ข่าวประชาสัมพันธ์Uncategorized

เพิ่มมาตรการดูแลความปลอดภัยรอบสวนลุมพินี – ซอยร่วมฤดี

          นายชาตรี วัฒนเขจร ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม กทม. เปิดเผยตามที่เครือข่ายเมืองปลอดภัยเพื่อผู้หญิงและภาคีเครือข่ายสร้าง เมืองปลอดภัย เปิดตัวโครงการ "ปักหมุดจุดเผือก" เพื่อชวนประชาชนร่วมกันออกสำรวจค้นหาจุดเสี่ยงต่อการถูกคุกคามทางเพศในเมืองใหญ่ และร่วมกันสร้างเมืองปลอดภัยผ่าน Chat bot ทีมเผือก ในแอปพลิเคชันไลน์ เพื่อรวบรวมเป็นฐานข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรมโดยเบื้องต้นขอให้ติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) และเพิ่มไฟฟ้าส่องสว่างบริเวณรอบสวนลุมพินี ป้ายรถเมล์ใกล้ชุมชน สะพานลอยข้ามถนน เป็นต้น
          รวมทั้งพิจารณาเพิ่มโทษการกระทำอนาจารทางเพศให้สูงขึ้นว่า สำนักสิ่งแวดล้อม ได้เพิ่มมาตรการดูแลและตรวจตราความปลอดภัยพื้นที่ โดยรอบสวนลุมพินี โดยเฝ้าระวังป้องกันจุดเสี่ยงดังกล่าว
และตรวจสอบดูแลไฟส่องสว่างบริเวณหัวเสารอบรั้วสวนลุมพินี โดยเฉพาะจุดริมถนนวิทยุและถนนสารสินให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ตลอดเวลา อีกทั้งได้ขอความร่วมมือสมาคมแบดมินตันแห่งประเทศไทยที่มีพื้นที่ติดกัน ช่วยสอดส่องดูแลและเปิดไฟส่องสว่างในพื้นที่ช่วงเวลากลางคืน รวมถึงขอความอนุเคราะห์การไฟฟ้านครหลวง พิจารณาเพิ่มไฟฟ้าส่องสว่างบริเวณจุดเสี่ยงถนนสารสินหัวมุมหน้าสนามแบดมินตัน ถนนวิทยุ/ถนนสารสินรอบรั้วสวนและบริเวณสะพานลอยหน้าสถานีตำรวจนครบาลลุมพินี พร้อมทั้งประสานสถานีตำรวจนครบาลลุมพินีเพิ่มความถี่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ เพื่อดูแลจุดเสี่ยงนอกรั้วสวนลุมพินีหน้าสนามแบดมินตันและบนสะพานลอยหน้าสถานีตำรวจนครบาลลุมพินี นอกจากนี้ ได้กำชับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยให้ตรวจตราพื้นที่ใกล้จุดเสี่ยงในช่วงกลางคืน หากพบเห็นเหตุการณ์ผิดปกติ ให้ระงับเหตุในเบื้องต้น หรือหากพบเหตุอาชญากรรม ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับประชาชน
          นายพานุรักษ์ กลั่นนุรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่ง กทม. กล่าวว่า บริเวณรอบสวนลุมพินี มีกล้อง CCTV จำนวน 130 ตัวกล้องส่วนใหญ่จะติดตั้งบริเวณทางแยก ซึ่งยังไม่ครอบคลุมช่วงถนนรอบสวนลุมพินี ซอยร่วมฤดี และจุดเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น ขณะที่พื้นที่เขตปทุมวันเป็นสถานที่จัดประชุมระดับประเทศอยู่เป็นประจำ และยังเป็นที่พักของผู้นำเมื่อมาเยือนประเทศไทย แต่มีกล้อง CCTV 52 จุด และการติดตั้งยังไม่เป็นโครงข่ายอย่างต่อเนื่อง สำนักการจราจรและขนส่ง จึงได้กำหนดแผนที่จะดำเนินการติดตั้งกล้อง CCTV ในพื้นที่ดังกล่าวให้เป็นระบบและสอดคล้องกัน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการสำรวจและประสานข้อมูลกับสถานีตำรวจนครบาลลุมพินี เพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป