ข่าวประชาสัมพันธ์ราชการ

โครงการไทยนิยม ยั่งยืน ต่อยอดธุรกิจสหกรณ์โคนมสอยดาว จำกัด เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตนมพาสเจอร์ไรส์ให้ได้มาตรฐาน

          โครงการไทยนิยม ยั่งยืน แผนพัฒนาประเทศ ที่มีกลไกการขับเคลื่อนตั้งแต่ระดับชาติสู่ระดับพื้นที่ โดยมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชนในรูปแบบประชารัฐ ลดความเหลื่อมล้ำ และสามารถเพิ่มรายได้ให้แก่ประชาชน และได้จัดสรรงบประมาณส่วนหนึ่งให้สหกรณ์ภาคการเกษตรนำไปจัดซื้อเครื่องมือและอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อรองรับผลผลิตจากเกษตรกร รวมถึงการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ต่าง ๆ ได้เพิ่มมากขึ้น
          สหกรณ์โคนมสอยดาว จำกัด เป็นอีกหนึ่งสหกรณ์ที่ได้รับการจัดสรรเงินเพื่อสนับสนุนอุปกรณ์แปรรูปผลผลิตทางการเกษตร จากโครงการไทยนิยม ยั่งยืน จำนวน 5,355,000 บาท และสหกรณ์ฯ จ่ายสมทบอีก 535,000 บาท โดยเงินที่ได้รับจัดสรรครั้งนี้สหกรณ์ฯ ได้จัดหาอุปกรณ์ใหม่ทดแทนอุปกรณ์เดิม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตน้ำนมพาสเจอร์ไรส์ ได้แก่ ห้องเย็นตั้งพื้นสำเร็จ Temp o – 50C ขนาด 4 x 6 x 3.10 เมตร จำนวน 1 ห้อง อุปกรณ์ปรับปรุงระบบพาสเจอร์ไรส์ ขนาด 1,000 ลิตรต่อชั่วโมง จำนวน 1 ชุด และเครื่องตรวจคุณภาพน้ำนมดิบ จำนวน 1 เครื่อง
          นายวินนา ศรีสงคราม ประธานกรรมการสหกรณ์โคนมสอยดาว จำกัด เปิดเผยว่า รู้สึกดีใจมากที่รัฐบาลมีโครงการดี ๆ แบบนี้ ขอขอบคุณรัฐบาลและกรมส่งเสริมของสหกรณ์ ที่ได้อนุมัติงบประมาณจากโครงการ ไทยนิยม ยั่งยืน มาให้สหกรณ์ฯ ส่งผลให้สมาชิกและสหกรณ์สามารถเพิ่มรายได้ และลดต้นทุนให้กับสมาชิก ในการประกอบธุรกิจ และได้รับประโยชน์จากอุปกรณ์ที่ได้รับสนับสนุนเป็นอย่างมาก ทำให้สามารถผลิตนมพาสเจอร์ไรส์ ได้มากขึ้นอีกเท่าตัว ซึ่งสหกรณ์ได้จัดซื้ออุปกรณ์ปรับปรุงระบบพาสเจอร์ไรส์ทดแทนของเดิม จากที่มีกำลัง การผลิต 500 ลิตรต่อชั่วโมง เพิ่มกำลังผลิตเป็น 1,000 ลิตรต่อชั่วโมง และจัดสร้างห้องเย็นที่ได้มาตรฐานในการเก็บนมที่ผลิตเสร็จรอจำหน่าย เพื่อรองรับกำลังการผลิตที่เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย
          นอกจากนี้ ยังได้ซื้ออุปกรณ์ที่สำคัญในการผลิตนม คือ เครื่องตรวจคุณภาพน้ำนมดิบ (เครื่องตรวจองค์ประกอบน้ำนม TS-SCC) ซึ่งก่อนนำน้ำนมสู่กระบวนการผลิต จำเป็นต้องมีการตรวจสอบจำนวนเซลล์ และคุณภาพน้ำนมก่อนทุกครั้ง ซึ่งสำหรับเครื่องใหม่นี้สามารถวัดค่า SCC (เชื้อเต้านมอักเสบ) เพิ่มเติมจากเครื่องเดิมที่วัดได้เพียงค่า Fat (ไขมัน), SNF(ของแข็งไม่รวมไขมัน), Density(ความถ่วงจำเพาะ), Protein(โปรตีน), Freezing Point, Lactose เท่านั้น ทำให้สหกรณ์ฯ สามารถแจ้งสมาชิกได้ในทันทีเพื่อตรวจพบว่าค่าน้ำนมไม่ได้มาตรฐาน หรือมีการติดเชื้อของแม่วัว สมาชิกจะได้นำวัวไปรักษาได้ทันการณ์ ไม่ต้องรอผลการตรวจจากศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ภาคตะวันออก (ศวพ.) ซึ่งต้องใช้เวลาประมาณ 7 วัน จึงจะรู้ผลการตรวจ ซึ่งแต่เดิมสหกรณ์ฯได้นำนมส่งตรวจสอบคุณภาพที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ภาคตะวันออก (ศวพ.) ทำให้มีค่าใช้จ่ายในการเดินทางสูง อุปกรณ์ดังกล่าวทำให้สหกรณ์ฯ ประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลา ทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด และได้รับผลลัพธ์อย่างรวดเร็ว
          สำหรับสหกรณ์โคนมสอยดาว จำกัด นั้น ได้จดทะเบียนเป็นสหกรณ์เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2534 มีสมาชิกแรกตั้ง 189 ราย ด้วยทุนเรือนหุ้น 98,200 บาท และได้ดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2535 เพื่อส่งเสริมให้สมาชิกสามารถช่วยเหลือตนเองได้ มีธุรกิจแบบพอเพียง เข้มแข็ง ครอบครัวสมาชิกมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น นอกจากนี้ สหกรณ์ฯ ได้สนับสนุนสมาชิกให้มีความรู้ด้านการเลี้ยงโคนมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพโคนมให้ได้มาตรฐานตามที่องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อสค.) กำหนด โดยคัดเลือกสมาชิกส่งไป เข้ารับการอบรมการเลี้ยงโคนมที่องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อสค.) จังหวัดสระบุรี
          ปัจจุบันธุรกิจของสหกรณ์โคนมสอยดาว จำกัด แบ่งเป็น 7 ด้าน ได้แก่ ธุรกิจรวบรวมน้ำนมดิบ ธุรกิจแปรรูปน้ำนมดิบ (ผลิตและจำหน่ายนมพาสเจอร์ไรส์) ธุรกิจสินเชื่อ ธุรกิจการตลาด ธุรกิจผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์ ธุรกิจผลิตและจำหน่ายสารปรับปรุงบำรุงดินอินทรีย์ชีวภาพ (ปุ๋ยหมักมูลโคนม) และธุรกิจที่ทางสหกรณ์เล็งเห็นว่าจะสามารถต่อยอดให้กับสมาชิกผู้เลี้ยงโคนม คือ ธุรกิจฟาร์มโคนมทด เพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิตให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม เนื่องจากในปัจจุบันยสมาชิกผู้เลี้ยงโคนมมีจำนวนลดลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากต้นทุนการเลี้ยงโคสูงขึ้น บางรายมีอายุมากขึ้นและไม่มีทายาทจะยึดอาชีพนี้ต่อ ดังนั้น เพื่อให้อาชีพการเลี้ยงโคนมยังคงอยู่ สหกรณ์ฯจึงมีนโยบายการรับซื้อโคนม และให้สมาชิกเช่ารีดนม ระยะเวลาเช่าซื้อเป็นงวด แต่ไม่เกิน 24 งวด และวางมัดจำการเช่าซื้อไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 โดยการเช่าซื้อโคนมของสหกรณ์ ซึ่งเป็นโคนมที่อุ้มท้องเท่านั้น การกำหนดราคาเช่าซื้อตามความเหมาะสมกับพื้นที่ โดยใช้ราคาน้ำนมดิบและราคาการขายเนื้อมาเป็นบรรทัดฐาน ในการกำหนดราคาเช่าซื้อ แต่ห้ามมิให้มีการเช่าช่วงต่อหรือขายต่อให้ผู้อื่นโดยเด็ดขาด และสมาชิกต้องดูแล โคนมที่เช่าซื้อจากสหกรณ์อย่างเหมาะสมและใช้เกณฑ์การชั่งน้ำหนักของสหกรณ์ ณ วันที่เช่าซื้อ เป็นการช่วยเหลือสมาชิกผู้เลี้ยงโคนมที่ประสบปัญหาด้านต้นทุน และเป็นการป้องกันไม่ให้โคนมของสหกรณ์ออกนอกพื้นที่ด้วย
          ปัจจุบันสหกรณ์โคนมสอยดาว จำกัด มีสมาชิกจำนวน 206 ราย มีทุนเรือนหุ้น 9,826,320 บาท สหกรณ์ฯได้รับจัดสรรสิทธิ์ MOU เพื่อจำหน่ายน้ำนมพาสเจอร์ไรส์ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และโรงเรียนเอกชน ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรีตามโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน จำนวน 40,776 ถุง/คน/วัน โดยมีการตกลงราคาจำหน่ายตามราคากลางที่รัฐบาลกำหนด ดังนั้น เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตน้ำนม ที่เพิ่มมากขึ้นและให้ได้มาตรฐาน สหกรณ์ฯจึงจำเป็นต้องมีอุปกรณ์ที่ทันสมัยมากขึ้น อุปกรณ์ที่ได้รับการสนับสนุนจากโครงการไทยนิยม ยั่งยืน ของรัฐบาล จึงเป็นประโยชน์อย่างมากต่อสมาชิกสหกรณ์โคนมสอยดาว จำกัด ในการดำเนินธุรกิจผลิตนมที่มีคุณภาพป้อนสู่ตลาดและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค ซึ่งจะส่งผลต่อการขยายธุรกิจของสหกรณ์ให้เจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้นในอนาคตต่อไป