถึงการนำไปใช้ในบริบทจริงของระบบบริการสุขภาพ โดยมีศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่การกระทรวง การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. ศาสตราจารย์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3717636">อว. ปลดล็อก ‘Medical AI Platform’ ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ Wellness Thailand ดันนวัตกรรมสุขภาพ ช่วยตรวจเจอโรคร้ายได้ไวขึ้น จาก AI ฝีมือคนไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรมอนามัย เผยพฤติกรรมใหม่วัยทำงาน นัดตรงเวลา แต่นอนไม่ตรงเวลา เสี่ยงสมองเสื่อม เพิ่มอายุสุขภาพดี แนะนอนหลับให้เพียงพอ 7-9 ชั่วโมงต่อวัน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3717629</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 05 May 2026 11:01:01 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3717629</guid>

					<description><![CDATA[<p>        กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เผยพฤติกรรมใหม่วัยทำงานมีความตรงต่อเวลามากขึ้น ในการนัดหมายหรือตารางการทำงาน แต่เมื่อถึงเวลานอนกลับเลื่อนออกไป ไม่ตรงเวลา เสี่ยงส่งผลกระทบสุขภาพโดยไม่รู้ตัว เนื่องจากการนอนหลับเป็นช่วงเวลาสำคัญในการฟื้นฟูร่างกายและสมอง แนะให้ความสำคัญกับการนอนเทียบเท่านัดหมายสำคัญ เพื่อลดความเสียงโรค NCDs และภาวะสมองเสื่อมในระยะยาว          แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า ปัจจุบันพบพฤติกรรมที่เกิดขึ้นบ่อยในกลุ่มคนทำงาน คือ สามารถจัดการเวลาเรื่องงานและการนัดหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การประชุมหรือการนัดหมาย แต่กลับละเลย &#8220;เวลานอน&#8221; โดยมักเลื่อนเวลาเข้านอนออกไป และทำกิจกรรมอื่นแทน เช่น การใช้โทรศัพท์มือถือหรือเสพสื่อออนไลน์ ทั้งนี้ การนอนหลับเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายทำงานฟื้นฟูอย่างเข้มข้น โดยสมองจะทำหน้าที่กำจัดของเสียทีสะสมระหว่างวัน ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับการทำงานของระบบประสาทและอาจเชื่อมโยงกับความเสี่ยงภาวะสมองเสื่อม หากมีการสะสมในระยะยาว และขณะเดียวกัน ร่างกายยังปรับสมดุลฮอร์โมน ลดการอักเสบ และช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์          นายแพทย์ปกรณ์ ตุงคะเสรีรักษ์ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า วัยทำงานถือเป็นกำลังหลักสำคัญในการดูแลครอบครัว ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และสังคม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3717629">กรมอนามัย เผยพฤติกรรมใหม่วัยทำงาน นัดตรงเวลา แต่นอนไม่ตรงเวลา เสี่ยงสมองเสื่อม เพิ่มอายุสุขภาพดี แนะนอนหลับให้เพียงพอ 7-9 ชั่วโมงต่อวัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เข้าใจ ‘ฝ้า’ ให้ชัด สาเหตุที่เกิดมาจากอะไร ? “กิฟฟารีน” ทวงคืนผิวสวย จบปัญหากวนใจ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3717468</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 05 May 2026 09:03:16 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3717468</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ฝ้า” หนึ่งในปัญหาผิวที่พบได้บ่อย และมักจะสร้างความกังวลใจอย่างมากหากต้องเผชิญ เป็นเพราะการรักษาต้องใช้เวลาในการฟื้นฟู ทำให้หลายคนต้องหนักใจเมื่อฝ้าเกิดขึ้นบนใบหน้า ทำลายความมั่นใจด้วยความไม่สม่ำเสมอของสีผิว ต้องใช้เครื่องสำอางช่วยปกปิดเพื่อไม่ให้เห็นร่องรอยของฝ้า กิฟฟารีนชวนมาทำความเข้าใจฝ้าเกิดขึ้นจากอะไร และมีวิธีป้องกันฝ้าอย่างไร เพื่อทวงคืนผิวสวยให้กลับมาอีกครั้ง&#160; ฝ้าไม่ได้เกิดแค่บนผิวเพียงเท่านั้น แต่ยังส่งผลมาจากภายในด้วย โดย ‘ฝ้า’ เกิดจากความผิดปกติของการสร้างเม็ดสีเมลานินใต้ผิวหนัง ทำให้บางบริเวณมีสีเข้มกว่าปกติ ส่วนใหญ่จะเกิดบริเวณโหนกแก้ม จมูก หน้าผาก คาง โดยมีลักษณะเป็นปื้น เป็นรอยคล้ำสีน้ำตาลอ่อนไปถึงเข้ม ซึ่งมีปัจจัยหลายด้านที่ส่งผลทำให้เกิดฝ้าได้ ทั้ง&#160; โดย ‘ฝ้า’ แบ่งออกเป็นหลายประเภท ซึ่งเกิดจากสาเหตุและปัจจัยที่แตกต่างกันออกไป เช่น&#160; เมื่อเป็นฝ้าจึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีความกังวลใจหลายด้าน ทั้งกลัวว่าฝ้าจะขยายวงกว้างมากขึ้น มีสีผิวไม่สม่ำเสมอ แต่งหน้าปกปิดยาก โดยปัจจุบันพบว่ามีหลายวิธีในการรักษา โดยต้องอาศัยความสม่ำเสมอในการรักษา ไปพร้อมกับการป้องกันไม่ให้เกิดฝ้าได้  ทั้งควรหลีกเลี่ยงการเผชิญแสงแดดจัด ทาครีมกันแดด ใช้อุปกรณ์ป้องกันแสงแดดและความร้อน โดยอีกหนึ่งสิ่งที่สามารถช่วยดูแลปัญหาผิวจากฝ้าได้ด้วยการบำรุงและฟื้นฟูผิวหน้า  โดย  กิฟฟารีน (Giffarine) ผู้นำแบรนด์สุขภาพและความงามสัญชาติไทย ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร “กิฟฟารีน เมลาโปร” (Giffarine MelaPro) เพื่อตอบโจทย์ผู้ที่มีความกังวลใจเรื่องฝ้า กระ จุดด่างดำ เสมือนใส่ Filter ให้ผิว [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3717468">เข้าใจ ‘ฝ้า’ ให้ชัด สาเหตุที่เกิดมาจากอะไร ? “กิฟฟารีน” ทวงคืนผิวสวย จบปัญหากวนใจ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[โรงพยาบาลศุภมิตร จับมือ โรงพยาบาล เอส เฉพาะทางด้านกระดูกสันหลังและข้อ ประกาศพันธมิตรทางการแพทย์เฉพาะทาง]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3717358</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 30 Apr 2026 16:58:25 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3717358</guid>

					<description><![CDATA[<p>ยกระดับการรักษาโรคกระดูกสันหลังและข้อสู่มาตรฐานระดับประเทศ เพื่อประชาชนในจังหวัดสุพรรณบุรีและจังหวัดใกล้เคียง ภายใต้แนวคิด &#8220;Supamitr and S Spine Health Network&#8221; คืนเวลา คุณภาพชีวิตที่ดี เพื่อเพิ่มเวลาแห่งความสุขให้มากขึ้น โรงพยาบาลศุภมิตร ผู้นำด้านบริการสุขภาพในจังหวัดสุพรรณบุรี ได้ประกาศ ความร่วมมือทางการแพทย์เฉพาะทางอย่างเป็นทางการร่วมกับโรงพยาบาล เอส เฉพาะทางด้านกระดูกสันหลังและข้อ (S Spine &#38; Joint Hospital) โดยความร่วมมือนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับมาตรฐานการรักษาโรคกระดูกสันหลังและข้อ ประชาชนในจังหวัดสุพรรณบุรีและจังหวัดใกล้เคียงสามารถเข้าถึงบริการผ่าตัดเฉพาะทางระดับประเทศ พญ.ษธิวี สุขารมณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงพยาบาลศุภมิตร กล่าวว่า โรคปวดหลังและหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทเป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่พบมากที่สุดในประชากรวัยทำงาน โดยข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกระบุว่า ประชากรกว่า 80% มีโอกาสเผชิญกับอาการปวดหลังในช่วงหนึ่งของชีวิต ในขณะที่ผู้ป่วยในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรีและจังหวัดใกล้เคียงที่ต้องการรับการผ่าตัดเฉพาะทางยังคงต้องเดินทางไกลกว่า 100 กิโลเมตรเพื่อรับบริการในกรุงเทพมหานครซึ่งก่อให้เกิดทั้งภาระค่าใช้จ่ายการสูญเสียเวลาและะความล่าช้าในการรักษาที่อาจส่งผลต่อการฟื้นฟูในระยะยาว ความร่วมมือระหว่างโรงพยาบาลศุภมิตรและโรงพยาบาล เอส เฉพาะทางด้านกระดูกสันหลังและข้อ ในครั้งนี้ จะช่วยเติมเต็มช่องว่างดังกล่าว ด้วยการนำเทคนิคการผ่าตัดกระดูกสันหลังแบบ Minimally Invasive Endoscopic Spine Surgery มาให้บริการในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรีเป็นครั้งแรก เทคนิคดังกล่าวมีจุดเด่นสำคัญ ได้แก่ แผลผ่าตัดขนาดเล็กไม่เกิน 1 เซนติเมตร [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3717358">โรงพยาบาลศุภมิตร จับมือ โรงพยาบาล เอส เฉพาะทางด้านกระดูกสันหลังและข้อ ประกาศพันธมิตรทางการแพทย์เฉพาะทาง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[รัฐบาลผนึก 6 หน่วยงาน ยกระดับสุขภาวะคนวัยทำงานกว่า 38 ล้านคน เป็นกำลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3717314</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 30 Apr 2026 16:46:38 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3717314</guid>

					<description><![CDATA[<p>รัฐบาลผนึกกำลัง 6 หน่วยงาน “สาธารณสุข &#8211; มหาดไทย &#8211; แรงงาน &#8211; อุตสาหกรรม &#8211; การอุดมศึกษาฯ &#8211; สสส.” ยกระดับสุขภาวะคนไทยกลุ่มวัยทำงาน กว่า 38 ล้านคน ครอบคลุมทั้งด้านพฤติกรรมสุขภาพ สภาพแวดล้อม และสวัสดิการในการทำงาน เป็นวัยทำงานที่มีคุณภาพและมีประสิทธิภาพ ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้มั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน            วันนี้ (30 เมษายน 2569) ที่ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดมหกรรมรณรงค์ สร้างกระแส “Be Healthy More Productivity (สุขภาพดี ผลิตภาพเพิ่ม)” พร้อมมีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3717314">รัฐบาลผนึก 6 หน่วยงาน ยกระดับสุขภาวะคนวัยทำงานกว่า 38 ล้านคน เป็นกำลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[5 มหัศจรรย์พลังอาหารธรรมชาติให้ลูกเติบโต สูง แข็งแรง และสมวัย]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3716984</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 29 Apr 2026 17:10:02 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3716984</guid>

					<description><![CDATA[<p>คุณพ่อคุณแม่หลาย ๆ บ้าน&#160; อาจจะมีความกลุ้มใจในเรื่องการรับประทานอาหาร โดยเฉพาะวัยเตาะแตะที่อยากจะเล่นมากกว่าอยากจะรับประทานอาหาร แต่ละมื้อผ่านไปด้วยความยากเย็น ซึ่งบทความให้ความรู้โดย พญ.รังรักษ์ สวนดอก (ว.23354) กุมารแพทย์ ศูนย์สุขภาพเด็ก โรงพยาบาลนวเวช มีเคล็ดลับดี ๆ มาฝากในยุคที่ทุกอย่างเร่งรีบ การกลับมาหา &#8216;พลังจากธรรมชาติ&#8217; คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้ลูกรักเติบโตได้อย่างสมวัยและมีประสิทธิภาพสูงสุด เพราะการสร้างลูกให้สูง แกร่ง และสมบูรณ์แบบ เริ่มต้นได้ที่คำแรกของมื้ออาหาร สิ่งสำคัญอันแรก คือบรรยากาศในการรับประทานต้องมีความสุข&#160; สนุก เฉกเช่นเดียวกับการเล่น&#160; ไม่บังคับ&#160; ไม่ยัดเยียด ให้ทานเป็นมื้อ ๆ รับประทานพร้อมผู้ใหญ่และไม่ควรให้นมหรือขนมก่อนมื้อข้าว&#160; เพื่อกระตุ้นให้เกิดความหิว&#160; เรื่องที่ 2 ในเด็กที่รับประทานได้น้อย เราจะเน้นเรื่องคุณภาพอาหารมากกว่าปริมาณอาหารครบ 5 หมู่ และจับคู่อาหาร เพื่อประโยชน์สูงสุดในการดูดซึม ทั้งหมดนี้เริ่มต้นได้ง่าย ๆ ด้วย “พลังอาหารธรรมชาติ” ที่ครบถ้วนและเหมาะกับวัยของเขา มีดังนี้ โปรตีนจะช่วยสร้างกล้ามเนื้อ ซ่อมแซมร่างกาย และเป็นพื้นฐานสำคัญของการเจริญเติบโต เด็กวัยเรียนควรได้โปรตีนทุกมื้อโดยเฉพาะมื้อเช้า แคลเซียม + วิตามินดี: เสริมกระดูกให้ยาวพบมากใน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3716984">5 มหัศจรรย์พลังอาหารธรรมชาติให้ลูกเติบโต สูง แข็งแรง และสมวัย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[“อกบุ๋ม” ไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงามแต่คือสุขภาพหัวใจและปอดที่ไม่ควรมองข้าม]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3716945</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 29 Apr 2026 16:51:46 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3716945</guid>

					<description><![CDATA[<p>โรงพยาบาลวชิรพยาบาลเตรียมจัดงานประชุมนานาชาติด้านโรคอกบุ๋มครั้งแรกของประเทศไทย “Pectus Conference 2026” ในวันที่ 6 พฤษภาคมนี้ ร่วมกับ Cleveland Clinic Children’s Hospital ประเทศสหรัฐอเมริกา สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของโรคอกบุ๋ม(Pectus Excavatum) ที่กำลังได้รับความสนใจมากขึ้นในวงการแพทย์ระดับโลก            Prof.Rajkamal Vishnu professor Cleveland Clinic Children’s Hospital ประเทศสหรัฐอเมริกา เปิดเผยว่าโรคอกบุ๋มเป็นภาวะความผิดปกติของโครงสร้างผนังทรวงอกเกิดจากการเจริญเติบโตที่ผิดปกติของกระดูกอ่อนที่เชื่อมระหว่างกระดูกหน้าอกและซี่โครง ส่งผลให้กระดูกหน้าอกยุบลงไปด้านใน ลักษณะเหมือน “อกยุบ” พบได้ประมาณ 1 ใน 1,000 คน และพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิงถึง 3–4 เท่า โดยมักเริ่มเห็นเด่นชัดในช่วงวัยเด็กและรุนแรงขึ้นในช่วงวัยรุ่น แม้ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยจะไม่มีอาการทางร่างกายที่ชัดเจน แต่ผลกระทบด้านจิตใจและบุคลิกภาพถือว่าสำคัญ เด็กหลายคนขาดความมั่นใจ ไม่กล้าเข้าสังคม หรือหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องเปิดเผยร่างกาย เช่น การว่ายน้ำ อย่างไรก็ตามในรายที่มีความรุนแรงมาก โครงสร้างที่ยุบลงอาจกดเบียดหัวใจและปอด ทำให้เกิดอาการเหนื่อยง่าย หายใจไม่สุด เจ็บหน้าอก หรือออกกำลังกายได้น้อยลงและในบางรายอาจส่งผลต่อการทำงานของลิ้นหัวใจ การวินิจฉัยโรคอกบุ๋มจำเป็นต้องอาศัยการประเมินอย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นการตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) เพื่อดูความลึกและความรุนแรงของการยุบตัว [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3716945">“อกบุ๋ม” ไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงามแต่คือสุขภาพหัวใจและปอดที่ไม่ควรมองข้าม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[รพ.ซีจีเอช พหลโยธิน ส่งต่อความรู้ สร้างโอกาสสุขภาพดี]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3716941</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 29 Apr 2026 16:50:29 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3716941</guid>

					<description><![CDATA[<p>รพ.ซีจีเอช พหลโยธิน ส่งต่อความรู้ สร้างโอกาสสุขภาพดี: โครงการส่งเสริมการป้องกันโรค NCDs ในผู้ต้องขัง ณ เรือนจำจังหวัดนนทบุรี&#160;&#160; การส่งเสริมสุขภาพถือเป็นพื้นฐานสำคัญของคุณภาพชีวิตในทุกช่วงวัย โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ต้องขังซึ่งมีข้อจำกัดด้านการเข้าถึงข้อมูลและการดูแลสุขภาพ โครงการส่งเสริมการป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) จึงเป็นอีกหนึ่งแนวทางสำคัญในการสร้างความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้อง เพื่อให้สามารถดูแลตนเองได้อย่างเหมาะสม&#160;&#160; โรงพยาบาลซีจีเอช พหลโยธิน ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) โดยได้รับเชิญเป็นวิทยากรให้ความรู้ด้านสุขภาพแก่ผู้ต้องขัง ณ เรือนจำจังหวัดนนทบุรี ภายใต้โครงการส่งเสริมสุขภาพโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ซึ่งมุ่งเน้นการให้ความรู้เชิงปฏิบัติและสามารถนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน เนื้อหาการบรรยายครอบคลุมเรื่องสำคัญเกี่ยวกับโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจ โดยอธิบายถึงสาเหตุ ปัจจัยเสี่ยง วิธีการป้องกัน รวมถึงแนวทางการดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสม ทั้งด้านโภชนาการ การออกกำลังกาย และการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคในระยะยาว นอกจากนี้ กิจกรรมยังเน้นการสร้างความเข้าใจว่าการดูแลสุขภาพไม่ใช่เรื่องซับซ้อน แต่สามารถเริ่มต้นได้จากพฤติกรรมเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น การเลือกรับประทานอาหารที่สมดุล การหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง และการสังเกตอาการผิดปกติของร่างกายอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งล้วนเป็นพื้นฐานสำคัญของการมีสุขภาพที่ดี โครงการนี้สะท้อนถึงความตั้งใจในการส่งต่อความรู้ด้านสุขภาพให้กับทุกภาคส่วนในสังคม โดยเฉพาะกลุ่มที่อาจมีข้อจำกัดด้านโอกาส เพื่อให้สามารถนำความรู้ไปปรับใช้และดูแลตนเองได้อย่างต่อเนื่อง เพราะ “สุขภาพที่ดี” เป็นจุดเริ่มต้นของโอกาสในชีวิต การสร้างความรู้ความเข้าใจด้านสุขภาพจึงเป็นสิ่งที่มีคุณค่าและควรได้รับการส่งต่ออย่างทั่วถึง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3716941">รพ.ซีจีเอช พหลโยธิน ส่งต่อความรู้ สร้างโอกาสสุขภาพดี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
	</channel>
</rss>
