ข่าวประชาสัมพันธ์ราชการ

รมช.วิวัฒน์ ย้ำปลูกผักปลอดสารพิษ และใช้เกษตรอินทรีย์ ช่วยให้ประชาชนสุขภาพดี ลดภาระภาครัฐด้านรักษาโรค สอดคล้องเป็นเจ้าภาพวันดินโลกปีนี้

          นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังร่วมกิจกรรมรณรงค์การปลูกผักปลอดสารพิษ และใช้เกษตรอินทรีย์ พร้อมทั้งเป็นวิทยากรบรรยายพิเศษ หัวข้อ "ศาสตร์ของพระราชาด้านการเกษตรอินทรีย์" ณ โรงพยาบาลบางน้ำเปรี้ยว อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา ว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีนโยบายสนับสนุนการทำเกษตรอินทรีย์ โดยบูรณาการร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขในการริเริ่มปลูกผักปลอดสารเพื่อนำมาใช้เป็นอาหารในโรงพยาบาล ซึ่งการจะทำให้อาหารปลอดภัยเริ่มมาจากจุดเล็กๆ คือ ปลูกกินเองในครอบครัว โดยไม่ใช้สารเคมี 
          ดังตัวอย่างในอำเภอบางน้ำเปรี้ยวที่ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ต้องเจอกับสารเคมีทุกวัน สิ่งที่น่าเป็นห่วง คือสุขภาพของเกษตรกรและสมาชิกในครอบครัวทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ทั้งนี้ โรงพยาบาลบางน้ำเปรี้ยว และเครือข่ายสุขภาพอำเภอบางน้ำเปรี้ยวได้เล็งเห็นถึงความสำคัญดังกล่าว จึงจัดกิจกรรมรณรงค์เพื่อส่งเสริมการปลูกผักปลอดสารพิษ และใช้เกษตรอินทรีย์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความตระหนักรู้ให้แก่ประชาชนและผู้เข้าร่วมงานได้รู้เท่าทันพิษภัยของสารเคมีที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ
          "การจะทำให้อาหารปลอดภัย นอกจากเริ่มจากการปลูกกินเองแล้ว การรวมกลุ่มเครือข่ายในการพัฒนาจะช่วยให้สำเร็จเป็นรูปธรรมเร็วขึ้น ซึ่งผลที่ได้นอกจากประชาชนจะมีสุขภาพดี ช่วยลดภาระของรัฐบาลในการรักษาโรคแล้ว ยังได้ผลผลิตสูง มีรสชาติดี และดีต่อสุขภาพของผู้บริโภค หากทุกครัวเรือนกว่า 10,000 ราย เข้าร่วม จะช่วยให้ประหยัดเงินในการซื้อผักมารับประทานได้ถึง 60 ล้านบาท/ปี นอกจากนี้ยังสอดคล้องกับการเป็นเจ้าภาพการจัดงานวันดินโลกของไทยในปีนี้อีกด้วย"
          องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) กำหนดให้วันที่ 5 ธันวาคมของทุกปีเป็น "วันดินโลก" โดยในปีนี้ประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดงานภายใต้หัวข้อ "Be the solution to soil pollution" ซึ่งเน้นความสำคัญของการมีส่วนร่วมป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษทางดิน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและปลอดภัยทางอาหาร เพื่อให้ตอบสนองต่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน และการขจัดความหิวโหย (Zero hunger) ให้ได้ภายในปี 2573 พร้อมก่อตั้งศูนย์ความเป็นเลิศด้านการวิจัยดินแห่งภูมิภาคเอเชีย (CESRA) นับเป็นโอกาสอันดีที่ทุกฝ่ายจะมาร่วมมือกันผลักดันให้เกิดผลสำเร็จเป็นรูปธรรมด้วย