<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
>
<channel>
	<title>ThaiPR.NET</title>
	<atom:link href="https://www.thaipr.net/health/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thaipr.net/health</link>
	<description>Press Release Distribution Center of Thailand</description>
	<lastBuildDate>Tue, 04 Aug 2026 17:34:25 +0700</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.1</generator>
	<item>
		<title><![CDATA[ครั้งแรกของไทย! ศิริราชจัด “Siriraj Sarcoma Symposium 2569” รวมพลังวิจัย นวัตกรรม และ Sarcoma Community เพื่ออนาคตผู้ป่วยซาร์โคมา]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3746935</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 04 Aug 2026 13:22:36 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3746935</guid>

					<description><![CDATA[<p>ภาควิชาออร์โธปิดิกส์และกายภาพบำบัด คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับกองทุน Hope for Sarcoma ภายใต้ศิริราชมูลนิธิ และมูลนิธิวงษ์เจริญสิน จัดงาน “Siriraj Sarcoma Symposium 2569” เวทีประชุมวิชาการด้านโรคมะเร็งซาร์โคมาครั้งแรกของประเทศไทย พร้อมกิจกรรม “Sarcoma Patient &#38; Family Support Community” ภายใต้หัวข้อ “ก้าวต่อไปหลังซาร์โคมา: ความรู้ ความหวัง และกำลังใจ” เมื่อวันที่ 28-29 กรกฎาคม 2569 ณ คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล ภายในงานมีการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้จากแพทย์และผู้เชี่ยวชาญสหสาขาอัปเดตความก้าวหน้าของโครงการวิจัยและนวัตกรรมการรักษาโรคซาร์โคมารวมถึงแนวทางดูแลผู้ป่วยแบบองค์รวม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและครอบครัว กองทุน Hope for Sarcoma ภายใต้ศิริราชมูลนิธิ ก่อตั้งขึ้นจากความตั้งใจที่จะเปลี่ยนประสบการณ์ของผู้ป่วยให้เป็น “ความหวัง” สำหรับผู้ป่วยรุ่นต่อไป โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้สนับสนุนโครงการวิจัยสำคัญหลายด้าน อาทิ การสร้างฐานข้อมูลพันธุกรรมมะเร็งซาร์โคมา การพัฒนาแบบจำลองเนื้องอกที่มีชีวิต (Living Tumor Models) การพัฒนาวิธีวินิจฉัยชนิดย่อยที่แม่นยำยิ่งขึ้น และการสนับสนุนงานวิจัยทางคลินิกโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ นอกจากนี้ยังมีความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีการรักษาเฉพาะบุคคล ผ่านโครงการ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3746935">ครั้งแรกของไทย! ศิริราชจัด “Siriraj Sarcoma Symposium 2569” รวมพลังวิจัย นวัตกรรม และ Sarcoma Community เพื่ออนาคตผู้ป่วยซาร์โคมา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สธ. &#8211; ภาคีเครือข่าย ชู “One Goal, One Commitment&#8221; รวมพลังขับเคลื่อนนมแม่อย่างเดียว 6 เดือนสู่เป้าหมายประเทศไทย]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3746852</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 04 Aug 2026 11:34:06 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3746852</guid>

					<description><![CDATA[<p>กระทรวงสาธารณสุข เปิดงานรณรงค์ส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เนื่องในสัปดาห์นมแม่โลกและวันแม่แห่งชาตปี 2569 ภายใต้แนวคิด “Breastfeeding for a Sustainable Start in Life: Strengthen What Works” พร้อมประกาศนโยบายการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่และเป้าหมายของประเทศไทย โดยมี แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ภาคีเครือข่ายภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาคประชาชน ร่วมงาน ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และนายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้มีนโยบายมีมุ่งเน้นในการขับเคลื่อนความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งระบบบริการสุขภาพ ชุมชน สถานประกอบการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และครอบครัว เพื่อให้การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เป็นเรื่องปกติของสังคมไทย สร้าง “จุดเริ่มต้นชีวิตที่ยั่งยืน” ให้เด็กไทยทุกคน และพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพ อันเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของประเทศไทยที่กำหนดให้อัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว 6 เดือนไม่น้อยกว่าร้อยละ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3746852">สธ. &#8211; ภาคีเครือข่าย ชู “One Goal, One Commitment&#8221; รวมพลังขับเคลื่อนนมแม่อย่างเดียว 6 เดือนสู่เป้าหมายประเทศไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[&#8220;ไม่สูบบุหรี่&#8221; ก็เป็นมะเร็งปอดได้ แพทย์เตือนพบผู้ป่วยอายุน้อยตั้งแต่วัย 35 ปีเพิ่มขึ้น คนไทยกว่า 70% รู้ตัวเมื่อโรคลุกลาม]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3746768</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 04 Aug 2026 11:04:16 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3746768</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#8220;มะเร็งปอด&#8221; ไม่ใช่โรคของผู้สูบบุหรี่อีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นภัยเงียบที่พบในคนอายุน้อยลง รวมถึงผู้ที่ไม่เคยสูบบุหรี่ โดยเฉพาะผู้หญิงชาวเอเชีย ปัจจุบันพบผู้ป่วยตั้งแต่อายุเพียง 35 ปี ขณะที่ผู้ป่วยมะเร็งปอดกว่า 70% มักตรวจพบโรคเมื่อเข้าสู่ระยะลุกลาม ส่งผลให้โอกาสรักษาหายขาดลดลง แพทย์จึงเตือนประชาชนอย่ารอให้มีอาการ เพราะ &#8220;ไม่มีอาการ&#8221; ไม่ได้หมายความว่าไม่มีโรค พร้อมแนะนำให้กลุ่มเสี่ยงเข้ารับการตรวจคัดกรองด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์แบบใช้รังสีต่ำ หรือ Low-Dose CT (LDCT) เพื่อเพิ่มโอกาสรักษาหายขาด นพ.ชนทัต ไตรทอง แพทย์ผู้ชำนาญการด้านอายุรศาสตร์โรคระบบหายใจและภาวะวิกฤตโรคระบบการหายใจ ศูนย์โรคปอดและระบบทางเดินหายใจ โรงพยาบาลพระรามเก้า ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันมะเร็งปอดไม่ได้พบเฉพาะในผู้สูบบุหรี่หรือผู้สูงอายุอีกต่อไป แต่พบในผู้ที่ไม่เคยสูบบุหรี่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้หญิงชาวเอเชีย ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับปัจจัยทางพันธุกรรมและการกลายพันธุ์ของยีน EGFR ขณะเดียวกัน อายุของผู้ป่วยก็ลดลง จากเดิมที่มักพบในผู้มีอายุมากกว่า 50 ปี วันนี้เริ่มพบในวัยทำงานตั้งแต่อายุประมาณ 35-40 ปี จึงเป็นโรคที่ทุกคนควรตระหนัก ไม่ใช่เฉพาะผู้สูบบุหรี่ &#8220;มะเร็งปอด&#8221; แบ่งออกเป็น 2 ชนิดหลัก ได้แก่ มะเร็งปอดชนิดเซลล์ไม่เล็ก (Non-Small Cell Lung Cancer: NSCLC) ซึ่งพบประมาณร้อยละ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3746768">&#8220;ไม่สูบบุหรี่&#8221; ก็เป็นมะเร็งปอดได้ แพทย์เตือนพบผู้ป่วยอายุน้อยตั้งแต่วัย 35 ปีเพิ่มขึ้น คนไทยกว่า 70% รู้ตัวเมื่อโรคลุกลาม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สธ.-ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์ฯ-มูลนิธินมแม่ฯ-สสส. “ส่งเสริมกิจกรรมทางกายในหญิงตั้งครรภ์และหลังคลอด&#8221; มุ่งยกระดับคลินิก ANC ทั่วประเทศ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3746651</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 03 Aug 2026 17:38:23 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3746651</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย มูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย และกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ประกาศขับเคลื่อนแนวทางเวชปฏิบัติการส่งเสริมกิจกรรมทางกายในหญิงตั้งครรภ์และหลังคลอด โดยเตรียมนำไปใช้ในคลินิกฝากครรภ์ (ANC) ทุกระดับทั่วประเทศ เพื่อให้การประเมินและให้คำแนะนำเรื่องการออกกำลังกายเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลหญิงตั้งครรภ์ตามมาตรฐาน ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพคอารีน่า เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี ทางด้าน ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์พัญญู พันธ์บูรณะ ประธานอนุกรรมการอนามัยแม่และเด็ก ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า แนวทางเวชปฏิบัตินี้อ้างอิงจากหลักฐานเชิงประจักษ์ระดับโลก (ACOG และ WHO) ซึ่งแนะนำให้หญิงตั้งครรภ์และหลังคลอดที่ไม่มีข้อห้ามทางการแพทย์มีกิจกรรมทางกายแบบแอโรบิกระดับปานกลางอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ เช่น เดินเร็วหรือปั่นจักรยานอยู่กับที่ เพื่อลดความเสี่ยงครรภ์เป็นพิษความดันโลหิตสูง เบาหวานขณะตั้งครรภ์ และภาวะซึมเศร้าหลังคลอด โดยไม่เพิ่มความเสี่ยงต่อทารกในครรภ์ รวมถึงการประเมินความปลอดภัยตามหลักการ FITT ข้อห้ามเด็ดขาดและสัญญาณเตือนภัยที่ต้องหยุดออกกำลังกายทันที คำแนะนำการยกของหนักตามช่วงอายุครรภ์ เพื่อความปลอดภัยและถูกต้องในสถานพยาบาลทั่วประเทศ ขณะที่ แพทย์หญิงศิริพร กัญชนะ ประธานมูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย กล่าวว่า หลักฐานทางการแพทย์ ชี้ให้เห็นการออกกำลังกายแบบแอโรบิกช่วยเพิ่มการไหลเวียนโลหิตไปยังรกทำให้ทารกได้รับออกซิเจนเต็มที่ ซึ่งผลวิจัยพบว่าการออกกำลังกายสัปดาห์ละ 3 วัน วันละ 20 นาที หรือระดับปานกลางไม่ส่งผลกระทบต่อปริมาณหรือคุณภาพน้ำนมแม่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3746651">สธ.-ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์ฯ-มูลนิธินมแม่ฯ-สสส. “ส่งเสริมกิจกรรมทางกายในหญิงตั้งครรภ์และหลังคลอด&#8221; มุ่งยกระดับคลินิก ANC ทั่วประเทศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ดูแลสุขภาพดี เริ่มต้นที่ดวงตา ศูนย์เลสิก EBH โรงพยาบาลตากรุงเทพ เปิดแคมเปญ &#8220;เดินวิ่ง แลกลดเลสิก&#8221; มอบส่วนลดเพิ่มจากโปรโมชันเดิม ระหว่าง 1-31 ส.ค.69]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3746532</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 03 Aug 2026 16:35:11 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3746532</guid>

					<description><![CDATA[<p>กระแสการดูแลสุขภาพเพื่อการมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ หรือ Longevity กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้การออกกำลังกาย โดยเฉพาะการวิ่ง กลายเป็นกิจกรรมยอดนิยมของคนทุกวัย ขณะที่ &#8220;สุขภาพดวงตา&#8221; ซึ่งเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญของคุณภาพชีวิต กลับเป็นเรื่องที่หลายคนมักละเลย ศูนย์เลสิก EBH โรงพยาบาลตากรุงเทพ เปิดตัวแคมเปญ “เดินวิ่ง แลก ลดเลสิก (Lasik): Run for Clear Vision&#8221; เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใส่ใจสุขภาพแบบองค์รวม ด้วยการเชื่อมโยงการออกกำลังกายเข้ากับการดูแลสายตา พร้อมมอบสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ที่ร่วมกิจกรรม ผ่านการสะสมระยะทางวิ่งและรับส่วนลดเพิ่มเติมสำหรับการแก้ไขสายตาด้วยการทำเลสิก จุดเด่นของแคมเปญ คือ ผู้เข้ารับบริการสามารถรับ ส่วนลดเพิ่มจากราคาโปรโมชั่นที่ ศูนย์เลสิก EBH โรงพยาบาลตากรุงเทพ กำหนดไว้แล้ว เพียงส่งหลักฐานการวิ่งจากแอปพลิเคชันสุขภาพตามเงื่อนไขของกิจกรรม โดยผู้ที่วิ่งสะสมครบ 5 กิโลเมตร จะได้รับส่วนลดเพิ่ม 5% และผู้ที่วิ่งสะสมครบ 10 กิโลเมตร จะได้รับส่วนลดเพิ่ม 10% ซึ่งสิทธิประโยชน์ดังกล่าวสามารถใช้กับโปรแกรมแก้ไขสายตาที่ร่วมรายการ ได้แก่ PRK สำหรับผู้มีกระจกตาบาง  Femto LASIK สำหรับผู้ที่มีกระจกตาหนาปกติ SMILE Pro [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3746532">ดูแลสุขภาพดี เริ่มต้นที่ดวงตา ศูนย์เลสิก EBH โรงพยาบาลตากรุงเทพ เปิดแคมเปญ &#8220;เดินวิ่ง แลกลดเลสิก&#8221; มอบส่วนลดเพิ่มจากโปรโมชันเดิม ระหว่าง 1-31 ส.ค.69</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[“ล้ำฤทธิ์” เปิดตัว สปอร์ตและเวลเนสคอมเพล็กซ์แห่งแรกของไทย THE O2 BANGKOK &#038; Sapsiree Badminton Academy]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3746451</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 03 Aug 2026 15:32:45 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3746451</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปักหมุดศูนย์กลางสุขภาพและการฟื้นฟูครบวงจร รับเมกะเทรนด์ Wellness Economy บริษัท ล้ำฤทธิ์ จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์และฟื้นฟูร่างกาย เปิดตัว ดิ โอทู แบงค็อก (THE O2 BANGKOK Powered by Lamrit Co., Ltd.) สปอร์ตและเวลเนสคอมเพล็กซ์แห่งแรกของประเทศไทย บนพื้นที่กว่า 9,000 ตารางเมตร รวมมูลค่าการลงทุน 200 ล้านบาท เน้นการดูแลสุขภาพ ฟื้นฟูร่างกาย และมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ (Healthy Longevity) ผ่านการผสานศาสตร์ด้านกีฬา เวชศาสตร์ฟื้นฟู สุขภาพเชิงป้องกัน (Preventive Healthcare) และไลฟ์สไตล์เพื่อสุขภาพเข้าไว้ด้วยกันอย่างครบวงจร พร้อมตั้งเป้าเป็นศูนย์กลางด้านการฟื้นฟูสุขภาพและเวชศาสตร์การกีฬาครบวงจร (Sports Rehabilitation &#38; Wellness Complex) ของประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นายแพทย์มานพ ศิลาเลิศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ล้ำฤทธิ์ จำกัด และผู้ร่วมก่อตั้ง ดิ โอทู แบงค็อก (THE O2&#160;BANGKOK Powered by Lamrit Co., Ltd.)&#160;กล่าวว่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3746451">“ล้ำฤทธิ์” เปิดตัว สปอร์ตและเวลเนสคอมเพล็กซ์แห่งแรกของไทย THE O2 BANGKOK &amp; Sapsiree Badminton Academy</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เปิดแนวทางรักษา ‘ไทรอยด์’ ยุคใหม่ ผ่าตัดส่องกล้องทางช่องปาก-การสลายเนื้องอกไทรอยด์ ด้วยคลื่นไมโครเวฟ เพิ่มทางเลือกการรักษา]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3746389</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 03 Aug 2026 14:47:09 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3746389</guid>

					<description><![CDATA[<p>ลดความกังวลเรื่องแผลที่คอด้วยนวัตกรรมรักษาไทรอยด์ในปัจจุบัน ‘ผ่าตัดส่องกล้องทางช่องปาก-การสลายเนื้องอกไทรอยด์ด้วยคลื่นไมโครเวฟ&#8217; ทางเลือกใหม่สำหรับผู้ป่วย หากย้อนกลับไปเมื่อสิบกว่าปีก่อน ปัญหาเรื่องก้อนโตที่คอ หรือ “โรคไทรอยด์” มักจะเป็นเรื่องชวนหนักใจสำหรับใครหลายคน ไม่ใช่เพียงเพราะตัวโรคที่ต้องรักษา แต่ยังรวมถึงรอยแผลเป็นแนวยาวบริเวณกลางลำคอหลังการผ่าตัดแบบดั้งเดิม ซึ่งมักสร้างความรู้สึกไม่มั่นใจและกลายเป็นเรื่องยากจะปกปิดในชีวิตประจำวัน แต่วันนี้วิวัฒนาการทางการแพทย์และนวัตกรรมปัจจุบันได้เปลี่ยนภาพจำเหล่านั้นไป ซึ่งบทความให้ความรู้โดย นพ. ธัญวัจน์ ศาสนเกียรติกุล (ว.36631) ศัลยแพทย์เฉพาะทางด้านต่อมไร้ท่อ (ไทรอยด์และพาราไทรอยด์) ศูนย์ศัลยกรรม โรงพยาบาลนวเวช ที่จะมาบอกเล่าถึงเบื้องหลังการพัฒนาทางการแพทย์ โดยคำนึงถึงผลลัพธ์การรักษาและให้ความสำคัญในเรื่องของคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับแนวทางการดูแลรักษาอย่างเหมาะสม การจำแนกการแสดงอาการของโรคไทรอยด์ว่า สามารถแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลัก ได้แก่ กลุ่มโรคที่เกิดจากภาวะฮอร์โมนแปรปรวน เช่น ภาวะไฮเปอร์ไทรอยด์ (ไทรอยด์ทำงานสูง) หรือภาวะไฮโปไทรอยด์ (ไทรอยด์ทำงานต่ำ) ซึ่งแนวทางการรักษาจะมุ่งเน้นการใช้ยารักษาเป็นแกนหลัก ผู้ป่วยจึงยังไม่มีความจำเป็นต้องกังวลเรื่องการผ่าตัด กลุ่มผู้ป่วยที่มีผลฮอร์โมนปกติ แต่ตรวจพบเนื้องอกหรือมะเร็งอุบัติขึ้น โดยปัจจุบันทิศทางการรักษาของแพทย์จะมุ่งเน้นการหลีกเลี่ยงหัตถการผ่าตัดเป็นอันดับแรก หากประเมินแล้วว่าตัวโรคยังไม่มีข้อบ่งชี้ที่จำเป็นสำหรับในกรณีที่ผลการตรวจในขั้นต้นมีความก้ำกึ่ง และยากต่อการวินิจฉัยด้วยการเจาะชิ้นเนื้อส่งตรวจตามปกติ การแพทย์ในปัจจุบันสามารถเพิ่มความถี่ถ้วนด้วยการส่งตรวจพิเศษ ผ่านเทคโนโลยี Molecular Testing หรือการตรวจรหัสพันธุกรรมลึกถึงระดับโมเลกุล เพื่อค้นหาการกลายพันธุ์ของยีนที่เสี่ยงต่อการพัฒนาเป็นรอยโรคเนื้อร้าย ส่งผลให้แพทย์มีข้อมูลเชิงลึกมาประเมินร่วม เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการจำแนกโรค รวมถึงช่วยลดโอกาสการผ่าตัดโดยไม่จำเป็นลงได้อย่างมีนัยสำคัญ จากแนวคิดที่ต้องการลดหัตถการได้นำเทคโนโลยีเข้ามาสนับสนุนกระบวนการคัดกรองทำหน้าที่ตรวจเช็กและวิเคราะห์ลักษณะก้อนเนื้อควบคู่ไปกับประสบการณ์ของแพทย์ เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับแนวทางการดูแลรักษาที่เหมาะสมกับสภาวะของโรค พร้อมกันนี้ยังให้ความสำคัญกับกระบวนการดูแลผู้ป่วยอย่างรอบด้าน ตั้งแต่การเตรียมความพร้อมก่อนผ่าตัด [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3746389">เปิดแนวทางรักษา ‘ไทรอยด์’ ยุคใหม่ ผ่าตัดส่องกล้องทางช่องปาก-การสลายเนื้องอกไทรอยด์ ด้วยคลื่นไมโครเวฟ เพิ่มทางเลือกการรักษา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[Hygiena® ได้รับสิทธิ์เครื่องหมายการค้า One Health Diagnostics® ในสหรัฐอเมริกา ตอกย้ำการสร้างมาตรฐานใหม่ระดับโลกด้านการตรวจสอบและวินิจฉัย]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3746117</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 03 Aug 2026 14:17:56 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3746117</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากการปกป้องด้านความปลอดภัยอาหารไปจนถึงสุขอนามัยและการเฝ้าระวังสิ่งแวดล้อม Hygiena เดินหน้าสร้างความเป็นผู้นำในการวินิจฉัยแบบบูรณาการที่รวมเครื่องมือตรวจวินิจฉัยต่างๆ มาเชื่อมต่อกันเป็นระบบเดียว เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงข้อมูลที่ครอบคลุมและแม่นยำได้ดีขึ้น Hygiena ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชันการตรวจวินิจฉัยด้านความปลอดภัยอาหารและสิ่งแวดล้อมแบบรวดเร็ว ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญ หลังสำนักงานสิทธิบัตรและเครื่องหมายการค้าสหรัฐอเมริกา (USPTO) ได้ออกหนังสือแจ้งการอนุญาตสำหรับคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า One Health Diagnostics® ซึ่งนับเป็นอีกก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ Hygiena® ในการพัฒนาเทคโนโลยีการตรวจวินิจฉัยเพื่อยกระดับการปกป้องความปลอดภัยอาหาร สาธารณสุข สุขภาพสัตว์ และการตรวจสอบสิ่งแวดล้อม &#8220;เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับหนังสืออนุมัติแจ้งการอนุญาตจาก USPTO&#8221; อแมนดา มาโนลิส รองประธานฝ่ายการตลาด กิจการวิทยาศาสตร์และฝ่ายผลิตภัณฑ์ระดับโลก ของ Hygiena กล่าว “เครื่องหมายการค้า The One Health Diagnostics ยืนยันถึงความเป็นผู้นำของเราในกลุ่มโซลูชั่นที่เรากำลังสร้างและเป็นผู้นำในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการวินิจฉัยอย่างรวดเร็ว การยอมรับนี้ยืนยันบทบาทของ Hygiena ในการยกระดับการวินิจฉัยให้ก้าวไกลกว่าความปลอดภัยอาหาร สู่ระบบแบบบูรณาการที่ช่วยปกป้องสุขภาพของประชากรโลก ผ่านข้อมูลเชิงลึกที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล และการมองเห็นกระบวนการแบบครบวงจร” ปัจจุบัน ตลาดการวินิจฉัยทั่วโลกกำลังเปลี่ยนผ่านจากวิธีการตรวจสอบแบบแยกส่วน ไปสู่แพลตฟอร์มแบบบูรณาการที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลและสร้างข้อมูลเชิงลึกได้อย่างมีประสิทธิภาพ กลุ่มผลิตภัณฑ์ One Health Diagnostics® ของ Hygiena ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว โดยครอบคลุมกระบวนการตลอดห่วงโซ่ด้านความปลอดภัยอาหาร สุขอนามัย สาธารณสุข และการเฝ้าระวังด้านสิ่งแวดล้อม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3746117">Hygiena® ได้รับสิทธิ์เครื่องหมายการค้า One Health Diagnostics® ในสหรัฐอเมริกา ตอกย้ำการสร้างมาตรฐานใหม่ระดับโลกด้านการตรวจสอบและวินิจฉัย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เครือข่ายลดบริโภคเค็ม ผลิตกิจกรรมสื่อสร้างสรรค์ บทเพลงรณรงค์เครือข่ายลดเค็ม ชื่อเพลง “ด้วยความห่วงไต”]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3746207</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 03 Aug 2026 13:39:23 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3746207</guid>

					<description><![CDATA[<p>ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการกองทุน สสส. เปิดเผยว่า สสส.พร้อมสนับสนุนการประชาสัมพันธ์สร้างความตระหนักและต้องการสร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อสุขภาพประชาชนได้จริง ในการลดการบริโภคโซเดียมจำเป็นต้องทำทั้งการสื่อสารและมาตรการเชิงระบบควบคู่กัน สสส.เพื่อเดินหน้าขับเคลื่อน “ลดเค็ม ลดโรค” ร่วมกับภาคีทุกภาคส่วน ทั้งการรณรงค์สร้างความรอบรู้ให้ประชาชนปรับพฤติกรรมลดการบริโภคโซเดียม การสนับสนุนเครื่องมือและนวัตกรรมในพื้นที่ เช่น เครื่องตรวจวัดความเค็มในอาหาร (Salt Meter) เพื่อช่วยให้ประชาชนเห็นปริมาณโซเดียมจริงและปรับลดได้ง่ายขึ้น ด้านรศ.นพ.สุรศักดิ์ กันตชูเวสศิริ ประธานเครือข่ายลดบริโภคเค็มกล่าวว่า เครือข่ายลดบริโภคเค็ม ได้ผลิตกิจกรรมสื่อสร้างสรรค์ เป็นบทเพลงรณรงค์เครือข่ายลดเค็ม ไฟล์&#160;release master hi-rest เพลงรณรงค์เครือข่ายลดเค็มตามลิงค์แนบ https://drive.google.com/drive/folders/1hdQOJAr6_Fg34nbl_PboyXqHFXl6R4ms?usp=drive_link ชื่อเพลง ด้วยความห่วงไต&#160; ภายในลิงค์แนบประกอบด้วย Lodkem_Longform_2Min (MV เพลงเต็ม 2 นาที) Lodkem_30s_Version 1 (MV cutdown ท่อน 1 ประมาณ 30sec) ใช้ตัวนี้เป็น Teaser Lodkem_30s_Version 2 (MV cutdown ท่อน 2 ประมาณ30sec) Lodkem_30s_Version 3 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3746207">เครือข่ายลดบริโภคเค็ม ผลิตกิจกรรมสื่อสร้างสรรค์ บทเพลงรณรงค์เครือข่ายลดเค็ม ชื่อเพลง “ด้วยความห่วงไต”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[4 กระทรวง ผนึกกำลังขับเคลื่อน “มหัศจรรย์ 2,500 วัน&#8221; ใช้ข้อมูลสุขภาพประชาชน พร้อมวางนโยบาย สร้างระบบนิเวศใหม่ เพื่อเด็กไทยคุณภาพ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3746204</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 03 Aug 2026 13:38:35 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3746204</guid>

					<description><![CDATA[<p>กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ประกาศความร่วมมือขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ “มหัศจรรย์ 2,500 วัน” เพื่อส่งเสริมการเกิดและพัฒนาเด็กไทยคุณภาพ โดยนำข้อมูลจากโครงการสำรวจสุขภาพประชาชนไทย โดยการตรวจร่างกายมาเป็นฐานกำหนดนโยบาย ยกระดับสุขภาพ การศึกษา และคุณภาพชีวิตเด็กไทย อย่างบูรณาการ ตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์จนถึงอายุ 5 ปี มุ่งให้เด็กทุกคนเติบโตสมวัย มีพัฒนาการเหมาะสม และเข้าถึงโอกาสอย่างเท่าเทียม โดยมี นายสันติธร ยิ้มละมัย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ดร.ชูสิน วรเดช รองหัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย นางอภิญญา ชมภูมาศ อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน นางภัทรวรรณ ภัทรบวรวุฒิ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์วิชัย เอกพลากร ที่ปรึกษาโครงการสำรวจสุขภาพประชาชนไทย โดยการตรวจร่างกาย ร่วมแถลงข่าว แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้ความสำคัญกับสุขภาพของเด็กซึ่งไม่ได้เริ่มต้นที่โรงพยาบาล แต่เริ่มต้นจากครอบครัว โรงเรียน ชุมชน และสิ่งแวดล้อมรอบตัว [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3746204">4 กระทรวง ผนึกกำลังขับเคลื่อน “มหัศจรรย์ 2,500 วัน&#8221; ใช้ข้อมูลสุขภาพประชาชน พร้อมวางนโยบาย สร้างระบบนิเวศใหม่ เพื่อเด็กไทยคุณภาพ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[รมว. กระทรวงสาธารณสุข เปิดศูนย์ LiROS อย่างเป็นทางการ หนุนศูนย์ฝึกอบรม Robotic Surgery แห่งแรกของไทย ยกระดับบุคลากรการแพทย์สู่มาตรฐานสากล]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3746188</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 03 Aug 2026 12:33:34 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3746188</guid>

					<description><![CDATA[<p>โรงพยาบาลเลิดสิน กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้การต้อนรับ นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นายนรินทร์ กัลยาณมิตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข, นายอาทิตย์ หมีทอง เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข, นายแพทย์ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ อธิบดีกรมการแพทย์,  นายแพทย์ธนินทร์ เวชชาภินันท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ และนายแพทย์อัครฐาน จิตนุยานนท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ ในโอกาสตรวจเยี่ยม Lerdsin Institute of Robotic Surgery (LiROS) ศูนย์กลางการเรียนรู้และฝึกอบรมศัลยแพทย์และพยาบาลด้านการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์แบบ Modular เคลื่อนที่ได้แห่งแรกของประเทศไทย เพื่อติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานของศูนย์ การพัฒนาศักยภาพบุคลากรทางการแพทย์ด้าน Robotic Surgery และการประยุกต์ใช้นวัตกรรมทางการแพทย์เพื่อยกระดับระบบบริการสาธารณสุขของประเทศ โดยมี นายแพทย์อดิศักดิ์ งามขจรวิวัฒน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเลิดสิน ให้การต้อนรับและนำเยี่ยมชมศูนย์ ในการเยี่ยมชมครั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมคณะ ได้รับฟังผลการดำเนินงานของ LiROS ทั้งด้านการพัฒนาหลักสูตรและการฝึกอบรมบุคลากรทางการแพทย์ พร้อมเยี่ยมชมการสาธิตและร่วมทดลองควบคุม Versius Plus หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดแบบ Modular เคลื่อนที่ได้รุ่นล่าสุดจากประเทศอังกฤษ โดยมี นายแพทย์วสันต์ เศรษฐวงศ์ แพทย์ทรงคุณวุฒิ พร้อมทีมศัลยแพทย์ วิสัญญีแพทย์ และพยาบาล ร่วมสาธิตการใช้งานและถ่ายทอดกระบวนการฝึกอบรมทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ซึ่งมุ่งพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้สามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยี Robotic Surgery ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมขยายองค์ความรู้สู่เครือข่ายโรงพยาบาลทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มการเข้าถึงบริการผ่าตัดที่มีความแม่นยำ ปลอดภัย และได้มาตรฐานสากล ภายหลังเปิดดำเนินงานมาเป็นเวลากว่า 2 เดือน LiROS ได้พัฒนาบทบาทจากศูนย์ฝึกอบรมสู่ศูนย์ที่การเรียนรู้ควบคู่กับการรักษาผู้ป่วยจริง โดยโรงพยาบาลเลิดสินได้ดำเนินการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด Versius Plus แล้วจำนวน 33 เคส (ข้อมูล ณ วันที่ 24 กรกฎาคม 2569) ซึ่งครอบคลุมการรักษาหลายสาขา ได้แก่ ศัลยกรรมทั่วไป, ศัลยกรรมทางเดินอาหารส่วนต้น, ศัลยกรรมลำไส้ใหญ่และทวารหนัก, ศัลยกรรมทรวงอก, ศัลยกรรมระบบทางเดินปัสสาวะ และนรีเวชศัลยกรรม สะท้อนความพร้อมของบุคลากรและศักยภาพของเทคโนโลยีในการยกระดับคุณภาพการรักษา พร้อมวางรากฐานสู่การเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ด้าน Robotic [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3746188">รมว. กระทรวงสาธารณสุข เปิดศูนย์ LiROS อย่างเป็นทางการ หนุนศูนย์ฝึกอบรม Robotic Surgery แห่งแรกของไทย ยกระดับบุคลากรการแพทย์สู่มาตรฐานสากล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรมอนามัยผนึกภาคีทั่วประเทศ จัด &#8220;Health Promotion Synergy 2026&#8221; สานพลังเครือข่าย ยกระดับระบบส่งเสริมสุขภาพไทยรับอนาคต]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3746119</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 03 Aug 2026 12:13:34 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3746119</guid>

					<description><![CDATA[<p>แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย มอบหมายให้ แพทย์หญิงนงนุช ภัทรอนันตนพ รองอธิบดีกรมอนามัย เป็นประธานเปิดประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาภาคีเครือข่ายส่งเสริมสุขภาพ &#8220;Health Promotion Synergy 2026 : Shaping the Future Together&#8221; โดยมีผู้บริหารกรมอนามัย และภาคีเครือข่าย ร่วมงาน ณ ห้องฟีนิกซ์ ชั้น 1 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมอนามัยให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบสุขภาพที่มุ่งเน้นการสร้างเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค และการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ เพื่อให้ประชาชนสามารถดูแลสุขภาพของตนเองได้อย่างเหมาะสม มีคุณภาพชีวิตที่ดีในทุกช่วงวัย ซึ่งสอดคล้องกับบทบาทของกรมอนามัยในการส่งเสริมสุขภาพและระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมของประเทศ ซึ่งในปีงบประมาณ 2569 กรมอนามัยได้ขับเคลื่อนการดำเนินงานภายใต้แนวคิด &#8220;4H Plus for a Healthy Future&#8221; เพื่อพัฒนาระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมให้รองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต โดยบูรณาการความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทุกระดับ การพัฒนาศักยภาพบุคลากร การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และการสร้างนวัตกรรมที่ตอบโจทย์การพัฒนาระบบสุขภาพของประเทศ &#8220;ทั้งนี้ การขับเคลื่อนงานส่งเสริมสุขภาพ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการดำเนินงาน ซึ่งการประชุมครั้งนี้เป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และแนวปฏิบัติที่ดี พร้อมร่วมกันกำหนดแนวทางการดำเนินงานที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มวัยเข้าถึงบริการส่งเสริมสุขภาพที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึงและต่อเนื่อง&#8221; อธิบดีกรมอนามัย กล่าว [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3746119">กรมอนามัยผนึกภาคีทั่วประเทศ จัด &#8220;Health Promotion Synergy 2026&#8221; สานพลังเครือข่าย ยกระดับระบบส่งเสริมสุขภาพไทยรับอนาคต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[“HPV ไม่เป็นไร&#8230;ไม่ได้” สภากาชาดไทย-กทม. ขนทัพศิลปินนักแสดง ชวนเต้น รู้ทัน HPV ที่สวนลุมพินี 5 ส.ค.นี้]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3746103</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 03 Aug 2026 12:04:06 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3746103</guid>

					<description><![CDATA[<p>สถานเสาวภา สภากาชาดไทย ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร เชิญชวนคนไทยทุกเพศทุกวัยร่วมกิจกรรม &#8220;เต้นให้ฟิต หยุดคิดว่า HPV ไม่เป็นไร&#8221; ภายใต้แคมเปญ &#8220;HPV ไม่เป็นไร&#8230;ไม่ได้&#8221; เพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการป้องกันเชื้อไวรัส HPV ภัยเงียบที่เป็นสาเหตุของโรคมะเร็งถึง 5 ชนิด และสามารถเกิดได้ทั้งในผู้หญิงและผู้ชาย โดยเมื่อติดเชื้อแล้วอาจไม่แสดงอาการได้เป็น 10 ปี จึงอาจไม่รู้ตัวว่าติดเชื้อ พบกับทัพนักแสดง และศิลปิน  นำโดย เอมี่ กลิ่นประทุม ซึ่งจะมาแบ่งปันประสบการณ์ตรงในการเผชิญกับเชื้อ HPV พร้อมตัวแม่สายแดนซ์ ฮาย-อาภาพร นครสวรรค์ ร่วมด้วยรัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น, เฟย-ภัทร เอกแสงกุล และ จัสมิน-มาริสา ฮิวส์ แท็กทีมกันมาชวนเต้นแอโรบิก สร้างความฟิต พร้อมรับฟังเกร็ดความรู้จากผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้คนไทยรู้ทัน รู้จริง และป้องกัน HPV ได้อย่างถูกต้อง ภายในงานยังมีกิจกรรมแจกของรางวัลมากมาย ในวันพุธที่ 5 สิงหาคม 2569 เวลา 16.00 – 18.00 น. ณ ลานเต้นแอโรบิก ประตู 4 สวนลุมพินี เข้าร่วมงานฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ HPV [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3746103">“HPV ไม่เป็นไร&#8230;ไม่ได้” สภากาชาดไทย-กทม. ขนทัพศิลปินนักแสดง ชวนเต้น รู้ทัน HPV ที่สวนลุมพินี 5 ส.ค.นี้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ สามารถพบได้ในทุกเพศทุกวัย แม้แต่ในกลุ่มคนอายุน้อย วัยรุ่น หรือวัยทำงานที่ดูแข็งแรงดีก็มีโอกาสเกิดขึ้นได้]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3746097</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 03 Aug 2026 12:01:28 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3746097</guid>

					<description><![CDATA[<p>ภาวะนี้เกิดจากความผิดปกติของกระแสไฟฟ้าในหัวใจ ส่งผลให้หัวใจเต้นเร็วเกินไป ช้าเกินไป หรือเต้นไม่เป็นจังหวะ ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการตรวจวินิจฉัย อาจนำไปสู่ภาวะหัวใจล้มเหลว หรือเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ เช็ก 4 สัญญาณเตือน&#8230; ที่ต้องสังเกตตัวเอง 1. ใจสั่น หัวใจเต้นเร็ว 2. แน่นหน้าอก 3. เหนื่อยง่ายไม่ทราบสาเหตุ 4. หน้ามืด เป็นลม หมดสติ หากคุณหรือคนใกล้ชิดมีอาการข้อใดข้อหนึ่งเกิดขึ้นบ่อยครั้ง หรือมีอาการรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ควรนิ่งนอนใจ การเข้ารับการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) หรือตรวจเช็กโดยแพทย์เฉพาะทางตั้งแต่ระยะแรกเริ่ม จะช่วยให้ค้นพบสาเหตุ วางแผนการรักษาได้อย่างถูกต้อง และป้องกันภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงได้อย่างทันท่วงที อย่ารอให้อาการลุกลาม เพราะหัวใจที่เต้นผิดจังหวะเพียงเสี้ยววินาที&#8230; อาจเปลี่ยนชีวิตคุณได้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมCall Center 1512Line Official : @ramhospital</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3746097">โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ สามารถพบได้ในทุกเพศทุกวัย แม้แต่ในกลุ่มคนอายุน้อย วัยรุ่น หรือวัยทำงานที่ดูแข็งแรงดีก็มีโอกาสเกิดขึ้นได้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[“กระดูกและข้อ” ไม่ใช่โรคคนแก่อีกต่อไป แพทย์เตือนคนรุ่นใหม่ป่วยเพิ่ม 20-30% เสี่ยง ‘ข้อเข่าเสื่อมก่อนวัย’ จากกระแสกีฬา]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3746060</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 03 Aug 2026 11:47:27 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3746060</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในวันที่คนไทยหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น จนเกิดเป็นกระแส “รักสุขภาพฟีเวอร์” ส่งผลให้ผู้คนจำนวนมากหันมาออกกำลังกายและเล่นกีฬาตามกระแส ไม่ว่าจะเป็นการวิ่งมาราธอน การแข่งขัน HYROX การปั่นจักรยาน ตีกอล์ฟ หรือเวทเทรนนิง หลายคนเชื่อว่ายิ่งออกกำลังกายมากจะทำให้สุขภาพดีขึ้น แต่ความจริงแล้ว การออกกำลังกายที่ไม่เหมาะสมกับ สภาพร่างกายและการฝืนขีดจำกัดของตนเอง อาจกำลังนำไปสู่ปัญหาสุขภาพที่คาดไม่ถึง ปัจจุบันโรคกระดูกและข้อไม่ได้เป็นเพียงปัญหาสุขภาพของผู้สูงอายุอีกต่อไป แต่กำลังพบมากขึ้นในกลุ่มเด็ก วัยรุ่น และวัยทำงาน โดยเฉพาะผู้ที่ออกกำลังกายหนักหรือเล่นกีฬาตามกระแส จนทำให้จำนวนผู้ป่วยในกลุ่มคนรุ่นใหม่เพิ่มขึ้นราว 20-30% เมื่อเทียบกับในอดีต และกำลังกลายเป็น “ภัยเงียบ” ที่คุกคามสุขภาพของคนทุกช่วงวัย นพ.ณัฐวุฒิ ไพสินสมบูรณ์ หัวหน้าศูนย์กระดูกและข้อ โรงพยาบาลพระรามเก้า ให้ข้อมูลว่า “ปัญหาด้านกระดูกและข้อ” ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุอีกต่อไป แต่กำลังพบในคนอายุน้อยลงอย่างชัดเจน โดยพบผู้ป่วยตั้งแต่อายุ 10 ปีขึ้นไป และในบางกรณีพบการบาดเจ็บในเด็กอายุเพียง 5 ปี ขณะที่กลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงานช่วงอายุ 20 ปีต้น ๆ กลายเป็นกลุ่มที่เข้ารับการรักษาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สาเหตุสำคัญมาจากการออกกำลังกายหักโหม การบาดเจ็บสะสม และการละเลยสัญญาณเตือนของร่างกาย หนึ่งในปัญหาที่แพทย์พบมากขึ้นและน่าเป็นห่วง คือ “ข้อเข่าเสื่อมก่อนวัย” ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในผู้สูงอายุอีกต่อไป แต่พบได้ในคนอายุเพียง 20-30 ปี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3746060">“กระดูกและข้อ” ไม่ใช่โรคคนแก่อีกต่อไป แพทย์เตือนคนรุ่นใหม่ป่วยเพิ่ม 20-30% เสี่ยง ‘ข้อเข่าเสื่อมก่อนวัย’ จากกระแสกีฬา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[แพทย์เตือน! ขาบวม เหนื่อยง่าย นอนราบไม่ได้ อาจเป็นสัญญาณหัวใจล้มเหลว]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3745740</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 31 Jul 2026 17:07:19 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3745740</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลายคนอาจเคยสังเกตว่า ผู้สูงอายุในบ้านเริ่มเดินช้าลง เหนื่อยจากกิจกรรมที่เคยทำได้ ขาบวมในช่วงเย็น หรือต้องเพิ่มจำนวนหมอนหนุนหลังและศีรษะ เพราะนอนราบแล้วหายใจลำบาก แต่อาจเข้าใจว่าอาการเหล่านี้เป็นเพียงความอ่อนล้าจากอายุที่มากขึ้น ทั้งที่จริงแล้วอาจเป็นสัญญาณของ “ภาวะหัวใจล้มเหลว” โดยเฉพาะเมื่อเกิดหลายอาการร่วมกัน รุนแรงขึ้น หรือเริ่มส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน พญ.ปิยนาฏ ปรียานนท์ แพทย์เฉพาะทางด้านการสวนหัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลเมดพาร์ค อธิบายว่า “หัวใจล้มเหลวไม่ได้หมายความว่าหัวใจหยุดเต้นทันที แต่เป็นภาวะที่ประสิทธิภาพในการทำงานของหัวใจลดลง จากปัญหาที่สะสมมาเป็นเวลานาน ส่วนหัวใจหยุดเต้น อาจเกิดขึ้นได้เมื่อภาวะหัวใจล้มเหลวมีความรุนแรงมากขึ้น” อาการของภาวะนี้ จึงอาจไม่ได้เริ่มจากอาการเจ็บหน้าอกรุนแรง แต่จะค่อย ๆ แสดงผ่านความเปลี่ยนแปลงใกล้ตัว เช่น เหนื่อยง่าย ขาบวม หรือนอนราบไม่ได้ จนผู้ป่วยและครอบครัวไม่ทันนึกว่า หัวใจกำลังส่งสัญญาณเตือน  อาการ หัวใจล้มเหลวแบบไหน ควรรีบไปโรงพยาบาล อาการหัวใจล้มเหลว ในระยะแรก อาจค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงจนผู้ป่วยไม่สังเกตหรือรับรู้ เริ่มจากเหนื่อยง่ายเวลาออกแรง เดินได้ระยะทางสั้นลง หรือขึ้นบันไดได้ไม่เท่าเดิม ก่อนรุนแรงขึ้นจนทำกิจวัตรง่าย ๆ อย่าง อาบน้ำ แต่งตัว พูด หรือแค่รับประทานอาหาร ก็รู้สึกเหนื่อยมาก บางรายอาจมีอาการไอมากขึ้นโดยเฉพาะตอนกลางคืนโดยไม่ทราบสาเหตุ ขา-เท้าบวมในช่วงเย็น อาจเกิดร่วมกับน้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3745740">แพทย์เตือน! ขาบวม เหนื่อยง่าย นอนราบไม่ได้ อาจเป็นสัญญาณหัวใจล้มเหลว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[พลิกโฉมการดูแลสุขภาพผู้หญิงยุคใหม่! รพ. พญาไท 2 เปิดตัว &#8220;Her Confidence&#8221; ด้วยทีมแพทย์เฉพาะทางและการรักษาแบบองค์รวม]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3745627</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 31 Jul 2026 09:18:30 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3745627</guid>

					<description><![CDATA[<p>ชูความเชี่ยวชาญด้าน Women&#8217;s Pelvic Health &#38; Quality of Life ดูแลผู้หญิงตั้งแต่การป้องกัน ฟื้นฟู จนถึงการรักษา เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในทุกช่วงวัย โรงพยาบาลพญาไท 2 ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการดูแลสุขภาพผู้หญิง เปิดตัว &#8220;Her Confidence&#8221; ศูนย์ดูแลสุขภาพสตรีเฉพาะทาง ภายใต้วิสัยทัศน์ HerLife World เพื่อยกระดับการดูแลสุขภาพผู้หญิงจากการรักษาโรค ไปสู่การดูแลคุณภาพชีวิตอย่างครอบคลุมในทุกช่วงวัย โดยมีทีมสูตินรีแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์เชิงกรานสตรีและศัลยกรรมซ่อมเสริม ร่วมกับทีมแพทย์สหสาขาในการวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล เพื่อให้ผู้หญิงสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจและมีคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว ผู้หญิงจำนวนมากกำลังอยู่กับ &#8220;ปัญหาที่ไม่อันตรายถึงชีวิต แต่กระทบการใช้ชีวิต&#8221; ปัจจุบัน ผู้หญิงจำนวนไม่น้อยกำลังใช้ชีวิตอยู่กับปัญหาสุขภาพที่แม้จะไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต แต่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ความสัมพันธ์ และความมั่นใจในตนเอง ไม่ว่าจะเป็นภาวะปัสสาวะเล็ด อุ้งเชิงกรานหย่อน ความเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ ภาวะช่องคลอดแห้ง หรือความเปลี่ยนแปลงของร่างกายในช่วงวัยหมดประจำเดือน อย่างไรก็ตาม ผู้หญิงจำนวนมากยังเข้าใจว่าอาการเหล่านี้เป็นเรื่องปกติของวัยหรือหลังการคลอดบุตร จึงไม่ได้เข้ารับการประเมินจากแพทย์ ทั้งที่ปัจจุบันมีแนวทางการรักษาและการฟื้นฟูที่สามารถช่วยให้กลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีได้ ด้วยแนวคิดดังกล่าว โรงพยาบาลพญาไท 2 จึงพัฒนา Her Confidence ให้เป็นศูนย์ดูแลสุขภาพผู้หญิงที่มุ่งเน้นการดูแลปัญหาซึ่งส่งผลต่อคุณภาพชีวิต โดยผสานองค์ความรู้ด้านเวชศาสตร์เชิงกรานสตรี เวชศาสตร์ทางเพศ และการดูแลสุขภาพสตรีสมัยใหม่ เพื่อออกแบบแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3745627">พลิกโฉมการดูแลสุขภาพผู้หญิงยุคใหม่! รพ. พญาไท 2 เปิดตัว &#8220;Her Confidence&#8221; ด้วยทีมแพทย์เฉพาะทางและการรักษาแบบองค์รวม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[มหาวิทยาลัยขอนแก่น ผนึกกำลังเครือข่าย ยกระดับ &#8220;การแพทย์แม่นยำ&#8221; พลิกโฉมการรักษามะเร็งไทย]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3745606</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 31 Jul 2026 08:54:43 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3745606</guid>

					<description><![CDATA[<p>ศูนย์บริการทางการแพทย์ชั้นเลิศ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ผนึกกำลังเครือข่าย เดินหน้ายกระดับการดูแลผู้ป่วยมะเร็งสู่ยุคการแพทย์แม่นยำ (Precision Medicine)&#160;ผ่านงานประชุมวิชาการ&#160;&#8220;ONCOVERSE Khon Kaen: The 3rd Oncology NGS Network&#8221;&#160;มุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีตรวจพันธุกรรมขั้นสูงเพื่อการรักษาที่ตรงจุด พร้อมสร้างเครือข่ายความร่วมมือระดับประเทศ พลิกโฉมการดูแลผู้ป่วยมะเร็งให้เข้าถึงการรักษาที่มีประสิทธิภาพอย่างเท่าเทียม &#160;จาก “ชนิดของโรค” สู่ “ข้อมูลระดับโมเลกุล” เพื่อการรักษาที่แม่นยำยิ่งขึ้น รศ. นพ.โกสินทร์ วิระษร หัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศด้านโรคมะเร็ง และรองคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น&#160;กล่าวว่า “ปัจจุบันการรักษาโรคมะเร็งไม่ได้อาศัยเพียงการวินิจฉัยชนิดของโรคเท่านั้น แต่ยังต้องอาศัยข้อมูลระดับโมเลกุล เพื่อช่วยเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย ซึ่งการตรวจตัวบ่งชี้ทางชีวภาพ (Biomarkers) และเทคโนโลยีการถอดรหัสพันธุกรรม NGS (Next-Generation Sequencing) เป็นองค์ประกอบสำคัญของการดูแลรักษาผู้ป่วยมะเร็งในยุคการแพทย์แม่นยำ” ผศ. นพ.กุณฑล วิชาจารย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชพันธุศาสตร์ ศูนย์ความเป็นเลิศทางห้องปฏิบัติการตรวจวินิจฉัยระดับชีวโมเลกุลทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น&#160;กล่าวว่า “การตรวจวินิจฉัยระดับชีวโมเลกุลมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการแพทย์แม่นยำ โดยเฉพาะการดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็ง ซึ่งข้อมูลทางพันธุกรรมช่วยสนับสนุนการวินิจฉัย การพยากรณ์โรค และการเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย อย่างไรก็ตาม การสร้างประโยชน์สูงสุดจากเทคโนโลยีเหล่านี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเครื่องมือเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยมาตรฐานของห้องปฏิบัติการ คุณภาพของการตรวจ และการบูรณาการข้อมูลร่วมกับทีมผู้ดูแลรักษา” [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3745606">มหาวิทยาลัยขอนแก่น ผนึกกำลังเครือข่าย ยกระดับ &#8220;การแพทย์แม่นยำ&#8221; พลิกโฉมการรักษามะเร็งไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เมื่อ “หมอชาวบ้าน” กลายเป็นความหวังของชุมชนม้งและอิ้วเมี่ยน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3745506</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 30 Jul 2026 16:13:25 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3745506</guid>

					<description><![CDATA[<p>บนพื้นที่สูงในจังหวัดพะเยา มีหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ชาวม้งและอิ้วเมี่ยนตั้งหลักปักฐานอยู่กันมาหลายชั่วอายุคน ห่างไกลจากตัวอำเภอ ห่างไกลจากระบบบริการสุขภาพ และห่างไกลจากบุคลากรทางการแพทย์ แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยห่างไกลจากพวกเขาเลย คือ “ความเจ็บป่วย” จากช่องว่างนี้เอง มหาวิทยาลัยพะเยาจึงเข้ามามีบทบาทสำคัญ ในฐานะสถาบันการศึกษาที่อยู่ใกล้ชิดกับชุมชน โดยร่วมมือกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดพะเยา (อบจ.พะเยา) สร้างสิ่งที่เรียกว่า “หมอชาวบ้าน” ขึ้นมา กลไกที่ให้ชาวบ้านดูแลกันเอง เดือนกันยายน 2568 มหาวิทยาลัยพะเยาร่วมกับ อบจ.พะเยา เปิดโครงการพัฒนาระบบบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ ด้วยแนวคิดง่าย ๆ ว่า จะทำอย่างไรให้ชาวบ้านดูแลกันเองในเบื้องต้นได้ จนเกิดเป็นหลักสูตร “หมอชาวบ้านกลุ่มชาติพันธุ์ ม้งและอิ้วเมี่ยน”ภายใต้การสนับสนุนของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) รองศาสตราจารย์ ดร.สุภกร พงศ์บางโพธิ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยพะเยา มอบหมายให้รองศาสตราจารย์ ดร.ผณินทรา ธีรานนท์ ผู้ช่วยอธิการบดี เป็นผู้ขับเคลื่อนโครงการนี้ร่วมกับคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา ส่วนคนที่ออกแบบหลักสูตรตัวจริงคือ ดร.นัฐพล ปันสกุล อาจารย์ประจำคณะสาธารณสุขศาสตร์ แนวคิดของ ดร.นัฐพล เรียบง่ายแต่ทรงพลัง แทนที่จะรอให้บุคลากรทางการแพทย์เดินทางขึ้นไปหาชาวบ้านที่อยู่ห่างไกล ทำไมไม่สอนให้คนในพื้นที่ดูแลกันเองไปเลย หลักสูตรนี้จึงไม่ใช่การนำองค์ความรู้สาธารณสุขสมัยใหม่ไปยัดเยียดให้ชุมชน แต่เป็นการผสมผสานความรู้ทางการแพทย์เข้ากับภูมิปัญญา และความเชื่อดั้งเดิมของกลุ่มชาติพันธุ์ เพื่อให้การดูแลสุขภาพเข้าถึงง่ายและยั่งยืนจริง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3745506">เมื่อ “หมอชาวบ้าน” กลายเป็นความหวังของชุมชนม้งและอิ้วเมี่ยน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[“หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท” ภัยเงียบไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ เช็กด่วน! พฤติกรรมเสี่ยงและสัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3745336</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 30 Jul 2026 13:24:01 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3745336</guid>

					<description><![CDATA[<p>อย่าชะล่าใจ! เมื่อไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ นั่งนาน ก้มดูมือถือบ่อย อาจจะเพิ่มความเสี่ยง “หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท” ที่อัปเกรดจากโรคผู้สูงวัยมาเป็นของฝากยอดฮิตของวัยรุ่นสร้างตัว! โรงพยาบาลกระดูกและข้อ ข้อดีมีสุข พาไปรู้เท่าทันสัญญาณเตือนและเข้าใจปัจจัยเสี่ยง ไปจนถึงแนวทางรักษาและการดูแลกระดูกสันหลังให้แข็งแรงในทุกช่วงวัย เพื่อให้ใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ  หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท เกิดจากอะไรกันแน่? อธิบายง่าย ๆ กระดูกสันหลังของเราจะมี &#8220;หมอนรองกระดูก&#8221; คือ ส่วนที่คั่นอยู่ในแต่ละชั้นของตัวกระดูกสันหลัง โดยโครงสร้างหลักประกอบด้วยน้ำและคอลลาเจน เป็นเหมือนโช้กอัพรถยนต์ คอยรับแรงกระแทกและน้ำหนักของร่างกาย คอยประคองระหว่างชั้นของกระดูกสันหลังเพื่อให้เราโยกย้าย ส่ายสะโพกได้อย่างยืดหยุ่น แต่เมื่อใดก็ตามที่หมอนรองกระดูกเกิดการแตกหัก หรือปลิ้นออกจากตำแหน่งเข้าไป “กดทับเส้นประสาท” ที่อยู่บริเวณใกล้เคียงทันที จะส่งผลทำให้การทำงานของเส้นประสาทผิดปกติและส่งสัญญาณเตือนออกมาเป็นอาการปวดหลังอย่างรุนแรง ร้าวลงขา ชา หรือถึงขั้นอ่อนแรง  เช็กด่วน! อาการแบบไหนชัวร์ แบบไหนใช่? อาการของโรคมักปวดร้าวลงขา ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นที่ขาข้างใดข้างหนึ่ง เนื่องจากหมอนรองกระดูกมักปลิ้นทางด้านข้างและกดทับเส้นประสาทฝั่งนั้น อาจมีอาการชาหรืออ่อนแรงของขาหรือปลายเท้าร่วมด้วยได้ โดยอาการปวดในช่วงแรกจะค่อนข้างมาก ซึ่งเกิดจาก 2 ปัจจัยคือ ปริมาณการกดทับของเส้นประสาท  การอักเสบจากการแตกปลิ้นของหมอนรองกระดูก  โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทพบบ่อยในผู้ที่อายุ 20–50 ปี สามารถรักษาได้ และผู้ป่วยกว่า 80% อาการดีขึ้นภายใน 4–6 สัปดาห์โดยไม่ต้องผ่าตัด และแม้อาการของผู้ป่วยบางรายอาจทุเลาได้เอง แต่เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน ลองมา Checklist กันดูว่าอาการที่คุณเป็นอยู่เข้าข่ายควรรีบไปพบแพทย์โดยด่วน อย่ารอให้หายเอง! ปวดหลังร้าวลงขา: นี่คือ Single Core behavior หรืออาการเด่นที่สุด โดยจะมีอาการปวดจากหลังส่วนล่าง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3745336">“หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท” ภัยเงียบไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ เช็กด่วน! พฤติกรรมเสี่ยงและสัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
	</channel>
</rss>
